หนอนเจลลี่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ผู้หญิงของริวจิ

ชื่อตอน : ผู้หญิงของริวจิ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 26.1k

ความคิดเห็น : 33

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2559 20:00 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ผู้หญิงของริวจิ
แบบอักษร

 

ผู้หญิงของริวจิ

 

            “จะทำหน้าแบบนั้นอีกนานไหม เห็นแล้วมันหงุดหงิด” แสนดีบ่นแต่เช้าเมื่อลงมาแล้วเห็นต้นหญ้านั่งทำหน้าซึมเป็นหมาหงอยตั้งแต่เมื่อวาน

            “ใช่ ผมต้องออกกำลังกาย” ต้นหญ้าไม่ได้ตอบอะไรแล้ววิ่งออกไปนอกบ้านทันที ความจริงต้นหญ้าก็ไม่ได้อ้วนแค่ดูมีเนื้อมากกว่าเมื่อก่อนซึ่งมันก็ดี แต่เจ้าตัวกลับจิตตกก็เลยกลายมาเป็นแบบนี้

            “คุณชายครับ ทำไมเขาถึงวิ่งเล่นอยู่หน้าบ้าน” โอดะที่เดินเข้ามาถามขึ้นเพราะเห็นต้นหญ้าวิ่งอยู่หน้าบ้าพอถามก็บอกว่าออกกำลังกาย แต่นี่มันตอนสิบโมงมีใครออกกำลังกายตอนสิบโมงบ้าง

            “ปล่อยไปเหอะ” แสนดีตอบอย่างไม่ใส่ใจแล้วนั่งกินข้าวต่อ พอกินเสร็จต้นหญ้าก็เดินเข้ามาในบ้านพอดี

            “ไปอาบน้ำแล้วก็แต่งตัวดีๆด้วย ฉันจะเข้าบริษัท”

            “ขอพักหน่อยไม่ได้หรอ” ต้นหญ้าถามออกมาพร้อมกับอาการหอบ

            “ให้เวลาครึ่งชั่วโมง” นั่นคือคำตอบต้นหญ้าเลยต้องขึ้นห้องไปอาบน้ำผ่านไปยี่สิบนาทีต้นหญ้าก็ลงมาพร้อมกับเสื้อเชิตสีชมพูแขนยาวผูกด้วยเนกไทกับกางเกงสแลกสีดำ และรองเท้าหนังสีน้ำตาล ต้นหญ้ามองชุดที่โอดะใส่ทุกวันก็เหมือนกับที่ร่างเล็กใส่อยู่รวมไปถึงลูกน้องคนอื่นๆด้วย จะมีก็แต่แสนดีที่ใส่ชุดสูทบางทีก็ใส่เสื้อเชิตกับกางเกงยีนส์แล้วแต่อารมณ์ ต้นหญ้านั่งรถมาที่บริษัทขนาดใหญ่ที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองพออ่านชื่อบริษัทก็นึกออกทันที เพราะเป็นบริษัทผลิตนาฬิกาที่ตอนนี้กำลังดังติดอันดับของโลกอยู่

            “ดีทำงานอยู่ที่นี่หรอ ตำแหน่งอะไรอ่ะ” ร่างเล็กถามออกมาด้วยความอยากรู้

            “ประธานบริษัท” แสนดีตอบแล้วเดินลงจากรถก่อนจะเดินเข้าไปในข้างในตึก

            “เจ้าของหรอ” ต้นหญ้าอุทานขึ้นด้วยความตกใจแล้วเดินตามแสนดีเข้าไปข้างใน ระหว่างทางก็มีพนักงานโค้งให้กับแสนดีตลอดระยะทาง แสนดีขึ้นมาถึงชั้นบนสุดของตึกก็เจอกับเลขาที่นั่งอยู่หน้าห้อง

            “ท่านประธานคะคือว่าคุณยูนะนั่งรออยู่ในห้องน่ะค่ะ” โรซานสาวสวยลูกครึ่งอังกฤษญี่ปุ่นที่คอยเป็นเลขาอยู่หน้าห้องรายงาน

