'พงพี' ขอบคุณทุกคนมากเลยนะครับ ตอนนี้ "เกล็ดมณี" ดำเนินเรื่องมาไกลมากเลย ยังไงก็ขอฝากเนื้อฝากตัว แล้วอยู่ด้วยกันนานๆ นะครับ ;]

4. โชคชะตา (Re-write) (1/2)

ชื่อตอน : 4. โชคชะตา (Re-write) (1/2)

คำค้น : #ธัญล่าฝันซีซั่น3 #ธัญวลัยxสถาพรบุ๊คส์ #นาค #นาคี #นาคา #ครุฑ #นิยายรัก #นิยาย

หมวดหมู่ : นิยาย แฟนตาซี

คนเข้าชมทั้งหมด : 240

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 22 ก.พ. 2564 18:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
4. โชคชะตา (Re-write) (1/2)
แบบอักษร

4. 

โชคชะตา (1/2) 

  

ครุฑหนุ่มกลับมาเยือนยังฉิมพลี วิมานทิพย์โอ่อ่าด้วยทองคำและพฤกษายืนต้นขนาดใหญ่ ถึงแม้เขาจะอยู่ในร่างจำแลงขนาดมหึมา ต่างก็สามารถยืนเกาะบนกิ่งของพฤกษากิ่งใดสักกิ่งได้มิไหวติง สื่อถึงความสูงของแมกพฤกษาที่มีขนาดสูงหลายโยชน์ ส่งผลให้ลำต้นนั้นมีเส้นผ่านศูนย์ขนาดใหญ่มิต่างกัน แมกไม้แห่งฉิมพลีนั้นล้วนแต่ต้านกระแสลมแรงได้อย่างง่ายดาย เพราะนอกจากยืนต้นหลายร้อยหลายพันปีมาแล้ว ยังคงเป็นที่พักพิงของเหล่าปักษีแห่งหิมพานต์ในแถบนั้นอีกด้วย 

อุทยานหลวงในยามท้องนภาทาบทาสีชาดระเรื่อ มีบุรุษเลอลักษณ์อีกคนที่สวมอาภรณ์คล้ายจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่ ถูกปิดตาด้วยผ้าไหมสีทอง ร่างกำยำนั้นวิ่งไล่จับสตรีงามสองนาง ที่มิต่างจากนางฟ้ามาจุติ ทั้งผิวขาวนวลเนียน เส้นผมสีดำปล่อยยาวสลวย แต่งกายด้วยอาภรณ์สีม่วงอ่อนและสีคราม เครื่องประดับล้วนแล้วแต่แสดงออกถึงชาววิหค ไม่ว่าจะเป็นกำไลทองคำลวดลายขนนก หรือปิ่นปักผมลายหงส์ที่ประดับบนกายของนางทั้งสอง 

“พวกเจ้าอยู่แห่งใดกันหนอ…” ร่างกำยำโซเซ ไล่คว้าอากาศ ท่ามกลางสำเนียงหวานใสที่ขำขันมิหยุด พวกนางต่างเดินหลบเขาไปให้พ้นจากการจับกุม “มาให้ข้ากอดเสียดีๆ” 

“ทางนี้เพคะ” ทิพยปักษานางหนึ่งเอ่ยขึ้น ก่อนที่การสนทนาเหล่านั้นจักถูกขัดจังหวะโดยผู้มาเยือน 

“เสด็จพี่ลลินพรต” อนิลโฉบลงข้างๆ อุทยานพลันกลับร่างเป็นบุรุษ 

การละเล่นจึงหยุดลง กินรีทั้งสองนางที่มีศักดิ์เป็นเชษฐภคินีแห่งตนทำเพียงย่อกายเพื่อแสดงความเคารพ ต่อสายเลือดแห่งขัตติยะอีกหนึ่งตนที่พึ่งปรากฎกาย เขาทำเพียงยกมือปรามเป็นเชิงห้าม ก่อนเดินตรงไปหาญาติผู้พี่ที่อยู่ด้านในอุทยานหลวงทันที ลลินพรตถอดผ้าปิดตาออกเพื่อทอดเนตรดูว่าใครคือผู้มาขัดขวางความสุขของตน แต่ก็มิวายคว้าเอวบางของกินรีทั้งสองนางเข้ามาแนบชิดกาย 

