สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 46

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10k

ความคิดเห็น : 16

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 15:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 46
แบบอักษร

 

 

     เธออยู่ตรงหน้าเขาแล้ว แม้ว่าหญิงสาวจะทำราวกับว่าไม่รู้จักเขาอย่างไร แต่เขาก็มั่นใจว่าจำไม่ผิดแน่ ใบหน้าที่เขาเฝ้ามองยามเธอหลับไหลอยู่แทบทุกค่ำคืน ไม่มีทางใดที่เขาจะลืมเลือนเธอไปได้

     "ผู้หญิงคนนี้มาอยู่กับแกได้ยังไงวะ ไอ้แบรามี" ถึงจะรู้ว่าเพื่อนชังจับตัวเธอไป แต่ก็คาดไม่ถึงว่ามันจะกล้าพาเธอมาออกงานสังคมที่มีนักข่าวเยอะขนาดนี้

     "ยิหวาเป็นเพื่อนของฉัน" หนุ่มลูกครึ่งกล่าวเสียงเรียบ พยายามจับพิรุธอินทรีให้ได้มากที่สุด เขาต้องรู้ให้ได้ว่าผู้หญิงคนนี้มีความสำคัญกับใคร ก็ในเมื่อเธอแต่งงานกับอาชา แล้วเหตุใดเธอถึงตั้งครรภ์กับอินทรีได้ ความสัมพันธ์ของคนบ้านนี้มันเป็นอย่างไรกันแน่

     "คนที่หักหลังคนอื่นไปทั่วอย่างแกเนี่ย มีเพื่อนด้วยเหรอวะ น่าขำว่ะ" อินทรียิ้มหยัน ทำเอาคนชายหนุ่มที่ถูกกล่าวหากัดฟันแน่น ได้ทีก็พูดไปก่อนเถอะอินทรี แล้วแกจะต้องเสียใจ

     "ไปเถอะหวา อย่ามัวคุยกับชายผู้ซื่อสัตย์ที่ถูกเพื่อนแย่งเมียไปในวันแต่งงานเลย" บารมีจับแขนคนตัวเล็กที่หลบอยู่ข้างหลังของเขาให้เดินตามไป

     แต่มีหรือที่อินทรีจะยอม เขาเจอเธอแล้ว จะไม่ยอมปล่อยให้หลุดมือไปแน่ ชายหนุ่มคว้าแขนเล็กอีกข้างแล้วดึงเข้าหาตัว บารมีเองก็จับแน่นพอที่จะไม่ปล่อยเธอเช่นกัน

     "โอ้ย ปล่อยนะ เจ็บ ๆ" คนที่อยู่ตรงกลางร้องโวยวาย "แขนจะหลุดแล้ว" เสียงเล็กอุทธรณ์   ได้ยินดังนั้นบารมีจึงยอมปล่อย ส่งผลให้อินทรีที่ปล่อยช้ากว่าได้ตัวเธอไป แขนแกร่งโอบรอบเอวของเธอไว้แน่น

     หญิงสาวพยายามดิ้นขัดขืนพยายามจะกลับไปหาบารมี เมื่อดิ้นไม่หลุดก็เริ่มด่าทอเขาด้วยคำหยาบคาย ซึ่งคนที่สอนนั้นก็ไม่ใช่ใครอื่น บารมีนั่นเอง

      "ถ้าด่าฉันอีกคำเดียวฉันจูบเธอแน่ มัจฉา!" อินทรีที่เริ่มหมดความอดทนกล่าวอย่างเดือดดาล อะไรกันนะที่ทำให้เธอเปลี่ยนแปลงไปขนาดนี้ มัจฉาผู้อ่อนโยนของเขาหายไปไหน

     "ถ้าแกจูบ ฉันจะตบ เอาสิ" คนอวดดีเชิดหน้าท้าทาย และย่อมได้ดังคำขออินทรีจับใบหน้าหวานไว้ไม่ให้ดิ้น ประทับจูบทันทีที่เธอพูดจบ

     "อ๊ะ!" หญิงสาวตกใจกับการกระทำของเขา คาดไม่ถึงว่าจะกล้าทำจริง ๆ

     สัญชาตญาณของเธอสั่งให้ป้องกันตัว มือเล็กโอบต้นคอแกร่งแล้วโน้มเข้าหาตัว  ยกเข่าขึ้นเต็มแรง ปะทะเข้ากับจุดตายของชายหนุ่ม

     บารมีที่ยืนมองผลงานของลูกศิษย์ที่เขาฝึกมากับมือยังอดสงสารอินทรีไม่ได้

     ร่างแกร่งทรุดฮวบ หน้าดำหน้าแดง จุกจนพูดไม่ออก หญิงสาวถอดรองเท้าตั้งใจว่าจะฟาดสั่งสอนอีกรอบ แต่บารมีมาฉุดแขนเธอออกไปจากที่เกิดเหตุเสียก่อน ด้วยเกรงว่าเรื่องราวจะบานปลายใหญ่โต 

     "ปล่อยหวานะแบร์ ไม่เห็นเหรอว่าไอ้หมอนั่นทำอะไรหวา" หญิงสาวโวยวายเมื่อมาถึงรถ ไม่พอใจที่ถูกขัดจังหวะโต้กลับ เธอกำลังได้เปรียบอยู่แล้วเชียว

     "แค่นั้นก็พอแล้วล่ะ" บารมีหัวเราะน้อย ๆ แล้วเปิดประตูรถฝั่งคนขับ เธอไม่รู้หรอกว่าแค่นั้นก็เฉียดตายได้เหมือนกัน "อยากขับรถไหม?" ชายหนุ่มพยายามเบี่ยนเบนความสนใจของคนที่กำลังโมโห

     "ว่าไงนะ ให้หวา ข..ขับรถเหรอ?" และมันก็ได้ผล
     "ใช่แล้ว มานั่งตักนี่มา เดี๋ยวจะพาไปที่ที่หนึ่ง" ใบหน้าหล่อยิ้มบาง ๆ ฉายแววอ่อนโยน

     ไม่รอช้า หญิงสาวย่อตัวเข้าไปนั่งซ้อนกับเขาทันที เธอเคยขอให้เขาสอนขับรถตั้งนานแล้ว แต่บารมรก็ไม่เคยยอม ครั้งนี้มาแปลก เขาเป็นคนชวนเองเสียอย่างนั้น ไม่รีบไม่ได้แล้ว

     "พร้อมรึยัง?" เสียงทุ้มดังขึ้นข้างใบหู ทำเอาหญิงสาวอดขนลุกไม่ได้

     "พร้อมแล้วล่ะ" ยิ่งมือหนาจับซ้อนพวงมาลัยรถที่เธอจับอยู่ด้วยแล้ว สัมผัสประหลาดนี้สร้างความปั่นป่วนให้เธอเหลือเกิน

     "งั้นไปเลยนะ" เท้าใหญ่ที่เธอเหยียบเอาไว้เริ่มขยับ รถหรูเคลื่อนจากที่ มุ่งหน้าไปยังสถานที่เงียบสงบที่บารมีชื่นชอบ

     "เดี๋ยว ๆ แบร์ ทำแบบนี้จะถูกตำรวจจับไหม?" ความจริงเธอไม่ได้ห่วงเรื่องนั้น หากแต่กำลังตื่นเต้นที่จะได้ลองขับรถจริง ๆ สักที ทั้งยังการสอนที่เหมือนจงใจจะก่อกวนความรู้สึกนี่อีก

     "ไม่เป็นไรหรอก ที่ที่เราจะไปไม่ค่อยมีรถวิ่ง ไม่มีใครว่าอะไรหรอกนะ...งั้นไปเลยนะ?"

     "อื้อ!" คนตัวเล็กนั่งเกร็งเพราะความตื่นเต้น แต่ไม่นานความกลัวก็หายไป แทนด้วยเสียงหัวเราะอย่างร่าเริงของหญิงสาว

     บารมีลอบมองเธออยู่ใกล้ ๆ ความสดใสของเธอสร้างเลือดเนื้อให้กับหัวใจที่แห้งแล้งได้อย่างไม่น่าเชื่อ กลิ่นเครื่องสำอางราคาแพงที่แต่งแต้มสีสันบนใบหน้า ช่างหอมเย้ายวนชวนให้หลงไหล

     เขาอยากหยุดเวลาไว้เพียงเท่านี้ ไม่ปรารถนาให้เธอคืนความทรงจำใด ๆ หากเธอรู้ว่าเขาทำอะไรกับเธอไว้บ้าง หญิงสาวคงไม่มีวันให้อภัยเขาอย่างแน่นอน

 

     ด้านคนที่ถูกเล่นงานทีเผลอนั้น หากเนตรทรายไม่ออกมาพบเข้า ก็คงจะต้องนอนโอดโอยอยู่อย่างนั้นจนงานเลี้ยงเลิกราเป็นแน่

     เขารู้แล้วว่ามัจฉาอยู่กับบารมี เขาจะไม่ปล่อยให้มันเล่นงานเขาฝ่ายเดียวแน่

     'คอยดูเถอะ ฉันจะส่งแกไปลงหลุมตามพี่ชายแกให้ได้ อย่าหวังว่าจะได้ผุดได้เกิด บารมี!'

 

     รถยนต์คันงามแล่นมาจอดที่ชายหาดแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นที่ที่บารมีชอบมาเป็นประจำ ที่แห่งนี้ไม่ค่อยมีคนพลุกพล่านเท่าใดนัก เหมาะสำหรับคนที่ต้องการความสงบเพื่อผ่อนคลายความคิด

     "พามาทะเลเหรอแบร์" หญิงสาวก้าวลงจากรถฝั่งข้างคนขับ เธอหมดสิทธิหัดขับทันทีที่เผลอตัวเหยียบเท้าของเขาลงบนคันเร่งอย่างเเรง บารมีจึงไล่ให้กลับมานั่งที่เดิม

     หญิงสาวสะดุ้งเมื่อเท้าสัมผัสกับผืนทรายเย็น ๆ ลืมเรื่องรองเท้าส้นสูงไปได้เลย เธอถอดมันออกตั้งเเต่ตอนที่ก้าวขึ้นรถเเล้ว

     "ชอบไหมล่ะ ที่นี่เงียบดีนะ" บารมีเองก็เริ่มถอดรองเท้ากับถุงเท้าแล้วโยนไว้ภายในรถ

     "ชอบสิ ลมเย็นดี" ว่าพลางยกแขนขึ้นแล้วหลับตา สูดหายใจรับอากาศดี ๆ เข้าปอด "ชื่นใจจังเลย"

     ชายหนุ่มหยิบถุงอาหารที่แวะซื้อจากร้านสะดวกซื้อระหว่างทาง เดินไปนั่งที่กระโปรงหน้ารถ เรียกคนที่กำลังก้มเก็บเปลือกหอยให้มานั่งด้วยกัน

     "คืนพระจันทร์เต็มดวง" ชายหนุ่มกล่าวขึ้นลอย ๆ พร้อมแกะเปิดกระป๋องเบียร์ที่ซื้อมา 

     "สว่างดีเนอะ แต่ไม่ค่อยมีดาวเลย" ยิหวามองตามที่เขาพูด

     "เรื่องธรรมดา" เขาส่งเบียร์อีกกระป๋องให้เธอเป็นเชิงชวน "ถ้าวันไหนที่เห็นดาวชัดก็มักจะไม่เห็นแสงของพระจันทร์ เหมือนเป็นสิ่งที่ต้องเเลก"

     "..." คนที่นั่งข้าง ๆ ไม่ยอมรับกระป๋องแอลกอฮอล์ไปสักที 

     "ลองดู กระป๋องเดียวเอง ไม่เมาหรอก"

     "มันจะดีเหรอ?" คนอยากรู้อยากเห็นเริ่มคล้อยตาม แต่ก็ยังมีความลังเลใจ

     "มัวแต่คิดว่าดีหรือไม่ดี ก็ไม่ได้ลองสักที ดื่มเลย แล้วค่อยคิดว่าดีรึเปล่า" บารมียัดกระป๋องใส่มือเล็กแล้วหันมาจัดการส่วนของตัวเอง

     แววตาเศร้ามองไปยังผืนทะเลกว้างที่ส่งกระแสคลื่นมาทักทายชายฝั่งอยู่ไม่ขาดสาย 

     ระหว่างทางเธอถามถึง 'แม่ครู' ที่ขายขนมไทย เขาเองก็จนปัญญที่จะหาคำตอบมาให้ คงใกล้ถึงเวลาเเล้วสินะ ไม่นานความทรงจำของเธอก็คงจะกลับคืนมา ไม่นานก็จะไม่มียิหวาอีกต่อไป เมื่อถึงวันนั้น เขาจะทำอย่างไรดี?

     "หวา" บารมีหันมองคนที่กำลังทำหน้าอี๋กับรสชาติของเบียร์กระป๋อง "ถ้าวันหนึ่งไม่มีเรา หวาจะอยู่ต่อไปได้ไหม?" ยิ่งเธอเริ่มจนจำเรื่องราวต่าง ๆ ได้มากเพียงใด เขาก็เดินเข้าใกล้แผนสุดท้ายมากขึ้นเท่านั้น

     เรื่องการแก้แค้นอาชานั้น เหมือนจะไม่ค่อยได้สนใจทำสักเท่าใด เพราะวัน ๆ หนึ่งก็มัวแต่วุ่นอยู่กับการปลูกฝังความคิดใหม่ ๆ ให้กับหญิงสาว กว่ามันจะได้ผลเธอก็คงจะหายจากอาการความจำเสื่อมเสียแล้ว

     "อืมมม ก็คงอยู่ได้แหละ ตราบใดที่เรายังมีชีวิต ชีวิตมันก็ต้องดำเนินต่อไป" หญิงสาวชะงักเล็กน้อยเมื่อนึกถึงประโยคนี้

     ใครเป็นคนบอกแนวคิดนี้กับเธอ รู้สึกคุ้นเหลือเกิน เคยได้ยินจากที่ไหนกันนะ...งานศพของแม่นุ่ม?

     "แล้วแม่นุ่มคือใครเหรอแบร์" ยิหวาหันไปขอคำตอบจากแหล่งความรู้ของเธอ แต่เขาหลับไปเสียเเล้ว 

     ร่างหนาเอนกายพิงกับกระจกรถโดยใช้แขนข้างหนึ่งรองศีรษะแทนหมอน ส่วนมืออีกข้างยังจับกระป๋องเบียร์ไว้อย่างมั่นคง เมื่อเห็นดังนั้นลูกห่านอย่างเธอก็ลองทำตามทันที พยายามขยับตัวมาให้ถึงมุมรถ ปัดเศษแมลงที่บินชนกระจกออกแล้วตะแคงมองใบหน้าหล่อนั้นอย่างชื่นชม 

     ชายหนุ่มไม่ได้หลับอย่างที่เธอเข้าใจ เขาเพียงแต่หาคำมาโกหกเธอไม่ได้จึงเลี่ยงที่จะตอบคำถาม ทั้งอีกใจก็คิดกังวลกับข้อมูลใหม่ที่ได้มาในวันนี้

     'มัจฉากับอินทรีเป็นอะไรกัน?' 

     ครุ่นคิดอยู่ไม่นาน อากาศเย็นของชายทะเลก็กล่อมให้เขาหลับไปจริง ๆ...

 

     ภาพใบหน้าอันดุร้ายของชายผู้เป็นบิดายังตามมาหลอกหลอนแม้ในยามหลับ ชายหนุ่มกระสับกระส่ายจนหญิงสาวที่แอบมองอยู่สังเกตได้ เธอพยายามปลุกเขาแต่ก็ไม่เป็นผล บารมีขมวดคิ้วราวกับทรมานอย่างหนัก มือใหญ่บีบกระป๋องเบียร์จนยุบ หายใจแรงกว่าปกติ 

     "อย่าาาา !" ร่างใหญ่สะดุ้งตื่นในที่สุด ใบหน้าหล่อและเรือนกายชุ่มไปด้วยเหงื่อ เขาฝันร้ายอีกแล้วหรือนี่? 

     "หายใจลึก ๆ นะ แบร์" มือน้อยเอื้อมมาแตะไหล่เบา ๆ เป็นการปลอบประโลม หญิงสาวที่พักอยู่ห้องใกล้เขาเคยได้ยินเสียงตะโกนในยามดึกอยู่บ่อยครั้ง เพิ่งจะเคยเห็นเขาฝันร้ายจริง ๆ ก็วันนี้

     "อื้อ ฝันร้ายนิดหน่อยน่ะ ไม่เป็นไรหรอก" ชายหนุ่มกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก หายใจหอบถี่เพราะความเหนื่อย พยายามรวบรวมสติ บอกตัวเองว่าแค่ความฝัน ไม่ใช่เรื่องจริง 

     "ดื่มน้ำหน่อยไหม? จะได้สดชื่น" เธอหยิบขวดน้ำเปล่าออกจากถุงแล้วส่งให้ เธอช่วยอะไรเขาไม่ได้เลย แม้แต่จะปลุกให้ตื่นจากฝันร้ายก็ยังทำไม่ได้

     "ขอบใจนะ ดีขึ้นเยอะเลย" ริมฝีปากแดงสดยิ้มน้อย ๆ เขาไม่ได้ตั้งใจทำให้เธอตกใจ แต่มันช่วยไม่ได้จริง ๆ แค่หลับตา ไม่คิดว่าจะเผลอหลับจริง

     "ฝันร้ายบ่อยเหรอแบร์"

     "นาน ๆ ครั้งน่ะ" ...ไม่หรอก ความจริงแล้วมันเกิดขึ้นทุกคืนเลยต่างหาก

     "เล่าให้หวาฟังก็ได้นะ เผื่อจะดีขึ้น" หญิงสาววางมือลงบนหลังมือหนาอย่างให้กำลังใจ เธออยากช่วยอะไรเขาได้บ้าง

     บารมีมองคนตรงหน้าอย่างชั่งใจ เขาไม่เคยเล่าเรื่องนี้ให้ใครฟัง เเละคนที่รู้เรื่องนี้ก็ตายจากเขาไปหมดเเล้ว ส่วนเธอที่นั่งตาใสอยู่นี่ เขาก็มีเจตนาจะใช้เป็นเครื่องมือแก้แค้นอาชา จะดีหรือที่จะเล่าเรื่องส่วนตัวให้เธอได้รู้?

     ...ลองดูสักทีแล้วค่อยคิดว่าดีรึเปล่า

 

     ด้านอินทรี เมื่อกลับมาถึงบ้านก็เร่งให้กายค้นข้อมูลทุกอย่างของบารมีมาให้ทันที ไม่ลืมที่จะบอกทีมของสิงหาให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดย้อนไปตามทางที่บารมีเดินทางมาที่งาน และทำเรื่องขอข้อมูลจากสมาคมนักธุรกิจ บอกเเล้วไงว่าเขาจะส่งบารมีให้ลงไปนอนในหลุมกับพี่ชายของมัน !

     ในเมื่อบูรพาเป็นพ่อค้าอาวุธ แล้วเงินทองของบารมีมันจะสะอาดบริสุทธิ์ไปได้อย่างไร

     'ลองดูซิว่าถ้าแกถูดยึดทรัพย์ไปจนหมดเเล้ว แกจะเอาเงินที่ไหนมาหลบซ่อนตัวได้'

 

 

###

 

ความคิดเห็น