ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.11 [ช่างภาพคนใหม่]

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.11 [ช่างภาพคนใหม่]

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 12 พ.ค. 2559 21:57 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.11 [ช่างภาพคนใหม่]
แบบอักษร

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

PART 2 ไวท์ + กัปตัน / ตอนที่ 11 [ช่างภาพคนใหม่]

...........................................................

สวัสดีกัปตัน...

1 ปีแล้วนะที่ฉันมาอยู่ที่นี่ ฉันสบายดี แล้วแกล่ะ? สบายดีไหม? เรียนจบปีนี้แล้วไม่ใช่เหรอ ฉันขอโทษทีนะที่ไม่ได้ไปงานรับปริญญาของแก พอดีที่นี่กำลังยุ่ง มีลูกม้าคลอดใหม่ ต้องคอยดูแลน่ะ :)

.

หายไปนาน ไม่ติดต่อกันมาบ้างเลย ที่ไทยยุ่งมากหรือยังไงวะ หรือไปติดสาวอยู่ที่ไหนอีก ฉันไม่รู้ว่าแกได้งานประจำหรือยัง แต่พอดีเจ้านายฉันเขากำลังต้องการช่างภาพ แกจำได้ไหม คราวก่อนโน้นที่ฉันกลับไปเมืองไทย ฉันเคยเล่าให้แกฟังว่าเจ้านายของฉันเขาชอบฝีมือแกมาก เลยอยากลองชวนแกมาสัมภาษณ์ที่นี่ดู เผื่อเราจะมีดวงได้ทำงานด้วยกัน

.

ถ้าแกอยากจะลองเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ถ่ายภาพวิวของโรมาเนีย มาที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะน้ำตกสวยมาก แถมอาหารก็อร่อย แล้วแกจะลืมอาหารญี่ปุ่นที่ชอบกินไปเลยล่ะ ยังไงก็ยังคิดถึงแกอยู่นะ หวังว่าเราคงจะได้เจอกันที่นี่  เร็วๆ นี้

.

รอเลี้ยงต้อนรับบัณฑิตใหม่อยู่ที่โรมาเนีย

......................................FROM น้ำเงิน สุริยวงศ์

.

**********************************************

#เสียงจากกัปตัน

อีเมลจากพี่เงินที่ส่งมาถึงผมเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว ทำให้ใจผมกระตุกยิกๆ อยากจะมาเหยียบโรมาเนียเสียให้ได้ ก็ดูพี่เงินสิครับ โฆษณาไว้เลิศหรูเสียเหลือเกิน ปลุกพลังวิญญาณช่างภาพในตัวผมให้ต้องหอบหิ้วกระเป๋าเดินทางพร้อมอุปกรณ์ถ่ายภาพมาไกลถึงที่นี่

...ใช่แล้วครับ ตอนนี้ผมอยู่โรมาเนีย

และกำลังนั่งแกร่วอยู่คนเดียวที่สนามบิน รอไอ้รุ่นพี่ตัวดีที่บอกว่าจะออกมารับตั้งแต่บ่าย 2 จนตอนนี้เกือบ 6 โมงเย็น แม่งยังมาไม่ถึง

-_- เจริญพุงไปเลยครับ ผมหิวไส้จะขาดอยู่แล้ว ถ้าพี่เงินไม่มาถึงภายใน 20 นาที ผมคงต้องหาแซนวิชกินรองท้องไปพลางๆ แล้วล่ะ

.

ตึก ตึก ตึก

“แฮ่กๆ”

ผมเงยหน้าขึ้นมอง เห็นไอ้พี่ตัวดียืนหอบแฮ่กอยู่ข้างๆ รอยยิ้มแหยๆ ถูกส่งมาให้ผม ก่อนจะดึงกระเป๋าผมไปถือ

“โทษทีเว้ย มาช้าไปนิดนึง”

“นัดบ่าย 2 มา 6 โมง?” ผมค้อน

“เห้ย เอาน่า กลายเป็นคนขี้งอนไปตั้งแต่เมื่อไหร่วะ ก็มาถึงละนี่ไง” พี่โอดครวญ “ไปๆ หิวยัง ว่าจะพาไปเลี้ยงต้อนรับบัณฑิตปริญญาตรีคนใหม่ซะหน่อย”

ผมพยักหน้า และคว้ากระเป๋าเป้อีกใบสะพายหลัง แล้วเดินตามพี่เงินมาติดๆ

.

