สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 43

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 21

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 15:38 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 43
แบบอักษร

 

 

     อาจเป็นเพราะเสียงหวีดร้องของป้าแจ่มกับจิ๋วที่นั่งอยู่บนรถหรือเพราะใจไม่โหดพอก็มิอาจทราบ ชายหนุ่มตัดสินใจหักหลบลงข้างทางในวินาทีสุดท้าย..!

     มัจฉาเองก็เช่นกัน หญิงสาวรู้สึกตระหนกเมื่อรถที่เธอจะขอความช่วยเหลือเร่งเครื่องให้เร็วขึ้น ทั้งที่คนขับนั้นก็น่าจะเห็นเธอที่ออกมายืนอยู่กลางถนน ซึ่งไม่ใช่ระยะที่กระชั้นชิดจนเกินไป

     ความตกใจนำพาให้มัจฉาหลบเข้าข้างทาง ซึ่งเป็นทางเดียวกับที่หนุ่มลูกครึ่งเลือกเลี้ยวหลบเช่นกัน!

     

     โครม !!!

     

     แม้ว่าชายหนุ่มจะเหยียบเบรคแค่ไหนก็ไม่อาจหยุดความเร็วของรถไว้ได้ทัน ร่างของหญิงสาวปะทะกับตัวรถอย่างแรง

 

     ภาพเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นติดอยู่ในความทรงจำของเขาอย่างห้ามไม่ได้ ผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ที่แขนถูกใส่กุญแจมือไพล่หลังไว้ อีกทั้งปากก็ยังถูกปิดไว้ด้วยผ้าผืนใหญ่ แล้วยังมาถูกเขาขับรถชนเข้าอย่างจัง

     ...เป็นเรื่องที่โหดร้ายสิ้นดี!

     หลังจากที่ไขกุญแจมือและปลดผ้าที่มัดปิดปากของหญิงสาวออกแล้ว ชายหนุ่มรีบนำร่างน้อยที่หายใจรวยรินขึ้นรถไปยังโรงพยาบาลใกล้เคียงทันที 

     ความกังวลใจปรากฏชัดเจนบนใบหน้าหล่อ หนุ่มลูกครึ่งผมยาวเดินวนไปวนมาที่หน้าห้องฉุกเฉิน นี่เขาเป็นฆาตกรไปแล้วหรือนี่ ?

     ป้าเเจ่มหรือคุณป้าไข่นกที่มัจฉาเรียก พยายามปลอบใจเจ้านายน้อยของเธอไม่ให้วิตก

     "คุณหนูอย่ากังวลเลยนะคะ ถึงมือหมอเเล้ว ผู้หญิงคนนั้นไม่เป็นอะไรหรอก" 

     "ไม่รู้ว่าพี่บูลจะต้องการให้ผมทำเรื่องแบบนี้รึเปล่านะป้าแจ่ม" ชายหนุ่มนั่งลงข้างแม่นมของเขา ในมือหนาที่เปื้อนเลือดถือบัตรประจำตัวประชาชนของเธอเอาไว้ มันเป็นของสิ่งเดียวที่ป้าแจ่มบอกว่าค้นได้จากตัวเธอตอนที่พาขึ้นรถตู้ เขาพลิกดูรอบเเล้วรอบเล่า

     มัจฉา... ผู้หญิงที่เขาเฝ้าตามดูเธอมาเกือบสามเดือน เพิ่งได้เห็นตัวเป็น ๆ ก็วันนี้เอง  

     เวลาผ่านไปนานหลายชั่วโมงคณะแพทย์ที่รักษาหญิงสาวก็ออกมาจากห้องฉุกเฉิน... 

 

     อินทรีรู้สึกกระวนกระวายใจทั้งคืน ชายหนุ่มไม่รู้ว่าจะเริ่มจากตรงไหนดี ไม่อยากรอทีมของสิงหา แต่ก็จนปัญญาที่จะพลิกแผ่นดินด้วยตัวเอง 

     'พี่ทำให้มัดเสียใจอีกแล้วใช่ไหม' ชายหนุ่มรำพันกับแหวนวงน้อยที่พบว่าวางอยู่บนคอนโซลรถ มัจฉาคงเห็นตอนที่เขาวิ่งไปฉุดเเขนพิมพ์ขวัญแล้วเข้าใจผิด มันก็น่าอยู่หรอก เขามันซื่อบื้อเองที่ไปรั้งพิมพ์ขวัญไว้แทนที่จะใช้วิธีอื่นแทนเพื่อหยุดอาชา

     มัจฉาคงเข้าใจว่าเขาวิวาทกับอาชาเพื่อเเย่งพิมพ์ขวัญเป็นแน่ !

