facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 6 กลับบ้าน 100%

ชื่อตอน : บทที่ 6 กลับบ้าน 100%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 33.2k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2559 13:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 6 กลับบ้าน 100%
แบบอักษร

“ไอ้ไมเคิล! นี่ก็วันที่สองแล้วนะเว้ย… ทำไมหล่อนยังไม่กลับมาอีก” ซีโน่ที่ไม่ได้กลับบ้านของเขามาสามวันแล้วรู้สึกหงุดหงิดจนนั่งไม่ติดที่ กระวนกระวายว่าถ้านานกว่านี้อาจจะมีตำรวจในเครื่องแบบมาเคาะประตูหน้าบ้านใส่กุญแจมือเขาก็ได้

“รออีกหน่อยสิวะ! ฉันว่าวันนี้แหละหล่อนจะต้องกลับมาแน่นอน” ไมเคิลเดินไปเดินมาอย่างอยู่ไม่สุขเช่นกัน จะไปแจ้งคนหายก็ไม่ได้ จะออกไปตามหาก็กลัวหล่อนจะตะโกนโวยวายร้องให้คนช่วย พวกเขาจึงได้แต่นั่งรออยู่ในบ้าน

“ถ้าหล่อนไม่กลับมาภายวันนี้ นายจะต้องจ่ายเงินค่าเสียเวลาให้ฉัน!” เขาเสียเวลากับการรอคอยมานานมากเกินพอแล้ว

“อะไรวะ! แกไม่จ่ายเงินฉันแล้วยังจะให้ฉันจ่ายเงินแกอีกเหรอ ฉันไม่มีโว้ย!” ไมเคิลตะโกนโวยวาย แค่ค่าเหล้าค่าเบียร์ก็ยังไม่พอจ่าย แล้วเขาจะเอาเงินมาจากไหนเสียให้มัน

“ฉันไม่ได้เปิดซิงเธอ ไม่ได้มีเซ็กส์กับเธอด้วยซ้ำแล้วฉันจะเสียเงินให้แกทำไม!

“อย่างน้อยๆแกก็แอบมองบั้นท้ายของหล่อน จ่ายเงินมาซะดีๆ” ตอนนี้ต่อให้ต้องขูดเลือดขูดเนื้อคนอื่นเขาก็ยอม

“ไอ้สวะเอ้ย! แค่บั้นท้ายแฟบๆของเธอฉันไม่มองก็ได้วะ ดูแล้วไม่เห็นจะมีอารมณ์ อีตัวข้างถนนค่าตัวห้าสิบปอนด์ยังจะเซ็กซี่ซะกว่า”

“แต่แกก็มองมันไปแล้ว จ่ายมาสามร้อยปอนด์!

“ไม่จ่ายโว้ย! ไปทวงจากแม่มึงโน้น” อีกฝ่ายเริ่มขึ้นมึงขึ้นกู ไมเคิลยิ่งเดือดจัดจนเลือดขึ้นหน้า คว้าคอเสื้อของซีโน่เตรียมจะชกต่อย ฝ่ายซีโน่เองก็ไม่ยอมแพ้กำหมัดแน่นเช่นเดียวกัน

กิ๊ง... ก่อง... กิ๊ง.... ก่อง

เสียงกริ่งหน้าประตูทำให้ทั้งสองหยุดชะงักแล้วหันไปมองประตูหน้าบ้านพร้อมกัน ไมเคิลค่อยๆคลายมือจากคอเสื้อของซีโน่แล้วเดินไปส่องที่ช่องตาแมวว่าใครมากดออด เขาเห็นร่างเล็กๆของหญิงสาวยืนรออยู่ที่หน้าประตู

“มาแล้วโว้ย! หล่อนมาแล้ว! แกไปหลบที่อื่นก่อน” ไมเคิลรีบไล่ซีโน่ให้ไปซ่อนตัวหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมา แล้วเปิดประตูออกมาต้อนรับด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม

“ไง หลานรักของลุง กลับมาแล้วเหรอ” ไมเคิลกางแขนคล้ายจะกอดหญิงสาวทำให้พัณณิตากระเถิบถอยหลังหนี

“พันกลับมาเอาของน่ะค่ะ” เธอตอบด้วยน้ำเสียงหนักแน่น แต่ทว่ามือที่กำชายเสื้อของชายหนุ่มไว้แน่นกลับสั่นระริก

