อบเชยหอม

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่4 ฝันดีนะ+เล่าโดยเอิร์ธ

ชื่อตอน : ตอนที่4 ฝันดีนะ+เล่าโดยเอิร์ธ

คำค้น : วาย รัก มหาลัย yaoi

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.4k

ความคิดเห็น : 25

ปรับปรุงล่าสุด : 02 มิ.ย. 2562 10:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่4 ฝันดีนะ+เล่าโดยเอิร์ธ
แบบอักษร

 

​ผมก้าวขึ้นรถเบนซ์สีดำ เมื่อเห็นว่าผมขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ไอ้เอิร์ธจึงสตาร์ทรถ เครื่องยนต์ส่งเสียงคำราม แอร์คอนดิชั่นปล่อยลมฉ่ำเย็นพัดหน้าคลายอากาศร้อน ผมลอบมองร่างสูงซึ่งตีหน้าไม่สบอารมณ์ จะอะไรหนักหนาวะ กูต่างหากที่ต้องเป็นคนไม่สบอารมณ์ ทำไมกูต้องมาตามติดชีวิตไอ้บ้านี่ด้วยวะ ถ้าเป็นสาวสวยน่ารักว่าไปอย่าง ผมจะยอมศิโรราบ ตามติด24ชั่วโมงเลย ฮิ้ววว แต่ฝันสลายดันกลายไอ้เอิร์ธ เปรตวัดสุทัศน์เนี่ยสิ มันต้องเป็นเปรตกลับชาติมาเกิดแน่เลย ตัวก็สูงหยั่งกับเปรต นิสัยก็เปรต หลังจากนี้ถ้าผมรอดไปได้ จะไปทำบุญ7วัด อุทิศส่วนกุศล ไม่ให้ต้องได้เจอมันกันอีกเลยทั้งชาตินี้ ชาติหน้า และชาติต่อๆไปด้วย สาธุ 

"มึงไหว้อากาศทำไมวะ ประสาทเปล่า? ท่าจะบ้า" ร่างสูงขมวดคิ้ว มองผมเหมือนเห็นขยะ 

"เปล่า ไหว้พระตรงวัดโน้น" ว่าแล้วก็ชี้ไปตรงวัดข้างๆที่ขับผ่านพอดี แถไปได้อีกกู คนอะไรเก่งดีมีความสุข 

"แต่ตอนนี้หน้ามึงดูคิดเรื่องอกุศลมากกว่าว่ะ ไม่ได้แอบด่ากูในใจใช่ไหม?" 

"เปล๊า" ไอ้นี่ตกลงมันเรียนวิศวะหรือจิตวิทยาวะ หยั่งรู้จิตใจกูไปอีก 

"อย่าให้รู้นะ" ไอ้เอิร์ธหรี่ตาจนคมกริบ 

จากนั้นมือใหญ่จึงเคลื่อนไปเปิดวิทยุในรถ เพลงดังขึ้น 

เคยบอกว่ารัก…กัน เคยบอกว่าฉัน…ดี ทำอย่างนี้ไม่ให้รักยังไงไหว ก็หลอกให้รัก…เธอ จนแทบจะบ้า…ตาย แต่สุดท้ายก็ทิ้งฉันไปอยู่กับเขา ปล่อยให้ฉันร้องไห้คนเดียว 

ปิ๊บ 

ฉันนั้นไม่ได้มีเธออยู่ข้างๆ เหมือนวันที่เราเคยเดินข้ามผ่าน ทุกๆสิ่ง ทุกๆอย่างมาด้วยกัน นับเป็นช่วงชีวิตที่ดีที่สุด แม้เป็นแค่เพียงเวลาสั้นๆ ที่เคยเกิดขึ้นกับฉัน...เพราะเธอ 

ปิ๊บ 

แต่เจ็บที่ต้องรู้ ว่าเธอนั้นต้องไปเจ็บที่ต้องยอมรับ คำว่าเสียใจเจ็บที่ต้องรู้ ว่าเค้าคือคนใหม่เจ็บที่วันนี้ เธอรักเค้าหมดหัวใจ 

"ทำไมมีแต่เพลงอกหักวะ!!" ไอ้เอิร์ธตวาด 

ผมกลั้นยิ้มกริ่มทำหน้าเหมือนนกพิราบ คนอกหัก ฟังเพลงอกหัก บั่นทอนจิตใจกันขั้นสุด เจ็บสิมึงเจ็บไปอีก เป็นไง เวรกรรมตามทันในชาตินี้ไหมล่ะ อยากแกล้งกูดีนัก หึ 

