สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 37

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 15

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 37
แบบอักษร

 

 

     มัจฉารออินทรีทั้งคืน คนอารมณ์แปรปรวนทั้งคิดถึง  ทั้งน้อยใจ และยิ่งกว่าอื่นใดเธอเป็นห่วงกลัวว่าจะเกิดอันตรายขึ้นกับเขา ตัดสินใจโทรหาเขาแต่ก็ติดต่อไม่ได้ อยากโทรถามพี่เปิ้ลกับกายก็กลัวจะเป็นการรบกวนคนทั้งสอง จึงได้แต่นั่งรออยู่ที่ห้อง

     มัจฉาฟุบหลับอยู่บนโต๊ะกินข้าวกว่าจะรู้สึกตัวก็เล่นเอาว่าที่คุณแม่ปวดหลังจนตัวงอ หญิงสาวมองไปรอบ ๆ ห้อง เผื่อว่าเขาจะกลับมาตอนที่เธอหลับอยู่ แต่ก็พบกับความว่างเปล่า อินทรียังไม่กลับมา  

     'ไหนว่าจะกลับมาฉลองด้วยกันไง' คนใจน้อยน้ำตาคลอ

 

     ช่วงเช้าของวัน มัจฉาใช้เวลาไปกับการรอ ความคิดมากมายก่อตัวขึ้น บางทีเขาอาจจะออกไปดื่มกับเพื่อนตามประสาผู้ชายแล้วเมาหนักจนกลับบ้านไม่ไหว แถมวันนี้เป็นวันหยุด ชายหนุ่มอาจไปกราบมารดาผู้ให้กำเนิด ก่อนที่จะมาหาเธอก็เป็นได้ หากเป็นเรื่องของอินทรี มัจฉาจะมองในเเง่ดีเสมอ

     มีข้อความเตือนว่าเครื่องมือสื่อสารของชายหนุ่มสามารถติดต่อได้แล้ว แต่เขาไม่ติดต่อกลับมาเธอก็ยิ่งฟุ้งซ่าน  ไม่มีสมาธิจะทำอะไร ยิ่งเห็นกล่องของขวัญที่ยังแกะไม่เสร็จว่างอยู่บนโต๊ะทำงาน ใจดวงน้อยยิ่งน้อยใจไปกันใหญ่ 

    มัจฉาต้องทนกับอารมณ์ว้าวุ่นของตัวเองอย่างนี้ทั้งวัน บางครั้งก็น้อยใจ บางคราวก็ใจกว้างได้ เธอรู้สึกเบื่อที่ตัวเองงี่เง่าแบบนี้ เบื่อที่ตัวเองขี้แย ร้องไห้บ่อยเสียจนตาบวม 

    เวลาล่วงเลยไปถึงยามบ่าย ขณะที่มัจฉานั่งเหม่อลอยดูโทรทัศน์อยู่นั้น มีเสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น หญิงสาวลุกจากโซฟาไปส่องที่ช่องประตู แต่ไม่เห็นใคร คิดว่าคงเป็นคนเคาะผิดห้อง เธอจึงกลับมานั่งหน้าจอตามเดิม 

    คนที่ซุ่มอยู่นอกห้องเห็นว่ายังไม่มีใครเปิดประตูมาหยิบของที่เขานำไปวางไว้ ตัดสินใจไปเคาะประตูอีกครั้ง

     มัจฉาเดินไปส่องช่อง ไม่พบว่ามีใครยืนอยู่เลย แต่เสียงเคาะยังดังไม่หยุด ราวกับว่าคนที่เคาะไม่ประสงค์จะแสดงตัว

     หญิงสาวทนรำคาญเสียงเคาะไม่ไหว ตัดสินใจเปิดประตูออกไปดู ลืมเรื่องความปลอดภัยไปชั่วขณะ

     ภายนอกห้องบริเวณหน้าประตูนั้นไม่มีใคร จะมีก็เเต่ซองสีน้ำตาลขนาดใหญ่วางอยู่ที่พื้น หญิงสาวก้มหยิบขึ้นมา หน้าซองนั้นระบุชื่อว่า 'ถึงคุณมัจฉา' เป็นตัวอักษรสีแดงขนาดใหญ่ แม้ว่าจะรู้สึกประหลาดใจ แต่เธอก็นำซองเข้าห้องมาด้วย

    มือเล็กบรรจงเปิดซองอย่างระวัง นึกสงสัยว่ามีใครบ้างที่รู้ว่าเธอพักอยู่ที่นี่ ใจหนึ่งก็แอบคิดว่าอินทรีทำเซอร์ไพรส์ มัจฉาอมยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะล้วงหยิบของที่อยู่ในซองออกมา

    อินทรีทำให้เธอประหลาดใจจริง ๆ !!!

