หนูแดง/หนูแดงตัวน้อย/NooDangzz
email-icon facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

สะบายดี ครั้งที่ 1: ไกด์ผี[100%]

ชื่อตอน : สะบายดี ครั้งที่ 1: ไกด์ผี[100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.1k

ความคิดเห็น : 46

ปรับปรุงล่าสุด : 27 พ.ค. 2560 01:52 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
สะบายดี ครั้งที่ 1: ไกด์ผี[100%]
แบบอักษร

สะบายดี ครั้งที่****1: ไกด์ผี

การข้ามชายแดนจากไทยมาประเทศลาวไม่ใช่เรื่องยากสำหรับผมสักเท่าไหร่นัก แค่มีพาสปอร์ตก็ผ่านเข้ามาได้ฉลุยแล้ว ไม่นานนัก รถบัสที่ผมนั่งข้ามผ่านมายังลาวก็พาไปส่งที่ตลาดเช้าซึ่งเป็นท่ารถในนครหลวงเวียงจันทน์ ลงจากรถได้เท่านั้น ผมก็ถูกบรรดาสามล้อรับจ้างรุมทึ้งทันที พร้อมกับเรียกค่าจ้างเป็นเงินไทยประมาณห้าสิบบาทเพื่อไปส่งยังโรงแรมที่อยู่ไม่ไกลจากที่นี่มากนัก ดีที่ผมหาข้อมูลมาก่อนเลยปฏิเสธสามล้อพวกนั้นไปหมดและตั้งใจว่าจะเดินไปยังเกสต์เฮ้าส์ตามแผนที่ GPS ในโทรศัพท์

ทว่าพอผมเดินไปได้ไม่เท่าไหร่ สายตาก็ปะทะเข้ากับผู้ชายคนหนึ่งที่ดูคุ้นตาอย่างประหลาด

ใช่...ผู้ชายคนนั้นคือคนเดียวกับที่ผมเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนก่อนหน้านี้

อุตส่าห์แยกกันไปแล้วยังจะวกกลับมาเจอกันอีก!

รู้เลยว่าโลกใบนี้โคตรจะกลม ผมมองไอ้บ้านั่นก้าวเดินฉับๆ อยู่ตรงหน้า มือข้างหนึ่งถือกระเป๋ากระสอบสายรุ้งสะพายบ่า มองจากทางด้านหลังแล้ว ผมก็สงสัยนะว่ามันกล้าแต่งตัวอย่างนี้เดินตามท้องถนนได้ยังไง เรื่องอากาศร้อนอะไรมันไม่เท่าไหร่ แต่เรื่องแต่งตัวไม่เข้ากับบรรยากาศบ้านเมืองนี่มันทำให้มันดูเหมือนคนบ้า

ทว่านั่นก็ไม่ใช่เรื่องของผม ชะลอฝีเท้า ทิ้งระยะห่างสักหน่อยก่อนเดินตามไปเงียบๆ

ต้องใช้คำว่าเดินตามจริงๆ เพราะตอนแรกที่ผมเห็นมันเดินนำหน้าก็แค่คิดว่าคงจะไปทางเดียวกันแล้วไปแยกย้ายกันอีกทีตามตรอกซอกซอย หากแต่ไม่ใช่เลย ผมเดินตามหลังมันต้อยๆ ตามมายันเกสต์เฮ้าส์ที่ผมจองเอาไว้

เดี๋ยวนะ...มึงก็พักที่นี่เหรอ!?

พักที่นี่อย่างแน่นอน มันมายืนหยุดอยู่ตรงหน้าเกสต์เฮ้าส์ที่ชื่อว่า ‘สะบายดีเวียงจันทน์’ แล้วก็เงยหน้าขึ้นมองป้ายเกสต์เฮ้าส์ราวกับว่าไม่แน่ใจนักว่ามันคือที่หมายที่มันต้องการมาไหม อะไรไม่ว่า มายืนขวางทางเข้าอยู่นานสองนาน ทำเอาผมที่แบกกระเป๋าเป้ใบบักเอ้กชักทนไม่ไหว ต้องเดินมาบอกมันอย่างไม่มีทางเลือกแม้ว่าจะไม่อยากเสวนาด้วยเลยก็ตาม

“ขอโทษนะครับ ขอผมเข้าไปหน่อย” ผมพูดออกมาเป็นภาษาไทย

ผู้ชายคนนั้นหันมามองผม สีหน้าดูงุนงง ผมเลยนึกขึ้นได้ว่าอาจจะไม่ใช่คนลาวเพราะก่อนหน้านี้ก็เพิ่งจะด่าผมเป็นภาษาอังกฤษ ผมเลยพูดเป็นภาษาอังกฤษสำเนียงไท้ไทยใส่ไป