            “ครับ คุณช่วยเอาคุกกี้กับกาแฟ แล้วก็โอวันตินให้ผมด้วย” แสนดีพูดขึ้นแล้วเดินเข้าไปข้างในห้อง แต่ว่าต้นหญ้าไม่ได้เดินตามเข้าไป

            “ไม่ตามเข้าไปหรอคะ”

            “ผมว่าผมรออยู่ข้างนอกจะดีกว่า” ต้นหญ้ายิ้มขึ้นแล้วเดินไปนั่งตรงโซฟาที่ถูกตั้งอยู่ข้างนอกจะว่าไปตั้งแต่มาที่นี่ก็ยังไม่เจอยูนะเลย ต้นหญ้าลืมไปสนิทว่าตอนนั้นทั้งสองคนกลับไปคบกันแล้ว ต้นหญ้านั่งเล่นโทรศัพท์เรื่อยเปื่อยจนบ่ายโมงกว่าๆประตูห้องทำงานของแสนดีก็เปิดออก

            “ดูแลดีๆเพื่อนฉันดีๆนะ” ยูนะเดินออกมากับแสนดีพร้อมกับผู้หญิงอีกคนที่สวยมาก

            “พูดมากจัง กลับไปหาผัวไป” แสนดีพูดเป็นภาษาไทยใส่ยูนะ เมื่อเห็นว่ายูนะหันมาทางนี้ต้นหญ้าก็ยกนิตยาสารขึ้นมาบังหน้าไว้

            “เมื่อไหร่จะเลิกปากเสียสักที ไปเหอะแอนนา” ยูนะเดินนำไปที่ลิฟต์

            “ฉันไปก่อนนะคะ” แอนนายิ้มหวานแล้วเดินตามยูนะไป ส่วนแสนดีก็เดินเข้ามาดึงนิตยาสารที่ร่างเล็กถืออยู่ออก

            “ผมอ่านหนังสืออยู่เห็นไหมเนี่ย”

            “นายอ่านหนังสือกลับหัวรึไง” แสนดีชูนิตยาสารให้ร่างเล็กดู

            “ใครจะไปรู้ล่ะ ผมอ่านภาษาญี่ปุ่นไม่ออกนี่ จะไปรู้ไหมว่ามันกลับหัว” ลำพังแค่ต้นหญ้าพูดได้ก็ดีขนาดไหนแล้ว

            “มีลูกน้องที่ไหนเถียงเจ้านายบ้าง”

            “แล้วมีเจ้านายที่ไหนมายืนเถียงกับลูกน้องบ้าง”

            “ดื้อ”

            “เอาแต่ใจ”

            “น่ารำคาญ” ร่างเล็กเหล่มองแสนดีเล็กน้อยแล้วก็ลุกขึ้นเดินไปที่ลิฟต์ โดยไม่สนใจแสนดีเลยสักนิด ร่างเล็กเดินมาที่รถก็เห็นโอดะยืนพิงรถคุยโทรศัพท์อยู่ เมื่อโอดะเห็นต้นหญ้าเดินมาก็วางสาย

            “คุณชายล่ะ”  ต้นหญ้าเหล่มองไปทางด้านหลังก็พบว่าแสนดีกำลังเดินออกจากบริษัท ต้นหญ้าเปิดประตูเข้าไปนั่งข้างหน้าด้านคนขับไม่ยอมนั่งหลังเหมือนขามา โอดะมองตามอย่างงงๆว่าเกิดอะไรขึ้นส่วนแสนดีก็เดินไปนั่งเบาะหลังโดยที่ไม่พูดอะไรเหมือนกัน

            “ครับ แล้วเจอกัน” แสนดีคุยโทรศัพท์สักพักแล้ววางสาย เมื่อกลับมาถึงบ้านต้นหญ้าก็ยังไม่ยอมพูดกับแสนดี

            “ตกลงจะไม่พูด” แสนดีถามขึ้นเมื่อเข้ามาถึงในบ้าน

            “ก็ไม่อยากให้รำคาญ” ต้นหญ้าตอบแล้วเดินเข้าไปในครัวเพื่อหาน้ำดื่ม ร่างเล็กเดินถือแก้วน้ำออกมานั่งตรงโซฟา

