facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 11 ล้มป่วย 100%

ชื่อตอน : บทที่ 11 ล้มป่วย 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2559 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 11 ล้มป่วย 100%
แบบอักษร

“ฉัน... ไม่เป็นไรค่ะ ขอโทษนะคะ เดี๋ยวฉัน... จะไปชงกาแฟ... ให้คุณใหม่นะคะ” พัณณิตาคว้ามือสะเปะสะปะ ใช้ราวบันไดค่อยๆยันตัวลุกขึ้น

“ไม่ต้องไปชงให้ผมใหม่แล้วล่ะครับ... วันนี้คุณควรจะนอนพักผ่อน” โลเวลล์มองหญิงสาวที่เดินเซไปเซมาไม่เป็นทิศทาง ในที่สุดเขาก็ทนไม่ไหวตัดสินใจอุ้มเธอขึ้นไปนอนบนห้องนอนของเขา

“คุณ... ปะ ปล่อยฉันนะคะ แค่นี้... ฉะ ฉันเดินเองได้”

“ไม่สบายจนพูดใกล้จะไม่รู้เรื่องแล้วยังทำอวดเก่งอีก” ถึงแม้ปากจะบ่นแต่เขาก็ยิ้มบางๆให้กับความอดทนของเธอ ชายหนุ่มวางคนป่วยลงบนเตียงกว้างแล้วคลี่ผ้าห่มคลุมให้

“ฉันไม่อยากนอน... ” ปากก็พูดแต่หล่อนกลับซุกตัวเข้ากับที่นอนของเขาเรียบร้อยแล้ว กลิ่นไอของบุรุษโอบคลุมร่างน้อย โลเวลล์หยิบปรอทวัดไข้จากกล่องยาเพื่อวัดอุณหภูมิ

 “สามสิบแปดจุดเก้าองศา! คุณมีไข้สูงมากๆ” โลเวลล์มองตัวเลขบนหน้าปัดดิจิตอล “ผมจะไปเรียกหมอมาดูอาการของคุณ” เขาทำท่าจะลุกออกไปแต่หญิงสาวกลับดึงแขนเขาเอาไว้ก่อน

“ไม่เป็นไรคะ... แค่ไข้ทับระดูเท่านั้น... ไม่ต้องตามหมอหรอกนะคะ” เธอพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนแรง

ให้ตายสิ! ก่อนจะมาทั้งคุณแม่และคุณครูเมย์ต่างก็กำชับให้เธอดูแลสุขภาพให้ดีๆแล้วแท้ๆ แต่เธอก็กลับดันมาป่วยเอาซะได้แถมยังเป็นช่วงที่มีประจำเดือนอีกด้วย

 “ขอแค่ยาลดไข้ให้ฉันก็พอแล้วล่ะคะ”

“แต่ว่าคุณตัวร้อนมาก ผมว่าให้หมอมาดูอาการ... ”

“ฉันเคยเป็นไข้ทับระดูมาแล้ว เชื่อฉันสิคะ แค่ยาลดไข้ก็พอ” เธอแบมือ โลเวลล์ถอนหายใจ ส่งยาพร้อมกับรินน้ำจากหัวเตียงให้หล่อนแก้วหนึ่ง

“แต่ผมยังไม่วางใจ วันนี้ผมจะคอยดูแลคุณก็แล้วกัน ถ้าเกิดปวดทนไม่ไหวจริงๆให้รีบบอกผมนะครับ ผมจะรีบพาคุณไปโรงพยาบาลทันที”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ” เมื่อทานยาเสร็จหล่อนก็จมดิ่งเข้าสู่ห้วงแห่งนินทราทันที ผ่านไปเนิ่นนานโลเวลล์ค่อยๆคลายคิ้วหนาที่ขมวดแน่นออกเหม่อมองใบหน้าหวานยามหลับ นิ้วแกร่งของเขาลูบไล้ไปตามเส้นผมยาวที่นุ่มสลวยเบาๆพลางแอบประทับจุมพิตลงบนหน้าผากอุ่นอย่างนุ่มนวลแล้วเดินออกไปโทรศัพท์หาเลขาที่กำลังทำงานอยู่ชั้นล่าง

 

“ฮัลโหล... ปาสคาล วันนี้ฉันไม่ลงไปทำงานที่ห้องนะ นายช่วยเอาเอกสารขึ้นมาให้ฉันที่เพ้นท์เฮ้าส์ที” โทรศัพท์สายตรงที่สามารถต่อเข้าไปยังห้องทำงานของโลเวลล์ได้โดยไม่ต้องผ่านประชาสัมพันธ์ที่อยู่ชั้นล่างสุด

