หนอนเจลลี่

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : เลขาส่วนตัว

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 27.1k

ความคิดเห็น : 39

ปรับปรุงล่าสุด : 14 พ.ค. 2559 17:14 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
เลขาส่วนตัว
แบบอักษร

 

เลขาส่วนตัว

 

            “ผมไม่ได้ตั้งใจจะทำให้ดีโกรธเลยนะ” ต้นหญ้าที่เดินตามมาพูดขึ้นแต่ว่าแสนดีไม่ยอมพูดอะไร

            “ตอนที่ดีหายไปรู้ไหมผมต้องทนอยู่กับความรู้สึกแบบไหน ผมเหมือนคนที่รออะไรไม่รู้ รอทั้งที่ไม่รู้คำตอบ รอทั้งที่ไม่รู้อะไร รอจนเรียนจบเขาก็ยังไม่กลับมาอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้น”

            “

            “ถ้าดีไม่ต้องการผมแล้วดีจะทิ้งคำพูดนั้นไว้ทำไม ผมอาจจะหูฝาดแต่ดีไม่ควรมาทำให้ผมรู้สึกว่าดีไม่อยากทิ้งผมไป ถ้าผมไม่มาที่นี่เราคงไม่ได้เจอกัน เป็นผมคนเดียวที่อยากเจอ ผมคนเดียวที่ชอบดี ผมเป็นคนเดียวที่คิดไปเองรู้สึกไปเองถึงจะเป็นแบบนั้นแต่ผมก็ยังชอบดี”

“ขอโทษที่หงุดหงิดใส่” แสนดีเดินกลับมากอดร่างเล็กไว้แล้วพูดขึ้น

“ผมจะไม่งี่เง่า ผมจะไม่ดื้อ แต่ดีอย่าทิ้งผมไปอีกได้ไหม”

            “อืม” แสนดีตอบรับเบาๆ

            “ขอโทษนะครับ คือคุณโซระมาขอพบรออยู่ที่สวนหน้าบ้าน” โอดะเดินเข้ามาพร้อมกับยิ้มบางให้กับแสนดี

            “พาต้นหญ้าไปเก็บเสื้อผ้าข้าวของ เขาจะย้ายมาอยู่ที่นี่บอกให้ซาชิเอาคนมาทำความสะอาดห้องข้างๆฉันด้วย”

            “ผมยังไม่ได้บอกเลยนะว่าจะย้ายมาอยู่ที่นี่” ต้นหญ้าน้ำเสียงแผ่วลงเมื่อแสนดีหันกลับมามองด้วยสายตานิ่งๆ

            “อยู่ก็ได้” ร่างเล็กหลบตาก่อนจะเดินนำออกจากบ้านไปตามด้วยโอดะ แสนดีเข้าไปอาบน้ำแล้วเดินออกมาที่สวนหน้าบ้านในชุดยูคาตะกับรองเท้าไม้ตามแบบฉบับญี่ปุ่น

            “หล่อจังเลยนะ” โซระแซวขึ้นเมื่อเห็นแสนดีนั่งลงฝั่งตรงข้าม

            “มีอะไร” ประโยคเดิมๆที่แสนดีมักจะถามทุกครั้ง

            “พอออกไปคุยโทรศัพท์ก็หายไปเลยเป็นห่วงแทบแย่”

            “ผมไม่ได้มีเวลาว่างแบบคุณ” แสนดีมองหญิงสาวตรงหน้าที่อยู่ในชุดกระโปรงลูกไม้สีครีมสั้นจนเผยให้เห็นต้นขาขาว

            “แล้ววันนี้ไม่ออกไปไหนหรอถึงแต่ตัวแบบนี้”  แสนดีไม่ได้ตอบคำถามแต่กลับรินชาที่วางอยู่ข้างๆขึ้นมาดื่ม

            “คุณรู้ตัวบ้างไหมว่าตัวเองมีเสน่ห์แค่ไหน” โซระพูดขึ้นอีกเมื่อเห็นว่าแสนดีเงียบ

            “รู้” คำตอบของแสนดีทำเอาเธออึ้งอยู่เหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะเจอผู้ชายที่มั่นใจในตัวเองขนาดนี้

            “แล้วคุณชอบผู้หญิงแบบไหน”

            “อย่างคุณไม่ใช่”

            “รู้อะไรไหมยิ่งคุณปฏิเสธฉันมากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งอยากได้คุณมากเท่านั้น” โซระยกแก้วน้ำชาขึ้นมาดื่มพร้อมกับสายตาที่กำลังเจอเรื่องสนุก

