ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.14 [จุด จุด จุด]

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.14 [จุด จุด จุด]

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2559 20:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.14 [จุด จุด จุด]
แบบอักษร

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

PART 2 ไวท์ + กัปตัน / ตอนที่ 4 [จุด จุด จุด]

...........................................................

ร่างขาววิ่งกระหืดกระหอบกลับมายังปราสาทด้วยความดีใจที่ไวท์เวเรี่ยนไม่สามารถตามเขามาทัน กัปตันยืนล้อเลียนคนร่างสูงอยู่อย่างนั้นนานหลายนาทีจนหายเหนื่อย แล้วเข้าไปภายในตัวอาคาร

สตรีแปลกหน้าชุดเหลืองลายดำยืนอยู่ข้างใน และกอดอกมองเขาด้วยสีหน้านิ่งๆ

.

เธอสวย...

.

ใช่ เธอสวยมาก กัปตันยืนมองเธอนิ่งไปพักหนึ่ง ผมสีทอง นัยน์ตาคม โครงหน้าโฉบเฉี่ยวแบบสาวยุโรปลุคมั่น กำลังจ้องเขาตาเขม็ง

เขาควรจะต้องถามไหม ว่าเธอเป็นใคร และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร

“นายเป็นใคร” ไม่ทันคิด เสียงนั้นเอ่ยถามขึ้นก่อน กัปตันนั่งลงที่เก้าอี้ก่อนจะตอบกลับไป

“ผมกัปตัน เป็นช่างภาพครับ แล้วคุณล่ะ”

“งั้นเหรอ” เธอคนนั้นตอบกลับมาด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง

กัปตันนิ่งไปนิด พลางคิดไปในใจว่าผู้หญิงสวยบางคน แต่คำพูดไม่ได้สวยเหมือนหน้าเลย

เธอนั่งลงและชี้นิ้ว “ฉันหิวน้ำ ไปหาน้ำมาให้กินหน่อย”

“อ อะไรนะฮะ”

“ฉันหิวน้ำ!

“แต่ ผมไม่ใช่พ่อครัวนี่ครับ” คนอย่างกัปตันมีหรือจะยอม เขาไม่ยอมง่ายๆ หรอก แม้ผู้หญิงจะสวยแค่ไหนก็ตาม

เธอถอนหายใจอย่างขัดใจ ดูท่าทางฤทธิ์เดชของผู้หญิงคนนี้คงจะมีมิใช่น้อย เธอคงจะเป็นอะไรกับคนในบ้านนี้สักคน มิเช่นนั้นไม่กล้าวางอำนาจใส่เขาขนาดนี้แน่ๆ

“ฉันจะให้ไวท์ไล่แกออก”

“คุณมีสิทธิ์อะไรล่ะ”

.

.

.

#เสียงจากกัปตัน

“เธอไม่มีสิทธิ์อะไรทั้งนั้น” เสียงทุ้มต่ำน่ากลัวของไวท์เวเรี่ยนดังขึ้นที่หน้าประตู ผมหันหลังไปพบเขา คุณออกัส และพี่เงินยืนอยู่ด้วยกัน สายตาของไวท์ยังไม่พอใจผม แต่ผู้หญิงคนตรงหน้าเหมือนจะมาทำให้เรื่องนั้นถูกลบล้างออกไปจากสมองเสียสนิท เธอยืนขึ้นช้าๆ และเดินก้าวเข้าไปหาไวท์

“ไวท์คะ...”

“ออกไปเดี๋ยวนี้ ติช่า เรื่องของเราสองคนมันจบแล้ว”

“ไวท์ยังรักติช่าอยู่ไม่ใช่เหรอคะ ไวท์คะ ในอดีตติช่าเคยทำผิด ช่าขอโทษ ให้อภัยกันได้ไหมคะไวท์”

“ไม่!” เขาตอบอย่างไร้เยื่อใย

.