สนามบินที่นี่คนไม่พลุกพล่านมาก หรืออาจเป็นเพราะผมไม่ได้มาในช่วงเทศกาลวันหยุดยาว เลยไม่ต้องไปเบียดเสียดกับใคร ซึ่งก็ถือว่าเป็นโชคดีของคนที่รักสันโดษอย่างผมอย่างหนึ่ง

“พี่มาคนเดียวเหรอ”

“เปล่า”

“แล้วมากะใครอะ”

“มากับออกัส”

“อ๋อ คุณออกัสเตียน เจ้านายหล่อๆ ที่พี่เล่าให้ผมฟังอะนะ”

“อืม” พี่พยักหน้า

.

ผมไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรอีกนอกจากเดินตามไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเจอลานจอดรถ พี่เงินดูเปลี่ยนไปพอสมควรเลยทีเดียว ผมยาวขึ้น ผิวขาวขึ้นตามแบบของคนตะวันตก แต่งตัวแปลกตาไปจากเดิม ใส่เสื้อสเว็ทเตอร์ตัวยาวเหมือนผ้าคลุม แล้วก็สวมแว่นตากันแดด ทั้งๆ ที่แดดก็ไม่ได้แรงมากสักหน่อย

สักพัก เราก็มาถึงรถของเรา ผมเห็นผู้ชายคนนึงยืนพิงรถอยู่ แค่เห็นข้างๆ ก็รู้แล้วว่าคงจะหน้าตาดีมากทีเดียว

“กัปตัน นั่นคุณออกัส ไปไหว้เขาซะ เขาเป็นพี่แกหลายปี”

“ครับ” ผมรับคำ และเดินอ้อมรถมาเตรียมตัวยกมือสวัสดีตามอย่างไทย

“สวัสดีครับคุณออ...”

.

เชี่ย!

.

หล่อตีลังกา!

ผมยืนตะลึงในความหล่อของเจ้านายพี่เงิน เนี่ยเหรอวะที่บอกว่าหล่อมาก ตอนที่ผมฟังครั้งแรกผมก็คิดว่าคงจะแค่หล่อตามแบบของฝรั่งทั่วไป ไม่ได้คิดว่าเขาจะหล่อขนาดนี้  ผิวพรรณเนียนละเอียดมีกล้ามเนื้อพอสวยงาม รูปร่างสูงโปร่ง นัยน์ตาสีอัลมอนด์และผมเส้นเล็กละเอียดสีน้ำตาลเข้มช็อคโกแลตยิ่งขับผิวของเขาให้ขาวขึ้นมากกว่าเดิม ใบหน้าที่ผสมผสานสไตล์เอเชียและยุโรปเอาไว้ด้วยกันคงทำให้สาวๆ กรี๊ดสลบกันได้ไม่ยาก เขาหล่อจนผมสวัสดีไม่จบ เพราะมัวแต่ยืนอึ้งไปเลย

.

เชื่อแล้วว่าหล่อจริงๆ

“เอ่อ สวัสดีครับ ผมกัปตัน ยินดีที่ได้รู้จักครับ” ผมไหว้ทักทาย และเตรียมยื่นมือไปจับมือเขาเพื่อทักทายแบบตะวันตกบ้าง แต่อยู่ดีๆ พี่เงินก็เดินเข้ามาปัดมือผมทิ้งไม่ให้สัมผัสตัวคุณออกัส และยัดหัวผมเข้าไปในรถ

“ไม่ต้องจับหรอกมือน่ะ ทักทายกันพอแล้วก็ขึ้นรถ”

.

