I-RISRED ไอริสเรด
facebook-icon Twitter-icon

ถ้าชอบผลงานเรื่องนี้ อย่าลืม "คอมเม้น" และ "กดถูกใจ" ให้ริสด้วยนะคะหรือถ้าใครอยากติดตามอ่านผลงานเรื่องอื่นๆของริสสามารถจิ้มที่รูปโปรไฟล์ได้เลยค่ะ ริสมีผลงานหลายแนว หลายอารมณ์ให้ได้เสพ 😍😘

ชื่อตอน : [2] : ซื้อตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.2k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 20 ก.ค. 2562 20:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
[2] : ซื้อตัว
แบบอักษร

 

[2] 

'I-RISRED' 

 

ฟางซินอยู่ในชุดสีเขียวอ่อนดูกลมกลืนกับผิวขาวเนียนน่ามอง วันนี้เธอเอาแต่นั่งชะเง้อคอหาอี้หลาน หอนางโลมเปิดมาได้หลายชั่วยามแล้วแต่ก็ยังไม่พบเงาของคนที่เธอรออยู่โผล่เข้ามาเลย จนหมดหวังเพราะคืนนี้เขาคงจะไม่มา นี่เธอรออะไรอยู่ ฟางซินรีบสะบัดความคิดออกจากหัวก่อนจะชักสีหน้าเป็นยิ้มแย้มเพื่อบริการรินสุราให้แขกดื่ม 

”ฟางซิน แม่เล้าเรียกเจ้าน่ะ” รุ่นพี่นางโลมคนหนึ่งเดินเข้ามาบอกฟางซินด้วยน้ำเสียงราบเรียบก่อนจะชี้ให้เธอเดินขึ้นไปหาแม่เล้าที่ชั้นสอง 

เด็กสาวพยักหน้ารับก่อนจะเอ่ยขออนุญาตแขกที่เธอกำลังรินสุราให้แล้วเดินขึ้นไปยังชั้นสอง ตรงดิ่งไปยังห้องพักของแม่เล้า ในใจก็ครุ่นคิดด้วยความสงสัยที่ถูกเรียกตัวมาแบบนี้ ร้อยวันพันปีไม่เคยจะเรียกหา 

”ขออนุญาตเจ้าค่ะ” ฟางซินตะโกนบอกคนข้างในเพื่อขออนุญาตเข้าไป 

”เข้ามา” เสียงของหญิงวัยกลางคนพูดขึ้น 

เด็กสาวเดินเข้ามาในห้องของแม่เล้าที่ถูกตกแต่งด้วยสีแดงดูร้อนแรง ร่างบางค่อยๆ ก้าวเท้าเข้าไปยังโต๊ะที่แม่เล้านั่งอยู่ โดยมีชายคนหนึ่งนั่งอยู่ด้วยแต่นั่งหันหลังให้เธอ แผ่นหลังกว้างนั่นช่างคุ้นตาเสียจริง 

”นั่งลงสิ”แม่เล้าพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งทื่อ 

”อ๊ะ! ท่านอี้หลาน” ทันทีที่ฟางซินนั่งลงก็มองหน้าของชายร่างสูงได้ถนัดตา จนต้องร้องอุทานออกมาเมื่อพบว่าคนที่นั่งข้างๆ เธอคืออี้หลาน คนที่เธอชะเง้อคอมองหาอยู่นั่นเอง 

”ว่าไงแม่นางน้อย” อี้หลานส่งรอยยิ้มเอ็นดูให้กับฟางซินอีกครั้ง 

”รู้จักกันแล้วหรือ” แม่เล้าเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าทั้งสองคนดูเหมือนจะรู้จักกันมาก่อนแล้ว 

”ถ้าข้าไม่รู้จักนางข้าจะมาขอซื้อนางได้อย่างไร เจ้านี่ก็ถามแปลกๆ” อี้หลานหันไปพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดใส่แม่เล้า 

ฟางซินเบิกตากว้างทันทีที่ได้ยินคำพูดของอี้หลาน เขาบอกว่าเขาซื้อเธอหรือ แต่เดียวนะเธอยังไม่ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็นนางโลมนิจะซื้อเธอได้อย่างไร ต้องมีการเข้าใจผิดแน่ๆ เห็นเช่นนั้นฟางซินจึงพูดแย้งออกไป 