"ไอ้เตี้ย เห็นเสาไฟตรงนั้นไหม?" ไอ้เอิร์ธพูดเสียงเย็นเยือกพลางชี้ไปให้ผมดูเสาไฟข้างทาง 

"เห็นๆ" 

"ถ้ายังไม่อยากโดนอัดก็อปปี้ หยุดยิ้มเดี๊ยวนี้" 

ผมรีบหุบยิ้ม นั่งตัวสั่นเป็นเจ้าเข้าเลยครับ  ก็คนมันไม่อยากตายเว้ย!!! โดนรถชน ศพไม่สวยนะเห้ย ลองไปดูไทยรัฐหน้า1ดิ อ้อ ถ้ามีศพผมไปอยู่หน้าแรกล่ะก็ แจ้งตำรวจจับไอ้เอิร์ธเลยครับ มันแน่นอน ไอ้ฆาตกร! 

กริ้งๆๆ  โทรศัพท์โนเกียแผดเสียงร้อง เมื่อมองชื่อคือไอ้คุณ เพื่อนของผมที่อยู่รัฐศาสตร์ ไอ้คุณเป็นคนฉลาดมากครับ ไหวพริบเป็นเลิศ ทักษะการอนุมานของมันจัดว่าสุดยอด แต่ดันเพี้ยน คล้ายๆเชอร์ล็อคโฮมส์ แล้วตั้งแต่มันไปอยู่รัฐศาสตร์กับไอ้หมอกยิ่งจบเห่เลย เหมือนไปปลุกความบ้าในตัวคุณ มันยิ่งกล้าแสดงความบ้าในตัวมากขึ้นไปอีก เห็นมันบอกว่าที่คณะของมันเน้นเสรีภาพ แสดงความเป็นปัจเจกได้แบบเต็มที่ตราบใดเท่าที่ไม่ไปละเมิดสิทธิผู้อื่น ถึงมันจะบ้า แต่ในคณะมันมีคนบ้ายิ่งกว่ามันอีกครับ กูไม่อยากจะนึกภาพอนาคตของชาติ เหอๆ 

[อาทิตย์ ไปแดกเหล้ากัน ที่เดิมโค่โร่] โค่โร่คือแถวร้านเหล้าที่พวกผมกินเหล้าประจำ 

"ไม่ว่างฟ่ะ ไอ้คุณ" อยากจะซึมซับแอลกอฮอลเข้ากระแสเลือด แต่ไอ้หน้ายักษ์ข้างๆมันคงไม่ปล่อยผมให้ไปสบายแน่ 

[อย่างมึงเนี่ยนะไม่ไป ฮันแน่ หรือว่าจะติดสาวล่ะสิ ] 

"เปล่า"มันเป็นตัวผู้แบบผสมตัวเห้ด้วย 

[ไอ้เกียร์ฝากบอกว่าที่มึงไม่ไป เพราะ จะเตรียมตัวเข้าเสถียรธรรมสถาน ก๊ากกก กูว่าหน้าอย่างมึงเหมาะเป็นมารศาสนามากกว่าเถอะ ฮ่าๆๆ] 

"ฟาย" ถ้าพวกมันอยู่ตรงนี้ คงโดนหมัดผมล่ะ 

[ไม่ไปแน่นะ?] 

"เออ" ตูกัดฟันมาก เป็นเพราะ ไอ้โหดเอิร์ธแท้ๆเลย อยากซัดเหล้าโว้ย 

[ชิบาเด] 

"ชิบาเด อะไรของมึง?" 

[ชิบาเด ภาษาพม่าแปลว่าโอเค มึงมันไม่อินเตอร์แนลชั่นนอล] อย่ามากระเเด๊ะสำเนียงม้วนลิ้นตอนท้ายได้ป่ะ รำคาญ 

''เออ กูยอมใจกับมึงล่ะ '' 

[ไว้วันหลัง เรามาสปีคภาษาพม่ากันเหอะ] 

"คุยภาษาไทยให้รู้เรื่องก่อนเถอะ เชื่อกู" แค่ภาษาไทย ไอ้คุณยังคุยไม่ค่อยรู้เรื่องเลยครับ 

[เดี๋ยวนี้เขาจะเข้าAEC แล้ว มึงไม่อินเทรนเลย ว้า ในฐานะที่กูเรียนรัฐศาสตร์รู้สึกเป็นห่วงอนาคตของชาติจัง] 

