facebook-icon

สวัสดีนักอ่านทุกคนค่ะ นิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแรกจึงอาจจะน้ำเยอะ มีฉากที่ไม่น่ามี หรืออื่นๆประการทั้งปวง ยังไงก็อ่านเพื่อความสนุกเนอะ อย่าคิดมาก 55

บทที่ 3 วางยา 50%

ชื่อตอน : บทที่ 3 วางยา 50%

คำค้น : ลอนดอน, ครูอนุบาล, นักธุรกิจหนุ่ม, ทาสแมว, จิกหมอน

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 30.4k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 15 พ.ค. 2559 13:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 วางยา 50%
แบบอักษร

“ฮันนี่คะ ไอรีนดีใจม๊ากมากค่ะที่ฮันนี่ออกมาทานดินเนอร์กับไอรีนได้” หญิงสาวในชุดรัดรูปลายเสือดาวเอ่ยขึ้น เสื้อผ้าที่หล่อนสวมใส่อยู่นั้นมันทำให้เธอกลายร่างเป็นแม่เสือสาวที่คอยขย่ำหัวใจของชายหนุ่มทุกคนเพียงแค่ได้ชายตามองเธอเท่านั้น บนโลกนี้คงจะไม่มีชายใดหลุดลอดออกไปจากกรงแห่งเสน่หาความเย้ายวนของเธอได้อีกแล้ว จะยกเว้นก็เพียงแต่ โลเวลล์ ครูส คนนี้คนเดียวเท่านั้น

“ก็ผมสัญญากับคุณไว้แล้วนี่ครับจะให้ผิดสัญญาได้ยังไง คุณก็รู้ว่าผมรักษาคำพูดแค่ไหน” โลเวลล์เองถึงแม้ว่าจะโดนทั้งลูกอ้อนลูกตื้อของหญิงสาวที่เกาะเกี่ยวแขนของเขาอย่างกับปลาหมึกแต่เขาก็ไม่ได้มีท่าทีแสดงความสนใจไปมากกว่าการมาทานดินเนอร์ด้วยกันกับหล่อนเท่านั้น

“ไอรีนรู้ค่ะ ไอรีนรู้จักนิสัยของฮันนี่ดีที่สุดอยู่แล้ว” หล่อนถูอกอวบอิ่มกับแขนแข็งแรง “แล้วปาสคาลล่ะคะ ไม่ได้มากับคุณด้วยเหรอ เห็นทุกทีเขาจะคอยตามคุณไปไหนมาไหนไม่ยอมห่าง”

“เขาไม่ว่างเหมือนคุณหรอกนะครับ ว่าแต่คุณโทรจองโต๊ะที่ร้านอาหารไว้แล้วหรือยังครับ ผมว่าเรารีบไปกันดีกว่าผมชักรู้สึกหิวแล้ว” โลเวลล์ว่าพลางชำเลืองหางตามองไปที่รถหรูที่ติดฟิล์มกระจกซะดำมืดมองไม่เห็นคนด้านใน ก่อนจะมาปาสคาลยื่นคำขาดกับเขาว่าจะไม่ให้หล่อนเจอหน้าโดยเด็ดขาดเพราะรอบที่แล้วเจ้านายปฏิเสธที่จะไปต่อกับหล่อนที่คอนโด หล่อนเลยเบี่ยงเป้าหมายมาหาเขาอย่างหน้าไม่อายทั้งๆที่ปากก็บอกว่ารักเจ้านายของเขานักหนา เขารังเกียจผู้หญิงประเภทนี้ที่สุด

“งั้นก็ได้ค่ะ ไอรีนได้โทรไปจองโต๊ะที่ภัตตาคารประจำของเราไว้แล้วๆก็ให้เขาจัดทำเมนูพิเศษไว้เซอร์ไพรส์ฮันนี่ด้วยนะคะ”