            “ก็ได้แค่อยาก” แสนดีพูดขึ้นอย่างท้าทาย “แต่คงไม่ได้”

            “ฉันเป็นพวกชอบเอาชนะซะด้วย”

 

            >>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>>

           

            “ตกลงนายจะย้ายมาอยู่ที่นี่จริงๆหรอ” โอดะถามระหว่างที่กำลังช่วยต้นหญ้าขนของเข้ามาในบ้าน

            “ผมปฏิเสธได้ที่ไหนคุณก็น่าจะเห็น” ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างเซ็งๆ แล้วเดินเอาของเข้าไปเก็บในห้องของตัวเอง จากนั้นโอดะก็เดินออกจากห้องของต้นหญ้าไป ร่างเล็กควักหาโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงแต่ก็ไม่เจอสงสัยลืมไว้ที่ห้องของแสนดี พอคิดได้ต้นหญ้าก็เดินเข้าไปในห้องข้างแล้วมองหาโทรศัพท์ก็พบว่าอยู่บนหัวเตียง แต่พอได้ยินเสียงเปิดประตูร่างเล็กก็รีบเข้าไปแอบข้างตู้เสื้อผ้าขนาดใหญ่เพราะตั้งใจจะแกล้งแสนดีที่ตกใจ

            “ริวจิ” ร่างเล็กชะงักเมื่อได้ยินเสียงผู้หญิงดังขึ้นเลยชะโงกหน้าออกไปดูก็พบกับร่างของหญิงชายกำลังจูบกันอยู่ตรงกลางห้อง ต้นหญ้ารีบขยับให้ชิดกำแพงมากที่สุดเพราะกลัวแสนดีจะเห็น แต่จะให้ออกไปตอนนี้ก็ทำไม่ได้เพราะทั้งสองคนอยู่บนเตียง

            “ริว ฉันเสียว” เสียงของโซระครางออกมาอย่างสุขสมเมื่อถูกร่างสูงปรนเปรออย่างเอาใจ ต้นหญ้านั่งลงกับพื้นแล้วยกมือทั้งสองข้างขึ้นมาปิดหูพร้อมกับหลับตาลง ไม่อยากได้ยินไม่อยากเห็นอะไรทั้งนั้น แต่เสียงครางที่ดังสลับกับเสียงเนื้อกระทบกันยังคงดังขึ้นเรื่อยๆ ผ่านไปเกือบสามสิบนาทีเสียงครางหยุดลงพร้อมกับน้ำตาของต้นหญ้าที่ไม่รู้ว่ามันหยุดไหลหรือไม่มีจะให้ไหลแล้วกันแน่ ต้นหญ้ายื่นหน้าออกไปดูเหตุการณ์ก็พบว่าโซระกำลังกอดร่างสูงอยู่

            “ฉันชอบคุณนะคะ” เธอสารภาพออกมาพร้อมกับจูบปากของแสนดีเบาๆ

            “ผมบอกแล้วว่าคุณไม่ใช่สเป็คผม” ร่างสูงยืนยันคำเดิมออกมา

            “แล้วเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อกี้คุณจะว่ายังไง” เธอไม่ได้มีทีท่าที่โกรธเคืองหรือโมโหเลยสักนิด แต่กลับยิ้มเหมือนกับชอบใจซะมากกว่า ร่างเล็กรีบกลับไปหลบอยู่เหมือนเดิมเพราะแสนดีดันโซระออกเบาๆและกำลังเดินมาทางนี้

            “ผมก็ทำแบบนี้กับทุกคน คุณก็น่าจะรู้ดี” ร่างสูงหยิบเสื้อเชิตที่อยู่ในตู้กับกางเกงยีนส์ออกมาใส่

            “แล้วที่ผ่านมาใครถึงใจคุณที่สุด” ร่างเล็กตาโตขึ้นด้วยความตกใจเพราะไม่คิดว่าเธอจะถามออกมาเหมือนเป็นเรื่องปกติ

            “ก็เหมือนๆกันหมด” แสนดีตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย ก่อนจะมองเงาที่ทอดผ่านเข้ามาในห้อง

            “เมื่อกี้ฉันยังไม่ได้โชว์ลีลาเลยนะ บางทีอาจจะถึงใจคุณก็ได้”

