สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 41

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.8k

ความคิดเห็น : 22

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 15:19 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 41
แบบอักษร

 

 

     ทางด้านอาชานั้น ไม่อยากจะทนรอต่อไป เขาอยากพาพิมพ์ขวัญไปให้พ้น ๆ จากที่นี่ เพราะรู้ดีว่าใครอีกคนที่จ้องเล่นงานเขาจะต้องมองหาจุดอ่อนใกล้ตัวเขาแน่ หากรีบหลบไปก่อนที่พวกมันจะรู้ตัว พิมพ์ขวัญและลูกก็มีโอกาสที่จะปลอดภัยสูงกว่าการอยู่ที่บ้านนี้

     สิงหาเองก็รับปากกับน้องชายว่าจะถ่วงเวลาไว้ เพื่อรอให้อินทรีมาถึง ทั้งขอให้ทุกคนช่วยพูด แต่อาชาก็ไม่ยอมฟัง ดึงดันว่าจะไปลูกเดียว 

     รถคันงามแล่นมาถึงหน้าบ้าน เมื่อเห็นอาชากำลังลากตัวพิมพ์ขวัญเดินไปตามทางเท้าเพื่อเรียกแท็กซี่ อินทรีก็หักเลี้ยวรถเข้าเทียบที่ประตูใหญ่ เหยียบเบรคอย่างแรงจนคนข้าง ๆ หัวทิ่ม ความกระทันหันเช่นว่านั้นทำให้เข็มขัดนิรภัยที่เธอคาดรั้งตัวเธอกลับไปชนเบาะอย่างเเรง มัจฉาทั้งตกใจทั้งเจ็บบริเวณที่เข็มขัดพาดผ่าน แต่ไม่ทันได้กล่าวอะไร อินทรีก็ลงจากรถไปแล้ว...

     ภาพที่ชายหนุ่มวิ่งไปรั้งแขนพิมพ์ขวัญไว้นั้นช่างพร่ามัวเหลือเกิน น้ำน้อย ๆ ไหลเอ่อล้นขอบตาของหญิงสาว 

     'เขากำลังคิดอะไรอยู่?' เธอได้แต่ถามตัวเอง 

     อาชาหันกลับมาเมื่อภรรยาของเขาถูกดึงไว้ ไฟโทสะที่สุมทรวงมานานระเบิดออกทันทีที่เห็นหน้าไอ้ตัวดี ชายหนุ่มซัดหมัดเข้าที่ใบหน้าของอินทรีโดยไม่เอ่ยวาจาใด แล้วมีหรือที่อินทรีจะยอมถูกต่อยอยู่ฝ่ายเดียว ชายหนุ่มก็สวนหมัดกลับเช่นกัน

     'เรื่องอื่นค่อยว่ากันล่ะวะงานนี้' 

     สองร่างกอดรัดฟัดเหวี่ยงกันอย่างไม่มีใครกล้าห้าม คนที่ขับเคลื่อนด้วยความโกรธนั้นย่อมมีพลังมากกว่าคนที่อดหลับอดนอนเพราะความรัก อาชาล็อกคออินทรีที่กำลังเสียท่าให้เข้าไปในบริเวณบ้าน

     เขาจะเหยียบมันให้จม! 

     พิมพ์ขวัญอุ้มท้องที่เริ่มอุ้ยอ้ายเดินเข้าไปติด ๆ แม้เธอจะร้องห้ามอย่างไร สองหนุ่มก็ไม่ยอมฟัง

     คนที่อยู่ในบ้านได้ยินเสียงโวยวายก็เดินออกมา แต่ไม่มีใครกล้าห้าม แม้แต่คุณสมรเองก็ตาม  'คราวก่อนอินทรีก็ซัดอาชาเสียแทบเลี้ยงไม่โต คราวนี้ปล่อยให้อาชาเอาคืนบ้างก็เเล้วกัน' หญิงอาวุโสส่ายหน้าอย่างอ่อนใจ เด็กหนุ่มทั้งสองของนางเป็นแบบนี้มาโดยตลอด ไม่นานก็ดีกันเหมือนเดิม...

 

     มัจฉาที่นั่งมองอยู่บนรถรู้สึกสับสนกับเรื่องที่เกิด เธอมาทำอะไรที่นี่? เขาบอกว่าจะพามาหามารดา จะคุยเรื่องแต่งงาน แต่ดูที่เขาทำสิ อินทรียังหวงพิมพ์ขวัญไม่เลิก 

     ความคิดต่าง ๆ นา ๆ ย้อนเข้ามาโจมตีความรู้สึกอีกครั้ง

     หญิงสาวปาดน้ำตาก่อนจะลงจากรถ เดินอ้อมไปเปิดประตูอีกฝั่ง ดับเครื่องยนต์แล้วถอดกุญแจออก ไม่เท่านั้น เธอยังถอดแหวนที่เพิ่งได้รับมาเมื่อวานออกวางไว้ที่คอนโซลหน้ารถเพื่อคืนให้ผู้เป็นเจ้าของ 

