ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทส่งท้าย

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว#บทส่งท้าย

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 7.9k

ความคิดเห็น : 27

ปรับปรุงล่าสุด : 07 มี.ค. 2564 09:23 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 100
× 0
× 0
แชร์ :
บทส่งท้าย
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทส่งท้าย 

 

 

 

 

 

     

 

--- สิบห้าปีต่อมา --- 

 

 

      

" จัดการเลย "  

" เอาเลย จัดการมัน "  

" ต่อยเลย " 

" อัดมัน "  

กลุ่มเด็กๆพากันยืนล้อมกรอบเป็นวงกลมวงใหญ่ส่งเสียงเชียร์เด็กหนุ่มเกรดสิบกับเด็กหนุ่มเกรดสิบสองชุดนักเรียนของทั้งคู่หลุดรุ่ยบอกให้รู้ว่าสภาพแบบนี้คงไม่ใช่แค่วิ่งเล่นกันธรรมดาแน่ ใบหน้าของมีรอยจ้ำแดงปรากฏไปทั่ว 

" กล้ามากนะมึง ที่เข้ามาเสือกเรื่องของกูน่ะ ไอ้กระทิง! " อีกฝ่ายคำรามใส่อย่างอาฆาตหลังถูกเด็กที่อายุน้อยกว่าอย่างกระทิงสาวหมัดเข้าใส่จนปากแตก 

" ก็มึงรังแกน้องกูจะให้กูอยู่เฉยๆเหรอ " กระทิงคำรามกลับ เขาหันไปมองบัวบูชาน้องสาวของตัวเองที่ยืนกอดพะแพงไว้ผมเปียของบัวบูชาหลุดรุ่ย เขากัดปากแน่นเมื่อเห็นสภาพของน้องสาวตัวเอง " รังแกน้องกู กูจะอัดมึงให้ยับเลย" กระทิงพุ่งเข้าใส่พร้อมกำปั้นแต่กลับถูกเพื่อนของอีกฝ่ายกระโดดถีบจนล้มกลิ้ง  

" พี่กระทิง!! " ทั้งบัวบูชาทั้งพะแพงรีบถลาเข้าไปดูกระทิง 

" ไอ้บ้า! แบบนี้มันหมาหมู่กันนิ " พะแพงกรี๊ดใส่ " พวกนายยังเป็นผู้ชายอยู่ป่ะถ้าจะเก่งรังแกผู้หญิงกับหมาหมู่แบบนี้ล่ะก็ -- ก็กลับไปเอาผ้าถุงยายมานุ่งซะ! " คำพูดของพะแพงเรียกเสียงฮือฮาจากกลุ่มเด็กมุงได้รอบวง หนึ่งในกลุ่มเด็กอันธพาลที่ดูจะเป็นหัวโจกของกลุ่มเดินออกมา เขามองพะแพงเขม็ง 

" เมื่อกี้เธอว่าอะไรนะ ยัยพะแพง " เขาถามเสียงเข้มดวงตามาดร้าย พะแพงลุกขึ้นยืนเผชิญหน้ากับอีกฝ่ายดวงตาแดงก่ำจ้องกลับอย่างไม่กลัว  

" ฉันบอกให้พวกนายกลับไปเอาผ้าถุงยายมานุ่งซะ! " พะแพงพูดช้าๆชัดๆให้อีกฝ่ายได้ยินทุกคำที่เธอพูด " กรี๊ด! " พะแพงร้องกรี๊ดเสียงดังลั่นหลังถูกอีกฝ่ายกระชากผมเปีย 

" พะแพง! "  

 

ผลั้ก!! 

 

เด็กหนุ่มที่ดึงผมพะแพงล้มหน้าคะมำไปกับพื้นสนามหญ้าหลังถูกหนึ่งในสองของเด็กหนุ่มฝาแฝดกระโดดถีบท่ามกลางเสียงเฮโลอีกครั้ง  

" เจ็บหรือเปล่า พะแพง " ยูเข้ามาหาน้องสาวพลางไล่สายตาสำรวจเธออย่างรวดเร็ว สีหน้าของคนเป็นพี่ชายดูร้อนรน 

" ทำอะไรน้องกู ไอ้ชุบ! " คิวครางกรอดเดินเข้ามายืนข้างๆน้องสาว กระทิงกับบัวบูชาลุกขึ้นมายืนอยู่ด้วยกัน 

" ว่าคนอื่นว่าหมาหมู่ พวกมึงก็หมาหมู่เหมือนกันนั่นแหละ ไปเรียกไอ้แฝดนรกนี่มาเพราะสู้ไม่ได้ใช่มั้ยล่ะ ไอ้กระทิง! " ชุบทำเสียงเย้ยใส่  