“เอ็กซ์คิ้วมี แคนยูพลีส...” หลบหน่อย... แม่งพูดเป็นภาษาอังกฤษว่ายังไงวะ ใช้ภาษามือเลยแล้วกัน

โบกมือปัดหย็อยๆ เป็นสัญญาณบอกว่าให้มันหลีกทางให้ อีกฝ่ายมองผมแล้วจู่ๆ ก็หัวเราะในลำคอดังหึขึ้นมา จากนั้นก็เดินเข้าไปข้างใน ปล่อยให้ผมยืนมองอย่างงุนงง

ไอ้ที่หัวเราะหึเมื่อกี้มันคืออะไร ทำไมรู้สึกเหมือนโดนดูถูกเรื่องพูดภาษาอังกฤษไม่ค่อยได้เลยวะ

ขุ่นใจขึ้นมาอีกระลอกทั้งที่ไม่อยากจะอารมณ์เสียเลย แต่พอมองตามหลังผู้ชายคนนั้นที่ไปติดต่อยังล็อบบี้และหายขึ้นไปยังชั้นบน ผมก็ถอนหายใจออกมา

ช่างมันเถอะ คนต่างชาติ ต่างภาษาก็ย่อมแตกต่างกันอยู่แล้ว ไม่แปลกถ้าเขาจะมารยาทไม่ดี

เพราะปลงเรื่องนี้ได้ ผมเลยไปติดต่อพนักงานที่ล็อบบี้เพื่อขอกุญแจเข้าห้องพักบ้าง โชคดีที่อย่างน้อยผมก็ไม่ได้อยู่ห้องเดียวกับผู้ชายคนนั้นเพราะผมอยู่เกสต์เฮ้าส์แบบแชร์ห้อง เพื่อนร่วมห้องผมเป็นเด็กนักศึกษาจากไทยอีกสามคนที่มาเที่ยวกันวันสุดท้ายก่อนจะกลับไทยพรุ่งนี้ วันนี้ผมก็เลยมีเด็กๆ พวกนั้นช่วยนำเที่ยวในเวียงจันทน์

ไปกับเด็กพวกนั้น ทุกอย่างมันก็ดูง่ายไปหมดเพราะเด็กๆ วางแผนเที่ยวกันมาดี ข้อมูลแน่น แถมยังอยู่ที่นี่มาเป็นอาทิตย์แล้วด้วย ผมที่แทบไม่ได้เตรียมตัวอะไรมาเลยได้พึ่งใบบุญตะลอนทัวร์ไปด้วยแต่ก็เป็นแค่การเที่ยวในละแวกเกสต์เฮ้าส์เท่านั้น

เด็กๆ บอกว่าเที่ยวเวียงจันทน์ไม่ยากหรอก ไปตามแผนที่ GPS ในโทรศัพท์แค่นั้นเอง มันก็ไม่ยากสักเท่าไหร่หรอก วันใหม่มาถึง ผมก็ไปตะลอนเที่ยวตามสถานที่สำคัญต่างๆ ตามลำพัง

ไอ้ไปเที่ยวตามที่พวกนั้นน่ะไม่ยากเลย ที่ยากก็คือทำยังไงให้ไม่ถูกพวกมิจฉาชีพในคราบพ่อค้าแม่ค้าโกงเงินต่างหาก!

กลับมาถึงเกสต์เฮ้าส์ได้ ผมก็ออกอาการหัวเสียเมื่อคิดทบทวนว่าวันนี้ถูกหลอกเสียเงินไปโดยเปล่าประโยชน์และโดนโก่งราคาค่ารถ ค่าอาหารไปมากแค่ไหน ยิ่งมาอ่านพวกรีวิวบนเว็บไซต์เรื่องกลโกงของคนพวกนี้ ผมยิ่งแค้นใจเข้าไปใหญ่

เสียไปไม่ใช่น้อยเลยนะวันนี้ อย่างน้อยก็แบงก์เทาใบนึงล่ะวะ

เป็นการเสียเงินที่ไม่ควรจะเสียเลยแม้แต่น้อย เอาเงินนั่นไปจ้างไกด์นำเที่ยวยังจะดีกว่าเสียไปเปล่าๆ ให้พวกขี้โกงนั่นอีก แค่ในเวียงจันทน์ยังขนาดนี้ แล้วออกไปจังหวัดอื่น ผมจะต้องถูกโกงเพราะตามไม่ทันคนพวกนี้อีกขนาดไหน

คิดแล้วก็น่ากังวลนัก ผมเลยตัดสินใจลงไปติดต่อกับพนักงานที่ล็อบบี้ว่าจะขอให้เขาช่วยหาไกด์ให้สักคนเพราะอีกไม่กี่วัน ผมก็จะเดินทางไปเที่ยวยังหลวงพระบางและต่อด้วยวังเวียง หากแต่ก็ต้องผิดหวังด้วยพนักงานล็อบบี้แจ้งว่าไกด์ผู้ชายติดงานกันหมด จะเหลือก็แต่ไกด์ผู้หญิง

