สาววายผู้ลึกลับ

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Chapter 4 ยอมเหนื่อย ยอมทน อดทนเพื่อ 'ค่าตอบแทน' [100%]

ชื่อตอน : Chapter 4 ยอมเหนื่อย ยอมทน อดทนเพื่อ 'ค่าตอบแทน' [100%]

คำค้น : ธาม , แทน , วิศวะขาโหด VS เกษตรฯ ตัวร้าย ♥

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 117.2k

ความคิดเห็น : 175

ปรับปรุงล่าสุด : 24 พ.ค. 2559 15:16 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Chapter 4 ยอมเหนื่อย ยอมทน อดทนเพื่อ 'ค่าตอบแทน' [100%]
แบบอักษร

Chapter 4

ยอมเหนื่อย ยอมทน อดทนเพื่อ ค่าตอบแทน

 

 

 

            Time : เพราะตอนนี้กูอยู่หน้าห้องมึงแล้ว J

           

            “หะ...เหี้ย !”

            ผมอ่านสิ่งที่อยู่ในจอโทรศัพท์พลางสบถออกมาเสียงดัง ก่อนจะมองไปที่ประตูห้องตัวเอง โชคดีที่ล็อคไว้เรียบร้อย ในใจก็คิดอยู่ว่าจะเอายังไงดี เพราะอย่างน้อยถ้ามีไอ้ธามมาช่วย ผมอาจจะรอดจากการติดเอฟก็ได้...

            เอาไงดีวะ...

            ผมเอาผ้าขนหนูคลุมหัว ก่อนจะก้มหน้าลงในขณะที่นั่งจ่อพัดลมอยู่ราวกับใช้ความคิด อยากให้มันช่วยจริงๆ เพราะแม่งเป็นความหวังสุดท้ายแล้ว แต่อีกแง่นึงก็กลัว ค่าตอบแทนของมันเหลือเกิน

            ติ๊ง ~

            เสียงไลน์ที่ดังขึ้นจากโทรศัพท์ที่วางอยู่ข้างตัว ทำเอาผมสะดุ้งหลุดออกจากภวังค์ ก่อนจะหยิบมันขึ้นมาดู

 

            Time : เอาไง

            Time : คิดเร็วๆ กูขี้เกียจยืนรอ

            Time : อ่านแล้วตอบดิวะ !

 

            ผมกัดปากตัวแน่นก่อนจะกลั้นใจพิมพ์ลงไป

 

            Tan : ไม่เป็นไร

            Time : โอเค

            Time : งั้นกูกลับละ...

           

            ในที่สุดผมก็ปล่อยให้โอกาสสุดท้ายหลุดลอยไป ก่อนที่ตัวเองจะทิ้งตัวลงนอนด้วยด้วยความเซ็ง ตามมาด้วยเสียงข้อความไลน์ที่ดังขึ้นอีกครั้ง แบบรัวๆ

            ติ๊ง ~ ติ๊ง ~ ติ๊ง ~

 

            Time : เฮ้อ คนอุตส่าห์ตั้งใจมาช่วย

            Time : งั้นกลับจริงละนะ

            Time : บายยยยย ~

 

            อยากกลับก็กลับไปดิวะ กูไม่ง้อหรอก !”

            ...

            ...

            ...

            ...!”

            ผมลุกพรวดขึ้นก่อนจะวิ่งไปที่ประตู แล้วรีบเปิดออกโดยหวังว่ามันจะทันที่จะเรียกไอ้คนที่เพิ่งบอกว่าจะกลับไป แต่ดูไม่จะไม่ต้องพยายามขนาดนั้น เพราะไอ้คนที่ผมต้องการตัวตอนนี้มันยังไม่ได้ขยับไปไหน ยังคงยืนยิ้มแป้นอยู่หน้าประตูเหมือนเดิม

            ไง J

            “อะไร กูจะออกไปข้างนอกต่างหาก...ผมพูดกับมัน เมื่อเห็นใบหน้าที่กวนประสาทนั่น ก่อนจะบ่นอุบอิบเบาๆ ใครจะไปอยากให้ช่วยกัน

            “หืม...ออกไปข้างนอก ?

