สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 36

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 9.9k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:37 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 36
แบบอักษร

 

 

     ข่าวการตายของผู้เป็นพี่ชายสร้างความเดือดดาลให้ชายหนุ่มยิ่งนัก เขาเลิกยกการประชุมบริษัทเเล้วเดินทางไปยังที่เกิดเหตุทันทีที่ทราบเรื่องจากทางเรือนจำ ระหว่างทางชายหนุ่มไม่ลืมที่จะโทรสั่งการลูกน้องที่เขามอบหมายงานให้เฝ้าติดตามผู้หญิงคนหนึ่ง 'ไม่ต้องรอให้อยู่คนเดียวเเล้ว ถ้าสบโอกาสก็จับตัวมาได้เลย งานนี้ฉันจ่ายไม่อั้น' 

    ...ก็บอกเเล้วไงว่า 'ถ้าแกเริ่มเมื่อไหร่เตรียมเสียใจได้เลย'

  

     เมื่อจัดของขวัญเสร็จ มัจฉาลงไปซื้ออาหารมาตุนไว้ที่ห้อง วันนี้เธอต้องกินข้าวเย็นคนเดียวอีกแล้ว นึกน้อยใจเขายิ่งนัก 'พอมัดหายป่วย พี่ก็งานยุ่งทันทีเลยนะ'

     อินทรีโทรมาในช่วงเย็นว่าวันนี้เขาต้องไปที่บ้านใหญ่ เพราะคุณมังกรเรียกพบและคงมีเรื่องต้องคุยกันนาน ชายหนุ่มกำชับครั้งเเล้วครั้งเล่าว่าให้เธออยู่ในห้องเท่านั้น ห้ามออกไปไหน ถ้าไม่มีอาหารเขาจะบอกกายซื้อไปให้เอง

     แต่มัจฉานั้นรู้สึกเกรงใจกาย คอนโดฯ กับบ้านใหญ่นั้นอยู่ไกลกันมาก เธอจึงบอกอินทรีว่าในตู้เย็นพอมีของกินเหลืออยู่ ทั้งความจริงนั้นมันว่างเปล่า 'ก็วันนี้พี่สัญญาว่าจะไปซื้อเสบียงด้วยกันนี่นา'

     ที่ด้านล่างของคอนโดฯ หรู มีร้านสะดวกซื้อตั้งอยู่ใกล้ ๆ  หญิงสาวเข้าไปเลือกซื้ออาหารกึ่งสำเร็จรูปหลายอย่าง ทั้งขนมปัง แยม เเละน้ำดื่ม จากนั้นออกมาซื้อผลไม้ที่ขายในรถเข็น  บ่อยครั้งที่เธอรู้สึกว่ามีใครบางคนกำลังจ้องมอง...

     มัจฉามองซ้ายมองขวาอย่างระวังตัวก่อนนะรีบกลับเข้าไปในตัวอาคารซึ่งมีผู้รักษาความปลอดภัยเฝ้าอยู่ ใจดวงน้อยเต้นเเรงกับเรื่องที่เพิ่งทำลงไป 'น่ากลัวจัง' เธอคิดขณะที่เดินเข้าลิฟต์ มีใครตามเธออยู่จริง ๆ หรือเธอแค่คิดมากไปเอง

     ไม่ทันที่ประตูลิฟต์จะปิด หญิงสาวร่างใหญ่คนหนึ่งก็เรียกให้เธอรอ ก่อนจะวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามา มัจฉายิ้มให้เธอคนนั้นเล็กน้อย ก่อนจะกดปุ่มเลือกชั้นให้แล้วยืนเงียบ ๆ รอเวลาที่ประตูเปิด มัจฉารู้สึกอึดอัดที่ผู้หญิงคนนั้นเอาเเต่จ้องมองเธอ อยากจะออกไปให้พ้นจากตรงนี้เสียที

     หญิงแปลกหน้าขยับมาใกล้เรื่อย ๆ มัจฉาดูตัวเล็กลงถนัดตา พยายามขยับห่างจนแทบจนมุม แต่เหมือนโชคจะเข้าข้างเธออยู่บ้าง ประตูลิฟท์เปิดออกก่อนที่หญิงล่ำคนนั้นจะมาถึงตัว

     มัจฉาโยนข้าวของที่ถืออยู่ใส่หญิงคนนั้นเพื่อเบี่ยงเบนความสนใจ เเล้วฉวยโอกาสที่มีคนเดินเข้ามา แทรกตัวหลบออกไป เธอวิ่งไปยังบันไดหนีไฟอย่างรวดเร้ว อีกไม่กี่ชั้นก็จะถึงห้องเเล้ว !!!

