facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 13 ล่องทะเลเหนือ 100%

ชื่อตอน : บทที่ 13 ล่องทะเลเหนือ 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 28k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 26 พ.ค. 2559 06:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 13 ล่องทะเลเหนือ 100%
แบบอักษร

“คุณพัณณิตาครับ... คุณอยากจะไปส่องเรือสำราญรึเปล่าครับ” โลเวลล์ถามขึ้นขณะที่กำลังรอหล่อนปลอกเปลือกผลไม้ให้เขาทานอยู่

“ล่องเรือ? คุณก็พาฉันไปแล้วไม่ใช่เหรอคะ” พัณณิตาค่อยๆใช้มีดปอกเปลือกลูกแพรออกแล้ววางลงใส่จาน

“คราวนี้เราจะไม่ไปล่องแม่น้ำกันหรอกนะครับ แต่จะไปล่องทะเลเหนือกันต่างหาก”

“ทะเล! ไปทะเลเลยเหรอคะ? มันจะไม่ไกลไปหรือเปล่า” หล่อนอุทานอย่างตกใจ “อีกอย่างไปล่องเรือสำราญมีค่าใช้จ่ายเยอะนะคะ เงินที่ฉันเหลืออยู่ตอนนี้คงจะไม่พอค่าห้องแล้วล่ะคะ”

“อย่าห่วงไปเลยครับ... เรือที่เราจะไปล่องนี้เป็นของเพื่อนผมเอง บารอนไงล่ะครับ เพื่อนที่ผมเคยเล่าให้คุณฟัง”

“อ๋อ คุณบารอนน่ะเอง” หล่อนพยักหน้า เธอจำได้แล้ว

“คนนั้นแหละครับ... เขามีธุรกิจเกี่ยวกับอู่ต่อเรือ เรือทุกชนิดไม่ว่าเล็ก กลาง ใหญ่ขอให้สั่งบริษัทของเขาสร้างให้ได้หมด เรือนำเที่ยวของบริษัทผมก็สั่งมาจากบริษัทเขานี่แหละครับ เมื่อตอนเที่ยงๆเขาโทรมาชวนผมให้ไปล่องเรือด้วยกัน ถ้าคุณอยากไปผมจะได้โทรไปตอบตกลงเขา”

“ไอ้ไป... ฉันก็อยากไปอยู่แล้วล่ะค่ะ แต่มันจะไม่กระทบกับงานของคุณเหรอคะ” เธอกลัวว่าเขาจะต้องทิ้งงานมากมายเพื่อที่จะไปเที่ยวกับเธอ

“ไม่ต้องห่วงหรอกครับ ผมเองก็กำลังคิดว่าจะหาที่ไปพักผ่อนอยู่เหมือนกับพอดีไอ้บารอนมันโทรมาชวนได้จังหวะพอดี ช่วงสองสามวันนี้ผมจะรีบเคลียร์งานให้เสร็จแล้วเราจะไปกัน ตกลงไหมครับ”

“แต่ว่า... ที่คุณเคยบอกเขาเป็นเสือผู้หญิงไม่ใช่เหรอคะ”

“อย่าห่วงเลยครับ มีผมไปด้วยปลอดภัยแน่นอน” โลเวลล์ใช้ส้อมจิ้มลูกแพรที่ปอกเปลือกเสร็จแล้วส่งเข้าปากโดยไม่ลืมที่จะเอื้อมมือไปป้อนหญิงสาวอย่างมีน้ำใจ

“จะเชื่อได้รึเปล่าเนี่ย” พัณณิตาบ่นอุบ

“ถ้าอย่างนั้นผมจะโทรไปบอกไอ้บารอนแล้วเราไปหาซื้อชุดว่ายน้ำให้คุณกันนะครับ” โลเวลล์ล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องบางที่อยู่ในกระเป๋ากางเกง

