facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 8 หน้าที่ของแม่บ้าน 50%

ชื่อตอน : บทที่ 8 หน้าที่ของแม่บ้าน 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 31.6k

ความคิดเห็น : 18

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2559 13:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 8 หน้าที่ของแม่บ้าน 50%
แบบอักษร

พัณณิตาแยกกับโลเวลล์ที่ชั้น 89 แล้วขึ้นมาบนเพ้นท์เฮ้าส์ เจ้ากิซโม่ที่นอนหลับอยู่บนพื้นพรมเมื่อเห็นเธอเข้ามาก็รีบวิ่งเข้ามานัวเนียทันที หล่อนอุ้มมันขึ้นอย่างเอ็นดูแล้วเกาคางให้มัน

“ว่าไง... เหงารึเปล่ากิซโม่ หิวแล้วหรือยังจ๊ะ” เธอยื่นหน้าเข้าไปชนกับปลายจมูกเล็กๆของมัน

“เหมียว!” มันร้องออกมาเพื่อที่จะบอกกับเธอว่ามันหิวจะแย่อยู่แล้ว พัณณิตาหัวเราะแล้ววางมันลง เดินไปหยิบอาหารแมวที่เก็บอยู่ในตู้ชั้นล่าง เจ้ากิซโม่เดินวนรอบๆถาดอาหารของมันอย่างดีใจแล้วก้มลงกินอาหารที่เธอใส่ให้ พัณณิตานั่งมองมันกินอาหารอย่างเอร็ดอร่อยจนหมด

เธอเองก็รู้สึกหิวแล้วเหมือนกัน

พัณณิตาลูบพุงน้อยๆของเธอ หญิงสาวเดินเข้าไปในครัวทำมักกะโรนีผัดซอสมะเขือเทศง่ายๆเพื่อรองท้องก่อน จากนั้นหล่อนก็ตระเตรียมวัตถุดิบต่างๆสำหรับทำอาหารให้โลเวลล์ วันนี้หล่อนจะทำเมนูข้าวห่อไข่ราดด้วยผัดกระเพราให้เขาทาน ซึ่งเธอไม่มีใบกระเพราเลยกะว่าจะใช้ใบสะระแหน่ผัดให้เขาแทน

ติ๊ง! ติ๊ง!

เสียงแมสเซ็นเจอร์ดังขึ้นจากโทรศัพท์ของเธอ สงสัยว่าโลเวลล์คงจะส่งรูปที่เขาถ่ายไว้มาให้เธอแล้ว หญิงสาวหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดูกลับไม่ใช่โลเวลล์แต่เป็นมารดาของเธอที่ส่งข้อความมาหา พัณณิตาดีใจรีบวิดีโอคอลกลับไปหามารดาของเธอทันที

“คุณแม่คะ” หล่อนทักทายมารดาอย่างแสนคิดถึง

(ลูกนอนแล้วหรือยัง แม่โทรมากวนลูกรึเปล่า)

“ไม่เลยค่ะแม่ ที่นี่เพิ่งจะหกโมงครึ่ง... คุณแม่ทานข้าวเที่ยงแล้วหรือยังคะ” หญิงสาวเหลือบมองเวลาบนมุมหน้าจอโทรศัพท์ที่เธอตั้งไว้ตามเวลาประเทศไทย

(แม่ทานเรียบร้อยแล้วลูก... แล้วลูกล่ะ อยู่ที่โน้นสบายดีไหม... คุณลุงเป็นยังไงบ้าง)

“เออคือ...” เธอลังเลเมื่อมารดาถามหาถึงคุณลุง “คือคุณแม่คะ พอดีพันกับคุณลุงเรามีปัญหากันนิดหน่อยน่ะค่ะ... ตอนนี้พันก็เลยไม่ได้อยู่กับคุณลุงแล้ว แต่คุณแม่ไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ พันจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” พัณณิตารีบเอ่ยเมื่อเห็นสีหน้าของมารดาดูไม่ค่อยดี

(งั้นเหรอลูก... ถึงลูกจะมีปัญหากับคุณลุงแต่ยังไงเขาก็ยังอาวุโสกว่าลูกนะ ลูกต้องเคารพเขานะจ๊ะ)

“พันรู้แล้วล่ะค่ะแม่” พัณณิตาพยักหน้าพลางนึกในใจว่าถ้าเกิดมารดารู้เรื่องที่คุณลุงวางยาปลุกเซ็กส์เธอล่ะก็ มารดาจะยังให้เธอเคารพเขาอยู่ไหม