“ของๆหนูก็อยู่ข้างบนห้องที่เดิมแหละจ่ะ เข้ามาเอาสิจ๊ะ” ไมเคิลเปิดประตูอ้าขึ้น มืออีกข้างสัมผัสกับเครื่องช็อตไว้ฟ้าที่ซ่อนไว้ใต้เสื้อเตรียมเอาออกมาใช้งาน

พัณณิตาค่อยๆก้าวเท้าเข้ามาในบ้านอย่างระมัดระวัง หล่อนมองคุณลุงไมเคิลแล้วหันซ้ายหันขวาเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครซ่อนตัวเตรียมจะทำร้ายเธออยู่ หญิงสาวดึงโลเวลล์ให้เดินเข้าไปด้วยกัน

“เดี๋ยวก่อน แกเป็นใคร!” ไมเคิลพลักโลเวลล์ที่เดินตามหลังหลานสาวมา

“ฉันเป็นใครไม่สำคัญ ฉันแค่ตามหล่อนมาเพื่อให้แน่ใจว่าญาติเลวๆอย่างนายจะไม่ลากเธอไปข่มขืนอีกเป็นครั้งที่สอง” โลเวลล์ปัดฝุ่นที่ติดอยู่ที่เสื้อสูทของเขาออก

“ที่นี่บ้านกู กูจะทำอะไรมันก็เรื่องของกู... กูสั่งให้มึงออกไปเดี๋ยวนี้!” ไมเคิลอยากจะชกหน้าผู้ชายตรงหน้านี้นัก ถ้ามันอยู่ล่ะก็เขาจะทำอะไรได้ไม่สะดวกน่ะสิ “รีบออกไปก่อนที่ฉันจะแจ้งตำรวจข้อหาบุกรุกพื้นที่”

“แจ้งตำรวจหรือ ฮึ! ถ้ากล้าแจ้งก็แจ้งไป แล้วจะได้รู้ว่าข้อหาของใครมันจะใหญ่กว่ากัน” โลเวลล์เหยียดยิ้มคล้ายกับอ่านอีกฝ่ายออกจนทะลุปรุโปร่ง

ไมเคิลกัดฟันอย่างเคียดแค้นเมื่อไม่สามารถตอบโต้อะไรได้ เขาหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าออกมาจากเสื้อหมายจะช็อตคนตรงหน้าให้สลบ แต่ก็มีใครอีกคนหนึ่งจับแขนของเขาไพล่หลังลักษณะเหมือนตำรวจจับผู้ร้ายอย่างรวดเร็ว แขนที่บิดเบี้ยวทำให้มือของเขาคลายออกจนของที่อยู่ในมือร่วงลงกับพื้น

“มันไม่ง่ายขนาดนั้นหรอก” ปาสคาลหยิบเครื่องช็อตไฟฟ้าขึ้นมาแล้วเขวี้ยงมันออกไปไกลโข “ตะโกนบอกเพื่อนนายด้วยว่ามันไม่มีประโยชน์ถ้าคิดจะต่อต้าน”

“พวกมึง! พวกมึงเป็นใคร!” ไมเคิลร้องออกมาด้วยสภาพหน้าสมเพชเวทนา

“ฉันชื่อโลเวลล์ ครูส นายคงจะพอรู้จัก” โลเวลล์เดินเข้าไปในบ้านด้วยท่าทีสบายๆพลางหันมาพูดกับพัณณิตา “คุณขึ้นไปเอาของๆคุณเถอะนะครับ ส่วนข้างล่างเดี๋ยวผมจะจัดการให้เอง”

“อะ...อ่าค่ะ” เธอรีบวิ่งขึ้นไปที่ชั้นสองทันที

“ละ... โลเวลล์ ครูส!” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นมาอย่างตกใจ ถึงเขาจะไม่ได้อยู่ในวงการของพวกคนรวยแต่ชื่อนี้ก็ถูกพูดถึงในหน้าหนังสือพิมพ์และรายการข่าวเศรษฐกิจอยู่บ่อยครั้ง เป็นมหาเศรษฐีที่สามารถทำให้นครลอนดอนสั่นคลอนได้ด้วยธุรกิจในมือ