"กูก็รู้สึกเป็นห่วงอนาคตประเทศเหมือนกันที่จะได้คนอย่างมึงไปปกครอง" ถ้าไอ้บ้านี่ปกครองล่ะก็เละแน่ๆ หมออาทิตย์ขอฟันธง 

[ปากเสียนะ อาทิตย์ ค่าโทรจะหมดล่ะ เจ๊ะ โจรแม่ แล้วกูจะดื่มเผื่อนะ จุ๊บๆ] 

หลังจากทิ้งวลีน่าต่อยเสร็จ ไอ้คุณก็วางสายไป ว่าแต่เจ๊ะ โจรแม่แปลว่าอะไรฟะ ช่างเถอะ ขณะนี้ผมกับเอิร์ธกำลังขับรถไปเรื่อยๆตามสภาพจราจรที่ติดขัดในตอนเย็น ถึงถนนจะไม่ได้โล่ง แต่ก็ไม่แน่นขนัดจึงสามารถเรียกว่าขยับไปได้เรื่อยๆ ตัวผมกำลังคิดเช่นนั้นในขณะที่เหม่อมองบรรยากาศของถนนที่อยู่นอกรถเบนซ์สดำโดยที่ไม่ได้คิดจะพูดอะไรกับคนที่อยู่ข้างๆเลย ถึงปกติผมจะเป็นคนที่สามารถคุยกับคนแปลกหน้าได้อย่างรวดเร็ว แต่กับไอ้เอิร์ธนี่ผมไม่รู้จะพูดอะไรกับเขาจริงๆ ผมจึงทำได้แค่นั่งเงียบๆแล้วมองออกไปนอกหน้าต่างและปล่อยให้มันขับไปเรื่อยๆจนกระทั่งถึงคอนโดเท่านั้น เมื่อถึงคอนโดที่พวกเราอาศัยอยู่แล้ว พวกเราถึงได้ลงจากรถแล้วเดินไปตามโถงทางเดินที่เงียบสนิทจนถึงหน้าห้องของมัน ไอ้เอิร์ธหยิบกุญแจขึ้นมาไขประตูหน้าห้องมัน เมื่อเห็นทีท่าว่าน่าจะไม่มีธุระอะไรแล้ว ผมจึงได้ก้าวเท้าออกเพื่อกลับไปยังห้องของตัวเอง 

"เดี๋ยวก่อน" เสียงหนึ่งได้ดังขึ้นมาหยุดการกระทำของผม ผมจึงหันไปมองต้นเสียงซึ่งจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากไอ้คนข้างห้องของผมนั่นเอง 

"กูยังไม่ได้บอกว่าหมดธุระกับมึงแล้ว มึงยังต้องมาทำความสะอาดให้กูก่อน" มันพูดด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์พร้อมชี้นิ้วโป้งไปทางประตูห้องมัน 

ผมจึงทำได้แค่ถอนหายใจก่อนที่หันหลังกลับเพื่อเดินไปทางห้องมันอีกครั้ง        ไอ้เอิร์ธเปิดประตูเดินนำเข้าไปในห้องก่อน ส่วนผมก็เดินตามหลังมันเข้ามา แต่แล้วผมก็ต้องตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อได้เห็น โอ้มายก๊อดดดด!!! นี่พายุแคนซัสพัดเข้าห้องมึงหรือไง!!!!! ทำไมถึงได้รกขนาดนี้วะ!!!!!! ขอรายงานสดจากสถานการณ์ปัจจุบันเพื่อให้ท่านผู้อ่านทราบอย่างทั่วถึงกันนะครับ เมื่อดูจากสภาพห้องมันแล้ว ถ้าบอกว่าเพิ่งโดนโจรขึ้นห้องก็คงเชื่ออ่ะครับ เศษกระดาษปลิวกระจาย น้ำโค้กหกไหลไปตามพื้นไม้ปาร์เกต์ที่ปูไว้อย่างดี ของที่ควรอยู่บนโต๊ะทั้งหลายกลับตกลงมาอยู่ที่พื้น นี่ยังไม่รวมขนมชิ้นเล็กชิ้นน้อยที่หล่นไปทั่วห้องนะครับ ถึงเมื่อคืนถึงมันจะมืดแต่กูก็จำได้นะว่าสภาพเมื่อคืนมันไม่ได้เป็นอย่างงี้!!!! ผมได้แต่ยืนอึ้งก่อนที่จะใช้สายตาหันไปมองเอาเรื่องไอ้คนตัวการที่ทำซึ่งไม่ต้องบอกก็รู้ว่าใคร 