“อ่า... ผมชักตื่นเต้นแล้วสิครับว่าคุณจะเซอร์ไพรส์อะไรผม อย่างนี้ผมจะต้องหลับตาด้วยไหมครับเนี่ย” โลเวลล์ยกมือขึ้นมาปิดตาเลียนแบบเวลาหญิงสาวต้องการเซอร์ไพรส์แฟนหนุ่มพวกเธอมักจะขอให้ฝ่ายชายปิดตาเสมอ แต่ต่างกันตรงที่ว่าเขาและเธอไม่ได้เป็นแฟนกัน

“แหม... ไม่ต้องหรอกค่ะ ถ้าคุณปิดตาแล้วใครจะขับรถล่ะคะ”

“นั่นสินะครับ” โลเวลล์เดินไปขึ้นรถแอสตันมาร์ตินสัญชาติอังกฤษแท้สีน้ำตาลอมส้มเงาวับรูปทรงโฉบเฉี่ยวของตน ส่วนฝ่ายหญิงก็ขึ้นไปนั่งที่ที่นั่งข้างคนขับอย่างรู้งาน ชายหนุ่มสตาร์ทรถขับออกไปทันทีโดยมีรถอีกคันขับตามหลังอยู่ห่างๆ

----------------------------------------------------------------------------------------- 

ฝ่ายพัณณิตาที่ปั่นจักรยานไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นหอนาฬิกาบิ๊กเบน แม่น้ำเทมส์หรือแม้กระทั่งลอนดอนอาย ชิงช้าสวรรค์ขนาดยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่ฝั่งตรงข้ามของหอนาฬิกาบิ๊กเบน เป็นที่น่าเสียดายอย่างมากที่เธอลืมเอาตั๋วขึ้นมา เดิมทีหล่อนคิดว่าจะไปซื้อเอาที่ด้านหน้าของชิงช้าสวรรค์ แต่ดูจากผู้คนที่ต่อแถวเข้าคิวซื้อนั้นยาวยิ่งกว่าหางว่าว จะให้หล่อนไปต่อแถวซื้อด้วยเกรงว่าวันนี้ทั้งวันหล่อนคงจะไม่ได้ไปที่อื่นต่ออีกแน่ๆและหอนาฬิกาบิ๊กเบนที่งดงามอลังการนั้นก็ไม่ได้เปิดให้สาธารณชนเข้าชม หล่อนเพียงแค่ได้ปั่นจักรยานชมรอบๆเท่านั้น แต่ความยิ่งใหญ่ของแม่น้ำเทมส์ แม่น้ำสายสำคัญของประเทศอังกฤษที่หล่อเลี้ยงชีวิตของผู้คนในกรุงลอนดอนมาตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบันก็ไม่ทำให้เธอผิดหวังเลยแม้แต่น้อย ขากลับหล่อนยังได้ปั่นจักรยานแวะไปยังย่านไชน่าทาวน์เพื่อซื้อวัตถุดิบต่างๆที่นำเข้ามาจากประเทศบ้านเกิดของเธอกลับไปอีกด้วย

“คุณลุงคะ พันกลับมาแล้วค่ะ” หญิงสาวเปิดประตูเข้าไปในบ้าน วางถุงใส่เครื่องปรุงและอาหารสำเร็จรูปอีกหลายอย่างที่เธอแวะซื้อกลางทางลงบนโต๊ะในห้องรับแขก

“อ้าว กลับมาแล้วเหรอเป็นยังไงบ้าง สนุกบ้างไหม” ไมเคิลชะโงกหน้าลงมาจากชั้นสอง

“สนุกค่ะ แต่ก็เหนื่อยมากๆด้วย ปั่นจักรยานทั้งวัน” เธอนั่งลงบนโซฟาแล้วใช้มือน้อยๆบีบนวดน่องเบาๆเพื่อคลายความเหนื่อยล้า

“ลุงเห็นตั๋วลอนดอนอายที่ลุงจองไว้อยู่บนโต๊ะ หนูไม่ได้เอามันไปด้วยเหรอ”