ถ้าได้ยินไม่ผิด ก่อนปิดประตูผมได้ยินเสียงหัวเราะหึหึเบาๆ ออกมาจากคุณออกัส เขายิ้มมุมปาก แต่มันกลับดูมีเสน่ห์มากทีเดียว แถมท่าทียังดูสนิทสนมกับพี่เงินมากๆ อีกด้วย

“อยู่ที่ไทย น้ำเงินเขาเป็นยังไงบ้าง”

หลังจากที่เรานั่งเงียบมาในรถเกือบ 2 ชั่วโมง โดยมีคุณออกัสเป็นคนขับ และพี่เงินนั่งข้างหน้าคู่กัน ผมก็เพิ่งได้ยินเสียงของเขาเป็นครั้งแรก แม้แต่เสียงยังหล่อเลยคิดดู

“พี่เงินก็เป็นสัตวแพทย์กะโหลกกะลาทั่วไปฮะ รักษาหมูหมากาไก่ไปเรื่อยเปื่อย”

“ไอ้ตัน!

“ฮ่าๆ ล้อเล่นน่าพี่” ผมตบไหล่พี่เงินเบาๆ

แต่เอ๊ะ “คอไปโดนไรมาพี่ เป็นภูมิแพ้เหรอ” ผมถาม ก็ตอนเอามือไปตบไหล่ เผลอไปเห็นคอพี่แกพอดีน่ะสิ

คราวนี้แกเลยนั่งเงียบ ไม่พูดไม่จากับผมสักคำ มีก็แต่คุณออกัสที่หัวเราะเบาๆ แต่ก็ไม่ยอมพูดอะไร นอกจากเปลี่ยนเรื่องชวนผมคุยเรื่องอื่น

“ขอโทษด้วยที่พวกเรามาช้า พอดีน้ำเงินมีธุระนิดหน่อย” เขาเหล่ตามองพี่เงิน

.

แต่ผมว่าแววตานั้นมันเจ้าชู้แปลกๆ

“คุณน่ะสิ!” แถมอีพี่เงินก็ทุบไหล่เขาทำท่ายังกะสาวน้อยเวลาเขิน

.

นี่ผมมองอะไรผิดไปหรือเปล่าเนี่ย?

“ที่เราไม่ออกมาตอนบ่าย 2 เพราะฉันไม่ค่อยชอบแดดน่ะ”

“งั้นคุณออกัสคงไม่เหมาะจะไปเที่ยวเมืองไทยนะครับ เพราะที่นั่นแดดแรงบรรลัยเลย”

“หึหึ จริงเหรอ”

“ครับ”

“หิวหรือยังล่ะ มื้อนี้อยากกินอะไร น้ำเงินเล่าให้ฟังว่านายเพิ่งเรียนจบ ฉันจะเป็นเจ้าภาพเลี้ยงนายเอง”

พี่เงินเล่าให้ฟังอีกแล้วเหรอ...

เอ ผมรู้สึกว่าพี่เงินกับคุณกัสเขาสนิทกันจังเลยแฮะ

“คือ ตอนนี้ผมเหนื่อยน่ะครับ คงจะเจ็ทเลท เรากลับบ้านกันเลยดีกว่า จะได้คุยเรื่องงานกันด้วย”

“ยังหรอก” พี่เงินส่ายหัว “แกกลับไปพักผ่อนก่อนก็ได้ เดี๋ยวฉันให้ที่บ้านทำข้าวต้มร้อนๆ ให้เอาไหม”

“ไม่เป็นไรฮะ ผมขอแค่โกโก้ร้อนสักแก้วก็พอ ตอนนี้ยังกินอะไรไม่ค่อยลงเท่าไหร่” ผมปฏิเสธอย่างนุ่มนวล

.

แล้วก็เอะใจขึ้นมาอีกครั้ง จริงๆ พี่เงินเป็นแค่ลูกจ้างที่เซ็นต์สัญญาเป็นสัตวแพทย์ไม่ใช่เหรอ แล้วมีสิทธิ์อะไรไปสั่งแม่บ้านยังกะเป็นเจ้าของบ้านแบบนั้นล่ะ?