”แต่ข้ายังไม่ได้เป็นนางโลมนะเจ้าคะ ข้าเป็นเพียงแค่เด็กรินสุรา” 

”แต่แม่เล้าของเจ้าบอกว่าข้าสามารถซื้อเจ้าได้” อี้หลานหันไปพูดกับฟางซินด้วยสีหน้าเรียบเฉย ต่างกับฟางซินที่มีอาการตกใจอยู่ไม่น้อย 

”เอาน่า ไม่ต้องเลื่อนขงเลื่อนขั้นให้มากพิธีอะไรทั้งนั้นละ ท่านอี้หลานสนใจเจ้า เจ้าควรจะยินดี บุรุษผู้มีชื่อเสียงเช่นนี้ยอมจ่ายเงินแพงๆ เพื่อซื้อเจ้า ที่หน้าตาไม่ได้สะสวยอะไรมากมาย เจ้ายังจะมาคัดค้านอะไร มันเป็นบุญของเจ้าแค่ไหนแล้วฟางซิน” 

แม่เล้าพูดขึ้นอย่างรำคาญใจ ถึงฟางซินจะเป็นเพียงเด็กรินสุรา ตามกฎไม่สามารถหลับนอนกับแขกได้ เพราะต้องเลื่อนขั้นขึ้นเป็นนางโลมก่อนถึงจะทำได้ แต่มาถึงขั้นนี้จะแหกกฎสักคนจะเป็นไรไป ในเมื่อจำนวนเงินที่อี้หลานให้เธอมันไม่น้อยเลย เรียกได้ว่าสามารถซื้อตัวนางโลมระดับคณิกาชั้นสูงได้ถึงสองคนเชียว 

”ข้าพานางไปได้แล้วใช่ไหม” อี้หลานเอ่ยขึ้นก่อนจะลุกขึ้นยื่น 

”เชิญ” แม่เล้าตอบเพียงสั้นๆ เท่านั้นก่อนจะผายมือไปทางประตูที่มีนางโลมยืนรออยู่สองคน 

”อ๊ะ!” 

เด็กสาวร้องอุทานออกมาเมื่อถูกคว้าข้อมือให้ลุกยืนโดยมือหนาของอี้หลาน ก่อนจะถูกลากให้เดินตามไปสักทีหนึ่งโดยมีนางโลมสองคนก่อนหน้านี้เดินนำทางไป เธอไม่ได้ขัดขืนแต่อย่างใด แต่ยังคงงงกับสถานการณ์อยู่เท่านั้น ไม่นานเธอก็ถูกพาเข้ามายังห้อง ที่มีเตียงนอนและโต๊ะเล็กๆ เท่านั้น แน่นอนฟางซินรู้ดีว่าห้องนี้มีไว้ทำอะไร ถึงเธอจะยังไม่เป็นนางโลมแต่เธอก็ถูกใช้ให้มาทำความสะอาดห้องแบบนี้อยู่บ่อยครั้ง 

”ขอบใจมากพวกเจ้าออกไปได้แล้ว” อี้หลานหันไปสั่งนางโลมสองคนที่เดินนำมา ทั้งสองคนก้มหัวเล็กน้อยก่อนเดินออกไป 

”เออ ... ท่านอี้หลาน” ฟางซินที่ยืนอยู่ในห้องเมื่อเห็นว่าตอนนี้มีเพียงเธอและเขาเท่านั้น แต่ก็ยังลังเลที่จะพูดออกไป 

”เจ้ามีอะไรก็พูดมาเถอะ”  

อี้หลานเอ่ยขึ้นเมื่อเห็นว่าฟางซินไม่ยอมพูดออกมาสักที ก่อนจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงบนเตียงแล้วตบมันเบาๆ เพื่อเป็นสัญญาณให้เด็กสาวเดินไปนั่งข้างๆ 

ฟางซินลังเลอยู่เล็กน้อยแต่ก็ตัดสินใจเดินตามไปนั่งลงข้างๆ อี้หลาน นี่เป็นครั้งแรกที่เธอนั่งอยู่บนเตียงกับผู้ชายภายในห้องสองต่อสองแบบนี้ทำให้อดที่จะเขินอายไม่ได้ 

”ท่านบอกจะสอนหนังสือข้า แล้วทำไมถึงกลายเป็นซื้อข้าแทนละ” ฟางซินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย 