ความจริงจะจ้างไกด์ผู้หญิงมันก็ไม่มีปัญหาแหละ เคยดูหนังเรื่องสบายดีหลวงพระบางที่ อนันดา เอเวอร์ริงแฮม แสดงนำ เรื่องนั้นก็ยังจ้างไกด์ที่เป็นผู้หญิงเลย แต่พอมานึกๆ ดูแล้ว ไกด์ผู้หญิงคงจะนำเที่ยวแบบสมบุกสมบันไม่ได้ ผมเป็นพวกง่ายๆ อยากเที่ยวสไตล์ลุยๆ มากกว่าเลยตัดสินใจพูดออกไป

“แล้วพอจะหาไกด์ที่เป็นผู้ชายที่ไม่ใช่คนของเกสต์เฮ้าต์ให้ได้บ้างไหมครับ”

คำตอบคือไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่รับงานกันข้ามเกสต์เฮ้าส์หรือโรงแรม แต่เป็นเพราะไม่มีคนจริงๆ ผมก็เกือบจะตัดใจอยู่แล้วถ้าเกิดว่าไม่มีผู้หญิงวัยกลางคนเดินเข้ามาถามผมขณะที่ผมยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์

“มีปัญหาอะไรหรือเปล่าคะ”

ภาษาไทยสำเนียงเหน่อนิดๆ ดังออกมาจากปากของผู้หญิงคนนั้นพร้อมกับรอยยิ้มที่ส่งมาให้ผม

มองปราดเดียวผมก็จำเธอได้ว่าคือคุณแอน เจ้าของเกสต์เฮ้าส์ที่นี่ เมื่อวานเจอไปทีนึงแล้วแต่ไม่ได้พูดคุยอะไรกันมากนัก แค่ทักทายกันนิดๆ หน่อยๆ เท่านั้น และผมก็ไม่แปลกใจด้วยว่าทำไมเธอถึงพูดไทยได้คล่องปร๋อขนาดนี้แม้ว่าสำเนียงจะแปร่งๆ ไปบ้างก็ตาม นั่นก็เป็นเพราะคนลาวดูรายการโทรทัศน์จากไทยและต้องทำเข้าสินค้าจากไทยเกือบทั้งหมด ทำให้คนลาวกว่าแปดสิบถึงเก้าสิบเปอร์เซ็นต์สามารถพูดและอ่านภาษาไทยได้

ส่วนผม พอเห็นเจ้าของกิจการมา ผมก็เลยรีบบอกความต้องการของตัวเองออกไป

“อ๋อ ผมอยากจะได้ไกด์น่ะครับ ก็เลยมาถาม”

“ไกด์เหรอ ตอนนี้เหมือนจะเหลือแค่ผู้หญิงนะคะ”

“นั่นแหละครับปัญหา” ผมยิ้มให้กับคุณแอนเล็กน้อย

ไม่ต้องพูด คุณแอนก็พอจะเข้าใจว่าผมต้องการอะไรเลยพูดขึ้นมาอีก

“คุณเป็นผู้ชายนี่เนอะ จะให้ไปค้างอ้างแรมกับไกด์ผู้หญิงก็ไม่เหมาะเท่าไหร่ เอ เอาไงดี” จากนั้นก็ทำท่าครุ่นคิดไป

ผมเกือบจะบอกคุณแอนไปอยู่แล้วว่าไม่เป็นไร ในเมื่อไม่มี ผมก็ไปตายเอาดาบหน้าก็ได้ ทว่าเธอก็แทรกขึ้นมาเสียก่อน

“จริงๆ แล้วก็พอจะมีคนอยู่นะคะ แต่เขาเพิ่งจะมาทำงานวันนี้เป็นวันแรกเอง ถ้าคุณดื้อไม่ถือสาอะไรก็ให้เขาพานำเที่ยวก็ได้ค่ะ”

“เขาเป็นคนลาวหรือเปล่าครับ”

“จะว่างั้นก็ไม่เชิง ลูกครึ่งไทย-ลาวน่ะค่ะ” คุณแอนยิ้ม

“เชี่ยวชาญเส้นทางในลาวหรือเปล่าครับ”

“อาจจะต้องให้เขาปรับตัวนิดนึง พอดีเขาเพิ่งกลับมาจากอเมริกาน่ะค่ะ ไม่ได้อยู่ลาวซะหลายปี”

พอได้ยินอย่างนี้ ผมเลยพยักหน้ารับเร็วๆ

“เรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ แค่ขอให้เขารู้ทันกลโกงนักท่องเที่ยว ไม่ทำผมถูกโก่งราคา เท่านี้ก็พอแล้ว”