     หญิงสาวถือกุญแจรถไปที่ข้างรั้วบ้าน ตั้งใจจะคือกุญแจไว้กับใครสักคน เห็นพี่สินกำลังรดน้ำต้นไม้อยู่พอดี มัจฉาเรียกอยู่นานสองนานกว่าพี่สินจะได้ยินเเละละสายตาจากมวยคู่เอกมาสนใจเธอ

     "อ้าว หนูมัดมาอยู่นี่เอง รีบเข้าไปในบ้านเร็วเข้า คุณอาชามารอตั้งเเต่เมื่อวานเเล้ว นี่ก็กำลังโกรธใหญ่เลย" พี่สินรีบแจ้งข่าวให้หญิงสาวรู้ เขาเองก็กลัวจะโดนลูกหลงจากอาชาอยู่เหมือนกัน ก็ชายหนุ่มเลยเหวี่ยงไปซะทุกคนขนาดนั้น

     "มัดฝากกุญแจรถคุณอินทรีไว้กับพี่สินได้ไหมคะ เดี๋ยวมัดจะเดินไปซื้อของแป๊บหนึ่ง" หญิงสาวเปลี่ยนประเด็น พยายามกลั้นน้ำตาไว้ไม่ให้ไหลออกมาประจานตัวเอง อินทรีไม่ได้สนใจเธอเลย เวลาที่เขามีพิมพ์ขวัญ มัจฉาก็เป็นเพียงฝุ่นที่ไร้ค่า

     "ได้ครับ เดี๋ยวจะเอาไปให้เอง หนูมัดรีบไปรีบกลับมานะ" พี่สินผู้ไม่รู้เรื่องรู้ราวรับปากหนักแน่น ดีใจที่มัจฉามาถึงเเล้ว อย่างน้อยผู้เป็นนายทั้งสองคงจะสงบศึกลงได้

     มัจฉายิ้มเล็กน้อย...

     'มัดคงไม่กลับมาเเล้วล่ะค่ะ' 

     เดินไม่ทันพ้นรั้วบ้าน เสียงอาชาก็ลอยเข้าหู แม้ไม่ได้ตั้งใจฟังก็ยังสามารถได้ยิน

     "แกทำอะไรมัด? ฉันบอกแกเเล้วไงว่าห้ามทำอะไรน้องฉัน" น้ำเสียงเกรี้ยวกราดดังขึ้นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อคนที่นอนแผ่อยู่

     "ทีแกยังเอาแก้มไปจากฉันเลย ทีเอ็งข้าไม่ว่า ทีข้าเอ็งอย่าโวย" เสียงยียวนของอินทรีที่ตะคอกกลับก็ดังไม่แพ้กัน

     มัจฉารีบเดินหนีก่อนที่จะได้ยินอะไรที่ชวนร้องไห้มากไปกว่านี้ เขาแค่ต้องการแก้แค้นอาชาเท่านั้นเองหรือ?

     "ฉันทำเพราะฉันรักแก้ม แล้วแกทำร้ายน้องฉันเพื่ออะไรวะ แค่แก้แค้นฉันงั้นเหรอ"

     "น้องแกเป้นคนทำฉันเอง ไอ้โง่...โอ๊ย" ไม่ทันได้พูดจบ อาชาก็จัดการกระหน่ำชกอินทรีทันที

     หัวใจดวงน้อยพลันสลาย ความรักที่เธอเฝ้าบูชาถูกทำลายย่อยยับ หญิงสาวรีบวิ่งออกจากตรงนั้น ไม่อาจแบกรับความอับอายได้อีกต่อไป... 

 

     มัจฉาเดินเลื่อนลอยไร้จุดหมาย เมื่อวานเธอยังมีความสุขอยู่เลย ทำไมวันนี้ถึงได้ทุกข์ระทมนักเล่า 

     รู้สึกอิจฉาพิมพ์ขวัญขึ้นมาอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ทุกคนรุมรักพิมพ์ขวัญ ไม่ว่าจะทำตัวแก่นแก้วแค่ไหนทุกคนก็ยังเฝ้าเอ็นดู แม้บิดาของเธอจะเสียชีวิตไป ก็ได้คุณสมรรับมาดูแลต่อ ทั้งยังมีอาชากับอินทรีที่คอยเอาอกเอาใจ ผิดจากเธอที่ถูกใครก็ไม่รู้เก็บมาเลี้ยง พอโตขึ้นมาหน่อยก็ถูกขายให้แก๊งขอทาน ต้องถูกทรมานแทบทุกวัน มันเกินกว่าสภาพร่างกายของเด็กตัวเล็ก ๆ จะรับไหว  ครั้นพอมีความรัก คนที่รักก็ยังทำให้ผิดหวัง...เหตุใดฟ้าถึงสร้างให้มัจฉาอาภัพนัก?

     ทำไมกัน?