            “คืนนี้ฉันจะเข้าผับ” แสนดีพูดแค่นั้นแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง ร่างเล็กถอนหายใจออกมาทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าแสนดีคงไม่สนใจ

            “ขอบคุณนะคะที่มาดื่มเป็นเพื่อน” แอนนาเบลยิ้มขึ้นเมื่อแสนดีมาถึงโต๊ะ

            “ปกติผมก็มาที่นี่บ่อย” ร่างสูงตอบพร้อมกับนั่งลงตรงฝั่งตรงข้าม พนักงานก็เอาเครื่องเดิมมาเสิร์ฟ แอนนาเบลไม่ได้พูดอะไรต่อเพียงแค่นั่งดื่มเหล้าไปเรื่อยๆ

            “อย่าบอกว่าคุณเรียกผมมานั่งดูคุณเมา” แสนดีทักขึ้นเมื่อเห็นว่าแอนนาเบลเริ่มเมาเพราะกินเหล้าคนเดียวไปครึ่งขวดกว่า

            “อันนี้จริงเผื่อลากฉันกลับมากกว่า ฉันอยากเมาน่ะค่ะ แต่ยูนะไม่ว่างมาดื่มด้วยก็เลยกลัวว่าจะกลับไปถึงที่พัก”

            “แล้วคุณไว้ใจผม” ร่างสูงถามขึ้นเพราะแสนดีก็เพิ่งรู้จักแอนนาเบลเมื่อตอนกลางวัน

            “ก็ไม่รู้สิ” เธอตอบแล้วยิ้มขึ้น แววตาของเธอดูเศร้าหมอง

            “คุณอกหัก?” แสนดีดูจากท่าทางแล้วก็คิดว่าน่าจะใช่

            “สวยๆอย่างฉันหรอจะอกหัก” เธอยิ้มออกมาก่อนจะชงเหล้าแก้วใหม่ แสนดีก็ไม่ได้พูดอะไรต่อจนแอนนาเบลเป็นฝ่ายพูดก่อน

            “อกหักนี่มันเจ็บจังเลยนะ” เธอบ่นออกมาแล้วยกแก้งเหล้าดื่มรวดเดียวจนหมด

            “ไม่รู้สิครับ ผมไม่เคยอกหัก” แสนดีตอบออกมาอย่างไม่ใส่ใจ แม้แต่อยู่นะเองก็ไม่ได้อกหักแค่โดนบอกเลิกก็เท่านั้น

            “ทำไมล่ะ”

            “คงเพราะผมหน้าตาดีมั้ง” แสนดียกแก้วเหล้าขึ้นดื่มด้วยท่าทีปกติ

            “ฉันก็ว่างั้นแหละ หรือว่าฉันหน้าตาไม่ดีหรอคะ” ร่างสูงมองหญิงสาวตรงหน้าที่อยู่ในชุดซีทรูตัวบางสีดำ ดวงตาสีฟ้า ผิวขาวใบหน้าออกแนวยุโรป ดีกรีนางแบบระดับประเทศ

            “คุณชายครับ คุณโซระกำลังมาทางนี้” โอดะที่ยืนอยู่ข้างหลังกระซิบร่างสูงทำให้แสนดีหันไปมองก็พบกับโซระที่กำลังเดินมาทางนี้

            “คิดถึงจังเลยนะคะ” โซระกอดคอของแสนดีพร้อมกับหอมแก้มแรงๆจนลิปสติกสีแดงติดอยู่ที่ใบหน้าของแสนดี

            “คุณมาทำอะไรที่นี่” ร่างสูงหันไปถามแต่ก็ไม่ได้แกะมือเธออกจากคอ

            “ก็คิดถึงไงคะ แล้วนั่น” โซระหันไปหาแอนนาเบลที่นั่งอยู่มองอยู่เงียบๆ

            “นางแบบคนใหม่ของบริษัท” ร่างสูงตอบโซระจึงหันไปแนะนำตัวกับแอนนาเบล

            “ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ ฉันโซระ”

