facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 12 ทนไม่ไหว 50%

ชื่อตอน : บทที่ 12 ทนไม่ไหว 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.7k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 21 พ.ค. 2559 11:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 12 ทนไม่ไหว 50%
แบบอักษร

เธอฝัน! ฝันว่าท่ามกลางตึกระฟ้าที่หรูหราและทันสมัยซึ่งกรุไปด้วยกระจกทั้งหลัง เธอซึ่งอยู่ในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนส์ธรรมดาๆ กำลังยืนมองบัตรเชิญเข้าร่วมงานกาล่าดินเนอร์ใบหนึ่งที่ถืออยู่ในมือขณะยืนอยู่ที่หน้าโรงแรมระดับห้าดาว  รถซุปเปอร์คาร์และรถสปอร์ตคาร์คันหรูของบรรดาแขกผู้มีเกียรติต่างจอดเรียงรายกันเต็มทางฟุตบาท เหล่าเศรษฐีในแวดวงไฮโซที่มาร่วมงานเลี้ยงในครั้งนี้ต่างสวมสร้อยเพรชและกำไลทองมาร่วมงานกันหลายร้อยคน สายตานับร้อยคู่ต่างจับจ้องอยู่ที่ร่างแบนบางซึ่งกำลังก้าวเท้าเข้าไปยังล็อปปี้ของโรงแรมทำให้เธอรู้สึกประหม่า

“ขอโทษนะครับคุณผู้หญิง วันนี้ทางโรงแรมของเราได้ถูกเหมาสถานที่ทั้งหมดเพื่อรับรองแขกที่มาร่วมงานกาล่าดินเนอร์ในครั้งนี้หมดทุกห้องแล้ว ผมว่าคุณผู้หญิงคงจะมาผิดที่แล้วล่ะครับ” พนักงานคอนเซียช์คนหนึ่งเดินเข้ามาพูดกับเธอ สายตาของเขากวาดมองเธอตั้งแต่หัวจรดเท้า

“เออ... พอดีว่าฉันก็ได้รับบัตรเชิญมาด้วยเหมือนกันน่ะค่ะ” เธอค่อยๆยื่นบัตรเชิญใบนั้นให้พนักงานคอนเชียช์ดู เขารับมันมาพร้อมกับพลิกทั้งหน้าทั้งหลังดูอย่างละเอียดแล้วส่งมันคืนให้กับเธอ

“ผมต้องขอประทานโทษด้วยนะครับ เชิญคุณผู้หญิงทางนี้ครับ” หญิงสาวเดินตามพนักงานคอนเชียช์ไปจนถึงสถานที่จัดงานหลัก เขาโค้งให้เธอก่อนที่จะเดินจากไป เธอจำไม่ได้ว่าไปได้รับบัตรเชิญนั่นมาจากไหนและเธอก็จำไม่ได้ว่าเธอมางานหรูๆแบบนี้ทำไม หญิงสาวรู้สึกแปลกแยกและรู้สึกเหมือนกับว่าเธอมาอยู่ผิดที่ผิดทางเมื่อผู้คนรอบตัวของเธอนั้นต่างอยู่ในชุดหวือหวาระยิบระยับไปด้วยอัญมณี

“เฮ้! งานหรูๆแบบนี้ยังจะมีพวกยาจกหลงเข้ามาอีกเหรอเนี้ย” ชายหญิงอายุไล่เลี่ยกันกลุ่มหนึ่งเดินถือแก้วค็อกเทลเข้ามา สายตาเหยียดหยามของพวกเขาจ้องมองเธออย่างไม่ปิดบัง

“ว่าไงจ๊ะคนสวย... คืนนี้สนใจจะไปต่อกับพี่ที่ห้องรึเปล่าจ๊ะ รับรองว่าค่าตัวพี่ให้สูงกว่าคนอื่นแน่นอน ฮ่าฮ่าฮ่า” ทันทีที่ผู้ชายคนนั้นพูดจบ ทั้งกลุ่มก็หัวเราะออกมาอย่างสะใจ