ผมเพิ่งจะรู้สึกชอบความคิดของไอ้บ้านั่นก็วันนี้ ทำถูกแล้วล่ะ ผู้หญิงเจ้าอารมณ์แบบนี้ใครทนอยู่ด้วยได้ก็บ้าแล้ว

ทันทีที่ผมคิดประโยคนั้น ทุกคนก็หันมามองผมขวับเป็นตาเดียว

“แกกล้าดียังไงมาด่าฉัน หา! ไอ้เด็กเมื่อวานซืน!

เพี๊ยะ!

.

ตุ้บ

ฝ่ามือเย็นเฉียบฟาดหลังมือเข้าที่มุมปากผมอย่างจัง ผมถึงกับกระเด็นไปสองสามเมตรจากแรงกระแทกและร่วงลงไปนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น รสฝาดของเลือดยังกบปาก (เลือกกบปากใช้ตัวนี้ถูกแล้วนะคะ) ให้ตายไปเลยนะจริงๆ เกิดมาผมเพิ่งเคยโดนตบเป็นครั้งแรกนะเนี่ย

รู้สึกเหมือนหน้าร้าวเป็นรอยแยกทุ่งนาฤดูร้อน

“หยุดนะติช่า!!!

.

เจ้าของเสียงนั้นก็คือไวท์เวเรี่ยน ดวงตาของเขาวาวโรจน์เป็นสีแดงเพลิง และเดินไปคว้าข้อมือเธอแล้วเหวี่ยงอย่างแรง โอเค...ถึงแม้ว่าผมจะโดนเธอตบ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าผมจะอยากเห็นเธอถูกทำร้าย ยังไงเธอก็ผู้หญิงน่ะนะ

“กัปตัน เข้าห้องไปก่อน” คุณออกัสพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

“ได้ไงล่ะครับ”

“มาเถอะ เชื่อฉันกัปตัน” พี่เงินสำทับด้วยอีกคน

ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมทุกคนถึงไม่อยากให้ผมอยู่ตรงนี้ แต่ผมจะอยู่ ผมจะอยู่ดูว่าไวท์จะทำอะไรต่อไป ถ้าเกิดมันโมโหแล้วฆ่าผู้หญิงคนนี้ขึ้นมา ผมจะได้โทรแจ้งตำรวจไง (ดีป้ะ)

“เธอไม่มีสิทธิ์มายุ่งกับคนของฉันอีก ติช่า! ออกไปซะ ก่อนที่ฉันจะฆ่าเธอ!

.

น นั่นไง!

ผู้ชายคนนี้โหดกว่าที่คิดนะคุณ

.

“ไวท์คะ” น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนอย่างรวดเร็ว “ไวท์ช่วยฟังติช่าก่อนเถอะนะคะ ติช่ามาดีจริงๆ”

“ออกไป!!!

“ไวท์! แค่เด็กเมื่อวานซืน ทำไมต้องดุช่าด้วย มันสำคัญอะไรนักหนาไวท์ถึงต้องปกป้องมัน!

“เขาเป็นคนของฉัน! ไม่ว่าใครก็ตามที่อยู่ภายใต้การปกครองของฉัน ฉันก็ต้องดูแลเขา อาเธอร์! จับผู้หญิงคนนี้โยนออกไป อย่าให้ฉันเห็นหน้าเธออีก!

“ครับ ท่านชาย” คุณลุงอาเธอร์สั่งยามเฝ้าบันไดร่างยักษ์ทั้งสองคนมาลากตัวคุณติช่าที่หวีดเสียงร้องจนแสบแก้วหูออกไปนอกปราสาท พร้อมทั้งลงกุญแจปิดประตูทุกบานไม่ให้เธอกลับเข้ามาได้อีก ผมว่าจริงๆ แล้วการกระทำแบบนั้นออกจะดูหยาบคายและเสียมรรยาทไปสักหน่อย เธอเป็นผู้หญิงตัวเล็กบอบบาง ทำแบบนั้นกับเธอได้ยังไง พูดกันดีๆ ก็น่าจะพอแล้วนี่นา

“สำหรับติช่า พูดดีๆ ด้วยไม่ได้ผลหรอก” ไวท์พูดกับผมเหมือนกับรู้ว่าผมคิดอะไรอยู่

.