            “แล้วผมจะรอ ว่าแต่เราออกไปข้างนอกกันเถอะ ดูเหมือนจะมีลูกแมวหลงอยู่ในห้อง บางทีมันอาจจะหาทางออกไม่ได้” โซระทำหน้างงกับคำพูดของแสนดีแต่ก็ยอมแต่งตัว พอเสียงประตูปิดลงต้นหญ้าก็ค่อยๆออกมาจากข้างตู้เสื้อผ้า

            “เฮ้อ” ร่างเล็กถอนหายใจออกมาอย่างโล่งอกเพราะคิดว่าจะโดนจับได้ซะแล้ว

            “เข้ามาตั้งแต่เมื่อไหร่” ต้นหญ้าสะดุ้งตัวด้วยความตกใจแล้วหันไปมองร่างสูงที่ยืนพิงประตูอยู่

            “เมื่อกี้ผมเข้ามาเอาโทรศัพท์” ร่างเล็กชูโทรศัพท์ขึ้นมาให้ดู

            “แล้วเห็นอะไรบ้าง”

            “ไม่เห็นอะไรเลย ผมขอตัวก่อนนะ” ต้นหญ้าค่อยๆเดินผ่านร่างของแสนแล้วกำลังจะเอื้อมมือไปเลื่อนประตู

            “โซระเป็นลูกสาวของนักการเมือง ฉันจะทำงานง่ายขึ้นถ้าได้เธอมาเป็นพวก”

            “ครับ ผมเข้าใจ”

            “ฉันไม่รู้ว่านายอยู่ในห้อง” แสนดีจับมือเล็กที่กำลังจับอยู่ตรงประตู

            “ผมเพิ่งเข้ามา” ร่างเล็กยืนยันออกมาพร้อมกับเปิดประตูแล้วเดินออกจากห้องไป ต้นหญ้าเดินสำรวจบริเวณรอบๆบ้านก็เห็นโอดะที่กำลังซ้อมยิงปืนอยู่ตรงสวนด้านหลัง

            “ยิงแม่นจังเลยนะ” ต้นหญ้าชมขึ้นเมื่อเห็นว่าโอดะที่เข้ากลางเป้าทุกนัด

            “คุณชินยิงแม่นกว่าฉันอีก” โอดะวางปืนลงบนโต๊ะแล้วหยิบกระสุนใส่แม็กเพิ่ม

            “อ่อ ขอผมลองยิงบ้างได้ไหม” ต้นหญ้าถามออกมาด้วยความตื่นเต้นเพราะไม่เคยยิงปืนมาก่อน

            “เอาสิ” โอดะยื่นปืนให้กับร่างเล็กพร้อมกับขยับตัวออกเพื่อให้ต้นหญ้าเข้ามายืนแทน

            “นั่นเป้าของนาย” โอดะชี้ไปที่เป้าอีกอันที่อยู่ข้างๆ ต้นหญ้าเหนี่ยวไกปืนพร้อมกับลูกกระสุนสีขาวที่ออกมาจากลำกระบอก

            “ทำไมมันไม่โดนเลยอ่ะ” ต้นหญ้าร้องออกมาด้วยความเซ็งพร้อมกับวางปืนลงบนโต๊ะ

            “ฝึกบ่อยๆเดี๋ยวก็ชินเองแหละ” โอดะปลอบใจแล้วส่งปืนจริงให้กับต้นหญ้า “นายควรจะฝึกยิงของจริงไว้บ้าง ไม่ต้องถึงกับแม่นแค่ป้องกันตัวได้ก็พอ”

            “หนักจัง” ต้นหญ้าบ่นหลังจากที่ได้จับปืนจริงโอดะสอนวิธีจับกระบอกปืน วิธีเปลี่ยนแม็ก แล้วก็วิธียิง ต้นหญ้ายิงจนกระสุนจนหมดแม็กแต่พอเดินเข้าไปดูต้นหญ้าก็ร้องออกมาด้วยความดีใจ

            “ดูสิผมยิงโดนด้วย!” ต้นหญ้าวิ่งกลับเอาเป้ามาให้โอดะดู พอเห็นแสนดีเดินเข้ามาร่างเล็กก็วิ่งเข้าไปหาด้วยความดีใจ

            “ดี! ผมยิ่งโดนด้วย” ร่างเล็กเอาเป้าที่เป็นรูตรงนอกวงกลมมาให้แสนดีดูพร้อมกับยิ้มกว้างด้วยความดีใจ