     คุณแม่ท้องอ่อนไม่มีเวลาเหนื่อย เมื่อวิ่งมาถึงหน้าห้องก็ใช้คีย์การ์ดเปิดประตู 'รอดเเล้ว' นึกพลางทรุดนั่งพิงที่ประตูห้อง หายใจหอบจนตัวโยน  รอดก็จริง แต่อาหารของเธอนั้นไม่รอด ...แล้วเธอจะกินอะไรล่ะเนี่ย

 

     จากวันนั้น มัจฉาไม่กล้าฝ่าฝืนคำสั่งของอินทรีอีก พอเข้าใจแล้วว่าทำไมเขาจึงห้ามเธอไปไหนมาไหนคนเดียว ห้ามไปทำงานใด ๆ ห้ามสั่งอาหารมากิน ห้ามสารพัดจะห้าม แต่ถึงกระนั้นหญิงสาวก็ยังไม่เข้าใจสาเหตุที่ทำให้เธอถูกตามล่าอยู่ดี เธอไม่เคยทำอะไรให้ใครสักหน่อย

     อยากถามเขาตรง ๆ ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ แต่เธอก็ไม่กล้าเอ่ยปากเพราะเห็นว่าเขาวุ่นกับงานที่บริษัท ทั้งยังมีงานครอบครัวเข้ามาอีก จึงได้เเต่เก็บเรื่องนี้ไว้คนเดียวและปฏิบัติตามที่อินทรีสั่งอย่างเคร่งครัด

   

     แล้ววันคล้ายวันเกิดของอินทรีก็มาถึง มัจฉาตื่นแต่เช้ามาเตรียมอาหารไว้ให้เขากินก่อนไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน พิเศษก็ตรงที่วันนี้เธอเตรียมของขวัญไว้ให้เขาก่อนใครเพื่อน 

     กล่องขนาดกลาง ลวดลายเรียบหรูตามรสนิยมของชายหนุ่ม ผูกริบบิ้นเส้นเล็ก ๆ ไว้อย่างน่ารัก

     "สุขสันต์วันเกิดนะคะ คุณอินทรี" มัจฉายื่นกล่องให้เขาหลังจากที่กินข้าวเสร็จ อินทรียิ้มกว้าง เขาลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าวันนี้เป็นวันครบรอบวันเกิด

     "ขอบใจนะ มัด พี่ลืมไปเลยนะเนี่ยว่าวันนี้เป็นวันเกิดพี่" เขารับกล่องของขวัญมาจากเธอ พิจารณากล่องใบน้อยอย่างเบามือ ข้างในกล่องจะเป็นอะไรนะ

     "อยากรู้จังว่าวันเกิดปีนี้ มัดจะให้อะไร" อินทรีดึงร่างอวบตรงหน้ามากอดไว้ เขาคงต้องหาจังหวะดี ๆ เตือนเธอให้ออกกำลังกายเสียบ้างเเล้วล่ะ

     "คุณอินทรีก็เปิดเลยสิคะ" นัยตากลมโตจ้องมองตาเขาอย่างเป็นประกาย เธออยากเห็นสีหน้าของเขาเมื่อได้รู้ว่าของขวัญที่เธอมีให้คืออะไร

     "ไม่เอาน่าาา เมื่อไหร่จะเรียกพี่สักที วันเกิดปีนี้ขอได้ไหม เรียกว่า 'พี่อินทรี' แทนนะ" คนเรื่องมากไม่ยอมเข้าใจสถานการณ์ ยังมาอ้อนให้เปลี่ยนคำเรียกอยู่ได้

     "ไม่ค่ะ มัดจะเรียกแบบนี้เหมือนเดิม ถ้าไม่อยากได้ของขวัญก็เอาคืนมา ไม่ต้องแกะกล่องเเล้ว" เขาคือพี่อินทรีของเธอเสมอ แต่ที่ไม่ยอมเรียกอย่างที่เขาขอก็เพราะยังเจียมตัวกลัวว่าเขาจะไม่รักเธอจริง 'เรียกแบบนี้ก็ถูกต้องเเล้วค่ะ'

      "เรื่องอะไรจะคืน พี่จะเปิดดูเดี๋ยวนี้ล่ะ" คนดื้อชูกล่องไว้สูงเพราะมัจฉาพยายามแย่งกล่องคืน เมื่อเห็นว่าเธอไม่ยื้อต่อแล้ว เขาจึงเริ่มแกะริบบิ้น ไม่ว่าของในกล่องจะเป็นอะไร เขาก็ชอบเสมอนั่นแหละ เพราะมันคือของขวัญจากเธอ

     ไม่ทันจะได้ดึงริบบิ้นออก เสียงเตือนจากโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนโต๊ะทำงานก็ดังขึ้น อินทรีเดินถือกล่องของขวัญไปยังโต๊ะ กดรับสายพลางใช้มืออีกข้างแกะกล่องอย่างทุลักทุเล มัจฉายืนมองอย่างเหนื่อยใจ 'ยุ่งอะไรเบอร์นั้น' แว้บคิดถึงศัพท์วัยรุ่นของมะปรางเข้ามาในหัว

     คนตัวโตให้สมาธิกับเสียงจากปลายสายมากกว่าการแกะกล่องตรงหน้า เรื่องสำคัญที่เป็นทางออกของบริษัท !!!  