"ฝากทำความสะอาดให้เหมือนเดิมด้วยนะ" มันบอกด้วยใบหน้าราวกับเด็กที่วางแผนการแกล้งคนสำเร็จลุล่วง จากนั้นจึงเดินไปนั่งตรงโซฟาแล้วกดรีโมทอย่างสบายอารมณ์ 

"ไอ้!..."ผมพยามยามข่มความโกรธเอาไว้ เพราะไม่อยากจะให้เรื่องมันยุ่งยากไปมากกว่านี้อีก ก่อนไปจะมันไปมองหน้ามันอีกรอบ ผมจึงนึกได้ว่า... 

"ไอ้เอิร์ธ หลังจากเมื่อวานประคบเย็นยัง?" 

"ยัง" มันตอบด้วยเสียงที่ไม่สนใจ ในขณะที่สายตายังจ้องไปที่หน้าจอแอลซีดีของโทรทัศน์ 

ผมจึงเดินไปที่ตู้เย็นแล้วหยิบน้ำแข็งจากชั้นบนเอามาใส่ในถุงพลาสติกจากนั้นจึงเติมน้ำเปล่าลงไป แล้วเดินไปทางที่เอิร์ธนั่งอยู่ 

"อ่ะ" ผมยื่นถุงน้ำแข็งไปให้มัน 

"เห็นป่ะว่ามือไม่ว่าง" เห็นดิ เห็นว่ามือข้างนึงมึงถือรีโมท ส่วนอีกข้างก็แค่ใช้เท้าหัวเท่านั้นเองงง!!! 

"แล้วจะให้ทำไง" ผมถามไปอย่างเอือมระอา เหนื่อยใจกับมันจริงวุ้ย 

"ประคบให้หน่อย" มันหันหน้ามามองผมแวบนึงก่อนที่หันกลับไปทางทีวีต่อ ผมจึงยื่นมือเพื่อกดถุงประคบที่แก้มของมัน 

"โอ้ย!! เจ็บ! นี่มึงจงใจใช่ป่ะ" 

"เปล่า อย่าสำออยดิ เป็นผู้ชายแค่นี้ก็หัดอดทนหน่อย" ผมพยายามใช้ทักษะที่ร่ำเรียนมาจากในคณะเพื่อข่มสีหน้าไม่ให้แสดงความดีใจออกมา สะใจจริงๆ 555 

"พอเลย กูทำเอง" มันจึงแย่งถุงประคบไปจากมือผมแล้วเอาไปประคบเอง 

เมื่อเห็นดังนั้น ผมจึงเดินกลับไปทำงานที่ควรทำต่อ ผมหยิบผ้าไปเช็ดน้ำโค้กที่หกตรงพื้นจนหมด จากนั้นจึงเริ่มเก็บพวกเศษกระดาษและขนมลงใส่ถุงขยะให้เรียบร้อย หนอย! ไอ้เอิร์ธใช้งานกูเยี่ยงทาส นี่ถ้าช่อง3ทำเรื่องนายทาสนะ ผมต้องได้รับเชิญไปแสดงเป็นเย็น ส่วนไอ้เอิร์ธเป็นท่านเจ้าคุณ บรื้อ!! แค่คิดก็สยองแล้วครับ ตูก็กล้าคิดไปได้เนอะ!!! ผมสะบัดไล่ความคิดให้ออกจากหัวก่อนจะเริ่มเก็บขยะอีกรอบ จะว่าไปแล้วเรื่องแฟนไอ้เอิร์ธ มันโอเคยังวะ 

"โอเคยังวะ?" ผมหันไปถามไอ้เอิร์ธที่ยังคงนั่งดูทีวีต่อไป 

"ก็ยังเจ็บอยู่นิดหน่อย มึงนี่หมัดหนักเป็นบ้า" 

"ขอโทษ เอ้ย! ไม่ใช่เรื่องนั้น เรื่องแฟนมึงง่ะ โอเคยังวะ?"        มันเงียบไปแปบนึง ถึงแม้สายตามันจะยังคงอยู่ที่หน้าจอทีวี แต่ดวงตาคู่นั้นมันช่างว่างเปล่า เหมือนใจของมันไม่ได้อยู่ที่นั้นเลย จากนั้นมันจึงเริ่มเล่าให้ผมฟัง 