เขากำหมัดแน่น ดวงตาสีแดงนั้นยังคงพุ่งความโกรธออกมาจนเห็นชัด ผมกำลังจะชมว่าคอนแทคเลนส์สีนี้สวยดี แต่เขาก็เดินขึ้นบันไดไปเสียก่อน

“แมรี่ จัดแชมเปญชุดใหญ่ขึ้นไปให้ฉันข้างบน”

“ค่ะ ท่านชาย”

.

คุณออกัสที่ยืนอยู่ไม่ไกลจากผมนัก มองตามหลังพี่ชายของเขาไป ตอนแรกผมคิดว่าคุณเธอจะต้องเดินตามขึ้นไปปลอบอกปลอบใจ แต่ผิดคาด เขาทำหน้าเรียบเฉย และโอบไหล่พี่เงินไปทางห้องโฮมเธียร์เตอร์

.

เหมือนกับว่าคนในบ้านนี้จะชินเสียแล้วกับอารมณ์โมโหร้ายของผู้ชายบนชั้น 3 นั่น

“คุณแมรี่ เดี๋ยวผมเอาขึ้นไปเองครับ” ผมรับถาดแชมเปญ และกระติกน้ำแข็งมาถือไว้ แก้วทุกใบล้วนแล้วแต่เป็นของแพงมีราคา รวมถึงไอ้แชมเปญขวดนี้ก็คงแพงหูฉี่ด้วยเหมือนกัน

ทางเดินบนปราสาทอลาสเตอร์ชั้น 3 เป็นทางโล่งและทอดวนลึกเข้าไปเรื่อยๆ ปราสาทหลังนี้กว้างใหญ่จนผมอดสงสัยไม่ได้ว่าทำไมคนบ้านนี้ถึงได้ร่ำรวยกันขนาดนี้ เขาอาจมีธุรกิจผิดกฎหมาย หรือว่าอาจจะ...

“เอาวางไว้หน้าประตู แล้วกลับไปซะ” เสียงตะโกนของไวท์เวเรี่ยนดังขึ้นซะก่อน

.

หึ!

ผมคิดในใจว่าเรื่องอะไรล่ะ ขึ้นมาถึงบนนี้แล้วจะไล่กลับลงไปง่ายๆ เหรอ

ไม่มีทาง!

.

พรวด!

แล้วก็เลยถือวิสาสะเข้ามาในห้อง และวางถาดแชมเปญลงพร้อมกับจัดน้ำแข็งใส่แก้ว ผมรู้ดีว่าแชมเปญแบบนี้ต้องใช้น้ำแข็งเท่าไหร่ เพราะเคยเห็นพ่อกินประจำตอนอยู่บ้าน เรื่องชงเหล้านี่ไว้ใจผมได้เลย

“กลับไปกัปตัน นายยังไม่รู้ฤทธิ์ว่าเวลาฉันเมาเป็นยังไง”

“ไม่ได้อยากรู้หรอก แต่อยากมาขอบคุณที่นายปกป้องฉัน”

“ฉันไม่ได้ปกป้องนาย” เขากล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย

.

ผมที่กำลังรินเหล้าใส่แก้วอยู่ แทบจะปาแก้วใส่หัวมันเมื่อได้ยินคำตอบแบบนั้น เกลียดที่สุดเลยไอ้ท่าทางหยิ่งยโส จะยอมลงให้สักหน่อยก็ไม่ได้

“ขอบใจ” เขารับแก้วไปจากมือผม แล้วยกขึ้นกระดกทีเดียวหมด

ผมรินแล้วส่งให้อีกแก้ว “กินเหล้าเป็นน้ำแบบนั้นเดี๋ยวก็เมาตายกันพอดีหรอก”

“.....”

“.....”