     ภาพถ่ายที่อยู่ในซองลึกลับนั่น คือภาพของอินทรีกับผู้หญิงคนหนึ่ง มัจฉาจำได้ว่าเธอชื่อขวัญภิรมณ์ อดีตนักแสดงที่ผันตัวไปเป็นนักธุรกิจ !

     ภาพถ่ายมากมายถูกนำมาเรียงบนโต๊ะรับแขก มืออันสั่นเทาจัดชุดภาพโดยสังเกตจากเสื้อผ้าของคนทั้งสอง 

     ที่มุมของภาพถ่ายนั้น ระบุวันที่ที่ถ่าย มัจฉามองภาพอย่างร้าวราน ที่เขาไม่ว่าง ที่เขาบอกว่ายุ่ง นี่สินะคือสิ่งสำคัญที่เขาต้องทำ

     ชุดภาพที่ส่งมามีทั้งภาพที่ทั้งคู่นั่งรับประทานอาหารด้วยกัน เดินเที่ยวด้วยกัน ตลอดจนภาพที่ระบุเวลาถ่ายคือเมื่อวาน เป็นภาพทั้งคู่นัวเนียกันในสถานบันเทิง

     มัจฉาพูดไม่ออก น้ำตาไหลหยดลงมาเปียกเสื้อ เธอรอเขาทั้งคืน คิดว่าจะคงติดงานจนลืมสัญญา กลัวว่าจะเกิดเรื่องร้ายขึ้นกับเขา แต่เมื่อได้รู้ว่าเขาสบายดี งานก็ไม่ได้ยุ่งสักเท่าไร โอเค ถ้าเช่นนั้นเธอก็สบายใจ 

     เมื่อเจอแบบนี้เรื่องราวในอดีตประเดประดังเข้ามาเล่นงานเธออีกแล้ว ทั้งเรื่องที่จับได้ว่าเขาโกหก เรื่องที่เขาขอเวลาคิดแต่จนป่านนี้ก็ยังไม่ได้คำตอบ ทั้งเรื่องในวันเเรก ๆ ที่ได้ใกล้ชิดกัน ทั้งคำพูดเชือดเฉือนให้เจ็บใจ เหล่านี้คือเชื้อเพลิงชั้นดีที่จะแผดเผาความรักในหัวใจของเธอให้สลายไป 

     หญิงสาวนั่งนิ่งอยู่กับที่ เก็บภาพถ่ายทั้งหมดเข้าซองอย่างเดิม เธอจะทำอย่างไรดี  ในยามนี้เธอคิดถึงเพียงเเต่ลูกที่กำลังจะเกิด จะทำอย่างไรในเมื่อผู้เป็นพ่อมีดีแค่การหลอกลวง เขารักเธอบ้างรึเปล่าก็ยังไม่รู้เลย แล้วเธอจะทนอยู่แบบนี้ได้หรือ

     หากเป็นเมื่อก่อน มัจฉาคงจะไม่เสียใจมากเท่านี้ เพราะอินทรียืนยันหนักแน่นว่าเขารักแต่เพียงพิมพ์ขวัญ แม้มัจฉาจะรักเขามากแค่ไหน เธอก็ไม่มีวันเป็นคนรักของเขาได้อยู่เเล้ว

     แต่นี่ เขาทำดีกับเธอทุกอย่าง ยามป่วยไข้ก็มาดูแล มาทำให้เธอมีความหวัง ทำให้เธอติดกับจนไปจากเขาไม่ได้ แล้วก็มาแอบทำลับหลัง ทำลายความรู้สึกของเธอจนแหลกไม่มีชิ้นดี