ตกปากรับคำไปเสียอย่างนั้น ในใจคิดว่าแค่ขอให้เป็นไกด์ผู้ชาย แล้วก็ทำให้ผมไม่ต้องถูกโกงอีก แค่นี้ก็พอแล้ว คุณแอนก็เลยบอกผมมาสั้นๆ

“งั้นเดี๋ยวพรุ่งนี้เย็นๆ จะติดต่อไปอีกทีแล้วกันนะคะ ขอเวลาให้ได้บรีฟงานเขาสักหน่อย”

ผมพยักหน้ารับ ดูท่าแล้วน่าจะเสียเวลาเที่ยวไปวันนึง แต่ยังไงแพลนเที่ยวของผมก็เปลี่ยนได้ตลอด นอนพักผ่อนเล่นๆ อยู่ที่ห้องสักวันก็คงจะไม่เป็นไร

ระหว่างที่ผมรอให้คุณแอนไปคุยกับไกด์ให้เรียบร้อยแล้วค่อยเริ่มวางแพลนเที่ยวอย่างจริงจัง ผมก็ใช้เวลาทั้งวันในการนอนเล่นอยู่ในห้องอย่างที่ตั้งใจไว้เมื่อวาน ตกเย็นถึงได้ลงมานั่งเล่น กินดื่มที่บริเวณบาร์หน้าเกสต์เฮ้าส์ แขกเหรื่อที่เป็นนักท่องเที่ยวต่างชาติเองก็มานั่งผ่อนคลายที่นี่เช่นกัน บ้างก็รู้จักกันมาก่อน บ้างก็เพิ่งมารู้จักกัน

เห็นเขาพูดคุยกันสนุกสนาน ผมก็อยากจะไปร่วมวงนะ แต่ดันพูดภาษาอังกฤษไม่คล่อง...

อย่าเรียกว่าไม่คล่องเลย แทบจะไม่ได้เลยจะดีกว่า แบบงูๆ ปลาๆ มากๆ เรียนจบมาพักนึงแล้วด้วย แทบจำไม่ได้แล้วว่าต้องเรียงประโยคยังไง ผมเลยได้แต่นั่งจิบเบียร์แกร่วอยู่คนเดียว

ฉับพลันก็คิดว่าดีแล้วล่ะที่ตัดสินใจนั่งแกร่วอยู่คนเดียว เพราะไม่ทันไร กลุ่มนักท่องเที่ยวต่างชาติพวกนั้นก็มีเพื่อนใหม่มาแนะนำตัวทำความรู้จักและร่วมวงดื่มกินหน้าตาเฉย

เพื่อนใหม่คนนั้น...ไอ้บ้ากระเป๋ากระสอบสายรุ้งเมื่อวานนี้

ผมเลี่ยงที่จะไม่มองหน้ามันเลย ไม่รู้ทำไมถึงได้เกิดเหม็นขี้หน้ามันขึ้นมาแปลกๆ ยิ่งเห็นมันพูดคุยกับพวกนักท่องเที่ยวหัวทองอย่างออกรส ผมก็เกิดหมั่นไส้มันขึ้นมา

พูดอังกฤษปร๋อเลยนะมึง พูดมั่วใช่ไหม กูรู้หรอก สารรูปมึงไม่น่ามีความรู้...

อคติสุดๆ ทั้งที่ผมไม่เคยที่จะดูถูกคนไม่รู้จักอย่างนี้มาก่อนเลยสักครั้งในชีวิต ก่อนที่นิสัยเสียของผมจะถูกระงับเมื่อสายตาเหลือบไปเห็นคุณแอนเดินเข้ามาหา

“คุยกับไกด์ให้แล้วนะคะคุณดื้อ”

“อ้อ ครับ” ผมรีบปรับท่าทางให้สุภาพขณะตอบรับ

คุณแอนยิ้มให้ผม ก่อนที่จะยื่นกระดาษแผ่นเล็กๆ ที่เขียนเบอร์โทรกับอีเมลของใครบางคนมาให้ ผมมองแล้วก็ย่นคิ้วเล็กๆ

“อะไรเหรอครับ”

“เบอร์ติดต่อกับเมลของไกด์ค่ะ ฉันให้เบอร์ติดต่อของคุณกับไกด์ไปแล้ว เดี๋ยวเขาคงจะโทรไปหา”

ผมร้องอ๋อตอบรับก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระดาษแผ่นนั้นมาดู ถึงจะเขียนเป็นภาษาลาว แต่ผมก็พอจะอ่านออก

ปั้นรัก...