" ตัวต่อตัวกับกูมั้ยล่ะ " กระทิงครางกรอดก่อนจะถูกอีกฝ่ายพุ่งเข้าใส่จนล้มกลิ้งไปด้วยกัน 

" อธิบายมาว่ามันเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นได้ยังไง " สิ้นคำถามของอาจารย์ใหญ่ก็เกิดความโกลาหลในห้องประชุมเมื่อเด็กๆพากันแย่งตอบคำถามเสียยิ่งกว่าคำถามในชั้นเสียอีก 

" แพงกับบัวถูกคนพวกนี้รังแกค่ะ  มาสเตอร์จอห์นสัน " พะแพงว่า เธอหันไปบอกกับติณณภพและพะยูน " แพงกับบัวเรากำลังนั่งอ่านหนังสือกันอยู่ที่ข้างสนามค่ะ และคนพวกนี้ก็เข้ามาแกล้งดึงหนังสือของพวกเราไปแล้วเอาไปทิ้งขยะ บัวเห็นแบบนั้นก็เลยเข้าไปแย่งกลับค่ะ พ่อ แม่ "  

" พวกเขาแกล้งดึงผมบัวค่ะ มาสเตอร์จอห์นสัน " บัวบูชาว่า  

" ผมไม่ได้ทำเลยนะครับ มาสเตอร์ สองคนนี้โกหกครับ "  

" เห็นมั้ยคะ ว่าลูกดิฉันไม่ได้ทำอะไรเลย " หนึ่งในผู้ปกครองที่นั่งฟังอยู่ในห้องประชุมด้วยกันร้อง คนเป็นแม่หันไปฟาดดวงตาเกรี้ยวกราดใส่พะแพงกับบัวบูชา 

" ไม่จริงครับ มาสเตอร์ ผมเห็นกับตาว่าพวกมันมาดึงผมน้องสาวผมแถมยังมาดึงผมพะแพงด้วย "  

" มันต่อยผมก่อนนะครับ มาสเตอร์จอห์นสัน "  

" แบบนี้อันธพาลชัดๆเลย!! เลี้ยงลูกยังไง!! " ผู้ปกครองอีกคนหันไปมองกระทิงแล้วเลยไปที่สิงหากับใบข้าวด้วยสายตาดูแคลน 

" ไม่จริงค่ะ พวกนี้เค้ามาผลักบัวก่อน พี่กระทิงเลยเข้ามาช่วยค่ะ มาสเตอร์ " บัวบูชาเถียงกลับเธอจ้องเขม็งใส่ชุบเธอกอดแขนใบข้าวไว้ " แม่คะ พ่อคะ บัวกับพี่กระทิงไม่ได้โกหกนะคะ "  

" พวกมันไปตามไอ้สองคนนี้มารุมกระทืบพวกผมด้วยครับ มาสเตอร์จอห์นสัน " ภูมิเพื่อนของชุบที่โดนกระทิงต่อยปากแตกฟ้องกลับ 

" ไม่จริงเลยครับ พวกผมไม่ทำหรอก ถ้ามันไม่มาดึงผมน้องสาวของพวกเราก่อน " คิวว่า  

" อย่ามาพูดมั่วๆนะ มึง ไอ้ยู! " ชุบตวาดกลับ 

" พอได้แล้ว มิสเตอร์ไชยวุฒิ และคุณก็กำลังพูดจาไม่สุภาพอยู่นะ " มาสเตอร์จอห์นสันส่งเสียงปรามจ้องเขม็งใส่ชุบ 

" และฉันก็ไม่ใช่ยูเว้ย ไอ้โง่!! " คิวทำเสียงเยาะกลับไปจนถูกมาสเตอร์จอห์นสันดุใส่อีกคน 

" มิสเตอร์ปริญกรุณาเงียบด้วย "  

" ขอโทษครับ มาสเตอร์จอห์นสัน "  

" มาสเตอร์จอห์นสัน เห็นแล้วใช่มั้ยว่าใครกันแน่ที่เป็นอันธพาลรังแกใคร ลูกผมโดนเด็กพวกนี้รุมกระทืบใส่ แล้วยังจะมาหาว่าลูกผมรังแกได้ยังไง มาสเตอร์ต้องจัดการเรื่องนี้นะครับ ไม่งั้นผมไม่ยอมจริงๆด้วย!! " 

" ใช่ค่ะ ดิฉันก็ไม่ยอมนะคะ ดูสิคะ ลูกภูมิของดิฉันหน้าตาหล่อเหลายับเยินแบบนี้ใครจะรับผิดชอบ " แม่ของภูมิถึงกับร้องไห้เป็นวรรคเป็นเวรออกมา 