“ค่ะ เมื่อเช้าพันลืมเสียสนิทเลยตอนไปถึงเพิ่งจะนึกออก เสียดายมากๆเลยค่ะที่วันนี้ไปแล้วไม่ได้ขึ้น”

“ฮ่าฮ่าฮ่า ไม่ต้องเสียดายหรอกยังไงหนูก็ยังอยู่ที่นี่อีกตั้งหนึ่งเดือนมีโอกาสถมเถไปที่จะไปอีกครั้ง”

“งั้นเหรอคะคุณลุง จริงสิ พันได้แวะไปย่านไชน่าทาวน์มาด้วย ซื้อของสำหรับทำอาหารมาเยอะแยะเลย วันนี้คุณลุงอยากจะทานอะไรล่ะคะ เดี๋ยวพันจะทำให้ทาน” เวลาในตอนนี้หนึ่งทุ่มกว่าแล้ว เกือบจะเลยเวลาอาหารค่ำเต็มที หล่อนจะต้องรีบทำก่อนที่จะเลยเวลารับประทานอาหารไป

“โอ๊ย! ไม่ต้องรบกวนหนูหรอกเดี๋ยววันนี้ลุงจะแสดงฝีมือการทำอาหารให้หนูได้ทานเอง” คุณลุงไมเคิลเดินลงมาจากชั้นสอง เปิดถุงดูของที่พัณณิตาซื้อมา “หนูมาที่นี่เพิ่งจะวันที่สอง คงยังไม่ได้ทานอาหารอังกฤษล่ะสิ เดี๋ยววันนี้ลุงจะทำฟิชแอนด์ชิฟส์ฉบับเมืองผู้ดีแท้ๆให้ทาน ดีไหม”

“แต่ว่า... ” หล่อนยังคงลังเลที่จะให้ผู้ที่อาวุโสกว่าตนทำอะไรให้

“น่า... ให้คิดซะว่าลองชิมอาหารฝีมือลุงก็แล้วกัน”

“ก็ได้ค่ะ คุณลุงคะพันเห็นรองเท้าอีกคู่หนึ่งอยู่หน้าบ้าน คุณลุงมีแขกรึเปล่าคะ” ตอนเปิดประตูเข้ามาหล่อนเห็นรองเท้าผ้าใบเก่าๆคู่หนึ่งถอดทิ้งไว้ ดูจากขนาดที่ใหญ่ของมันแล้วจะต้องเป็นรองเท้าของผู้ชายอย่างแน่นอน

“อ๋อ ซีโน่เพื่อนของลุงเอง เขานอนอยู่บนห้องน่ะ หนูช่วยไปเรียกเขาให้ลุงหน่อยได้ไหมป่านนี้มันคงใกล้จะตื่นแล้วแหละ” ในเมื่อหล่อนรู้แล้วก็ไม่จำเป็นจะต้องซ่อนตัวอะไรอีก

“เพื่อนของคุณลุงเหรอคะ ได้ค่ะ” พันณณิตาลุกขึ้นจากโซฟาแล้วเดินขึ้นไปชั้นสอง เคาะประตูห้องที่อยู่ก่อนห้องของเธอ

ก๊อก ก๊อก

“มีอะไรวะ!” ชายอายุใกล้เคียงกับคุณลุงของเธอเปิดประตูออกมา ศีรษะของเขายุ่งเหยิงไม่เป็นทรงดูก็รู้ทันทีว่าเขาเพิ่งจะตื่นนอน

“อะ... เออ... คือว่าคุณลุงไมเคิลเขาวานให้ฉันมาเรียกคุณลงไปข่างล่างน่ะค่ะ ไม่คิดว่าคุณกำลังนอนหลับสบายอยู่ ขอโทษนะคะ” หล่อนรีบก้มหัวขอโทษเป็นการใหญ่

