ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตอนที่ 2 หิวจนไส้ขาดตาย

ชื่อตอน : ตอนที่ 2 หิวจนไส้ขาดตาย

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 266

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 27 ก.พ. 2564 14:48 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 2 หิวจนไส้ขาดตาย
แบบอักษร

 

      ส่วนป้าหลี่คนที่อยู่ในเหตุการณ์ ยืนจ้องมองนายตำรวจด้วยความสงสารจับใจ ที่ถูกป้าจางต่อว่าด้วยเสียงอันดัง

 

      และอดที่จะช่วยเขาไม่ได้จึงลากตัวเขามาอีกทางหนึ่งพร้อมกับกล่าวว่า

 

      "ความจริงแล้วการทำนายโชคชะตาไม่ใช่เรื่องที่งมงายซะทีเดียว ผู้เฒ่าผู้แก่บางคนก็สามารถทำนายดวงชะตาได้จากการมองหน้าและลักษณะทั้งแปดอย่าง แต่เด็กคนนั้น…"

 

      ขณะที่กล่าวเช่นนั้น เมื่อป้าหลี่นึกถึงอายุและหน้าตาของหลินชิงหยินแล้ว เธอจึงมิกล้าที่จะกล่าวคำว่าอาจารย์ออกมา จากนั้นจึงกล่าวอย่างกำกวมว่า

 

      "สิ่งที่เด็กคนนั้นพูดอาจจะไม่ใช่เรื่องจริง เพราะฉะนั้นอย่าไปจริงจังกับมันมากนัก!"

 

      ป้าจางไม่พอใจที่ถูกนางขัดคอ จึงเริ่มต้นเถียงกับป้าหลี่อย่างดุเดือด

 

      จากนั้นคุณตำรวจได้จับหญิงทั้งสองคนแยกออกจากกันด้วยความรวดเร็วและพยายามไกล่เกลี่ยพวกเธอ และเขาต้องใช้เวลานานมากในการเกลี้ยกล่อมทั้งสองคนนั้นให้สงบลง

 

     นายตำรวจท่านนั้นมีชื่อว่า หม่าหมิงหยูได้กลับไปที่สถานีตำรวจ  และกล่าวทักทายเพื่อนร่วมงานขณะที่นั่งลงบนโต๊ะประจำตัวของตนเอง

 

      หลังจากดื่มน้ำแก้วใหญ่เข้าไปแล้วเขาก็ได้จมลงกับความคิดของตนเองอย่างลึกซึ้ง

 

      หลินชิงหยินกล่าวว่า ชีวิตของเขาจะพบกับหายนะครั้งใหญ่สามครั้ง

 

       ครั้งที่หนึ่งตอนที่เขาเกิดและครั้งที่สองตอนวันเกิดอายุครบสิบแปดปี

 

       และเป็นจริงอย่างที่เด็กสาวพูด เขาประสบกับช่วงเวลาที่ยากลำบากในตอนที่เขาเกิด ในตอนที่มารดาให้กำเนิดเขานั้น เธอมีสภาวะคลอดบุตรยากและตกเลือดอย่างรุนแรง

 

      ในขณะเดียวกันนั่นเอง แพทย์ได้ให้บิดาของเขาเลือกว่าจะช่วยชีวิตใครก่อน แต่โชคดีที่มารดาของเขาปลอดภัยและเขายังคงมีชีวิตอยู่

 

      ในช่วงเวลาหลายปีที่ผ่านมานี้สุขภาพของมารดาเขาไม่ค่อยดีนักซึ่งเกิดจากภาวะแทรกซ้อนในตอนที่คลอดเขานั่นเอง

 

       หายนะครั้งที่สองตอนวันเกิดครบสิบแปดปีของเขานั้น เพื่อนร่วมชั้นเรียนที่มีความสนิทสนมกับเขาจัดงานฉลองวันเกิดให้กับเขาและเชิญเพื่อนนักเรียนกลุ่มใหญ่มาร่วมร้องเพลงคาราโอเกะกัน

 

      และในช่วงเวลานั้นมีคนจุดดอกไม้ไฟและพลุทำให้เปลวไฟปลิวไปติดที่ผ้าม่านและทำให้เกิดเพลิงไหม้ลุกลามใหญ่โต

 

     หม่าหมิงหยูอดที่จะคิดไม่ได้ว่าหลินชิงหยินอาจจะเป็นหมอดูตัวจริง! แต่มันจะเป็นไปได้อย่างไร?