            “...

            “งั้นกูกลับ...

            “อย่าเล่นตัว ตั้งใจมาช่วยไม่ใช่งั้ย !” ผมพูดเสียงดังอย่างลืมตัว พลางมองหน้ามันด้วยความอารมณ์เสีย ก่อนที่มันจะหัวเราะออกมาเบาๆ ทำให้ผมนึกขึ้นได้ แสดงว่าตอนนี้ตัวเองดันเผลอตอบตกลงให้มันช่วยแล้ว

            ละ...แล้วค่าตอบแทน...

            หึ งั้นก็หลบ...

            “เดี๋ยว !” ผมดันหน้าอกมันไว้ ก่อนที่มันจะก้าวเข้ามา ทำให้มันทำหน้างงๆ ช่วยฟรีใช่มั้ย

            ผมถามขึ้นพลางหรี่ตามองหน้ามัน และความเงียบบวกกับร้อยยิ้มของคนตรงหน้าก็ทำให้ผมรู้ทันทีว่ามันไม่มีทางช่วยฟรีๆ อยู่แล้ว

            “J

            “ห้าม 18+”

            “อะไร

            “ค่าตอบแทนไง ห้าม 18+ จะเอาเป็นเงินหรืออะไรก็ได้

            “กูไม่เอาเงินอยู่แล้ว

            “เออ นั่นแหละ ห้าม 18+ !” ผมชี้หน้าไอ้ธาม ก่อนที่มันจะปัดมือผมออกแล้วขมวดคิ้วมองกลับมา

            มึงนี่เรื่องมากจัง กูเป็นคนมาช่วยมึงนะ !”

            “ถ้าไม่ตกลง ก็กลับไป กูยอมติดเอฟดีกว่าผมพูดก่อนจะทำท่าปิดประตู แต่ถูกมันดันไว้ ถอย !”

            “เออๆ กูจะพยายามไม่ ‘18+’ โอเคมั้ยมันพูดแบบเน้นคำว่า ‘18+’ พลางทำหน้าอารมณ์เสีย แล้วบ่นออกมา เรื่องมากฉิบหาย !”

            “เหอะ !”

            ผมเค้นเสียงก่อนจะเลิกยืนขวางประตูเพื่อให้มันเข้ามาในห้อง ซึ่งเจ้าตัวเองก็เดินตามเข้ามาด้วยท่าทีสบายๆ พลางมองไปรอบๆ แล้วทำหน้าแหยง เมื่อเห็นสภาพห้องที่ค่อนข้างจะรกของผม ซกมกว่ะ !”

            “สรุป มึงตั้งใจจะมาช่วย หรือมายืนวิจารณ์ ?!”

            ก็ไม่ใช่ทั้งสองอย่าง...

            “...

            “จริงๆ กูตั้งใจมาเอามึงมากกว่า J

            “มึงออกไปจากห้องกูเลย !” ผมพูดเสียงดังพลางชี้ไปที่ประตูเมื่อได้ยินคำพูดนั้น ก่อนที่ไอ้คนหน้าด้านมันจะเบะปากเล็กน้อย พลางปิดประตูโดยไม่ฟังคำพูดผมด้วยซ้ำ แล้วเดินเข้ามาใกล้ ทำให้ผมต้องถอยหลังอัตโนมัติ ไอ้เหี้ยธาม ถ้ามึงไม่ได้ตั้งใจมาช่วยจริงๆ ก็กลับไป !”