“น้องนายนี่ขี้สงสัยเหมือนนายไม่มีผิด” คุณออกัสพูดขึ้นยิ้มๆ

“อะไรอีกคุณ” พี่เงินถาม

“เขาก็เหมือนนาย พอเห็นฉันก็ชอบชมว่าฉันหล่ออยู่เรื่อย ฉันล่ะอยากขี้เหร่มั่งจริงๆ”

“หืม? O O!” ผมตาเหลือก

.

เห้ย ผมยังไม่ได้พูดออกไปสักคำเลยนะว่าคุณออกัสหล่อ (ถึงจะหล่อจริงๆ ก็เถอะ) แล้วเขารู้ได้ยังไงว่าผมกำลังคิดแบบนั้นอยู่น่ะ?

“ส่วนเรื่องงานนะ ไม่ต้องห่วงหรอก คืนนี้พักผ่อนให้สบายใจก่อน แล้ววันพรุ่งนี้พี่ชายของฉันจะเป็นคนคุยกับนายเอง”

“อ๋อ ครับ” ผมพยักหน้ารับอีกครั้ง

.

ระยะทางเริ่มไกลออกมาเรื่อยๆ จนผมสงสัยว่า ปราสาทอลาสเตอร์ ของคุณออกัสนี่มันตั้งอยู่บนดาวเนปจูนหรือยังไง เดินทางกับเกือบ 4 ชั่วโมงยังไม่ถึงสักที นี่มันไกลพอๆ จากกรุงเทพไปโคราชเลยนะคุณ

“ใจเย็นน่า อีกนิดเดียวก็จะถึงแล้วล่ะ” คุณออกัสพูดขึ้นเบาๆ

ผมแปลกใจอีกครั้งที่เขารู้ว่าผมกำลังคิดอะไรอยู่ แต่ก็ไม่ได้ติดใจอะไรมากมาย ผมอาจจะแสดงออกถึงความเหนื่อยและหงุดหงิดมากไปหน่อย อย่างไรก็ต้องขอโทษด้วยนะครับ

เราเริ่มผ่านจากเขตชุมชนเข้าสู่เขตป่า ไม่ยักรู้ว่าโรมาเนียมีป่าไม้ที่มีใบไม้ดอกไม้สีสวยขนาดนี้ เสียดายที่ตอนนี้เป็นเวลากลางคืน และผมก็นั่งในรถ ไม่สะดวกจะถ่ายรูปเก็บไว้ ไม่อยากนั้นระหว่างทางไปปราสาทผมคงจะได้รูปสักสองสามอัลบั้มเอาไว้ดูเล่น

ว่าแต่...ทำไมไอ้ปราสาทบ้าบอนี่มันอยู่ลึกขนาดนี้วะ?

“เราไม่ค่อยชอบที่ที่มีผู้คนพลุกพล่าน” คุณออกัสพูดอีกครั้ง

.

ผมขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ส่วนพี่เงินเอนหัวพิงกระจกหลับสนิทไปแล้ว เดือนร้อนคุณออกัสต้องชะลอรถแล้วดึงผ้าพันคอออกมากางคลุมไหล่ให้ ดูเหมือนเป็นแฟนกันไม่มีผิด

ไม่นานหลังจากนั้น ผมก็มาถึงปราสาทอลาสเตอร์จนได้

.

ที่นี่เป็นปราสาทสูงสามชั้นมีขนาดใหญ่มากและอลังการอย่างที่พี่เงินบอกไว้จริงๆ มันตั้งอยู่ในที่ๆ ห่างไกลจากผู้คน และมีต้นไม้ล้อมรอบเยอะมากจนดูน่าสะพรึงกลัวในยามค่ำคืนเช่นนี้ ผมยกมือขึ้นกอดอกเมื่อลมหนาวพัดมา พอหันหลังกลับมา ก็เห็นว่ามีคนงานเข้ามาช่วยยกกระเป๋าเข้าไปด้านในเรียบร้อยแล้ว

“นายตามอาเธอร์เข้าไปได้เลยนะ ห้องที่ให้พักเป็นห้องนอนเก่าของน้ำเงินเอง”

“เอ้า แล้วตอนนี้พี่เงินพักห้องไหนล่ะครับ”

“พักอยู่ห้องฉัน”

“ฮะ?” ผมไม่เข้าใจ

.