ไกด์ของผมชื่อปั้นรัก

ชื่อน่ารักอย่างนี้ ตัวจริงต้องน่ารักแน่ๆ

คิดถึงหนุ่มน้อยท่าทางสำอางหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มขึ้นมาเสียอย่างนั้น

ถ้าได้ไกด์แบบนั้น ทริปของผมก็คงจะมีบรรยากาศดีไม่ใช่น้อยเลย

ทว่าความคิดมโนของผมก็ต้องมลายหายไปเมื่อจู่ๆ คุณแอนก็พูดขึ้น

“เอ้า ปั้นรักอยู่ที่นี่พอดีเลย เดี๋ยวฉันให้เขามาคุยกับคุณดื้อเลยก็แล้วกันค่ะ”

พูดมาอย่างนั้น ผมก็มองตามทางที่คุณแอนมองไปทันที ก่อนจะต้องชะงักกึกเมื่อเห็นว่าคุณแอนมองไปยังโต๊ะคนต่างชาติพวกนั้น ทำเอาผมเอะใจขึ้นมา

“เดี๋ยวนะครับ ไกด์ที่บอกว่าเป็นลูกครึ่งไทย-ลาว เพิ่งกลับมาจากอเมริกา หมายถึงฝรั่งเหรอ”

เดาไปโน่นเพราะเห็นฝรั่งนั่งกันเต็มโต๊ะ แต่คุณแอนส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ

“ต้องเป็นคนเอเชียสิคะ คนนั้นต่างหากล่ะ หัวดำที่นั่งอยู่ตรงนั้น”

ชี้นิ้วไปแล้วด้วย ผมมองแล้วก็นิ่งอึ้งไปมากกว่าเดิม

นั่นมัน...ไอ้เวรกระเป๋าสีรุ้ง!

“อย่าบอกนะว่าผู้ชายคนนั้นคือ...ปั้นรัก?”

ถามออกมาอย่างไม่เชื่อสายตา คุณแอนพยักหน้าหงึกหงัก

“ใช่ค่ะ คนนั้นแหละ”

อ้าปากค้างตามมาด้วยได้ ผมก็จะทำแล้ว

พีคกว่านั้นคือพอคุณแอนบอกผมว่าไกด์ของผมคือคนไหน เธอก็ตะโกนบอกไอ้บ้านั่นแล้ว

“ปั้น! คุณดื้อคือคนนี้นะ เดี๋ยวมาแนะนำตัวด้วย”

พีคไปอีกตรงที่ไอ้เวรนั่นลุกขึ้นยืนมาชะโงกมองผม ตอนนี้เองที่ผมได้เห็นสภาพมันชัดๆ

โอ้โห สภาพมึงนี่มันกุ๊ยชัดๆ เลย เคยตัดผม โกนหนวดโกนเคราบ้างไหม แล้วกางเกงขาเดฟกับเสื้อลายสก๊อตมึงนี่มันอะไร จะมานำเที่ยวหรือพาไปตัดอ้อย!?

ความอคติกลับมาอีกแล้ว อคติหนักมากขึ้นไปอีกเมื่อเห็นมันเบ้ปากใส่ผมเล็กน้อยทันทีที่เห็นหน้าผมชัดๆ เช่นกัน

หมดกันไกด์หนุ่มหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้ม กลายเป็นไอ้บ้าผมเผ้าฟู หนวดเหนิดไม่โกน แถมแต่งตัวไม่มีความแมทช์กันอย่างนี้เสียงั้นอะ อะไรไม่ว่า มันไม่มีทีท่าว่าจะสนใจผมด้วย แค่มองตามที่คุณแอนบอกเท่านั้น มันก็นั่งลงไป พูดคุยกับนักท่องเที่ยวคนอื่นๆ ต่อโดยไม่สนใจอะไรทั้งสิ้น

ตอนนี้นี่เองที่ผมรู้สึกว่ามันไม่โอเคเลยรีบร้องบอกคุณแอนที่ตั้งท่าจะขอตัวไปทำธุระอื่นอย่างรวดเร็ว

“เดี๋ยวครับคุณแอน อย่าเพิ่งไป ผมมีเรื่องอยากจะคุยหน่อย”

“ว่าไงคะ” คุณแอนเลิกคิ้วใส่ทันที

ผมก็ไม่แน่ใจว่าควรจะพูดดีหรือไม่ว่าอยากเปลี่ยนไกด์ มันจะทำให้ผมดูเป็นลูกค้าเรื่องมากไปเลยนะ แต่ไม่ถูกชะตากับไอ้หมอนั่นจริงๆ ถ้าต้องไปใช้ชีวิตด้วยกันหลายๆ วัน ผมว่าทริปพักใจของผมคงได้กลายเป็นทริปหนักใจและลำบากใจอย่างแน่นอน ผมเลยตัดสินใจที่จะพูดออกไป

“ผมขอเปลี่ยนไกด์ได้ไหมครับ”

พอพูดไปอย่างนั้น สีหน้าของคุณแอนก็ดูลำบากใจไปทันที ผมก็เข้าใจแหละว่าการขอเปลี่ยนไกด์แบบกะทันหันมันไม่ใช่เรื่องง่าย ยิ่งผมรีเควสว่าขอไกด์ผู้ชายด้วยแล้ว ยิ่งไม่ง่ายเข้าไปใหญ่ ก่อนผมจะต้องพูดเสริมเมื่อเห็นว่าคุณแอนไม่พูดอะไรสักที