     หญิงสาวตัดสินใจว่าจะไปจากเขา หากไม่ได้พบหน้ากันอีก สุขภาพจิตของเธอคงจะดีขึ้นกว่านี้ ไม่ต้องคอยน้อยใจว่าเขาไม่เอาใจใส่ ไม่ต้องคิดฟุ้งซ่านใด ๆ อีก แล้วลูกในครรภ์ก็จะเเข็งแรงตามไปด้วย

     บ้านที่เคยไปซื้อกับอาชาคือเป้าหมายเดียวที่เธอนึกออก ไปอยู่ที่นั่นสักพักก่อนแล้วค่อยหาทางไปต่อ...

 

     อินทรีกลับมาที่คอนโดฯ หลังจากที่ไปกราบคุณสมรมารดาผู้ให้กำเนิด เรื่องวุ่นวายที่บริษัทก็ผ่านพ้นไปได้เมื่อขวัญภิรมณ์ยอมให้ความร่วมมือทางการค้า ดูเหมือนว่าทุกอย่างกำลังดำเนินไปได้ด้วยดี 

     เมื่อเปิดประตูเข้ามา พบมัจฉาที่กำลังสะพายกระเป๋าใบใหญ่ยืนอยู่ตรงหน้าพอดี น้ำตาที่ไหลอาบแก้มนวล ทำให้ชายหนุ่มตกใจยิ่งนัก

     "มัดเป็นอะไร แล้วนี่จะไปไหน?" ถามพลางจับไหล่เธออย่างห่วงใย

     มัจฉาไม่ยอมพูดด้วย ทั้งยังปัดมือของเขาออก มองหาทางออกจากห้องเพราะคนตัวใหญ่ยืนบังเต็มช่องประตู

     "มัด เป็นอะไร คุยกันก่อนสิ" อินทรีพยายามรั้งตัวหญิงสาวไว้ เกิดอะไรขึ้นกับเธอกันนี่

     "ปล่อยฉัน!" คนที่ถูกจับแขนบอกเสียงแข็ง พลางบิดแขนออกจากการจับกุม ทั้งยังใช้สรรพนามที่เย็นชากว่าเดิมอีก

     "ผีเข้ารึไง มัด" อินทรีไม่ยอมปล่อย ลากตัวคนดื้อดึงให้ออกห่างจากประตู ขืนปล่อยให้ออกไปได้ คงได้วิ่งไล่จับกันสนุกแน่ 

     "ปล่อยฉันนะ" หญิงสาวทรุดตัวนั่งลง ถ่วงน้ำหนักไว้ไม่ให้เขาดึงไปได้

     "ไม่ เราต้องคุยกันก่อน คนอุตส่าห์คิดถึง มาทำเย็นชาแบบนี้ได้ไง" อินทรีปล่อยแขน เปลี่ยนมาถอดกระเป๋าออกจากตัวของเธอ เเล้วโอบแขนใหญ่อุ้มเธอขึ้นมา ตอนเเรกนั้นตั้งใจว่าจะนำตัวหญิงสาวไปโยนที่เตียงนอน แต่เจ้าหล่อนแรงเยอะเหลือเกิน ทั้งข่วน ทั้งหยิก ยังไม่พอใจ กัดหมับเข้าให้อีก

     "ปล่อนนะ คนเลว" สิ้นเสียงด่าเท่านั้น ชายหนุ่มหมดความอดทน วางร่างอวบลงที่โซฟาอย่างเเรง คนตัวเล็กถึงกับจุกจนต้องงอตัว

     "มัดเป็นอะไร ทำไมต้องด่าด้วย" ชายหนุ่มงุนงงกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มัจฉาผู้อ่อนหวานของเขาหายไปไหน

     "ก็ถามตัวเองสิ ว่าแอบไปทำอะไรมา" เสียงหวานแข็งกร้าว จ้องหน้าเขาอย่างเอาเรื่อง หากเป็นเมื่อก่อน เธอคงไม่กล้าทำอย่างนี้แน่ แต่ครั้งนี้ไม่เหมือนกัน มัจฉานั้นมีแนวร่วมอยู่กับตัว เธอไม่กล้าใครหน้าไหนเเล้ว !

