email-icon Instagram-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : EP. 10 ง้อ

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 277

ความคิดเห็น : 1

ปรับปรุงล่าสุด : 07 เม.ย. 2564 19:46 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
EP. 10 ง้อ
แบบอักษร

 

“แล้วกูต้องทำยังไงมึงถึงจะหายโกรธ?”

 

.

 

.

 

.

 

“จะว่าไปช่วงนี้กระเป๋าที่ใช้อยู่เก๊าเก่า ใกล้พังละ อยากได้ชาแนลสักใบสองใบพายไปมหาลัยจังเลยอ่ะ...”

นี่ฉันไม่ได้อยากได้กระเป๋าเลยนะ ฉันแค่สัมผัสได้ว่าชอนอูมันสำนึกผิดแล้วจริงๆ เลยจะยอมยกโทษให้มันเเค่นั้นเอ๊ง แต่ต้องเป็นในกรณีที่มันยอมควักเงินซื้อกระเป๋าให้ฉันนะ

ร่างสูงเลิกคิ้วสูงพลางมองหน้าฉันตรงๆไม่วางตา มันมองฉันอยู่แบบนั้นนานหลายวิ ก่อนจะกระตุกยิ้มมุมปากแล้วตอบว่า...

 

“ได้!”

 

O_o! ฮะ ได้จริงอ่ะ! หลอกให้ดีใจเล่นปะเนี่ย!!

 

“มึงพูดจริงดิ?”

 

“เออ!”

 

“ชาแนลเลยนะ!!” ฉันย้ำ!

 

“เออ!!”

 

“ขะ ของเเท้นะ!! กูไม่เอาของปลอม!” ฉันรีบบอกเมื่อเห็นอีกฝ่ายตบปากรับคำง่ายเกินกว่าที่ฉันจะเชื่อได้

เเต่เอาจริง ถึงมันซื้อของก๊อปให้ ฉันก็ดูไม่ออกหรอกว่าอันไหนของแท้ของจริง และถ้าเป็นของปลอมฉันก็เอาอยู่ดี ไม่อยากเกี่ยงนักหรอก มันอุส่าห์ซื้อให้ทั้งทีฉันต้องรีบกอบโกย แล้วถ้าเป็นของแท้นะ นานๆไปอาจเอาไปขายได้ราคาดีๆมาก็ได้ คุ้มจะตาย!

บ้าเอ้ย! ทำไมเกิดมาฉลาดแบบนี้เนี่ย!!

 

“โอ๊ยย กูไม่ซื้อของก๊อปกะโหลกกะลาอย่างที่มึงซื้อใช้หรอกน่า!”

 

ว้ายยย อีนี่ทำไมมันรู้!! ฉันว่าฉันเนียนแล้วนะ! ยังอุส่าห์รู้อีก!! แต่เอาเถอะ มันคือความจริงฉันไม่เถียงหรอก! เพราะเถียงไม่ออก! เมื่อปรับความเข้าใจกันได้เเล้ว พวกเราก็เดินเข้ามหาลัย แล้วแยกย้ายกันไปเรียนตามสายทางของตัวเอง เหมือนทุกครั้งที่เคยทำ...

 

หลังจากเรียนเสร็จฉันกับยัยฮันนาก็เดินบรือตาออกมาจากคลาส เสียงจ้อกแจ้กจอแจของคนจำนวนมากก็ดังไปทั่วบริเวร มันดังมากจนฉันกับฮันนาต้องหันไปมองยังต้นทางของเสียง ก่อนจะพบว่ามีชายร่างสูงคนนึงกำลังนั่งคร่อมบิ๊กไบค์คันใหญ่เบิ้มเหมือนรอใครบางคนอยู่ ซึ่งรถรุ่นนี้ฉันไม่คุ้นเอาซะเลย ส่วนคนขับฉันขอละเอาไว้ในฐานที่เข้าใจ...

 

คนตัวสูงสวมแว่นตากันแดดสีดำสนิท ใส่เสื้อเเจ็คเก็ตหนังสีเดียวกับแว่น เงยหน้ารับแสงอาทิตย์ยามบ่ายด้วยออร่าเปร่งประกาย พลางเสยผมไปข้างหลังเหมือนตัวเองหล่อมาก และในจังหวะนั้นเองเขาก็หันหน้ามา จับขาแว่นลงนิดหน่อยพร้อมก้มหน้าลงเล็กน้อย หรี่ตามองมาที่ฉันก่อนจะ...