            “เช่นกันค่ะ ฉันแอนนาเบล”

            “ถ้าไม่รังเกียจขอนั่งด้วยคนได้ไหมคะ”

            “เชิญค่ะ” แอนนาเบลผายมือเป็นการอนุญาตโซระเลือกนั่งข้างแสนดีพร้อมกับสั่งเครื่องดื่มกับพนักงาน บรรยากาศก็ดำเนินต่อไปเรื่อยๆ แต่แล้วต้นหญ้าก็ปรากฏตัวขึ้นพร้อมกับโยชิมะและลูกน้อง

            “คุณมาที่นี่ไม่กลัวโดนตีหัวรึไง ดูเหมือนเขาจะยังแค้นคุณอยู่นะเรื่องเมื่อสี่ปีที่แล้วน่ะ” ต้นหญ้าทักเพราะโยชิมะดันมาเที่ยวที่ผับของแสนดี

            “ชอบเลย” โยชิมะหันมายิ้มอย่างกวนๆ แล้วก็นั่งตรงโซนวีไอพีก่อนจะสั่งเครื่องดื่ม

            “ผมขอเป็นน้ำโค้กดีกว่า” ต้นหญ้าพูดขึ้นโยชิมะก็เลยสั่งให้ จากนั้นโยชิมะก็ถามเรื่องราวทั้งระหว่างแสนดีกับต้นหญ้า แต่ก็บอกแค่เรื่องภายนอกไม่ได้บอกเรื่องส่วนตัว

            “สรุปไม่ได้กลับมาคบกัน” โยชิมะถามขึ้นหลังจากฟังเรื่องราวทั้งหมดแล้ว

            “ประมาณนั้นแหละครับ”

            “งั้นตอนนี้ก็โสดสินะ”

            “ก็ไม่เชิง แบบมันเป็นความสัมพันธ์ที่อธิบายยากน่ะ” ร่างเล็กก็ไม่รู้เหมือนกันว่าจะเรียกความสัมพันธ์นี้ว่าอะไร

            “อ่อ” โยชิมะก็ไม่ได้ถามอะไรต่อ ฮาชิที่เพิ่งเดินกลับมาถึงโต๊ะโน้มตัวลงคุยกับโยชิมะ ทั้งสองคนคุยอะไรกันก็ไม่รู้เพราะต้นหญ้าได้ยินไม่ชัด

            “กลับเหอะ” โยชิมะรีบจูงแขนของต้นหญ้าให้เดินตามเพื่อที่จะออกไปนอกร้าน แต่ไม่ทันแล้วเพราะเสียงปืนดังขึ้นพร้อมกับเสียงกระจกร้านที่แตกกระจาย พนักงานและการ์ดของทางร้านไล่ให้ลูกค้าทั้งหมดออกทางประตูหลัง

            “ไม่ทันแล้วครับ” โยชิมะดึงต้นหญ้าให้เข้ามาใกล้โดยมีฮาชิยืนอยู่ข้างๆทั้งหมดยืนหลบอยู่หลังเสาแล้วรอดูเหตุการณ์ ตอนนี้ทั้งลูกน้องของแสนดีและผู้ที่บุกรุกเข้ามาใหม่กำลังเผชิญหน้ากับอยู่ โดยที่ทั้งสองฝ่ายต่างจ่อปืนเข้าหากัน

            “คุณทำร้านผมเสียหายนะเฟ่ยหลง” แสนดีเดินแทรกออกมาจากในวง ส่วนแอนนาเบล กับโซระยืนอยู่กับพวกลูกน้องด้านหลัง

            “ผมมีเรื่องจะเจรจาก็แค่นั้น” เฟ่ยหลงพูดขึ้นเหมือนไม่รู้สึกอะไร

            ยังไงก็ตามคุณต้องชดใช้ค่าเสียหายทั้งหมดให้ผมด้วยนะ”

            “แน่นอน ก็ผมเป็นคนทำนี่”

            “แล้วมีธุระอะไรกับผมหรอครับ”