            “ปืนมีกระสุนลูกเดียวหรือไง” ร่างสูงมองคนตัวเล็กกว่าที่ตอนนี้วิ่งกลับไปคุยกับโอดะต่อ กล้าเมินฉันหรอแสนดีมองร่างเล็กด้วยความหงุดหงิด มันน่าโมโหจริงๆแสนดีคิดอย่างนั้น แต่ก็รู้สึกดีใจที่เห็นร่างเล็กร่าเริงถึงจะรู้ว่าจริงๆก็คงไม่ได้เป็นอย่างที่เห็น

            “เดี่ยวออกไปห้างกับฉัน” ร่างสูงบอกแล้วเดินกลับเข้าไปในบ้าน ตอนนี้ทั้งสามคนเดินอยู่ในห้างหรูกลางกรุงโตเกียว

            “ยิงเลเซอร์” แสนดีดันต้นหญ้าให้เข้าไปในคลินิกเกี่ยวกับด้านสายตา ต้นหญ้าโดนลากเข้าไปด้านในส่วนแสนดีกับโอดะก็นั่งรออยู่ในร้าน

            “แล้วคุณชินจะกลับมาเมื่อไหร่หรอครับ” โอดะถามเจ้านายที่นัวอยู่ข้างๆ โอดะคอยติดตามแสนดีตั้งแต่ตอนที่แสนดีย้ายมาอยู่ญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อสี่ปีที่แล้ว

            “คงอีกสักพัก แล้วฉันต้องมาตอบคำถามของนายไหม?

            “ขอโทษครับ” โอดะก้มหัวให้แสนดีเพื่อเป็นการขอโทษทั้งสองคนนั่งรออยู่ในร้านนานมาก นานจนแสนดีใช้โอดะไปซื้อกาแฟปั่นมากิน ในที่สุดต้นหญ้าก็เดินออกมาโดยที่ไม่ได้ใส่แว่นพนักงานคุยกับต้นหญ้าสักพักร่างเล็กก็เดินเข้ามาหาแสนดีที่นั่งรออยู่

            “เห็นชัดมากๆเลย” ร่างเล็กยิ้มกว้างเพราะต่อไปนี้ไม่ต้องใส่แว่นอีกแล้วแต่ช่วงนี้ต้องระวังการใช้สายตาสักพัก แสนดีลุกขึ้นไปจ่ายตังแล้วก็เดินออกจากร้านไป ร่างสูงเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าบุรุษแล้วหยิบเสื้อเชิตทั้งแขนยาวแขนสั้นออกมาหลายสี

            “ตัวมันเล็กไปเปล่า” ต้นหญ้าทักขึ้นเมื่อเห็นแสนดีหยิบเสื้อแล้วส่งให้ต้นหญ้าเป็นคนถือ

            “ของนายนั่นแหละ” แสนดีเดินไปดูกางเกงตัวไหนที่ถูกใจก็หยิบทันที

            “ดีผมว่ามันเยอะไป” โอดะที่ต้องเข้ามาช่วยร่างเล็กถือไว้อีกแรง แสนดีจับต้นหญ้าไปวัดตัวเพื่อตักชุดสูท พอรูดบัตรเสร็จก็เดินไปที่ร้านรองเท้าต่อทั้งรองเท้าหนังทั้งรองเท้าผ้าไปสามสี่คู่ถูกหยิบมาให้ต้นหญ้าเลือก

            “คู่นี้สวยนะ” ต้นหญ้าพูดขึ้นแต่แสนดีส่ายหน้าแล้วชี้ไปอีกคู่ที่วางอยู่ข้างๆ ต้นหญ้าขอถอนคำพูดที่บอกว่าต้นหญ้าเป็นคนเลือก

            “ผมว่าของมันเยอะไปนะแล้วของมันก็แพงมากด้วย” ร่างเล็กบ่นเพราะในมือถือถุงกระดาษทั้งสองข้างโอดะก็เหมือนกัน มีเพียงแสนดีที่เดินตัวเปล่าอย่างสบายใจ

            “เป็นถึงเลขาจะมาแต่งตัวธรรมดาได้ยังไง”

            “

            “แล้วของทั้งหมดฉันจะหักจากเงินเดือนนาย”

            “T_T” ต้นหญ้าอยากจะร้องไห้ออกมาจริงๆเพราะแค่เสื้อตัวเดียวก็ปาเข้าไปเกือบครึ่งหนึ่งของเงินเดือน ต้นหญ้าคงอดได้เงินเดือนไปอีกสักพัก พักใหญ่ๆเลยแหละ

