ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 42 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 42 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 45.9k

ความคิดเห็น : 233

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ก.พ. 2564 03:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 900
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 42 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 42 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                        

               

 

  

“ก็แค่เนี้ย” นันพูดยิ้มๆ แม็คเบะปากใส่อย่างหมั่นไส้ 

“มึงต้องทำใจหน่อย มีผัวทั้งเท่ห์ทั้งหล่อแบบกูน่ะ” นันบอกออกมาอีก แม็คกลอกตาไปมา  

“หรือว่าไม่จริง” นันถามยิ้มๆ เมื่อเห็นสีหน้าคนรัก 

  

(“หลงตัวเองฉิบ”) แม็คว่ากลับไปไม่จริงจังนัก เขาไม่บอกตรงๆหรอกว่าที่นันพูดมันเป็นเรื่องจริง นันไม่ได้หล่อแบบเพอร์เฟคแมน แต่โดยรวมเป็นคนเถื่อนๆที่ดูดีคนหนึ่ง นันไม่ได้เซ้าซี้เอาคำตอบจากคนรักแต่อย่างไร เขาหยุดวิ่งเมื่อครบกำหนดเวลา แล้วเปลี่ยนไปเล่นเครื่องเล่นอื่นๆต่อ โดยหยิบมือถือไปวางใกล้ๆเพื่อคุยกับแม็คไปด้วย 

  

“ไอ้โอมยังไม่กลับเหรอวะ” นันถามออกมา เพราะเห็นว่าแม็คอยู่คนเดียว 

  

(“อืม เห็นว่าไปเล่นบาสกับพวกแดนนี่ต่อ น่าจะกลับมืดๆหน่อยมั้ง”) แม็คตอบกลับไป ตามที่โอมโทรมาบอก 

  

“อยู่คนเดียวก็ปิดประตูล็อคให้เรียบร้อยด้วย” นันพูดด้วยความเป็นห่วง 

  

(“เรียบร้อยแล้ว”) แม็คตอบกลับ โดยที่มือก็พิมพ์งานในโน๊ตบุ๊คไปด้วย ทั้งสองเงียบไม่ได้พูดอะไรต่อ มีเพียงเสียงเครื่องออกกำลังกาย เสียงหายใจของนันที่ดังคลอกับเสียงพิมพ์คีย์บอร์ดของแม็ค เหมือนกับว่าทั้งสองคนอยู่ใกล้กันตลอดเวลา จนเวลาผ่านไปสักพัก นันก็ออกกำลังกายเสร็จ  

  

“กูไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าก่อน จะไปดูงานอีกหน่อย” นันพูดขึ้น เมื่อเห็นว่าได้เวลาแล้ว 

  

(“จะวางแล้วเหรอ”) แม็คถามขึ้นด้วยความลืมตัว นันยกยิ้มนิดๆ 

  

“พักมือถือบ้าง จะระเบิดแล้วมั้งเนี่ย เดี๋ยวกูโทรหาอีกทีโอเคไหม” นันบอกกลับ แม็คก็พยักหน้ารับอย่างจำยอม เพราะเขาคอลกันนานมากแล้ว  

  

(“ถ้ากูจะเข้านอนตอนไหนจะส่งข้อความบอกละกัน”) แม็คพูดขึ้น เผื่อว่านันโทรมาตอนที่เขาหลับไปแล้ว นันก็ตอบรับ ก่อนจะวางสายไป แล้วนันก็ขึ้นไปบนห้องนอนเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า แล้วไปลุยงานในส่วนของตัวเองต่อทันที  

  

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

  

วันเวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว แต่ดูเหมือนช้าในความรู้สึกของนันและแม็ค เต็นท์รถสร้างเสร็จเหลือเก็บงานอีกนิดหน่อย และนันตั้งใจว่าจะทำบุญเปิดเต็นท์รถในช่วงที่แม็คกลับมาไทยในช่วงวันหยุดยาวนี้ รถทุกคันที่นันไปประมูลมาก็ถูกเช็คสภาพเรียบร้อย พร้อมที่จะขาย นันประกาศรับพนักงานเพิ่ม ในส่วนของฝ่ายขายและพนักงานประจำสำนักงาน โดยมีคิมคนรักของกมลมาช่วยสอนเรื่องระบบงานต่างๆให้ เพราะเดย์แนะนำมา  

“เฮีย ตกลงว่าเฮียแม็คมาถึงวันไหน” ตาลถามนันขึ้นในช่วงกลางดึก ขณะที่นันมาดูสนามแข่งรถ  

  

“เครื่องลงพรุ่งนี้ตอนเย็น ถามทำไม” นันถามกลับไป 

  

“ผมจะได้เตรียมซื้อของสดมาทำอาหารให้เฮียแม็คไง” ตาลตอบไปตามที่คิด นันพยักหน้ารับ ตาลเป็นเด็กอีกคนที่เขาไว้ใจ ถึงให้เข้านอกออกในภายในบ้านได้ตลอดเวลา  

  