“เออคือ... ฉันไม่ใช่... ” หล่อนกำหมัดแน่นเพื่อระงับความโกรธและพยายามจะอธิบายว่าเธอไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่พวกเขาคิด แต่ผู้หญิงอีกคนที่ท่าทางเปรี้ยวจี๊ดก็สาดน้ำค็อกเทลใส่เธอซะก่อน

“อุ๊ยตาย! ขอโทษด้วยนะ เมื่อกี้มือฉันมันสั่นไปหน่อยก็เลยถือแก้วไม่ค่อยอยู่” หล่อนหัวเราะคิกคัก เธอเพิ่งรู้ว่าในแวดวงของคนรวยนั้นมีการเหยียดฐานะกันอย่างชัดเจน ทั้งๆที่เงินทั้งหมดที่พวกเธอคอยใช้จ่ายอยู่นั้นก็เป็นเคยผ่านมือของคนระดับเธอมาก่อนทั้งนั้น

“ผมมองพวกคุณมาตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้ว พ่อแม่ของพวกคุณไม่ได้สอนเรื่องมารยาทของผู้ดีให้หรือครับว่าต้องปฏิบัติตัวยังไงกับคนที่เราไม่รู้จัก” น้ำเสียงทุ้มที่คุ้นหูเอ่ยดังขึ้นข้างหลังของเธอ เขายื่นผ้าเช็ดหน้าที่พับอย่างเป็นระเบียบในกระเป๋าเสื้อส่งให้เธอเช็ดคราบน้ำค็อกเทลออก แสงจากแชนเดอเลียร์ส่องสว่างจนทำให้เธอมองเห็นใบหน้าเขาไม่ค่อยชัด เหล่าลูกคุณหนูกลุ่มนั้นเมื่อถูกต่อว่าแทนที่จะตอบโต้กลับแต่พวกเขาเลือกที่จะส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอก่อนจะเดินออกไปเพราะรู้อยู่แก่ใจว่าธุรกิจของครอบครัวพวกเขาเทียบอะไรไม่ได้เลยกับผู้ชายตรงหน้านี้

“ขอบคุณนะคะที่คุณอุตส่าห์มาช่วยฉันไว้” เธอซาบซึ่งมากที่เขาเข้ามาช่วยไล้พวกเขาไป

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ คนรู้จักกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” ชายหนุ่มหัวเราะ

“รู้จักกัน?” เธอพยายามเพ่งสายตามอง โครงหน้าที่คุ้ยเคยเริ่มปรากฏออกมา “คุณโล...”

โครม!

เสียงอึกทึกคึกโครมดังขึ้นเมื่อโคมไฟแชนเดอเลียร์ขนาดใหญ่หลุดร่วงลงมาจากฝ้าเพดาน ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ตรงหน้าหญิงสาวรีบผลักเธอให้กระเด็นออกไกลไปทันทีเมื่อเห็นว่าหล่อนกำลังยืนอยู่ใต้แชนเดอเลียร์ที่กำลังร่วงหล่นลงมาโดยลืมไปเสียสนิทว่าเขาเองก็ยืนอยู่ใต้โคมไฟระย้านั่นด้วยเช่นกัน โคมไฟขนาดใหญ่ซึ่งทำมาจากแก้วคริสตัลร่วงลงมาทับร่างหนาแตกกระจายเป็นเศษเล็กเศษน้อย โลหิตสีแดงฉานรินไหลลงมาจากศีรษะ หญิงสาวสะดุ้งตื่นขึ้นมา!

“เกิดอะไรขึ้น!” พัณณิตาเหงื่อแตกพลัก ดวงตากลมโตจ้องมองไปบนฝ้าเพดานสีขาวซึ่งไม่มีแชนเดอเลียร์ประดับเอาไว้อยู่ หล่อนถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะเข้าใจมันเป็นแค่ความฝัน แต่ผู้ชายคนนั้น... คนที่เข้ามาช่วยเธอเอาไว้เขาจะต้องเป็นโลเวลล์แน่ๆ หญิงสาวเลิกผ้าห่มผืนหนาแล้วลุกขึ้น แผ่นเจลลดไข้หลุดออกจากหน้าผาก

เขาเอามาแปะให้เธอตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ?