     เปิ้ลโทรมาบอกว่า 'ขวัญภิรมณ์' ซึ่งเป็นลูกค้าคนสำคัญขอพบเขาในเช้านี้ หากได้ร่วมงานกับหญิงสาวคนดังกล่าว บริษัทของเขาก็มีโอกาสรอดจากวิกฤตนี้ได้ วิกฤตบารมี !!!

     อินทรีวางกล่องของขวัญที่ยังแกะไม่ได้เอาไว้หลังจากวางสายจากเปิ้ล หยิบเอกสารต่าง ๆ เข้าแฟ้ม เตรียมเข้าบริษัท

     มัจฉารู้สึกน้อยใจตามอารมณ์ แต่ก็พยายามเข้าใจเขา เรื่องงานนั้นสำคัญ ของขวัญจะแกะเมื่อไหร่ก็ได้ เพราะของขวัญก็อยู่ที่เดิม เธอก็อยู่ที่เดิมอยู่เเล้ว ... 

     ก่อนออกจากห้อง อินทรีคว้าร่างอวบที่ยืนหน้าบึ้งไปกอดไว้ รู้สึกผิดไม่น้อยที่หาเวลาอยู่กับเธอไม่ได้เลยสักที

     "เดี๋ยวคืนนี้เราค่อยฉลองกันนะ คนดีของพี่" ปากแสนหวานนั้นจุ๊บเข้าที่หน้าผากมนอย่างให้คำมั่นสัญญา แล้วหุนหันออกจากห้องไป

     ปล่อยให้คนผิดหวังยืนน้ำตาคลออยู่คนเดียว ...

    

     ช่วงบ่ายของวัน มัจฉาวานให้พี่คูนซื้อเค้กมาให้ที่ห้อง เธอไม่กล้าออกไปไหนกลัวว่าจะถูกคุกคามอย่างครั้งนั้น หญิงสาวจัดเก็บห้องรอเวลาที่อินทรีจะกลับมา พยายามหาอะไรทำ เพื่อจะได้ลืมความน้อยใจที่มีต่อเขา 

     โทรทัศน์จอใหญ่ที่เปิดไว้เป็นเพื่อนแก้เหงา ยังคงมีการเสนอข่าวพ่อค้าอาวุธที่ถูกฆาตกรรมอยู่เสมอ เธออดเป็นห่วงพี่ชายไม่ได้ อยากไปเยี่ยมเขาอีกแต่อินทรีก็ไม่เคยพาไปเลย ยังบอกอีกว่าพิมพ์ขวัญก็ไม่เคยได้ไปสักครั้งเช่นกัน มัจฉาสงสัยพฤติกรรมของหนุ่ม ๆ ยิ่งนัก การไปเยี่ยมผู้ต้องขังธรรมดา เหตุใดต้องทำให้เป็นเรื่องยุ่ง ...

 

     รอเเล้วรอเล่า คนที่เธอเฝ้ารอก็ยังไม่มา จนเวลาล่วงเลยไปถึงสี่ทุ่ม คนท้องที่อารมณ์แปรปรวนถูกความรู้สึกมากมายหมุนเวียนเปลี่ยนเข้ามาเล่นงาน ทั้งน้อยใจ ทั้งห่วงใย ทั้งคิดถึงเขา แต่เธอก็ไม่กล้าโทรหาเขาอีก กลัวว่าจะถูกตัดสายแบบบครั้งก่อน ได้แต่รออยู่คนเดียว ... เธออยากพบหน้าเขาเหลือเกิน

     มัจฉานั่งมองเค้กตรงหน้า ยิ่งดึกก็ยิ่งคิดมาก ร้องไห้น้ำตาไหลจนปวดหัว เขาคิดอะไรอยู่ ทำไมไม่ติดต่อมาบ้าง รู้ไหมว่ามีใครรอ...

     

     มัจฉาเก็บเค้กเข้าตู้เย็น คนผิดสัญญาคงไม่กลับมานอนที่ห้องแล้วล่ะ 

 

 

###

 

ความคิดเห็น