ขอบคุณที่มาอ่านนะคะ

ชื่อตอน : 11

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 116

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 21 ก.พ. 2564 14:43 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
11
แบบอักษร

11 

นายใหญ่ธีร์กับคุณนายเพชร...

น้ำเพชรเพ่งมองรูปถ่ายตรงหน้าด้วยดวงตาสั่นไม่ต่างจากมือเรียวของเธอ หญิงสาวพยายามตั้งสติกับเหตุการณ์ตรงหน้าแล้วมองให้ชัดเจน มันเป็นรูปถ่ายของสองคนนั้นจริงๆ เพียงแต่ทั้งคู่ในสมัยนั้นมีหน้าตาที่คล้ายเธอกับจอมทัพจนแทบจะเหมือนเป็นคนเดียวกัน เรื่องพวกนี้มันต้องไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่นอน

ในภาพนั้นทั้งสองคนสวมชุดวิวาห์และยิ้มให้กล้องอย่างมีความสุข อย่างที่ธีร์เคยบอกว่าพวกเขาแต่งงานกันด้วยความรัก แม้ว่าในช่วงเวลาสุดท้ายของผู้หญิงในรูปจะจบลงอย่างไม่สวยงามและฝากรอยแผลฝังใจคนที่ยังมีชีวิตอยู่มากมาย

ไม่รู้ว่าทำไมน้ำเพชรถึงรู้สึกเจ็บจนจุกขึ้นมาในใจ มันแตกต่างจากความรู้สึกของเมื่อวันก่อนที่เธอคิดว่าตัวเองเป็นเพียงตัวแทนของคุณนายเพชร แต่ตอนนี้เธอกลับรู้สึกเหมือนดั่งว่าเธอคือคุณนายเพชรไปแล้ว ภาพนี้มันจึงมีความหมายมากกับเธอและยังทำให้เธอนึกถึงเรื่องบางอย่างที่แวบเข้ามาในหัวอย่างฉับพลัน

ไม่มีทาง...

“ยังไม่นอนอีกหรือ?” เสียงของพระเพลิงดังมาจากข้างหลังของหญิงสาว ทำให้เธอรีบหันมามองเขาแล้วซ่อนรูปไว้ที่ด้านหลัง ซึ่งพระเพลิงดูจะรู้ทันเธออยู่แล้วเพียงแต่เขาไม่พูดอะไรออกมาก็เท่านั้นเอง

“ยะ ยังค่ะ”

“ร้องไห้ตอนดึกแบบนี้ ตื่นเช้ามาจะตาบวมนะ” พระเพลิงพูดก่อนที่จะวางขวดเหล้าในมือลงบนหลังตู้ลิ้นชักแล้วเดินเข้ามาหาน้ำเพชรที่กำลังเช็ดน้ำตาตัวเองลวกๆ โดยที่ก่อนนี้เธอไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเผลอร้องไห้ไปตอนไหน

พระเพลิงเดินเข้ามาซับน้ำตาให้เธออย่างเบามือ ทำให้น้ำเพชรนิ่งไป ครั้งนี้พระเพลิงไม่ได้มีท่าทีกวนประสาทเหมือนอย่างทุกครั้งแต่เขากลับเงียบและอ่อนโยนอย่างไม่น่าเชื่อ สายตาของเขาที่มองเธอมันทำให้เธอนึกถึงแววตาของใครสักคนอีกครั้ง เพียงแต่เธอจำอะไรไม่ได้จริงๆ น้ำเพชรจึงพยายามตั้งสติก่อนจะเขยิบตัวถอยออกมาจากเขา

“ขอบคุณนะคะ” เธอพูดเสียงเบา

“มันคงอึดอัดมากเลยสินะ เวลาที่เราต้องอดทนเก็บบางอย่างในใจคนเดียว”

“...”

“ทะเลตอนกลางคืนก็ทำให้คนใจสงบลงได้นะ” พระเพลิงพูดพร้อมกับยกขวดเหล้าที่เคยวางไว้ไม่ไกลขึ้นมาแล้วยิ้มบางให้กับน้ำเพชร ซึ่งเธอสัมผัสได้ถึงแววตาที่ดูเป็นห่วงนั้นได้ในทันที แม้เขาจะกลับมาพูดจากวนอีกครั้งก็ตาม “แต่ถ้าจะให้ดี มีเหล้ากับเพื่อนคุยแก้เหงาก็จะดีขึ้นไปอีก ผมเป็นเพื่อนที่ดื่มเก่งนะ”

“ฉันก็เป็นคนที่อยากไปเดินริมทะเลค่ะ”

 

 

พระเพลิงและน้ำเพชรนั่งบนพื้นทรายริมชายหาด ทั้งคู่ทอดสายตาไปยังท้องทะเลกว้างโดยที่ไม่มีบทสนทนาใด เป็นเพียงช่วงเวลาที่พวกเขานั่งเงียบแล้วปล่อยความรู้สึกไปกับสายลม น่าแปลกที่พวกเขาทำเพียงนั่งข้างกันหลังเดินเล่นสักพักแต่บรรยากาศมันกลับไร้ซึ่งความอึดอัด

ร่างสูงยกขวดเหล้าขึ้นดื่มเหมือนกำลังดื่มน้ำเปล่า เขาคงเคยชินกับรสชาติแรงๆ ของมัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม พระเพลิงลอบมองน้ำเพชรที่มองทะเลไปสุดสายตา ดวงตาคู่นั้นแบกความคิดและความรู้สึกอันเหนื่อยล้าและสับสนจนพระเพลิงรู้สึกได้ ก่อนที่เขาจะยื่นขวดเหล้าในมือไปให้อีกฝ่าย ซึ่งน้ำเพชรก็ทำท่าทีเหมือนไม่อยากลิ้มลองเท่าไหร่

“ถ้าเวลาเครียดๆ มันจะอร่อยเป็นพิเศษเลยนะ” เขาพูดพลางกระตุกคิ้วแล้วยกยิ้มมุมปาก ก่อนที่น้ำเพชรจะถอนหายใจแล้วรับมันขึ้นมาดื่ม หญิงสาวดื่มไปอึกหนึ่งก็รับรู้ได้ถึงรสชาติร้อนที่แสบไปทั้งคอแต่มันก็จัดว่าเป็นเหล้าชั้นดีที่เหมาะแก่การดื่มในโอกาสคลายเครียดเสียเหลือเกิน รู้ตัวอีกทีเธอก็กระดกจนแทบจะถึงครึ่งขวดทำให้พระเพลิงตีมือเธอแล้วดึงขวดกลับ

“อื้อ!”

“พอๆๆๆ เป็นเด็กไม่ดีเลยนะ ให้ชิมนิดเดียวล่อจะหมดแล้วเนี่ย”

“อร่อยดีนะคะ ท่าทางจะแพง”

“เพราะแบบนั้นไงผมถึงหาคนหารความผิดเวลาจอมทัพจับได้ นี่ผมลงไปเอาถึงห้องใต้ดินเลยนะ เคยเห็นห้องเก็บเหล้าใต้น้ำหรือเปล่า ห้องนั้นมองเห็นใต้สระว่ายน้ำตรงหลังบ้านด้วย ผมไม่ได้โม้นะ” พระเพลิงพูดเช่นนั้นทำให้น้ำเพชรหลุดหัวเราะออกมาแล้วพลอยทำให้พระเพลิงยิ้มไปด้วย “ยิ้มได้แล้วนี่เจ้าของวันเกิด”

“ขอบคุณนะคะ ทั้งเรื่องเหล้าแล้วก็ที่อยู่เป็นเพื่อน”

“ผมอยู่ได้หลายตำแหน่งนะ อยู่เป็นเพื่อนก็ได้ อยู่เป็นแฟนก็ได้”

“ฉันยังไม่อยากเป็นผู้โชคร้ายค่ะ อีกอย่างคนที่รับมือกับคุณได้ท่าทางจะหายาก”

“ก็หายากจริงๆ นั่นแหละ แต่ก็ใช่ว่าคุณจะทำไม่ได้นี่” พระเพลิงพูดหยอกพร้อมยิ้มแล้วยกเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งแล้วจดจ้องน้ำเพชรที่หันกลับไปมองทะเล “ผมเคยคิดมาตลอดว่าตัวเองปลอบใจคนอื่นไม่เก่ง แต่คุณน่าจะเป็นคนที่สองแล้วที่ผมปลอบสำเร็จ ก็ถือว่าเป็นความสามารถใหม่ของผมนะ”

“แล้วคนก่อนเขาก็คงเป็นคนที่คล้ายฉันใช่ไหมคะ?” น้ำเพชรถามทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ

“คล้ายนิดหน่อย แต่แทนกันไม่ได้หรอก คุณใจดีกว่าเยอะ”

“คุณดูจะรู้จักเธอมากๆ นะคะ แล้วคุณก็น่าจะรู้ใช่ไหมว่าเมื่อกี้ฉันเห็นอะไร” น้ำเพชรพูดพร้อมกับหันมามองพระเพลิงซึ่งกำลังเหยียดขาเพื่อคลายกล้ามเนื้อ “ทำไมจอมทัพถึงมีรูปใบนั้น เขารู้ใช่ไหมว่าคนในรูปเป็นใคร”

พระเพลิงฟังคำถามนั้นซึ่งเขาเองก็พอจะเดาออกว่าเธอยังติดใจกับเรื่องนี้อยู่ ตอนแรกเขาคิดจะเอารูปใบนั้นมาเป็นของขวัญวันเกิดของเธอ แต่ไม่คิดว่าเธอจะบังเอิญได้เห็นมันด้วยตัวเองแบบนี้

“รู้สิ ที่จริงผมก็ไม่คิดว่าเขาจะเก็บไว้เหมือนกัน”

“...”

“ผมคงบอกไม่ได้หรอกว่าทำไมเขาถึงเก็บรูปนั้นไว้ คุณคงต้องไปถามจอมทัพเอง” พระเพลิงพูดพร้อมกับยกเหล้าขึ้นดื่มอีกครั้งก่อนจะพูด “จำได้แค่ว่าตอนที่ผมถ่ายรูปนั้น มันเป็นช่วงเวลาที่สองคนนั้นดูมีความสุขมากซะจนไม่นึกเลยว่าทุกอย่างจะจบแบบเลวร้าย นั่นอาจเป็นรูปเดียวที่พวกเขายิ้มให้กันก็ได้นะ”

“...”

“ผมอยู่กับผู้หญิงในรูปนั้นตั้งแต่ช่วงเวลาที่เธอสูญเสียทุกอย่าง ช่วงเวลาที่เธอต่อสู้อย่างเข้มแข็ง ช่วงเวลาที่เธอได้เจอกับคนที่ทำให้เธอมีความสุข ช่วงเวลาที่เธอพยายามปกป้องสิ่งที่รัก ช่วงเวลาที่เธอสูญเสียอีกครั้งจนแทบไม่เหลืออะไร และเพราะเธอเหลือไม่กี่อย่างจึงทำให้เธอพยายามปกป้องมันอีกครั้ง แม้จะต้องแลกกับชีวิตตัวเอง”

น้ำเพชรเริ่มคิดตามในสิ่งที่คนข้างกายกำลังพูด ช่วงเวลาพวกนั้นมันยาวนานและเกิดขึ้นก่อนที่อายุของพระเพลิงจะเกิดทันอย่างแน่นอนเพราะเขาดูไม่ใช่คนที่มีอายุเยอะเลยสักนิด  ซ้ำยังผูกพันกับคุณนายเพชรตั้งแต่ที่เธออยู่ตระกูลเมฆา คนที่ไม่แก่และไม่ตาย คนที่ทุกคนในที่ประชุมจักรวาลรู้จักและเป็นคนที่เหนือความคาดหมายทุกครั้ง

“คุณคือ...ปีศาจของเมฆา?”

“ครับ แต่สิ่งที่ผมเป็น มันเป็นการแทนที่ของคนใหม่ที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ ในอนาคตมันอาจไม่ใช่ผมคนเดิมกับที่อยู่กับคุณวันนี้ก็ได้ ถึงแม้ว่าภายนอกจะเหมือนกันทุกอย่างก็เถอะ”

“...”

“แต่ผมสัญญานะว่าผมจะอยู่กับคุณให้นานที่สุด เพราะฉะนั้นไม่ต้องกลัวหรอกว่าจะไม่มีคนมานั่งกับคุณที่ริมทะเลแบบนี้อีก” เขาพูดพร้อมกับจดจ้องดวงตาของหญิงสาวนิ่งพร้อมลูบหัวของเธอเบาๆ “ถ้าคุณต้องการผม ผมจะมาหาเสมอ” 

“ทำไมล่ะคะ? เพราะฉันเหมือนกับคุณนายเพชรหรือ”

“อืม...มันก็ใช่นะที่เราจะรู้สึกเหมือนเดิมเวลาที่เจอคนที่คล้ายกัน แต่นั่นไม่ใช่เหตุผลเดียวที่ทำให้ผมอยากทำแบบเดิมหรอก” เขาพูดเสียงนิ่งก่อนจะยกมือหนาออกจากหัวของอีกฝ่าย “มันเป็นเพราะผมเผลอชอบอีกครั้ง ทั้งที่มันแตกต่างจากเดิม”

“...”

“ผมชอบนั่งกับคุณแบบนี้ทุกที่ในเวลาที่คุณต้องการนะ”

“ขอบคุณนะคะ”

“ผมตายยากด้วย จีบผมตอนนี้ยังทันนะครับน้องน้ำเพชร”

“จะลองคิดเยอะๆ อีกทีนะคะ คุณปีศาจ”

 

 

วันต่อมา

ธีร์ย่างกรายลงมาจากบันไดในชุดสูทที่ราตรีเพิ่งเอามาให้เปลี่ยนตอนเช้า วันนี้เป็นวันประชุมใหญ่ซึ่งสำคัญต่อการแก้ไขกฎของที่ประชุมจักรวาลอย่างมาก หลังจากรู้เรื่องเมื่อวานจากจอมทัพแล้ว ราตรีก็รีบเดินทางมาหาทุกคนในตอนเช้าทันที

ร่างสูงมองไปยังน้ำเพชรที่นั่งประจันหน้ากับราตรีที่เก้าอี้หลังบ้านทำให้เขาแอบดูทั้งคู่ว่ากำลังคุยกันเรื่องอะไร แต่ไม่ทันที่จะได้เงี่ยหูฟัง เขาก็เห็นน้ำเพชรเอาไอศกรีมโคนของเธอไปจิ้มเข้ากับบุหรี่ของราตรีที่สูบอยู่จนไฟมันดับไป ซึ่งนั่นก็ไม่แปลกที่ราตรีจะตวัดสายตาอย่างไม่สบอารมณ์ แตกต่างจากพระเพลิงที่หัวเราะลั่นพร้อมยืนกินไอศกรีมอยู่อีกฝั่งไม่ไกล

“กล้าดียังไงมาดับบุหรี่ผู้ใหญ่” ราตรีถามเสียงเข้ม

“แลกกับไอติมของฉันไงคะ ถ้าฉันนั่งกินไปคุยไป คุณก็คงรำคาญพอๆ กัน อีกอย่างมันไม่ค่อยดีกับปอดของคุณกับปอดของฉันนะคะ” น้ำเพชรตอบกลับพร้อมยิ้มบางจนทำให้ราตรีกรอกตาแล้วพยายามสงบอารมณ์ “การประชุมครั้งนี้จะเป็นยังไงคะถ้าเสียงเสมอ ในเมื่อตอนนี้มีสี่ตระกูลและดารากับโลกาก็น่าจะร่วมมือกัน”

“รู้เยอะดีนี่ นายใหญ่ของเธอเล่าให้ฟังทุกเรื่องเลยหรือไง”

“มันก็เป็นเรื่องที่สำคัญกับทุกคนนี่คะ ถ้าเหตุการณ์มันไม่เลวร้าย ฉันก็ปลอดภัยไปด้วย เพื่อนของฉันทุกคนด้วย”

“เพื่อน? เธอมีเพื่อนด้วยหรือ?”

“มีสิคะ ถ้านับที่นี่ก็มีคุณพระเพลิง คุณจอมทัพ คุณธีร์ ยังมีคุณไตรกับโรสด้วย” น้ำเพชรไล่ชื่อเพื่อนแต่ละคนโดยที่ไม่ทันหันไปมองเลยว่าเจ้าของชื่อแต่ละคนนั้นผลัดกันสะดุ้งเรียงคน ซึ่งราตรีก็เห็นทันพอดี

“แต่ละคนมีใครอยากเป็นเพื่อนเธอกัน เจตนาอื่นทั้งนั้น”

“คุณก็อีกคนนะคะ”

“หืม?”

“ถึงตอนแรกหนูจะไม่ค่อยไว้ใจคุณเพราะท่าทางกับเรื่องตระกูลจันทรา แต่ตอนนี้ฉันเห็นแล้วล่ะค่ะว่าคุณช่วยตระกูลสุริยันแล้วคุณจอมทัพ ลูกชายของคุณก็ช่วยฉันไว้หลายครั้ง”

“...”

“จริงๆ ก็ไม่รู้เหตุผลหรอกนะคะว่าทำไมคุณถึงช่วยฉันกับคุณธีร์ แต่ทั้งหมดที่คุณทำมันทำให้ฉันรู้สึกดีกับคุณมากๆ คุณก็เป็นเพื่อนที่ดีคนนึงเลยนะคะ”

ราตรีมองเด็กสาวตรงหน้าที่พูดพลางยิ้มจนทำให้เธอรำคาญกับการยิ้มด้วยใบหน้าของคนที่เธอเคยรู้จัก แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเธอเผลอลอบยิ้มไปกับน้ำเพชรโดยไม่ทันตั้งตัว การมีตัวตนอยู่ของน้ำเพชรนั้นตอกย้ำปมที่ฝังใจในอดีตของคนในที่ประชุมจักรวาลก็จริง แต่ก็เยียวยาความรู้สึกที่เคยพังของใครหลายคนได้เช่นกัน

“เอาจริงเธอคงไม่อยากเป็นเพื่อนกับฉันเท่าไหร่หรอก อย่าโลกสวยให้มันมากนักเลย” ราตรีพูดก่อนจะยกน้ำเปล่าในแก้วบนโต๊ะตรงหน้าขึ้นดื่มพร้อมเบนสายตาไปทางอื่น ซึ่งก็ทำให้น้ำเพชรรู้ได้ว่าราตรีคงจะแอบรู้สึกดีและไม่ได้เลวร้ายอะไรจริงๆ “ถ้าเสียงเสมอ ก็ต้องเปลี่ยนเป็นการโหวตของทายาทเข้ามาแทน ซึ่งไม่ใช่ทุกตระกูลจะมีทายาทเสมอไป”

“ทายาทงั้นหรือคะ?”

“เสียงโหวตของทายาทจะถือเป็นเสียงครึ่งเดียว เพราะฉะนั้นต้องมีทายาทอย่างน้อยสองคนเห็นตรงกันกับฝั่งเราถึงจะชนะ แต่ก็อย่างที่เห็นว่าต่อให้โรสจะสนิทกับเธอ แต่ก็คงขัดแม่ไม่ได้อยู่ดี ส่วนการันต์ก็มีลูกที่อยู่ต่างประเทศซึ่งก็น่าจะเจอกันวันนี้แน่ เพราะเสียงคงเสมอ ถ้าไม่มีเสียงไหนหายไปซะก่อน”

น้ำเพชรฟังดังนั้นก็เริ่มแสดงสีหน้ากังวลก่อนที่สายตาของเธอจะหันไปสบตากับธีร์ที่ยืนพิงเสามองมายังเธอและราตรีพอดี เขารู้ว่าหญิงสาวเป็นห่วงเขาไม่ต่างจากที่เขาเป็นห่วงเธอ เพราะเขาจะไม่สามารถคอยดูแลเธอได้ในช่วงที่ไปประชุมใหญ่ การปล่อยให้เธออยู่ที่นี่กับคนที่เหลือจะปลอดภัยมากพอหรือเปล่าก็ไม่รู้ได้

“ไม่ต้องคิดอะไรมากนักหรอก อยู่ที่นี่ก็มีจอมทัพอยู่ทั้งคน” ราตรีพูดเสียงเรียบ

“แต่คุณจอมทัพเป็นทายาทของคุณไม่ใช่หรือคะ?”