     หญิงสาวคิดถึงแม่นุ่มขึ้นมาจับใจ ที่พึ่งเดียวที่เธอมียามเจอปัญหา ถ้าแม่นุ่มยังอยู่ มัจฉาคงไม่ว้าเหว่อย่างนี้

     "แม่ช่วยมัดด้วย มัดไม่รู้จะทำยังไงต่อไปแล้ว" หญิงสาวทรุดตัวนั่งลงร้องไห้ บนทางเท้าที่ไม่มีใครสัญจร

     ฝั่งตรงข้ามของถนน ก๊อตขับรถผ่านมาพอดี เขาเทียวมาถามข่าวมัจฉาบ่อยจนกลายเป็นเพื่อนสนิทกับมะปรางไปแล้ว วันนี้ก็เช่นกันเขานัดกับมะปรางว่าจะไปดูหนัง  แต่ชายหนุ่มกลับมองเห็นหญิงสาวคนหนึ่งท่าทางคุ้น ๆ เดินอยู่เพียงลำพังบนทางเปลี่ยว

     'พี่มัด?'

     อยากจะขับรถไปหาเเล้วพาไปส่งยังที่หมาย แต่ติดที่เกาะกลางถนนกั้นไว้ ก๊อตผ่อนความเร็วรถ ตะโกนเรียกชื่อมัจฉา แต่หญิงสาวไม่มีวี่เเววว่าจะได้ยิน

     'คงต้องไปกลับรถอีกไกลเลย' นึกได้อย่างนั้นเด็กหนุ่มก็เร่งเครื่องทันที

     

     มัจฉาลุกเดินอีกครั้งเมื่อนึกถึงใครอีกคนที่อยู่กับเธอ ลูกคือเครื่องนำทางของชีวิต มัจฉาปาดน้ำตาทิ้ง ฝืนยิ้มให้กับโชคชะตาอีกครั้ง บอกกับตัวเองว่าเธอต้องเข้มเเข็งเพื่อลูกที่กำลังจะเกิด !

     รถตู้สีดำที่ขับตามหญิงสาวมานานจอดเทียบที่ทางเท้า ข้างคนขับลดกระจกลงเเล้วเรียกถามทาง

     "ป้าจะไปสวนสนุกน่ะ ไม่รู้มาถูกทางรึเปล่า?" หญิงคราวป้ากางแผนที่ออกมาถามมัจฉา หญิงสาวรู้สึกคุ้นหน้าเธอนัก เหมือนคุณป้าที่ขายไข่นกกระทาในเรือนจำไม่มีผิด 

     มัจฉาเดินไปดูแผนที่ใกล้ ๆ รถเพราะป้าคนนั้นไม่ยอมลงมา แม้เธอจะเอะใจ แต่คนที่อยู่บนรถไม่เปิดโอกาสให้ได้สงสัย พยายามยิงคำถามเซ้าซี้ท่าเดียว

     "นี่ไม่ใช่ทางไปสวนสนุกนะคะ คุณป้าคงเลี้ยวเข้ามาผิดซอยเเล้วล่ะค่ะ" มัจฉาบอกกับคณะคนที่หลงทางอย่างเอื้อเฟื้อ

     เพราะมัวแต่ตอบคำถามจึงไม่ได้ยินเสียงประตูรถตู้เปิดออก ชายฉกรรจ์สองคนเดินลงมา หนึ่งในนั้นใช้ผ้าชุบยาสลบปิดจมูกของหญิงสาว มัจฉาดิ้นขัดขืนได้ไม่นานก็หมดสติไป ชายทั้งสองรีบอุ้มร่างของเธอเข้าไปในรถก่อนที่จะมีใครเห็นเข้า

    ก๊อตที่ไปกลับรถรีบเร่งเครื่องมายังจุดที่พบคนหน้าคล้ายมัจฉา แต่ด้วยความที่สายตาสั้นก๊อตเห็นหญิงสาวกำลังคุยกับคนในรถตู้อย่างเลือนลาง เขาพาลนึกเกลียดไอ้รถเครื่องของตัวเองที่เร่งความเร็วกว่านี้ไม่ได้ ยิ่งเห็นหญิงสาวคนนั้นถูกอุ้มขึ้นรถไป เขายิ่งเป็นกังวล จะใช่มัจฉารึเปล่านะ !?!

     เด็กหนุ่มตัดสินใจขับรถไปยังบ้านใหญ่เพื่อถามมะปรางว่ามัจฉาได้กลับมาที่บ้านบ้างรึไม่ พบว่าเจ้านายของมะปรางกำลังนอนแผ่หมดสภาพที่ลานหน้าบ้าน

     เขาจึงเลี่ยงไปถามหามะปรางจากพี่สิน เมื่อเล่าให้พี่สินฟังว่าเขาเจอผู้หญิงที่คล้ายมัจฉาถูกอุ้มขึ้นรถตู้ พี่สินเองก็รีบบอกรายละเอียดของชุดที่มัจฉาสวมในวันนี้

     ...พบว่าข้อมูลตรงกัน !

 

 

###

 

ความคิดเห็น