“เฮีย ถามจริง เฮียตื่นเต้นปะ เวลาที่เฮียแม็คจะกลับมาไทย” ตาลถามด้วยความอยากรู้ 

“ไม่นี่” นันตอบกลับ  

  

“จริงเหรอเฮีย เฮียไม่รู้สึกแบบตื่นเต้นจนนอนไม่หลับ อยากไปรอรับที่สนามบินเร็วๆบ้างเหรอ” ตาลถามออกมาอีก  

  

“มึงมาอยากรู้เรื่องของกูทำไม ไปๆ ไปทำงาน” นันโบกมือไล่ลูกน้องตัวเอง 

  

“เฮียชอบฟอร์มจัด” ตาลแกล้งว่าออกมา ก่อนจะโดนนันเอาปากกาปาใส่ ตาลก็รีบวิ่งออกไปจากสำนักงานทันที นันส่ายหน้าไปมาอย่างอ่อนใจในความกวนของลูกน้อง ก่อนจะคิดตามที่ตาลพูด จริงๆเขาก็ตื่นเต้นทุกครั้งนั่นแหละ ที่คนรักจะกลับมาหา มีใครบ้างไม่ตื่นเต้น เพราะเขาสองคนห่างกันหลายเดือน แต่ด้วยความที่เขาเก็บสีหน้าท่าทางได้ดี จึงไม่ค่อยมีคนรู้ว่าเขารู้สึกอย่างไร  

  

//ถ้ากูไปรอรับมันที่สนามบินล่วงหน้าแล้วทำให้มันกลับมาถึงเร็วกว่าเดิม กูคงไปตั้งแต่คืนนี้แล้ว// นันบ่นพึมพำออกมา แล้วนั่งทำงานต่อ  

  

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

  

  

วันนี้เป็นวันที่แม็คจะกลับมาไทยอีกครั้งในรอบ 3 เดือนกว่าๆ ระยะเวลาเท่านี้ บางคนก็อาจจะมองว่าแป๊บเดียว แต่สำหรับคนรักกันนั้น มันยาวนานจริงๆ นันตื่นมาแต่เช้า ลุกไปออกกำลังกาย อาบน้ำ ตรวจงานเหมือนทุกวัน เพื่อรอเวลาไปรับแม็คในช่วงเย็น  

“ฮึมม...ฮึมม” เสียงฮัมเพลงในลำคอของนันดังขึ้น ขณะที่เขากำลังเช็คสภาพรถที่เพิ่งได้มาอยู่กับลูกน้องคนอื่นๆในอู่  

  

“อารมณ์ดีจังนะเฮีย” เสียงของตาลแซวขึ้นมา 

  

“หรือมึงอยากให้กูอารมณ์เสียล่ะ เอาไหม กูเปลี่ยนโหมดให้มึงได้ตอนนี้เลย” นันแกล้งถามกลับไป ตาลรีบส่ายหน้าไปมาทันที 

  

“ไม่เอาๆ เฮียอารมณ์ดีแบบนี้ดีแล้ว” ตาลรีบตอบกลับ นันก็ยกยิ้มมุมปากนิดๆ 

“แล้วนี่เฮียไม่ไปรอรับเฮียแม็คเหรอ” ตาลถามออกมาอีก  

  

“กี่โมงแล้ววะ” นันถามขึ้นมา 

  

“จะบ่ายสามแล้วครับ” ตาลตอบกลับ นันจึงวางมือจากการเช็ครถ  

  

“พวกมึงจัดการต่อที กูไปอาบน้ำก่อน” นันบอกออกมา เพราะกะเวลาเอาไว้แล้ว  

  

“แล้วเฮียจะให้ผมเตรียมอาหารให้เฮียแม็คไหม” ตาลถามขึ้น นันพยักหน้ารับ  

  

“มึงทำก๋วยเตี๋ยวไก่หม้อใหญ่ๆไว้เลย มันบ่นว่าอยากกิน ทำเผื่อคนอื่นๆด้วย” นันพูดขึ้น เพราะเขาถามแม็คก่อนจะขึ้นเครื่องแล้วว่าอยากกินอะไร แม็คก็บอกว่าอยากกินก๋วยเตี๋ยวไก่ นันก็เลยจะให้ตาลทำให้กิน 

  

“ได้เลยเฮีย รับรองว่าเฮียแม็คมาถึงปุ๊บ ได้กินปั๊บ” ตาลพูดยิ้มๆ นันพยักหน้ารับอย่างพอใจ แล้วเขารีบขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า เพื่อไปรอรับแม็คกลับบ้าน  

นันขับรถไปสนามบินเรื่อยๆ พร้อมกับหัวใจที่เต้นแรงขึ้น ทำให้นันอดที่จะขำตัวเองไม่ได้ ที่ตื่นเต้นอย่างกับว่าไม่ได้เจอแม็คมาเป็นปี  

Tru..Tru…Tru 

เสียงมือถือของนันดังขึ้น นันหยิบมาดูก่อนจะกดรับสาย 

“ว่า..” นันรับสายคนที่โทรเข้ามาด้วยน้ำเสียงปกติ 

“กำลังไปรับ น่าจะถึงประมาณ 5 โมงเย็นล่ะมั้ง...มันให้มึงไปรับงั้นเหรอ....หึหึ แน่ใจนะว่ามึงจะไม่ไป...กูบอกไว้ก่อนนะ ว่ากูรับแค่เมียกูกลับมาคนเดียว ส่วนไอ้โอมกูให้กลับเอง..เออๆ แค่นี้แหละ กูขับรถอยู่” นันพูดสายกับอีกฝ่ายไม่นานก็วางสายไป นันผิวปาก ฮัมเพลงไปเรื่อยๆ จนมาถึงสนามบิน เมื่อจอดรถแล้วนันก็ไปนั่งรอที่ร้านกาแฟ นันนั่งมองนาฬิกาไปเรื่อยๆ พอเห็นว่าเที่ยวบินที่แม็คนั่งมา มาถึงแล้ว เขาก็เดินไปรอที่ทางออกทันที  

.. 

.. 

“มึงจะรีบเดินไปไหน ไอ้นันมันไม่หนีหายไปไหนหรอกน่า” เสียงของโอมแซวขึ้น เมื่อเขากับแม็ครับกระเป๋ามาแล้ว แม็คก็รีบเข็นเดินลิ่วๆไปยังทางออก 

  

“กูแค่อยากกลับไปพักเร็วๆ” แม็คตอบกลับ โอมยิ้มล้อออกมา 

  

“แน่ใจเร้อ” โอมแกล้งถามเสียงสูง เลยโดยแม็คเตะข้อพับขาไปอย่างหมั่นไส้ 

  

“แล้วมึงล่ะ ก่อนหน้านี้มึงเคยบอกว่ามึงจะไม่กลับไม่ใช่เหรอวะ จะกลับทีเดียวตอนเรียบจบเลยไม่ใช่เหรอ แล้วนึกยังไง ถึงกลับมาด้วย” แม็คถามเพื่อนตัวเองกลับไปบ้าง โอมยักไหล่นิดๆ 

  

“พอดีคิดถึงคนทางนี้ ก็เลยอยากกลับมาเที่ยวหาบ้าง ไม่ได้รึไงวะ” โอมถามกลับไป แม็คทำหน้าสงสัยทันที 

  

“กูอยากรู้จริง ว่าคือใคร” แม็คถามออกมา โอมยกยิ้มแต่ไม่ตอบ  

“ความลับเยอะนะมึงน่ะ” แม็คว่าออกมา แต่ก็ไม่คิดจะเซ้าซี้เพื่อน ทั้งสองเดินเข็นรถเข็นมาถึงทางออก แม็คก็สอดส่ายสายตามองหาคนรักทันที ใจของแม็คเต้นถี่รัวขึ้นมา เมื่อเห็นร่างสูงใหญ่ของคนรักยืนเอามือล้วงกระเป๋าอยู่ไม่ไกล ซึ่งเรียกสายตาสาวๆหลายคนได้เป็นอย่างดี ทำให้แม็ครู้สึกหวงคนรักขึ้นมา แม็คเข็นกระเป๋าไปหยุดยืนตรงหน้าคนรัก ที่ยกยิ้มมุมปากส่งมาให้ 

  

“โมเม้นท์นี้มึงต้องวิ่งมากระโดดกอดกูนะ” นันแกล้งพูดขึ้นมา 

  

“ฝันไปเหอะ” แม็คว่ากลับแต่ใบหน้าขึ้นสีแดงก่ำ จริงๆแล้วแม็คอยากจะทำแบบนั้นเหมือนกัน แต่เขาเขินเกินไปที่จะทำ  

  

“อะไรว้า กูอุตส่าห์ตั้งท่ารอรับมึงเลยนะ ไม่อยากกอดกูจริงดิ” นันพูดพร้อมกับแกล้งอ้าแขนทั้งสองข้างออกมา โอมยืนมองทั้งคู่อย่างขำๆ แม็คเม้มปากนิดๆ ปรายตาไปมองเพื่อนตัวเองเล็กน้อย 

  

“กูไม่มองก็ได้” โอมที่รู้ทัน ก็แกล้งหันหน้าหนีไปอีกทาง แม็คกัดปากตัวเองอย่างนึกเขิน ก่อนจะเดินเข้าไปสวมกอดคนรัก นันก็กอดแม็คจนจมอกแกร่งของเขา พร้อมกับหัวเราะในลำคออย่างพอใจ หัวใจของทั้งสองคนเต้นแรงจนรู้สึกถึงกันและกันได้เป็นอย่างดี โอมหันมามองยิ้มๆ  

  

“ตกลงว่ามึงเอาไง จะกลับพร้อมกูไหม” นันถามโอมขึ้นมา 

  

“ไม่เป็นไร กูรอคนมารับได้” โอมตอบกลับยิ้มๆ 

  