"เมื่อก่อนกูก็คบกับผู้หญิงไปเรื่อยนั่นล่ะ จนกระทั่งประมาณช่วงมัธยมปลายกูก็ได้พบกับกิ๊ฟ กิ๊ฟเป็นคนสวย ส่วนนิสัยก็เหมือนกับผู้หญิงทั่วไป แต่มีดีตรงที่ไม่ชอบกริ๊ดกร้าดโวยวายน่ารำคาญ พวกเราก็คบกันมาดีๆไม่ได้มีปัญหาอะไร จนกระทั่งจบม.ปลาย กูกับกิ๊ฟติดคนละมหาลัยกันซึ่งมันก็ไกลกันมาก แต่ถึงยังนั้นพวกเราก็สัญญากันไว้ว่าจะเป็นแฟนกันต่อ จนกระทั่งเมื่อวานกิ๊ฟขอเลิกกับกูเพราะ พวกเราอยู่ไกลเกินไป ไม่ค่อยได้เจอกันแล้วเขาก็มีผู้ชายที่ชอบคนใหม่แล้วด้วย ทั้งที่คิดว่ากิ๊ฟรักกูจริงๆ คิดว่าถึงจะไกลยังไงก็ไม่น่าจะมีปัญหา แต่สุดท้ายเขาก็ขอเลิก หึๆ มันคงเป็นกรรมที่กูทำไว้ก่อนหน้านี้มั้ง เฮ้ย อาทิตย์มึงไม่ต้องทำหน้าแบบนั้นก็ได้ กูทำใจได้แล้ว ก็อย่างที่มึงพูดเขาไม่ได้รักกูแล้ว ถึงจะเสียใจยังไงก็ไร้ประโยชน์" 

"มึงทำใจได้แล้วแน่นะ?" 

มันอาจจะใช้เวลาเพียงชั่วนาทีที่จะชอบใครสักคน เพียงชั่วโมงที่จะนึกรักใครสักคน และเพียงชั่ววันที่จะรักใครสักคน แต่มันจะใช้เวลาชั่วชีวิตของท่านที่จะลืมคนคนนั้น​ก็ได้ 

"เออดิ มึงง่ะรีบๆทำความสะอาดห้องให้เสร็จเหอะ" มันหันมาพูดพร้อมกับใบหน้าที่ยิ้มฝืดๆก่อนที่จะหันกลับไปดูทีวีต่อ 

เมื่อเห็นดังนั้นแล้ว ผมจึงกลับไปเก็บขยะที่อยู่บนพื้นต่อ มันเป็นเรื่องของคน2คนซึ่งมันไม่ใช่เรื่องของคนนอกอย่างผมจะทำอะไรได้เลย บางครั้งสิ่งที่ปลอบใจได้ดีที่สุดก็คือการปล่อยให้มันผ่านไปตามเวลาจึงจะดีขึ้นเอง พวกเราสองคนไม่ได้พูดอะไรกันอีก จนกระทั่งผมเก็บห้องจนเสร็จ 

"เสร็จเรียบร้อยแล้ว" 

"อือ" มันตอบพร้อมกดเปลี่ยนช่องทีวีไปเรื่อยๆ 

ความจริงผมก็อยากจะกลับนะ แต่พอเห็นสีหน้าเหงาๆของมันแล้ว ผมคิดว่าถ้าผมออกไปแล้ว มันคงนั่งจ๋องไปอีกนาน มีอะไรที่ผมพอจะทำได้บ้างนะ ผมใช้ความคิดสักครู่หนึ่ง 

"ไอ้เอิร์ธเล่นเกมกันป่ะ?" 

. 

. 

. 

. 

. 

ปวด ปวดไปหมด ไอ้เอิร์ธไม่เหนื่อยบ้างเหรอวะ 

"เป็นคนชวนก่อนเองนะ จะเลิกไหม?" 