 

บรื้นนนนนนนนนน~

 

เร่งเครื่องใส่ -_-^

 

เพื่ออะไร กูอยากถาม! แน่นอนว่าการปรากฏตัวของมันสร้างเสียงฮือฮาได้เป็นอย่างมาก อีกทั้งยังสะกดสายตานับสิบคู่ได้เป็นอย่างดี อาทิ เช่น...

 

“นั่นมัน... เป็นไปไม่ได้! เขาคนนั้นมาอยู่ที่นี่ได้ไง!!”

 

“กรี๊ดด ฉันพึ่งเคยเห็นเขาตัวเป็นๆครั้งแรก! ตัวจริงหล่อมาก ขาวมาก เขาควรไปเดบิ้วท์ได้แล้วนะ! สาบานเลยว่าฉันจะตามไปติ่งเค้าทุกเวที!”

 

“โอ๊ยตายแล้ว เค้าเปร่งประกายเกินไป ฉันจะเป็นลม!”

 

และอื่นๆอีกมากมายที่ฉันขี้เกียจจะบรรยายเพราะมันมีมากมายหลายปากเหลือเกิน...

หญิงข้างกายฉันเบ้หน้าเซ็งอย่างแรง เมื่อมันพบว่าบุคคลที่เขากำลังกรี๊ดกร๊าดกันอยู่นั้นคือหนึ่งในเพื่อนของพวกเราเอง ใช่! มันคือไอ้ผู้ชายเฮงซวยที่ฉันพึ่งคืนดีกับมันไปเมื่อเช้า!

 

“ไปเลย! รีบไปพาผัวมึงไปที่อื่นเดี๋ยวนี้! กูรำคาญ!” ฮันนาหันมาผลักฉัน ประหนึ่งว่าฉันเป็นขี้ก้อนหนึ่ง

เพราะมันเป็นพวกที่เกลียดการถูกจับตามองเป็นที่สุด แล้วไอ้ชอนอูมันก็เสือกแหกปากร้องเรียกชื่อฉันกับยัยฮันนาอย่างสนิทสนม ทำให้ตอนนี้ฉันกับมันกลายเป็นจุดสนใจอย่างมากจากเหล่าบรรดาเพื่อนร่วมคณะ

 

เเต่เดี๋ยวก่อน! เมื่อกี้มันพูดว่าไงนะ! อะไร ผัวๆ!?

 

“ตลกละ! ใครผัวกูไม่ทราบ! ถ้ามึงหมายถึงไอ้เหี้ยชอนอูละก็ไม่มีทาง! และไม่มีวันเป็นไปได้! ตีกับมันอยู่ทุกวัน ได้กันเองมีหวังฟ้าผ่าตายห่า!” ฉันรีบออกตัว เพราะฉันรู้ว่ามันกับซองมินกำลังรวมหัวเสี้ยมฉันกับชอนอูให้ได้กันเอง แต่ฉันฉลาดมากเลยรู้ทันแผนพวกมัน!

 

“ที่จริงแค่ตอบว่าไม่ก็พอแล้วนะ ไม่ต้องพูดอะไรเยอะเเยะเหมือนคนแก้ตัวก็ได้”

 

“อะไร! ใครแก้ตัว! ที่กูพูดนี่ความจริงล้วนๆเถอะ!”

 

“อะเหรอ~”

 

ตอบแบบนี้ สงสัยยังไม่เข้าใจ!!

 

“นี่มึงฟังกูนะ! ถึงฟังแล้วมึงอาจถอนหายใจก็เถอะ!”

 

“งั้นไม่ต้อง ขี้เกียจฟัง!” มันบอกปัดๆเหมือนเหนื่อยที่จะพูดกับฉัน แต่ฉันไม่สน!

 

“แต่กูจะพูด! มีผู้ชายอีกตั้งเป็นร้อยล้านคนที่สนใจกู แล้วทำไมกูต้องลดตัวไปเอากับไอ้เหี้ยชอนอูด้วยไม่ทราบ! นี่ถ้าเมื่อเช้ามันไม่มาอ้อนวอนขอคืนดีกับกูนะ มีหรอว่าคนอย่างกูจะสนใจมัน!” ฉันสาธยาย อธิบายเป็นฉากๆให้ยัยฮันนาเข้าใจ แต่เหมือนมันจะไม่เข้าใจ แถมยังมีหน้ามายกยิ้มกวนตีนใส่ฉันอีก

 

“อะ จ้า เชื่อแล้วจ๊ะ!”