(เอ๋? ทำไมล่ะครับเจ้านาย) น้ำเสียงของคนปลายสายดูงงงวยเล็กน้อย

“พัณณิตาไม่สบาย... เธอไข้ขึ้นตั้งสามสิบแปดจุดเก้าองศา ฉันเลยต้องดูแลเธอ”

(ให้ผมเรียกหมอจากห้องพยาบาลให้ขึ้นไปดูอาการไหมครับ)

“ไม่เป็นไร เธอบอกว่าแค่เป็นไข้ทับระดู... อะไรเนี่ยแหละ กินยานอนหลับเดี๋ยวก็หาย” เขาจำชื่อโรคไม่ได้แล้ว ตกลงมันไข้ทับฤดูหรือว่าระดูกันแน่นะ

(งั้นเหรอครับ... งั้นอีกซักครู่ผมจะนำเอกสารขึ้นไปให้นะครับ)

“อืม ฝากนายด้วยแล้วกัน” โลเวลล์วางหูโทรศัพท์แล้วเก็บกวาดเศษจานและแก้วที่ตกแตกพร้อมกับเช็ดคราบกาแฟที่หกเลอะเทอะจนสะอาดเอี่ยมอ่อง ชายหนุ่มนำผ้าขนหนูชุบน้ำบีบหมาดๆแล้วนำมันไปวางบนหน้าผากของหญิงสาวเพื่อช่วยระบายความร้อนออกจากร่างกาย

 

“เจ้านายครับ ผมเอาเอกสารขึ้นมาให้แล้วนะครับ” เลขาหนุ่มถือซองเอกสารปึกใหญ่ที่บรรจุเอกสารสำหรับวันนี้และของเมื่อวานที่เจ้านายของเขาสะสางไปได้เพียงแค่สองในห้าส่วนเท่านั้น

“เอาวางไว้บนโต๊ะนั่นแหละ เดี๋ยวฉันไปเปิดดูเอง” โลเวลล์ใช้ผ้าขนหนูอีกผืนหนึ่งเช็ดบริเวณลำแขนขาวผ่องที่บัดนี้แดงระเรื่อเพื่อเปิดรูขุมขนให้ระบายความร้อน

“ถ้าผู้หญิงพวกนั้นรู้ว่าเจ้านายคอยดูแลคนป่วยอย่างอ่อนโยนขนาดนี้... ผมว่าพวกหล่อนคงได้อิจฉาตาร้อน แกล้งไม่สบายกันเป็นแถวแน่ครับ” ปาสคาลเอ่ยแซว ตั้งแต่เขามาทำงานร่วมกับโลเวลล์ เขายังไม่เคยเห็นด้านที่อ่อนโยนขนาดนี้ของเขามาก่อน

“ถ้านายว่างที่จะมาแซวฉันล่ะก็ลงไปทำงานต่อได้แล้ว เดี๋ยวถ้าเอกสารพวกนั้นเสร็จแล้วฉันจะเอาลงไปให้นายเอง” เขาโบกมือไล้ให้เลขากลับลงไปที่ห้องทำงาน

“ครับ... งั้นผมขอตัวก่อน” เลขาหนุ่มโค้งตัวก่อนที่จะเดินออกไปจากเพ้นท์เฮ้าส์ ชายหนุ่มแอบบ่นขมุมขมิบแล้วมองใบหน้าที่กำลังหลับพลางคิดในใจ

มีแค่เธอคนเดียวเท่านั้นแหละที่เขาจะมาช่วยเช็ดตัว ดูแลยามที่เธอไม่สบายเช่นนี้

โลเวลล์คลี่ยิ้ม จัดแจงห่มผ้าให้เธอดังเดิมก่อนจะมาเริ่มจัดการกับเอกสารปึกใหญ่ ผ่านไปหลายชั่วโมงจู่ๆท้องของเขาก็เริ่มร้องทำลายสมาธิที่จดจ่ออยู่กับกองเอกสาร เขาเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเขายังไม่ได้ทานอะไรเลยตั้งแต่เช้าและนี่ก็ใกล้จะเที่ยงแล้ว ชายหนุ่มวางปากกาลงแล้วเดินไปที่ห้องครัว ทำอาหารง่ายๆทานพร้อมทั้งทำข้าวต้มร้อนๆขึ้นมาหนึ่งชามสำหรับคนป่วย

