ลมหนาว l เคียงจันทร์ l ัYoshisuki

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความเจ็บปวด 100%

ชื่อตอน : ความเจ็บปวด 100%

คำค้น : วิวาห์ / เเค้น / ร้าย /รัก / โหด / ทรมาน / ดราม่า

หมวดหมู่ : นิยาย ชีวิต/ดราม่า

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.5k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 13 เม.ย. 2562 13:22 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความเจ็บปวด 100%
แบบอักษร

ประกายแสงสีทองในยามเช้า ลอดผ่านเข้ามาภายในห้องหรู กระทบกับผ้าม่านสีเทามน ปลุกเร้าให้คนร่างหนาที่ขณะนี้ได้นอนหลับตาพริ้มอยู่บนเตียงกว้าง ต้องค่อยๆเปิดเปลือกตาหนารับแสงที่ส่องผ่านเข้ามาเพื่อปรับสภาพของม่านตาให้อยู่ในหมวดที่ปรกติ พร้อมทั้งพยายามยันกายหนาขึ้นพิงที่หัวเตียง

นำมือหนายกขึ้นจับที่ศีรษะทุยของตนเอง ส่วนมืออีกข้างควานหาโทรศัพท์มือถือพร้อมกับนำมันขึ้นมาดูเวลา บนหน้าจอระบุว่าขณะนี้เป็นเวลา เจ็ดนาฬิกาสามสิบนาที

“ทำไมปวดหัวอย่างนี้ว่ะ???”อัศวินรู้สึกปวดหนึบที่สมองทั้งสองข้าง เหตุใดเขาถึงได้ปวดหัวเช่นนี้ แล้วที่นี่ที่ไหน ทำไมตนถึงมาอยู่ที่นี้ได้ สายตาคมกวาดมองไปทั่งรอบบริเวณของห้องที่เขาเข้ามาพัก แต่ก็ต้องถึงบางอ้อ เพราะที่นี้คือบ้านของเขาหรือเรือนหอนั้นเอง

แล้วเช่นใดเขาถึงมาอยู่ที่เรือนหอแห่งนี้ได้ เพราะสิ่งสุดท้ายที่จำได้คือเขาอยู่ที่คลับของติณภพ

“ไอภพ ไม่มีที่อื่นให้มึงพามาหรอว่ะ”สบถเล็กน้อยกับเพื่อนของตน พรางสมองหนาก็ยังครุ่นคิดทบทวนกับเหตุการณ์เมื่อคืน

“วิ!!!”อัศวินคิดไปคิดมาก็ต้องวนไปหาคนรักอีกที

“วิ เมื่อคืนคุณมาหาผมใช่ไมครับ”คิดเองเสียทุกอย่าง แต่เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็รีบเด้งตัวลงมาจากเตียงกว้างทันที อาการปวดศีรษะเมื่อครู่ก็หายไปราวกับมีเม็ดยาเม็ดใหญ่ทำให้มันหายไป

หากว่ามันไม่ใช่ความฝันเขาก็ต้องได้พบกับวิชุดาเป็นอันแน่    รีบเร่งที่จะสาวเท้าหนาให้ไปพบกับคนที่รักให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ อัศวินค้นหาทุกห้องเท่าที่เขาจะคิดว่าหญิงสาวจะไป แต่ยังไม่ทันที่จะไปยังห้องสุดท้ายที่คิดว่าหญิงสาวจะอยู่ ก็มีอันต้องหยุดชะงัก

“อ้าวคุณวิน ตื่นแล้วหรอค่ะ”เสียงของนมสายสมรแม่บ้านวัยห้าสิบปี เรียกขานคุณหนูที่ตนเลี้ยงมาตั้งแต่ยังเดินไม่ได้

“ครับ...แล้วนมมานานแล้วหรอครับ”อัศวินถามแม่นมเขาย่างสงสัย เขานับถือหญิงชราตรงหน้าเป็นมารดาอีกคนเพราะเขาเลี้ยงตนมาตั้งแต่ยังเป็นเด็กนัก แต่เหตุอีกอย่างที่ต้องถามเช่นนี้เพราะว่าภายในบ้านหลังนี้มีเพียงแต่อัศวินและเขมมิกาเท่านั้นที่อยู่เพราะมารดาของเขาอยากจะให้อัศวินและเขมมิกาสานสัมพันธ์ที่ดีกันให้มากกว่านี้

“นมเพิ่งมาถึงได้สักพักเองค่ะ แล้วนี้คุณวินจะไปไหนหรอค่ะรีบร้อนเชียว”เมื่อเห็นความเร่งรีบของคุณหนูของตนจึงเอ่ยถามเพื่อความกระจ่าง

“อ้อ พอดีว่าผมลงมาหาวินะครับ นมพอจะเห็นบ้างไมครับ”ยังคงไม่ลดละกับสิ่งที่ต้องการพบเจอ สายตาคมก็กวาดมองไปรอบๆบริเวณของตัวบ้านหลังใหญ่

“คะ...คุณวิหรอค่ะ”อึกอักเล็กน้อยหญิงชราไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ตนได้ยิน เขายังลืมเธอไม่ได้ใช่ไม???

“ใช่ครับ นมพอจะเห็นวิไมครับ”พูดอย่างมีหวัง ปากหนาฉีกยิ้มกว้าง รอรับคำตอบจากนมอันเป็นที่รัก

“คุณวินค่ะ คุณวิเธอไม่อยู่แล้วนะคะ นมว่าคุณวินอาจจะคิดถึงเธอมากไปเลยลืมว่าเธอ...จากไปแล้วรึเปล่าค่ะ???”หญิงชราถามเขาไปอย่างสงสัย อาจจะเป็นเพราะความคิดถึง...ถึงทำให้เขาลืมเธอไม่ได้

“...”เพียงแต่มีใบหน้าที่สลด รอยยิ้มที่เห็นเมื่อครู่หุบลงอย่างช้าๆ จากนั้นก็มีความเงียบเข้าปกคลุมทุกพื้นที่ พยักใบหน้าหนาเป็นเชิงรับรู้ แล้วหมุนตัวเองขึ้นไปยังชั้นบนทันที

หากแต่การสาวเท้าหนาขึ้นไปยังชั้นบน ไม่ได้เหมือนยามที่เดินลงมาเลยสักนิด ยามที่เดินลงมานั้นชั่งสดใสราวกับอยู่อีกโลกหนึ่ง แต่ทว่ายามที่ต้องเดินขึ้นทำไมมันยากจวนที่ร่างหนาของอัศวินจะเซล้มลงมาเช่นนี้ เรี่ยวแรงที่มีแทบหดเหี่ยว

ความหวังที่คิดว่าไม่ใช่ความฝัน แต่สุดท้ายแล้วมันกลับกลายเป็นความฝันที่แท้จริง เป็นความฝันที่ไม่มีใครสามารถที่จะเปลี่ยนแปลงมันได้

หยาดน้ำตาใสของลูกผู้ชายเอ่อล้นออกมาอย่างหมดเปลือกที่ดวงตาคมด้านขวา ก่อนที่มันจะร่วงแหมะลงที่ฝ่ามือหนาของอัศวิน เท้าหนาค่อยๆสาวเดินต่อไปเลื่อยๆเพื่อไปยังจุดพักใจ สองเท้าหนาของอัศวินที่ก้าวไปข้างหน้ามันชั่งไม่มีความมั่นคงเอาเสียเลย เมื่อมาหยุดอยู่ที่หน้าประตูบานหนาก็จัดการค่อยๆบิดลูกบิดเพื่อเข้าไปภายในห้องที่ออกมายังไม่ถึงครึ่งชั่วโมง พาร่างที่เหมือนจะไร้ความรู้สึกมานอนลงบนเตียงกว้าง คดตัวราวกับมีความเจ็บปวดเข้ามาปะทะร่าง

สุดที่จะทนน้ำตาใสที่เอ่อล้นเพียงแค่ขอบตาเมื่อครู่ บัดนี้มันได้ไหลออกมาอาบแก้มสากทั้งสองข้างมันคงจะยากที่ต้องสะกดกั้นเอาไว้แล้ว

“วิ วิ วิวววววว”เสียงหนาตะโกนลากเสียงยาว คดตัวเข้าด้วยความเจ็บปวด ครวนครางราวจะขาดใจ ยามนี้ต้องการอ้อมกอดที่แสนจะนุ่มของวิชุดาเท่านั้นเข้ามาโอบกอดไว้...

ด้านของคนร่างบางที่ตื่นขึ้นมาจาโซฟาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง เมื่อลุกขึ้นจากโซฟาหนาได้ก็รีบเร่งอาบน้ำแต่งตัวแล้วตรงมายังห้องครัวทันที

การพูดคุยระหว่างอัศวินและนมสายสมร เขมมิกาได้ยินชัดทุกถ้อยทุกคำ พร้อมกับเสียงคำรามดังของอัศวินที่เรียกร้องหาวิชุดา เธอก็ได้ยินเพราะมันดังจนรับรู้ถึงความเจ็บปวดของต้นเสียง แต่เธอจะทำไงได้ล่ะในเมื่อหัวใจของเขาไม่มีที่ว่างไว้เผื่อใครแล้ว แต่สุดท้ายแล้วหัวใจดวงน้อยของเธอก็ยังคงที่จะมอบให้เขาแต่เพียงผู้...เดียว

เขมมิกาเลือกที่จะเข้าครัวแต่เช้าเพื่อทีจะเตรียมอาหารเช้าไว้ให้สามีทางนิตินัยของตน เธอเลือกที่จะทำข้าวต้มกุ้งเพราะพอจะได้ยินมาบ้างว่าเขานั้นชอบทานกุ้งยิ่งกว่าสิ่งใด

แต่กลับผิดกับเธอที่มีอาการแพ้กุ้ง หากแต่มันไม่ได้มีอาการรุนแรงอะไรมากมาย แต่หากได้รับเข้าไปในปริมาณที่มากก็อาจจะทำให้หญิงสาวช็อกหรือหมดสติไปก็เป็นได้ แต่ถึงแม้จะแพ้เพียงใดก็พร้อมที่จะทำมันให้ชายหนุ่มได้ทานในสิ่งที่ตัวเขานั้นชอบ

ทุกขั้นตอนการทำเขมมิกาบรรจงทำสุดฝีมือเท่าที่จะทำได้ หากแต่การชิมหรือลิ้มรสเธอคงไม่สามารถที่จะทำสิ่งนั้นได้เป็นแน่ จึงต้องขอความช่วยเหลือจากใครอีกคน เท้าเรียวบางค่อยๆก้าวเดินไปหาผู้ที่จะมาลิ้มรสอาหารของตน ที่ตอนนี้อาจจะอยู่ภายในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ก็เป็นได้ เมื่อพบเป้าหมายก็รีบสาวเท้าบางเข้าไปหาทันที

“คุณป้าสมรค่ะ”เขมมิกาเอ่ยเรียกหญิงสูงวัยที่กำลังเก็บของอยู่ที่ห้องโถงใหญ่

“ว่าไงค่ะ คุณเขม”เมื่อได้ยินเสียงหวานของเขมมิกาก็หันมาตอบรับคำขานของต้นเสียงทันที พร้อมทั้งนำใบหน้าที่ยิ้มแย้มส่งมายังสาวเจ้า

“คุณป้าสมร ช่วยไปชิมข้าวต้มกุ้งให้เขมหน่อยได้ไมค่ะ”ไม่รีรอที่จะเอ่ยความต้องการ

“อ้อ...ได้สิค่ะ แล้วทำไมคุณเขมไม่ชิมเองล่ะค่ะ หรือว่าไม่มั่นใจในฝีมือตัวเอง”พูดตอบรับหญิงสาวไปด้วย ถามไปด้วย แต่ก็ยังคงยิ้มตอบสาวเจ้าเช่นเดิม

“อ้อก็คงจะประมาณนั้นแหละค่ะ”พูดกับหญิงสูงวัย พรางเรียวปากเล็กอมชมพูก็อมยิ้มไว้ ชวนให้ใบหน้าหวานนั้นเพิ่มความน่ามองยิ่งขึ้น

“ได้สิค่ะ งั้นเราไปกันดีกว่าค่ะ”เขมมิกาพยักใบหน้าหวานรับ   นมสายสมรเดินนำหญิงสาวไปห้องครัวเมื่อพูดเสร็จ เรียวเท้าบางของเขมมิกาก็เดินตามไปทันที

“ฮื้อออ กลิ่นหอมมากเลยนะคะ คุณเขม”นมสายสมรเมื่อย่างเท้าเข้ามาเหยียบภายในห้องครัว ก็ได้กลิ่นของอาหารที่เขมมิกาได้ทำไว้ จนต้องเอ่ยปากชม

“ค่ะ เดี๋ยวเขมไปตักมาให้ชิมนะคะ”ตอบรับคำชมแล้วเดินไปตักข้าวต้มกุ้งที่อยู่ในหม้อให้หญิงสูงวัยทันที

“นี่ค่ะ”ยื่นถ้วยข้าวต้มที่อยู่ในมือบางส่งให้หญิงสูงวัยที่อยู่ตรงหน้า

“ก็อร่อยดีนี่ค่ะคุณเขม รสชาติแบบนี้คุณวินเธอน่าจะชอบนะคะ”

“จิรงหรอค่ะ ขอบคุณค่ะ”

“งั้นเดี่ยวป้า ไปตามคุณวินให้นะคะ”อาสาที่จะไปตามคุณหนูของตนแต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงของเขมมิกาดังขึ้นเสียก่อน

“ไม่เป็นไรค่ะ เดี๋ยวเขมไปตามคุณวินมาทานเองดีกว่าค่ะ”เขมมิกาอาสาที่จะขึ้นไปตามอัศวินแทนนมสายสมรเพราะว่านมสายสมรนั้นมีอายุที่ค่อนข้างมากจึงกลัวว่าอาจจะยากลำบากต่อการขึ้นลงบันไดหลายขั้น

“ก็ได้ค่ะ งั้นเดี่ยวป้าไปจัดโต๊ะไว้ให้นะคะ”

“ค่ะ ขอบคุณนะคะ”กล่าวขอบคุณหญิงสูงวัย ก่อนที่จะหมุนตัวเดินไปยังจุดหมาย

ค่อยๆสาวเรียวเท้าบางขึ้นมาเลื่อยๆจนถึงหน้าห้องที่ตนต้องเข้าไป มือบางค่อยๆยกขึ้นหวังที่จะเคาะให้เกิดเสียงเพื่อให้คนในห้องได้ยิน แต่ก็ต้องชักมือบางกลับเสียก่อน เพราะเจ้าของห้องนั้นได้เปิดประตูบานหนาออกมาเสียก่อน

“มาทำอะไร!!!”ถามเสียงเข้มยามที่เห็นใบหน้าหวานของเขมมิกา อัศวินแต่งตัวพร้อมที่จะออกไปทำงานที่บริษัทของตน เสื้อเชิ้ตสีขาวแขนยาวถูกสวมทับเข้ากับสูทตัวโก่งสีดำ   พร้อมกับกางเกงขายาวสีดำที่สวมทับปกปิดสิ่งลับ

“อะ...เอ่อ พอดีว่าเขมมาตามคุณวินไปทานอาหารเช้าคะ”ปากบางพูดกับอัศวิน แต่ใบหน้ากลับก้มงุงลงต่ำ ไม่กล้าที่จะสบตากับร่างหนา

“ฉันไม่กิน”ตอบเสียงเย็นชานิ่งเรียบ ใบหน้าไม่แสดงความรู้สึกต่อสิ่งใด ราวกับตอนนี้เขาเป็นคนไร้ความรู้สึกไปแล้ว

“แต่อาหารเช้าสำคัญมากนะคะ คุณวินต้องทานนะคะ”ไม่ยอมที่จะหลีกหนีร่างหนา พร้อมกับพูดเพื่อให้เขาไปทานอาหารให้ได้

“ฉันบอกว่าฉันไม่กินไม่ได้ยินหรือไง!!!”จากเสียงเย็นชาคราแรก แต่เวลานี้มันกลับแข็งกระด้างขึ้นมาทันที เขาไม่อยากที่จะทานอะไรทั้งนั้น ไม่อยากที่จะทำอะไรในเวลานี้   นอกจากจะออกไปไม่ให้เห็นใบหน้าของเขมมิกาคือสิ่งที่ต้องการที่สุด

“ตะ...แต่คุณวินต้อง...”ยังไม่ทันทีจะจบประโยคเสียงเข้มก็เข้ามาแทรกทันควัน

“ไม่ต้องมายุ่งกับฉัน ฉันบอกว่าไม่กินเธอไม่ได้ยินหรือไง ห๊ะ!!!”อารมณ์เดือดพล่านมือหนาเข้ากระชากข้อมือของเจ้าของร่างบางให้เข้ามาปะทะอกแกร่ง บีบข้อมือเล็กเน้น ผลักร่างบางให้แนบชิดกับประตูห้อง

ไม่เข้าใจว่าเธอจะมายุ่งกับเขาทำไม ทั้งที่เป็นอยู่ในเวลานี้มันก็จะขาดใจตายอยู่แล้ว

ใบหน้าหวานเหยเกด้วยความเจ็บ แต่ก็ไม่อาจที่จะต้านทาน ปล่อยให้เขาทำไปหากทนได้ก็พร้อมที่จะทน หากแต่การกระทำของเขามันชั่งเพิ่มทวีความบีบเน้นที่ข้อมือสวยมากขึ้น ไม่มีท่าทีว่าจะลดผ่อน

“โอ๊ย คะ...คุณวินเขมเจ็บนะคะ”ร้องบอกให้อัศวินปล่อย แต่หากทว่าเวลานี้สติของอัศวินจะอยู่กับตัวของเขาหรือเปล่า??? การพูดหรือขอร้องของเธอจึงไม่ได้ผล

“...”มีเพียงแค่ความเงียบเท่านั้นที่ได้รับรู้ ใบหน้าของอัศวินในเวลานี้มันชังนิ่งเฉยและเย็นชา แรงบีบที่ข้อมือบางก็เพิ่มพูนมากขึ้น

หากแต่เขมมิกาพยายามที่จะบิดข้อมือสวยออกจากพันธะใหญ่ แต่แรงเสียดทานก็มีมากขึ้นตามมาด้วย สุดท้ายแล้วจึงต้องเรียกสติของชายหนุ่มคืนอีกครั้ง

“คุณวินค่ะ ปล่อยเขมนะ เขมเจ็บ”เสียงหวานส่งตรงไปที่อัศวิน เรียกคืนสติที่หลุดลอยให้หวนกลับมา

เมื่อได้สติ สายตาที่เลิกลักของอัศวินก็ผลุดขึ้นมาก่อนที่จะผลักร่างบางที่เคยอยู่ในพันธะใหญ่ ออกอย่างแรง

‘ผลัก’

“อะ...โอ๊ย”เสียงหวานร้องครางด้วยความเจ็บ ทรุดตัวลงนั่งกับพื้นปูนเงาวาว

“ฉันขอโทษ...”เสียงเรียบและเย็นชาเช่นเดิม เป็นคำขอโทษที่ฟังแล้วดูห่างไกล แต่ทว่าในใจดวงหนาของชายหนุ่มถูกแฝงไปด้วย ‘ความรู้สึก’ ที่เจ้าตัวก็ไม่อาจที่จะร่วงรู้

พูดจบร่างหนาของอัศวินก็หันหลังแล้วสาวเท้าหนาออกห่างจากเขมมิกาทันที ส่วนคนร่างบางที่ตอนนี้นั่งอยู่กับพื้นที่หน้าประตูห้องก็ค่อยๆยันกายขึ้นแล้วค่อยๆเดินตามร่างหนาไป แต่ทิ้งระยะห่างพอสมควร

ร่างหนาของอัศวินรีบสาวลงมาจากชั้นบน แต่ก็ต้องหยุดเพราะเสียงของนมสายสม “อ้าว คุณวินไม่ทานอาหารเช้าหน่อยหรอค่ะ ข้าวต้มกุ้งที่คุณวินชอบเลยนะคะ”นมสายสมรถามคนร่างหนาที่รีบเร่งเดนลงมาจากชั้นบน

“ไม่ดีกว่าครับนม ผมไม่หิว ผมขอตัวก่อนนะครับ”ยิ้มให้นมสายสมรเล็กน้อย ก่อนที่จะเดินเลี่ยงออกไปจากบ้านหลังใหญ่ แล้วบึ่งรถคันหรูพุ่งทะยานออกไปที่ท้องถนนสีเทาดำทันที

เขมมิกาที่เดินตามอัศวินมาอย่างห่างๆเดินลงมาด้วยท่าทางที่นิ่งเฉย ยิ้มให้กับนมสายสมรเล็กน้อย แล้วเลี่ยงเข้าไปที่ห้องครัวทันทีไม่ทันที่จะให้นมสายสมรได้ทักถามถึงเรื่องราว   ทุกอย่างที่เตรียมพร้อมทำไว้ให้อัศวินได้ทานในยามเช้า ในเวลานี้มันถูกจัดแจงใส่กล่องใบใหญ่  เตรียมพร้อมที่จะนำไปให้กับนมสายสมร ที่รอเธออยู่ด้านหน้า

“ป้าสายสมรค่ะ นี่ข้าวต้มที่เขมทำไว้ค่ะ เขมฝากเอาไปให้คนที่บ้านใหญ่ด้วยนะคะ”มือบางยื่นถุงที่ใส่กล่องข้าวต้มให้กับนมสายสมร ที่ยืนอยู่ที่หน้าประตูพร้อมที่จะกลับไปยังบ้านใหญ่ หลังจากได้จัดสิ่งของเล็กน้อยๆในบ้านเสร็จ

“อ้าวแล้วคุณเขมไม่ทานหรอค่ะ”ถามอย่างสงสัย เธอไม่ทานข้าวต้มหรอกหรอ

“อ้อ พอดีว่าเขมทานแล้วล่ะคะ”ยิ้มให้กับหญิงสูงวัย เธอยังไม่กล้าที่จะชิมมันด้วยซ้ำ...แล้วเหตุใดเธอจะทานมันล่ะ?

“อ้อค่ะ งั้นป้าไปก่อนนะคะ เดี๋ยวพรุ่งนี้ป้ามาใหม่นะคะ”ส่งยิ้มที่เป็นมิตร แล้วเดินออกไปยังรถที่จอกรออยู่ด้านนอก นมสายสมรต้องมาที่บ้านหลังนี้ประจำเพราะไม่มีทั้งแม่บ้านหรือคนค่อยอยู่ที่นี้มีเพียงแต่เขาและเธอเท่านั้นที่อยู่เพียงสองคน

เมื่อรถที่หญิงสูงวัยนั่งลับสายตาไปแล้ว เขมมิกาก็หันแผ่นหลังบาง สาวเท้าเรียวเข้าไปทำหน้าที่ของตนทันที

ภายในบ้านหลังนี้มีความใหญ่ที่พอสมควรแต่ไม่ใหญ่มากเท่าขนาดของบ้านใหญ่อีกหลัง การทำงานบ้านของเขมมิกาจึงหนักพอสมควร ทั้งในสวนที่มีทั้งดอกกุหลาบดอกไม้อีกหลายชนิดที่หญิงสาวต้องรดน้ำให้เพื่อเพิ่มความชุ่มช่ำทั้งบริเวณรอบตัวบ้าน รวมทั้งห้องนอนของชายหนุ่ม

เขมมิกาจัดการเก็บกวาดบริเวณพื้นห้อง ทุกซอกทุกมุมที่คนร่างบางสามารถที่จะมุดเข้าไปได้ ทั้งซอกตู้เล็กๆเขมมิกาก็ยังพยายามที่จะทำมัน

“อะ...โอ๊ยยย”เสียงร้องครางเล็กของสาวเจ้าดังออกมาจากเรียวปากบางขณะที่กำลังพยายามเก็บกวาด ข้างซอกตู้เล็ก แล้วศีรษะสวยดันไปโดนกับขอบตู้ทำให้ต้องร้องด้วยความเจ็บ

‘ซุ่มซ่ามจริงๆเลยน้า...ยัยเขมเอ่ย’อมยิ้มเล็กน้อยพร้อมทั้งยังที่จะอดพูดถึงความซุ่มซ่ามของตัวเอง อยู่เพียงภายในใจไม่ได้ ก่อนที่จะก้มลงมือทำความสะอาดต่อ การที่ต้องคัดถูกตามซอกเล็กๆเป็นไปอย่างลำบาก แต่เขมมิกาก็ทำจนมันเสร็จสิ้น

ร่างบางเดินทำความสะอาดรอบห้องใหญ่ สายตาสวยสะดุดเข้ากับกรอบรูปที่มีขนาดพอประมาณไม่ใหญ่ไม่น้อยที่วางอยู่บริเวณบนโต๊ะข้างเตียงฝั่งของชายหนุ่ม ค่อยๆก้าวเข้าไปยังจุดหมายที่วางอยู่เบื้องหน้า มือบางค่อยๆเอื้อมไปหยิบขึ้มมาพิจารณา

สำรวจใบหน้าหญิงสาวในภาพที่หันด้านข้างเอียงพอประมาณมือน้อยจับปอยผมให้ทัดอยู่ข้างใบหูอย่างไตร่ตรอง พร้อมทั้งไรลูกผมที่ปรกหน้าสวยเล็กน้อยเพิ่มความมีเสน่ห์ให้กับหญิงสาวในภาพเป็นอย่างมาก

ดูก็รูว่าสถานที่ที่ไปนั้น เป็นพื้นที่ ที่มีสายลมที่พลิ้วไสวตลอดเวลา หากแต่คนที่กดถ่ายภาพนี้ก็คงจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจาก...อัศวิน

“คุณกับเธอคงรักกันมากใช่ไมค่ะ”ตั้งคำถามให้กับตนเอง รอยยิ้มผุดขึ้นมาบนใบหน้าสาว แต่ผิดกับจิตใจที่ชั่งหว่าเหว่ แต่ก็ต้องยอมรับความจริงเพราะหญิงสาวผู้นี้มีทั้งใบหน้าที่อ่อนหวานกิริยาชั่งอ่อนโยนเหตุนี้อัศวินจึงรักเธอไม่อาจที่จะเปลี่ยนแปลงถึงแม้ว่าจะไม่ได้พบหรือเจอหน้าเธอจริงๆ

แต่การกระทำหรือท่าทางที่อยู่ในรูปภาพนั้นแล้วก็สังเกตได้ไมยากนักหรอก?

เขมมิกาจัดการว่างรูปไว้ที่เดิมแล้วเดินไปจัดการงานของตนต่อ

‘โอกกกก’

เสียงท้องน้อยดังขึ้นเพื่อประท้วงมือบางลูบที่หน้าท้องเบาๆ พลันก็นึกขึ้นได้ว่าตนนั้นยังไม่ทันได้ทานข้าวตั้งแต่เมื่อคืนจนเวลาล่วงมาถึงสิบสามนาฬิกาของอีกวัน ข้าวสักเม็ดก็ยังไม่ตกถึงท้องของสาวเจ้า เมื่อคิดได้เช่นนั้นเขมมิกาจึงเตรียมที่จะไปหาอะไรใส่ท้องของตน

เรียวเท้าบางค่อยสาวออกมาจากห้องใหญ่แล้วมุ่งตรงไปที่ห้องครัวที่อยู่ด้านล่างทันที อาหารที่เขมมิกาเลือกทานเป็นเพียงสิ่งง่ายๆก็คงไม่พ้นไข่เจียวแสนอร่อย

เมื่อทานเสร็จเรียบร้อยก็จัดการเก็บกวาดภายในห้องครัวไปในตัวเลย แต่กว่าจะเสร็จจากงานบ้านของเขมมิกาก็กินเวลาไปถึงหกโมงเย็น  ซึ่งก็คงจะเป็นเวลาที่อัศวินจะกลับมาจากบริษัท หญิงสาวเลือกที่จะมานั่งรออัศวินอยู่ที่ประตูหน้าบานเพื่อที่จะช่วยเขาขนกระเป๋าหรือของเพื่อที่จะทำให้ชายหนุ่มได้ผ่อนคลายในการกลับมาจากที่ทำงาน พยายามที่จะทำหน้าที่ของตนให้ดีที่สุด

แต่รอจนแล้วจนเล่าก็ยังไม่มีเงาของชายหนุ่มมาเลย จนจากท้องฟ้าที่สว่างกลับเปลี่ยนเป็นท้องฟ้าที่เริ่มมืดครึมเริ่มมีเมฆหนาเข้าปกคลุมเสียงของท้องนภาดังขึ้นเป็นระยะ ด้วยความที่จัดการทำงานบ้านทั้งวันจึงทำให้เขมมิกาที่นั่งรออัศวินอยู่หน้าประตูจึงต้องผล็อยหลับไปอย่างไม่รู้ตัว

หลังจากที่เขมมิกาเผลอหลับไปได้เพียงไม่นาน ก็มีเสียงของรถคันหรูของอัศวินขับเข้ามาจอดภายในบ้าน ก้าวเท้าหนาลงจากประตูด้านคนขับแล้วยืนสำรวจสภาพอากาศได้สักพัก เสียงของท้องนภาที่เริ่มดังขึ้นเป็นระยะทำให้ชายหนุ่มต้องรีบสาวเรียวเท้าหนาเข้าไปภายใน

แต่...ทว่าเมื่อเดินมายังประตูทางเข้าก็พบกับคนร่างบางนั่งหลับอยู่กับขอบประตู แต่เขากลับเลือกที่จะไม่สนใจในสิ่งที่เห็น สาวเท้าเข้าไปด้านในแล้วตรงเข้าห้องทันที

จากเสียงท้องฟ้าที่ดังขึ้นเป็นระยะในคราแรกมีเมฆหนาพกคลุม  แต่บัดนี้มีทั้งเสียงและเม็ดฝนที่กระหน่ำสาดลงมาอย่างหนัก แต่ก็ไม่อาจที่จะทำให้คนที่เข้าสู่ห้วงนิทราตื่นขึ้นมาได้ ละอองฝนที่ตกหนักอยู่ด้านนอกกระเด็นสาดเข้ามากระทบกับสาวเจ้าเล็กน้อย

‘เปรี้ยง!’เสียงสายฟ้าฟาดดังขึ้น หญิงสาวที่กำลังอยู่ในห้วงนิทราต้องสะดุ้งตื้นขึ้น เพราะเสียงที่เกิดนั้นมันดังพอที่จะทำให้คนที่เหนื่อยล้าลืมตาตื้นขึ้นมา

เขมมิกาบิดกายบางเล็กน้อยก่อนที่จะยกมือเรียวขึ้นมาดูนาฬิกาที่ข้อมือ แล้วพบว่านี้คือเวลายี่สิบนาฬิกาสี่สิห้านาทีแล้ว หญิงสาวรีบสาวเท้าบางขึ้นไปยังชั้นบนเผื่อว่าคนที่ตนเฝ้ารอจะมาถึงแล้ว

เธอค่อยๆก้าวขึ้นไปชั้นบนที่ละก้าวอย่างช้าๆไม่รีบร้อน หากเขาอยู่ด้านในจริงก็คงจะทำงานอยู่เป็นแน่ เพราะเวลานี้อาจจะยังไม่ใช่เวลาที่ชายหนุ่มจะเข้านอน

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’

มือบางของเขมมิกายกขึ้นไปเคาะที่ประตูหรูด้านหน้าเพื่อให้เจ้าของห้องรับรู้ หากเข้าไปเองโดยสุ่มสี่สุ่มมีหวังได้โดนเขาตวาดใส่เป็นแน่

เสียงเคาะจากด้านนอกทำให้คนที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่กับเอกสารตรงหน้าต้องหันไปตามเสียงที่ได้ยิน มือหนาละออกจากเอกสารที่ต้องสะสางตรงหน้าแล้วเดินไปที่ต้นเสียงที่ได้ยินทันที มือของอัศวินเอื้อมไปเปิดประตูบานหนาที่กั้นกลางระหว่างเขาและคู่สนทนาให้เปิดออก

เมื่อสิ่งที่กีดขวางกั้นกลางระหว่างเขาและเธอเปิดกว้าง  อัศวินก็พบกับร่างบางของหญิงสาวที่มีสภาพเปียกชื้นเล็กน้อย ด้วยเหตุจากหญิงสาวผล็อยหลับไประหว่างรอคนร่างหนา ขณะที่กำลังมีเม็ดฝนโปรยปรายล่วงโรยลงมาจากท้องฟ้า...

อัศวินเห็นผู้ที่ยืนอยู่ด้านหน้าของตนยังคงที่จะนิ่งเงียบ เขาจึงเปิดฉากถามเขมมิกาขึ้นก่อนทันที เมื่อเริ่มเห็นท่าทีที่มีอาการสั่นเทาของหญิงสาว ไม่รู้ว่าเกิดจากอาการกลัวเขาหรือหนาวจากหยาดฝนที่กระทบเข้าผิวหนังบางกันแน่

“มีอะไรกับฉัน”ถามหญิงสาวที่อยู่ด้านหน้า เธอก้มหน้างุงไม่ยอมที่จะเงยขึ้นมาสบตากับเขา สายตาคมกวาดมองไปทั่วเรือนร่างและใบหน้าของเขมมิกา เขาไม่อยากที่จะพบหน้าเธอด้วยซ้ำ แล้วยิ่งต้องมาอยู่ด้วยกันเจอกันทุกวันเขาจะสามรถที่จะอดกลั้นอารมณ์ของตนไว้ได้หรือ...มันยังคงเป็นอีกหนึ่งคำถามที่อัศวินตั้งเฝ้าถามตนเองอยู่ตลอดเวลา ตัวของอัศวินเองก็ไม่สามารถที่จะให้คำตอบกับคำถามนั้นได้...

คนฟังถึงกับหน้าชาน้ำเสียงและคำพูดมันชั่งห่างเหินออกไปจากเธอเหลือเกิน... เมื่อหลุดออกจากอาการกลัวที่เริ่มบรรเทาลงแล้ว จึงรีบบอกจุดประสงค์ของตนเองให้เขาได้รับรู้ก่อนที่เขาจะเดือดไปมากกว่านี้

“อะ...เอ่อ”น้ำเสียงหวานอ้ำอึ้ง ยามที่อยากจะพูดกับเขาก็ดันมาติดอ่างซะนี้ยัยเขมเอ่ย เขมมิกาคิดกับตนเองเพียงในใจ

“เธอจะพูดอะไรกับฉัน ก็รีบพูดฉันไม่มีได้มีเวลามากมายหนักหลอกนะ!”อัศวินพูดด้วยน้ำเสียงที่ดุดันเล็กน้อย เขมมิกาเห็นเช่นนั้นก็รีบสังคยายบอกเขาทันที

“อะ...เอ่อ พอดีว่าเขมเห็นว่าคุณวินยังไม่ได้ทานอาหารเย็นเลย...เขมเลยจะมาเชิญคุณวินลงไปทานอาหารด้านล่างค่ะ”พูดไปก็ก้มหน้าสวยไปไม่ยอมที่จะเงยหน้าขึ้นมาเช่นเดิม

“ไม่ ฉันไม่หิว”อัศวินตอบกลับ กับคนที่ยืนอยู่ด้านหน้า

“ละ...แล้วคุณวินต้องการอะไรไมค่ะ เดี๋ยวเขมจะลงไปทำให้ค่ะ”การพูดครั้งนี้เขมมิกาเงยหน้าสวยหวานขึ้น แต่คำถามที่ต้องการคำตอบนี้ กลับเงียบไม่มีเสียงของชายหนุ่มพูดขึ้นมาแม้แต่น้อย...

“........”อัศวินนิ่งเงียบไม่ยอมปริปากหนาพูดออกมาตามคำถามของเขมมิกา สายตาที่มองดูธรรมดาก็น่าเกรงขามยิ่งแล้ว แล้วยิ่งเขาเริ่มทำสีหน้าที่ไม่พอใจ ทำให้ดวงใจดวงน้อยของเขมมิกาเริ่มสั่นเทา แต่ก็ไม่แสดงออกให้เขาเห็น...

“ถ้างั้นเดี๋ยวเขมลงไปชงกาแฟให้นะคะ”พูดกับตัวเองทุกอย่าง ไม่มีเสียงจากเขาแม้แต่น้อยอัศวินยืนนิ่งสีหน้าไม่ค่อยจะสบอารมณ์สักเท่าไร เธอหวังดีกับเขาทุกอย่างแต่ในเมื่อเขาไม่หิว เขมมิกาจึงเลือกที่จะหาหนทางให้ท้องหนาของเขา ได้รับอะไรเข้าไปได้บ้าง

“....”แม้ไม่มีเสียงที่เอ่ยออกมาแต่ก็พยักหน้ารับ เป็นการตอบกลับไป

“งั้นเดี่ยวคุณวิน รอสักครู่นะคะ”เมื่อเห็นเขาพยักหน้ารับเขมมิกาก็รีบที่จะลงไปด้านล่างเพื่อที่จะชงกาแฟให้กับชายหนุ่มทันที   เมื่อแผ่นหลังบางของเขมมิกาเดินลงไปด้านล่างแล้ว อัศวินก็ปิดประตูบานหนาลง แล้วเดินไปนั่งยังที่เดิมที่ตนมาแล้วลงมือสะสางเอกสารตรงหน้าต่อทันที

เท้าเรียวของเขมมิกาก้าวลงจากชั้นบนอย่างเร็ว เพื่อตรงไปยังห้องครัวเพื่อจัดเตรียมชงกาแฟให้แก่อัศวิน มือบางเอื้อมไปเสียบปลั๊กกระติกน้ำร้อนที่อยู่ไม่ไกล เมื่อน้ำ ร้อนจนได้ที่ เขมมิกาก็จัดเตรียมตักเมล็ดกาแฟที่บดละเอียดแล้วใส่แก้วใบสวยที่วางอยู่บนชั้นวางแก้ว...ด้วยความที่มีอาการที่รีบร้อนกลัวว่าเขาจะรอนานและบวกกับการเมอลอยคิดไปเรื่อยเปื่อยของหญิงสาว