            “เป็นอะไร กลัวกูงั้นเหรอ ?มันว่าพลางยกมือขึ้นใช้นิ้วเรียวม้วนผมยาวที่เปียกหมาดของผม พลางมองด้วยสายตาที่คาดเดายาก ซึ่งผมเองก็ได้แต่มองหน้ามันกลับอย่างไม่ไว้ใจ ก่อนที่จะงงกับการกระทำของมันเล็กน้อย เมื่อเห็นว่าคนตรงหน้าก้มลงเก็บผ้าขนหนูที่ตกอยู่บนพื้นแล้วเอามาโยนใส่หัวผม เช็ดหัวดิ เดี๋ยวก็เป็นหวัด

            ว่าจบมันก็ยีหัวผมแรงๆ หนึ่งครั้ง แล้วก็ถอยตัวออกไปเอง พลางทำเหมือนมองหาอะไรบางอย่าง ก่อนที่เจ้าตัวจะเดินไปนั่งลงตรงหน้าโน๊ตบุ๊ค แล้วเปิดหน้าจอขึ้น ซึ่งผมที่ยืนมองการการทำนั้นก็ด่ามันออกมาเบาๆ ไอ้บ้า...

            ผมเดินกลับไปหน้าพัดลม พลางนั่งลงเป่าผมเงียบๆ ปล่อยให้ไอ้ธามมันนั่งทำงาน (ของตัวเอง) ไป ก่อนจะได้ยินเสียงมันพูดออกมาด้วยความอารมณ์เสีย

            เน็ตล่ม !”

            เออว่ะ ลืมเลย

            เออ เน็ตหอมันดีช่วงดึกๆ

            มันทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะถามขึ้นมา ไปทำที่บ้านกูมั้ย ?

            “...ผมไม่ตอบ พลางมองมันด้วยสายตานิ่งๆ ซึ่งมันเองก็คงจะรู้คำตอบ

            งั้นมึงทำอะไรไปแล้วบ้าง

            “ไม่ได้ทำอะไรเลย ไอ้ธามมันหันมามองผมทันทีที่พูดจบ พลางส่งสายตาไม่พอใจมาให้ ผมจึงรีบแก้ตัวทันที ก็เน็ตมันล่มแล้วจะให้ทำอะไรเล่า !”

            “แล้วทำไมมึงไม่พิมพ์เค้าโครงตามเล่มที่ไอ้หน้าจืดนั่นให้มาก่อนห๊ะ เล่มตั้งหนาเนี่ย !”

            “ก็กู...!”

            “มึงไม่ต้องมาแก้ตัวเลย !”

            “แล้วมึงมาเรียกเพื่อนกูว่าไอ้หน้าจืดได้ไงห๊ะ !?

            “ไม่ต้องมาเปลี่ยนเรื่อง !”

            “ชิส์ !”

            ผมจิ๊ปากออกมาเมื่อรู้ว่าตัวเองเถียงมันไม่ได้ เลยได้แต่ยีหัวตัวเองแรงๆ ด้วยความอารมณ์เสีย พลางหันไปมองไอ้ธามที่ตอนนี้มันยอมเงียบปากก่อนจะเปิดไอ้วิจัยฉบับย่อเล่มหนานั่นแล้วลงมือพิมพ์อย่างตั้งใจ สายตาก็จดจ้องอยู่ที่จอ คิ้วก็ขมวดขึ้นเล็กน้อย ผมเองก็นั่งจ้องมันอยู่แบบนั้น ก่อนจะสะดุ้งเมื่อสายตาคมกริบของเจ้าตัวละจากจอโน๊ตบุ๊คแล้วมองผมกลับมา

            มองอะไร หลงเสน่ห์กูงั้ย

            ผมเบะปากก่อนจะหันมาสนใจกับการเป่าหัวตัวเองต่อ หุบปากแล้วนั่งทำไปเงียบๆ เหมือนเดิมเถอะ

            “เหอะ มึงนั่นแหละรีบเป่าผมให้แห้งละมาช่วยกัน กูมาช่วย ไม่ได้มาทำให้ !”