     ชายหนุ่มมีเจตนาเพียงเพื่อจะหยุดอาชาไม่ให้ออกจากบ้าน ต้องการให้อยู่คุยกันเรื่องที่เขากับมัจฉาจะแต่งงานกัน เข้าใจว่าหากยื้อพิมพ์ขวัญไว้ได้ อาชาก็คงจะยังไม่ไปไหน เเต่เมื่ออาชาหันมาชกหน้าเขาเท่านั้นล่ะ ความทะนงในศักดิ์ศรีก็บังเกิด หากรู้ว่าการวิวาทครั้งนั้นจะทำให้เสียมัจฉาไป เขาคงจะไม่คิดสู้อาชาอย่างแน่นอน

     ยิ่งคนที่จับตัวมัจฉาไปนั้นมีเจตนาจะแก้แค้นแทนพี่ชาย อินทรีก็ยิ่งเป็นกังวลมากขึ้นไปอีก 

     "พี่จะตามหามัดจนกว่าจะเจอ!" อินทรีลั่นวาจาหนักแน่นกับตัวเอง

     ชายหนุ่มกลับมาพักที่คอนโดมิเนียมซึ่งเคยใช้เป็นรังรัก อันที่จริงเขานอนไม่หลับด้วยซ้ำไป คิดแต่จะหาทางที่จะตามตัวมัจฉากลับมา

     ร่างเปลือยเปล่ายืนอยู่ใต้สายน้ำเย็น ปล่อยความคิดกังวลให้ไหลไปกับสายน้ำ ชายหนุ่มพยายามมีสติกับตัวเองให้มากที่สุด หากเขาฟุ้งซ่าน คงไม่มีทางตามตัวมัจฉาหรือไอ้หมอนั่นเจออย่างแน่นอน

     เมื่อชายหนุ่มอาบน้ำแต่งกายเสร็จ สายตาคมมองไปรอบห้อง ความเคยชินที่มีมัจฉาอยู่ด้วยทำให้เขาอดคิดถึงเธอไม่ได้

     'ป่านนี้จะเป็นยังไงบ้างก็ไม่รู้'

     ยามหิวก็มีอาหารมาเสิร์ฟ ยามเหนื่อยก็มีมือเล็กคอยบีบนวด ยามหนาวก็ได้กอด บัดนี้ต้องอยู่ในห้องคนเดียวอีกครั้งเเล้ว มันใจหายจริง ๆ ที่ผ่านมานั้นมัจฉาก็ต้องอยู่ที่ห้องนี้คนเดียว แล้วเธอจะเหงาขนาดไหนกันนะ ?

     เมื่อเธอไม่อยู่เขาก็คงต้องหัดดูแลตัวเองเสียบ้างเเล้วล่ะ อินทรีเดินไปเปิดตู้เย็นหาของกิน เค้กรสโปรดของเขาเเช่อยู่ตั้งแต่เมื่อไหร่กันนี่ มัจฉาคงเตรียมไว้ให้ในคืนที่เขารับปากว่าจะกลับมาฉลองด้วย ให้ตายเถอะ ยิ่งคิดก็ยิ่งเกลียดตัวเอง ทำไมเขาต้องแคร์ต้องคอยรักษามารยาทกับขวัญภิรมณ์ที่จ้องจะกลั่นแกล้งเขา แทนที่จะเอาใจใส่มัจฉาที่คอยอยู่ที่ห้องด้วย

     'แกมันโง่จริง ๆ อินทรี'

     จากที่เคยหิว เมื่อคิดถึงมัจฉาเเละเรื่องราวที่เขาทำร้ายจิตใจของเธอก็ทำให้กินอะไรไม่ลง อินทรีหยิบน้ำเปล่าขวดเดียวเเล้วเดินไปยังโต๊ะทำงาน คงต้องรีบสะสางงานให้เสร็จเพื่อที่จะได้มีเวลาให้กับการตามหามัจฉาอย่างเต็มที่