“จะซื้อชุดว่ายน้ำทำไมล่ะคะ เราไม่ได้จะลงไปว่ายในทะเลซักหน่อย”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ใครจะบ้าลงไปว่ายน้ำในทะเลอย่างนั้นล่ะครับ ที่ผมพูดหน่ะหมายถึงเวลาใส่ชุดว่ายน้ำแล้วมันจะสะดวกมากกว่าเวลาเราลงไปเล่นน้ำหรือไม่ก็ทำกิจกรรมอื่นๆได้เลยโดยไม่ต้องมาเปลี่ยนเสื้อผ้าให้ยุ่งยาก ผมขอบอกไว้ก่อนเลยนะครับว่าสระว่ายน้ำบนเรือสำราญของเขาน่าลงไปว่ายมาก อย่างกับสวนน้ำขนาดย่อมๆเลยล่ะครับ”

“คงจะหรูหราน่าดูเลยนะคะ”

“ก็คงจะอย่างนั้นแหละครับ งั้นผมขอตัวไปโทรศัพท์แป๊บนึงนะครับ” โลเวลล์ลุกขึ้นแล้วเดินแยกไปหาที่ส่วนตัวเพื่อคุยโทรศัพท์ พัณณิตาเก็บชามใส่ผลไม้ที่ทานจนหมดแล้วไปล้างในครัวแล้วเตรียมตัวออกไปข้างนอก เขาคุยโทรศัพท์ไม่นานก็วางสาย โลเวลล์พาเธอลงไปที่ชั้นจอดรถใต้ดินแล้วขับรถซุปเปอร์คาร์คันเก่งออกไปทันที เขาใช้เวลาประมาณรถสิบนาทีเศษก็มาถึงห้างสรรพสินค้าใหญ่โตชื่อดัง ทันทีที่รถซุปเปอร์คาร์คันงามเลี้ยวเข้ามายังห้างสรรพสินค้า พนักงานประจำลานจอดรถก็รีบวิ่งกุรีกุจอออกมาต้อนรับทันที ห้างสรรพสินค้าที่โด่งดังจนที่จอดรถแทบจะเต็มเกือบทั้งหมด แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาของโลเวลล์แต่อย่างใด เมื่อเขาเลี้ยงรถเข้าไปจอดยังที่จอดรถสำหรับผู้บริหารซึ่งก็คือเจ้าของห้างแห่งนี้นั้นเอง

“ที่ตรงนี้สำหรับเจ้าของห้างไม่ใช่เหรอค่ะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะเปิดประตูลงมาจากรถ

“ครับ ที่ของเจ้าของห้าง” ชายหนุ่มปิดประตู กดรีโมทล็อครถ

“แล้วเรามาจอดตรงนี้จะไม่โดนว่าเหรอคะ”

“ไม่หรอกครับ” เขาถือหุ้นของห้างสรรพสินค้าแห่งนี้กว่าสามสิบเปอร์เซ็น เพียงเท่านี้ก็สามารถเรียกเขาว่าเจ้าของห้างได้เช่นกัน โลเวลล์เดินเข้าไปในห้างโดยจับมือพัณณิตาไว้เพื่อกันไม่ให้เธอหลงเพราะห้างแห่งนี้ช่างใหญ่โตเหลือเกิน เขาพาเธอขึ้นมาบนชั้นที่ห้าซึ่งเป็นชั้นที่มีช็อปของสินค้าเครื่องแต่งกายแบรนด์ดังอยู่มากมาย

“คุณโลเวลล์คะ... ฉันว่าของบนชั้นนี้มันแพงไปสำหรับฉันนะคะ ฉันว่าเราลงไปดูที่ชั้นล่างกันดีกว่าค่ะ” พัณณิตามองสินค้าแบรนด์แนมมากมายที่วางตั้งโชว์ไว้ที่หน้าร้าน แค่ราคานั้นไม่ต้องพูดถึงเพราะการที่จะซื้อของพวกนี้ซักชิ้นนั่นอาจหมายถึงเงินเดือนทั้งเดือนของเธอ