 “นายต้องการอะไร!” คำพูดของเขาสุภาพลงเมื่อเทียบกับก่อนหน้า เขาหันไปมองหาซีโน่เพื่อส่งสัญญาณขอความช่วยเหลือ แต่เพื่อนกินของเขากลับหนีออกไปทางประตูหลังตั้งแต่มีคนแปลกหน้าเข้ามาในบ้านแล้ว

“ถามตรงประเด็นดี!” โลเวลล์ทรุดนั่งลงบนโซฟาแล้วยกขาข้างหนึ่งขึ้นมาไขว่ห้าง “บอกมา! นายขายหล่อนได้เงินเท่าไร”

“ละ... แล้วมันเกี่ยวอะไรกับนาย” ไมเคิลดื้อดึงไม่ยอมตอบคำถาม

“ตอบมา!” ชายหนุ่มขึ้นเสียงอย่างมีน้ำโห

“หะ... ห้าร้อยปอนด์! ไมเคิลตะโกนตอบเสียงดัง พัณณิตาที่เก็บของเสร็จเดินลงมาได้ยินเข้าพอดี

“ฮึ! เพราะเงินจริงๆด้วย” โลเวลล์หันไปมองหญิงสาวที่เอามือปิดปาก น้ำตาคลอเบ้า เขารีบลุกไปหาเธอทันที

ตอนนี้เธอไม่พร้อมที่จะรับรู้อะไรอีกแล้ว!

“ฉันจะให้แกอีกสิบเท่า ต่อไปอย่ามายุ่งกับเธออีก” โลเวลล์เดินโอบประคองหญิงสาวออกจากบ้าน ปาสคาลหยิบเช็คเปล่าที่มีเซ็นลายเซ็นไว้พร้อมแล้วกรอกตัวเลขลงไปแล้วร่อนมันไปตกตรงหน้า

“ไปกันได้แล้ว!

--------------------------------------------------------------------------------------

โลเวลล์พาพัณณิตากลับมาถึงเพ้นท์เฮ้าส์ ตลอดทางหญิงสาวเอาแต่นั่งร้องไห้อยู่เงียบๆ น้ำตาที่หลั่งรินออกมาจากดวงตาคู่สวยราวกับเม็ดฝนเป็นหลักฐานชั้นดีว่าหัวใจดวงน้อยของเธอนั้นได้แตกสลายไปมากขนาดไหน ความหวังสุดท้ายที่เธอยังเห็นว่าคุณลุงยังเป็นคนดีที่ยังน่าเคารพรักอยู่ได้พังทลายลงอย่างไม่เหลือชิ้นดี เธอไม่เคยเชื่อมาก่อนว่าแค่เงินเล็กน้อยสามารถทำให้ครอบครัวแตกแยกได้จนกระทั่งมาถึงวันนี้... วันที่เธอได้เผชิญกับมันเอง

“อย่าร้องไห้เลยนะครับ น้ำตาของคุณมันมีค่ามากกว่าที่จะเสียให้กับคนพรรณนั้น” โลเวลล์นั่งคุกเข่าตรงหน้าเธอ เขากุมมือทั้งสองข้างของหล่อนไว้อย่างปลอบโยน

“ฉัน... ฉันไม่คิดว่าคุณลุงจะเห็นแก่เงินขนาดนี้” เธอร้องไห้สะอึกสะอื้น สองตาเริ่มบวมแดง

“ผมเข้าใจนะว่าคุณเสียใจมากขนาดไหน แต่คุณจะต้องเข้มแข็งเพื่อที่จะก้าวผ่านมันไปให้ได้”

พัณณิตานิ่งเงียบแล้วมองลึกเข้าไปในนัยน์ตาสีเทาของเขา เขาพูดถูก! เธอจะต้องเข้มแข็ง

“ฉัน... จะพยายามนะคะ” หล่อนเอ่ยเสียงค่อย น้ำตายังคงไหลไม่หยุด โลเวลล์ดึงร่างน้อยเข้ามากอดหลวมๆแล้วลูบแผ่นหลังของเธออย่างแผ่วเบา จู่ๆเขาก็นึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้

“เดี๋ยวผมมานะครับ” โลเวลล์คลายอ้อมกอดแล้วเดินเข้าไปที่ห้องๆหนึ่งซึ่งพัณณิตาไม่เคยเข้าไปมาก่อน ผ่านไปไม่กี่นาทีเขาก็ออกมาพร้อมกับอุ้มสัตว์สีบลูมาด้วยตัวหนึ่ง