"ไม่ ขออีกรอบ" จากนั้นผมจึงจับจอยps3ให้กระชับก่อนจะกดปุ่มretryเพื่อเล่มเกมอีกครั้ง นับตั้งแต่ผมชวนมันเล่นเกมแข่งรถก็ผ่านมา3ชั่วโมงกว่าๆแล้ว ปวดมือแถมยังปวดตาไปหมด เนื่องจากเล่นอยู่หน้าจอมาติดต่อแบบไม่มีการพักให้ปล่อยมือจากจอยเลยซักนาทีเดียว โดยเมื่อนับคะเเนนจากการเข้าถึงเส้นชัยเป็นอันดับ1แล้ว ผลคะแนนตอนนี้คือของผม16: ส่วนไอ้เอิร์ธ23 ฮ่วย! เจ็บใจว้อย ยังไงคนท้าก่อนอย่างผมก็ต้องชนะให้ได้! แต่ถึงอย่างไรก็ตาม 

ฟิ้ว..... เสียงประกอบพร้อมหน้าจอแสดงผลว่ารถนิสสันของไอ้เอิรธวิ่งพุ่งสู่เส้นชัยเป็นอันดับ1 ในขณะรถbmwของผมจะตามมาข้างท้ายติดๆ โธ่เว้ย!! อีกนิดเดียวเอง!! 

"เฮ้ย! ตอนนั้นมึงขับรถมาชนbmwกูตกสะพาน เมื่อกี้ถือว่าไม่นับ" 

"จะแข่งอีกรอบก็ได้นะ" ไอ้เอิร์ธพูดด้วยใบหน้าแสดงถึงชัยชนะอย่างอารมณ์ดี 

"เออ!!!" ผมกระแทกเสียงอย่างหงุดหงิด จากนั้นจึงจับจอยให้มั่นแล้วกดปุ่มretryเป็นอีกครั้ง เดี๊ยวปั๊ดเกมแพ้คนไม่แพ้ซะเลยนิ! 

กริ๊งๆๆๆ!! โทรศัพท์ในกระเป๋าของผมก็ดังขึ้น ผมจึงล้วงโทรศัพท์ขึ้นมาแล้วกดรับสาย 

"ฮัลโหล ไท มีอะไร?" 

(เมื่อตอนเย็นจู่ๆก็รีบวิ่งออกไป มีเรื่องอะไรเปล่าวะ? ทุกคนตกใจกันหมด)ไอ้ไทถามมาด้วยน้ำเสียงที่ดูเป็นกังวล มันยิ่งชอบห่วงผมเกินเหตุอยู่ 

"อ้อ เอ่อ ไม่มีอะไรแล้ว ยังครบ32ไม่ต้องห่วง ฮ่ะๆ" 

(ถ้างั้นก็ดีแล้ว เออ..งานที่อาทิตย์รับส่วนไปทำ ขอภายในมะรืนนี้นะ) 

"ได้ๆ เดี๋ยวไปพิมพ์ให้เดี๋ยวนี้เลย" 

(เออๆ ไม่ต้องรีบก็ได้เอาให้ทันส่งก็พอ พรุ่งนี้ไว้ค่อยเจอกัน) แล้วมันก็วางสายไป ถึงไทจะบอกว่าไม่ต้องรีบก็ได้ แต่ผมก็อยากรีบทำงานให้เสร็จไวๆ คนอื่นๆในกลุ่มจะได้ไม่ต้องรีบทำให้ลำบากทีหลัง ผมจึงตัดสินใจแล้วหันไปบอกกับไอ้เอิร์ธ 

"เอ่อ กูขอกลับก่อนนะ ต้องรีบกลับไปทำงานกลุ่มว่ะ" 

"อืม" 

"งั้นกูไปล่ะ" 

"เดี๋ยวก่อน" จู่ๆไอ้เอิร์ธลุกขึ้นมาจากโซฟาแล้วจ้องตรงมาทางผมราวกับมีเรื่องสำคัญที่จะต้องพูด 

"อะไร?" ผมถามโดยมองกลับไปทางดวงตาคู่นั้นเช่นกัน 

"ขอบคุณมากนะ อาทิตย์" 

ริมฝีปากสีโอรสกลับแย้มยิ้มจนตาหยีเป็นรูปจันทร์เสี้ยว ก่อนที่ร่างสูงจะหุบยิ้มแล้วลงไปนั่งที่โซฟาเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

"ไม่เป็นไร^^" ผมเผยรอยยิ้มกว้างตอบไอ้เอิร์ธ ก่อนจะหมุนลูกบิดประตูแล้วเดินออกจากห้องของมันไป ผู้ชายอะไรยิ้มแล้วดูดีชะมัด ขนาดผมยังเผลอยิ้มตามรอยยิ้มกว้างนั้นเลย ถึงปกติเอิร์ธจะชอบทำหน้าบึ้งตลอด แต่ถ้าจะยิ้มก็ยิ้มน่ารักๆเป็นกับเขานี่นา ^_^ 