“ถ้ามันไม่มาล่ะ” นันถามต่อ 

  

“มันมาแน่ เชื่อเถอะ” โอมพูดยิ้มๆ นันก็พยักหน้ารับ  

  

“ปะ กลับบ้าน ก๋วยเตี๋ยวไก่รอมึงอยู่” นันพูดหลังจากปล่อยแม็คออกจากอ้อมกอด แม็คตาโตทันที 

  

“จริงดิ กลับๆ กูหิวมากตอนนี้” แม็คพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนที่นันจะขยับไปช่วยเข็นกระเป๋าเดินทาง  

  

“แยกกันตรงนี้เลยละกัน ไว้กูว่างๆจะแวะไปหา” โอมพูดทิ้งท้าย นันกับแม็คก็พยักหน้ารับ ก่อนที่จะพากันเดินไปที่ลานจอดรถ โดยที่นันเข็นกระเป๋า ส่วนแม็คก็เดินเกาะแขนนันเดินไปด้วย 

  

“เต็นท์รถเสร็จแล้วใช่ไหม” แม็คถามขึ้นอีกครั้ง เพราะล่าสุดที่คุยกับนัน นันบอกว่าเหลือเก็บงานอีกเล็กน้อย 

  

“อืม กูรับสมัครพนักงานเรียบร้อยละ รอนัดมาสัมภาษณ์อีกที” นันพูดขึ้น  

  

“อ่าว กูนึกว่ามึงจัดการเรียบร้อยหมดแล้ว” แม็คพูดด้วยความแปลกใจ 

  

“กูรอให้มึงมาสัมภาษณ์ด้วยกัน จะได้ช่วยกันเลือก” นันตอบกลับ  

  

“กูเนี่ยนะ” แม็คถามย้อนกลับไป 

  

“ก็ใช่ไง หรือมึงจะไม่ช่วยกันดูแลเต็นท์รถกู” นันแกล้งถามกลับไป 

  

“ช่วยสิ แต่ไม่คิดว่ามึงจะให้กูช่วยคัดเลือกพนักงานด้วยนี่นา” แม็คตอบกลับไปตามที่คิด  

  

“ถ้ามึงไม่ช่วยคัดเลือก แล้วกูเลือกแต่พนักงานผู้หญิงสาวๆ สวยๆ หุ่นสะบึม มึงจะมาว่ากูไม่ได้นะ” นันแกล้งพูดออกมา 

  

“แล้วกูปฏิเสธมึงสักคำยัง ว่าจะไม่ช่วยเลือกน่ะ” แม็คก็โวยกลับมาทันที ทำให้นันหัวเราะขำออกมาเบาๆ พอถึงรถ เขาก็เอากระเป๋าขึ้นท้ายรถ ก่อนจะพากันเดินทางเพื่อกลับบ้าน 

  

“ง่วงรึเปล่า” นันถามขึ้น ขณะขับรถ แม็คส่ายหน้าไปมา เพราะเขานอนบนเครื่องบินมาแล้ว 

“ฟังเพลงไหม” นันถามขึ้น แม็คหรี่ตามองนันเล็กน้อย  

  

“มึงจะไม่เปิดเพลงประหลาดๆอะไรให้กูฟังอีกใช่ไหม” แม็คถามนันเอาไว้ก่อน นันหัวเราะขำออกมาเบาๆ 

  

“ไม่หรอกน่า” นันตอบก่อนจะเอื้อมมือไปเปิดเพลง ที่เขาตั้งใจจะเปิดให้แม็คฟังหลังจากกลับมา 

“แต่เพลงมันอาจจะเก่าหน่อยเท่านั้นเอง” นันตอบกลับ ก่อนที่ดนตรีจะดังขึ้นมา แม็คก็นั่งเงียบเพื่อรอฟัง 

  

คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ ไม่เจอะเจอกันกับฉัน 

คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ เหงาใจ 

คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ ไม่มีใครให้ทะเลาะ 

ไปไหนแล้วไม่มีไหล่ให้เกาะ แล้วเธอคิดถึงใคร 

  

แม็คมองเสี้ยวหน้าของนันที่ตอนนี้กำลังตั้งใจขับรถ ด้วยหัวใจที่สั่นไหว เขาเคยฟังเพลงนี้มาก่อน และรู้ด้วยว่าเนื้อเรื่องมันเป็นยังไง แม็คตั้งใจฟังจนมาถึงท่อนฮุคของเพลง นันก็ร้องคลอขึ้นมาเบาๆ 

  

ตอบหน่อยได้ไหม ตอบฉันหน่อย ว่าเธอคิดถึงกัน 

ไม่ต้องหวาน ต้องแหววหรอก อยากถามแค่ให้เธอ 

ตอบหน่อยได้ไหมตอบฉันก่อน ว่าเธอคิดถึงฉัน 

อย่างที่ฉัน มันคิดถึง คอยเธอกลับมา 

  

“คิดถึงสิ” เสียงของแม็คดังขึ้นทันที เมื่อนันร้องท่อนฮุคจบ ทำให้นันยกยิ้มมุมปากอย่างพอใจ  

  

  

**เพลง คิดถึงฉันไหมเวลาที่เธอ... 

** นักร้อง วงแท็กซี่ 

++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++ 

  เมื่อกลับมาถึงบ้าน แม็คก็ต้องตาโต เมื่อเห็นว่าตาลทำก๋วยเตี๋ยวไก่หม้อใหญ่เอาไว้ ทำให้แม็ครีบปรี่เข้าไปดูทันที ปล่อยให้นันยกกระเป๋าของแม็คลงจากรถคนเดียว

“กำลังอยากกินพอดีเลย” แม็คพูดยิ้มๆ

 

“เฮียนันสั่งให้ทำไว้ให้เฮียแม็คนั่นแหละครับ” ตาลพูดขึ้น ทำให้แม็คหันไปมองนันทันที เพราะเขาบ่นกับนันว่าอยากกิน นันก็ให้คนทำเตรียมไว้ให้

 

“งั้นขอเส้นเล็กน้ำชามหนึ่งเลย” แม็คพูดด้วยความอยากกิน ตอนแรกเขาก็ง่วงอยู่เหมือนกัน แต่พอได้กลิ่นหอมๆของน้ำซุปก๋วยเตี๋ยว ก็ทำให้เขาตาสว่างทันที

 

“มายกกระเป๋าเข้าบ้านก่อน เห็นแก่กินนะมึงน่ะ” นันแกล้งว่าออกมา

 

“แล้วให้คนทำเตรียมไว้ให้กูทำไมล่ะ” แม็คก็เถียงกลับ ทำให้ลูกน้องของนันพากันยิ้มขำ ทุกคนสัมผัสได้ว่า ตอนที่แม็คอยู่เมืองนอก กับ ตอนที่แม็คกลับมาเมืองไทยนั้น อารมณ์ของนันแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ตอนแม็คไม่อยู่ ถึงแม้ว่าบางครั้งนันจะมานั่งคุยหัวเราะกับพวกเขา แต่มันก็ดูไม่เต็มที่ เหมือนกับตอนที่แม็คกลับมา นันดูยิ้มและมีความสุขมากจริงๆ

 

“กูผิดเหรอวะเนี่ย” นันพูดขึ้นยิ้มๆ ก่อนที่แม็คจะมาช่วยนันยกกระเป๋าของเขาเองขึ้นไปไว้บนห้อง โดยบอกตาลไว้ว่าจะรีบลงมากิน ให้ตาลทำรอไว้เลย

 

หมับ..

พอวางกระเป๋าเสร็จนันก็ดึงแม็คเข้ามาหา พร้อมกับยกมือมาประคองใบหน้าของคนรักเอาไว้และก้มลงไปฉกชิมริมฝีปากนิ่มของคนรักทันที แม็คตกใจในตอนแรก แต่เขาก็ตั้งตัวได้อย่างรวดเร็ว และจูบตอบคนรักกลับไปด้วยความโหยหา ปลายลิ้นของทั้งสองต่างตวัดเกี่ยวรัดกันไปมา จนเกิดเสียงจูบดังขึ้นแผ่วๆให้ได้ยิน นันบดจูบแม็คอย่างเอาแต่ใจ ซึ่งแม็คก็ยอมตามใจ ไม่ว่านันควานชิมริมฝีปากของเขาหนักขนาดไหน แม็คก็ยอมทั้งนั้นเพราะเขาเองก็คิดถึงบทจูบที่เร่าร้อนของนันเหมือนกัน

“อืมมม...พะ..พอก่อน” แม็คดันอกของคนรักออก ทำให้นันผละริมฝีปากออกมาอย่างเสียดาย แต่ก็ไม่วายกดริมฝีปากไปจุ๊บย้ำๆอีกสองสามครั้ง

 

“กูยังไม่พอเลย” นันพูดเสียงพร่า

 

“แต่กูหิว ให้กูไปกินก๋วยเตี๋ยวก่อนได้ไหม” แม็คถามอย่างขำๆ

 

“เห็นของกินดีกว่ากู” นันเลิกคิ้วขึ้นแล้วแกล้งถามขึ้นมา

 

“รู้ได้ไงวะ” แม็คก็แกล้งกวนกลับไปบ้าง ก่อนจะโดนนันยกมือมาบีบปากอย่างหมั่นไส้ แม็คก็ตีมือนันกลับไป

 

“ปะ งั้นลงไปกินก๋วยเตี๋ยวกัน” นันพูดขึ้น แล้วทั้งสองคนก็เดินออกจากห้องนอน แล้วลงไปสมทบกับลูกน้องของนันคนอื่นๆ ที่มากินก๋วยเตี๋ยวที่ตาลทำ ตาลทำไว้ให้แม็คกับนันเรียบร้อยแล้ว ของแม็คจะถูกแยกออกมาต่างหาก เพราะไม่ต้องใส่กระเทียมเจียว

 

“อร่อย” แม็คชมออกมาทันที เมื่อเขาลองชิมน้ำซุปก่อนเป็นอันดับแรก ทำให้ตาลยิ้มออกมาอย่างโล่งใจ ที่ถูกปากแม็ค

 

“โชคดีจังที่เฮียแม็คบอกว่าอร่อย ถ้าเฮียแม็คบอกว่าไม่อร่อย มีหวังผมโดนเฮียนันเอาหม้อก๋วยเตี๋ยวทุ่มใส่หัวแน่ๆ” ตาลแกล้งแซวขึ้นมา นันก็ยกยิ้มนิดๆ

 

“ไม่ต้องห่วงหรอก ถ้าไม่อร่อย เดี๋ยวปรุงให้อร่อยเองได้” แม็คบอกออกมา ทำให้หลายคนหัวเราะขำ แล้วแม็คก็ลงมือกินก๋วยเตี๋ยวทันที

..

..

“โอ๊ย โคตรอิ่ม” แม็คพูดขึ้น เมื่อขึ้นมาบนห้องนอนอีกครั้ง

 

“ไม่อิ่มได้ไง กินไปตั้ง 3 ชาม ท้องไม่แตกก็ดีแค่ไหนแล้ว” นันพูดขึ้น

 

“ก็คนมันอยากกินนี่หว่า” แม็คตอบกลับไป เขานั่งพิงหัวเตียงเอาไว้ก่อน เพราะไม่สามารถนอนลงไปได้

 

“เดี๋ยวพรุ่งนี้ไปหาพ่อมึงกัน” นันพูดขึ้น แม็คก็พยักหน้ารับ เพราะเขาบอกพ่อตนเองไปแล้วว่าจะกลับมาไทย

 

“แล้วนี่มึงจะนัดคนมาสัมภาษณ์งานวันไหน” แม็คถามออกมาเมื่อนึกได้ เพราะนันบอกว่าจะให้เขาช่วยเลือกพนักงาน

 

“เดี๋ยวกูเอาใบสมัครงานมาให้มึงดูคร่าวๆก่อน แล้วคัดเลือกมาสัมภาษณ์อีกทีละกัน” นันพูดขึ้น

 

“ได้สิ เอามาดูเลยก็ได้นะ ระหว่างนั่งรอให้ย่อยเนี่ย” แม็คบอกออกมา เพราะต่อให้เขาอยากนอนแค่ไหน ก็นอนไม่ได้ในตอนนี้ นันเลยลงไปที่ห้องทำงานของเขา แล้วหยิบแฟ้มเอกสารใบสมัครงานขึ้นมาให้แม็ค

 

“กูแยกแต่ละฝ่ายไว้ละ ทั้งฝ่ายขาย เสมียน และคนประสานงานกับขนส่ง ส่วนเรื่องบัญชีกูจะส่งให้ทางคุณคิมจัดการ” นันพูดด้วยน้ำเสียงเป็นการเป็นงาน แม็ครับแฟ้มใบสมัครงานไปดูคร่าวๆ

 

“กูเองก็ไม่ค่อยมีประสบการณ์เท่าไร ไม่แน่ใจนะว่าจะช่วยเลือกได้คนที่ทำงานเก่งรึเปล่า” แม็คออกตัวไว้ก่อน

 

“เลือกตามข้อมูลและสัญชาติญาณตัวเองก็พอ” นันบอกด้วยท่าทีสบายๆ ไม่ได้ซีเรียสมากนัก แม็คก็พยักหน้ารับ

 

“มึงดูไปก่อนละกัน เดี๋ยวกูลงไปสั่งงานพวกนั้นก่อน” นันพูดขึ้น แล้วปล่อยให้แม็คนั่งดูเอกสารใบสมัครงานไปเรื่อยๆ

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

วันรุ่งขึ้น

หลังจากที่เมื่อคืนแม็คนั่งดูใบสมัครงานแล้วคัดเลือกออกมาเป็นบางส่วนแล้ว นันก็มานอนเล่นอยู่กับแม็คบนห้องไม่ได้ไปดูงานในสนามแต่อย่างไรเพราะเขาทั้งสองคน ต่างตักตวงความสุขของกันและกัน หลังจากที่ไม่ได้เจอกันหลายเดือน และวันนี้นันจะพาแม็คไปหาพ่อของแม็คที่โรงงาน แต่ตอนเช้าที่ตื่นมา นันก็ลากแม็คลงมาที่ห้องออกกำลังกายด้วยกัน

“จะลากกูมาทำไมเนี่ย ปล่อยให้กูนอนต่อไม่ได้รึไง” แม็คโอดครวญออกมา

 

“ก็จะพามึงมาดูกูตอนออกกำลังกายไง มึงชอบไม่ใช่เหรอ” นันพูดยิ้มๆ ซึ่งตอนนี้นันถอดเสื้อ ใส่แค่กางเกงวอร์มขายาวตัวเดียว แม็คเดินไปนั่งที่เก้าอี้ยาวภายในห้องออกกำลังกาย แล้วมองหน้านัน

 

“วันอื่นก็ดูได้เหมือนกัน ไม่เห็นต้องให้กูมาดูวันนี้เลย ไม่ได้กลับพรุ่งนี้สักหน่อย” แม็คบ่นกลับไป ขณะที่สายตาก็มองนันซึ่งกำลังวอร์มร่างกายตัวเองอยู่

 

“ไม่คิดถึงซิกแพ็คกูบ้างรึไง” นันถามกลับยิ้มๆ

 

“เมื่อคืนก็เห็นแล้ว” แม็คพูดเสียงอ้อมแอ้ม ทำให้นันยกยิ้มมุมปากอย่างขำๆ เพราะเมื่อคืนนี้ไม่ใช่แค่ซิกแพ็คที่แม็คเห็น แต่แม็คเห็นนันทั่วทั้งตัวเลยก็ว่าได้

“จะออกกำลังกายก็ออกไป กูนอนดูตรงนี้แหละ” แม็คพูดก่อนจะขยับไปนั่งที่เก้าอี้บีนแบ็ค แล้วมองนันไปด้วย แม็คยอมรับเลยว่าการที่ได้เห็นผ่านหน้าจอมือถือกับเห็นต่อหน้าแบบนี้ ให้ความรู้สึกต่างกันจริงๆ นับวัน แม็คเริ่มหลงใหลหุ่นของนันมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อส่วนไหน ก็เรียกสายตาแม็คได้เสมอ

“ทำไมกูไม่มีกล้ามเหมือนมึงบ้างวะ” แม็คพึมพำออกมา เมื่อมองนันที่กำลังเดินบนลู่วิ่ง

 

“ไม่ต้องมีหรอกมึงน่ะ ทำตัวนิ่มๆให้กูกอดก็พอละ” นันตอบกลับมา

 

“แล้วมึงไม่คิดจะทำตัวนุ่มนิ่มให้กูอยากกอดบ้างล่ะ” แม็คแกล้งถามกลับไป

 

“มึงไม่ได้ชอบอะไรนุ่มนิ่มหรอก กูรู้” นันพูดไปเรื่อยๆพร้อมกับยกยิ้มร้ายๆ

“มึงน่ะ ชอบอะไรที่มันแข็งๆ ยิ่งแข็งเป็นลำๆมึงยิ่งชอบ เฮ้ยๆๆ อย่าปามานะเว้ย” นันที่แกล้งพูดยั่วคนรักแต่ก็ต้องรีบห้ามเสียงหลง เมื่อแม็คเอื้อมมือไปหยิบดัมเบลที่หนักแค่ 1 กิโลกรัม ทำท่าจะปาใส่นัน

 

“แล้วใครใช้ให้มึงพูดจาทะลึ่งแบบนั้นวะ” แม็คพูดด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว แก้มขึ้นสีระเรื่อ

 

“มึงรู้เหรอ ว่ากูพูดถึงอะไร มึงอาจจะเข้าใจผิดก็ได้” นันถามกลับแล้วหัวเราะในลำคอเบาๆ

 

“ไม่ผิดหรอก อย่างมึงน่ะ คิดดีไม่ได้หรอก” แม็คเถียงกลับไป นันก็ไม่ได้เถียงกลับมาแต่อย่างไร นันรู้สึกดีที่มีคนรักอยู่ข้างๆ คอยกวนประสาทกันไปมาแบบนี้ นันไม่ได้แหย่อะไรแม็คอีก เขาออกกำลังกายไปเรื่อยๆ โดยมีแม็คนอนเอนไปกับเก้าอี้บีนแบ็คมองนันไปด้วย แล้วแม็คก็เผลอหลับไป

นันเองก็เห็นแล้วว่าแม็คหลับอยู่ จริงๆเขาจะเรียกให้แม็คขึ้นไปนอนบนห้องก่อนก็ได้ แต่นันอยากจะมองแม็คต่อเรื่อยๆ ให้สมกับที่พวกเขาห่างกันมาหลายเดือน ใครจะว่าเขาเว่อร์ เขาก็ยอมรับ เพราะเขาคิดถึงคนรักมากจริงๆ

 

“แม็ค แม็ค ตื่นก่อนเร็ว” เสียงทุ้มนุ่มของนันดังขึ้นใกล้ๆ พร้อมกับแรงเขย่าแขนเบาๆ ทำให้แม็คลืมตาตื่นขึ้นมา แล้วรู้ตัวว่าตนเองเผลอหลับไป

 

“กูหลับไปนานไหมเนี่ย” แม็คถามขึ้น เพราะเขาทั้งเพลียจากการเดินทาง แล้วมาเจอคนรักแสดงความคิดถึงเกือบทั้งคืนอีก

 

“ก็จนกูออกกำลังกายเสร็จแล้วนี่ไง อะไรวะ อุตส่าห์มาออกกำลังกายโชว์หุ่นให้มึงดู ดันหลับเฉย” นันพูดแซวไปอย่างนั้นเอง จริงๆเขาก็อยากให้คนรักนอนพัก แต่อีกใจก็อยากให้คนรักอยู่ใกล้ๆในสายตา

 

“มึงนั่นแหละ ทำให้กูง่วง” แม็คโวยกลับไปไม่จริงจังนัก

 

“แล้วนี่จะไปหาพ่อมึงไหวรึเปล่า เปลี่ยนเป็นพรุ่งนี้ไหม” นันถามขึ้นอย่างเป็นห่วง

 

“ไปหาช่วงบ่ายได้ไหมล่ะ แล้วค่อยพาพ่อไปหาข้าวเย็นกิน” แม็คเสนอขึ้น เพราะเขาง่วงจริงๆ

 

“อืม ก็ได้นะ” นันตอบรับ ก่อนที่ทั้งสองคนจะพากันกลับขึ้นมาบนห้อง แม็คปรี่ไปนอนบนเตียงทันที ส่วนนันก็เข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในห้องน้ำ แต่งตัวเสร็จออกมาก็เห็นว่าแม็คหลับลงไปอีกครั้งแล้ว นันเดินมานั่งที่ขอบเตียง มองเสี้ยวหน้ายามหลับของคนรัก นับวัน นันคิดว่าเขาคลั่งรักแม็คมากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ นันก้มลงไปจูบหัวของแม็คเบาๆ ก่อนจะปล่อยให้แม็คนอนไป ส่วนเขาก็ไปดูเรื่องงานและสั่งงานในส่วนต่างๆ

 

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของนันดังขึ้น เขาหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของสามที่โทรเข้ามา เขาเลยกดรับสาย

“ไงมึง หายเงียบไปเลยนะตั้งแต่มีผัวเป็นตัวเป็นตนเนี่ย” นันทักขึ้นทันทีเมื่อกดรับสาย

 

(“โอ๊ย เฮียนัน ทำไมหยาบคายแบบนี้ อ่อ ลืมไป เฮียหยาบคายมาตลอดอยู่แล้วนี่หว่า”) สามที่ได้ยินก็ตอบกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้เหมือนกัน ทำให้นันหัวเราะขำออกมาเบาๆ

 

“หึหึ แล้วมึงโทรมามีอะไร” นันถามกลับหลังจากทักทายกันเสร็จแล้ว

 

(“พี่แม็คกลับมาแล้วใช่ปะ”) สามถามกลับ นันเลิกคิ้วนิดๆ

 

“รู้ได้ไง แม็คบอกไอ้ดิวเหรอ” นันถามกลับไปบ้าง เพราะดิวก็ยังติดต่อคุยกับแม็คตามประสาเพื่อนอยู่เรื่อยๆ

 

(“เปล่า เฮียสองบอกมาน่ะ”) สามตอบกลับมา ทำให้นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ

 

“แล้วเฮียสองของมึงน่ะ รู้ได้ไงว่าแม็คมันกลับมาแล้ว” นันถามกลับไปบ้าง สามเงียบไปนิด

 

(“เออ นั่นสิ เฮียสองรู้ได้ไง แต่ก็ช่างเถอะ พี่ดิวให้โทรมาถาม ว่าเย็นนี้อยู่บ้านไหม พวกผมจะเข้าไปเที่ยวหา”) สามถามขึ้นมาโดยไม่ได้ใส่ใจเรื่องพี่ชายตัวเองเท่าไรนัก

 

“เย็นนี้จะพาพ่อของแม็คไปหาข้าวกิน แต่ถ้าจะมา ก็มาสัก 2 ทุ่มก็ได้” นันตอบกลับ แล้วได้ยินเสียงของสามหันไปคุยกับดิว เลยทำให้นันรู้ว่าตอนนี้ทั้งสองคนอยู่ด้วยกัน

 

(“ได้เฮีย พี่ดิวบอกว่าจะเข้าไปดื่มด้วย ไม่ได้เจอพี่แม็คนานแล้ว ไม่รู้ว่ามีของมาฝากผมบ้างไหม”) สามพูดพร้อมกับหัวเราะคิกคัก

(“อ่อๆ ผมมีเรื่องเฮียหนึ่งจะอัพเดตด้วย ไว้ไปเล่าให้ฟังนะ”) สามพูดด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น นันเลิกคิ้วเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้คิดจะเซ้าซี้ถามในตอนนี้ เพราะยังไงคืนนี้สามก็ต้องมาเล่าให้เขาฟังอยู่ดี

 

“เออๆ เจอกันคืนนี้ บอกผัวมึงด้วย อย่าลืมเอาเหล้ามา” นันพูดหยอกกลับไป ก่อนที่สามจะบ่นง้องแง้งอีกสักพักแล้วก็วางสายไป ส่วนนันก็ไปดูงานของตัวเองต่อ

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++ 100% +++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 

สองนี่ไม่ใช่ สองจากเรื่อง ลองให้รู้ว่ารัก นะคะ คนละคนกันเน้อ

ความคิดเห็น