“คือผมมีปัญหากับเขานิดหน่อย”

หลุดปากออกไปแล้ว สีหน้าคุณแอนดูลำบากใจมากกว่าเดิมอีก

“มีปัญหาอะไรเหรอคะ”

ผมชำเลืองมองไปยังผู้ชายคนนั้นเล็กน้อย ไม่แน่ใจว่าควรจะลงรายละเอียดดีไหมว่าที่ไม่อยากจะไปกับมัน นอกจากรูปร่างหน้าตาจะไม่เจริญหูเจริญตาแล้ว เมื่อวันก่อนมันยังด่าผมว่าไอ้รูก้น แต่พอคุณแอนถามออกมาอีกครั้ง

“ว่าไงคะคุณดื้อ มีปัญหาอะไรเอ่ย”

ผมก็ว่าออกมาตามตรงด้วยน้ำเสียงอันเบาด้วยเกรงว่ามันจะได้ยิน

“คือเมื่อวันก่อนน่ะครับ ผมถูกเขาต่อว่านิดหน่อย”

สีหน้าลำบากใจของคุณแอนแปรเปลี่ยนไปเป็นสงสัยทันควัน

“ต่อว่าอะไรคะ”

“แบบว่า... เขาด่าผมน่ะครับ ผมบังเอิญเหวี่ยงกระเป๋าไปโดนเขาตอนอยู่ที่ท่ารถน่ะ” พูดไปตามตรงอีกครั้ง

ทว่าแทนที่คุณแอนจะพยักหน้ารับแล้วจัดการตามที่ผมขอให้ ดันถามเจาะลึกลงกว่าเดิม

“ด่าว่าอะไรคะ” ถามไป คิ้วก็ย่นยู่ไป

ถึงจะไม่อยากบอกเพราะกลัวว่าผมจะทำให้ไกด์คนนั้นลำบาก แต่ก็เพื่อตัดความรำคาญแล้วจะได้เปลี่ยนไกด์  ผมเลยต้องให้เหตุผล สุดท้ายเลยโพล่งไป

“ด่าเป็นภาษาอังกฤษที่มีความหมายว่า...รู...เอ่อ...รูก้นน่ะครับ”

ไม่อยากจะพูดภาษาอังกฤษสักเท่าไหร่ด้วยเกรงใจคุณแอนเพราะมันเป็นคำหยาบ แต่การพูดภาษาไทยซึ่งเป็นคำแปลอย่างนั้นก็ทำให้คุณแอนเข้าใจได้

เท่านั้น สีหน้าใจดีของคุณแอนก็พลันเปลี่ยนเป็นขุ่นเคืองอย่างรวดเร็ว ก่อนจะร้องเรียกไอ้บ้านั่นเสียงดังลั่น

“ปั้น! มานี่!”

คนถูกเรียกสะดุ้ง หยุดปากที่กำลังเม้าท์มอยหอยสังข์ทันที ดูขัดใจเล็กน้อยแต่ก็ยอมลุกออกจากโต๊ะนั้นมาหาคุณแอน

“What?” ถามด้วยภาษาอังกฤษด้วยเอาซี่

คุณแอนเลยตีเข้าที่ไหล่ไม่แรงนักไปทีนึง

“ยังจะมาถามอีกว่าอะไร วันก่อนแกไปว่าอะไรแขก”

ปั้นรักทำหน้างุนงง มองหน้าผมสลับกับหน้าคุณแอนแล้วก็ว่าเสียงสูง

“I don’t know!”

มึงจะมาด็อนท์โนวอะไร กูได้ยินชัดๆ เต็มๆ สองหูว่าด่ากูว่ารูอะไรนั่นน่ะ!

คุณแอนสูดหายใจเข้าเต็มปอดกับท่าทางไม่ยี่หระของอีกฝ่าย ก่อนจะพูดออกมา

“ไปด่าเขาว่ารูอะไรนะ”

ปั้นรักยังทำหน้างงอยู่ คุณแอนก็เลยหันมาถามผมแทน

“พูดมาเลยค่ะคุณดื้อ เขาว่าคุณว่าอะไรนะคะ”

“รูก้นครับ” ผมว่างุบงิบ รู้สึกอุบาทว์ตัวเองมากที่ต้องพูดคำว่ารูนี่ซ้ำไปซ้ำมา

แต่มันก็ทำให้ปั้นรักนึกขึ้นมาได้ พลันมันก็ร้องอ๋อออกมาพร้อมกับรัวภาษาลาวใส่อย่างรวดเร็ว