โลเวลล์ที่กลับขึ้นมาจากห้องทำงานเมื่อเห็นเธอกำลังวิดีโอคอลคุยกับมารดาเป็นภาษาที่เขาฟังไม่ออกก็เดินเลี่ยงไม่ให้เข้าไปในกล้อง แล้วหยิบเบียร์กระป๋องหนึ่งออกมาจากตู้เย็นกระดกดื่มรอจนเธอคุยเสร็จ

“ถ้างั้นแค่นี้ก่อนนะคะ พันขอไปเตรียมอาหารก่อน รักแม่นะคะ... บายค่ะ” เธอกดวางสายแล้วหันมาคุยกับเขา “จัดการธุระเสร็จแล้วเหรอคะ”

“ครับ” โลเวลล์ทรุดตัวนั่งบนโซฟา เจ้ากิซโม่กระโดดขึ้นมาบนตักของเขาแล้วกลิ้งตัวไปมา

“คุณจะทานอาหารค่ำเลยไหมคะ? หรือจะรอให้ค่ำๆกว่านี้ก่อน”

“ทานเลยก็ได้ครับ คุณจะได้ไม่ต้องรอ... มื้อนี้คุณจะทำอะไรให้ผมทานหรือครับ”

“ข้าวห่อไข่ราดผัดกระเพราน่ะค่ะ คุณอยากจะทานอย่างอื่นด้วยไหมคะเดี๋ยวฉันทำให้” ถึงเธอไม่ค่อยจะถนัดที่จะทำอาหารฝรั่งแต่ก็พอจะถูไถไปได้บ้าง

“ไม่ล่ะครับ แค่นั้นก็พอแล้ว” โลเวลล์หยิบโทรศัพท์ของเขาขึ้นมาเล่น มืออีกข้างหนึ่งก็ลูบขนของกิซโม่เบาๆ มันขยุกขยิกตัวเล็กน้อยก่อนจะดิ้นลงจากตักเขา

หญิงสาวพยักหน้าแล้วเดินเข้าไปในห้องครัว เจ้าแมววิ่งตามไปกระโดดเกาะเสื้อของเธอแล้วปีนขึ้นไปบนไหล่จนหญิงสาวเกือบจะหงายหลังจากน้ำหนักตัวของมันแล้วค่อยๆแกะเล็บที่จิกเข้าไปในเสื้อของเธอออก

“ดูเหมือนมันจะติดคุณเอามากๆเลยนะครับ” โลเวลล์ลุกขึ้นไปช่วยอุ้มมันออก

“ค่ะ เวลาฉันเดินไปไหนมันก็จะคอยเดินตามฉันไปตลอด ใช่ไหมกิซโม่... ” เธอเอาหน้าผากชนกับหน้าผากของแมว โลเวลล์ขมวดคิ้วทันที

“งั้นผมจะจับแมวไว้ไม่ให้มันไปกวนคุณก็แล้วกัน คุณรีบไปทำอาหารมาให้ผมทานเถอะนะครับ” ชายหนุ่มหนีบหนังบริเวณคอของเจ้ากิซโม่แล้วหิ้วมันไปออกไปห่างๆ พัณณิตาปิดประตูครัวเพื่อไม่ให้กลิ่นฉุนของสะระแหน่ลอยออกไปติดตามพรมในห้องของเขา ส่วนเจ้ากิซโม่ที่ถูกหิ้วออกมาก็ทั้งจิกทั้งข่วนโลเวลล์จนเขาต้องยอมปล่อย มันใช้อุ้งตีนน้อยๆของมันเขี่ยที่หน้าประตูห้องครัวเพื่อหวังที่จะเปิดมันออกมา

พัณณิตาที่จัดอาหารใส่จานเรียบร้อยแล้วก็เปิดประตูออกมา หล่อนหวีดร้องอย่างตกใจเมื่อไม่คิดว่ามันจะนอนรออยู่ที่หน้าประตู หญิงสาววางอาหารตรงหน้าโลเวลล์แล้วเดินเข้าไปหยิบขนมแมวเลียมาป้อนเจ้ากิซโม่