            “แค่มาทวงผู้หญิงของผมคืน” เฟ่ยหลงมองไปที่แอนนาเบลที่ยืนหลบอยู่กับโซระ

            “คุณคงไม่ใช่แฟนเก่าเธอหรอมั้ง” แสนดีถามขึ้นด้วยความสงสัย

            “ไม่แน่นอนเพราะหมอนั่นน่ะ”

            “

            “ตายไปแล้ว” แอนนาเบลตาโตขึ้นด้วยความตกใจแล้วเดินไปหาเฟ่ยหลง

            “คุณฆ่าเขาหรอ” แอนนาเบลมองเฟ่ยหลงก่อนจะถามขึ้น

            “ไม่ใช่นะ มันเป็นอุบัติเหตุก็แค่ปืนมันลั่น” เฟ่ยหลงหัวเราะออกมาอย่างชอบใจ แอนนาเบลตบหน้าของเฟ่ยหลงอย่างแรง

            “คุณมันเลวยิ่งกว่าสัตว์นรก” แอนนาเบลพูดขึ้นพร้อมกับร้องไห้ออกมา

            “มันทำเธอเสียใจฉันให้อภัยมันไม่ได้หรอก”

            “คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่งเรื่องของฉัน”

            “อีกไม่นานหรอก พอเธอเป็นเมียฉันเดี๋ยวฉันก็มีสิทธิ์” เฟ่ยหลงกกำลังจะยื่นมือไปลูบใบหน้าของแอนนาเบล แต่กระสุนปืนก็ถูกยิงเฉียดฝ่ามือไปโดยฝีมือของโอดะที่ยืนอยู่ข้างๆ ทำให้กระบอกปืนเล็งหลายลำเล็งมาที่ชิน

            “ขอโทษครับปืนมันลั่น” โอดะก้มหัวให้ครั้งหนึ่งอย่างกวนๆ

            “นายหลังร้านมีทางออกครับ” ฮาชิสะกิดโยชิมะที่ยืนหลบอยู่

            “ไปเถอะ” โยชิมะดึงมือของต้นหญ้าให้เดินตามไป แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวกระสุนปืนก็ถูกยิงขึ้นซะก่อน

            “ฉันไม่อนุญาตให้ใครออกไปไหนทั้งนั้น” คำพูดของเฟ่ยหลงทำให้แสนดีหันกลับไปมองก็เจอกับต้นหญ้าและโยชิมะ ส่วนโอดะได้แต่ลูบหน้าตัวเองเพราะคิดว่าโยชิมะกับต้นหญ้าจะหนีออกไปแล้วซะอีก

            “ผมไม่เกี่ยวสักหน่อย คุณก็เคลียกันเองสิครับ ผมแค่มาเที่ยวเองนะ” โยชิมะตอบด้วยท่าทีปกติไม่มีเกรงกลัวเลยสักนิด

            “เอาเป็นว่าช่วยอยู่จนกว่าเรื่องจะจบก็แล้วกันนะ” เมื่อเฟ่ยหลงพูดอย่างนั้นโยชิมะกับต้นหญ้าเลยกลับไปนั่งตรงโซฟาเหมือนเดิม

            “มากับฉันสาวน้อย” เฟ่ยหลงยื่นมือมาตรงหน้าแอนนาเบล แอนนาเบลหันไปมองแสนดีที่ยืนอยู่ดูเหตุการณ์อยู่เงียบๆ

            “กลับไปสิเขามาตามเธอน่ะ” โซระพูดขึ้นแต่แอนนาเบลกลับมองหน้าแสนดี

            “คุณจะช่วยปกป้องฉันได้ไหม” แอนนาเบลรอฟังคำตอบจากปากของร่างสูง

            “ตกลง” เมื่อร่างสูงตอบตกลงเธอจึงเดินเข้าไปใกล้แสนดีพร้อมกับประกบจูบก่อนจะถอนจูบออก

            “ต่อไปนี้ฉันเป็นผู้หญิงของคุณ ช่วยปกป้องฉันทีนะคะ” เธอขยับเข้าไปยืนข้างแสนดี

            “แก!!!!!!” ต้นหญ้าคว้าปืนของโยชิมะที่วางอยู่ข้างตัวเองขึ้นมายิงใส่เฟ่ยหลง เมื่อเฟ่ยหลงกำลังจะเหนี่ยวไกลปืนใส่แสนดี