“คนไม่สบายทานข้าวต้มร้อนๆนี่แหละดีสุดแล้ว” เขาดับเตา โรยเกลือลงบนหน้าข้าวต้มเล็กน้อยแล้วยกมันขึ้นไปที่ชั้นสอง วางมันลงที่โต๊ะข้างหัวเตียง

“อือ... คุณแม่ขา พันกินไม่ไหวค่า...” หล่อนนอนละเมอออกมาเสียงเบา โลเวลล์หลุดขำเล็กน้อยเมื่อเดาได้ว่าเธอกำลังฝันถึงเรื่องอะไรอยู่ ลมหายใจอุ่นๆที่พ่นออกมาจากริมฝีปากที่เผยเล็กน้อยเป็นหมอกไอจางๆ

“ผมเองก็อยากจะให้คุณฝันถึงผมบ้างเหมือนกันนะครับ” ชายหนุ่มเขี่ยแก้มแล้วลูบไล้ริมฝีปากอวบอิ่มสีชมพูสวย ดวงตากลมโตที่ล้อมไปด้วยแพขนตายาวปิดสนิททำให้เขามองไม่เห็นนัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มที่เขาหลงใหล ใบหน้าที่แดงกล่ำเล็กน้อยทำให้หญิงสาวคล้ายกับเป็นขนมหวานที่เพิ่งจะออกจากเตาใหม่ๆ

กลิ่นของขนมหวานชิ้นโตนี้จะหอมซักแค่ไหนกันนะ

โลเวลล์ยื่นหน้าเข้าไปใกล้ขึ้นเรื่อยๆอย่างลืมตัวจนปลายจมูกโด่งของเขาชนกับปลายจมูกเล็กๆของเธออย่างไม่กลัวติดหวัด ถ้าเกิดเขาอยากจะชิมแม่ขนมหวานชิ้นนี้... เธอจะโกรธเขาไหมนะ ชายหนุ่มแลบลิ้นออกมาเลียริมฝีปาก ลำคอแห้งผาก

จูบหล่อนไปเลย! ตอนนี้หล่อนกำลังหลับอยู่ เธอไม่รู้หรอกว่านายทำอะไร เสียงของความคิดดังออกมา

ตึกตัก! ตึกตัก! ตึกตัก!

หัวใจของโลเวลล์เต้นระรัวเร็วเหมือนกลอง มือของเขาค่อยๆสอดเข้าไปใต้ศีรษะมนแล้วเชิดคางให้ริมฝีปากหล่อนลอยเด่นขึ้น อีกนิดเดียว... อีกแค่นิดเดียวเท่านั้นเขาก็จะได้ลิ้มรสขนมที่เขาอยากจะกินมันอีกครั้งมานานซักที โลเวลล์แยกเขี้ยวก่อนจะค่อยๆขมเม้มริมฝีปากล่างนุ่มนิ่ม ตามด้วยจูบอย่างร้อนแรงและตะกละตะกลาม

“อื้อ!” พัณณิตาร้องคลางเมื่อโดนจูบอย่างร้อนแรงโดยไม่รู้ตัว เพราะพิษไข้ทำให้เธอเพลียหลับไม่ตื่น หญิงสาวพลิกร่างหนีเมื่อรู้สึกหายใจไม่ออก

อร่อย! ตั้งแต่เจริญวัยมาเป็นหนุ่มกลัดมันเธอเป็นผู้หญิงที่มีรสชาติอร่อยล้ำที่สุด ทั้งสดใหม่ หอมหวานและยังไม่เคยผ่านชายใดมาก่อนนอกจากเขาเพียงคนเดียวเท่านั้น

โลเวลล์ยิ้มกว้างเมื่อนึกถึงตอนที่หล่อนสารภาพว่าเขาเป็นคนได้จูบแรกของเธอไป ชายหนุ่มนำผ้าขนหนูที่หายเย็นแล้วแช่ลงไปในกะละมังใส่น้ำใบเล็กและค่อยๆปลุกหญิงสาวให้ตื่นขึ้นมาทานข้าวต้ม

“คุณพัณณิตาครับ... ผมทำข้าวต้มมาให้คุณ ตื่นขึ้นมาทานซักหน่อยเถอะครับ” เขาเขย่าตัวหล่อนเพื่อปลุกให้ตื่น

“เอาไว้ก่อนเถอะนะคะ” พัณณิตาพูดตอบเขาเสียงเบา กึ่งหลับกึ่งตื่น

“ถ้าปล่อยให้ท้องหิวอาการของคุณอาจจะแย่ลงนะครับ ตื่นขึ้นมาทานซักหน่อยเถอะครับแล้วค่อยนอนต่อ”