“นึกว่าผู้ใด ที่แท้ก็เป็นญาติผู้น้องของข้านี่เอง” 

หากมินับรูปร่างสูงโปร่งไล่เลี่ยกันระหว่างสองพี่น้อง ใบหน้าทั้งสองต่างก็มีความหล่อเหลาคนละแบบ ลลินพรตนั้นมีมาดเจ้าชู้และเย้ายวนเสียมากกว่า เมื่อเปรียบกับอนิลแล้ว เขามีความขี้เล่นและดูร่าเริงกว่าญาติผู้พี่เป็นไหนๆ แต่ที่แสดงออกชัดเจนในสายตาวาบหวามยามจ้องสตรีงามสักนางเห็นทีจะเป็นสายตาโลมเลียของลลินพรตกระมัง ที่สามารถปลุกเร้าใจสาวให้ร้อนเร่าได้เสียมากกว่า 

“ขออภัยด้วยเสด็จพี่ ข้ามาผิดเวลาเสียจริง” 

“ช่างเถิด...” ลลินพรตยกแขนทั้งสองข้างโอบเอวสตรีงามทั้งสองเข้ามาแนบชิดมากกว่าเดิม นั่นทำให้อนิลมองภาพเบื้องหน้าพร้อมทั้งเผยรอยยิ้มออกมาเสียมิได้ เขามิได้อิจฉาอันใดในญาติผู้พี่แม้แต่น้อย แต่หากเมื่อมองเพียงปราดเดียว เขากลับพบว่าเกล็ดมณีนาคีงดงามกว่ากินรีทั้งสองนางหลายเท่าตัว จนทำให้เขาหลุดขำขันออกมาเมื่อคิดถึงดวงหน้าสะครานของนาคีที่ตนพึ่งพานพบ “เจ้าขำสิ่งใดกันเล่า” 

“เปล่าพะยะค่ะ หม่อมฉันแค่คิดว่าการได้มีคู่ครองเป็นสตรีที่แสนงดงามเช่นเสด็จพี่ คงมีความสุขมิใช่น้อย” 

“เจ้าตาถึงมากน้องข้า...” เมื่อกล่าวถึงเรื่องการได้ครอบครองสตรีงาม ลลินพรตมักจะรู้สึกภูมิใจอย่างหาที่เปรียบมิได้ จนทำให้อนิลจำเป็นต้องคล้อยตามเขาไป “พวกเจ้าทั้งสองกลับวิมานไปก่อนเถิด” 

ร่างอรชรย่อตัวลงเพื่อบอกลา ก่อนลลินพรตจัดเครื่องแต่งกายของตนให้เข้าที่ พลันออกเดินนำอนิลไปในอุทยานหลวง ที่เต็มไปด้วยดอกไม้นาพรรณ ที่พระมเหสีแห่งฉิมพลีเป็นผู้เลือกเฟ้นมาปลูกเองกับมือ ยามเย็นเช่นนี้หากเป็นเมื่อก่อน อนิลจำเป็นต้องนั่งสนทนาเรื่องการบริหารพลทหารกับวิสุระผู้เป็นบิดา ถึงแม้พระองค์จะทรงประชวรอยู่บ่อยครั้ง แต่เรื่องสติปัญญาอันชาญฉลาดนับว่าหาตัวจับยากเลยทีเดียว 

“ไยเจ้ามิเสกสมรสสักคราเล่าน้องพี่” 

“โธ่!! เสด็จพี่ ข้ายังมิพบนางที่หมายปอง” 

“ยังมิพบหรือ” ลลินพรตทวนคำอย่างมิอยากเชื่อหูตัวเอง 

สิ้นคำของลลินพรต ก็ทำให้อนิลหวนนึกในใจถึงนาคีที่งามดังเทพธิดาที่ตนพึ่งพานพบเมื่อไม่นานมานี้ ทั้งใบหน้าเรียบเฉยทระนง แล้วไหนจักสำเนียงหวานปานเสียงขับขานของวิหคสวรรค์ อีกทั้งกิริยาท่าทางที่แสนโสภานั้นอีก ยิ่งคิดเจ้าตัวจึงหลุดเผยรอยยิ้มด้วยความซุกซนโดยมิตั้งใจ จนญาติผู้พี่ของเขาถึงกับสงสัยในทีท่าแปลกประหลาดเช่นนี้ 

รูปลักษณ์ของเกล็ดมณีที่ปรากฏในห้วงความคิดทำให้เขารู้สึกเหมือนต้องมนตร์เสน่หา เขามิเคยพบสตรีนางใด ที่ทำให้ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นเช่นนี้มาก่อน จะว่าหลงใหลนางมากเพียงใด เขาสามารถกล่าวได้เลย ว่าเมื่อครั้นเห็นนางครั้งแรก ปีกที่อยู่ด้านหลังของเขาทั้งสองข้างพลันหมดเรี่ยวแรง และอยากร่วงหล่นจากกลางเวหาหาว ลงสู่ผืนปฐพีเบื้องล่างเสียให้ได้ หากแต่ถ้าเป็นเช่นนั้นจริง เขาคงถูกมองว่าเป็นบุรุษเหยาะแหยะมิสมชาตรีเป็นแน่ 

“เจ้ายิ้มแบบนี้ ทำข้าสงสัยแล้วนะ” 

“ไม่มีอะไรพะยะค่ะเสด็จพี่” ถึงจะพยายามหุบยิ้มเพียงใด แต่เขาก็มิอาจกระทำได้ 

“นางเป็นสตรีแห่งดินแดนใด ไหนเจ้าเล่าให้ข้าฟังทีซิ” 

“โธ่!! ข้าบอกแล้วไง ว่ามิมีสิ่งใด” 

“เจ้าปกปิดข้ามิได้หรอก...” ลลินพรตหันไปจับเท็จญาติผู้น้องของตน ก่อนรีบใช้วงแขนแกร่งโอบคอเขาไว้เพื่อมิให้เบี่ยงเบนประเด็นที่ตนกำลังสงสัย “จะเล่าดีๆ หรือต้องให้ข้าจับเจ้าโยนลงสีทันดรเสียก่อน” 

“ท่านอยากฟังจริงๆ หรือ” 

“แน่นอนสิ” 

“ถ้าเช่นนั้นท่านปล่อยข้าได้แล้ว...” ลลินพรตคลายวงแขนออก เขาทะยานขึ้นสู่กลางเวหาแล้วทิ้งกายนั่งลงบนกิ่งไม้ต้นหนึ่ง อนิลส่ายหน้าในความเอาแต่ใจของญาติผู้พี่ จึงทะยานขึ้นไปนั่งเคียงข้างเขาอย่างว่าง่าย “ท่านพร้อมหรือยัง” 

“อย่ามากความน่า รีบๆ เล่ามาเถิด” 

“ข้าพบนางในหิมพานต์” 

“หิมพานต์หรือ...” ลลินพรตหันมาสนใจในทันทีจนขัดจังหวะการเล่า 

“ใจเย็นเสด็จพี่ เดิมทีนางมิใช่ชาวหิมพานต์แต่แรก นางเป็นนาคีน่ะพะยะค่ะ” 

“นาคี...” ลลินพรตทำท่าพิเคราะห์ “ข้ามิเห็นรู้มาก่อน ว่าท่ามกลางหิมพานต์ มีนาคีที่งดงามเช่นนั้นอาศัยอยู่ด้วย” 

“ข้าเองก็พึ่งพบนางนี่ล่ะ ตลอดหลายร้อยปีที่ข้าเที่ยวบินเล่นกลางเวหาเหนือป่าหิมพานต์ ข้ามิเคยพบนางมาก่อนเลย แต่ครานี้ ข้าว่าเป็นโชคชะตากระมัง” 

“ไยเจ้าจึงคิดเช่นนั้นเล่า” ลลินพรตกลั้วเสียงหัวเราะในลำคอ ด้วยคิดว่าเรื่องที่ญาติผู้น้องของเขาที่เล่ามาเป็นเรื่องเพ้อเจ้อทั้งเพ 

“ข้าพบสระบัวสุวรรณพรรณรายโดยบังเอิญ ข้าจึงหมายเก็บบัวเหล่านั้นไปถวายพระจุฬามณีที่ดาวดึงส์ แต่ที่ไหนได้ นางกำลังนั่งบำเพ็ญเพียรอยู่ในดอกบัว นางจึงปรากฏกายต่อหน้าข้าแล้วเอ็ดข้ามิต่างจากว่าข้าเป็นเด็กน้อยในอาณัติของนาง” 

ลักษณะการเล่าของอนิลช่างดูเหมือนเด็กเพ้อฝันก็มิปาน ลลินพรตเลิกคิ้วมองเขาอย่างมิอยากเชื่อสายตา ทุกคำพูดของญาติผู้น้องที่กล่าวมา เขาพยายามคิดพิเคราะห์หาสระบัวสุวรรณพรรณรายดังกล่าว นั่นเพราะเขาเองก็มิใช่มิเคยโบยบินผ่านหิมพานต์เขตขัณฑ์ แต่เขาเองก็มิเคยพบสระบัวที่ว่าแห่งนั้นเลยแม้เพียงคราเดียว 

“ข้าเคยโบยบินไปอโนดาตอยู่บ้าง แต่ไยข้ามิเคยพบสระบัวดังเจ้าว่า” 

“ข้าถึงได้บอกเสด็จพี่อย่างไรเล่า...” ใบหน้าที่ฉายแววมีความสุขนี้ มิต่างจากหนุ่มแรกรุ่นที่พึ่งพบรัก “ว่ามันเป็นเรื่องของโชคชะตา ระหว่างข้ากับนาง” 

“เจ้านี่เพ้อเจ้อเสียจริง” 

“ข้าพูดจริงนะเสด็จพี่...” อนิลหันมาเอ่ยกับลลินพรตด้วยสีหน้าจริงจัง “ท่านเคยบอกข้าว่า มิมีสตรีใดงามกว่าเหล่าเทพอัปสรบนสวรรค์ แม้แต่กินรีทั้งสองของท่านก็ยังเทียบมิติดกับเทพอัปสรเหล่านั้น ข้าว่านาคีนางนี้นี่แหละที่งดงามกว่าเทพอัปสรเหล่านั้นที่ท่านว่า” 

“เจ้าเคยเห็นเทพอัปสรแล้วหรือ...” ลลินพรตเลิกคิ้วถามญาติผู้น้อง แต่สิ่งที่ได้รับกลับเป็นรอยยิ้มทะเล้นที่มาพร้อมการส่ายหน้าไปมา “อ้าว!! แล้วไยเจ้าจักเทียบกันได้เล่า” 

“ข้าพึงใจนาง และข้ามั่นใจว่าหากท่านได้พบนาง ท่านก็ต้องพึงใจนางเช่นกัน” 

“ถ้าเช่นนั้น...” ลลินพรตลุกขึ้นหยัดกายตรง กลายร่างเป็นครุฑเจ้าของเรือนขนสีแดงชาดปลายขนเป็นสีอำพันทองคำ ร่างนั้นสง่างามและน่าเกรงขาม ใบหน้าดุดันเจ้าของจะงอยปากคมก้มลงมองมาที่อนิลในทันที “ข้าชักอยากพบหน้านางบ้างแล้วสิ เราจักไปหิมพานต์กันบัดนี้” 

“เดี๋ยวก่อนเสด็จพี่...” ยังไม่ทันที่อนิลจะได้ปรามสิ่งใดออกมา ลลินพรตก็ทะยานไปกลางเวหาเสียแล้ว เขาเอาแต่ส่ายหน้าพร้อมกับยกมือขึ้นตีปากของตนเบาๆ ด้วยความหงุดหงิด “เจ้าช่างเขลานัก หากเสด็จพี่พึงใจนางขึ้นมาข้าจักทำเยี่ยงไรเล่า ปากเจ้านี่ช่างอยู่ไม่สุขเสียจริง” 

เขายืนตบปากตัวเองอีกสองสามครั้ง แล้วจึงจำแลงกายเป็นครุฑ ทะยานขึ้นกลางเวหาตามลลินพรตไปในทันที กลางเวหายามเย็นเช่นนี้ บรรยากาศเบื้องหน้ามิต่างจากแสงสุวรรณทาบสีชาดของพระสุริยาทิตย์อัสดง ลลินพรตทะยานสู่ป่าหิมพานต์โดยใช้เวลาเพียงชั่วอึดใจ เขากวาดสายตาคมกริบดุจเหยี่ยวมองหาสระบัวสุวรรณพรรณรายดังเช่นที่ญาติผู้น้องกล่าวอ้าง แต่เขากลับมิเห็นแม้เพียงสระสักสระที่มีกอบัวสุวรรณพรรณรายแม้เพียงดอกเดียว 

“ไหนล่ะ สระบัวที่เจ้าว่า” 

เมื่ออนิลบินมาถึง เขาจึงรีบไต่ถามทันควัน ด้วยในใจที่หมายยลสตรีงามที่อนิลเปรียบเปรยว่างามล้ำกว่าเทพอัปสร ในบัดนี้เขาต้องได้พบนางให้จงได้ มิเช่นนั้นคงมิไขความคาใจใคร่รู้ได้ 

“ข้า...” อนิลกวาดสายตาไปโดยรอบ เขาจำได้ดีว่าสถานที่ที่เขาพบสระบัวนั้น อยู่มิไกลจากสระอโนดาตไปทางทิศอีสาน แต่บัดนี้กลับมิปรากฏให้ได้เห็นแม้เพียงช่องว่างระหว่างเหล่าพฤกษา “ข้าจำได้ว่ามันอยู่แถวนี้” 

“เจ้ากล้าปดข้าหรือ” ในน้ำเสียงนั้นเจือด้วยความขุ่นข้องหมองใจอย่างเห็นได้ชัด 

“เปล่านะเสด็จพี่ ข้าพบนางจริงๆ” 

“หึ!! เจ้านี่มันขี้อิจฉาเสียจริง เห็นข้าได้ครองกินรีที่งามงด จึงอยากขัดขวางความสุขข้าหรือ” 

“เปล่าพะยะค่ะ...” 

“หุบปากของเจ้าซะ...” ลลินพรตตัดบท เขากางปีกออกกว้างแล้วบันดาลกระแสลมแรงหมายพัดอนิลให้ปลิดปลิวไปตามแรงโทสะ แต่อนิลก็รีบกางปีกออกรับแรงปะทะโดยร่างของเขามิไหวติงแม้เพียงน้อย จากความแข็งแกร่งที่อาจเทียบเท่าตน จึงทำให้ลลินพรตรู้สึกยิ่งมิพอใจเข้าไปใหญ่ “เจ้ากล้าท้าทายข้าเช่นนั้นหรือ” 

“ข้ามิกล้า” 

“หึ!! อย่ามาให้ข้าเห็นหน้าอีกจนกว่าข้าจะอารมณ์ดี” 

ก่อนโผบินจากไป ลลินพรตกระพือปีกแรงๆ อีกครั้งจนเกิดกระแสลมแรงไปจนทั่วทั้งผืนป่า ส่งผลให้เหล่าวิหคต่างๆ โบยบินออกจากรวงรังด้วยความตระหนก อนิลปล่อยให้ญาติผู้พี่ของตนจากไปแต่โดยง่าย ส่วนตนหันมาจับจ้องไปยังผืนป่าเบื้องล่างอย่างถี่ถ้วน แต่สิ่งที่ได้รับคงมีเพียงเหล่าแมกไม้นาพรรณที่ยืนต้นตระหง่าน มิต่างจากเสาร์หลักคอยค้ำจุนเหล่าสรรพสัตว์น้อยใหญ่ที่พึงพิงร่มเงาของมัน 

ข้ามิมีทางจำผิดแน่... 