“อย่าห่วงเลยครับ แค่เข้าไปดูเฉยๆถ้าคุณไม่ถูกใจเราจะไม่ซื้อก็ได้ครับ” ชายหนุ่มลากเธอเข้าไปยังช็อปชุดว่ายน้ำสตรี ผู้คนบนชั้นที่ห้านั้นบางเบาเมื่อเทียบกับชั้นอื่นๆที่ผู้คนพลุกพล่าน อาจจะเป็นเพราะสินค้าที่วางจำหน่ายอยู่ในชั้นนี้มีราคาสูงชนิดที่ว่าคนธรรมดาอาจจะหน้ามืดได้เมื่อตัดสินใจจะซื้อ แต่ยังไม่ทันเข้าไปในร้าน โทรศัพท์ของโลเวลล์ก็ดังขึ้นซะก่อน เขาหยิบมันขึ้นมาเมื่อเห็นว่าเป็นเบอร์ของเลขาเขาเลยต้องจำใจรับ

“ผมขอไปคุยโทรศัพท์แป๊บนึงนะครับ คุณเข้าไปรอในร้านก่อนได้เลย”

“ค่ะ” เธอเดินเข้าไปในร้าน พนักงานในชุดสูทสีดำดูเป็นทางการเดินปรี่เข้ามาหาเธอ หน้าตาของพนักงานนั้นสะสวยประหนึ่งนางงามที่เดินอยู่บนแคทวอล์ค ปากอวบอิ่มที่เคลือบด้วยลิปติกสีแดงจัดและดวงตาคมที่กรีดอายไลเนอร์ประหนึ่งนางพญา

“คุณลูกค้าต้องการดูสินค้าแบบไหนเหรอคะ ให้ดิฉันแนะนำให้เป็นพิเศษไหมคะ”

“อ๋อ ไม่ล่ะคะ พอดีว่าฉันแค่มาดูๆรอคนเท่านั้นเอง ขอโทษด้วยนะคะ” เธอกะว่าพอเขาคุยธุระเสร็จก็จะบอกกับเขาว่าเธอไม่ชอบแบบของชุดว่ายน้ำร้านนี้ ให้เขาเปลี่ยนไปดูที่ร้านชั้นล่างแทน

“ที่แท้ก็พวกยาจกนี่เอง ยังเสนอหน้ามาบนชั้นนี้อีกนะ ไปไป๊ ไม่ซื้อก็อย่ามายืนบังหน้าร้าน สินค้าบนชั้นนี้ไม่เหมาะกับรากหญ้าอย่างเธอหรอกนะยะ” เมื่อรู้ว่าเธอไม่คิดที่จะซื้อ พนักงานคนนั้นผลักไหล่ของหญิงสาวอย่างหยาบคาย เพราะรองเท้าส้นสูงที่หล่อนใส่อยู่นั้นสูงปรี๊จนทำให้เธอดูเตี้ยเล็กคล้ายกับลูกเจี๊ยบตัวจ้อยไปโดยถนัดตา... แต่ลูกเจี๊ยบตัวนี้ก็ไม่ยอมให้ใครมาดูถูกกันง่ายๆหรอกนะ!

“อะไรกันเนี่ยคุณ อยู่ดีๆมาผลักไหล่ฉันทำไม หัดมีมารยาทซะบ้างสิคะ”

“มารยาท? มารยาทอะไร ให้ฉันรักษามารยาทกับคนจนๆอย่างเธอน่ะเหรอ อย่าพูดให้ขำไปหน่อยเลยน่า” พนักงานสาวกอดอกอย่างวางมาด

“นี่คุณ! อย่างน้อยฉันก็เป็นลูกค้าของคุณนะ พูดให้มันสุภาพหน่อยสิคะ”

“คนจนๆอย่างเธอฉันไม่ต้องพูดสุภาพด้วยหรอก รีบย้ายก้นของเธอไปให้พ้นร้านฉันได้แล้ว!

“พนักงานร้านนี้นี่มันอะไรกัน ไม่รู้จักหัดอบรมมารยาทซะบ้าง แย่จริงๆเลย” พัณณิตาโวยวาย นึกไม่ชอบใจว่าเธอแบ่งแยกการบริการจากฐานะของลูกค้า โลเวลล์ที่คุยธุระเสร็จเดินตามมาได้ยินเสียงทะเลาะกันแอะอะจึงรีบเข้าไปดู

“เกิดอะไรขึ้นครับ?