พัณณิตายิ้มเล็กน้อยก่อนจะก้าวขาลงจากเตียง เธอเห็นเขานอนหลับอยู่บนโซฟาใหญ่ตัวเดิมที่เขาเคยไปนอนเมื่อตอนที่เธอโดนวางยาปลุกเซ็กส์ หญิงสาวเดินกลับไปที่เตียงเพื่อหยิบผ้าห่มมาห่มให้กับเขาแล้วนั่งเท้าคางมองใบหน้าที่กำลังหลับของโลเวลล์

เป็นเพราะเมื่อวานเขาช่วยดูแลเธอแท้ๆจึงทำให้เธอหายป่วยได้ไวขนาดนี้ หญิงสาวยื่นนิ้วเรียวไปเขี่ยขนตายาว

“ผู้ชายอะไรขนตายาวชะมัด” เธอบ่นไปด้วยความอิจฉาแล้วเลื่อนมือมาลูบสันจมูกที่คมกริบ ผู้ชายคนนี้เกิดมาเพื่อฆ่าผู้หญิงทั้งโลกชัดๆ ทั้งหน้าตาและฐานะต่างตรงสเป็คของสาวๆมากมาย หางตาของเธอพลับเหลือบไปเห็นรอยย่นเล็กๆบนหน้าผากของเขา

จุ๊บ!

แต่แล้วจู่ๆชายหนุ่มที่เธอคิดว่ากำลังหลับอยู่นั้นก็เงยหน้าขึ้นมาประทับจุมพิตเข้าที่ริมฝีปากของเธออย่างพอดิบพอดี พัณณิตาเด้งตัวออกมาอย่างตกใจพลางใช้มือปิดปาก

“อรุณสวัสดิ์ครับ อาการคุณดีขึ้นบ้างแล้วหรือยังครับ” โลเวลล์บิดขี้เกียจทีนึงก่อนจะเลิกผ้าห่มที่คลุมตัวเขาอยู่

“คะ...ค่ะ ดีขึ้นแล้ว ไม่ปวดหัวแล้วล่ะคะ ไข้ก็ลดแล้วด้วย ขอบคุณนะคะเพราะคุณอุตส่าห์ช่วยดูแลฉันแท้ๆ”

“พูดอะไรอย่างนั้นล่ะครับ คนรู้จักกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว”

“...” เขาพูดเหมือนในฝันของเธอแป๊ะ

“เป็นอะไรเหรอครับ?” โลเวลล์ถามเมื่อเห็นว่าเธอเงียบไป

“เปล่าหรอกค่ะ แค่คุณพูดเหมือนในฝันของฉันเท่านั้น”

“เหมือนในฝัน? คุณฝันว่าอะไรเหรอครับ” เขาถามอย่างอยากรู้อยากเห็น

“ฉันฝันว่าตัวเองไปร่วมงานหรูๆงานหนึ่งน่ะค่ะ แล้วก็มีพวกลูกคุณหนูเข้ามาดูถูกฉัน... ” เธอเล่าความฝันให้เขาฟัง โลเวลล์นั่งฟังอย่างใจจดใจจ่อ

“แล้วยังไงต่อครับ พวกมันทำอะไรคุณรึเปล่า” ชายหนุ่มรู้สึกเป็นเดือดเป็นร้อนเมื่อได้ยินว่าเธอโดนดูถูก ถึงแม้ว่ามันจะเป็นแค่ในความฝันก็ตาม

หญิงสาวส่ายหน้า

“แค่โดนสาดค็อกเทลใส่นิดหน่อยน่ะค่ะ แต่ก็มีผู้ชายคนนึงเข้ามาช่วยไล้พวกเขาไป... แต่ว่าแชนเดอเลียร์ที่ติดอยู่บนเพดานเกิดร่วงลงมา พวกเรายืนอยู่ใต้มันพอดี... เขาพลักฉันก็เลยโดนทับเสียเองน่ะค่ะ จากนั้นฉันก็สะดุ้งตื่นขึ้นมา” เธอก้มหน้าต่ำลง ถ้าเกิดว่ามันเกิดขึ้นในชีวิตจริงล่ะก็ เธอคงจะรู้สึกผิดไปชั่วชีวิตแน่