“งั้นก็ได้ค่ะ” โลเวลล์ช่วยประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นนั่ง เขาใช้ช้อนคนข้าวต้มแล้วเป่าให้หายร้อนก่อนจะตักขึ้นมาคำหนึ่ง

“อ้าปากสิครับ ผมจะป้อนคุณ”

“ไม่ต้องให้คุณป้อนหรอกค่ะ... ฉันทานเองได้” เธอมองข้าวต้มไข่ที่กำลังร้อนๆ กระเพาะในท้องพลันบีบตัวด้วยความหิว

“ให้คุณถือก็หกน่ะสิครับ เดี๋ยวที่นอนของผมก็เปื้อนหมดพอดีให้ผมป้อนนั่นแหละครับดีแล้ว เอ้า... อ้าปากสิครับ” โลเวลล์ยื่นช้อนเข้าไปใกล้ริมฝีปาก พัณณิตาอ้าปากเล็กน้อยทานข้าวต้มที่เขาป้อนให้

“ขมไปหน่อยนะคะ คุณใส่อะไรลงไปเนี้ย” หล่อนขมวดคิ้ว พลักช้อนที่เขาถือออกไปห่างๆเป็นนัยว่าเธอไม่อยากกินแล้ว

“ผมแค่ใส่เกลือลงไปเท่านั้น ที่ขมก็เพราะคอคุณต่างหากล่ะครับ” เขายื่นช้อนมาตรงหน้าเธอ “ฝืนทานหน่อยจะได้หายเร็วๆยังไงล่ะครับ ผมอุตส่าห์ทำ... จะให้เททิ้งก็เสียดายแย่” ชายหนุ่มตีหน้าเศร้าให้เธอใจอ่อน พัณณิตาจ้องข้าวต้มตาเขม็งแล้วอ้าปากทานต่อจนหมดเพราะกลัวจะทำลายน้ำใจเขา

“เด็กดี... เก่งมากเลยครับ ผมจะให้ลูกอมคุณหนึ่งเม็ดเป็นรางวัล” โลเวลล์เปิดลิ้นชักแล้วหยิบลูกอมเม็ดหนึ่งให้เธอ

“ทำอย่างกับฉันเป็นเด็กไปได้” หล่อนฉีกเปลือกลูกอมแล้วอมไว้ในปากละลายรสขม

“ผู้ใหญ่เขาไม่เป็นไข้กันง่ายๆหรอกนะครับ ผมจะเอาชามลงไปเก็บ... คุณนอนต่อเถอะครับ” เขายกชามไปเก็บที่ห้องครัวกลับมาก็เห็นเธอหลับไปเรียบร้อยแล้ว โลเวลล์บิดผ้าขนหนูวางไว้บนหน้าผากหล่อนตามเดิมก่อนจะมาจัดการกับเอกสารของตนต่อจนพระอาทิตย์ตกดินไปเรียบร้อยแล้ว เขาลงลิฟต์ไปที่ห้องทำงานเพื่อนำเอกสารที่จัดการเสร็จแล้วไปให้กับเลขาและลงไปที่ห้องพยาบาลประจำตึกเพื่อเอาแผ่นเจลลดไข้

โลเวลล์แปะแผ่นเจลลงไปแทนผ้าขนหนูชุบน้ำเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องตื่นขึ้นมากลางดึกเพื่อที่จะเปลี่ยนผ้าขนหนูให้เธอบ่อยๆ ชายหนุ่มล้มตัวนอนลงบนโซฟา ใช้มือก่ายหน้าผาก

“หายเร็วๆนะครับ... ที่รักของผม” เขาพูดออกมาเสียงเบาแล้วค่อยๆผลอยหลับลงไปในที่สุด

--------------------------------------------------------------------------------------------

อุ๊ย! อุ๊ย! เอาเซอร์วิสมาเสริฟค่า นักอ่านทุกท่านอ่านจบแล้วใจเย็นๆนะคะ เดี๋ยวหมอนที่บ้านท่านจะกระจุยซะก่อน ฮ่าฮ่า

นิยายเรื่องนี้อาจจะมีสำนวนแปลกๆอยู่บ้าง เพราะแต่งสดลงสด ต้องขอประทานโทษนักอ่านด้วยนะคะ ท่านใดอยากอ่านแบบสมบูรณ์จะมีรอบรีไรต์อีกนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านค่ะ

ความคิดเห็น