" ใครใช้ให้มารังแกผู้หญิงก่อนล่ะ ไม่เอาให้จมูกยุบก็ดีแค่ไหนแล้ว " กระทิงว่าเสียงดังพอให้ได้ยินกันทั่ว 

" กระทิง!! " สิงหาเรียกชื่อลูกชายตัวเองเสียงเข้ม เขาส่ายหน้าเป็นเชิงห้าม  

" ดูสิคะ มาสเตอร์ ปากคอร้ายเหลือเกิน ไอ้ลูกพ่อแม่ไม่สั่งสอน! "  

ใบข้าวลุกออกจากเก้าอี้ทันที เธอกำลังจะอ้าปากพูดอะไรออกมาแต่ถูกสิงหายื่นมือมาขวางไว้  

" ผมเข้าใจดีนะครับว่าคุณกำลังโกรธที่เห็นลูกชายของคุณเจ็บ แต่ผมก็อยากให้คุณเข้าใจด้วยว่าด้วยว่าลูกๆของเราได้รับการอบรมและถูกสั่งสอนมาอย่างดีว่าอะไรควรไม่ควร และถ้าทำผิดก็ต้องยอมรับผิด " สิงหาว่า " ลูกผมอาจจะแสดงมารยาทที่ไม่ดีต่อหน้าคุณ ผมก็ต้องขอโทษคุณด้วยครับ เรื่องนี้เราจะจัดการให้ แต่สำหรับเรื่องที่ชกต่อยกันทำไมเราไม่ให้กล้องวงจรปิดเป็นคนบอกเราล่ะครับว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่ มาสเตอร์จอห์นสัน "  

" เรื่องแบบนี้จะให้ยอมรับกันง่ายๆได้ไง " พ่อของชุบว่าหลังจากดูกล้องวงจรปิดแล้ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นชี้ชัดว่าลูกชายหัวแก้วหัวแหวนของตัวเองกับภูมิเพื่อนซี้ไปรังแกบัวบูชากับพะแพงก่อนแถมซ้ำร้ายลูกชายของเขายังแสดงให้เห็นความไม่เป็นลูกผู้ชายด้วยการผลักและดึงผมของบัวบูชาอย่างที่เด็กหญิงว่ามาจริงๆ แล้วหลังจากนั้นก็เป็นเหตุการณ์ตะลุมบอนระหว่างกระทิงกับชุบและภูมิ " ลูกของผมเองก็ถูกทำร้ายนะ มาสเตอร์จอห์นสัน "  

" จริงค่ะ ถึงบอกว่าจะถูกรังแกก่อนก็เถอะ " แม่ของภูมิเสริมพยายามปรับสีหน้าให้ดูเหมือนไม่เคยเห็นภาพในกล้องวงจรปิด " แต่ก็ไม่สมควรทำแบบนี้หรือเปล่าคะ คุณพ่อคุณแม่ทั้งสองฝ่าย " รอยยิ้มเยาะปรากฏบนใบหน้า 

" แล้วเรื่องที่ลูกของคุณรังแกเด็กผู้หญิงล่ะครับ คุณเห็นว่าสมควรทำแล้วหรือครับ คุณนาย " ติณณภพถามกลับรอยยิ้มเล็กๆปรากฏที่มุมปาก ทำเอารอยยิ้มของอีกฝ่ายพลันหายวูบไปจากใบหน้า " เรื่องทะเลาะชกต่อยกันในโรงเรียนเป็นเรื่องธรรมดาที่เกิดขึ้นได้นะครับ ทำไมเราไม่มาตกลงกันดีๆล่ะครับ ลูกของผมกับลูกของไอ้สิงห์ผิดที่ไม่ยับยั้งอารมณ์ถึงได้เกิดเรื่องเลยเถิดแบบนี้ขึ้น แต่ลูกของคุณพิมลกับลูกของคุณเช้งเองก็ผิดที่มารังแกลูกสาวของพวกเราก่อนเรื่องนี้พวกผมเองก็ยอมไม่ได้ครับ "  

" ถูกของไอ้ติณมันพูดนะครับ คุณและคุณนาย " สิงหาว่า เขายืนเอามือกอดอกตัวเองไว้ " ถ้าคุณคิดว่าลูกชายของพวกเรายังผิดอยู่ พวกผมก็จะทำให้แน่ใจว่าลูกสาวของพวกผมก็ต้องได้รับความยุติธรรมเหมือนกัน ลองดูก็ได้นะครับ อย่างมากลูกชายพวกผมสองคนก็คงติดฑัณฑ์บนครั้งแรก แต่สำหรับลูกชายของพวกคุณสองคนเท่าที่รู้ถ้าครั้งนี้โดนลงโทษอีกเรื่องที่จะจบการศึกษาจากที่นี่ก็คงจะยากขึ้นอีกนะครับ คุณเช้ง คุณนายพิมล "  