 

“นี่!!” ฉันกำลังจะรีเพลย์ให้มันฟังอีกรอบ แต่ทว่ายัยฮันนาดันยกมือขึ้นเบรกซะก่อน

 

“เอาเป็นว่ากูเชื่อเเล้ว! เพราะงั้นตอนนี้มึงช่วยทำอะไรสักอย่างกับมันได้ไหม! ก่อนที่องค์แม่กูจะลง!!” มันขบฟันกรามพูดเสียงลอดฟัน เหมือนคนพยายามกลั้นอารมณ์สุดขีด

 

โอเค! ฉันยอมเสียสละพาไอ้ตัวปัญหานี่กลับลงหลุมเองก็ได้ เพราะถ้าขืนยัยนี่ได้ขึ้นแล้วมันยากมากที่จะลง และฉันก็ไม่อยากเจอมันเวอร์ชั่นนั้นอีก บอกตามตรงว่า เข็ดหลาบแล้ว...

 

“แหม กว่าจะเดินมาได้นะแม่คุณ กูเรียกจนเสียงจะแหบตายห่าล่ะ!” มันบ่นทันทีที่ฉันเดินมาหยุดตรงหน้ามัน

 

“แล้วทำไมไม่ตายๆไปเลยล่ะ จะได้จบๆ”

 

“พูดงี้จะเอาไหม! กระเป๋าอ่ะ!”

 

เออ! ไม่พูดแล้วก็ได้ นี่ฉันเห็นแก่กระเป๋าชาแนลหรอกนะ ถึงได้ยอม! มันยกยิ้มชอบใจ เมื่อเห็นฉันยกธงขาวยอมแพ้ไป ก่อนจะโยนหมวกกันน็อกกลมๆมาให้ฉัน

 

“เอามาให้กูทำไม? กูอยากได้กระเป๋า! ไม่ใช่หมวกกันน็อก!” ฉันท้วงแล้วเงยหน้ามองมันงงๆ

 

“มึงนี่บทจะโง่ ก็โง๊โง่เนาะ! กูแค่ให้ยืมใส่จะพาไปซื้อกระเป๋า! รีบๆใส่แล้วกระโดดขึ้นมาเลย! เร็วๆ” มันถอนหายใจ เหมือนลำไยฉันมาตั้งแต่ชาติปางก่อน ฉันจิ๊ปาก แต่ก็ยอมทำตามโดยง่าย เพื่อกระเป๋ากูทำได้!! แต่ถ้าเพื่อผู้ชาย มึงฝันไปเถอะ!!

 

“เกาะแน่นๆนะน้อง ระวังตก เพราะเครื่องพี่มันแรง!” มันอวดอ้างสรรพคุณในขณะที่ฉันกำลังพยายามปีนป่ายเพื่อขึ้นไอ้มอเตอร์ไซค์คันโตนี่อย่างยากลำบาก

โอ๊ย รถเหี้ยไรว่ะเนี่ยที่ยึดจับท้ายรถก็ไม่มี!

 

“นี่ชอนอู! รถมึงนี่ประหยัดเบาะลดโลกร้อนรึไง! เล็กชิบหาย!” ฉันบ่นเมื่อรู้สึกว่านั่งได้ไม่เต็มตูดเหมือนจะหลุดทุกๆสามวิ

 

“ตูดมึงบานเองรึป่าว อย่าไปโทษเบาะ!”

 

ไอ้...!! ฉันจิ๊จ๊ะ แล้วตบกระบาลมันไปทีนึงด้วยความหมั่นไส้ กล้าว่าตูดฉันใหญ่หรอไอ้นี่ เดี๋ยวเถอะ!

 

บรื้นนนนนนนน

 

“จ๊ากกก” ฉันแหกปากตกใจ เมื่อจู่ๆมันก็เร่งเครื่องใส่ทำท่าจะบิดออกตัว จนฉันเซถลาเกือบหงายหลังตกรถตาย แต่ด้วยสัญชาตญาณทำให้ฉันยังรอดและคว้าเอวร่างสูงไปกอดเอาไว้เเน่น

 

“โห เสียงร้องแม่งโคตรกระเทย! นี่ถ้าไม่ติดว่านมมึงชนหลังกูนะ กูคงคิดว่ากำลังซ้อนท้ายกระเทยอยู่แน่เลยว่ะ ฮ่าๆ”

นี่ไง! เพราะปากมันเป็นแบบนี้ไง! ฉันกับมันถึงไม่มีทางจะเป็นอย่างอื่นได้นอกจากคู่กัด!

 

“ไอ้สัส! ไอ้เหี้ย! ไอ้เลว! ไอ้โรคจิต! ไอ้ขยะสังคม! ไอ้เกาหลีเซินเจิ้น!!” ฉันว๊ากมันเป็นภาษาไทย ด้วยความโมโหขั้นสุด ส่วนมันน่ะหรอ ทำหน้างงไปจ้า

หึ สมน้ำหน้าฟังไม่รู้เรื่อง!