ทำให้ไม่ทันที่จะดูน้ำร้อนที่ไหลลงมาจากกระติกราคาแพง จนมันราดรดมือของหญิงสาว แต่เพียงแค่เฉียดไปเพียงครึ่งเท่านั้น

“โอ๊ย!”เสียงหวานร้องครางด้วยความแสบและความร้อนของน้ำที่กำลังเดือดอยู่ภายใน ที่ขณะนี้ได้ราดรดลงมาที่มือสวยของสาวเจ้าแล้ว เธอรู้สึกแสบร้อนไปทั่วทั้งมือ ถึงแม้ว่าจะไม่ได้ราดรดไปทั่วทั้งมือแต่ความแสบร้อนก็แพร่ซ่านไปถึงได้เช่นกัน...

มือบางแดงขึ้นเลื่อยๆด้วยฤทธิ์ของน้ำร้อนที่รดใส่จนสาวเจ้าต้องหาผ้ามาผูกไว้เพียงชั่วคราวก่อน แล้วจึงค่อยจะลงมือทำแผล ส่วนมืออีกข้างที่ยังว่างก็ถือแก้วกาแฟที่ชงให้แก่อัศวินแล้วเดินถึอขึ้นไปชั้นบน  เป็นเวลานานมากแล้วที่ทำให้เขาต้องรอจึงต้องรีบเร่งฝีเท้าให้ทันท่วงทีเร็วขึ้นกว่าเดิม

‘ก๊อก ก๊อก ก๊อก’

เสียงเคาะประตูบานหนาจากด้านนอกดึงความสนใจจากอัศวินที่กำลังยุ่งอยู่กับเอกสารตรงหน้าอีกครั้ง           เขาเหลี่ยวหลังมองไปยังต้นเสียงก่อนที่จะลุกขึ้นแล้วสาวเท้าหนาไปที่ประตู เพื่อเปิดให้กับสาวเจ้าทียืนรออยู่ด้านนอกประตู

“เขมเอากาแฟมาให้ค่ะ”ใบหน้าสาวบ่งบอกถึงความเต็มใจ แต่ก็ต้องกักเก็บความเจ็บปวดไว้เหมือนกัน...

“ขอบใจ เอาไปวางไว้ข้างในนั้นแหละ”เสียงเข้มหวนบอกแกมสั่งสาวเจ้า

“คะ...ค่ะ”เขมมิกาน้อมรับคำบอก อ๊ะ...ไม่ใช่สิ มันคือคำสั่งต่างหาก เธอค่อยๆก้าวเดินข้าไปด้านใน มือก็ยังคงถือแก้วกาแฟเช่นเดิม ส่วนข้างที่โดนน้ำร้อนราดใส่ก็ยังคงเจ็บแสบไม่จางหาย

หญิงสาวค่อยๆวางแก้วลงยังพื้นโต๊ะราคาแพงอย่างเบามือเมื่อมาถึงที่โต๊ะทำงานของชายหนุ่ม  ส่วนคนที่สั่งก็เดินตามมาติดๆ ระหว่างที่เดินตามสาวเจ้าเข้ามา เขาก็พอที่จะเห็นมืออีกข้างของเขมมิกาที่มีผ้าพันปิดไว้อยู่...จึงเอ่ยถามขึ้นไปอย่างสงสัย

“มือเธอไปโดนอะไรมา”คำถามหวนๆอย่างใคร่รู้แต่ดูห่วงใยส่งไปที่เขมมิกาที่กำลังจะหันกลับมาทางเจ้าของเสียง ไม่ได้ฟังในสิ่งที่เขาพูดด้วยหรืออย่างไง?

“อะ...อะไรนะคะ”เธอถามอย่างงวงงง เธอไม่ได้หูฝาดไปใช่ไม? เขาแสดงความห่วงใยกับเธออย่างนั้นหรือ แต่...จากใจจริง หรือ...เพียงแค่หน้าที่เท่านั้นล่ะ...

“ฉันถามว่ามือเธอไปโดนอะไรมา!”ถามซ้ำอีกรอบ รอบที่แล้วที่เขาพูดไม่รู้เรื่องหรือไงเธอถึงไมได้ยินแล้วฟังไม่เข้าใจ ถึงได้ต้องให้พูดซ้ำสองอย่างนี้!

“อะ...อ้อ ไม่มีอะไรหรอกค่ะแค่แผลเล็กๆน้อยๆ”เขมมิกายกมือขึ้นมาดู เธอโกหกเขา...ก่อนที่มือบางจะลดลงไปข้างลำตัว อาการมันยังคงปวดแสบปวดร้อนอยู่ตลอดเวลาแต่ก็ไม่เท่าคราแรกที่โดน

“งั้นเขมขอตัวไปอาบน้ำก่อนนะคะ”เป็นการตัดบท เธอเลี่ยงไม่อยากที่จะตอบคำถามของเขา

แต่ก็ยังไม่ทันที่จะได้ก้าวขา ก็มีมือหนามาจับไว้เสียก่อน แล้วหากเธอจะไม่ร้องจนเสียงหลง ถ้าข้างที่เขาจับนั้นมันไม่ใช่ข้างที่เธอกำลังเจ็บปวดอยู่...

“โอ๊ยยย”

มือหนารีบชักมือกลับ แล้วออกห่างจากเขมมิกาทันที ก่อนที่จะค่อยๆก้าวเท้าหนาเข้าไปใกล้ๆสาวเจ้าอีกครั้ง

“ไหนให้ฉันดูหน่อยสิ”พูดจบก็จัดการดึงข้อมือข้างที่พันผ้าอยู่มาทันที โดยเจ้าของมือยังไม่ได้ให้อนุญาต อัศวินจัดการแกะผ้าที่พันอยู่รอบมือบางของเขมมิกาออก บาดแผลที่โดยน้ำร้อนราดรดใส่ปรากฏตรงหน้าของอัศวินเมื่อเขาแกะผ้าที่พันออกเรียบร้อนแล้ว

“ทำไมมันแดงอย่างนี้ เธอไปทำอะไรมา!”ถามน้ำเสียงเข้มงวด สายตากวาดมองไปทั่งมือบางที่ตอนแรกจากมีสีขาวนวลแต่ตอนนี้มันกลับมีสีที่ต่างออกไปคือ...มันมีลักษณะเป็นสีแดงนิดๆพองหน่อยๆ

“ไม่มีอะไรหรอกค่ะ เดี่ยวเขมไปทำแผลแป๊บเดียวเดี๋ยวก็หายค่ะ”

“ฉันถามว่าเธอไปทำอะไรมา ห๊ะ!”น้ำเสียงหวนขึ้นกว่าเดิมเมื่อไม่ได้คำตอบที่ตนต้องการ เขาถามว่าเธอไปทำอะไรมา เรื่องแค่นี้มันยากมากนักรึไงถึงไม่ยอมที่จะบอกตน มันยากมากนักใช่ไหม!

“อะ...เอ่อคือเขม...”เริ่มเห็นอาการขุ่นมั่วของเขา ปากบางก็เริ่มที่จะสั่นไหว

แต่ยังไม่ทันที่จะพูดจบก็ถูกอัศวินกระชากข้อมือบางให้เดินตามเขาไป อัศวินดึงข้อมือบางให้เดินตามมาที่เตียงกว้างแล้วจัดการเหวี่ยงหล่อนลงไปที่เตียงทันที

“นั่งอยู่ตรงนี้แล้วห้ามไปไหนเด็ดขาด!”เป็นเสียงเด็ดขาดว่าไม่ให้เธอลุกไปไหน ก่อนที่อัศวินจะเดินออกไปด้านนอกของห้อง อัศวินเดินลงมาด้านล่างก็รู้สึกถึงความเป็นห่วงที่ตนมีให้แก่เขมมิกา พยายามที่จะไม่คิดมันแต่ก็ทำไม่ได้ *‘ไม่เว้ยไอวิน แกต้องแก้แค้นคนที่มันทำให้แกเจ็บสิวะ!’*ก่อนที่เขาจะสะบัดความคิดที่มันแสนจะรกหัวออกไป แล้วเดินตรงไปที่ตู้ปฐมพยาบาลที่อยู่ไม่ไกล มือหนาหยิบกล่องยาได้ก็รีบเดินขึ้นไปชั้นบนเพื่อนำมันไปรักษาใครอีกคนที่รออยู่ทันที...

ประตูบานหนาถูกเปิดกว้างด้วยฝีมือของใครอีกไม่ได้...นอกจากอัศวิน เขาเดินตรงมาที่สาวเจ้าที่นั่งรออยู่ที่เดิมไม่ยอมไปไหนตามคำสั่งของเขา แต่หากลุกไปมีหวังระเบิดลูกใหญ่ได้ลงบ้านหลังนี้แน่ๆ อัศวินเดินมาพร้อมกับกล่องยาขนาดย่อมไม่ใหญ่ไม่เล็กจนเกินไป เขาเดินตรงมาที่สาวเจ้าที่นั่งรอตาแป๋วอยู่บนเตียงหนา

เขมมิกาเอื้อมมือเพื่อที่จะไปหยิบกล่องยาที่อัศวินวางไว้ข้างตัว แต่ก็โดนคนตัวหนาจับข้อมือไว้เสียก่อน

“เธอจะทำอะไร”อัศวินพูดขึ้นมา เมื่อเห็นมือของสาวเจ้ากำลังที่จะเอื้อมมาหยิบกล่องยาที่วางอยู่ข้างตน จะทำอะไรก็ไม่ดูตัวเองหน่อยเลยว่าไหวไม มือน่ะแดงจนไม่รู้มันจะแดงไงแล้ว เขาบ่นงุบงิบกับตนเองเพียงเสียงที่แผ่วเบาแม้แต่สาวเจ้าก็ไม่มีวันได้ยิน

“ทะ...ทำแผลไงค่ะ”เขมมิกามีสีหน้าที่ไม่เข้าใจในตัวของเขา ก็ทำแผลของตัวเองน่ะสิ จะให้เธอทำอะไรเล่า? เพราะอะไรเขาถึงถามตนเช่นนี้?

“มือแดงขนาดนี้ยังจะทำเองอีกหรอ”น้ำเสียงเริ่มเข้ม

“แต่มืออีกข้างของเขมก็ยังว่างนี่ค่ะ ยังคงใช่งานได้ดีไม่ต้องลำบากคุณวินหรอกค่ะ”เสียงหวานเถียงกลับอัศวินฉับพลัน! เธอแค่โดนน้ำร้อนลวกไม่ได้โดนยิงเสียหน่อยถึงทำอะไรเองไม่ได้ แล้วอีกอย่างมืออีกข้างของตนก็ยังพอที่จะใช้การได้

“ไม่ต้อง! เดี๋ยวฉันทำให้ แล้วช่วยนั่งอยู่นิ่งๆด้วย เข้าใจมั้ย!”อัศวินเลือกที่จะทำให้สาวเจ้าด้วยตัวเองเมื่อเห็นว่าเธอนั้นกำลังเจ็บ คงไม่สามารถที่จะทำอะไรเองได้สะดวกแน่ รู้ว่าทำไม่ไหวแล้วยังจะกล้าขืนอีก!

“ค่ะ”เขมมิกานั่งนิ่งปล่อยให้เขาได้ทำในสิ่งที่เขาต้องการที่จะทำมัน โดยที่ไม่สามารถที่จะขัดเขาได้

มือเรียวหนาค่อยๆบรรจงเทยาลงบนฝ่ามือบางของเขมมิกาอย่างแผ่วเบา ราวกับว่าไม่ต้องการให้เธอเจ็บไปมากกว่านี้ สิ่งที่อัศวินทำ ทำให้หน้าหวานของเขมมิกาคอยเหลียวตามใบหน้าคมที่กำลังตั้งใจบรรจงเทยาลงบนมือของตนอย่างลืมตัว จนไม่รู้ตัวว่าเขาก็แอบมองใบหน้าหวานของเธออยู่เหมือนกัน ต่างฝ่ายต่างจ้องมองไปที่ใบหน้าของกันและกันอย่างไม่ยอมละสายตา

จนใบหน้าคมของอัศวินค่อยๆจ้องและโน้มลงมาที่กลีบปากบางสีชมพูหวาน รสสัมผัสที่ได้รับมันแสนอ่อนละมุน ราวกับปุยฝ้ายที่ล่องลอยอยู่บนอากาศ...แต่กับไร้แสงแห่งจันทรา...



ไรท์รวมตอนเข้าด้วยกันมันเลยยาวนะคะ

แสดงความคิดเห็น
ความคิดเห็น