“วางไว้ตรงนั้น แล้วลงไปทำแผลซะ”

“นี่น่ะเหรอ” ผมจับมุมปากตัวเอง

.

เลือดยังแห้งคามุมปาก มันเจ็บอยู่และคงคิดว่าพรุ่งนี้อาจจะช้ำ แต่ไม่เป็นไร เรื่องเล็กน้อยน่า

“ให้ฉันดื่มเป็นเพื่อนละกันนะ”

“เป็นเด็กเป็นเล็ก” เขาเปรยๆ

.

ไวท์เวเรี่ยนไม่ได้พูดอะไรอีกหลังจากนั้น เขานั่งลงที่เก้าอี้และมองหน้าผม ผมเลยไอ้โอกาสถือวิสาสะ (คิดเสียว่าเขาอนุญาตแล้ว) นั่งลงตรงข้ามกันบ้าง

“ขม”

“แล้วจะกินทำไม” เขาพูด

“ก็ทีนายยังกินได้” ลองโชว์เหนือดูบ้าง กระดกหมดแก้วทีเป็นไง

.

.

ฉ่าาา...

.

ร้อนวูบลงไปถึงกระเพาะ เหล้านี่แรงชะมัด

.

.

.

เราต่างคนต่างดื่มกันอยู่เงียบๆ ผมเป็นคนรินเหล้าให้ไวท์ เขารับไปดื่ม และไม่ได้พูดอะไรอีกแม้แต่คำเดียว ถ้าไม่โง่ก็คงพอมองออกว่าไวท์กำลังมีเรื่องไม่สบายใจ ผมไม่รู้หรอกว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่ ได้แต่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยในใจจนเริ่มรู้สึกว่าตัวเองเมา มีบ้างบางครั้งที่ไวท์หันมามองหน้าผมในยามที่ผมกำลังคิดอะไรพิเรนทร์ๆ กับเขาอยู่ก็เท่านั้น

“เปลี่ยนสีตาแล้วเหรอ” เสียงยานคางของผมถามออกไป

คุณท่านชายไม่ได้ตอบ แต่ยกแก้วเหล้าขึ้นกระดกเป็นแก้วที่สี่สิบ “เวลาโกรธ ตาฉันจะเป็นสีแดง”

“จริงอ่า?”

“อืม”

“แปลกดีเว้ยยย~ ฮ่าๆๆ เอ้า ชน”

ไอ้หมอนั่นไม่ได้ถือสาอะไรผมมากนัก เพราะเขาเองก็ดูตึงๆ แล้วเหมือนกัน เราชนแก้วกันเป็นครั้งแรกในช่วงเวลาที่สติผมขาดๆ หายๆ อีกสิบแก้ว ยี่สิบแก้ว จนกระทั่งแชมเปญหมดขวด ไวท์เวเรี่ยนเดินไปทิ้งตัวลงนอนแผ่บนเตียงอย่างคนที่เมาสุดขีด

“อ่อนน~” ผมแลบลิ้นใส่

.

ไม่เกิน 3 วินาทีหลังจากที่ดูถูกเขา ตัวผมเองก็ล้มพับลงไปนอนอยู่ข้างๆ กัน

“หึ! นายก็อ่อน”

“ไม่ได้มาววว~

“เหรอ” เหมือนเขาจะยังมีสติมากกว่าผมอยู่นะ

.

นิ้วมือร้อนแตะเบาๆ ที่มุมปากของผม ก่อนจะมีเสียงทุ้มเอ่ยตามมา “เจ็บรึเปล่า”

“ไม่เจ็บ สบ๊ายยย~~

“ติช่าเขามือหนัก โทษทีนะที่ฉันมาช้าไปนิด”

.

“อืม”

เปลือกตาของผมหนักอึ้ง รู้สึกว่าปวดหัวเหมือนปราสาทหลังนี้หมุนได้ จริงๆ แล้วเขาก็ไม่ได้เลวร้ายนี่นา ไวท์เวเรี่ยน อลาสเตอร์คนนั้น เขาเป็นคนที่ใช้ได้คนหนึ่งทีเดียว

.