            “เออๆๆผมพูดก่อนจะรีบเป่าให้มันแห้ง จริงๆ ก็ไม่ได้เปียกมากมาย แต่พอมีคนมาทำให้มันเลยรู้สึกขี้เกียจขึ้นมานิดหน่อย ก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปหามันที่นั่งอยู่หน้าเตียง ห้องผมเป็นห้องขนาดเล็ก ที่กินที่นั่ง และเตียงนอนอยู่รวมกันเลย แถมยังรกสุดๆ เพราะผมไม่ค่อยใส่ใจอะไรอยู่แล้ว แค่ใช้นอนอย่างเดียว ก่อนที่ท้องของตัวเองจะรู้สึกหิวขึ้นมา เมื่อนึกขึ้นได้ว่ายังไม่ได้กินอะไรตั้งแต่เช้า หิวว่ะ

            “...ไอ้คนที่นั่งอยู่มันไม่ได้ตอบ ได้แต่เงยหน้าขึ้นมองผมด้วยด้วยสายตาหงุดหงิด ผมจึงจำใจนั่งลงยองๆ ข้างๆ มัน ก่อนที่เจ้าตัวจะหันกลับไปพิมพ์ต่อแล้วพูดขึ้นมาเสียงเบา หิวก็ไปกิน

            “ไม่เป็นไร กูทำก่อนก็ได้แล้วค่อยกิน จะให้กูทำอะไรล่ะ

            มันหันกลับมามองผมอีกครั้งก่อนจะพูดเสียงดัง หิวก็ไปกินก่อน กูขี้เกียจมานั่งฟังมึงบ่น !”

            “มึงรู้ได้ไงว่ากูจะบ่นห๊ะ !?”

            “มึงจะไปไม่ไป ไม่ไปกูจะลบงานมึงทิ้งเดี๋ยวนี้แหละไม่ว่าเปล่า มันคลุมดำส่วนที่มันพิมพ์ไปไม่น้อยก่อนจะทำท่าลบ ผมจึงรีบพูดขึ้นเสียงดัง

            “เออๆ ไปก็ได้วะ แม่งเป็นบ้าอะไรไม่รู้ !”

            ผมลุกออกจากตรงนั้นด้วยความอารมณ์เสียก่อนจะไปหยิบกาน้ำร้อนออกมาเสียบกับปลั๊กไฟที่ตั้งอยู่กลางห้อง ซึ่งไอ้ธามมันก็เงยหน้าขึ้นมองก่อนจะถาม ทำอะไร

            “ต้มมาม่า

            “หึ...มันยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะตั้งหน้าตั้งตาพิมพ์ต่อ ผมที่กำลังรอน้ำเดือดจึงถามขึ้น ซึ่งทำเอามันถึงกับเงยหน้าขึ้นมามองด้วยความแปลกใจ

            กินด้วยมั้ย กูจะได้ทำให้

            “ถ้ามึงใจดีที่จะเลี้ยง มาม่ากับคนที่อุตส่าห์มานั่งหลังขดหลังแข็งช่วยมึงทำงาน ก็กรุณาทำมาให้ด้วยก็ได้ J

            ผมมองค้อนๆ กับคำพูดประชดประชันที่แฝงไปด้วยความกวนประสาทของมัน ก่อนจะบ่นอุบ เหอะ ทำเป็นพูดดี ไม่ได้ช่วยฟรีซักหน่อย

            “J

            ผมลุกขึ้นเดินไปหยิบมาม่ากระป๋องที่ตัวเองซื้อตุลไว้ออกมา เพราะส่วนตัวเป็นพวกขี้เกียจทำอะไรที่มันยุ่งยาก การมีอาหารกระป๋องแบบนี้เลยค่อนข้างสะดวกสำหรับคนขี้เกียจอย่างผม ก่อนที่ตัวเองจะจัดการเปิดฝา ใส่พริกให้เรียบร้อย แล้วเดินกลับมารอน้ำเดือดเหมือนเดิม โดยที่มีไอ้ธามนั่งมองการกระทำนี้เงียบๆ เมื่อมันเห็นว่าผมมองกลับไป มันก็ก้มหน้าพิมพ์งานต่อ โดยที่มุมปายังคงมีรอยยิ้มเล็กๆ ซ่อนอยู่

            คนบ้าอะไร นั่งยิ้มคนเดียวผมพูดขึ้นลอยๆ ก่อนจะเห็นว่าน้ำร้อนที่ต้มไว้เดือดแล้ว จึงจัดการกดน้ำใส่ถ้วยมาม่าทันที ตามด้วยเสียงของไอ้คนที่นั่งพิมพ์งานอยู่จะพูดขึ้นมาลอยๆ เช่นกัน

            ก็รอคนมานั่งยิ้มด้วยกันอยู่ จะได้ไม่ต้องยิ้มคนเดียว

            ผมปาซ่อมพลาสติกใส่มันด้วยความมั่นไส้ ซึ่งมันก็รับไว้อย่างเหมาะเจาะ ก่อนจะหัวเราะออกมา ผมจึงเก็บกาน้ำร้อนให้เรียบร้อย ก่อนจะเดินถือถ้วยมาม่านี่ไปให้มัน เอ้า !”

            “ขอบคุณที่กรุณานะครับ J

            “L !”

            ผมวางมาม่าไว้ข้างๆ ไอ้คนที่นั่งอยู่ด้วยความหมั่นไส้ ก่อนที่ตัวเองจะนั่งตาม พลางมองมันที่กำลังพิมพ์งานลงไปอย่างตั้งใจ ตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองไร้ประโยชน์สุดๆ ทั้งๆ ที่มันเป็นงานของผมแท้ๆ ที่สำคัญ ถ้าไอ้ธามไม่มา วันนี้ผมก็คงไม่ได้เริ่มหรอก แต่ถึงเริ่มก็ไม่มีทางทำเสร็จแน่นอน แถมตอนนี้ตัวเองยังทำได้แค่นั่งกินมาม่าเงียบๆ แล้วมองอย่างเดียว ซึ่งไอ้ธามเองก็นั่งทำไป และยกมันขึ้นมากินบ้างเป็นครั้งคราว ซึ่งผมที่ได้แต่นั่งดูมันทำงานให้ตัวเองอยู่นานก็รู้สึกแปลกๆ เล็กน้อย จึงถามขึ้น

            “ให้กู...

            ยังไม่ทันที่ตัวเองจะพูดจบ ไอ้คนที่สายตาจดจ้องที่หน้าจอก็พูดแทรกขึ้นมาทันที มึงนั่งหุบปาก  แล้วดูไปเงียบๆ อ่ะดีแล้ว

            และไม่ว่ายังไงมันก็ทำให้ผมหงุดหงิดได้เสมอ

            ชิส์ !”

           

 

 

 

02.55 น.

            ตอนนี้อินเตอร์เน็ตที่หอก็กลับมาเป็นปกติแล้ว และนี่ก็หลายชั่วโมงแล้วด้วยที่ไอ้ธามทำงานให้ผม โดยที่สภาพของเจ้าตัวตอนนี้คือถอดเสื้อผ้าจนหมด เหลือเพียงบล็อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น กำลังนอนพิมพ์งานอย่างเอาเป็นเอาตาย ส่วนผมก็ถอยออกมานั่งมองมันห่างๆ เพราะมันเองที่เป็นคนบอกให้ผมนั่งอยู่เฉยๆ ก่อนที่ผมจะแปลกใจเล็กน้อยที่ได้ยินเสียงของคนที่เงียบมานานเรียก แล้วมองมาที่ผมด้วยท่าทีล้าๆ ไอ้มืด...

            “ห๊ะ ?

            “มานี่ดิ...ผมไม่ได้ถามอะไร ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปหามันที่นอนอยู่ แล้วนั่งลงข้างๆ เพราะคิดว่าร่างกายมันอาจจะไม่ไหวแล้วหรือเปล่า นวด...

            “...

            “นวดให้หน่อย

            “อ่า...ผมมองคนที่มือนึงกำลังคลึงที่ต้นคอส่วนอีกมือก็อ้อมมาทุบหลังตัวเองเบาๆ ผมที่นั่งอยู่ใกล้ๆ จึงปัดมือมันออก แล้วถามขึ้น นวดตรงไหน

            “ไหล่ก่อนเลยมันพูดเสียงเบา ก่อนจะกลับไปสนใจกับการพิมพ์ต่อ ผมจึงขยับตัวเข้าไปใกล้คนที่นอนอยู่ยิ่งกว่าเดิม แล้วยกมือขึ้นบีบไหล่มันเบาๆ มือสาก

            “ก็กูอยู่กับดินกับทราย จะให้มือนุ่มนิ่มแบบลูกคุณหนูอย่างมึงได้ไงห๊ะ ?ผมว่าก่อนจะตั้งใจบีบไหล่มันโดยไม่สนใจกับคำพูดนั่น

            “กูไม่ใช่ลูกคุณหนู

            “สรุปจะให้นวดมั้ย นวดด้วยมือสากๆ ของกูเนี่ย !?