เช้งและพิมลต่างลอบมองหน้ากันเองก่อนที่ติณณภพจะพูดกับมาสเตอร์จอห์นสัน " ถ้ามาสเตอร์จอห์นสันจะเรียกลูกชายผมเข้ามารับทราบเรื่องบทลงโทษ ผมจะออกไปเรียกพวกเขาเข้ามาให้ครับ "  

" ไม่ต้อง! " เช้งเอ่ยเสียงดังกว่าปกติพลางกัดปากตัวเองรู้สึกไม่ชอบใจนัก " ผมจะให้ลูกชายของผมมาขอโทษลูกสาวของพวกคุณ "  

ทั้งสิงหาและติณณภพมองไปทางพิมล 

" ก็ได้ๆ!! " พิมลว่าน้ำเสียงไม่ค่อยยินดีเท่าไหร่ 

 

 

 

**** 

 

 

" โถ่ พ่อกับลุงติณไม่น่าไปยอมเลย ไอ้พวกนั้นมันน่าจะโดนไล่ออกไปเลยชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าดีนัก " กระทิงว่าสีหน้าเข่นเขี้ยวยังไม่หายโมโหที่อีกฝ่ายมารังแกน้องสาวของตัวเอง " โอ๊ย! แม่ครับ ผมเจ็บ! " เด็กหนุ่มร้องใส่ใบข้าวผู้เป็นแม่เมื่อเธอจงใจแกล้งกดสำลีหนักๆใส่รอยแตกที่โหนกแก้มของลูกชาย 

" อ้าวนี่ เจ็บเป็นด้วยเหรอ กระทิง " ใบข้าวถามตีหน้าขรึมใส่ลูกชายตัวเอง " แม่นึกว่าเราเป็นพวกเหล็กไหลไม่เจ็บไม่รู้สึกอะไรถึงได้ชอบท้าตีท้าต่อยกับคนเค้าไปทั่วแบบนี้ "  

" ผมไม่ได้ชอบท้าตีท้าต่อยซะหน่อย ผมเห็นบัวถูกแกล้งผมก็แค่เข้ามาช่วยน้อง ผมผิดด้วยเหรอครับ " กระทิงถาม ใบข้าวมองสีหน้าจริงจังของลูกชายก่อนจะหันไปมองสิงหาอย่างขอความเห็น 

" กระทิง พ่อกับแม่ภูมิใจในตัวลูกมากนะที่ลูกเป็นลูกผู้ชายและทำหน้าที่ของพี่ชายที่ดีที่คอยดูแลและปกป้องน้องสาวน่ะ " สิงหานั่งลงตรงข้ามกับกระทิง สายตาคนเป็นพ่อมองลึกเข้าไปในดวงตาของลูกชาย " แต่รู้ลูกใช่มั้ยว่ามันมีวิธีอื่นที่เราจะสามารถจัดการคนพวกนั้นได้โดยที่เราไม่ต้องใช้กำลัง "  

กระทิงกัดปากแน่นก่อนจะพยักหน้าช้าๆแต่ถึงอย่างนั้นเด็กหนุ่มก็ยังคงอธิบายเหตุผลของตัวเอง " แต่ยังไงพวกนั้นก็สมควรจะโดนไล่ออกอยู่ดี พวกมันชอบรังแกคนที่อ่อนแอกว่าแบบนี้จะให้อยู่ในโรงเรียนต่อไปทำไมกัน ผมไม่คิดว่าคนอย่างพวกมันจะเปลี่ยนนิสัยได้หรอกนะครับ พ่อ "  

" คนที่จะตัดสินว่าใครควรจะโดนไล่ออกก็คือมาสเตอร์จอห์นสันไม่ใช่เหรอ กระทิง " สิงหาพูด " แล้วเขาก็มีสิทธิ์ที่จะตัดสินลงโทษลูกด้วยเหมือนกันนะ "  

" แต่ผมยอมนะครับถ้าผมถูกลงโทษ พวกนั้นก็จะถูกลงโทษด้วย "  

" แล้วคิดว่าพ่อกับแม่จะรู้สึกยังไงที่กระทิงถูกลงโทษ " สิงหาถามกลับทำเอาลูกชายพูดไม่ออกเด็กหนุ่มมองสิงหาทีใบข้าวที 

" อย่าคิดด้านเดียวนะ กระทิง " ใบข้าวยื่นมือไปจับมือของลูกชายไว้ " ไม่ว่าลูกจะทำอะไรลูกจะต้องคิดรอบด้านที่พ่อกับลุงติณยอมทำแบบนั้นก็เพื่อให้น้องสาวของลูกกับพะแพงได้รับคำขอโทษจากฝ่ายนั้นที่สำคัญเรายังได้รับการรับประกันว่าพวกเขาจะไม่มายุ่งกับเราอีกอย่างเด็ดขาด -- พ่อแม่ของฝ่ายนั้นเองก็คงพยายามอย่างเต็มที่ๆจะไม่ให้ลูกพวกเขาต้องโดนไล่ออกจากโรงเรียนเหมือนกัน "  