 

แต่เหมือนมันจะรู้ว่าฉันกำลังด่ามัน มันเลยแกล้งฉันด้วยการบิดออกตัวโดยไม่บอกไม่กล่าว จนริมฝีปากฉันสั่นพึ่บพั่บไปตามแรงลมที่ปะทะเข้ากับใบหน้า แม้ว่าฉันจะใส่หมวกกันน็อก แต่หมวกกันน็อกที่ว่าก็ป้องกันเพียงแค่ศรีษะของฉันเท่านั้น ไม่มีกระจกกั้นลมเหมือนอย่างมัน! หึ๋ย! เอากูมาซ้อนท้ายเสือกซื้อหมวกกันน็อกแบบนี้ให้ใส่เนี่ยนะ! อย่าให้กูเอาคืนนะมึง! จะจัดหนักๆให้สาสมเล้ย!!!

 

 

@ ณ ห้างสรรพสินค้า

ฉันยืนอยู่ตรงชั้นที่เต็มไปด้วย เสื้อผ้า เครื่องประดับ แอคเซสเซอรี่ของผู้หญิง ส่วนราคาน่ะเหรอ... โหดจัดปลัดบอกเลยล่ะ ฉันใจเต้นตุบตับ เมื่อเราหยุดยืนที่หน้าร้านแบรนด์เนมชื่อดังระดับโลกอย่าง Chanel

 

“ไป! เข้าไปเลือกเอา! ได้แค่ใบเดียวนะ ขืนมึงเอาสองใบมีหวังกูแดกแกลบแน่เดือนนี้!!” ชอนอูรีบหันมาบอกทันทีที่เราย่างก้าวเข้ามาภายในร้าน

 

“จ๊ะ!” ฉันกระเเทกเสียง แล้วอมยิ้มนิดหน่อย เกิดมาไม่คิดไม่ฝันว่าตัวเองจะได้มีบุญมาเหยียบร้านหรูหราอลังการแบบนี้ ปกติสั่งซื้อแต่ของก๊อปในแอพช็อปปี้ราคาไม่กี่พันบาท ไม่ก็ซื้อตามตลาดนัดที่เขาติดโลโก้แบรนด์แบบกระโหลกกะลา

 

ฉันยืนเลือกอยู่นานพอสมควร เพราะแต่ละใบต่างมีดีไซน์ที่แตกต่างกันออกไป สวยกันคนละแบบ ไม่ว่าจะเป็น Chanel classic หรือ Chanel boy ที่ตอนนี้กำลังเป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่น ด้วยรูปลักษณ์และการทำการตลาดที่ไม่เน้นแฟชั่นจ๋า แต่ดันเรียบหรูอย่างมีระดับ สาวๆเลยต่างเทใจให้แบรนด์นี้เป็นแบรนด์อันดับต้นๆของโลก และแน่นอนว่ามันเหมาะกับฉันมาก!

 

“ขอโทษนะคะ ขอดูใบนี้หน่อยค่ะ!” ฉันบอกพนักงานพลางชี้ไปยังชาแนลรุ่นคลาสสิค ที่มีลักษณะลายหนังคาเวียร์ที่โดดเด่น

 

“ได้ค่ะ! รอสักครู่นะคะ” นางยิ้มรับอย่างประจบ ก่อนจะเลื่อนตู้กระจก แล้วเปิดเอากระเป๋ามาให้ฉันดู

 

โอ้วแม่เจ้าาา มือสั่นมาก! รู้สึกใจเต้นเเรง มันเทียบไม่ได้เลยกับกระเป๋าผ้าใบละร้อยที่ฉันพายอยู่

 

ซูมค่ะ!

 

ซูมเข้าไป!

 

ซูมเข้าไปอีกก!

 

ซูมดูป้ายราคาให้ชัดๆ

 

7,847,235 วอนนนนน

 

7ล้าน 8แสน เลยโว้ยยยยย!

 

ถ้าคิดเป็นเงินไทยก็ประมาณ 220,000 บาท!

 

โอ้ว รู้สึกหัวหมุนตาลาย คลับคล้ายคลับคลาจะเป็นลม ขอดมยาดมแป๊ป ฉันหยิบยาดมออกมาจากถุงผ้าเก่าๆที่สะพายมาด้วย สูดมันเข้าเต็มปอด แล้วหันไปบอกชอนอูว่า...

 

 

 

 

“กูเอาใบนี้!”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว