facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : LOOPTIE CHAPTER 17 :: [250%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รักวัยรุ่น

คนเข้าชมทั้งหมด : 99.4k

ความคิดเห็น : 343

ปรับปรุงล่าสุด : 19 พ.ค. 2559 12:40 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
LOOPTIE CHAPTER 17 :: [250%]
แบบอักษร
 
หล่อแต่มีเมียแล้ว...จากัวร์กล่าว
CHAPTER 17

“หวัดดีคนสวย”

 

จุ๊บ!

 

ยืนขำท่าทางของแฟนตัวเองอยู่ต้องสะดุ้งโหยงอย่างตกใจเมื่อมีผู้ชายนับสิบคนมาล้อมหน้าล้อมหลังพร้อมกับสัมผัสบริเวณซีกแก้มด้านขวาทำเอาหน้าชาไปหมดทั้งหน้า

 

 “เห้ย

 

ไอ้ผมแดงๆนั่นมันหอมแก้มฉัน!

 

พวกผู้ชายที่ล้อมฉันไว้อยู่ดูตกใจไม่น้อยเมื่อเห็นหน้ากันเต็มๆ คนที่หอมแก้มฉันถึงกับหน้าซีดเป็นไก่ต้ม ส่วนฉันอ้าปากพะงาบๆพูดอะไรไม่ออกมองหาจัวร์อย่างเดียว ส่วนคนที่ฉันมองหายืนอยู่ตรงขอบสระห้างจากฉันไม่ถึงเมตร เพราะว่าฉันเล่นน้ำติดขอบสระและใกล้จากัวร์มากพอเกิดเรื่องคนที่ฉันพึ่งได้ก็อยู่ใกล้ๆนี่เอง

 

“คนสวย พวกฉันไม่ได้ตั้งใจนะเว้ย  ไอ้ดิวคนเดียวเลยมึงแม่งไปหอมแก้มเค้ได้ไง” ผู้ชายใบหน้าหล่อระดับหนึ่งผมสั้นสีดำบอกฉันรัวเร็วมาก ส่วนฉันมองหน้าหมอนั่นสลับกับหน้าจากัวร์บนฝั่งที่คิ้วแทบจะผูกกันเป็นปมอยู่แล้ว

 

ตายแน่ๆ จากัวร์ต้องเห็นแน่ๆ

 

“มึงว่าไงนะ ใครหอมแก้มใคร” ผิดคลาดจากัวร์มองไม่ทันตอนที่ฉันโดนหอมแก้ม แต่เพราะปากไอ้บ้าตรงหน้าแท้ๆ

 

“เอ่อ”ผู้ชายทุกคนเริ่มออกห่างฉันเรื่อยๆ แต่ละคนเริ่มรนหาที่ขึ้นจากสระกันเจ้าละวันส่วนไอ้ที่ขโมยหอมแก้มฉันเร็วสุดขึ้นฝั่งไปแล้วและวิ่งหายออกไปจากบริเวณสระก่อนเพื่อน จากัวร์มองตามผู้ชายคนนั้นก่อนจะกดมือถือและชำเลืองมองฉันที่ปีนขึ้นจากสระไปหาเขาด้วยใบหน้าสลด

 

ตกใจจะบ้าตายอยู่แล้วยังจะต้องมาโดยจากัวร์อาระวาดอีก

 

“ใครหนีมึงเจ็บหนัก” ประโยคเดียวที่จากัวร์พูดจบ วัยรุ่นชายที่กำลังจะวิ่งหนีกันอยุดชะงักอยู่กับที่แต่ละคนหน้าซีดเป็นไก่ต้มไม่ต่างจากฉันที่เดินไปหาคนที่อารมณ์ร้อนอยู่ ก่อนจะโดนสายตาไม่สบอารมณ์พร้อมกับเสื้อคลุมที่เขายื่นให้ฉันรับมาและใส่ไว้อย่างรวดเร็ว

 

ไม่อยากเป็นศพพร้อมกับพวกนั้นหรอกนะ

 

เพราะรู้ว่าตัวเองเป็นฝ่ายผิดฉันเลยเกาะแขนจากัวร์ไว้อ้อนไปในตัว แต่คนที่โดนเกาะกลับหลับตาชังใส่ฉันก่อนจะพ่นประโยคแสนงอนใส่หน้าฉันเต็มๆ

 

“ฉันโครตเกลียดเธอเลยนีน่า”

 

“อยู่ๆพวกนั้นก็เข้ามา”ฉันก้มหน้าอธิบาย ไม่กล้าสบตาจากัวร์ตอนนี้เลยจริงๆ กลัวโดนลูกหลงอารมณ์เขาเอามากๆ จากที่หน้าบึ้งฉันกลับยิ้มออกมาเมื่อคนข้างๆหันมาหาทั้งตัวก่อนจะใช้นิ้วโป้งขี้แก้มฉันทั้งแก้ม เขาไม่พอใจก็ใช้หลังมือเช็ดแก้มทั้งสองข้างฉันออกด้วยอารมณ์ร้อนๆ

 

มันเจ็บนะแต่รู้สึกดีชะมัด

 

 

“จัดการพวกนี้เสร็จเธอจะโดนไม่ใช่น้อยนีน่า”จากัวร์บอกหลังจากที่ยุ่งกับแก้มฉันนานสองนาน ฉันเลยเงยหน้าขึ้นมายิ้มออดอ้อนให้เขาก่อนจะสังเกตเห็นวัยรุ่นกลุ่มนั้นกับเพื่อนของจากัวร์ที่มาถึงตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้

 

“จากัวร์จะทำอะไร”ฉันถามได้แค่นั้นก่อนจะเห็นพี่ปอร์เช่ลากคอไอ้คนที่ขโมยหอมแก้มฉันมาด้วย สภาพหมอนั่นดูสะบักสะบอมไม่ใช่น้อย คงจะปะทะกับพี่ปอร์เช่มาแน่ๆ

 

“กูถามมันเสือกโกหกเลยจัดมาก่อนเลย”พี่ปอร์เช่ว่า และผลักร่างผู้ชายคนนั้นไปรวมกับกลุ่มเพื่อน พอพวกนั้นรวมตัวกันครบเท่านั้นแหละเสียงสบถด่ากันดังจนปวดหัว

 

“กูบอกมึงแล้ว”

 

“ไอ้เหี้ยดิว สวยมั้ยละทีนี้”

 

“กูไม่รู้นี่หว่าว่าเมียพี่จากัวร์อ่ะ”

 

“รู้แล้วเป็นไงละ เหี้ยเอ้ย”

 

“หุบปากพวกมึงได้ละ ไอ้จากัวร์เอาไง” พี่ไวท์หันไปบอกกลุ่มวัยรุ่นในประโยคแรกประโยคต่อมาก็หันมาถามจากัวร์ที่ยืนกอดอกกัดฟันกรอดๆอยู่นานแล้ว ฉันยืนข้างๆยังได้ยินเสียงเลย

 

ไม่อยากจะคิดภาพเลยจริงๆว่าหมอนั่นจะโดนอะไร

 

“จากัวร์”ฉันเขย่าแขนเรียกเขา คนข้างๆกำมือแน่นฉันยิ่งกลัว นี่มันที่สาธารณะมีกล้องวงจรปิดด้วย ถึงคนในสระจะหายไปหมดแล้วแต่เชื่อเถอะถ้าข่าวถึงหูแม่ฉันมันต้องยุ่งแน่ๆ พอเขาไม่สนใจฉันฉันยิ่งเขย่าแขนเขาใหญ่จนในที่สุดคนที่อารมณ์ถึงขีดสุดยอมหันมามองหน้า

 

“อะไรวะ”

 

“อย่ารุนแรงนะ”ฉันบอกเสียงเบา แต่ตัวเองก็โดนหอมแก้มไงแต่ก็กลัวข่าวจะออกไปถึงหูแม่ ถึงพวกจากัวร์จะมีแค่เพื่อนสนิทเขาอย่างพี่เรม่อน พี่วิวส์ พี่ไวท์ และพี่ปอร์เช่ก็เถอะ มันก็ทะเลาะวิวาทอยู่ดี

 

“แล้วแก้มเธอมันของสาธารณะหรือไง”จากัวร์ตอกกลับจนฉันหน้าหงายฉันส่ายหน้าน้อยๆน้ำตาจะไหลความกลัวเข้าครอบงำจิตใจ ฉันกำลังกลัวมันเป็นเรื่องใหญ่ทั้งๆที่เรื่องแบบนี้เกิดขึ้นต่อหน้าฉันไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว จากัวร์ส่งเสียงจิจ๊ะในลำคอก่อนจะเดินไปลากคอเสื้อผู้ชายที่หอมแก้มฉันไปอีกทาง เป็นตรงพุ่มไม้หลบกล้องวงจรปิดพอดี

 

ฉันยืนอึ้งมาการกระทำของแฟนตัวเอง จากัวร์ยกมือห้ามไม่ให้ฉันเข้าไปใกล้ตรงนั้นพอฉันจะเข้าไปพี่วิวส์ก็จับแขนไว้

 

“พี่วิวส์จากัวร์อารมณ์ร้อน”ฉันบอกพี่วิวส์เสียงสั่น โรงแรมนี้ฉันรู้จักดีโรงแรมของเพื่อนสนิทแม่ฉัน แล้วแม่ก็กำลังหาเรื่องให้ฉันเลิกกับจากัวร์ด้วย อย่างที่บอกท่านรักฉันมากไม่อยากให้คบกับจากัวร์ตั้งแต่ไหนแต่ไร ถึงจากัวร์จะรวยแค่ไหนแต่บุคลิกนิสัยการใช้ชีวิตไม่ใช่สเปคแม่เลยสักนิด

 

“มันลากไปกระทืบหลบมุมอยู่น่านีน่า ทีหลังจะทำอะไรก็ระวังตัวเองด้วยก็รู้อยู่ว่าไอ้จากัวร์มันไม่ชอบให้ใครถูกตัวเธอ” พี่วิวส์บอก ฉันเลยพยักหน้ารับได้ยินเสียงร้องโอดโอยกับเสียงฝ่าเท้าดังอยู่นานก่อนจะเงียบลงและร่างสูงของจากัวร์เดินออกมาจากพุ่มไม้นั่น ไม่เห็นผู้ชายที่จากัวร์ลากเข้าไปคงจะหนักเอาการอยู่เหมือนกันฉันคิดแบบนั้น

 

จากัวร์เดินผ่านหน้าฉันกับพี่วิวส์ไปยังกลุ่มวัยรุ่นที่หลือ พวกนั้นก้มหน้าก้มตาอย่างเดียว

 

“เวลาจะเหี้ยดูด้วยว่าผู้หญิงเค้ามีผัวรึยัง อย่าสักแต่จะเอาๆเดี๋ยวมึงจะเละกว่านี้”เท่านั้นแหละเขาก็เดินมาจูงแขนฉันออกจากพี่วิวส์ตรงไปหาพี่ปอร์เช่หยุดอยู่ตรงหน้าพี่เรม่อน

 

“ขอบใจวะที่ลากมันมาให้”

 

“เออ กูเข้าใจสองทุ่มเก็บของให้ทันแล้วกัน”พี่ปอร์เช่ตบบ่าจากัวร์และยิ้มเย็นๆให้ฉัน เชื่อเถอะน่าจะเป็นรอยยิ้มที่ดีที่สุดแล้วของผู้ชายคนนี้

 

“ทีแรกว่าจะอยู่ต่ออีกคืน แต่อารมณ์เสียวะกลับพร้อมกันนี่แหละ” คำว่าอารมณ์เสียหันมาพูดใส่ฉันเสียงดังกว่าปกติ ฉันอยากจะร้องไห้จริงๆทั้งหนาวกายทั้งหนาวไปถึงขั้วหัวใจแล้วตอนนี้

 

 

 

จากัวร์ไม่คุยกับฉันตามสเต็ป อีหรอบเดิมงอนโกรธเป็นเหี้ยอะไรก็ไม่คิดจะพูดเหมือนเดิม เราออกมาจากชานเมืองนานพอสมควรฉันหลับไปตื่นหนึ่งแล้วใกล้จะถึงบ้านแล้วด้วยจากัวร์ก็ยังไม่ยอมคุยกับฉันเอาแต่ขับรถเปิดเพลงฮิปฮอปเสียงดังๆเหมือนจะกันเสียงฉันไม่ให้พูดด้วยตั้งแต่ขึ้นรถมาคลอเคลียนัวเนียขนาดไหนก็ไม่ยอมพูดด้วย

 

จนเลี้ยวเข้าบ้านแม่เขาตอนนี้เขาก็ยังไม่คิดจะบอกด้วยซ้ำว่าจะค้างที่นี่

 

พอถึงก็ลงจากรถเดินนำเข้าบ้านไม่พูดไม่จา เดินขึ้นบันไดไปไม่สนใจฉันด้วยซ้ำว่าจะขึ้นไปด้วยหรือป่าวแต่เพราะฉันทั้งง่วงทั้งเหนื่อยจากการเดินทางอยากอาบน้ำนอนเต็มแก่เลยเดินตามเขาขึ้นไป แม่จากัวร์ไม่อยู่บ้านสินะถึงได้พาฉันมานอนค้างที่นี้ ถ้าแม่เขาอยู่จะไม่ค่อยมาบ่อยหรอก

 

พอเปิดประตูเข้าห้องมาเสื้อผ้าจากัวร์ก็หล่นเต็มพื้นเป็นฉันที่ต้องเก็บตั้งแต่เสื้อยันบ็อกเซอร์ของคนเอาแต่ใจที่ถอดทิ้งเรี่ยราดเต็มพื้นก่อนหน้าฉันไม่ถึงนาทีไปใส่ในตะกร้า ฉันวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะข้างเตียงนั่งรอจากัวร์อาบน้ำหาอะไรเล่นไปพลางๆโดยการหยิบมือถือจากัวร์ขึ้นมาถ่ายรูปตัวเองและตั้งเป็นภาพพักหน้าจอเสียเลย

 

อยากแกล้งอ่ะลองลบดูสิฉันอาระวาดแน่

 

“หอมจัง”พูดลอยๆออกมาเมื่อได้กลิ่นครีมอาบน้ำประจำตัวของจากัวร์ลอยมาแตะจมูก ร่างกายฉันเดินไปตามกลิ่นนั้นถึงที่มาของกลิ่นที่ยืนเช็ดผมอยู่หน้าประตูฉันก็อดกอดเขาไม่ได้ กอดทั้งๆที่น้ำยังติดตามตัวเขาอยู่กอดทั้งๆที่ใส่แค่ผ้าขนหนูผืนเดียวนี่แหละ

 

“อย่ากอด โว้ยอย่าเอาจมูกเธอลากไปทั่วดิวะ”เขาโวยวายละแต่คลอเคลียหน่อยทำเป็นเล่นตัวฉันเงยหน้าจากอกจากัวร์มองหน้าเขาอย่างตัดพ้อทั้งที่ไม่ได้รู้สึกแบบเดียวกับที่แสดงสีหน้าก่อนจะซบหน้าลงไปใหม่ไม่สนใจสีหน้าบอกบุญไม่รับของเขาหรอกบอกเลย

 

“ก็จะกอด จะหอม”ฉันบอกอย่างเอาแต่ใจนี่คือการง้อไปในตัวด้วยเลย จำไม่ได้แล้วว่าวันนี้ง้อหมอนี่ไปกี่รอบแล้ว

 

“รำคาญ”จากัวร์บอกกลับมาเสียงหวน และดันหน้าผากฉันออกจากอกตัวเองแต่เสียใจฉันไม่สะทกสะท้านกับคำพูดเขาด้วยซ้ำตรงกันข้ามยิ่งผลักไสฉันยิ่งเข้าใกล้ เอาหัวถูตัวจากัวร์เลย “นีน่ายัยบ้านี่”

 

“ก็นายไม่อยากคุยกับฉันตั้งแต่แรกทำไมละ”ฉันบอกเสียงเบา เงยหน้าทำตาปริบๆให้จากัวร์ด้วยรู้สึกชื้นๆที่ใบหน้าคงเพราะหยดน้ำที่ยังเกาะอยู่บนตัวเขาแน่ๆ

 

“เอ้า ไปอาบน้ำไป เหนื่อย!”เขาบอกและดันฉันออกอย่างง่ายดาย ฉันยังยืนมองหน้าจากัวร์อยู่ที่เดิมเพิ่มเติมคือจับมือเย็นๆของเขาขึ้นมาทาบแก้มตัวเอง คนตรงหน้าเลิกคิ้วเป็นเชิงถามก่อนที่ฉันจะจูบลงบนฝ่ามือข้างนั้นของเขา จากัวร์ถึงกับชักมือกลับแต่ฉันไวกว่าจับมือเขามาทาบแก้มข้างที่โดนใครไม่รู้หอมแก้ม

 

“ยัยบ้านี่เล่นไม้นี้อีกแล้ววะ”คนตัวโตบ่นทั้งที่มืออีกข้างหนึ่งเช็ดผมตัวเองอยู่ ฉันยิ้มเจ้าเล่ห์ให้เลยโดนจูบหน้าผากหนักๆติดต่อกันสามทีก่อนที่อุ้มฉันตัวลอยขึ้นจากพื้นมาส่งที่หน้าห้องน้ำ “อาบน้ำก่อนอยากลวนลามตรงไหนจะยอมหมดเลยโอเคมั้ย”

 

“พูดจริงป่าว?”ฉันเอียงคอถามอย่างน่ารักจากัวร์เลยขำออกมา

 

“ฉันเคยโกหกหรอนีน่า”

 

“ประจำ!

 

“ง่วงจะตายอยู่แล้ว”

 

“อาบก็ได้อาบแล้วหอมด้วยนะ”

 

“รู้แล้ว”

 

ฉันใช้เวลาอาบน้ำไม่นาน มาติดตรงที่สระผมใหม่เลยต้องเสียเวลานั่งเป่าผมให้แห้งก่อนจากัวร์ก็นอนอยู่บนเตียงเล่นเกมอยู่ยังไม่นอนด้วยซำแล้วบอกว่าเหนื่อย มันเป็นข้ออ้างชัดๆฉันเหลือบไปมองนาฬิกาก็เที่ยงคืนไปแล้วด้วยดีที่พรุ่งนี้ไม่มีเรียนเลยไม่กังวล แต่เซ็งตรงต้องมานั่งเป่าผมนานหลายนาทีนี่แหละ

 

“โอ้ยหงุดหงิดแล้วนะ”

 

“เบาหวานขึ้นรึไง”จากัวร์ตอบกลับมาฉันเลยหันไปค้อนให้

 

“เบาหวานบ้านป้านายสิ”

 

 ฉันแค่บ่นกับตัวเองเสียงดัง ไม่ได้จะขอให้จากัวร์ช่วยเลยจริงเพราะแค่ลำพังขับรถกว่าจะมาถึงก็คงจะเหนื่อยเอาการอยู่แล้วฉันแค่บ่นเฉยๆได้ยินม่ะบ่นทั้งๆที่มันไม่ได้ทำให้ผมแห้งเร็วขึ้นเนี่ยแหละ

 

สุดท้ายฉัน็ทนไม่ไหวไม่เป่าผมแล้วเก็บไดร์เข้าที่ก็ขึ้นเตียงไปหาจากัวร์เลย ฉันคลานเข้าไปใต้แขนเขาโผล่อยู่ตรงรักแร้คนตัวโตพอดี แกล้งสะบัดผมที่เปียกหมาดๆใส่หน้าเขาด้วย

 

“ผมไม่แห้งนีน่า”จากัวร์วางมือถือฉันลงข้างตัวก่อนจะจับผมฉันขึ้นไปดมแล้วบ่นให้

 

“ขี้เกียจแล้ว”ฉันบอกและเอาแก้มขึ้นไปคลอเคลียจมูกจากัวร์แทน สัมผัสที่แก้มทำเอาหน้าร้อนไปทั้งหน้า ฉันแค่จะลบสัมผัสพวกนั้นออกไปจากแก้มตัวเองเท่านั้น

 

“ทีหลังหัดระวังตัวบ้างไม่ชอบให้ใครโดนตัวแต่ไม่คิดจะหวงตัว”จากัวร์บ่นพึมพำกับแก้มฉันแต่ก็ยอมจูบแก้มซ้ำๆให้ระหว่างจูบเขากัดแก้มไปหลายทีจนต้องทุบอกเขาคืน

 

“พอแล้ว”ฉันดิ้นออกจากอ้อมกอดจากัวร์เมื่อมันชักจะนานเกินไปแล้วจากัวร์จูบแก้มฉันเป็นชั่วโมงได้ทั้งกัดทั้งหอมจนฉันเคลิ้มหลับและต้องตื่นเพราะสะดุ้งเมื่อฟันเขากัดเข้าที่แก้มเบาๆเหมือนแกล้ง

 

“พอตอนอยากให้หอมน่ะยื่นแก้มให้! พอพอใจก็ผลักไสอ้วนแล้วยังใจดำอีก”ดูเอาเถอะ ฉันเหลือบไปมองนาฬิกาก็ตีหนึ่งแล้วด้วย เรานอนกอดกันตอนไปไม่รู้สิ เดี๋ยวนี้ฉันมักไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำว่าตัวเองทำอะไรไปบ้าง

 

รู้ตัวอีกทีฉันก็โดนลวนลามแล้ว ฝ่ามือจากัวร์คว้าหมับเข้าที่หน้าอกหน้าใจทั้งสองข้าง ร่างเขาคร่อมอยู่บนร่างฉันตั้งแต่ตอนไหนไม่รู้ รู้ตัวก็ตอนที่มือหนาขย้ำหน้าอกแกล้งให้ฉันตาโตนี่แหละ

 

“ฉันง่วงนอน”เพราะรู้จุดประสงค์ฉันถึงได้เลี่ยง พยายามดึงมือหนาออกแต่ไม่เป็นผลจากัวร์หน้ามึนใช้ปากดึงชายเสื้อให้ขึ้นเหนืออกอย่างชำนานก่อนที่เขาจะก้มมาหาเสียงมือถือของฉันก็ดังขึ้นมาซะก่อน

 

Rrrrrrrrrrrr

 

“เอาโทรศัพท์มาให้หน่อย”ฉันได้โอกาสสั่ง และแกะมือหน้าออกจากหน้าอกตัวเอง จากัวร์ครางจิ๊จ๊ะก่อนจะหยิบมือถือฉันขึ้นมาดูและทำหน้าตาบอกบุญไม่รับมาให้ ก่อนที่เขาจะล้มตัวนอนลงข้างๆอย่างหมดอาลัยตายอยาก

 

รู้เลยว่าใครโทรมา

 

“แม่”บอกพลางยื่นมือถือให้ฉัน ก่อนจะเปลี่ยนมานอนกอดเอวไว้แทน ฉันกดรับสายทันทีท่านโทรมาดึกขนาดนี้ต้องมีเรื่องด่วนแน่ๆ

 

“ค่ะแม่”ฉันกรอกเสียงสดใสลงไปในสปีกเกอร์โฟน เหลือบมองจากัวร์ที่หายใจแรงๆอยู่ข้างๆ

 

(นีน่าหนูอยู่ไหน แม่อยู่ที่คอนโดแต่ไม่เจอหนู)

 

ซวยละ!

ฉันออกมาจากคอนโดจากัวร์ในตอนเช้าหลังจากที่รับสายแม่เมื่อคืนก็มีปากเสียงกันนิดหน่อยจากัวร์กับแม่ฉันไม่ค่อยกินเส้นกันด้วยพอบอกว่าจะไปนอนที่บ้านกับแม่สามวันคนเอาแต่ใจก็ไม่ยอมท่าเดียว พอฉันยืนยันว่าต้องไปก็โดนเงียบใส่ตามระเบียบ

 

ตอนนี้จากัวร์มาส่งที่บ้านพอจอดรถได้ร่างสูงก็หันมาหาทั้งตัวไม่ยอมให้ฉันปลดเข็มขัดนิรภัยออกจากรถด้วย

 

“จากัวร์แม่รออยู่”ฉันบอกคนตรงหน้าที่หน้านิ่วคิ้วขมวดกดดันฉันอยู่ จากัวร์ฮึดฮัดใส่ก่อนจะปลดเข็มขัดนิรภัยออกให้และยกร่างฉันลอยไปนั่งอยู่บนตักเขาตรงที่นั่งคนขับ ด้วยความที่ฉันไม่ทันตั้งตัวก็โดนกอดไว้ทั้งตัวแล้วเอาคางมาเกยไว้ที่ไหล่ก่อนจะกระซิบบอก

 

“ฉันเบื่อแม่เธอจริงๆนีน่า”ดูมันพูดเถอะ ฉันดันไหล่จากัวร์ออกก่อนจะมองหน้าเขานิ่งๆ “แล้วเธอทำไมไม่บอกแม่ไปวะว่าอยู่กับฉันแล้ว”จากัวร์พูดจบก็จะกอดอีกแต่ฉันไม่ยอมให้กอดทั้งนั้นแหละ พูดจาไม่เข้าหูอีกแล้วด้วยเราพูดเรื่องนี้กันหลายรอบแล้ว

 

“นายพูดง่ายๆนะจากัวร์ฉันก็ลูกมีพ่อมีแม่นะ”

 

“เออ ก็มีพ่อมีแม่แล้วทำไมวะ”

 

“แล้วมีพ่อแม่ที่ไหนยอมให้ลูกไปอยู่กินกับผู้ชายบ้าง”ฉันเบื่อจะพูดคำนี้รอบที่ล้านแล้ว ไม่ได้อยากมีปากเสียงกันเพราะเรื่องนี้อีก จากัวร์ชอบถามว่าทำไมไม่บอกความจริงแม่ว่าฉันไปอยู่กับเขาแล้ว แต่เพราะแม่รักฉันมากไม่อยากทำให้ท่านเสียใจมากไปกว่านี้แค่ฉันคบกับจากัวร์แม่ก็ผิดหวังมากพอแล้ว

 

” เงียบไงพอแทงใจดำก็เงียบตลอด

 

“ทำตัวดีๆน่ะเป็นมั้ย แม่แอนตี้นายขนาดไหนก็รู้ๆอยู่” เพราะฉันตามใจจากัวร์มากกว่าแม่ตัวเองฉันถึงได้รู้สึกไม่ดีตลอดเวลาที่ท่านถามว่าคบกับจากัวร์ได้ลูกหลงมั้ย โอเคหรือป่าว มันอธิบายความรู้สึกตัวเองไม่ได้จริงๆ

 

หน่วงชะมัด

 

”จากัวร์แค่ขมวดคิ้วเอาแต่เงียบ ส่วนฉันเบื่อความเงียบจนทนไม่ไหวเลยประคองใบหน้าคนที่หน้าบึ้งเพราะโดนว่ามาจ้องตากัน แววตาของจากัวร์ฉันอ่านไม่ออกหรอกว่าเขาคิดอะไรแต่ถ้าไม่จูบก็คงไม่พูดแน่ๆ

 

“ให้เวลาแม่หน่อย ฉันพูดแบบนี้ทั้งกับแม่และกับนาย”ยิ่งฉันพูดเขายิ่งขมวดคิ้วหนักขึ้น พอจะเอามือออกจากัวร์กลับไม่ยอมเขาจับมือฉันไว้แนบแก้มตามเดิม ดวงตาสีดำสนิทดูสลดลงเล็กน้อย

 

“แล้วใครจะทำกับข้าวให้ฉันกิน”จากัวร์พูดเสียงเบา เขาเบะปากอย่างน่ารักเหมือนเด็กกำลังงอแงอยากได้อะไรซักอย่างอยู่ ฉันพยักหน้าและประคองหน้าเขามาใกล้กว่าเดิมก่อนจะจูบปากที่เบะอย่างน่ารักแรงๆจนร่างสูงผงะหน้าออกห่าง

 

ขำกับอาการตกใจแบบโอเวอร์ของหมอนี่จริงๆ

 

“นายก็มากินที่นี่ ไม่งั้นตอนไปเรียนจะเอาไปให้โอเคมั้ย”ฉันตะล่อม และกอดคอเขาอย่างออดอ้อนยิ้มนำทัพไปก่อนคนที่หน้าบึ้งอยู่กรอกตาคิดก่อนจะพยักหน้ารับในที่สุด

 

น่ารัก

 

“เธอต้องไปหาฉันวันละสามเวลา ถ้าฉันโมโหหิวขึ้นมานะคอยดูเถอะ!

 

“ฉันรู้แล้ว ไปนะแม่คงรอแล้วอ่ะเข้าไปหาแม่ก่อนมั้ย”ฉันบอกเขาพลางจัดเสื้อนักศึกษาของจากัวรร์ที่ยับนิดๆเพราะฉันนั่งตักเขาอยู่ จากัวร์มีเรียนเช้าแต่เชื่อเถอะหมอนี่ไม่เข้าเรียนอีกตามเคย

 

“ถ้าไปแม่เธอก็รู้ดิว่านอนกับฉันมาน่ะ ให้ไปมั้ยละ”จากัวร์พูดจบก็ทำท่าจะยกฉันขึ้นจากตักและลงรถไปหาแม่แต่ฉันห้ามเขาไว้ก่อน ก็จริงเมื่อคืนบอกแม่ว่ามีรายงานเลยค้างบ้านเพื่อนให้ลีน่าโกหกช่วยด้วย ถ้ารู้ว่าจากัวร์มาส่งคงเป็นเรื่องอีก

 

“มีอะไรก็โทรมาแล้วกัน”ฉันบอกประโยคสุดท้ายก่อนจะจูบคางจากัวร์อย่างเอาใจ จะไม่ให้เอาใจได้ไงละเหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาซะที่ไหนละ

 

“เธอไม่มีเรียนไปหาฉันที่คลับซิกแซกด้วย”

 

“อื้ม  ไปนะห้ามตีกันละ”

 

ฉันลงจากรถจากัวร์ในที่สุด เดินเข้าบ้านหลังใหญ่ที่ไม่ได้มาเหยียบนานหลายเดือนตั้งแต่แม่กลับไปทำงานตามปกติ รถจากัวร์ขับออกไปด้วยความเร็วที่เราจูบกันในรถแม่บ้านที่ออกมารับหน้าบ้านไม่เห็นเพราะรถคันใหม่จากัวร์ติดฟิมล์ทึบทั้งคันมองจากข้างในเท่านั้นถึงจะมองเห็นข้างนอก ข้างนอกมองยังไงก็ไม่เห็นมันดีตรงนี้

 

ฉันเดินเข้าบ้านมาแม่และลีน่านั่งรอทานข้าวอยู่ก่อนแล้วเลยยกมือไหว้และเข้าไปกอดท่านก่อนจะเดินไปนั่งฝั่งตรงข้ามกับลีน่าและยิ้มนำทัพไปก่อนทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

 

ฉันแค่ไปนอนบ้านเพื่อนมาไม่ได้ผิดอะไร

 

“วันนี้ว่างมั้ยจ๊ะไปช็อปปิ้งเป็นเพื่อนแม่หน่อยนะนีน่าลีน่า”

 

“หนูว่างค่ะแม่แต่แม่จ่ายนะ”ลีน่าตอบกลับทันทีที่แม่เอ่ยจบ ฉันยิ้มแหย่ๆให้ท่านก่อนจะเดินอ้อมไปกอดร่างท้วมของแม่อย่างเอาใจ

 

“หนูว่างแค่ตอนเช้าไปตอนเช้ากันนะคะแม่ขา”

 

“ได้จ๊ะ แล้วแฟนหนูไปไหนเลิกกันแล้วใช่มั้ย” ผู้หญิงวัย50ต้นๆถามทำเอาสะอึกจนพูดไม่ออกกันเลยทีเดียวนึกว่าจะลืมจากัวร์ไปแล้วเสียอีก ฉันส่ายหน้าให้แม่ท่านเลยถอนหายใจออกมาแรงๆจนต้องกอดแน่นๆเพื่อนอ้อนต่อ

 

“นีน่านะนีน่าแม่ไม่เข้าใจหนูเลยจริงๆผู้ชายที่ดีกว่าหมอนั่นมีเยอะแยะ”

 

“แม่อ่ะ จากัวร์แค่มีเรื่องตามแบบวัยรุ่นนอกนั้นก็ดีแล้วค่ะแม่”ฉันพยายามจะให้ทั้งสองคนคุยกันดีๆหรือให้แม่มองจากัวร์ดีๆบ้างแต่ไอ้ตัวปัญหาก็ขยันมีเรื่องซะเหลือเกิน

 

“พี่จากัวร์นิสัยดี”ลีน่าเสริมให้ ฉันเลยหันไปยิ้มหวานให้พี่สาว แม่หันมามองหน้าฉันก่อนจะมองอย่างใช้ความคิด

 

“หนูรู้ใช่มั้ยนีน่าแม่จะไม่ยกหนูให้ใครทั้งนั้นถ้าผู้ชายคนนั้นไม่ดีพอสำหรับลูกของแม่ทั้งสองคน”

 

“แม่อ่ะ หนูยังโสดนะ”ลีน่าประท้วงส่วนฉันก็พยักหน้างึกๆยอมรับชะตากรรมตัวเอง ถึงจากัวร์จะดูโหดห่ามยังไงแต่สำหรับฉันก็แค่ผู้ชายทั่วไปปกติไม่ได้แปลกจากคนอื่นเท่าไหร่

 

“ติดยาหรือป่าวก็ไม่รู้ แม่ละไม่ไว้ใจเลยจริงๆ”แม่ว่า พลางสะบัดตัวออกจากฉันอย่างแสนงอน ด้วยความที่เดี๋ยวนี้ฉันหน้ามึนขึ้นเยอะเลยกอดท่านไว้ไม่ยอมปล่อย หอมแก้มฟอดใหญ่จนคนที่โดนกอดอยู่นิ่งให้กอดแต่โดยดี

 

“แม่อ่ะนั่นแฟนหนูนะ จากัวร์แค่อารมณ์ร้อนเฉยๆ” ฉันเริ่มจะงงกับตัวเองแล้วเหมือนกันช่วงนี้งงกับตัวเองหลายอย่าง มองจากัวร์แล้วดูดีน่ารักไปหมด แถมยังมาแก้ตัวแทนหมอนั่นอีกทั้งที่ตั้งแต่คบกันมาฉันไม่เคยทำเลยสักครั้ง

 

“ดูเอาเถอะลีน่าน้องหลงหมอนั่นขนาดไหน

 

“พี่จากัวร์นิสัยดีจะตายค่ะแม่”ลีน่าอวยสุดๆ สุดท้ายแม่ก็เบะปากให้เราทั้งสองคนเหมือนจะงอนๆอยู่ด้วยแต่ก็แค่เดี๋ยวเดียวเท่านั้นแหละพอได้ดูรูปฉันกับนีน่าถ่ายแบบก็หายงอนเป็นปลิดทิ้ง

 

ฉันใช้เวลากับแม่ทั้งวันทีแรกว่าจะเจียดเวลาไปหาจากัวร์ด้วยแต่เพราะอยู่กับแม่แค่สามวันท่านก็จะกลับไปทำงานแล้วเลยเอาเวลานี้อยู่กับแม่ดีกว่า

 

ส่วนคนเอาแต่ใจก็ทั้งโทรทั้งไลน์มาแต่ฉันไม่เปิดอ่านไม่รับสาย กลัวรับสายแล้วจะใจอ่อนวิ่งแจ้นไปหาหมอนั่นอีก ช่วงนี้ยิ่งใจอ่อนกับจากัวร์บ่อยๆ แค่สามวันไม่ถึงตายหรอกเชื่อเถอะยิ่งฉันไม่อยู่หมอนั่นยิ่งเที่ยวสนุกแต่ยกเว้นไว้เรื่องหนึ่งนั่นก็คือเรื่องผู้หญิง

 

JAGUAR TALK

 

NINA : ไม่อยู่สามวันอย่าให้ได้ยินเรื่องผู้หญิงนะ!!

JAGUAR : โทรไปไม่รับ แม่งไลน์ไปไม่ตอบแล้วยังจะสั่งอีก

NINA : ไม่ว่างไง แค่นี้นะข้าวถ้าหิวก็หากินง่ายๆไปก่อน

JAGUAR : อีอ้วน!

NINA : อ้าว ว่าฉันหรออ้วนแล้วไงถ้าชอบผอมๆก็ไปหาเอาแถวสนามแข่งรถไป๊

JAGUAR : …

 

อ้าวหาย อ้าวไม่ตอบแล้ววะ เชี้ยเอ้ยแค่นี้ทำเป็นโกรธทีตัวเองไม่รับโทรศัพท์กูเนี้ยไม่มีสิทธิ์โกรธหรอก หงุดหงิดชิบหาย

 

เบื่อเมียอยากเตะหมา!

 

“โอ้ยไอ้เหี้-ย” ไอ้เรม่อนมันหันมาด่าผมเมื่อผมเตะมันระบายอารมณ์ ไม่ลงไม่เล่นมันละสนุ๊กเกอร์ไม่มีอารมณ์ทั้งนั้นแหละหิวก็หิวแล้วบอกจะมาหาวันละสามเวลาแต่นี่ปาหกโมงเย็นยังไม่เห็นแม้แต่เงา

 

“เรม่อนมึงพากูไปเดินห้างหน่อยหงุดหงิดวะ” ผมไม่สนใจว่าเพื่อนที่เหลือจะมองยังไงอยู่ๆก็เลิกเล่น ไอ้ปอร์เช่ส่ายหน้าให้ผมเลยกรอกตาให้มัน พาลมันให้หมด

 

“มึงจะเดินห้าง มึงคิดถึงนีน่าจนเบลอแน่ๆ”ไอ้วิวส์อีกคน ผมไม่ตอบมันแต่หยิบหมอนอิงใกล้ๆมือโยนใส่มันสุดแรงมันก็หลบได้ตามระเบียบ “ไอ้นี่เดี๋ยวนี้มึงติดนีน่าหนักมากมึงรู้ตัวรึป่าว”

 

“กูรู้ มึงไม่เป็นกูไงเชี่ยวิวส์ ถามไอ้เรม่อนดูดิเวลาติดผู้หญิงมันเป็นยังไง”

 

“อ้าวไอ้จากัวร์ยุ่งเรื่องกู”

 

“ไม่รู้ละมึงไม่พากูไปกูจะแฉว่ามึงเลี้ยงเด็ก”ผมไม่ได้พูดเล่นๆ ไอ้เรม่อนมันเลี้ยงเด็กจริงๆไม่ใช่แฟนไม่ใช่เมียไม่ใช่ลูกไม่ใช่น้องสาว เป็นมนุษย์เพศแม่ที่ใครก็แตะต้องเด็กมันไม่ได้ ขนาดตัวมันยังไม่มีปัญญาแตะต้องเด็กนั่นเลยด้วยซ้ำ  ที่ผมรู้ไม่ใช่อะไรหรอก เพื่อนกันมีแค่ไอ้ปอร์เช่กับผมเท่านั้นแหละที่รู้เรื่องของมัน คนอื่นมันไม่ยอมให้เห็นหน้าเด็กนั่นเลยด้วยซ้ำ

 

“มึงจะไปมั้ยไอ้จากัวร์ ลุกไอ้สัส” สุดท้ายคนไม่ชอบเดินห้างสุดๆก็ต้องพาผมไปเพียงเพราะกลัวเพื่อนจะรู้เรื่องของเด็กหน้าสวยของมัน

 

“มึงยอมกูขนาดนี้เลยอ่อ”ไม่มีอะไรทำผมเลยถามมันระหว่างทางก็โดนบ่นตามระเบียบ ไอ้เรม่อนมันเคยยอมผมซะที่ไหนละ ลองบังคับมันดูสิบ้านแตก

 

“พูดมากวะ จะไปซื้ออะไรก็รีบซื้อกูเบื่อหน้ามึง”ไอ้เรม่อนบ่นให้ผมยาวเหยียดกว่าเดิมแต่เพราะขี้เกียจฟังเลยเข้าหูซ้ายทะลุหูขวาตลอด เรามาถึงห้างใจกลางเมืองด้วยรถของไอเรม่อนผมกับมันเดินอยู่ชั้นความสวยความงาม เดินผ่านหน้าร้านสีทาเล็บร้านประจำของอิอ้วนเลยชวนมันแวะดู

 

“ไอ้เหี้ยมึงบ้าป่าว ไม่เว้ยๆสีม่วงเรอะ วางๆ”

 

“สีแดงกับสีม่วงอันไหนสวยวะ”ผมไม่สนใจว่าไอ้เรม่อนจะดิ้นพล่านๆเพราะผมเลือกสีทาเล็บ มันจะเดินหนีไปแต่ผมไวกว่าจับแขนมันไว้จนพนักงานยิ้มให้

 

คงไม่ได้คิดว่าผมกับมันเป็นคู่ขากันหรอกใช่มั้ย

 

“ไอ้จากัวร์มึงบ้าป่าวจะทาเองไง”มันถามและเลิกโวยวายเมื่อรู้ว่ายังไงผมก็ไม่ปล่อยมันไปไอ้เรม่อนหยิบสีดำขึ้นมาส่งให้พลางกระตุกยิ้มมุมปาก

 

“กูว่าสีนี้นีน่าไม่เอาแน่ๆ ยัยนั่นชอบสีพาทเทล”ผมปัดสีในมือไอ้เรม่อนทิ้งไป หยิบสีพาทเทลขึ้นมาดูอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตัดสินใจส่งให้พนักงานไป

 

หันไปมองเพื่อนมันมองผมอยู่ก่อนแล้ว ใบหน้ากวนส้นตีนดูเอ๋อๆ

 

“อะไรของมึง”ผมไม่ชอบเก็บความสงสัยไว้ด้วยสิเลยถามออกไปจ่ายเงินให้พนักงานร้านแล้วเดินออกมา

 

“มึงพากูมาซื้อสีทาเล็บให้เมีย?”

 

“เออ”

 

“มึงเชื่อนีน่าตั้งแต่ตอนไหนวะ ปกติมึงไม่เป็นแบบนี้นะเหี้ยกัวร์ มึงแปลกไปตั้งแต่กูเจอมึงที่สนามแข่งแล้วนะ”

 

“ตั้งแต่กูได้กันมั้ง”ผมตอบส่งๆ ไอ้เรม่อนกับผมเพิ่งเจอกันหลังจากทีเราไม่ได้เจอกันนาน มีแต่ไอ้วิวส์กับไอ้ไวท์ที่รู้ว่าผมเริ่มเปลี่ยนไปตอนไหน

 

“ได้กันแล้วมึงเชื่องเลย?”มันถามตาโตผมเลยตบหัวมันเบาๆ และโดนสวนกลับในทันทีเช่นกัน

 

“ก็ป่าว มึงลองไปปล้ำเมียมึงดูถ้าอยากรู้” พอปล้ำแล้วเท่านั้นแหละ หึๆมึงจะได้รู้จักสวรรค์กับนรกพร้อมกันเพื่อนเอ้ย ผมหัวเราะไอ้เรม่อนในใจส่วนมันก็หน้านิ่วคิ้วขมวดทันทีที่ผมพูดจบ

 

“กูจูบยังเสียตั้งห้าพัน”มันพึมพำ ผมไม่ได้สนใจมันอีกชวนมันไปดูนั่นดูนี่ก็เลยเวลาไปเยอะแล้วเผลอแปปเดียวก็สองทุ่มเข้าไปแล้วเป็นครั้งแรกที่เดินห้างกับเพื่อนนานขนาดนี้ แต่ถ้าเดินกับนีน่าครึ่งวันก็ไม่จบผู้หญิงเป็นอะไรที่น่าเบื่อที่สุดในโลกยกเว้นอิอ้วนไว้ในฐานที่เข้าใจ

 

“มึงไม่เข้าไปข้างในแล้ว?”ไอ้เรม่อนถามหลังจากที่เรามาถึงหน้าคลับผมส่ายหน้า พลางหยิบมือถือขึ้นมาดูข้อความไลน์ของนีน่าที่ส่งมาเมื่อสิบนาทีที่แล้ว

 

“เดี๋ยวกูมา มึงเข้าไปก่อนเลยบางทีก็ไม่เข้ามาแล้วไม่ต้องรอนะเว้ย”

 

“เออ”

 

หลังจากที่เพื่อนไปแล้วผมเลยเดินไปที่รถของตัวเอง และเปิดอ่านข้อความนับสิบที่ถูกส่งมาจากผู้หญิงงี่เง่าคนเดิม

 

NINA : เอาเสื้อนอนมาให้หน่อย

NINA : เร็วๆนะง่วงแล้ว

NINA : ตอบ

NINA : 

NINA : อยู่ไหน

NINA : จากัวร์

NINA : บอกว่านอนไม่หลับเอาเสื้อมาให้เดี๋ยวนี้เลย

NINA : 

NINA : ไอ้บ้าเอ้ย!

 

มาเป็นชุดเลยวะ ผมเลือกที่จะไม่ตอบกลับนีน่าไปคิดว่างอนเป็นคนเดียวไง เอะอะงอนตลอดดีที่มีเสื้อยืดอยู่หลังรถสองตัวที่ผมเอาไว้เปลี่ยนเลยไม่ต้องกลับเข้าไปเอาที่คอนโดเลยตบเกียร์ออกรถตรงไปยังบ้านนีน่าเลย

 

แม่ยายสายจิกแค่คิดก็สุขภาพจิตเสียแล้ววะ

 

พอขับรถเข้ามาในบ้านหลังใหญ่โตมโหฬารของนีน่า ผมเลี้ยวเข้าไปจอดรถไว้ในโรงจอดรถหยิบเสื้อยืดและกางเกงตัวเองใส่กระเป๋าผ้าที่นีน่าทิ้งไว้ในรถ และเดินเข้าไปหายัยนั่นข้างในเดินเข้ามาถึงห้องโถงก็ไม่เจอใครเลยกดโทรหานีน่าแทนแต่ทันทีที่สายติดเสียงริงโทนมือถือดังเข้ามาในหูผมพอดี เสียงมันอยู่ไม่ไกลผมเดินตามเสียงไปในที่สุดก็เดินเข้ามาถึงห้องครัวของบ้านนีน่า

 

บ้านเงียบจังวะ คุณนายน้ำฟ้าไปไหน?นั่นแหละชื่อแม่บังเกิดเกล้าของเมียผม

 

 เห็นแต่แผ่นหลังผู้หญิงที่คุ้นเคยกำลังวุ่นอยู่กับหม้ออะไรซักอย่าง กลิ่นมันทำเอาท้องไส้ผมปั่นป่วนไปหมด ใส่เสื้อสายเดี่ยวบางๆอยู่บ้าน? ที่บ้านก็มียามมั้ยวะ!

 

“เอ้าโทรมาแล้วก็ตัดสาย ไอ้บ้าเอ้ย” เธอสบถพร้อมกับมือที่คนแกงในหม้ออยู่ ผมวางของที่เอามาไว้บนโต๊ะก่อนจะเดินไปกอดนีน่าจากด้านหลัง เจ้าตัวสะดุ้งโหย่งหันมามองเมื่อเห็นว่าเป็นผมก็หนกลับไปสนใจแกงจืดในหม้อต่อ

 

อุส่ามาหาละเลยผมตลอดเลยวะ

 

ฟอด

 

“โอ้ย หอมแรงเกินไปแล้ว”คนตัวเล็กโวยวายหลังจากที่โดนผมหอมแก้มแรงๆโทษฐานสนใจแกงมากกว่าผมเองทำไมละ นีน่าสะบัดตัวออกจากกอดของผมแต่ใครจะยอมปล่อยวะ

 

“แม่ไปไหน”ผมถามหลังจากที่ปล้ำกอดจนพอใจ หอมแก้มซ้ายขวาจนพอใจถึงจะหยุด

 

“แม่ออกไปข้างนอก เห็นบอกมีธุระ”ร่างเล็กบอกพลางตักแกงจืดใส่ชามผมถึงยอมผละออกจากนีน่าไปนั่งรอบนเก้าอีกโต๊ะอาหารแทน จะว่าความจริงยัยนี่ไม่เคยอ้วนเลยสักนิด หุ่นแบบนี้โครตเอ็กซ์เลย “มองอยู่ได้ โรคจิตหรอ” เพราะผมมองเผลอมองนีน่านานแน่ๆถึงได้โดนตาขวางใส่แบบนี้ ก็มันเซ็กซี่นี่หว่า ใส่กางเกงขาสั้นกับเสื้อสายเดี่ยวบางๆ ปกติเห็นแต่ใส่เสื้อยืดผมนานตลอด

 

ผมละสายตาจากนีน่าหันมาสนใจกับข้าวตรงหน้าแทนนีน่าทำกับข้าวไว้ให้สามอย่างและร่างเล็กวางจานข้าวให้ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกัน

 

“อย่าบอกนะว่าไม่ได้กินไรมาเลยน่ะ”

 

“ก็มันกินไม่ลง”ผมบอกเสียงเบาและตักข้าวเข้าปากด้วย นีน่าถอนหายใจก่อนจะเท้าคางมองผมกินข้าวฝีมือเธอ

 

“ก็บอกให้หากินรองท้องไง จะบ้าหรือไงข้าวปลาไม่ยอมกินน่ะ”

 

“เออน่าถ้าทนไม่ไหวฉันก็จะมาหาเธออยู่ดีมั้ยวะ”

 

“แล้วไปไหนมา อยู่คลับทั้งวันเลยหรือไง” นีน่าค้ำคางถาม ผมตักข้าวใส่ปากไม่สนใจคนตรงหน้าขี้เกียจตอบ

 

งอน

 

“จากัวร์!

 

“กินข้าวอยู่ค่อยถาม”

 

JAGUAR  END

 

ปวดประสาท !

 

 

ฉันปล่อยให้จากัวร์กินข้าวอยู่ข้างล่างส่วนตัวเองก็ขึ้นมาอาบน้ำในห้อง ขี้เกียจเถียงขี้เกียจจะทะเลาะด้วย วันนี้แม่มีธุระกับเพื่อนน่าจะนอนโรงแรมแถวชานเมืองด้วย ส่วนลีน่าก็เข้านอนตั้งแต่สองทุ่มแล้ว

 

ฉันอาบน้ำเสร็จก็ปาไปสี่ทุ่มตรง จากัวร์นั่งอยู่บนเตียงตามคาด ทำอะไรไม่รู้อยู่กับถุงกระดาษเล็กๆบนตัก ส่วนฉันก็เดินไปใส่เสื้อผ้าเสร็จก็เดินไปหาร่างสูงที่นั่งขัดสมาธิอยู่บนเตียง คิ้วขมวดเป็นปมในมือมีสีทาเล็บขวดเล็กอยู่ เหมือนจะกำลังพยายามแกะออก

 

“ทำอะไร”ฉันถามพลางขึ้นเตียงไปหา จากัวร์เงยหน้าขึ้นมามองก่อนจะยื่นสีทาเล็บมาให้ฉันรับไว้ก่อนจะสังเกตเห็นว่ามันเป็นของใหม่ซึ่งฉันไม่มีสีพาทเทลเข้มแบบนี้แน่ๆ ฉันมองเขาตาโตคนตรงหน้ากลับหน้านิ่งใส่

 

“หายกันนะตอนเรียกอีอ้วนอ่ะ” จะบ้าตายมาไม้ไหนเนี้ย ฉันอึ้งค้างตกลงว่าไปซื้อมาให้จริงๆสินะ คนแบบจากัวร์เนี้ยนะตอนพาไปเลือกยังบ่นใส่ฉันตลอดเลยนี่นา

 

แล้วฉันก็ไม่ได้คิดอะไรกับคำว่าอีอ้วนของหมอนี่ด้วย

 

ยังไม่ทันได้พูดอะไรก็ร่างสูงก็เข้ามากอดออเซาะเอาใบหน้าตัวเองมาคลอเคลียแก้มฉันอยู่ได้ บางทีมันก็จักกะจี้จนต้องดันหน้าหล่อๆนี่ออกแต่ก็นะจากัวร์ไงจะใครละยอมใครที่ไหน

 

“ชอบผลักหน้าวะ ทีตัวเองลวนลามฉันละ” เขาประท้วงละ บ่นแล้วเอาแต่หอมแก้มฉันซ้ำๆเหมือนคนไปหมันเขี้ยวอะไรมาซักอย่างแล้วมาลงกับแก้มคนอื่นเขา

 

“แล้วจะหอมอะไรนักหนาจากัวร์ไปอาบน้ำไป”ฉันค้อนให้ เริ่มจะรำคาญแล้วด้วยขนาดนี้ยังไม่หยุดเลยหัวใจฉันจะวายตายอยู่แล้วด้วย จากัวร์ได้ยินฉันพูดจบก็ยอมเอาหน้าออกจากแก้มฉันแต่โดยดีร่างสูงเลิกกอดด้วยเขาลุกขึ้นจากเตียงและวิ่งเข้าไปในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว

 

ทำไมต้องรีบขนาดนั้น? เอะ! ลืมไปว่านี่มันไม่ใช่คอนโดจากัวร์นี่

 

คิดได้ดังนั้นฉันรีบลุกขึ้นจากเตียงวิ่งไปที่หน้าห้องน้ำและทุบประตูห้องน้ำเสียงดัง

 

“จากัวร์!

 

ปังๆๆๆๆ

 

“ออกมาเดี๋ยวนี้เลย!

 

“ไม่ออก ใครบอกให้พูดเองไม่รู้ละฉันจะนอนกับเธอ”คนในห้องน้ำตะโกนกลับมาอย่างเอาแต่ใจ ส่วนฉันก็เอาแต่ทุบประตูห้องน้ำไม่หยุดเช่นกัน

 

ไอ้บ้าจากัวร์ถ้าแม่เข้ามาจะว่ายังไง อยากจะบ้าตาย

 

“จากัวร์ออกมาเลยนะ แม่มาเห็นตายแน่ๆอ่ะ”

 

“เรื่องของแม่เธอ!

 

ไอ้จากัวร์!!

 

 

 
 
 
 
ความคิดเห็น