“คุณไม่ทานอะไรหรือครับ” โลเวลล์จ้องมองหญิงสาวที่กำลังป้อนขนมแมวอย่างมีความสุข

“ฉันทานพร้อมกับกิซโม่แล้วล่ะคะ ตอนแรกกะจะทานแค่รองท้องแต่ดูเหมือนมันจะมากเกินไปหน่อยตอนนี้ก็เลยอิ่มแล้วล่ะคะ” เธอค่อยๆบีบขนมออกมาทีละน้อย “จริงสิคะคุณโลเวลล์ อาหารของเจ้ากิซโม่ใกล้จะหมดแล้ว ฉันสามารถไปซื้อมันได้ที่ไหนคะ”

กิซโม่! กิซโม่! กิซโม่! ให้ตาย... ทำไมตอนนี้เขาถึงได้เกลียดชื่อนี้นัก โลเวลล์ส่งสายตาอาฆาตให้เจ้าเหมียว

“เรื่องนั้นเดี๋ยวผมไปซื้อเองครับ”

“ได้ยังไงล่ะคะ การไปซื้อของก็ถือเป็นงานของแม่บ้านนะคะ”

โลเวลล์เหลือบมองหญิงสาวสลับกับเจ้ากิซโม่ จู่ๆสมองของเขาก็มีไอเดียอันเลิศล้ำผุดขึ้นมา ชายหนุ่มเหยียดยิ้มเจ้าเล่ห์ วางช้อนส้อมในมือลงแล้วหันมาพูดกับพัณณิตาอย่างจริงจัง

“คุณรู้ไหมว่างานแม่บ้านของผมจริงๆแล้วต้องทำอะไรบ้าง”

“งานแม่บ้านไม่ใช่ว่าทำความสะอาดบ้าน ซักผ้าทำอาหารไว้รอเจ้านายหรอกเหรอคะ?” เห็นในหนังแม่บ้านเขาก็ทำแบบนี้กันทั้งนั้นแม้กระทั่งตามนวนิยายเรื่องต่างๆ

“แม่บ้านของผมถือคติงานทำความสะอาดคืองานรอง ส่วนงานหลักก็คือ...” เขาเว้นจังหวะแล้วยกน้ำในแก้วขึ้นมาดื่มอึกหนึ่ง

“งานหลักคืออะไรคะ” หล่อนถามเขา งานของแม่บ้านยังมีอย่างอื่นนอกจากทำความสะอาดด้วยเหรอ

“งานหลักของแม่บ้านของผมก็คือการทำให้เจ้านายผ่อนคลาย” โลเวลล์ยิ้มกว้างขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าสงสัยของหญิงสาว

“อย่างเช่นอะไรคะที่ทำให้คุณผ่อนคลาย”

“แม่บ้านคนก่อนหอมแก้มผมทุกเช้าก่อนที่ผมจะออกไปทำงานและก่อนผมเข้านอน” เขาพูดโกหกออกมาหน้าตาเฉย

“หอมแก้ม!” หล่อนอุทานอย่างตกใจ “แม่บ้านคนก่อนเขาหอมแก้มคุณเพื่อให้คุณผ่อนคลายหรือคะคุณโกหกฉันรึเปล่า” เธอเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่ง แต่เพราะธรรมเนียมของยุโรปที่ไม่ค่อยจะซีเรียสเรื่องรักนวลสงวนตัวเลยทำให้เธอเลือกที่จะเชื่อมากกว่า

“ใช่ครับ” เขายืนยันเสียงแข็งเพื่อให้หญิงสาวแน่ใจว่าเขาไม่ได้โกหก

“ละ... แล้วฉันต้องหอมแก้มคุณไหมคะ” พัณณิตาเม้มริมฝีปาก เธอมักจะหอมแก้มนักเรียนที่น่ารักของเธอแต่เธอไม่เคยหอมแก้มผู้ชายตัวโตมาก่อน

“คุณว่าไงล่ะครับ...” เขาเอียงคอมองเธอ “มันเป็นงานของแม่บ้านอย่างคุณนี่ ขอแค่คุณทำให้ผมผ่อนคลายได้ คุณจะไม่ทำความสะอาดจนเพ้นท์เฮ้าส์ของผมจนมันเละผมก็ไม่ว่า แต่สภาพแวดล้อมก็ถือเป็นสิ่งสำคัญนะครับ”

โลเวลล์หัวเราะอยู่ในใจพลางส่งสายตาอย่างผู้มีชัยชนะไปให้เจ้ากิซโม่

แกแพ้ฉันแล้วไอ้แมวเอ้ย

“ฉัน... ขอไม่หอมแก้มคุณได้ไหมคะ คือฉันอาจจะหาอโรม่ามาจุดในห้องทำงานของคุณหรือไม่ก็ห้องนอนเพื่อให้คุณผ่อนคลายก็ได้คะ” แต่เธอจะไม่ยอมหอมแก้มของเขาเด็ดขาด!