     กล่องของขวัญที่เขาแกะยังไม่เสร็จวางอยู่ที่เดิม อินทรีเลื่อนมันออก ก่อนจะเริ่มอ่านเอกสารที่เขาต้องพิจารณา ใช้เวลาหลายชั่วโมงจึงเเล้วเสร็จ 

     ร่างสูงใหญ่บิดขี้เกียจไล่อาการเมื่อยขบ สายตาพลันสะดุดกับกล่องของขวัญอีกครั้ง มัจฉาให้ของขวัญอะไรนะ ก็คงเป็นพวกตุ๊กตาถักตามความถนัดของเธอนั่นล่ะ เพราะพักหลังเธอไม่ได้ออกไปซื้อของที่ไหนเลย

     อินทรีแกะกล่องอย่างรวดเร็ว ครั้งหนึ่งเขาเคยสนใจอยากรู้ว่าภายในบรรจุสิ่งให้ไว้แต่กลับวุ่นกับงานจนลืมคิดถึง...

     เมื่อเปิดฝากล่องออกมา นัยน์ตาคมกริบพบรองเท้าถักสองคู่ คราแรกนั้นไม่เข้าใจความหมายอะไร งงด้วยซ้ำไปเข้าใจว่าเป็นพวงกุญแจ แต่ก็ไม่มีห่วงอะไรติดไว้เลย 

     กว่าคนซื่อบื้อจะรู้ข้อความที่หญิงสาวสื่อก็เมื่อเห็นกระดาษแผ่นน้อยที่แนบมากับรองเท้า

     'คุณพ่อชอบคู่ไหนคะ?' ลายมือบรรจงของเธอนั้นเขาจำได้ดี

     น้ำตาลูกผู้ชายไหลออกมาไม่รู้ตัว เธอท้อง? 

     "ไม่จริงน่า.."

     อินทรีซบหน้าลงกับรองเท้าถักสองคู่นั้น ความรู้สึกมากมายพรั่งพรูออกมาพร้อมน้ำตา เขามัวแต่สนใจเรื่องอื่น ๆ จนลืมเอาใจใส่เธอ ไม่ได้สนใจว่าเหตุใดคนผอม ๆ อย่างมัจฉาถึงได้ดูอวบอัดผิดหูผิดตาขนาดนั้น ไหนจะอารมณ์แปรปรวนของเธออีก หากเขาสนใจถามเธอสักนิด หรือเปิดกล่องของขวัญในวันที่เธอมอบให้ บอกว่าเขายินดีที่มีเธอและลูกอยู่ร่วมชีวิต คงไม่ต้องมานั่งคิดถึงเธออยู่คนเดียวแบบนี้

     'พี่จะตามมัดกับลูกกลับมาให้ได้!'

 

     ผ่านไปหลายวันหลังจากที่เกิดเรื่องกับมัจฉา หญิงสาวยังไม่รู้สึกตัวตั้งเเต่ที่ทางโรงพยาบาลย้ายตัวเธอมาพักฟื้นที่ห้องพิเศษ

     หนุ่มลูกครึ่งนัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนตัวต้นเรื่องมาเฝ้าไข้เธอไม่ห่าง หากแต่มิใช่เพราะห่วงใย เขาเพียงต้องการเป็นคนที่เธอเห็นหน้าเป็นคนแรกเมื่อฟื้นขึ้นมา 

    หลังจากฟังผลการรักษาจากแพทย์ในคืนนั้น แผนการใหม่ผุดขึ้นมาให้ความคิดอย่างรวดเร็ว นี่สิการแก้แค้นที่เข้าท่าที่สุด!

    ชายหนุ่มนั่งอ่านนิตยสารแก้เบื่อ นี่ก็สี่วันเเล้วที่หญิงสาวหมดสติไป สี่วันเเล้วที่เขาจัดการกับลูกน้องหางแถวที่ทำเสียแผน แค่ป้าแจ่มละสายตาจากพวกมันนิดเดียวเพื่อออกมารอรับเขาที่ปากทางเข้า พวกมันก็ปล่อยให้มัจฉาหลุดออกมาได้ ไม่สมควรเก็บเอาไว้ให้รกหรอก!