            หึ...มันไม่ตอบ ได้แต่เค้นเสียงออกมาแค่นั้น ก่อนที่ทั้งผมและมันจะตั้งใจทำในสิ่งที่ตัวเองต้องทำอย่างเงียบๆ

            .

            .

            .

            .

            .

            โอ๊ย เมื่อย !” ผมพูดเสียงดังก่อนจะชักมือตัวเองมาคลึงเบาๆ หลังจากที่นวดให้มันมาได้ซักพัก

            มึงเพิ่งนวดไปแปปเดียวเองนะ

            “มึงปวดขนาดนั้นเลยงั้ย !”

            “เออ ปวดมากมันพูดพลางเอี้ยวคอไปมา อย่างว่ามันคงจะเมื่อยจริงๆ นั่นแหละ และมากกว่าผมหลายเท่าด้วย ปวดจนอยากจะหาอะไรหนักๆ มาทับไว้

            ผมขมวดคิ้วมองมันกับคำพูดที่ไม่ใส่ใจนั่น ก่อนที่ตัวเองจะลุกขึ้นไปนั่งบนตัวของคนที่นอนอยู่ ซึ่งไอ้ธามเองมันก็ตกใจเล็กน้อยกับการกระทำของผมแต่ก็ไม่ได้พูดหรือท้วงอะไรออกมา ผมจึงล้มตัวลงนอนหงายบนร่างหนานั่น โดยให้ส่วนหัวกดไปที่ไหล่ของคนที่นอนอยู่ด้านล่างพอดี หนักพอมั้ย !”

            “มากมันตอบทันทีที่ผมถามขึ้น จนตัวเองกระทุ้งหัวลงไปบนไหล่มันแรงๆ ด้วยความหมั่นไส้ ซึ่งคนที่โดนกระทำก็ร้องโอดโอยออกมา แล้วพูดขึ้นมาอีกครั้ง แต่ก็เป็นวิธีที่ดี J

            “เหอะ !” ผมเค้นเสียงออกมา ก่อนที่ทั้งผมและมันจะต่างคนต่างเงียบกันทั้งคู่ โดยที่ตัวผมกระเพื่อมเล็กน้อยในเวลาที่มันขยับ ซึ่งผมที่ได้แต่นอนเพดานห้องเงียบๆ ก็รู้สึกตาจะหลับขึ้นมาทันที เมื่อตัวเองได้ล้มตัวนอนแบบนี้

            ง่วงชะมัด...

            ...

 

 

 

 

            งืม...ผมค่อยๆ ลืมตาขึ้นมา เมื่อรู้สึกว่าตัวเองหลับไปนานพอสมควร ก่อนจะรู้ได้ถึงแรงกระเพื่อมน้อยๆ ที่ยังคงมีอยู่ ก่อนที่ตาจะเหลือบไปเห็นนาฬิกาที่ผนังห้อง เหี้ย หกโมงเช้า !”

            “หึ !” เสียงนั้นทำเอาผมสะดุ้งโหยงตกใจยิ่งกว่าตอนเห็นเวลา พลางนึกขึ้นได้ว่าเพิ่งเผลอหลับบนตัวของไอ้ธามไป ก่อนที่ตัวเองจะรีบสไลด์ลงจากแผ่นหลังเปลือยเปล่านั่นลงมานั่งบนพื้นด้วยสีหน้าที่บอกไม่ถูก โดยมีสายตาคมกริบของไอ้คนที่ยังคงนอนอยู่มองมาด้วยความไม่พอใจ มึงกล้ามากนะที่หลับ...

            “คะ...คือกู...

            “แถมยังมาหลับบนตัวกูอีกต่างหาก !”