ทำไมพี่เงินต้องไปพักที่ห้องคุณกัสด้วย?

.

เจ้านายไม่ได้บอกอะไรเพิ่ม แต่เดินอ้อมมาเปิดประตูรถแล้วอุ้มพี่เงินที่หลับอยู่พาดบ่า ก่อนจะเข้าไปในปราสาทและไม่หันกลับมามองผมอีก

เขาเดินขึ้นบันไดไปอย่างสง่างามเหมือนเจ้าชายแบกเจ้าหญิงเลย

.

น่าจะสลับกันเนอะ พี่เงินตัวใหญ่กว่า (มั้ง) น่าจะเป็นคนอุ้มคุณออกัสที่ผอมกว่า (แต่ก็สูงกว่าด้วยนี่นา)

เออ ช่างเค้าเถอะ

“มีอะไรเรียกใช้ผมได้เลยนะครับ” คุณลุงอาเธอร์หันมายิ้มให้ผมอย่างเป็นมิตร ก่อนจะเดินออกจากห้องไป

.

บรรยากาศที่นี่ค่อนข้างแปลก บ้านไม่ค่อยมีหน้าต่าง เน้นการใช้ตะเกียงโบราณมากกว่าหลอดไฟ มีการตกแต่งแบบโบราณ ข้าวของเป็นของโบราณ ศิลปะออกแบบภายในแบบโบราณ แม้แต่เตียงของผม ยังดูโบราณไปด้วย

ดูท่าคงจะเป็นปราสาทเก่าแก่มากสินะ

ผมเอาของออกจากกระเป๋าและจัดเสื้อผ้าแขวนในตู้ให้เรียบร้อย ก่อนจะล้มตัวลงนอนบนเตียงอย่างเหนื่อยล้า

ไม่นานนัก ก็ผล็อยหลับไป

.

.

.

ยังครับ...

แค่เกือบจะหลับเฉยๆ

ผมมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง คือถ้านอนแปลกถิ่นเมื่อไหร่จะหลับยาก แม้ว่าจะเหนื่อยจะง่วงแค่ไหนก็ตาม วันนี้ก็เหมือนกัน ผมยังไม่ชินกับที่นี่ เลยนอนไม่ค่อยหลับสนิทดีเท่าที่ควร

เหลือบมองนาฬิกาที่นอนพลิกไปพลิกมา เกือบตี 2 แล้ว เสียงข้างนอกยังมีคนคุยกันหัวเราะกันสนุกสนาน ผมเอาหัวซุกหมอนอย่างรำคาญ พลางคิดในใจไปว่าคนบ้านนี้ไม่มีมรรยาทเอาเสียเลย ดึกดื่นคนจะหลับจะนอนมาส่งเสียงดังคุยกันไม่รู้จักเกรงใจ คอยดูนะ ถ้าผมเจอเจ้านายคนใหม่แล้วผมจะฟ้องให้หมดทุกอย่างเลย คอยดู

.

กูจะนอนโว้ยยยย กูง่วง! หยุดเสียงดังกันได้แล้ว

“เห้อ!” ผมพลิกตัวอีกครั้งเป็นครั้งที่สิบสาม

.

“อีกแก้วนะครับ ท่านชาย”

.

เสียงข้างนอกชนแก้วกันโพล๊งเพล๊งจนผมนอนไม่หลับ ไม่รู้พวกแม่งจะมานึกอยากฉลองบ้าบออะไรกันตอนนี้ ผมง่วงงง! ผมจะนอนนน!