กระทิงนิ่งเงียบสีหน้าครุ่นคิดมองไปทางบัวบูชาน้องสาวของเขาที่กำลังนั่งกินขนมที่ย่าบุหลันทำไว้ให้กับปู่ตุลา เธอหันมายิ้มให้เขา 

'ให้ตายเถอะ เรื่องมันเกิดขึ้นเพราะเธอแท้ๆ แต่เธอกลับมานั่งกินขนมสบายใจ ส่วนฉันถูกพ่อกับแม่เทศนาอยู่นี่!' คนเป็นพี่ชายค่อนขอดอยู่ในใจ 

" ไม่ใช่แค่กำลังที่มีไว้ป้องกันตัว แต่สติก็ยังเอาไว้ป้องกันตัวได้ด้วยเหมือนกัน กระทิงเข้าใจที่พ่อพูดใช่มั้ย " สิงหาถามสีหน้าอ่อนโยน นัยน์ตากล้าแกร่งแฝงไว้ด้วยความอบอุ่น เด็กหนุ่มพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนที่เขาจะยกมือไหว้ 

" ผมขอโทษพ่อกับแม่ด้วยนะครับที่ทำให้เป็นห่วง ต่อไปนี้ผมจะใจเย็นและใช้สติให้มากขึ้นครับ "  

" ดีมาก คนเก่งของแม่ "  ใบข้าวโอบกอดลูกชายไว้แน่นก่อนจะคลายกอดแล้วกลับไปทำแผลให้ตามเดิม  

" เอาล่ะๆ กระทิงเองก็ต้องใจเย็นอย่างที่พ่อกับแม่เค้าบอกนะ รู้มั้ย โตเป็นหนุ่มแล้วคิดอ่านอะไรก็ต้องระวัง " ตุลาว่าพลางเดินเข้ามาตบบ่าของหลานชายเบาๆ 

" ครับ ปู่ "  

เสียงล้อรถบดไปกับถนนที่หน้าบ้านไร่เรืองกิจเกษมก่อนจะตามมาด้วยเสียงตะโกนเรียกชื่อกระทิงดังลั่นบ้าน 

" กระทิง! กระทิง! " เด็กหนุ่มวิ่งหน้าตั้งมาเป็นคนแรกพร้อมกับของเล่นในมือ สีหน้าของเขาดูตื่นเต้นสุดขีด ที่ตามหลังมาเป็นเด็กชายที่อายุน้อยกว่า " สวัสดีครับ คุณตา คุณยาย ลุงสิงห์ ป้าใบข้าว " สองคนพากันยกมือไหว้อย่างรวดเร็ว " ได้มาแล้ว!! กระทิง!! " คนโตกว่าชูของเล่นในมือให้กระทิงที่รีบลุกขึ้นยืนและเดินตรงไปหาทันที 

" เฮ้ย! พีเอสไฟว์!! สุดยอดไปเลย มาร์ส " กระทิงออกอาการตื่นเต้นไม่แพ้กัน " ได้มาไงอ่ะ อาโซลกับอามินซื้อให้เหรอ "  

" โอ๊ย! ป๋ากับแม่ขี้งกจะตาย นี่ต้องไปทำงานแลกเงินมานะถึงจะได้มาน่ะ " มาร์สว่าหันไปค้อนใส่โซลกับมิถุนา " ไปเล่นกันเถอะ บัว เมษา ไมล์ ตาหวาน ไทมส์ " มาร์สหันหน้าไปชวนน้องสาวน้องชายของตัวเอง รวมถึงลูกพี่ลูกน้องของตัวเอง  

" ก่อนไปเล่น สวัสดีคุณปู่คุณย่าหรือยังครับ ตาหวาน ไทมส์ " ธันวาถามลูกสาวลูกชายของตัวเอง เด็กสองคนยกมือไหว้ก่อนจะวิ่งรั้งท้ายตามพี่ๆไป ในบ้านดูคึกครื้นขึ้นมาทันตาหลังมีเด็กในบ้านถึงเจ็ดคน 

" มาพร้อมกันอย่างกับนัดกันมาเลยนะคะ คุณธัน คุณมิน " บุหลันเรียกให้หวานกับแตงช่วยกันยกน้ำมาเสิร์ฟ " มากันเหนื่อยๆทานน้ำทานขนมกันก่อนนะคะ "  