“เว้าว่า Asshole แปลว่างี่เง่า บ่แม่นฮูดากฮูขี่ (พูดว่า Asshole แปลว่างี่เง่า ไม่ใช่รูก้น)”

คุณแอนชักสีหน้าไม่พอใจออกมาอย่างรวดเร็วเมื่ออีกฝ่ายยอมรับ แต่ไอ้ปั้นรักมันไม่ได้สำนึกเลยแม้แต่น้อยว่ากำลังทำเจ้านายตัวเองลำบาก ว่าออกมาหน้าตาเฉยใส่ผมอีก

“ฮูดากฮูขี่หยัง ไผสิพ้าแปลตรงๆ แบบนั้น โง่แท้โง่หลาย (รูก้นอะไร ใครเค้าแปลกันตรงๆ แบบนั้น โง่จริงโง่จัง)”

อะ...ไอ้…!

กำมือแน่นมาก ระงับใจสุดชีวิตให้ไปพุ่งไปต่อยมันขณะที่ในใจนี่ร้อนระอุขึ้นมาแล้ว

แม่งเอ๊ย กูจะรู้ไหมว่ามันแปลว่างี่เง่าอะไรของมึงน่ะ ภาษาอังกฤษกูแข็งแรงซะที่ไหน รู้ศัพท์ก็ดีแล้ว ass แปลว่าก้น hole แปลว่ารู เอามารวมกันเป็นรูก้น แปลผิดตรงไหนล่ะวะ!

ที่สำคัญ...กู-เป็น-แขก และกำลังจะว่าจ้างมึงมาเป็นไกด์ด้วย มาพูดอย่างนี้ได้ยังไง!

เออ โมโห ยอมรับเลย แต่ผมมีวุฒิภาวะมากพอที่จะไม่ระเบิดอารมณ์ออกมา จะมีก็แต่คุณแอนนี่แหละที่ร้องเรียกมันเสียงดัง

“บักปั้น!”

ตามมาด้วยดึงปลายหูอีกฝ่ายทันควันพร้อมกับพ่นภาษาลาวออกมา

“เว้าจังซี่กับแขกได้ไง (พูดอย่างนี้กับแขกได้ไง)”

ปั้นรักร้องโอดโอยทันควัน ผมมองแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ ครู่เดียวคุณแอนก็รู้สึกตัว รีบหันมาบอกผมด้วยภาษาไทย

“ขอโทษนะคะที่ลูกชายฉันทำมารยาทไม่ดีใส่คุณดื้อ”

เอ้า นี่เป็นแม่ลูกกันเหรอ

ผมมองทั้งคู่อย่างตกใจ ขณะที่คุณแอนพูดขึ้นมาอีก มือก็ดึงหูปั้นรักให้มันร้องครวญครางไปเรื่อยๆ

“แต่ถ้าจะให้เปลี่ยนไกด์ตอนนี้มันไม่มีแล้วจริงๆ ค่ะ ถ้าคุณดื้อไม่ถือสาอะไรกับปากมัน เด็กนี่ก็พร้อมจะดูแลคุณนะคะ”

ดูจากสภาพมันแล้ว มันไม่น่าจะพร้อมดูแลผมสักนิดเลยนะครับคุณแอน ขนาดสารรูปมัน มันยังไม่ดูแลเลยเนี่ย

ผมก็อยากจะปฏิเสธอยู่หรอก ทว่าพอเห็นผมจะพูด คุณแอนก็สวนมา

“ถ้าคุณไม่มีปัญหา เดี๋ยวฉันจะให้คุณอยู่ฟรีอาทิตย์นึงเลยค่ะ ถือว่าเป็นการชดเชยที่คนของเกสต์เฮ้าส์ทำมารยาทไม่ดีใส่ด้วย เงินที่จ่ายมาแล้ว เดี๋ยวคืนให้นะคะ แล้วเรื่องไกด์จะให้นำเที่ยวให้ฟรีๆ ด้วยค่ะ”

ต่อรองมาอย่างนี้ ผมก็เลยนิ่งไปครู่

อยู่ฟรีอาทิตย์นึงกับได้ไกด์ฟรีเหรอ... น่าสนใจแฮะ

ถึงไอ้ปั้นรักอะไรนั่นจะดูไม่ค่อยสมประกอบสักเท่าไหร่ แต่ด้วยความโลภ ผมเลยตัดสินใจตกปากรับคำไป

“ก็ได้ครับ”

เท่านั้นคุณแอนก็ยิ้มออกมา

“งั้นรบกวนอีกเรื่องนึงค่ะ คุณปั้นอย่าไปรีวิวในเว็บว่าเกสต์เฮ้าส์ของฉันในทางลบนะคะ ช่วงนี้พวกที่พักแย่งนักท่องเที่ยวกันน่ะค่ะ คะแนนรีวิวในเว็บค่อนข้างจะมีผลพอสมควรเลย”

อ๋อ เข้าใจแล้วว่าทำไมถึงจะให้ผมอยู่ฟรีๆ ที่แท้ก็เป็นเพราะอย่างนี้น่ะเอง

ผมก็ได้แค่รับปากไปพลางยิ้มฝืนๆ ให้ สายตาปราดมองไปยังปั้นรักที่โดนแม่ดึงหูจนต้องแหกปากออกมาด้วยทนไม่ได้

“Ouch! Mom! Let me go! (โอ๊ย! แม่! ปล่อยได้แล้ว!)”