“คุณคงจะตกใจมาก... ไม่เป็นไรนะครับ มันเป็นแค่ความฝันเท่านั้น” โลเวลล์ดึงเธอเข้ามากอดปลอบหลวมๆ

“แต่ว่าเขาหน้าตาคล้ายคุณมาก แถมยังบอกว่าเรารู้จักกันอีก แต่ฉันยังไม่ทันได้เรียกชื่อเขาโคมไฟก็ดันร่วงลงมาซะก่อน ฉันเลยไม่แน่ใจร้อยเปอร์เซ็นว่าใช่คุณรึเปล่า”

“ก็คงจะใช่ผมนั่นแหละครับ เพราะถ้าเกิดเหตุแบบนั้นขึ้นมาจริงๆผมก็คงจะทำแบบในฝันของคุณ... แต่ผมไม่โง่ถึงขนาดให้ตัวเองโดนทับหรอกนะครับ” ชายหนุ่มยักคิ้วหลิ่วตา ถึงเขาจะพูดออกไปแบบนั้นแต่ถ้าให้เลือกระหว่างเขาบาดเจ็บกับเธอบาดเจ็บแล้วล่ะก็... เขาก็ยินดีที่จะรับความเจ็บปวดทั้งหมดมาที่ตัวเขาเอง

“อย่าเลยค่ะ... เรื่องอย่างนี้มันพลาดพลั้งกันได้ ฉันไม่อยากให้คุณบาดเจ็บ”

“คุณเป็นห่วงผมหรือครับ” ความรู้สึกดีใจเต็มตื้นในอกเมื่อรู้ว่าเธอเป็นห่วงเขา

“ค่ะ... ฉันไม่อยากรบกวนคุณมากกว่านี้อีกแล้ว แค่คุณช่วยฉัน ให้ที่อยู่ที่กิน แถมยังช่วยดูแลตอนฉันป่วยอีก แค่นี้ฉันก็เกรงใจจะแย่แล้วล่ะคะ”

“ผมรู้ว่าคุณขี้เกรงใจ แต่ทุกอย่างที่ผมช่วยคุณ... ผมช่วยด้วยความเต็มใจนะครับ เฮ้อ... คนประเทศคุณเขาขี้เกรงใจเหมือนกับคุณทุกคนเลยรึเปล่าครับ” โลเวลล์บีบจมูกเล็กๆของเธอ

“ส่วนใหญ่ก็เป็นแบบนั้นแหละคะ” หล่อนพูดเสียงเบา

“เอาไว้คราวหน้าผมต้องการความช่วยเหลือ... คุณก็ช่วยผมเป็นการตอบแทนก็แล้วกันครับ เมื่อถึงตอนนั้นคุณอย่าปฏิเสธผมก็แล้วกัน” ชายหนุ่มลุกขึ้นหยิบผ้าขนหนูและเสื้อคลุมอาบน้ำ “ใกล้จะได้เวลาลงไปทำงานแล้ว ผมไปอาบน้ำก่อนนะครับ”

“ค่ะ เดี๋ยวฉันจะไปทำอาหารเช้าให้คุณกินนะคะ”

“ถ้าคุณทำไม่ไหวก็อย่าฝืนเลยนะครับ ไข้คุณเพิ่งจะลด” เขาชะโงกหน้าออกไปบอกเธอที่เดินลงไปที่ชั้นล่าง

“ฉันทำไหวค่ะ คุณไม่ต้องห่วง” หล่อนตะโกนกลับมาแล้วเดินหายเข้าไปในครัว เจ้ากิซโม่ที่เพิ่งตื่นนอนโดดลงจากเบาะของมันวิ่งตามหล่อนไป

----------------------------------------------------------------------------------------------

เอ๊ะ! เอ๊ะ! เอ๊ะ! ชื่อตอนว่า อดทนไม่ไหว นี่มันอะไร เฮียแกจะทำอะไร? มันต้องมีเงื่อนงำแน่ๆ อิอิ โปรดติดตามได้ในตอนต่อไป...ปี๊บ

รักนักอ่านทุกท่านนะคะ

ความคิดเห็น