" เห็นนายมาร์สฟ้องว่าเราสองคนให้ลูกทำงานเก็บเงินไปซื้อของเองเหรอ " สิงหาถามโซลกับมิถุนา โซลพยักหน้า  

" ใช่ครับ ก็ได้ไอเดียจากคุณสิงห์นี่แหละ นายนั่นบ่นน่าดูแต่ก็ยอมทำ "  

" แถมปลื้มกับของที่ตัวเองเก็บเงินซื้อมาเองด้วยค่ะ พี่สิงห์ " มิถุนาเสริม " ใบข้าวเดี๋ยวมินช่วย " มิถุนาเดินเข้าไปช่วยใบข้าวยกจานอาหารออกมา มีตังเมเดินตามไปช่วยอีกคน  

" เรื่องที่โรงเรียนเป็นไงบ้างครับ พี่สิงห์ เห็นตาหวานเล่าให้ฟังว่าบัวกับพะแพงโดนแกล้ง พวกหนุ่มๆเลยเข้าไปช่วย หลานเจ็บตรงไหนมั้ยครับ "  

" บัวกับพะแพงโดนดึงผมน่ะ ส่วนหนุ่มบ้านนี้กับหนุ่มบ้านนั้นก็โดนไปคนละตุ๊บสองตุ๊บเจ็บกันไป แต่ฟากนั้นน่ะสิหนักไม่น้อยเลย " สิงหาตอบ  

" สามรุมหนึ่งเหรอครับ "  

" หนึ่งต่อหนึ่งต่างหากล่ะ ฝั่งนั้นสิบเจ็ด ดีแค่ไหนที่ไม่โดนฝั่งนั้นอัดกลับมา "  

ธันวาผิวปากหวือ " กระทิงลูกไม้หล่นไม่ไกลต้นจริงๆ " โซลว่า ธันวาพยักหน้าอย่างเห็นด้วย  

" แล้วนี่จะกลับเมกาจริงเหรอ " สิงหาถามโซล เขาพยักหน้า  

" ครับ ป๋าอยากให้กลับไปช่วยงานเลยตัดสินใจว่าจะกลับไปกันทั้งหมดนี่ เรื่องโรงเรียนของเด็กๆก็จัดการเรียบร้อยแล้วครับ " โซลตอบ 

สิงหาพยักหน้าอย่างเข้าใจ " แล้วจะไปกันกี่ปีล่ะ "  

" จนกว่าจะเรียนจบ! " กระทิงร้องเขาโยนของเล่นในมือกลับไปให้มาร์สทันทีที่ได้ฟังเรื่องที่เมษาน้องคนกลางของมาร์สบอกเรื่องที่พวกเขาจะต้องย้ายกลับอเมริกาและไปอยู่ที่นั่นมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ กระทิงนั่งลงข้างๆเมษา " พูดใหม่อีกทีซิ เมษา เธอว่าอะไรนะ "  

เมษายกคิ้วมองลูกพี่ลูกน้องตัวเอง " พวกเรากำลังจะกลับเมกาและอาจจะไม่ได้กลับมาจนกว่าจะเรียนจบ " เธอทวนคำพูดของตัวเองกับกระทิง 

" ไม่ใช่ เมษา! ฉันได้ยินที่เธอบอกแล้ว แต่เมื่อกี้เธอตกประเด็นไป " กระทิงทำสีหน้าร้อนรน " เธอบอกว่าพะแพงจะไปด้วย เป็นความจริงเหรอ "  

" อ่ออออ " เมษลากเสียงยาวก่อนตอบ " ใช่ พะแพงจะตามพวกเราไปเรียนที่นั่นด้วย อาติณกับอาพะยูนอนุญาตแล้ว แพงเลยจะตามเราไปเมกาด้วยกว่าจะกลับมาที่นี่ก็คงจบมหาลัยเลย "  

" ทำไม! แล้วยูกับคิวล่ะ ตามไปด้วยมั้ย " กระทิงถามต่อ ปากคอของตัวเองเริ่มแห้งผาก  

" สองคนนั้นไม่ไป เห็นบอกว่าจะเรียนต่อที่นี่ " มาร์สตอบขณะกำลังเมามันส์อยู่กับของเล่นใหม่กับน้องชาย 

" พี่น่าจะดีใจนะที่แพงไม่อยู่ พี่กระทิงเองก็ไม่ค่อยชอบพะแพงอยู่แล้วนิ บัวเห็นพี่ทะเลาะกับแพงแทบทุกวัน " บัวบูชาหันมาบอกพี่ชายตัวเอง  

" เธอรู้อยู่แล้วเหรอ บัว " กระทิงถามจ้องหน้าน้องสาวเขม็ง  

" อืม ใช่ -- ทีนี้พอแพงไม่อยู่ พี่กระทิงก็จะได้เลิกหัวเสียซักทีไง เห็นอยู่ด้วยกันทีไรก็ทะเลาะกันทุกที ก็มีแค่วันนี้แหละที่ยอมญาติดีกัน " บัวบูชาลอยหน้าตอบคำถามพี่ชาย  