ผมหมายถึงตอนเมานะ

.

ดูสิ ไม่หาเรื่อง พูดกับผมอย่างปกติ ถึงแม้สายตานั่นจะดูขำปนโกรธเวลาที่ผมแอบด่าเขาในใจก็เถอะ

.

นิ้วชีเรียวเบนเส้นทางจากริมฝีปากไล่ลูบไปที่พวงแก้ม “อย่าาา ร้อน~~” ผมประท้วงและปัดมือนั่นออกไป

ภาพทุกอย่างเริ่มเบลอเหมือนตัวเองกำลังจะหลับ ถ้าคนที่นอนข้างๆ ไม่ถอดเสื้อคลุมออกและจับมือผมขึงพืดไปกับเตียง

“ฉันบอกแล้ว ว่าให้ออกไปจากห้องก่อนที่ฉันจะเมา”

“อื่อออ อะไรน่ะ?” ผมถาม

.

ถ้ามองไม่ผิด หรือไม่ได้เมาจนเกินไป เหมือนเขากำลังปลดกระดุมเสื้อออกทีละเม็ด

ให้ตาย...นั่นมันเซ็กซี่จริงๆ “ทำไม หน้านายสวยจัง”

เสียงยานคางนั่นตอบกลับมา กระดุมยังไม่ทันถูดปลดออกทุกเม็ดด้วยซ้ำ ริมฝีปากของไวท์เวเรี่ยนประกบทับลงมาเสียก่อน ผมเบิกตาโพลงด้วยความตกใจ และเดาชะตาตัวเองไปว่าผมจะต้องเป็นใบ้อีกแน่ๆ ลิ้นร้อนนั่นรุกรานริมฝีปากผมเข้ามาอย่างจาบจ้วง ไม่รู้ว่าทำไมผมถึงได้โอนอ่อนตามเขาง่ายนัก และเมื่อรู้สึกตัวว่าเขากำลังถอนริมฝีปากออก และไล่ลิ้นอุ่นลงไปที่ลำคอ ความหวงเสียงของตัวเองก็วิ่งเข้าในจิตสำนึก ฝ่ามือเรียวขยุมผมไวท์เบาๆ ให้เงยหน้าขึ้นมาและจูบลงไปอีกครั้ง

.

ผมจูบเอง

จูบเอาเสียงตัวเองคืน

.

“หึหึ” เสียงหัวเราะที่ดังลอยเข้ามาในโสตประสาทแบบมึนๆ นั้น อาจตีความได้ว่าเขาพอใจ (มั้ง) แต่ข่างเถอะ ผมจูบคืน เอาเสียงตัวเองกลับมาได้ก็พอแล้ว

“อาาา” คนที่หายใจหอบก็คือผมเอง ผมจะลุกออกจากเตียงเพื่อพาตัวเองกลับห้อง หมดเวลาสนุกแต่เพียงเท่านี้ เพราะถ้าปล่อยให้ทุกอย่างเกินเลยกว่านี้ ผมอาจจะต้องสูญเสียความเป็นชายให้กับเขาก็เป็นได้

.

หมับ!

แต่...

มือร้อนคว้าข้อมือผมไว้ และจับขึงพืดลงไปบนเตียงกว้างเหมือนเดิม

.

.................. ตัดฉาก NC .....................

.

สายตาผมมึนด้วยเรี่ยวแรงอันมหาศาลที่เขาเพิ่งส่งมอบมาให้ เราสองคนนอนแผ่อยู่ข้างๆ กันอย่างหมดแรง และผล็อยหลับไปในที่สุด

............................................

----- โปรดติดตามตอนต่อไป -----

ขอโทษที่ต้องตัด NC นะคะ

อาจทำให้หลายท่านไม่พอใจ ที่ตัดไปไว้ในเล่มไม่ใช่อะไรค่ะ ไรท์เตอร์ยังคิดไม่ออก -0-

ความคิดเห็น