เท่านั้นคุณแอนก็ปล่อยมือ แต่ก็ไม่วายตีเข้าไปที่ไหล่อีกฝ่ายอีกทีพร้อมส่งเสียงดุ

“ยังไม่ไหว้ขอโทษแขกอีก!” ประโยคนี้ตั้งใจพูดภาษาไทย คงเพราะต้องการให้ผมเข้าใจด้วย

ปั้นรักทำท่าขัดใจ ไม่ยอมยกมือไหว้ผมแต่โดยดีเลยถูกคุณแอนยกมือขู่จะตีอีกครั้ง มันถึงรีบยกมือไหว้

“ขอโทษ”

คำว่าขอโทษในภาษาไทยกับภาษาลาวพูดเหมือนกัน แต่การขอโทษของมันนี่เป็นการขอโทษแบบขอไปทีมาก ผมก็ไม่ได้อยากจะถือสาหาความอะไรมากนักหรอกเลยพยักหน้ารับไป

“ทีหลังอย่าให้มีอีก ดูแลคุณดื้อดีๆ ด้วย” คุณแอนดุตบท้ายด้วยภาษาบ้านเกิดผม

จากนั้นก็ขอตัวไปทำธุระต่อ พอหันหลังเดินจากไป เหลือเพียงปั้นรักกับผม มันก็ทำปากขมุบขมิบเหมือนจะบ่นแม่ ก่อนจะหันมาทางผมที่จ้องหน้ามันนิ่ง

“เบิ่งหยัง บ่เคยพ้อคนหล่อบ่ (มองอะไร ไม่เคยเห็นคนหล่อหรือไง)”

จู่ๆ รัวภาษาลาวมา ผมก็ตั้งรับไม่ทันเลยทำหน้างงใส่มัน

“ฮะ?”

หากแต่มันไม่คิดจะแปลอะไรใดๆ ให้ผมเลย นอกจากปรายตามองผมตั้งแต่หัวจรดเท้าแล้วพูดออกมาอีก

“แล้วจ่างไกด์ผู้ชายนี่คิดหยังอยู่ เป็นเกย์บ่นิ ถ้าเป็นนิบอกก่อนเด้อว่าบ่ฮับงานนอก นอนนำได้อยู่ แต่อย่ายุ่งกับดากเด้อ (แล้วจ้างไกด์ผู้ชายนี่คิดอะไรอยู่ เป็นเกย์ปะเนี่ย ถ้าเป็นนี่บอกไว้ก่อนนะว่าไม่รับงานนอก นอนด้วยได้อยู่ แต่อย่ายุ่งกับก้นนะ)”

พ่นมาอย่างเร็ว ผมต้องใช้เวลาในการประมวลผลสักครู่เลย พักนึงถึงจะเข้าใจว่ามันพูดว่าอะไร

มารดามึงเถอะ! สภาพน่ายุ่งกับดากมาก เดี๋ยวก็ยอกหน้าแหก

มั่นหน้าจริงๆ ไอ้นี่...

ไม่ทันที่จะได้พูดอะไร มันก็ถูกนักท่องเที่ยวโต๊ะอื่นโบกไม้โบกมือเรียกไปดื่มด้วยแล้ว มันเลยไม่รอช้า ปล่อยให้ผมนั่งอยู่ที่เดิมคนเดียว เดินจากไปโดยไม่พูดอะไรสักคำ

ผมมองมันแล้วก็ได้แต่ถอนหายใจ

ได้ไกด์ผีมาแท้ๆ เลยกู... ไกด์ผีบ้า 

----------------------------

อัปเต็มตอนแล้วค่ะ กว่าจะมา นิยายที่ดองข้ามปี 555

เรื่องนี้ช่วงแรกๆ จะมาช้านิดนึงนะคะเพราะต้องเสียเวลาแปลภาษาลาวหน่อย หนูแดงไม่ค่อยรู้ว่าประโยคไหน ภาษาลาวแบบทับศัพท์พูดว่ายังไงเลยต้องขอให้นักอ่านช่วยแปล รอกันหน่อยเน้อ

ฝากกำลังใจไว้ด้วยนะคะ เดี๋ยวมาอัปตัวอย่างตอนหน้าให้พรุ่งนี้ค่ะ ^^

ความคิดเห็น