อนิลยังคงโผบินไปโดยรอบเพื่อมองหาสระบัวสุวรรณพรรณรายแห่งนั้น แต่อย่างไรเขาก็หาไม่พบ ถึงจะพยายามสูดดมกลิ่นจากถุงหอมที่เขามอบมันให้เกล็ดมณีพกติดกายไว้ เขาก็มิอาจได้กลิ่นนั้นแม้เพียงน้อย นั่นยิ่งทำให้เขาแปลกใจมากขึ้นไปอีก จึงพลันคิดถึงเรื่องที่พบเข้ากับนาคีรับใช้ของเกล็ดมณี ที่เขาได้พบเจอยังลานสักการะพระจุฬามณีเจดีย์บนดาวดึงส์ขึ้นมา 

ขนาดนางแค่ตามรับใช้เกล็ดมณี กลิ่นหอมจากถุงหอมของของข้ายังติดกายนางมาจางๆ เป็นไปไม่ได้ที่กลิ่นนั้นจักหายไป... 

อนิลใช้เวลาโบยบินอยู่กลางเวหาแถบนั้นเป็นเวลานาน แต่เขาก็มิอาจพบสระบัวลึกลับ หรือได้กลิ่นจากถุงหอมนั้นอีก ยังไงราตรีนี้เขาก็มิอาจกลับไปที่ฉิมพลีได้แล้ว เขาจึงร่อนลงสู่กลางป่าหิมพานต์เพื่อหากิ่งไม้สักกิ่งพำนัก ขอเพียงได้พักพิงในป่าแถบนี้เพียงเพื่อฝันถึงนางก็น่าจะเพียงพอสำหรับครุฑไร้ซึ่งบิดรมารดาเยี่ยงเขา 

ข้ามิเหลือผู้ใดแล้วจริงๆ เกล็ดมณี... 

กิ่งพฤกษาต้นหนึ่ง ทอดยาวออกมาจากลำต้น มีขนาดใหญ่เพียงพอให้ร่างที่กลับคืนสู่บุรุษสามารถนอนพักพิงได้อย่างสบายอารมณ์ เสียงเจื้อยแจ้วของวิหคป่าคล้ายขับกล่อมให้เขานอนหลับสบายยามราตรีนี้ แต่หฤทัยของบุรุษเยี่ยงเขากลับหวนคิดถึงแต่เพียงดวงหน้างาม ของสตรีผู้ที่เขามอบถุงหอมแทนใจให้ติดกายไว้ 

“เจ้าอยู่ที่ใด” เป็นคำถามที่เปล่งออกมาโดยไร้ซึ่งคำตอบใด หากจะเป็นเสียงเจื้อยแจ้วนั้นของเหล่าปักษาก็หาได้ใช่คำตอบที่เขาต้องการไม่ 

เกล็ดมณี… 

____________________________ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ และโปรดอย่าปิดกั้นการมองเห็น 

สามารถแสดงความคิดเห็น หรือกดให้กำลังใจนักเขียน หรือตัวละครได้นะครับ 

#เกล็ดมณีนาคี #อนิลครุฑา 

. 

สำหรับใครที่อยากให้กำลังใจนักเขียน 

สามารกด "ดาว" และ "ดาว" และ "ดาว" เท่านั้น ให้ผมได้เลยน้า ...อิอิ... 

พอดียังไม่ได้ติดเหรียญน้า 

 

By. 

พงพี 

ความคิดเห็น