" ชิ! อย่ามาพูดดีนะ บัว ที่ฉันหัวเสียก็เพราะยัยนั่นชอบมาทำให้ฉันโมโหต่างหากล่ะ ดี! ไปไกลๆได้ซะก็ดี "  

" ถ้างั้นก็คงสมใจพี่กระทิงแล้วล่ะ " เมษาว่ายิ้มๆ " แต่ไม่มีคนให้ทะเลาะด้วยระวังจะเหงาปากนะ "  

" จริงด้วย อย่ามาร้องไห้ขี้มูกโป่งล่ะ " บัวบูชาทำเสียงเยาะใส่จนถูกพี่ชายหยิบหมอนอิงปาใส่ 

" เงียบไปเลย ยัยบัว! "  

บัวบูชาเม้มปากแน่น จ้องตาเขียวใส่พี่ชายก่อนจะหันไปดูมาร์สเล่นพีเอสไฟว์ต่อปล่อยให้กระทิงรู้สึกกระอักกระอ่วนกับเรื่องที่ได้ยิน 

งานวันเกิดของตุลาเป็นเหมือนงานเลี้ยงสังสรรค์พบปะของพี่น้องเรืองกิจเกษม รวมถึงติณณภพกับพะยูนที่พาลูกๆของพวกเขาสามคนมาร่วมงานด้วย เด็กๆพากันชวนเล่นพีเอสไฟว์ที่กลายเป็นดาราฮ็อตทำให้พวกเขาปักหลักกันหน้าทีวีแทบจะไม่ลุกไปไหนเลยยกเว้นก็แต่กระทิงที่ไม่ยอมมาร่วมวงด้วย เขาเอาแต่นั่งถอนหายใจอยู่ที่ชิงช้าไม้ที่สิงหาเป็นคนสร้างขึ้นมาตั้งแต่สมัยเขายังเป็นเด็กเล็ก 

" ข้างในไม่สนุกเหรอครับ กระทิง " ใบข้าวเดินเข้ามาหา " แม่นั่งด้วยได้มั้ย " กระทิงมองหน้าแม่ก่อนจะเขยิบที่นั่งให้ใบข้าวนั่งลงที่ปลายอีกด้านของชิงช้า " เป็นอะไรไป ทำไมไม่เข้าไปเล่นข้างในล่ะ "  

" ไม่เห็นจะสนุกเลยครับ " กระทิงตอบในสิ่งที่ตรงกันข้าม อันที่จริงเขาคิดว่าพีเอสไฟว์นี่เจ๋งสุดล่ะแต่ที่ทำให้เขาไม่อินกับมันก็เพราะเรื่องที่รบกวนจิตใจเขาตอนนี้นี่แหละ  

" แต่แม่ได้ยินมาว่าพีเอสไฟว์นี่เจ๋งสุดๆไปเลยนิ "  

กระทิงมองรอยยิ้มอ่อนโยนของแม่ ก่อนจะพูด " แม่รู้มั้ยครับว่าพะแพงจะไปเมกากับพวกมาร์สด้วย " ใบข้าวเผยยิ้มที่ดูกว้างมากขึ้น เธอพยักหน้า กระทิงพ่นลมฮึ " ทุกคนรู้หมดยกเว้นผม "  

" กระทิงไม่ชอบใจเพราะตัวเองรู้เป็นคนสุดท้ายหรือไม่ชอบใจที่หนูพะแพงไปเมกาโดยไม่บอกกระทิง "  

หน้าของกระทิงร้อนผ่าวเขาไม่เข้าใจที่แม่ถามแต่ก็รู้สึกไม่ชอบใจเลยที่พะแพงจะไปเมกาโดยไม่บอกเขาก่อน " ยังไงเราก็เป็นเพื่อนบ้านกันจะไปเมกาทำไมไม่บอกกันบ้าง "  

" หนูพะแพงอาจจะอยากบอกแต่ยังไม่มีโอกาสได้บอกก็ได้นะ ทำไมกระทิงไม่ไปถามหนูพะแพงล่ะ บางทีเค้าก็รอให้กระทิงถามอยู่ก็ได้นะ "  

" เฮอะ! ทำไมผมต้องเป็นฝ่ายเริ่มก่อนทุกที " กระทิงบ่นอุบอิบ ใบข้าวลอบยิ้มกับท่าทีหงุดหงิดของลูกชายก่อนที่เธอจะจับบ่าลูกชายแล้วลุกออกจากชิงช้า " คิดได้แล้วก็เข้าไปข้างในนะ แม่กับน้าๆทำอาหารอร่อยๆไว้เยอะเชียว "  

กระทิงพยักหน้ารับ เขานั่งอยู่ที่นั่นแค่อีกแป๊บเดียวก็ลุกออกจากชิงช้า พอหันหลังจะกลับเข้าบ้านก็เจอพะแพงกำลังเดินมาทางเขา ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากัน พะแพงไม่กล้าสบตากับกระทิง 

" มีอะไร! " 

พะแพงจากที่ไม่ยอมสบตากับกระทิง เธอจ้องใส่เขากับคำถามห้วนๆของอีกฝ่าย 

" แค่จะมาบอกว่าพี่ยูกับพี่คิวเรียกให้ไปเล่นเกมส์น่ะ " พะแพงหมุนตัวจะเดินกลับเข้าบ้าน 

" จะไปเมกาทั้งทีใจคอจะไม่บอกกันเลยหรือไง " 

พะแพงหันกลับมา " พี่กระทิงสนใจด้วยเหรอว่าแพงจะไปเมกา " เด็กหญิงถามมองหน้าคู่กัดของเธอ 

กระทิงอึกอักก่อนจะตอบ " ไม่ได้สนแค่จะบอกว่าไปได้ก็ดี ฉันจะได้ไม่ต้องมานั่งทะเลาะกับเธออีก เธอน่ะน่ารำคาญจะตาย " 

" พี่กระทิง!! " พะแพงกัดปากแน่นนัยน์ตาแดงก่ำจ้องอีกฝ่ายเขม็ง " ก็ได้! แพงจะไปให้พ้นหน้าพี่กระทิง พี่กระทิงจะได้ไม่รำคาญแพงอีก! " 

" ดี! ฉันก็เบื่อหน้าเธอจะแย่! เห็นหน้าทีไรก็ชวนให้ทะเลาะกันทุกที "  

" พี่กระทิง!! " ดวงตาของพะแพงรื้นน้ำ " แพงจะไม่กลับมาให้พี่กระทิงเห็นหน้าอีก! แพงเกลียดพี่กระทิง!! " 

กระทิงสะดุ้งตื่นผุดลุกจากที่นอนไม่รู้เป็นเพราะเสียงนาฬิกาปลุกที่ดังอยู่ตอนนี้ หรือมือเรียวบางที่เย็นเฉียบแตะลงบนหน้าอกเปล่าเปลือยของเขา หรือความฝันเกี่ยวกับเรื่องสมัยเด็กนั่น   

กระทิงสะบัดหัวไปมาไล่ความมึนงงจากฤทธิ์แอลกอฮอล์ก่อนจะปัดมือของคนที่นอนอยู่ข้างตัวเขาออกไป กระทิงในวัยยี่สิบห้าปีกลายเป็นหนุ่มเต็มตัวเขาคว้ามือถือขึ้นมากดปิดที่จริงแล้วมันไม่ใช่เสียงนาฬิกาที่เขาตั้งปลุกแต่เป็นเสียงสัญญาณเตือนที่บัวบูชาน้องสาวของเขาถือวิสาสะตั้งให้ว่าวันนี้เป็นวันสำคัญ กระทิงปลดล็อคหน้าจอมือถือออกมองตัวอักษรที่บัวบูชาพิมพ์ไว้ในปฏิทิน 

'พะแพงกลับวันนี้' 

 

      

************ 

มาแล้วค่า สำหรับใครกำลังรอบทส่งท้ายของซ่อนลิขิตรักอยู่ ไรท์ปล่อยออกมาให้ได้เชยชมกันแล้วน้า ตอนที่เขียนขึ้นมานี้ก็มีความลังเลอยู่มากที่จะเขียนออกมายังไงให้รี้ดได้มีความสุข เลยตัดสินใจที่จะเขียนพาร์ทของกระทิงที่ต่างก็โตขึ้นมาในระดับหนึ่ง การเติบโตของพวกเขา และช่วงของความเป็นพ่อเป็นแม่ของสิงหาและใบข้าว สุดท้ายก็เลือกที่จะจบบทส่งท้ายนี้ด้วยการทิ้งท้ายบอกให้รู้ว่าเราอาจจะได้เจอกับกระทิงในอนาคตนี้ ^^  

ไรท์ขอขอบคุณรี้ดทุกคนอย่างมากมายเลยนะคะ ที่เป็นทั้งกำลังใจและเป็นแรงผลักให้ทำในสิ่งที่ชอบต่อไปเรื่อยๆ  

ขอบคุณอีกครั้งสำหรับทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอย และทุกข้อความที่แม้จะไม่ได้ตอบแต่ก็อ่านทุกข้อความนะคะ 

แล้วเจอกันค่ะ 

    

ความคิดเห็น