 

      สัญชาตญาณบางอย่างทำให้เขาใช้มือแตะไปที่ท้องของตัวเองอย่างไม่รู้ตัว ตอนนี้เขาไม่ได้รู้สึกปวดท้องหรือไม่สบายแต่อย่างใด

 

      บางทีเด็กสาวคนนี้อาจจะพูดจาเหลวไหลก็เป็นได้!

 

      แต่เมื่อคิดทบทวนอีกทีแล้วเขาก็อดที่จะเชื่อในคำทำนายของหลินชิงหยินไม่ได้!

 

      เพราะอย่างน้อยเธอก็สามารถกล่าวได้ถูกต้องทั้งสองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว

 

      ในขณะที่หม่าหมิงหยูกำลังเกิดความรู้สึกสับสนในใจนั้น ป้าหลี่ก็ได้มาที่สถานีตำรวจ และเมื่อเธอเห็นหม่าหมิงหยูนั่งงุนงงอยู่ที่โต๊ะของเขาจึงรีบร้อนเดินเข้ามาหา

 

      "คุณตำรวจคะ รู้สึกไม่สบายตรงไหนหรือเปล่า?"

 

       เมื่อเห็นใบหน้าที่แสดงถึงอาการสับสนของหม่าหมิงหยูแล้ว ป้าหลี่จึงกล่าวโน้มน้าวเขาว่า

 

      "ถ้าคุณรู้สึกไม่สบายก็ควรจะกลับบ้านจะดีกว่า

 

      ที่ป้ามานี่ก็เพื่อจะมาบอกคุณตำรวจเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกครั้ง ซึ่งคุณจะเชื่อหรือไม่ก็ตาม

 

      แต่คุณน่าจะลองไปตรวจที่โรงพยาบาลดูก็คงจะไม่เสียหายอะไร ถ้าไม่ได้เป็นอะไรก็ถือว่าดีไป แต่ถ้าเกิดป่วยขึ้นมาจริง ๆ ก็จะได้รักษาเสียตั้งแต่เนิ่น ๆ อย่ารอให้ถึงขั้นอาการหนักแล้วค่อยไปตรวจเลย"

 

      หม่าหมิงหยูพยักหน้ารับคำพร้อมกับกล่าวว่า

 

      "ป้าหลี่อย่าเป็นห่วงไปเลยครับ วันหยุดนี้ผมจะรีบไปตรวจที่โรงพยาบาล"

 

      "ทำไมต้องรอจนถึงวันหยุดด้วย?"ป้าหลี่รู้สึกเป็นกังวลใจ จึงกล่าวอีกว่า

 

       "วันนี้วันจันทร์ อีกหลายวันกว่าจะหยุด โรคไม่อาจรอได้นะ ไปตรวจเสียตั้งแต่ตอนนี้แหละจะได้สบายใจ"

 

      เสียงของป้าหลี่ดังมากจนทำให้ผู้คนรอบข้างได้ยินกันหมดทุกประโยค

 

     เมื่อผู้กำกับหวังได้ยินเข้า จึงเดินออกมาดูและเมื่อเขาเห็นป้าหลี่แล้วจึงกล่าวขึ้นว่า

 

      "ป้าหลี่ ก่อเรื่องอีกแล้วหรือ?"

 

       ชุมชนที่อยู่บริเวณหลังสวนสาธารณะแห่งนั้นทุกคนต่างก็อยู่กันมานานมากกว่าสามสิบปีแล้ว 

 

      ผู้กำกับหวังทำงานที่สถานีตำรวจแห่งนี้ตั้งแต่ยังหนุ่มเขาจึงรู้จักกับทุกครัวเรือนที่อยู่อาศัยบริเวณนั้นเป็นอย่างดี และเขารู้ว่าผู้คนเหล่านั้นใช้ชีวิตกันอย่างไร

 

      เมื่อเห็นว่ามีเหงื่อออกที่บริเวณหน้าผากของป้าหลี่ และสีหน้าของหม่าหมิงหยูดูซีดเซียวและมึนงง ผู้กำกับหวังจึงรีบกล่าวว่า

 

      "ป้าหลี่ นี่คือหนุ่มไฟแรงจากสถาบันตำรวจของเรา และเพิ่งจบมาได้ไม่นาน ป้ามีเรื่องอะไรกับเขาหรือ? บอกผมได้ ผมจะจัดการให้ป้าเอง"