[เล่าโดยเอิร์ธ] 

ออกไปแล้วสินะ ผมมองแผ่นประตูที่ถูกปิดสนิท  ในห้องกลับมาเหลือเพียงแค่ความเงียบงัน คงเหลือแต่เสียงเพลงดนตรีประกอบจากเกมในทีวีเท่านั้น ผมจับจอยเกมที่ร่างเล็กเคยเล่นอยู่ข้างๆขึ้นมา เมื่อกี้ก็เหมือนกัน อาทิตย์คงกลัวผมเหงา เลยนั่งเล่นอยู่เป็นเพื่อนผมสินะ ทั้งที่ผมทำนิสัยเสียใส่มันซะขนาดนี้ แต่ก็ยังอุตส่าห์ใจดีกับกูอีก ไอ้เตี้ยเอ้ย... บ้าชะมัด 

ใจดีเหมือนเดิม ใจดีเกินไปจนน่าเป็นห่วง... คนใจดีแบบนี้อยู่ในโลกที่โหดร้าย ทุกคนเห็นแก่ได้ กอบโกยผลประโยชน์เข้าใส่ตัวเองมาจนป่านนี้ได้จริงเหรอ มึงปรานีต่อโลกแต่ไม่ได้หมายความว่าโลกใบนี้จะปรานีมึงซะหน่อย ถ้าเกิดไปเจอคนใจร้ายกว่ากูแล้วโดนเขาฝืนใจให้ทำเรื่องแย่ๆขึ้นมาจะทำไง ถ้าเกิดเขาแบล็คเมย์ถึงขั้นบังคับให้มึงต้องยอมนอนด้วยหรือทำอนาจารมึงขึ้นมาจะทำไง ยิ่งตัวเล็กๆหน้าตาน่ารักแบบนี้ด้วย อย่ายิ้มกว้างให้คนที่มึงเพิ่งรู้จักง่ายๆสิ ไม่งั้นเขาจะคิดว่าซื่อแล้วถูกหลอกใช้ประโยชน์ง่ายๆเอานะ 

ความจริงแล้วที่ผมจับอาทิตย์มาเป็นคนใช้ ก็เพราะ ตอนที่เมาน่ะ  ผมแค่จะออกไปสูดอากาศข้างนอกระเบียง ไม่ได้คิดจะฆ่าตัวตายซักหน่อย ชีวิตเป็นของมีค่า ใครจะกล้าเอาไปโยนทิ้งง่ายๆล่ะ  ไอ้ตอนนั้นมันเมาๆ สติก็ไม่ค่อยมี ปากก็บ่นไปเรื่อยเท่านั้นเอง แต่ไอ้เตี้ยดันเข้าใจผิดว่าผมจะฆ่าตัวตายจริงๆแถมโกรธซะยกใหญ่ เทศน์ผมซะยาวยืด สุดท้ายมันก็ประเคนกำปั้นให้ผมจนได้  หมัดอาทิตย์โคตรหนักหยั่งกับโดนค้อนเหล็กฟาด เลือดออกจนขมทั้งปากเลย ส่วนที่ถามแล้วยื่นปากจะจูบมัน ผมแค่พูดทดสอบเล่นๆเท่านั้น ก็แค่อยากรู้ว่าพอพูดไปแบบนั้นแล้วอาทิตย์จะทำไงต่อประกอบกับเมาๆเลยไม่มีสติ ไม่คิดว่ามันจะตกใจจนต่อยผมจนฟันแทบหลุด โคตรเจ็บเลย สุดท้ายมันยังปล่อยให้ผมนอนบนพื้นแข็งๆเย็นๆทั้งคืนอีก ปวดหลังเป็นบ้า แถมทำแก้วใบรักราคาเเพงของผมแตกอีก บอกเลยว่าโกรธสุดๆ ทำไมผมถึงต้องโดนต่อยทั้งที่ไม่ใช่เรื่องด้วยวะ เป็นคุณหรือใคร ถ้าโดนเข้าใจผิดจนโดนต่อยเลือดออกก็ต้องมีโกรธบ้างล่ะถึงจะรู้ว่ามันหวังดีก็เถอะ พูดแล้วยังเจ็บอยู่เลย โอ้ย ถ้าต่อยเบาๆจะไม่บ่นหรือเอาเรื่องเลยซักคำ 