“ไม่ได้ครับ!” โลเวลล์หันกลับมาตอบอย่างทันควัน เจ้ากิซโม่ถูไถอยู่บริเวณเอวของพัณณิตาเหมือนกับว่ามันกำลังเชียร์ให้หล่อนอย่าไปทำตามคำพูดของเขา ชายหนุ่มถลึงตาใส่ “ถ้าคุณไม่หอมแก้มผม ผมจะไม่ยอมนอน!” เขาขู่เธอ

หญิงสาวมองหน้าเขาอย่างอึ้งนิดๆ แทนที่เขาจะขู่เธอว่าจะไล่เธอออกหรือไม่ก็จะให้เธอกลับไปอยู่ที่บ้านของคุณลุง แต่เขากลับขู่เธอว่า... จะไม่ยอมนอน!!! เขาคงจะรู้สินะว่าการขู่แบบนั้นมันไม่ได้มีประโยชน์อะไรเลยแม้แต่น้อย ถ้าเขาไล่เธอออก... เธอก็จะบินกลับไปประเทศไทยทันที หรือเขาจะให้เธอกลับไปอยู่กับคุณลุง... เธอก็จะบินกลับทันทีเหมือนกัน

“ว่าไงล่ะครับ คุณจะยอมหอมแก้มของผมไหม” โลเวลล์เอียงศีรษะไปด้านหนึ่งเพื่อที่จะยื่นแก้มของเขาไปให้เธอหอม “คุณก็รู้แต่ละวันผมทำงานเครียดมาก ผมก็แค่อยากจะมีใครซักคนมาช่วยให้ผมผ่อนคลาย” เมื่อการขู่ไม่ได้ผล เขาเลยเปลี่ยนมาใช้วิธีขอความเห็นใจแทน

“...” พัณณิตายังคงนิ่งเงียบ จ้องมองแก้มสีคร้ามแดดที่มีหนวดเคราประดับอยู่เล็กน้อยอยู่นาน ในที่สุดหล่อนก็กลั้นหายใจแล้วเอาแก้มขาวผ่องของเธอชนกับแก้มของเขาอย่างรวดเร็ว

ใบหน้าหวานแดงแปร๊ด!

                “แค่นี้คงจะผ่อนคลายแล้วสินะคะ” เธอถลึงตามองเขาด้วยความเขินอาย ตั้งแต่เกิดมาก็เขานี่แหละที่เดินโอบเอวเธอคนแรก! ก็เขาเนี่ยแหละที่เธอหอมแก้มเป็นคนแรก!

                “ผ่อนคลายมากครับ” โลเวลล์รับรู้ได้ถึงหัวใจที่เต้นระรัว มีสาวสวยหยาดฟ้ามาดินหลายคนที่หอมแก้มเขาถึงขนาดเคยจูบปากกันอย่างดูดดื่มแต่ก็ไม่เคยมีใครซักคนที่สามารถทำให้หัวใจของเขาเต้นตึกตักได้ขนาดนี้

            ให้ตายสิ! เขาอยากจะประทับจูบร้อนแรงที่ริมฝีปากอวบอิ่มนั่นชะมัด

                “ถ้าผ่อนคลายแล้วคุณก็รีบทานข้าวต่อให้หมดซะนะคะ ฉันจะได้เอามันไปล้างซักที”

                “ครับ” โลเวลล์หยิบช้อนส้อมขึ้นตักข้าวในจานเข้าปาก เขารู้สึกแปลกใจเมื่อข้าวห่อไข่ราดผัดกระเพราที่เห็นพริกเป็นเม็ดๆไม่เผ็ดเลยแม้แต่นิด แต่มันกลับ... หวาน!!

------------------------------------------------------------------------------------------------------

     เอาแล้วๆๆ ป๋าเริ่มรุกแล้ว ขอเสียงทีมป๋าหน่อยยย ฮิ้ว!

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

     รักนักอ่านทุกท่านคะ

 
ความคิดเห็น