            “ชิบ” โยชิมะคว้ามือของต้นหญ้าให้หลบลูกกระสุนของลูกน้องเฟ่ยหลง จากนั้นพวกของเฟ่ยหลงทั้งหมดก็วิ่งไล่ตามต้นหญ้าอย่างบ้าคลั่ง ต้นหญ้ากับโยชิมะวิ่งหนีออกไปทางหลังร้านโดยมีฮาชิกับลูกน้องคอยกันอยู่ข้างหลัง

            “ผมจะไปมอบตัว”

            “จะบ้าหรอนั่นไม่ใช่ตำรวจนะ” โยชิมะก้มหลบลูกกระสุนที่เฉียดหัวไปนิดเดียวพร้อมกับยิงสวนกลับ จนในที่สุดพวกเราทุกคนก็วิ่งกลับมาที่รถแล้วก็ขับหนีไปได้สำเร็จโดยไม่มีใครบาดเจ็บสักคน ถือว่าเป็นโชคดีไปเพราะมีพวกของแสนดีตามออกมาช่วย

            “นายกำลังทำให้ฉันตาย” โยชิมะบ่นออกมาหลังจากที่มองถนนที่ไม่มีรถตามมา

            “ผมขอโทษครับ” ร่างเล็กยกมือไหว้หลายๆรอบด้วยความรู้สึกผิด แต่พอเห็นแสนดีจะโดนยิงร่างกายมันก็ไปเอง

 

            “นายนี่นะ ช่วยห่วงชีวิตตัวเองหน่อยได้ไหม”

 

 

        ♣♣                                        

 

            บอกเลยงานนี้มีแตก!!!! แล้วมาคอยดูกันว่าเรื่องมันจะเป็นยังไงต่อ และเวลาที่ทุกคนรอคอยก็มาถึง ฮ่าาาาา เดี๋ยวมีโศกนาถกรรมhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00025.gif เดี๋ยวคอยดูผู้ชายปากแข็งไว้ก็แล้วกันhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/eta.gif

 

 

                          เฮ้อออออ เอาจริงๆๆๆๆ คือไรท์วางพอร์ตเรื่องไว้หมดแล้วยันจบอ่ะ น่าจะประมาณอีก 5-6 ตอน แต่ที่แย่ไปกว่านั้นคือ

               เค้าขี้เกียจมากๆเลยช่วงนี้แบบ ขี้เกียจแต่งแบบสุดๆๆๆๆๆ ขอเรียกง่ายๆว่าเป็นอารมณ์เปื่อยยยยยยยย

 แล้วตอนจบเศร้านะไม่ได้อยากสปอยเลยจริงๆรอลุ้นกันเน้ออออhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/f529a952.gif

 

มีอีกเรื่อง only Faiend แค่เพื่อน...ก็พอ SS นั่นก็คิดพอร์ตเรื่องไปยันจบแล้วเหมือนกัน

และก็เป็นเช่นเคยนั่นคือขี้เกียจจจจจ เปื่อยยยยยยยย แต่ก็เศร้าอีกนั่นแหละ และอาจจะเศร้าที่สุดในบรรดาเรื่องทั้งหมด

อุ้ยยยย สปอยอีกแย้ววว คือถ้าเล่าให้ฟังได้เล่าไปแล้วไง รอติดตามกันด้วยนะคะhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/a550924622.gif

 

ถึงจะเปื่อยไปบ้างเหมือนแบตหมด ไฟในตัวมันก็เริ่มมอดซะแย้ววว งอแงมาอัพช้าบ้าง แต่ก็จะมาอัพให้จบนะคะ

ฝากติดตาม และอย่าเพิ่งทิ้งกันไปไหนน๊าาาา ขอตัวไปชาร์ตแบตก่อนhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/1158925_4598997.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Kikucow00005.gifhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Handsom00006.gif

 

ความคิดเห็น