“แม่ง!” สุดท้ายก็ต้องยอมแพ้ และลุกขึ้นปาหมอนใส่ประตูด้วยความหงุดหงิด ผมลุกขึ้นคว้าผ้าเช็ดตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดเป็นเสื้อยืดกางเกงขาสั้นและเดินออกมาดูว่าพวกเขาทำอะไรกันดึกๆ ดื่นๆ แบบนี้

“ฮ่าๆๆ แบบนั้นล่ะฮะ อ้าวกัปตัน ตื่นละเหรอ” พี่เงินยืนหัวเราะเอิ้กอ้ากอยู่ข้างนอก หน้าตาพี่ดูสดชื่น ไม่เหมือนคนง่วงเลยสักนิด

“ทำอะไรกันอยู่เหรอพี่ ตี2 ตี3 ไม่หลับไม่นอนกันเหรอ”

“เอ้า ฉันลืมบอกแกเหรอ ว่าที่นี่เขานอนกลางวัน ตื่นกลางคืน จริงๆ นี่ก็เวลาประเทศไทยนะ แกน่าจะปรับตัวได้ไม่ยาก” แกบอก

ผมเดินตามพี่เงินเข้าไปในครัว เห็นพี่เปิดไวน์ขวดใหม่อยู่คนเดียว เลยเดินเข้าไปถาม

“แล้วพี่ไม่ง่วงเหรอ”

“ไม่นี่” แกตอบเสียงใส

“แต่ผมไม่ชินนะพี่ มันจะเวลาประเทศไหนก็ช่าง เวลากลางคืนผมต้องนอนอะ” ผมบอกโอดครวญ

.

พี่เงินยักไหล่ให้ “ช่วยไม่ได้ว่ะ แกต้องปรับตัวเอาเอง”

“แล้วพี่อะ?”

“ฉันไม่ได้มีปัญหาเรื่องเวลานอนอะไรนี่”

“ไม่ ผมถามว่าทำไมพี่ถึงได้ขึ้นไปนอนบนนั้น?”

“ฉันอยู่ในฐานะพิเศษ” แกตอบยิ้มๆ แล้วรินไวน์ใส่แก้วทีละใบ

.

ฐานะพิเศษไรวะ?

.

“น้ำเงิน”

เสียงทุ้มดังขึ้นจากทางหน้าประตู มันไม่ใช่เสียงของออกัสที่ผมเคยได้ยิน แต่เสียงนี้มีความกังวานกว่า ก้องกว่า และดังกว่า

“คุณไวท์ ไม่เห็นต้องเดินมาเองเลยครับ เดี๋ยวผมเอาออกไปเอง” พี่เงินหันไปคุยกับเขา

.

นั่นเป็นการบังคับกลายๆ ให้ผมต้องหันไปทำความรู้จักกับ คุณไวท์ ทั้งที่หน้ายังยุ่งและหงุดหงิดจากการไม่ได้พักผ่อน ร่างสูงที่ยืนอยู่ตรงประตูไม่ได้ตอบพี่เงิน แต่จ้องหน้าผมเขม็ง

เขาสูง ผิวขาว ผมดำสนิท และมีนัยน์ตาสีเฮเซล หรือสีน้ำตาลแต่มีโทนที่อ่อนกว่าของออกัสมาก เรียกได้ว่าเกือบเป็นสีกาแฟบนทองนิดหน่อย ถ้าคุณไวท์คนนี้ คือ ไวท์เวเรี่ยน อลาสเตอร์ พี่ชายของออกัสที่พี่เงินเคยเล่าให้ผมฟังล่ะก็ ผมอยากจะช็อคตายไปตรงนี้เลยจริงๆ เพราะว่าเขาหล่อมากน่ะสิครับ หล่อจนผมอิจฉาสิบแปดตลบ ตายแล้วเกิดใหม่อีกสิบชาติก็ไม่รู้จะได้แบบนี้หรือเปล่า

.