“ก็ถือว่าเป็นคนของจันทรา แต่ลูกชายหัวดื้อของฉันไม่ยอมเป็นทายาทสักที” ราตรีพูดก่อนจะลุกขึ้นแล้วทำท่าจะเดินออกไป “ฉันก็รอดูเหมือนกันว่าถ้าต้องเรียกทายาทขึ้นมาจริงๆ เขาจะยังดื้ออยู่อีกหรือเปล่า”

ราตรีพูดเพียงเท่านั้นก่อนจะเดินจากไปพร้อมกับพระเพลิงที่เดินตามไปด้วย ทิ้งให้น้ำเพชรนึกบางอย่างเพียงลำพังก่อนที่ธีร์จะเดินมาหาเธอ มือหนาลูบหัวน้ำเพชรที่นั่งที่เดิมทำให้เธอเงยหน้าขึ้นมามองเขาพร้อมกับมองไกลออกไปนอกบ้าน ซึ่งเป็นขุนที่ยืนรอข้างรถ

“จะไปแล้วหรือคะ?” น้ำเพชรเอ่ยถาม

“อืม คงจะดึกเลยกว่าจะกลับ” ร่างสูงตอบรับพลางพยักหน้าเบาๆ ก่อนที่น้ำเพชรจะลุกขึ้นยืนบ้าง

“หนูอยากให้คุณปลอดภัยแล้วก็ทำให้สำเร็จนะคะ” หญิงสาวพูดพร้อมกับยิ้มให้ธีร์แม้ว่าแววตาของเธอจะกังวลมากเกินกว่าจะฝืนยิ้มได้ “คุณจะต้องทำได้ แล้วก็ไม่ต้องเป็นห่วงทางนี้นะคะ หนูดูแลตัวเองได้แน่นอน”

นายใหญ่มองคนตรงหน้าที่พยายามให้กำลังใจเขา ทำให้เขายิ้มตอบรับเธอไปแม้ในใจทั้งคู่จะกังวลในเรื่องเดียวกัน ธีร์ดึงร่างบางเข้ามากอดไว้ในอ้อมแขนโดยที่น้ำเพชรไม่ทันตั้งตัว แต่เป็นเพราะความอบอุ่นนั้นจึงทำให้เธอกอดตอบไป

ความรู้สึกของเธอในตอนนี้ชักเริ่มชัดเจนมากขึ้นทุกที เธอเคยบอกกับจอมทัพว่าเธอจะหนีไปแต่น้ำเพชรก็รับรู้ได้ว่าแท้จริงแล้วตัวเองอยากอยู่กับธีร์ต่อไปดังเดิมและความต้องการนี้มันยิ่งมากขึ้นทุกทีที่ความรู้สึกของพวกเขาชัดเจนต่อกัน ความผูกพันที่เธอต้องตัดไปเพื่อค้นหาตัวเองนั้นมันช่างยากจะตัดเหลือเกิน

“แล้วเจอกันที่บ้านนะ น้ำเพชร”

 

 

หลังจากที่ทุกคนไปหมดแล้ว บ้านก็ดูโล่งขึ้นถนัดตา ทำให้ผู้อยู่อาศัยที่เหลือเพียงสองคนต้องนั่งดูโทรทัศน์ฆ่าเวลากันยามบ่าย ซึ่งบ้านของจอมทัพก็ใช่ว่าจะธรรมดา เขามานั่งดูโทรทัศน์ที่ห้องใต้ดินซึ่งมีกระจกกั้นกับสระว่ายน้ำหลังบ้าน ห้องเก็บเหล้าที่เป็นห้องนั่งเล่นใต้น้ำมีจริงตามที่พระเพลิงบอกจริงด้วย จอมทัพชอบดูวิวใต้น้ำนักหรือไงนะ

คนรวยนี่ชอบทำอะไรแปลกๆ เสียจริง

น้ำเพชรเดินถือนมกล่องไปนั่งข้างเขาพร้อมกับยื่นอีกกล่องให้กับจอมทัพ ซึ่งตอนแรกเขาก็ทำเหมือนจะไม่สนใจด้วยการเบะปากแล้วแสร้งหันไปดูจอโทรทัศน์ แต่หญิงสาวก็ดึงความสนใจด้วยการเอากล่องนมซึ่งยังเย็นอยู่จี้แก้มของเขา

“โอ๊ย! อะไรของคุณเนี่ย” จอมทัพขมวดคิ้ว

“อินละครมากหรืองอนอะไรฉันหรือเปล่าคะ ทำหน้ามุ่ยตั้งแต่เช้า”

“งอนอะไรของคุณ พูดอย่างกับเด็ก” จอมทัพรับกล่องนมมาจากมือของน้ำเพชรพร้อมกับเอาหลอดเจาะแล้วดื่มมัน น้ำเพชรเห็นดังนั้นจึงทิ้งตัวลงนั่งโซฟาข้างๆ แล้วเจาะนมกล่องในมือตัวเองดื่มบ้าง

“คุณชอบดูวิวใต้น้ำหรือคะ?”

“อืม เมื่อก่อนผมกลัวน้ำนะ แต่พอเริ่มโตก็เลิกกลัวไปแล้ว พอสระว่ายน้ำไม่ได้ใช้ก็ปิดประตูสระให้เป็นลานกว้างเล่นบาสแทน แต่ถึงอย่างนั้นข้างใต้นี่ก็ยังเห็นน้ำที่ถูกขังใต้สนามบาสอยู่ มีอะไรให้ทำว่างๆ เยอะดี”

“ก็ประหยัดพื้นที่ดีนะคะ” น้ำเพชรพยักหน้าก่อนจะตัดสินใจถาม “คุณจอมทัพ”

“ถ้าฉันขอถามอะไรสักอย่าง คุณจะตอบแบบไม่โกหกไหม?”

“ถามมาสิ”

“คุณเป็นลูกของคุณราตรีกับคุณธีร์หรือเปล่าคะ?”

พรวด!

จอมทัพถึงกับพ่นนมออกมาหลังได้ยินคำพูดนั้นพร้อมกับสำลักจนไอ ทำให้น้ำเพชรรีบคว้ากล่องทิชชู่ใกล้ๆ มาให้เขาเช็ดนมที่เปื้อนออก ร่างหนาวางกล่องนมลงบนโต๊ะเตี้ยด้านหน้า สีหน้าของเขาถึงกับขมวดคิ้วแล้วหันมาจ้องคนข้างกายพร้อมกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ก่อนจะยื่นมือหนาไปบีบแก้มของเธอจนน้ำเพชรโวยวาย

หมับ!

“โอ๊ย! คุณจอมทัพ!”

“คิดอะไรของคุณอยู่เนี่ย แม่เลี้ยงผมกับนายใหญ่ของคุณเนี่ยนะ ระดับเจ้าแม่สิงห์อมควันกับเจ้าพ่อจมูกไวจะมาอยู่ด้วยกันได้ยังไง อีกอย่างแม่ไม่ใช่แม่แท้ๆ ของผมด้วย เดามั่วเชียว”

“ก็คุณหน้าคล้ายๆ คุณธีร์นี่คะ แล้วฉันก็เห็นคุณมีครอบครัวคนเดียวคือคุณราตรี” น้ำเพชรพยายามพูดอ้อมค้อมทั้งที่รู้อยู่แก่ใจ เพียงเพราะอยากรู้เรื่องอื่นเสียมากกว่า “คุณไม่เคยเล่าเรื่องครอบครัวให้ฉันฟังเลย ไหนๆ ก็มีแผนจะหนีไปกับคุณแล้ว ฉันอาจจะต้องเจอครอบครัวของคุณบ้างใช่ไหมคะ?”

“แน่ใจหรือว่าจะทำใจหนีไปได้ กอดซะแน่นขนาดนั้น” จอมทัพพูดพลางยกนมดื่มพร้อมกัดหลอดแน่น

“เรื่องนี้หรือคะที่งอนฉัน?”

“ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ไม่ใช่คนขี้น้อยใจด้วย” จอมทัพยื่นหน้าเข้ามาพูดใกล้ๆ แล้วย้ำพร้อมกับจ้องหน้าด้วยท่าทางเหมือนจะดุแต่น้ำเพชรกลับไม่กลัวสักนิด ก่อนที่เขาจะยื่นหน้าออกแล้วเอนกายพิงพนักโซฟา “พ่อของผมเป็นคนไม่ค่อยดีเท่าไหร่ ดูแลใครไม่ได้ ที่จริงผมไม่ชอบเขาก็เลยไม่ค่อยอยากพูดถึงน่ะ”

“แล้วแม่ล่ะคะ?”

“แม่ผมเสียไปนานแล้ว เอาจริงผมเคยชอบแม่ผมนะเพราะตอนนั้นแม่เป็นคนเดียวที่ผมรู้สึกได้ว่ารักผมจริงๆ แต่ในความรักก็มีความโกรธนั่นแหละ เพราะสุดท้ายแม่ก็ทิ้งผมไปอยู่ดี ผมถึงได้มาอยู่กับแม่เลี้ยง”

“...”

“พอเวลาผ่านไปพ่อกับแม่ก็กลายเป็นคนที่ผมไม่ชอบ แต่ก็น่าแปลกที่ผมมักจะนึกถึงพวกเขาทุกครั้งเวลาที่ต้องการใครสักคน แล้วก็ชอบนึกถึงช่วงเวลาที่อยู่ด้วยกัน”

“...”

“ผมเคยคิดอยากโตขึ้นเป็นคนที่สมบูรณ์แบบมากกว่าพวกเขา อยากสร้างครอบครัวที่ดีกว่าที่พวกเขาเคยสร้าง ไม่อยากเดินตามรอยของพวกเขาเพราะไม่อยากเป็นคนแบบนั้นและไม่อยากเจอพวกเขาอีก”

“...”

“แต่ที่มันทำให้อารมณ์เสียยิ่งกว่าเดิมก็เพราะเมื่อผมโตขึ้นมากพอที่จะเข้าใจอะไรหลายอย่าง มันก็ทำให้ผมเข้าใจพวกเขาไปด้วย พอเริ่มโตผมก็เริ่มกลายเป็นแบบพวกเขา แล้วก็คิดถึงพวกเขาจนอยากเจอพวกเขาอีกครั้ง”

“พ่อแม่ของคุณก็คงอยากจะเจอและอยากจะอยู่กับคุณนะคะ” น้ำเพชรพูดไปตามที่คิดพร้อมกับมองจอมทัพที่นั่งนิ่ง “ฉันไม่รู้ว่าทำไมตอนนั้นพวกเขาถึงทำร้ายใจคุณ ทำให้ตัวเองเป็นความทรงจำแย่ๆ ของคุณ ทำให้คุณไม่ชอบ แต่ในเมื่อวันนี้คุณเข้าใจเหตุผลของพวกเขาแล้ว มันอาจแปลว่าที่ผ่านมาเขาไม่เคยอยากเป็นคนแย่ๆ ของคุณเลยก็ได้”

“...”

“ชีวิตมันยากจริงๆ นั่นแหละค่ะ ขนาดฉันที่เหมือนเพิ่งเกิดได้ไม่นานเพราะจำอะไรไม่ได้ยังรู้สึกได้เลยว่ามันยาก มันต้องใช้ความพยายามและความอดทนหลายอย่าง พ่อแม่ของคุณอาจจะพยายามแล้วแต่มันอาจไม่สำเร็จ”

“ก็หวังว่าพวกเขาจะคิดแบบนั้นนะ อย่างน้อยก็แค่อยากให้พวกเขารู้สึกว่าผมไม่ใช่ภาระ”

“จากที่เพิ่งรู้จักกัน เท่าที่ฉันเห็น คุณเป็นคนที่เก่ง ใจดีและแข็งแกร่ง คุณเป็นคนที่มีค่ามากกว่าเป็นภาระนะคะ พวกเขาต้องภูมิใจในตัวคุณแน่นอน” น้ำเพชรเอ่ยอย่างจริงใจพร้อมยิ้มให้กำลังใจอีกฝ่ายที่นิ่งไป จอมทัพจดจ้องรอยยิ้มบางตรงหน้าโดยไม่พูดอะไรออกมาจนน้ำเพชรหันกลับไปสนใจโทรทัศน์แทน

ร่างสูงลอบมองหญิงสาวเพียงลำพัง น้ำเพชรดูจะเป็นคนที่ไม่รู้เรื่องอะไรมากที่สุดแต่กลับเข้าใจหัวใจของคนรอบข้างได้อย่างน่าเหลือเชื่อ เธอพูดออกมาด้วยความจริงใจจนคนฟังรู้สึกได้ มันก็คงไม่แปลกที่ใครหลายคนจะเผลอตกหลุมรักเธอซ้ำแล้วซ้ำเล่า ไม่ว่าจะรักในฐานะใดหรือความรู้สึกมากแค่ไหนก็ตาม

“?” น้ำเพชรสะดุ้งเล็กน้อยที่รู้สึกได้ว่ามีบางอย่างทิ้งน้ำหนักลงบนบ่าของเธอขณะที่เธอเอนหลังพิงพนักโซฟา ร่างเล็กหันไปมองจอมทัพที่เอาหัวพิงไหล่ของเธอพร้อมหลับตาพริ้มโดยวางกล่องนมที่โต๊ะไปแล้ว ลมหายใจของเขาเข้าออกอย่างสงบและสม่ำเสมอเหมือนดั่งว่าเขาสบายใจที่จะนอนอยู่แบบนี้กับเธอ

ไม่รู้ว่าผู้ชายคนนี้ต้องผ่านอะไรมาบ้าง ชีวิตของเขาที่ผ่านมาคงหล่อหลอมให้เขากลายเป็นคนที่เกินจะคาดเดา บางครั้งเขาก็ดูเย็นชาและไม่น่าไว้ใจ แต่บางครั้งเขาก็กลายเป็นเกราะป้องกันภัยของเธอ บางครั้งก็เป็นเหมือนคนขี้โมโหและโวยวาย แต่บางทีก็เงียบสงบและอบอุ่น

เหตุผลที่เขาอยู่ข้างเธอแบบนี้มันคืออะไรกัน จนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ปริปากบอกเธอสักคำว่าพวกเขาเคยรู้จักกันในสถานะอะไรและทำไมเขาจึงเข้ามามีส่วนพัวพันกับที่ประชุมจักรวาลในช่วงเวลาที่เธอฟื้นขึ้นพอดี มันคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่

“คุณจอมทัพ” น้ำเพชรกระซิบเรียกเขาเสียงเบาแต่ชายหนุ่มกลับทำเป็นไม่ได้ยิน

“...”

“ฉันเคยรักคุณไหมคะ?” เธอถามเช่นนั้นทำให้จอมทัพค่อยๆ ลืมตาขึ้น เขานึกถึงอดีตที่เต็มไปด้วยความทรงจำมากมายและคำพูดที่เขาไม่สามารถบอกความจริงกับเธอได้ มันไม่แปลกเลยที่เธอจะถามแบบนี้ แต่สิ่งที่มันทำให้เขาถอนหายใจคือคำถามอีกข้อในใจของเขามากกว่า

“ไม่รู้สิ ผมกลัวว่าคุณจะเลิกรักผมไปแล้วมากกว่า”

“...”

“ผมรอคุณมานานมาก มันนานมากจริงๆ”

 

 

ธีร์นั่งรถไปตามทางโดยมีราตรีนั่งไปด้วย ขุนเป็นคนขับอยู่ด้านหน้าและไม่ลืมที่จะเปิดกระจกให้ราตรีสูบบุหรี่ตามใจ ขณะที่ธีร์คอยนั่งมองแหวนบนนิ้วนางข้างซ้ายที่เขาไม่ได้ใส่มันเลยตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ทั้งที่ก่อนนี้เขาใส่มันมาหลายปีจนเป็นรอยสีผิวที่ไม่เท่ากัน

“ยังเก็บไว้อยู่หรือ?” ราตรีเอ่ยทักพลางเหล่มองนิ้วมือของธีร์

“มันอาจจะเป็นสิ่งสุดท้ายที่เพชรเหลือให้ฉันก็ได้นี่นา” ธีร์พูดเสียงเรียบพร้อมจดจ้องแหวนวงนั้นแล้วถอนหายใจ “มันไม่ใช่เรื่องบังเอิญหรอกใช่ไหมที่จอมทัพโผล่มาแบบนี้”

“ไปถามพระเพลิงเอาสิ ขออะไรไว้ไม่ใช่หรือไง”

“เขาอยู่กับเธอมานานแค่ไหนแล้ว?”

“ก็ตั้งแต่ที่ฉันหายไป”

“ที่แหกคุกออกมาช่วงนั้นน่ะหรือ?”

“ฉันพ้นโทษต่างหาก ทำไมพอพูดถึงคุกแล้วไม่มีใครพูดเข้าหูฉันสักคน” ราตรีเอ็ดเสียงเข้มพลางกรอกตาอย่างขัดใจแล้วสูบบุหรี่เข้าปอดพร้อมพ่นควันออกมา “ฉันทำตามคำขอมานานแล้วนะ ไม่ได้ทำสนธิสัญญาอะไรด้วยซ้ำ”

“คำขอ?”

“ก็น่าจะรู้หนิว่าคำขอของใคร”

“...”

“รู้มานานแค่ไหนแล้ว เรื่องจอมทัพ” ราตรีใช้นิ้วคีบบุหรี่ออกมาจากปากแล้วหันมาถามธีร์ซึ่งนั่งเหม่อมองหน้าต่างด้านนอกแทนมองแหวนก่อนหน้านี้ ร่างสูงลอบยิ้มพลางแค่นหัวเราะเสียงเบาเมื่อได้ยินคำถามก่อนจะตอบกลับ

“ชัดเจนขนาดนั้น ไม่สงสัยก็คงจะเกินไป” ธีร์พูดพร้อมกับก้มลงมองแหวนในนิ้วตัวเองอีกครั้งแล้วนึกไปถึงจอมทัพ เขาเองก็มีรอยแหวนที่ดูจะสวมมานานเช่นเดียวกับธีร์ เพียงแต่ไม่ได้สวมแหวนไว้เช่นเดียวกัน “ก่อนนี้เขาคงสวมอีกวงสินะ”

ราตรีเงียบไปและไม่ตอบอะไรทั้งสิ้น เธอเพียงลอบมองธีร์ซึ่งนิ่งไปเหมือนคิดอะไรในใจเช่นเดียวกัน จริงอยู่ที่เธอกับเพชรรัตน์เป็นดั่งศัตรูที่คอยแย่งชิงอำนาจกันมาตลอด แต่ในเวลาเดียวกันทั้งเพชรรัตน์และธีร์ก็เหมือนศัตรูที่เติบโตมาด้วยกัน มันจึงทำให้พวกเขาเข้าใจกันและกัน แม้จะปฏิเสธว่าไม่ใช่เพื่อนกันมาตลอดก็ตาม

มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับคนๆ หนึ่งที่สูญเสียครอบครัวที่รักไป นั่นอาจเป็นอีกเหตุผลที่ทำให้ราตรีไม่อยากผูกพันกับใครเป็นพิเศษ เพราะเธอเห็นบทเรียนพวกนั้นมาเยอะ ทั้งที่น่ารำคาญและที่น่าเศร้าใจ การที่ธีร์ยังอดทนจนถึงตอนนี้มันก็คงเป็นความอดทนและความเข้มแข็งอย่างมากเท่าที่ผู้ชายคนนี้จะทำได้แล้ว

“ขอบคุณนะราตรี” ธีร์เอ่ยพลางหันมาทางนายหญิงแห่งตระกูลจันทราที่นั่งนิ่งอย่างไม่ใส่ใจคำขอบคุณนั้น “ทุกครั้งที่ฉันมองเขา และทุกครั้งที่ดวงตาของเขามองมาทางฉัน มันทำให้ฉันรู้เลยว่าทำไมเพชรเลือกไว้ใจเธอมากกว่าฉัน”

“...”

“จอมทัพก็คงดีใจที่แม่ของเขาเลือกอย่างนั้น”

ปัง!!

 

 

อีกด้านหนึ่ง

ปัง! ปัง!!

เสียงกราดกระสุนอันคุ้นเคยดังขึ้นอย่างไม่ทันได้เตรียมใจล่วงหน้า บรรยากาศการพักผ่อนยามบ่ายด้วยการนั่งดูละครและนอนกลางวันของน้ำเพชรและจอมทัพจึงดับวูบในชั่วพริบตา จอมทัพลุกขึ้นมาจากไหล่ของน้ำเพชรด้วยสีหน้าหงุดหงิดและท่าทางหัวเสียไม่น้อย 

ร่างสูงยกเบาะโซฟาขึ้นก่อนจะดึงปืนกลที่ซ่อนเอาไว้ออกมาสู้กลับอย่างรวดเร็ว ซึ่งนั่นทำให้หญิงสาวถึงกับอึ้งเพราะไม่คิดว่าจอมทัพจะซ่อนอาวุธได้ทุกที่จริงๆ ก่อนที่น้ำเพชรและจอมทัพจะขึ้นบันไดจากชั้นใต้ดินเพื่อหนีออกจากบ้าน ซึ่งจอมทัพก็ยื่นมือไปดึงปืนออกจากพื้นข้างสระว่ายน้ำมาให้น้ำเพชรใช้

“ตะลึงอะไรคุณ ผมเท่เกินไปหรือไง?” จอมทัพถามกวนประสาทหน้านิ่งทำให้น้ำเพชรถึงกับขมวดคิ้ว

“ฉันอึ้งคนที่มีปืนทุกที่ในบ้านมากกว่า”

“ผมยังมีอะไรให้คุณอึ้งอีกเยอะ ไปเร็ว!”  ชายหนุ่มพูดพร้อมกับพาเธอวิ่งออกไปทางหลังบ้านซึ่งมีรถของเขาอีกคันจอดไว้เผื่อฉุกเฉิน แต่การหนีก็ไม่ง่ายเพราะพวกช้างเผือกพุ่งเข้ามาทำร้ายเขาอย่างรวดเร็ว จนจอมทัพต้องสวนหมัดพร้อมถีบไปสุดแรง ขณะที่น้ำเพชรวิ่งไปอีกทางและถูกผลักตกสระว่ายน้ำหลังบ้าน ทำให้จอมทัพรีบวิ่งไปทางเธอแต่ก็ถูกขวางอีกครั้ง

พวกมันยิงปืนลงไปในสระว่ายน้ำเพราะปลิดชีพน้ำเพชรแต่หญิงสาวก็ว่ายหนีเช่นกัน ส่วนจอมทัพเองก็สู้ไม่ยั้งทั้งลีลาการต่อสู้และการใช้ปืน แต่ด้วยความที่คนน้อยกว่าอีกทั้งแรงระเบิดที่มาจากในบ้านดังสนั่นส่งแรงปะทะกับร่างของเขาจึงทำให้จอมทัพกระเด็นด้วยแรงระเบิดนั้นมาถึงริมประตูทางลงชั้นใต้ดินที่อยู่ไม่ไกลจากขอบสระ

บึ้ม!!

น้ำเพชรได้ยินเสียงนั้นก่อนจะขึ้นมาเหนือผิวน้ำเพื่อหายใจเอาอากาศเข้าปอด เธอมองจอมทัพที่พยายามลุกขึ้นแม้ร่างกายจะเต็มไปด้วยแผลจากสะเก็ดระเบิด บ้านที่สวยงามของเขาถูกไฟเผาวอดทั้งหลัง ก่อนที่พวกนั้นจะเข้ามาสมทบอีกกลุ่มใหญ่แล้วลากจอมทัพกลับไปห้องใต้ดินที่เดิมเพื่อจัดการ

หญิงสาวเบิกตาโพลงพร้อมรีบว่ายเข้าฝั่งแต่ไม่ทันที่จะถึงขอบสระ เธอก็ถูกยิงเฉียดไหล่ไปจนต้องหลบลงใต้น้ำอีกครั้ง และสถานการณ์ก็ยิ่งเลวร้ายมากขึ้นไปใหญ่เมื่อมีหนึ่งในพวกช้างเผือกกลุ่มนั้นกดปิดสระว่ายน้ำจากปุ่มในห้องใต้ดิน ทำให้พื้นปูนที่เป็นสนามบาสค่อยๆ เคลื่อนมาปิดผิวน้ำชั้นบนพร้อมขังน้ำเพชรไว้ใต้น้ำเพียงลำพัง

จอมทัพถูกซ้อมและถูกยิงเข้าที่ท้องจนยากที่จะลุก เขามองเห็นน้ำเพชรที่ตะเกียกตะกายในน้ำจากห้องใต้ดินซึ่งมีกระจกกั้นกับใต้สระว่ายน้ำ ร่างของน้ำเพชรแหวกว่ายใต้สระไร้ทางออกเพราะด้านบนถูกพื้นสนามบาสปิดทั้งสระ มีเพียงระยะแคบระหว่างพื้นปูนกับผิวน้ำที่ยังพอขึ้นไปหายใจได้เพียงเล็กน้อย

แน่นอนว่าน้ำเพชรมีแรงไม่มากนักที่จะขึ้นไปหายใจได้ตลอด อีกทั้งยังไม่มีทางที่เธอจะดันพื้นสนามบาสออกไปแน่ หากเป็นเช่นนี้เธอคงจมน้ำตายไม่ก็เสียเลือดจากแผลที่ถูกกระสุนเฉี่ยว จอมทัพเห็นดังนั้นจึงรีบฮึดสู้อีกครั้งแล้วพยายามพุ่งตัวไปทางปุ่มเปิดพื้นสนามอัตโนมัติ เพื่อเปิดชั้นบนให้น้ำเพชรออกจากสระน้ำไป

พลั่ก!

น้ำเพชรว่ายขึ้นไปสูดลมหายใจเข้าปอด ใบหน้าของเธอแทบจะติดกับพื้นปูนด้านบนเพราะระยะห่างของพื้นสนามกับชั้นผิวน้ำมันห่างเพียงสามข้อนิ้ว เมื่อดันร่างไม่ไหวเธอก็ปล่อยให้ตัวเองจมน้ำแล้วหาทางพังกระจกที่กั้นกับห้องใต้ดินแทนเพราะมันน่าจะบางกว่าพื้นปูนด้านบนไหนๆ แต่นั่นก็ไม่ได้ง่ายไปกว่ากันเลย

ปึก!

ร่างบางพยายามใช้ร่างกระแทกกระจกทั้งที่ไหล่อีกข้างยังเลือดไหลไม่หยุด เธอไม่มีแรงมากขนาดนั้นทั้งยังมีออกซิเจนไม่พอหายใจเลยด้วยซ้ำ จอมทัพที่พยายามสู้กับคนข้างในก็ถูกกระชากออกจากปุ่มกดจนร่างหนากระแทกกับผนังห้องอีกฝั่ง จอมทัพกระอักเลือดออกมาพลางมองน้ำเพชรใต้น้ำอย่างเจ็บใจแต่เขาก็ยังทำอะไรไม่ได้

น้ำเพชรกำลังจะจมน้ำและขาดอากาศหายใจเข้าจริงๆ จอมทัพรีบคว้าปืนที่ตกใกล้ตัวแล้วยิงไปที่กระจกหวังให้มันร้าวพอที่น้ำเพชรจะกระแทกง่ายขึ้น แต่กระจกก็หนาเกินไปและเขาก็ยังต้องสู้กับพวกข้างในอีก ทำให้กระจกมันร้าวเพียงเล็กน้อยเท่านั้น จอมทัพจึงเปลี่ยนวิธีเป็นดึงขาของคู่ต่อสู้แล้วฟาดร่างมันไปกระแทกกระจกช่วยอีกแรงแทน

ปัก!

อดทนไว้น้ำเพชร...ขอร้อง

จอมทัพภาวนาในใจพร้อมมองไปยังหญิงสาวที่เริ่มหมดแรง ดวงตาของเธอพร่าเลือนและลมหายใจเริ่มหมดไป จอมทัพพุ่งตัวไปแย่งปืนกับพวกนั้นแล้วยิงกระจกอีกครั้งจนมันร้าวมากกว่าเดิมแต่สติของน้ำเพชรก็ริบหรี่ลงเต็มที

ชายหนุ่มหวนนึกถึงภาพใต้น้ำที่เขาเคยจมลงไปในวัยเด็กพร้อมกับแผลถูกยิงโชกเลือดไม่ต่างจากน้ำเพชรในตอนนี้ ช่วงเวลาที่เขาเกือบเอาชีวิตไม่รอดในตอนนั้นทำให้เขากลัวน้ำมานาน ผู้หญิงที่กำลังเจอเรื่องเช่นเดียวกันกับเขาในตอนนี้คงกำลังกลัวจับใจและร้องขอชีวิตในใจอยู่แน่

เขาจะไม่ยอมเสียเธอไป แต่เขาก็สาหัสเกินกว่าจะช่วยเธอได้ จอมทัพถูกรองเท้าหนังเหยียบกลางอกอย่างแรงขณะที่จะลุกขึ้นไปช่วยน้ำเพชร เขาดึงมีดที่ซ่อนข้างลำเอวมาแทงขาของช้างเผือกคนนั้นพร้อมกับฟันท้องอีกคนที่พุ่งเข้ามาสู้ ก่อนจะรีบสับเท้าวิ่งพุ่งชนเข้ากับกระจกซึ่งฉายภาพน้ำเพชรที่ใกล้หลับใหลในใต้น้ำนั้น

ตึง! ตึง!

“ตื่นสิเพชร! อย่าเพิ่งหลับสิ” จอมทัพร้อนใจจนแทบคลั่ง คว้าเก้าอี้ในห้องฟาดกระจกไม่ยั้งแต่ก็ยังถูกขวางด้วยพวกช้างเผือกที่ตรงเข้ามาเล่นงานอีกครั้ง ทำให้จอมทัพที่พังกระจกอยู่ต้องหันกลับไปฟาดศอกเข้าเบ้าตาของพวกมันอย่างแรง เขาเผลอล้มลงเข่ากระแทกพื้น สติเขาเองก็เริ่มเลือนรางเพราะเสียเลือดมากจากแผลที่ท้อง

ร่างสูงตะเกียกตะกายไปทางปุ่มเปิดสระแต่ก็ถูกดึงกลับมาด้วยแรงของพวกช้างเผือก พวกมันกระทื้บเขาไม่ยั้งและชักปืนเตรียมเหนี่ยวไกที่หัวของจอมทัพ ชายหนุ่มหอบหายใจเฮือกสุดท้ายพร้อมหันไปมองร่างของน้ำเพชรที่ลอยในใต้น้ำ ภาพในอดีตของจอมทัพลอยเข้ามาในเสี้ยววินาที เขาถูกความกลัวครอบงำจิตใจอีกครั้ง

กลัวว่าน้ำเพชรจะตายอีกครั้ง...

“ตื่น...อึก เพชร” จอมทัพพูดเสียงแผ่วพร้อมสำลักเลือดออกมา เขาพยายามคลานจากพื้นไปหาน้ำเพชรแต่เธอก็ไร้ซึ่งการตอบสนอง กระจกใสที่กั้นระหว่างพวกเขาทำให้เธอไม่ได้ยินเสียงใด “เพชร...ได้โปรด”

“...”

“ตื่นเถอะ...แม่

สิ้นคำนั้นมือหนาของจอมทัพก็สัมผัสที่แผ่นกระจกพอดี ชายหนุ่มน้ำตาคลอออกมาเมื่อเห็นหญิงสาวตรงหน้าแน่นิ่ง เขากลัวที่จะเสียเธอไปอีกครั้งเหมือนเมื่อหลายปีก่อน เขาพยายามที่จะปกป้องเธอ ยอมละทิ้งชีวิตที่สร้างไว้อย่างดีเพื่อกลับมาหาเธออีกครั้งแม้ตัวเองจะยังรู้สึกแย่กับผู้เป็นพ่อ

เขาคือพีรดล ลูกชายของเพชรรัตน์และธีร์ที่ทุกคนคิดว่าตายไปแล้ว

น้ำเพชรรู้สึกได้ถึงเสียงที่ก้องเข้ามาในโสตประสาทแม้สติของเธอจะเริ่มดับลงช้าๆ ความทรงจำมหาศาลหลั่งไหลเข้ามาหาเธอทันทีที่เสียงของจอมทัพปลุกเธอจากความฝัน ชายหนุ่มผู้ปลุกจิตวิญญาณของแม่ออกมาอีกครั้งเพื่อให้แม่ตื่นจากฝันของการเป็นน้ำเพชรและกลับมาเป็นเพชรรัตน์ผู้แข็งแกร่งอีกครั้ง

ผู้ครอบครองง้าววาริธ อาวุธทรงอำนาจของตระกูลเมฆา หญิงสาวผู้จากไปและกลับมาอีกครั้งจากสนธิสัญญาปีศาจที่ธีร์ทำไว้ เขาเพียงอยากให้เธอลืมอดีตแล้วใช้ชีวิตใหม่ แต่ปีศาจพระเพลิงเองก็รู้ดีอยู่แล้วว่าสักวันเพชรรัตน์จะต้องกลับมาอย่างเต็มตัวหากความทรงจำถูกเสียงของลูกชายที่รักยิ่งชีวิตปลุกขึ้น

และก็ถึงเวลาแล้ว...

ฉัวะ!

ปีศาจแห่งตระกูลเมฆาโผล่มาภายในเสี้ยววินาที พร้อมกับใช้ดาบคู่ฟันพวกช้างเผือกตายสองคนในครั้งเดียวหลังจากถูกเจ้านายเรียก เสียงเรียกในใจของน้ำเพชรพาเขามาที่นี่พร้อมกับง้าววาริธที่เคยหายไปก็กลับมาอยู่ในมือของผู้ครอบครองอย่างเธอแล้ว 

หญิงสาวสัมผัสง้าววาริธในมือครั้งแรกหลังจากที่มันหายไปพร้อมกับเธอเมื่อยี่สิบปีก่อน อาวุธที่มีพลังของปีศาจประจำตระกูล ง้าวเล่มใหญ่ฝังเพชรกำลังแผ่รัศมีแสงสีเขียวก่อนที่ดวงตาคู่สวยนั้นจะลืมตาตื่นขึ้นด้วยแววตาเปลี่ยนไป ไม่รอช้ามือบางกำง้าวทรงอำนาจฟาดลงแผ่นกระจกด้วยแรงที่มีจนมันแตกกระจาย

โครม!!

ร่างของเพชรถูกแรงน้ำซัดเข้ามาในห้องใต้ดิน มวลน้ำนั้นทำให้พวกช้างเผือกเสียการทรงตัวจนถูกพระเพลิงจัดการไปจนหมด ก่อนที่น้ำเพชรจะประคองร่างขึ้นพร้อมกับจอมทัพที่พยายามดันร่างขึ้นยืนแล้วมองหญิงสาวตรงหน้า

“แม่...” จอมทัพเรียกเธอเสียงเบา ทำให้หญิงสาวค่อยๆ เดินมาทางเขาแล้วยิ้มทั้งน้ำตาโดยที่ใช้ง้าววาริธในมือพยุงตัวไว้ ทั้งสองมองกันนิ่งขณะที่พระเพลิงเก็บดาบคู่ของตัวเองให้หายไปกับเพลิงสีร้อนเพียงแวบเดียว หลังพลังปีศาจของเขากลับมาอย่างสมบูรณ์พร้อมกับอาวุธประจำตระกูลเมฆาและทายาทคนล่าสุด

ในที่สุดวันนี้ก็มาถึง วันที่เพชรรัตน์กลับมาอย่างสมบูรณ์แบบ

“ยินดีต้อนรับกลับบ้าน...คุณนายเพชร

 

#วชิรอาญา 

ความคิดเห็น