“นั่นแมวนี่คะ” หล่อนเงยหน้าขึ้นมาทั้งน้ำตา แมวตัวใหญ่ขนฟูกระโดดลงมาจากอ้อมแขนของเขาแล้วมานัวเนียอยู่บริเวณข้อเท้าของเธอ พัณณิตาอุ้มเจ้าแมวเหมียวตัวนั้นขึ้น ความโศกเศร้าและน้ำตาหายไปชั่วขณะหนึ่ง

“มันชื่อเจ้ากิซโม่น่ะครับ” โลเวลล์ทรุดตัวนั่งข้างๆหญิงสาว เสื้อสูทของเขาเต็มไปด้วยขนแมวมากมาย

 “คุณเลี้ยงแมวด้วยเหรอคะ?” เธอถามอย่างแปลกใจ ตั้งแต่เธอมาที่นี่เธอยังไม่เคยเห็นขนแมวซักเส้นแถมยังไม่ได้ยินเสียงร้องของมันซักแอะ

“ครับ ผมเลี้ยงแมวเอาไว้ตัวหนึ่ง มันเพิ่งจะกลับมาจากโรงพยาบาลสัตว์เมื่อซักครู่นี้เอง”

“โรงพยาบาล มันเป็นอะไรเหรอคะ!?” หล่อยเอ่ยถามอย่างตกใจ

“มันไม่ได้เป็นอะไรหรอกครับ มันแค่ไปตรวจสุขภาพประจำเดือนเท่านั้น”

“อย่างนั้นเองเหรอคะ” พัณณิตาลูบไล้ไปตามแนวขนของมัน ขนที่นุ่มทำให้หญิงสาวยิ้มออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ โลเวลล์คลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเธอเริ่มอารมณ์ดีขึ้น

“คุณอยากจะลองป้อนขนมแมวเลียดูบ้างไหม” ชายหนุ่มหยิบขนมแมวเลียออกมาจากกล่อง ซีกซองเล็กน้อยแล้วส่งให้เธอ

“ขอบคุณคะ” เธอรับมันมา เจ้ากิซโม่ที่นอนอยู่บนตักรีบลุกขึ้นทันทีเมื่อเห็นของกิน พัณณิตาบีบให้ขนมออกมาเล็กน้อยแล้วส่งให้มัน ลิ้นสีชมพูตวัดเลียกินอย่างเอร็ดอร่อย “มันน่ารักมากเลยนะคะ”

“ครับ”

โลเวลล์จ้องมองรอยยิ้มของพัณณิตาที่ค่อยๆขยายกว้างขึ้น รอยยิ้มเจือคราบน้ำตาบนใบหน้าของหญิงสาวดูงดงามยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด

“งั้นคุณอยู่เล่นกับพวกมันก่อนนะครับ... ผมขอตัวกลับไปทำงานก่อน มีอะไรก็กดโทรศัพท์หมายเลขสองโทรออกนะครับมันจะต่อเข้าไปที่ห้องทำงานของผม” ชายหนุ่มลุกขึ้น ปัดขนแมวที่ติดอยู่ตามตัว

“คะ?” เธอขานรับอย่างแปลกใจเล็กน้อย

“ห้องทำงานของผมอยู่ชั้นล่างของเพ้นท์เฮ้าส์นี้เองครับ ถ้ามีอะไรผมจะรีบขึ้นมาหาคุณทันที... งั้นผมไปก่อนนะครับ”

 

“ค่ะ แล้วเจอกันนะคะ” หล่อนส่งยิ้มให้เขาแล้วหันกลับมาสนใจเจ้ากิซโม่ต่อโดยหารู้ไม่ว่าชายหนุ่มที่หล่อนคิดว่าออกไปแล้วกำลังยืนส่งสายตาริษยาให้เจ้าเหมียวอยู่ข้างหลัง

---------------------------------------------------------------------------------------

กิซโม่แมวแสบสุดน่ารักออกโรงแล้ววววว ใครจิตนาการเจ้ากิซโม่ไม่ออกให้นึกถึงแมวพันธ์เมนคูนนะคะแบบนั้นเลย

เป็นกำลังใจให้ไรเตอร์ด้วยนะคะ

รักนักอ่านทุกท่านคะ

ความคิดเห็น