“อุ๊ย! คุณโลเวลล์... มาหาซื้อชุดว่ายน้ำให้คุณไอรีนเหรอคะ เชิญเลยค่ะ ตอนนี้ทางแบรนด์ของเราได้ออกแบบสินค้าคอลเลคชั่นใหม่ออกมารับช่วงซัมเมอร์ คุณโลเวลล์สนใจจะดูไหมค่ะ” จากหน้ายักษ์กลายเป็นนางฟ้าได้ในพริบตา พัณณิตายืนมองพนักงานที่เปลี่ยนสีหน้าและกริยามารยาทได้ไวราวกับพลิกหน้ามือเป็นหลังมืออย่างอึ้งนิดๆ

“คุณมาที่ร้านนี้บ่อยๆเหรอคะคุณโลเวลล์” หญิงสาวหันไปถามชายหนุ่มที่ยืนอยู่ด้านหลัง “ร้านที่มีพนักงานแย่ๆแบบนี้ไม่น่าเชื่อว่าจะมีลูกค้าประจำกับเขาด้วย เฮ้อ... ช่างน่าเหนื่อยใจซะจริงๆ”

“คุณว่าอะไรนะครับ?” โลเวลล์ทวนซ้ำเมื่อเขาได้ยินไม่ค่อยถนัด

“อ๊า! ที่แท้คุณผู้หญิงท่านนี้ก็มาด้วยกันกับคุณโลเวลล์นี่เอง เชิญเลยค่ะ ดิฉันจะแนะนำสินค้าที่เหมาะกับรูปร่างของคุณให้เอง” หล่อนจับมือของพัณณิตาเพื่อที่จะให้เธอเดินกลับเข้าไปในร้าน แต่พัณณิตาก็สะบัดจนแขนจนมือของเธอหลุดออกมาก

“สินค้าร้านคุณก็ดีนะ แต่ฉันไม่ชอบเลย สำหรับฉันแล้วมันน่ารังเกียจมาก” หล่อนเน้นเสียงตรงประโยคสุดท้าย “เราไปดูร้านอื่นกันเถอะค่ะ”

“คุณเป็นอะไรไปครับ” โลเวลล์ถามเมื่อเห็นเธอมีท่าทีแปลกไป

“เปล่าหรอกคะ แค่คิดคนจนๆอย่างฉันคงไม่มีปัญญาที่จะซื้อของแพงๆในร้านนี้ใช้ได้หรอกนะคะ” เธอประชดประชัน

“ใครว่าคุณจน ไม่หรอกครับ”

“ไม่! อะไรล่ะคะ พนักงานแถวนี้ยังว่าฉันว่ายาจกอยู่เลย ฉันว่าล่องเรืออะไรฉันคงไม่ไปแล้วล่ะคะ” เธอตัดปัญหาอย่างเอาแต่ใจแล้วสะบัดผมทำท่าจะเดินจากไปแต่ถูกโลเวลล์ดึงแขนเอาไว้ก่อน

“เมื่อกี้คุณพูดอะไรกับเธอ!” โลเวลล์พูดกับพนักงานด้วยน้ำเสียงดุดัน เพียงแค่เธอบอกว่าพนักงานแถวนี้เขาก็พอจะทราบแล้วว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น

“เออ... คือ... ต้องขอโทษด้วยนะคะ ดิฉันไม่รู้ว่าเธอมากับคุณก็เลย...” หล่อนไม่กล้าที่จะพูดต่อ

“ผมต้องการชุดว่ายน้ำคอลเลคชั่นใหม่ที่บริษัทของคุณออกแบบไว้ทั้งหมดพร้อมกับจดหมายขอโทษจากบริษัทใหญ่ เอามันไปส่งให้ผมที่ตึกดิมีเทอร์... ถ้าผมไม่ได้มันภายในครึ่งชั่วโมงล่ะก็ คุณและช็อปสาขานี้เตรียมบินออกไปได้เลย”

โลเวลล์พาพัณณิตาเดินออกไปทิ้งให้พนักงานสาวสวยเขาอ่อนทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้น อนาคตของเธอจบสิ้นแล้วเพราะเมื่อเรื่องไปถึงหูบริษัทใหญ่แล้วล่ะก็ เธอก็จะต้องถูกไล่ออกอย่างแน่นอน