     "แอบทำ? ทำอะไร ทุกวันนี้ก็มีแต่งาน" อินทรีงงเป็นไก่ตาแตก อะไรกันว่ะเนี่ย

     "ถ้าทำงานจริง ๆ ก็ดีสิ แต่กลัวว่าจะไม่ใช่" น้ำใส ๆ ไหลเอ่อจนภาพใบหน้าหล่อนั้นมัวไปหมด เมื่อคิดถึงแต่ละเรื่องที่เขาแอบทำลับหลัง เธอก็รู้สึกอ่อนแอขึ้นมาทันที

     "อย่ามาหาเรื่องกันสิ คิดว่าพี่ทำอะไรล่ะ ถ้าไม่ใช่งาน เสร็จจากงานก็รีบกลับมาหาเลยทันที" ชายหนุ่มเริ่มรู้สึกแปลก ๆ หรือมัจฉาจะรู้? เป็นไปไม่ได้น่า เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เขาจ้างให้ช่วยดูเธอบอกว่าเธออยู่ที่ห้องตลอด นาน ๆ จะลงมาซื้ออาหาร ไม่มีทางที่เธอจะรู้เรื่องที่เขาทำแน่ ...

      ยิ่งได้ฟังอย่างนั้น คนที่ถูกหักหลังยิ่งเจ็บปวด เขามองว่าเธอเป็นตัวอะไรกัน คิดจะหลอกก็หลอกได้อย่างนั้นหรือ 

     "คุณ...โกหกฉัน...มากี่เรื่องเเล้ว..?" เธอตั้งคำถามอย่างยากลำบาก เสียงเครือเพราะพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาประจานว่าเธอนั้นอ่อนแอเหลือเกิน

     "พี่ไม่ได้โกหกอะไรเลยนะ มัด" อินทรีย่อตัวนั่งตรงหน้าเธอ เอื้อมมือจะเช็ดน้ำตาที่ไหล แต่มัจฉาก็เบนหน้าหนี

     "ไม่ได้โกหก แต่ก็ไม่พูดความจริงใช่ไหม?" ทุกครั้งที่เธอเปิดโอกาสใหเขาพูด เขาก็เลี่ยงตอบไปซะทุกครั้ง หากเขายอมเล่าให้ฟังบ้าง เธอคงไม่เสียใจเท่านี้

     "พี่ไม่เข้าใจว่ามัดจะสื่อถึงอะไร เอาเป็นว่าพูดมาเลยดีกว่า" อินทรีพยายามใจเย็นกับคนตรงหน้า รู้สึกว่าพักนี้ หญิงสาวมีท่าทีแปลกไปอยู่เหมือนกัน แต่ด้วยงานที่รัดตัว ทำให้เขามองผ่านไป 

     "เรื่องเเค่นี้ ทำเองก็น่าจะรู้นะคะ ไม่เห็นต้องรอให้ใครมาบอกเลย" มัจฉาปาดน้ำตา พยายามรวมรวมสติ ยิ่งเขาทำเป็นไม่เข้าใจ เธอก็ยิ่งเสียใจมากเท่านั้น 'จะปิดบังกันไปถึงเมื่อไหร่'

     "แล้วใครมันจะไปรู้วะ วัน ๆ ก็ทำอะไรไปตั้งเยอะ!!!" การใจเย็นนั้นผิดวิสัยของเขาเหลือเกิน ในที่สุดอินทรีก็ระเบิด "ถามอะไรก็ไม่ยอมบอก เอาแต่ร้องไห้อยู่ได้" ชายหนุ่มลุกขึ้นเดินไปมา พยายามข่มอารมณ์ให้ได้มากที่สุด 

     "..." เสียงตะคอกจากคนทรยศทำเอามัจฉาสะดุ้ง ร้องไห้โฮหนักกว่าเดิม 

     "..." ความเงียบเกิดขึ้นระหว่างการสนทนา หญิงสาวเอาแต่ร้องไห้ ส่วนเขาก็ยังไม่ยอมถามอะไรต่อ

     เป็นเหตุการณ์ที่เขาไม่คิดว่าจะมีขึ้นได้เลย...

 

 

###

 

ความคิดเห็น