“หนูคงจะเป็นหลานของไมเคิลล่ะสิ หน้าตาน่ารักดีนี่ มาๆๆ เข้ามาคุยกันก่อนสิยังไม่ต้องรีบลงไปหรอก” เขาเปิดประตูให้กว้างขึ้นเชื้อเชิญให้หล่อนเข้าไปข้างใน

“คุณลุงไมเคิลกำลังทำอาหารอยู่น่ะค่ะ เดี๋ยวฉันก็จะไปช่วยด้วย คุณลุงก็มาช่วยด้วยกันไหมคะ” หล่อนปฏิเสธอย่างแนบเนียนแล้วชักชวนให้เขาลงมาข้างล่าง

“อืม... งั้นหนูลงไปก่อนเลย ลุงขอไปล้างหน้าล้างตาก่อนแล้วจะตามไป”

“ได้ค่ะ” พูดจบหญิงสาวก็เดินลงไปชั้นล่างทันที บอกตามตรงว่าหล่อนไม่ค่อยถูกชะตากับผู้ชายตรงหน้านี้มากนัก กลิ่นตัวของเขาเหม็นหึ่งเหมือนไม่ได้อาบน้ำมาหลายอาทิตย์ กางเกงยีนส์ขาดๆปอนๆและสไตล์การแต่งตัวของเขาเหมือนโจรกระชากกระเป๋าที่เธอมักเห็นอยู่บ่อยๆตามหน้าหนังสือพิมพ์ เวลาอยู่ใกล้ๆแล้วเธอไม่รู้สึกปลอดภัยเอาเสียเลย

ซีโน่มองตามหญิงสาวที่วิ่งลงไปชั้นล่างอย่างรวดเร็วคล้ายกับอยากจะหนีไปให้พ้นจากตรงนี้

“ระวังตัวดีนักนะ ฮึ... เดี๋ยวก็รู้ว่าคืนนี้จะทนได้ซักนี่น้ำ!” ซีโน่เหยียดยิ้มช้าๆ ดวงตาเต็มไปด้วยความหื่นกระหาย เขาเดินลงไปเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาแล้วเข้าไปในห้องครัว

“ตื่นแล้วเหรอวะไอ้ซีโน่ วันนี้แกมีธุระต่อที่ไหนรึเปล่าฉันกะว่าจะชวนแกมาทานข้าวเย็นด้วยกันซักหน่อย” ไมเคิลถามพอเป็นพิธีทั้งๆที่รู้อยู่แก่ใจแล้วว่าธุระที่เพื่อนจะไปทำต่ออยู่ในบ้านหลังนี้

“ได้สิ ฉันไม่มีธุระที่ไหนต่อพอดี” ซีโน่เออออห่อหมกไปกับเขาแล้วเดินไปหยิบเบียร์กระป๋องที่เก็บไว้ในตู้เย็น นั่งลงบนเก้าอี้ กระดกเบียร์ดื่มอึกใหญ่

“รอหน่อยสิวะ อีกแป๊บเดียวอาหารก็จะเสร็จแล้วเดี๋ยวแกจะกินอะไรไม่ลงเพราะในกระเพาะเต็มไปด้วยเบียร์หรอก”

“เออน่า แกก็รู้ว่าเวลาฉันดื่มเบียร์แล้วจะยิ่งเจริญอาหาร” เขาบอกปัดอย่างรำคาญพลางแหล่ตามองบั่นท้ายของหญิงสาวที่กำลังจัดอาหารที่เพิ่งทอดใส่ลงในจาน ไมเคิลเหลือบมองเพื่อนของตนอยู่บ่อยครั้งเหมือนกำลังจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่าง พวกเขาพยักหน้าเหมือนกับรู้ความคิดของกันและกัน ซีโน่ลุกขึ้นจากเก้าอี้หยิบไวน์ที่เก็บไว้ในตู้ออกมา

-----------------------------------------------------------------------------------------------

 
ความคิดเห็น