”ก็ถ้าข้าไม่ซื้อเจ้าข้าจะได้อยู่กับเจ้าสองต่อสองหรือ เจ้านี่มันซื่อบื้อจริงๆ นะ” อี้หลานพูดขึ้นพร้อมกับขยี้หัวของฟางซินจนยุ่งอย่างเอ็นดู จนเจ้าของหัวต้องเอียงหัวหลบฝ่ามือของอี้หลาน 

”ทำไมท่านชอบขยี้หัวข้าจังเลยเจ้าคะ” ฟางวินจัดผมตัวเองที่กำลังยุ่งเหยิงให้เข้าที ก่อนจะหันไปทำหน้ามุ้ยใส่อี้หลาน 

”ก็เจ้ามันน่ามันเขี้ยวนินา” อี้หลานกัดฟันพูดอย่างหมั่นเคี้ยว ใบหน้าใสซื่อของฟางซินมันยั่วให้เขาอยากจะแกล้งนัก 

”เจ้าอายุเท่าไหร่แล้วเนี้ย” อี้หลานพูดขึ้นก่อนจะลุกไปรินสุราใส่จอกเพื่อจิบดื่มระหว่างคุยกับเด็กสาว 

“1X เจ้าค่ะ” 

”แค่ก แค่ก!”  

อี้หลานได้ฟังคำตอบถึงกับสำลักน้ำสุรา จนแสบหน้าแสบคอใบหน้าแดงก่ำไปหมด มือหนาก็เช็ดปากตัวเองอย่างลนลาน เขารู้นะว่าฟางซินยังเด็กอยู่ แต่เขาเดาเอาไว้สัก 17-18 ไม่คิดว่าจะเด็กขนาดนี้ เด็กเกินไปหรือเปล่า คนที่รู้ว่าเขาซื้อตัวฟางซินมาจะหาว่าเขาเป็นเฒ่าหัวงูไหมเนี้ย หมดกันชื่อเสียงที่สะสมมา 

”ท่านเป็นอะไรหรือเปล่าเจ้าค่ะ” ฟางซินที่นั่งอยู่บนเตียงรีบพุ่งไปหาอี้หลานที่ใบหน้าแดงก่ำเพราะสำลักสุราทันทีก่อนจะหาผ้ามาเช็ดหน้าเช็ดตาให้ร่างสูง 

”ปะ . .. ปะ เปล่าหรอก แค่กๆ ข้าแค่รีบกินไปหน่อยเลยสำลัก” 

”ดูสิชุดท่านเลอะหมดเลย นั่งลงเจ้าค่ะ ข้าจะเช็ดให้” ฟางซินพูดขึ้นพร้อมกับดึงตัวอี้หลานให้มานั่งห้องขาลงกับเตียง ส่วนตัวเธอนั่งคุกเข่าที่พื้นมือเรียวก็เอาผ้าเช็ดไปทั่วเสื้อของอี้หลานที่เลอะไปด้วยน้ำสุรา 

อี้หลานได้แต่นั่งเฉยๆ ให้ฟางซินเช็ดแบบดีๆ สายตาคมก็จ้องมองใบหน้าอ่อนเยาว์ของเด็กสาวที่กำลังเอามือลูบไปทั่วตัวเขาอย่างไม่คิดอะไร แต่ทำไมไม่คิดบ้างว่าเขาจะคิดหรือเปล่าและยิ่งนั่งท่าแบบนี้มันชวนให้คิดลึกเสียจริง เด็กหนอเด็ก ท่าทางช่างชวนให้ประพฤติผิดบาปยิ่งนัก 

”เออ ข้าว่าพอเถอะ” อี้หลานพูดขึ้นก่อนจะดึงตัวเด็กสาวให้ขึ้นมานั่งข้างเขา 

”เอ๋! แต่ยังไม่เสร็จเลยนะเจ้าคะ ให้ข้าเช็ดให้เถอะ” ฟางซินเลิกคิ้วถามอย่างสงสัย 

”เออ ... อย่าเลย ... ถ้าเจ้าไม่อยากเสร็จข้า” อี้หลินพูดปฏิเสธออกไป แต่คำหลังกลับแผ่วเบา จนฟางซินต้องเอ่ยถามซ้ำเพราะไม่ได้ยิน 

”คำหลังว่าอะไรนะเจ้าค่ะ ข้าไม่ได้ยินเลย” 