 

“ทำอย่างนั้นมันไม่เกินไปหน่อยเหรอคะ” หญิงสาวเอ่ยถามขณะกำลังรอบันไดเลื่อนลงไปอีกชั้น

“หล่อนบังอาจว่าคุณซะขนาดนั้น ไม่เกินไปหรอกครับ พนักงานมารยาทแย่แบบนั้นต้องไล่ออกก่อนที่จะสร้างปัญหามากกว่านี้”

“แต่ว่าเธอก็ยังดูแลลูกค้าอย่างคุณดีไม่ใช่เหรอคะ เห็นไหมคะว่าตอนที่คุณมาเธอด็ดูแลเอาใจใส่คุณดีมากเลย”

“เขาดูแลเพราะเงินในกระเป๋าผมต่างหากล่ะครับ ลูกค้าก็คือลูกค้า ไม่มีแบ่งแยกฐานะหรอกนะครับ”

“เรื่องนั้นฉันรู้ค่ะ แต่ว่าการที่จะไล่เธออกฉันไม่ค่อยเห็นด้วยเท่าไร ไม่แน่นะคะเธออาจจะมีลูกน้อยที่ต้องคอยเลี้ยงดูอยู่ที่บ้านก็ได้ แค่ครั้งนี้ฉันก็ว่าเธอจะจำไว้เป็นบทเรียนแล้วล่ะคะ”

“คุณนี่ใจกว้างจังเลยนะครับ ทั้งๆที่เมื่อกี้ยังโมโหเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แท้ๆ โอเคครับ เดี๋ยวผมจะบอกทางนั้นเองว่าไม่ให้ไล่เธอออกแต่จะตัดโบนัสของเธอแทน ดีไหมล่ะครับ”

“แบบนั้นก็ได้คะ” ถูกตัดโบนัสก็ยังดีกว่าถูกไล่ออก ถือซะว่าเป็นบทเรียนราคาแพงที่หล่อนแลกมันมา

“ถ้างั้นหอมแก้มผมเป็นรางวัลด้วยนะครับ ผมอุตส่าห์ตามใจคุณที่จะไม่ไล้เธอออก” ชายหนุ่มยื่นแก้มสากเข้ามาใกล้

“ไม่ต้องเลยค่ะ คนเยอะแยะแบบนี้ยังจะหน้าไม่อายอีก เอาหน้าคุณถอยไปห่างๆนะ”

“จะอายทำไมกันล่ะครับ มีเรื่องอะไรให้อาย ผมว่าการที่เราหอมแก้มกันเป็นการแสดงถึงความสนิทสนมกลมเกลี้ยวกันซึ่งมันเป็นเรื่องดีไม่ใช่เหรอครับ”

“งั้นคุณก็เก็บไว้หอมกับแม่สาวที่คุณชอบมาซื้อชุดว่ายน้ำให้เธอบ่อยๆเถอะนะคะ แค่ตอนเช้ากับก่อนนอนฉันก็อายจะแย่อยู่แล้ว” หญิงสาวเดินลิ่วนำเขาปล่อยให้ชายหนุ่มอมยิ้มเดินตามข้างหลังต้อยๆ

-----------------------------------------------------------------------------------------

สวัสดีค่ะ ไรเตอร์จะมาแจ้งให้ทราบนะคะว่าหลังจากนี้ไรเตอร์จะหยุดอัพนิยายชั่วคราว เป็นเพราะช่วงนี้สมองไรต์ตันหนักมาก และนิยายที่แต่งไว้ล่วงหน้าอัพจนใกล้จะหมดแล้ว และบทที่ทำให้ชะงักเป็นบทสำคัญที่จะแต่งแบบขอไปทีไม่ได้ ต้องนั่งทวน อ่าน แก้หลายรอบจนถึงตอนนี้ก็ยังไม่ลงตัวซักที เชื่อว่าไปเกินหนึ่งสัปดาห์ไรเตอร์จะกลับมาอัพตามปกติแน่นอนค่ะ อดใจรอกันซักนิดนึงนะคะ 

ขอโทษนักอ่านทุกท่านนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็น