ผมจึงไปเอาเรื่องมันซะเลย พอเข้าไปในห้อง ไอ้เตี้ยก็กลัวตัวสั่นราวกับกระต่ายตัวเล็กๆ เห็นแล้วอยากแกล้งยังไงไม่รู้ จะบอกอาทิตย์ว่าที่มันอัดผมน่ะเข้าใจผิด มึงต่อยฟรีแล้ว ก็กลัวมันจะหน้าแตกฟรีอีก ไหนๆผมเลยเล่นละครเป็นตัวร้ายต่อซะเลย อย่างน้อยมันก็ควรชดใช้ที่ต่อยผมจนหน้าปูดล่ะนะ ถึงจะรู้สึกขอบคุณตรงที่มันช่วยลากผมไม่ให้นอนอืดหน้าห้องก็เถอะ ไว้หลังจากนี้ไป วันหลังพามันไปกินของอร่อยๆตอบแทนดีกว่า ท่าทางไอ้เตี้ยจะกินเก่งด้วย วันก่อนตอนมันท้องร้องในรถตลกชะมัด แต่ยังไงก็ขอแกล้งไปอีกนิดนึงก่อนละกัน คนอะไรน่ารักน่าแกล้งเป็นบ้า พอไม่พอใจ หน้าก็แข็งแป๊ก ปากสีชมพูเบ้ซะเกือบหักหึๆ พอกลัวก็สั่นเป็นเจ้าเข้าสิงหยั่งกับอยู่แช่น้ำในขั้วโลกใต้ พอยิ้มกว้างใสซื่อแบบเมื้อกี้ ยิ่งน่ารักเป็นบ้า! เป็นแบบที่ไอ้เกียร์เคยเล่าจริงๆด้วย 

ยิ่งอยู่ด้วยกันไปเรื่อยๆ ก็ยิ่งรู้ว่าอาทิตย์เป็นคนใจดี จริงใจมากแค่ไหน ถึงผมจะเป็นคนนิสัยไม่ดีขนาดนี้ แต่อาทิตย์ก็ยังมอบรอยยิ้มที่มีความอ่อนโยนให้คนอย่างผม  สำหรับผมแล้วมันมีค่ามากเลยนะ พอได้เห็นปุบ ผมก็คิดว่าในโลกนี้ไม่มีอะไรมีค่ามากกว่ารอยยิ้มจริงใจเหมือนแสงอาทิตย์สมชื่อนั้นอีกแล้ว  ความจริงที่ผมเอามันมาอยู่ด้วย ลึกๆ​ อาจเป็น เพราะ อยากได้ใครซักคนมาอยู่ข้างกายผมก็ได้... ถ้าผมไม่มีมันอยู่ด้วย ตอนนี้ผมคงยังนั่งเศร้าอยู่เลยมั้ง โชคดีจริงๆที่ได้อาทิตย์มาอยู่ด้วยในวันที่ไม่เหลือใครแล้ว ผมเดินไปแตะแผ่นประตูไม้ซึ่งร่างเล็กเพิ่งออกไป ไออุ่นของมันยังอยู่ตรงนี้เลย... 

"ฝันดีนะครับ อาทิตย์"  

ยังไงก็ไม่ได้ยินอยู่แล้วนี่นะ 

 

.......................... 

ขอคอมเม้นต์เป็นกำลังใจให้คนเขียนด้วยนะ 

^^ บอกแล้วว่าเอิร์ธก็มีเหตุผลของเอิร์ธ ลองนึกภาพว่าถ้าเราเป็นเอิร์ธเมา ไม่มีสติโดนต่อยทั้งที่ไม่รู้เรื่องแถมยังโดนเข้าใจผิด ไม่ได้จะฆ่าตัวตายซักหน่อย แต่โดนต่อยถึงขั้นเลือดตกยางออกก็คงมีหงุดหงิดบ้างล่ะ ก็บอกแล้วว่าเอิร์ธไม่ได้ร้ายขนาดนั้น ความจริงนางเป็นคนปากร้ายใจดีนะ^^ แถมยังคิดถึงอาทิตย์จนเก็บไปฝันอีกตะหาก555 เอิร์ธเป็นซึนเดเระขนานแท้ค่ะ555 

ปล.คิดว่าอาทิตย์ก่อนหน้านี้ได้ยินที่เอิร์ธพูดไหมเอ่ย555 

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น

}