”ปะ ... ปะ เปล่า ข้าว่ามาเรียนกันเถอะ” อี้หลานรีบเปลี่ยนเรื่องทันที ก่อนจะรีบลุกขึ้นไปหยิบเอาหนังสือที่พกติดตัวมาด้วยยื่นให้ฟางซิน 

”มันคืออะไรเจ้าคะ” ฟางซินเอ่ยถามขึ้นอย่างสงสัย 

”ข้าจะสอนเจ้าอ่านหนังสือเล่มนี้ไง” อี้หลานพูดขึ้นพร้อมกับทิ้งตัวนั่งลงข้างๆ ฟางซิน 

ฟางซินทิ้งตัวนอนหงายบนเตียงก่อนพลิกคว่ำแล้วเอามือเรียวเท้าคางไว้ ในมือก็เปิดหนังสือหน้าแรก ”เริ่มกันเลยดีกว่าเจ้าค่ะ” เธอหันไปส่งยิ้มหวานให้อี้หลานก่อนดึงมือชายหนุ่มให้นอนตามลงมาข้างๆ 

”เจ้านี่มันจริงๆ เลยนะ ดึงข้าเสียแรงกระดูกขาหลุดขึ้นมาจะทำยังไงละเนี้ย” อี้หลานทิ้งตัวนอนแผ่บนเตียงกว้าง ก่อนจะพลิกตัวหันข้างโดยมีมือข้างหนึ่งตั้งศอกเท้าหัวไว้ ตาก็จ้องมองที่ใบหน้าเยาว์วัยที่เอาแต่สนใจหนังสือ 

ชายหนุ่มลงมือสอนหนังสือฟางซินทีละคำอย่างละเอียดยิบโดยที่เด็กสาวก็สนอกสนใจอยู่ตลอดเวลาหาได้แสดงอาการเบื่อแม้แต่น้อย จนคนเป็นอาจารย์อย่างอี้หลานชอบอกชอบใจ เพราะอย่างน้อยเธอก็ยังดีกว่าพวกลูกขุนนางที่ตำราไม่ค่อยอยากจะอ่าน วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น ผลาญเงินพ่อแม่ไปวันๆ นึกถึงพวกนั้นแล้วมันน่าหงุดหงิด แต่พอมองคนตรงหน้ากลับทำให้ยิ้มออกมาได้ซะดื้อๆ ยิ่งมองใบหน้าใสซื่อของฟางซินแล้วอยากจะขอลองจับลองลูบสักครั้งสองครั้งหรืออาจจะสามครั้งสี่ครั้งจะผิดไหมนะ ผิวขาวเนียนที่โผล่พ้นเสื้อออกมายิ่งเชิญชวนให้อยากประพฤติผิดบาปเสียจริง สงสัยเขาจะเป็นพวกเฒ่าหัวงูจริงๆ แล้วละ เพราะอยากจะจับเด็กตรงหน้ากินเสียเหลือเกิน 

”ท่านจะกลับหรือยัง” ฟางซินพูดขึ้นเมื่อเห็นว่าตอนนี้ดึกมากแล้ว แล้วหอนางโลมก็กำลังจะปิด 

”ข้านอนค้างที่นี้ได้ไม่ใช่หรือ” อี้หลานพูดขึ้นก่อนจะเอนกายนอนแผ่ลงบนเตียงกว้าง 

”อ๋อ ... ดะ ดะ ได้เจ้าค่ะ” 

”แล้วเจ้าจะไปไหน” อี้หลานเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นว่าฟางซินทำท่าจะเดินออกไปจากห้อง จนร่างบางหยุดชะงัก 

”ก็ข้าจะออกไป ท่านจะได้พักผ่อนไงเจ้าคะ” 

”เจ้าต้องนอนกับข้าไม่ใช่หรือ” อี้หลานถามขึ้นด้วยใบหน้าฉงน 

”เออ ... เออ นั้นสินะ ข้าลืมไป ข้าขอโทษเจ้าค่ะ” 

ฟางซินเดินกลับมาทิ้งตัวนั่งลงที่เตียงเหมือนเดิมด้วยใบหน้าเขินอายเล็กน้อย ก็เธอเพิ่งเคยนอนกับแขกครั้งแรกก็เลยทำตัวไม่ถูก ทำผิดทำถูกจนเคอะเขินไปหมด ยิ่งต้องนอนกับบุรุษผู้มีชื่อเสียงเช่นนี้ ต้องเรียกว่าเธอมีบุญใช่ไหม 

. 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น