            “นายเอาของไปเก็บที่รถก่อน” โอดะรับคำสั่งจากนั้นก็เดินหายไปเหลือเพียงแสนดีกับต้นหญ้าที่กำลังเดินอยู่

            “ริวจิคือชื่อของฉันที่ญี่ปุ่น” อยู่ดีๆแสนดีก็พูดขึ้น

            “งั้นผมต้องเรียกว่าคุณชายเหมือนกับโอดะใช่ไหม”

            “เวลาอยู่ข้างนอกหรือต่อหน้าคนอีกก็เรียกตามนั้นแหละ”

            “เข้าใจแล้วครับ” ร่างเล็กพยักหน้ารับเบาๆแล้วเดินตามหลังแสนดี ต้นหญ้าเดินผ่านร้านสเวนเซ่นก็เกิดอยากกินไอศกรีมขึ้นมา

            “คุณชายผมอยากกินไอติม” ต้นหญ้าดึงแขนเสื้อของแสนดีเบาๆทำให้ร่างสูงหันกลับมามอง

            “ข้อแรกคือนายไม่ควรดึงเสื้อฉันในที่สาธารณะ”

            “ขอโทษครับ” ร่างเล็กรีบปล่อยมือออกทันที

            “ข้อสองเป็นแค่ลูกน้องไม่ควรที่จะเรียกร้องอยากนู่นอยากนี่ ฉันต่างหากที่ต้องเป็นคนตัดสินใจ”

            “ก็อยากกินนี่” ต้นหญ้าว่าออกมาแล้วร่างเล็กก็ไม่ใช่ลูกน้องสักหน่อย แต่เป็นเลขาต่างหากเลขาจะอยากกินไม่ได้รึไง ต้นหญ้าได้แต่บ่นอยู่ในใจ

            “ข้อสามนายไม่มีสิทธิ์มาบ่นใส่ฉัน แม้แต่ในใจก็ไม่ได้”

            “0_0” ต้นหญ้ากำลังจะอ้าปากเถียงแต่ก็โดนแสนดีพูดขัดซะก่อน

            “ข้อสี่ฉันไม่อยากกิน เพราะฉะนั้นนายก็ห้ามกิน”

            “!!!!!” ต้นหญ้ากำลังจะเถียงแต่คิดดูอีกทีเถียงไปก็ไร้ประโยชน์เพราะคนอย่างแสนดีไม่มีทางยอมแน่ ข้าถูกเสมอนั่นแหละแสนดี

            “ข้อห้านายห้ามเดินหนีฉัน” ต้นหญ้าชะงักฝีเท้าแล้วหันกลับมามองด้วยสายตาเศร้าๆ

            “ทำไมข้อห้ามมันเยอะจัง ผมกลับไปเปิดร้านแบบเดิมดีกว่า”

            “ฉันพอใจจะตั้งอีกกี่ข้อก็ได้”

;(“

“ข้อหกห้ามขัดใจ และขัดคำสั่ง”

“แค่ไอติมโคนเล็กๆก็ได้ ขออนุญาตไปซื้อแป๊ปนึง” ต้นหญ้าต่อรองออกมาพร้อมกับส่งสายตาวิ้งๆไปให้ร่างสูง

“ข้อสุดท้ายห้ามทำหน้าแบบเมื่อกี้อีก”  ทำอะไรก็ผิดทำอะไรก็ไม่ได้ ทำไมชีวิตมันน่าสงสารขนาดนี้ Y0Y

“ไม่กินก็ได้” ในที่สุดต้นหญ้าก็ยอมตัดใจแค่กินไอศกรีมยังลำบากขนาดนี้ แสนดีมองหน้าของร่างบางเล็กน้อยแล้วก็เดินเข้าไปในร้านสเวนเซ่น

 

“จะกินไหม” แสนดีหันกลับมาถามคนที่ยืนอยู่ข้างร้านต้นหญ้ายิ้มกว้างอย่างดีใจแล้วรีบเดินเข้าไปในร้านทันที

 

 

 

 

  เดี๋ยวๆๆๆๆ อย่าเพิ่งเบื่อต้นหญ้ากันนะ คือนางชอบแสนดีมากไง แล้วแบบแสนดีมันก็อย่างที่เห็นเดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย นางเลยใจอ่อนอยู่เรื่อย แต่ไม่ต้องห่วงๆ ได้เอาคืนแน่แต่...รอไปก่อนนะhttp://cdn-tunwalai.obapi.io/files/emotions/Cartoon00021.gif

ความคิดเห็น