 

จมูกโด่งสันเป็นคม รับกับโครงหน้าแข็งแกร่ง แววตาของเขามีความดุดันและเขียนขอบตาสีดำจนเข้ม (หรือตาดำเพราะอดนอนก็ไม่รู้) ริมฝีปากเม้มแน่นกับสายตาคู่นั้นมองผมอย่างไม่ไว้ใจ เกือบหล่อระเบิดระเบ้ออยู่แล้วถ้าตาไม่ดุและผิวไม่ซีดขนาดนั้น

“ออกไปก่อน”

.

มันบอกใครวะ?

.

“ครับ” พี่เงินพยักหน้า

นี่ก็อีกคน รู้ได้ไงว่าเขาคุยกับตัวเอง

.

ก่อนที่พี่เงินจะก้าวพ้นห้องไป แกมายืนกระซิบบางอย่างให้ผมฟังข้างหูเบาๆ “นั่นแหละคุณไวท์เวเรี่ยน แต่นายควรเรียกเขาว่าท่านชาย และที่สำคัญ อย่าคิดอะไรในใจแปลกๆ พิเรนทร์ๆ เด็ดขาด โอเคนะที่เหลือไว้คุยกัน”

.

ผมได้แต่ยืนงง และยกมือไหว้ ท่านชาย ไปแบบมึนๆ

“สวัสดีครับ”

“นายเป็นใคร”

.

กึก!

คำถามแรกที่เขาถามผมด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยและใบหน้านิ่งเก๊กของไอ้หมอนั่น ทำให้ผมรู้สึกไม่ถูกชะตาเอาเสียเลย มึงจะดุกูทำไม? ถลึงตาแบบนั้นไม่ปวดตาบ้างหรือไงวะ

นั่นเป็นสิ่งที่ผมแค่คิดในใจเท่านั้นแหละ เพราะต่อหน้าผมก็ต้องยิ้มสวยๆ แล้วตอบกลับไปอย่างนอบน้อมว่า “ผมกัปตันครับ เป็นช่างภาพมาจากเมืองไทย คุณออกัสเตียนคงจะเล่าให้คุณฟังแล้ว?”

“หน้าอย่างนี้เหรอ เป็นช่างภาพ”

.

เอ้า! ไอ้ซีดนี่! เดี๋ยวกูเตะให้หายซีดเลยดีมั้ย

“ครับ”

“หึ” เขายักไหล่และมองหน้าผมด้วยแววตาดูถูก “จะสักกี่น้ำ”

.

โถ่ เดี๋ยวโยนกล้องใส่หน้าแม่ง!

ผมคิดคนเดียวอยู่ในใจ

.

เขาขมวดคิ้วมองหน้าผมอย่างไม่พอใจ และเดินเข้ามาประชิดตัวผมก่อนจะตวาดดังลั่น

“อย่าได้บังอาจคิดกับฉันในใจอย่างนั้นอีกเด็ดขาด!!! ไม่อย่างนั้น ฉันเอานายตายแน่!!!!

“.....” ผมชักสีหน้าทันที

.

จะบ้าหรือไงวะ ใครจะมายืนยิ้มอยู่ได้เวลาเจอคนอย่างมึง กูไม่ได้ดูหลวงพี่แจ๊ส 4G นี่หว่า แถมหน้ามึงก็โหด ตาดุ เสียงเข้ม ใครหัวเราะเวลาคุยกับมึงก็บ้าแล้ว!

“ให้ตาย!” เขาสบถออกมาอีก

“นี่น้ำเงินไปพาใครมา ฉันไม่ถูกชะตากับนายเลยสักนิด”

“.....” ให้กูกลับเลยมั้ยล่ะ

“แต่ไหนๆ ก็มาละ”

“.....”