     ร่างบนเตียงเริ่มมีความเคลื่อนไหว ชายหนุ่มรีบถลันเข้าไปดูอาการทันที ปากจิ้มลิ้มเอ่ยขอน้ำดื่ม เขารีบนำน้ำมาป้อน

     "ค่อย ๆ ดื่มนะ" มือใหญ่จ่อหลอดดูดให้เธอ หญิงสาวขัดใจเล็กน้อยที่ดื่มได้แป๊บเดียวน้ำก็หมด

     "หมอบอกว่าอย่าเพิ่งดื่มเยอะ เอาเเค่หายคอแห้งก่อน" เขาวางแก้วที่โต๊ะข้างเตียง ก่อนจะจับมือเล็กมากุมไว้ 'หากเป็นอย่างที่หมอสันนิษฐานไว้ก็ดีน่ะสิ' นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนจดจ้องเธอไม่วางตา

     "คุณเป็นใคร?" หญิงสาวถามชายแปลกหน้าที่แสดงออกว่าเป็นห่วงเธอสุดหัวใจ

     "เธอจำเราไม่ได้เหรอ เราเป็นเพื่อนสนิทกันไง 'ยิหวา' " เขาเลือกเสี่ยงเพื่อรอคำตอบ ภาวนาให้ผลเป็นไปตามที่คาดไว้ด้วยเถิด

     "ยิหวา? ใครคือยิหวา? ฉันเหรอ?" ตากลมฉายแววฉงน เธอชื่อยิหวาอย่างนั้นหรือ

     "ก็ใช่น่ะสิ ถ้าเธอไม่ใช่ยิหวาแล้วเธอเป็นใครล่ะ?" คนปั่นเรื่องยังคงดำเนินแผนการต่อไป แม้คำพูดของเธอจะไม่ยังชัดเจนนัก แต่สีหน้างุนงงนั้นเป็นคำตอบสำหรับคำถามแล้ว

     "ฉัน... ฉันคือ...ฉันจำไม่ได้" หญิงสาวพยายามนึกว่าตัวเองเป็นใคร แต่สมองก็ว่างเปล่า "เกิดอะไรขึ้นงั้นเหรอ?" 

 

    'ศีรษะของคนไข้ถูกกระทบกระเทือนอย่างแรงส่งผลต่อสมองส่วนที่ทำหน้าที่เกี่ยวกับความทรงจำ คงต้องใช้ระยะเวลาพอสมควรในการฟื้นฟู'

     คำพูดของเเพทย์ในคืนนั้นแว้บเข้ามาในห้วงความคิด

 

    ชายหนุ่มปรารถนาให้เธอลืมทุกสิ่งทุกอย่างไรตลอดกาล แต่มันคงเป็นไปไม่ได้ บางทีหญิงสาวอาจจำเรื่องราวทุกอย่างขึ้นมาได้หลังจากที่ตื่นมาอีกครั้ง แพทย์เองก็ไม่สามารถระบุระยะเวลาในการฟื้นฟูให้เขาทราบ ดังนั้นเขาจึงต้องรีบใช้ประโยชน์จากเธอให้เร็วที่สุด

     'ดูซิว่าคนที่แกรักยังมีชีวิตอยู่ แต่กลับจดจำแกไม่ได้เลย มันจะเป็นยังไง' 

     "ไม่เป็นไรนะ เธอประสบอุบัติเหตุทำให้ความจำเสื่อม ตอนนี้อย่าเพิ่งคิดอะไร นอนพักก่อน เดี๋ยวเธอก็จำได้เอง" มือหนากระชับผ้าห่มให้เพื่อนสนิทคนใหม่ของเขา ฉันจะทำให้เธอจำเรื่องที่ฉันต้องการให้จำเท่านั้น 

     หญิงสาวพยักหน้าอย่างว่าง่าย 

     "แล้วคุณชื่ออะไร?"

     "ฉันชื่อบารมี เรียกว่าแบร์ก็ได้ เพราะเราสนิทกัน" ชายหนุ่มยิ้มละมัย จงใจเน้นคำว่าสนิทเป็นข้อมูลแรก ๆ เพื่อให้ง่ายต่อการดำเนินแผนขั้นอื่น

     ...เขาบอกเธอตามที่หมอบอกมาทุกอย่าง ยกเว้นเรื่องเดียวที่เธอไม่ควรรู้ ...เธอไม่ควรรู้ว่าตัวเอง 'เคย' ตั้งครรภ์มาก่อน

    'ชีวิตเเลกชีวิตไง อาชา'

 

 

###

 

ความคิดเห็น