            “ขอโทษ !” ผมพูดเสียงดัง เพราะครั้งนี้ตัวเองผิดจริงๆ แล้วก็หมดคำแก้ตัวด้วย โอ๊ย...นี่ผมปล่อยให้มันนั่งทำงานทั้งคืนคนเดียว แถมยังเป็นงานของตัวเองด้วย ที่สำคัญยังมีหน้าไปนอนหลับบนตัวมันอีก...

            กูนี่แม่ง !

            “เหอะ !”

            ไอ้ธามมันไม่ได้พูดอะไร ก่อนจะขยับตัวเล็กน้อย คงจะชานั่นแหละเพราะโดนผมทับมาตั้งหลายชั่วโมง ซึ่งสภาพตอนนี้ของมันเองก็แย่สุดๆ มึงยังไม่ได้นอนเลยนิ

            “...

            “มึงนอนก่อนไป เดี๋ยวกูทำต่อเอง !” ผมว่าก่อนจะดันร่างมันออก แล้วแทรกตัวเข้าไปนั่งหน้าโน๊ตบุ๊ค โดยมีไอ้คนที่นอนอยู่เงยหน้าขึ้นมามองด้วยสายตาที่ไม่เป็นมิตร ก่อนที่มันจะ...

            งับ ~

            อะ...ไอ้ธาม !” ผมเรียกชื่อไอ้คนที่งับลงมาบนต้นขาผมแรงๆ รู้สึกได้ถึงน้ำอุ่นๆ ที่ไหลเยิ้ม และลิ้นร้อนที่ดุลอยู่ ก่อนที่ผมจะพยายามดันหัวมันออก แต่เจ้าตัวขัดขืนไว้แน่น แถมยังทั้งดูดทั้งกัดขาช่วงสีอ่อนผมแรงๆ อยู่หลายที เหี้ยธาม มึงทำอะไรเนี่ย !”

            ผมมองสภาพขาอ่อนตัวเองหลังจากที่มันยอมผละหัวออกไปด้วยความขยะแขยง โดยที่ตอนนี้เยิ้มไปด้วยน้ำลาย และมีรอยแดงๆ จากการดูดและกัดด้วย ซึ่งไอ้คนที่เป็นคนทำก็ไม่ต่างกัน มันยันตัวเองให้ลุกขึ้นยืน แล้วก้มลงมองหน้าผมด้วยสายตานิ่งๆ ขอบปากก็เปรอะเปื้อนไปด้วยคาบน้ำลาย ก่อนที่มันจะพูดขึ้นแบบไม่สนใจสายตาไม่พอใจของผมซักนิด กูไปล้างหน้าละ

            “แม่งเอ๊ย !” ผมรีบหากระดาษเช็ดชู่มาเช็ดคาบน้ำลายนี่ทันที ก่อนจะแกล้งลืมๆ มันไปซะ แล้วมึงไม่นอนงั้ย !”

            “ถ้ากูนอนแล้วคิดว่าคนหัวทึ่มอย่างมึงจะทำงานเสร็จมั้ยล่ะ ?

            “...ผมไม่ได้ตอบ ได้แต่กัดปากแน่นด้วยความไม่พอใจ

            หึ ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวกูจะเรียกคืนให้คุ้มใน ค่าตอบแทนทีเดียวเลยแล้วกันมันว่าก่อนจะเดินตรงไปที่ห้องน้ำ จนผมต้องท้วงขึ้นอีกครั้ง

            กูขอเตือนมึงอีกครั้ง ว่าห้าม 18+ !”

            มันหยุดเดินทันที พลางหันมามองผมด้วยใบหน้ายิ้มๆ ซึ่งเป็นในแบบที่ผมไม่ชอบที่สุด แค่ 18+ กูไม่สนใจหรอก

            “อะ...

            “สำหรับมึงกูจัดให้ 25+ เลยแล้วกัน J

 

 

http://image.dek-d.com/25/2997026/

- แทน -

คนบ้าอะไร นั่งยิ้มคนเดียว

 

 

 

Thank You !

 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}