 

      ป้าหลี่รู้สึกกระวนกระวายใจขณะที่กล่าวว่า

 

     "ตำรวจหนุ่มไฟแรงของคุณเป็นโรคร้ายแรงที่ท้อง ป้าเลยแนะนำให้เขารีบไปตรวจที่โรงพยาบาล"

 

     เมื่อได้ยินดังนั้นผู้กำกับหวังจึงจ้องมองไปยังใบหน้าที่ยับยู่ยี่ของหม่าหมิงหยู และรีบเรียกนายตำรวจอีกคนเข้ามา

 

      "จางชิง รีบพาหม่าหมิงหยูไปโรงพยาบาลเร็วเข้า"

 

       จากนั้นจึงจ้องมองหม่าหมิงหยูแล้วถอนหายใจอย่างหนักหน่วง

 

      "เจ้าเด็กคนนี้ ป่วยก็ต้องบอกสิ ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายสักนิด ดูหน้าเจ้าสิซีดเซียวหมดแล้ว เจ็บมากหรือเปล่า?"

 

       หม่าหมิงหยู "...."

 

       เขานิ่งเงียบโดยที่ไม่ได้กล่าวอะไร แต่ภายในใจนั้นต้องการที่จะกล่าวว่า ผู้กำกับครับ คุณจะเชื่อผมหรือไม่ ถ้าผมจะบอกว่าผมถูกเด็กผู้หญิงคนหนึ่งทำให้รู้สึกกลัว?

 

      หลินชิงหยินถือกระดาษแข็งแผ่นนั้นเดินไปเป็นระยะทางไกลพอสมควรกว่าจะถึงบ้านของตนเอง

 

       เธอล้วงเอากุญแจออกมาแล้วไขประตูเข้าไปข้างในจากนั้นจึงวางกระดาษไว้ที่หลังตู้ตรงบริเวณประตู และรีบล้างมือให้สะอาดก่อนที่จะใส่น้ำร้อนลงไปในถ้วยบะหมี่นั้น

 

      หลินชิงหยินหยิบตะเกียบคีบเส้นบะหมี่ขึ้นมาและกัดไปหนึ่งคำ ขณะที่คิ้วของเธอขมวดมุ่น จากนั้นจึงลุกขึ้นเดินไปหยิบแก้วน้ำที่วางไว้ข้างอ่างล้างจานและดื่มน้ำเข้าไปอึกใหญ่ก่อนที่จะถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง

 

      ในโลกยุคปัจจุบันนี้นอกเหนือจากจะมีพลังงานที่แสนจะเบาบางแล้ว สิ่งที่น่าปวดหัวที่สุดสำหรับเธอคือเรื่องการกิน

 

      ในชีวิตที่ผ่านมาเธอกินเพียงเล็กน้อย

 

     ก่อนที่เธอจะเข้าสำนักพยากรณ์ ครอบครัวของเธอมีสมาชิกทั้งหมดห้าคน และในจำนวนนั้น สี่คนตายจากอาการหิวจนไส้ขาด

 

      ก่อนที่เธอจะหิวตาย เธอโชคดีที่ได้พบกับท่านอาจารย์และเขาได้พาเธอไปยังโลกของผู้วิเศษ และในเวลานั้นสำนักเสิ่นฉวนเป็นสำนักที่ใหญ่ที่สุดในโลกของผู้วิเศษ

 

     ดังนั้นพวกเขาจึงไม่ได้ขาดแคลนทรัพยากรเพื่อเพิ่มสมรรถภาพในการฝึกฝน

 

     หลินชิงหยินกินอาหารได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น และเมื่อเธอมาอยู่ในยุคนี้เธอได้กินเพียงแค่บะหมี่ที่มีรสเค็มเท่านั้น

 

      เธอไม่เข้าใจว่าอาหารชนิดนี้เหตุใดมันจึงมีรสชาติที่ห่วยมากเช่นนี้ แต่ผู้คนกลับนิยมชมชอบที่จะกินมัน?

 

     ทำไมพวกเขาถึงใช้เงินจำนวนมากเพื่อซื้ออาหารประเภทนี้?

 

    หรือเธอต้องตรวจสอบโชคชะตาเผื่อจะรู้เหตุผลของผู้คนในยุคนี้?

 

 

ความคิดเห็น

เพิ่มนิยายเรื่องนี้ลงคลังแล้ว