“ลองฝีมือดูหน่อยละกัน เดี๋ยวจะหาว่าฉันใจร้าย ไล่เด็กกลับทั้งๆ ที่ยังไม่ได้ถ่ายเลยสักรูป”

“จะเอาไง” ผมถามอย่างเหลืออด

“หึ” เขาหัวเราะแบบเดียวกันกับคุณออกัส แต่ทำไมผมกลับรู้สึกว่าเสียงนี้มันดูกวน TEEN อย่างไรไม่รู้

“ฉันให้เวลาไปเตรียมกล้อง 5 นาที แล้วมาเจอกันที่ห้องรับแขก ถ้าช้า พรุ่งนี้เตรียมตัวเก็บของกลับเมืองไทยไปได้เลย ไอ้หนู”

“สบายมาก” ผมท้าทายกลับ

.

ให้ตายเหอะ นี่คือเจ้านายที่ผมต้องทำงานด้วยจริงๆ น่ะเหรอ ไม่ชอบขี้หน้ามันเลยว่ะ

“ไอ้ขี้เก๊ก คิดว่าหล่อนักไงวะ” พอมาถึงห้องผมก็บ่นมันเลย

ไอ้บ้านั่น...บ้าจริง

.

กระเป๋ากล้องถูกคว้าขึ้นสะพายพร้อมแฟลชและสปอตไลต์ที่เอาไว้ใช้สำหรับถ่ายภาพเวลากลางคืน ผมเดินออกมาหน้าห้องด้วยความรวดเร็วเพราะต้องทำเวลา ก่อนจะเจอกับพี่เงินที่ยืนทำหน้าหนักใจอยู่หน้าประตู

“ไอ้เชี่ยตัน! ฉันบอกแกแล้วใช่มั้ยว่าอย่าคิดอะไรพิเรนทร์เด็ดขาดน่ะ” แกทำหน้าเหมือนคนจะร้องไห้

“ก็มันน่าหมั่นไส้จริงๆ นี่พี่”

“เห้ย อย่าพูด” แกรีบตะครุบปากผมไว้อย่างรวดเร็ว

“โดนอะไรรึเปล่า”

“โดนไร ไม่โดนนี่” ผมส่ายหัว

เสียงถอนหายใจอย่างโล่งใจดังขึ้นจากพี่เงิน “โชคยังดี ที่วันนี้คุณไวท์อารมณ์ดี ไม่งั้นป่านนี้แกโดนจับโยนออกนอกปราสาทไปแล้ว”

“ผมทำไรผิด”

“ก็แกด่าเขาในใจไง”

“ด่าในใจ เขาไม่ได้ยินนี่”

“ใครว่า” พี่เงินพูดด้วยสีหน้าแหยงๆ “เขาได้ยินทั้งนั้น แล้วก็อย่าเผลอไปชมว่าเขาหล่อนะ เขาไม่ชอบ ถึงแม้จะหล่อโคตรๆ จริงๆ ก็เถอะ”

“เออ หล่อจริงพี่ หล่อกว่าคุณออกัสอีก”

“ใช่มั้ยล่ะ” พี่เงินยิ้มกว้าง

.

เดี๋ยวๆ พี่เป็นผู้ชายนะเว้ย

“ไป รีบไปได้แล้ว เขาให้ทำอะไรก็ทำไป อย่าคิดอะไรแผลงๆ นะ ฉันขอร้องนะกัปตัน คุณไวท์น่ะ เขาไม่เหมือนคนอื่นหรอกนะ”

“เป็นผีดิบรึไง” ผมประชดขณะที่เดินตามพี่เงินมาที่ห้องรับแขก

.

ไอ้ไวท์แม่งนั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ กอดอกมองผมอย่างจับผิด ผมฝืนยิ้มให้ทั้งๆ ที่ในใจด่ามันสารพัด แถมยังขอให้กรอบรูปขนาดใหญ่ที่ประดับฝาผนังอยู่ด้านบน ร่วงลงมาใส่หัวมันให้ตายซะรู้แล้วรู้รอด ผมจะได้เปลี่ยนเจ้านายมาเป็นคุณออกัสแทน ท่าทางจะคุยง่ายกว่ากันเยอะ

“ถ้าพร้อมแล้วก็ตามฉันมา”

.

.........................................................

 

----- โปรดติดตามตอนต่อไป -----

ความคิดเห็น