email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Episode 18 สัญญาลับของปีศาจ

ชื่อตอน : Episode 18 สัญญาลับของปีศาจ

คำค้น : เซฟแมงป่อง ตบหลุมรัก My heart November นิยายวาย ตบจูบ ฟิวกูดรักมหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.6k

ความคิดเห็น : 8

ปรับปรุงล่าสุด : 06 เม.ย. 2564 07:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 18 สัญญาลับของปีศาจ
แบบอักษร

Episode 18 

สัญญาลับของปีศาจ 

[Double A]  

ใครที่รออ่านดินเคนในตรวณธรณีเตรียมได้เลยครับ สำหรับเรื่องนี้จะจบในตอนหน้านะครับ ช่วงนี้ไรต์ต้องขอโทษที่ลงนิยายช้าไปบ้างเพราะงานประจำรัดตัวมากครับ 

 

 

สวีดัด...สวัสดีวันเสาร์ที่สดใส 

 

ผมบิดตัวตื่นขึ้นมาท่ากลางแสงแดด สายลม ดอกเดซี่ และกลิ่นเนยหอมสุกอันเรืองรอง เช้าวันนี้เป็นอีกวันที่ไม่มีอะไรให้ทำเหมือนเคยตั้งแต่กลับมาจากบ้านของพายุที่อุตรดิตถ์มันช่างน่าเบื่อหน่ายเสียยิ่งกระไร ในขณะที่ไอ้ยูจิเพื่อนที่ผมสนิทที่สุดก็ดันเสือกบินกลับไปเยี่ยมพ่อมันพานจะงะโอะกะ จังหวัดนีงาตะ ประเทศญี่ปุ่นไปซะแล้ว ถ้าไม่ติดว่าพ่อแม่ไม่อยู่บ้านละก็ผมคงบินตามไปเที่ยวบ้านมันและอีกอย่างที่ยังผูกมัดอสูรอย่างผมเอาไว้คงหนีไม่พ้น... 

 

ปรายตามองรูปขนาดใหญ่บนหิ้งบูชาเครื่องรางของขลังส่วนตัว ภาพชายชาตรีในชุดสุดเนี้ยบกำลังส่งยิ้มฟันขาวจั๊วะจ้องมาทางผมในทุกอิริยาบถ 

 

อ้า~~~พี่ข้าวหมาก 

 

แค่รูปยังมีเสน่ห์เหลือล้นขนาดนี้เลยเหรอวะ แล้วยิ่งตอนพี่เขาออกไปทำงานยิ่งน่าเป็นห่วงเกิดโดนสาวแก่ แม่หม้าย ชายฉกรรจ์มาให้ท่าตอนผมไม่อยู่เนี่ยแค่คิดก็หงุดหงิดเลยโว้ย ว่าแล้วก็ดีดตัวลงจากเตียงเดินไปที่โต๊ะอย่างเร็วรี่ หยิบไอเทมลับที่ได้มาตอนไปสำรวจตึกเก่าท้ายมหา’ ลัยขึ้นมา ขวดแก้วขนาดเล็กภายในบรรจุด้วยของเหลวสีเหลืองอ่อน 

 

น้ำมันพรายจากหญิงบริสุทธิ์...คุณพำเพยที่พวกผมเคารพรักเป็นอย่างยิ่ง! 

 

เปิดฝาแต้มนิ้วเล็กน้อยไปที่ขวดจากนั้นก็เอาป้ายไปที่ดวงตาของคนในรูปทั้งสองข้างพร้อมกับบริกรรมคาถาตามที่เคยได้ศึกษามา 

 

โอม...เอ็นเป็นของกู 

 

ใจเป็นของกู 

 

เสพสมก้นกู 

 

อยากอึบเพียงกู...เพี้ยงงงง! 

 

หึหึหึ ก็ไม่รู้ว่าจะได้ผลรึเปล่าอะนะแต่ทำแล้วมันสบายใจก็เอาเถอะ ไม่ได้ไปฆ่าใครสักหน่อยสุดท้ายยังไงไอ้พี่ข้าวหมากมันก็แพ้ลีลาจู่โจมอันเร่าร้อนของผมอยู่ดีนั่นแหละ ยิ่งพี่มันเป็นพวกโลกสวยด้วยเลยอาจไม่ทันสังเกตเล่ห์ร้ายร้อยมารยาของผมก็เป็นได้ 

 

ท่องคาถาแต่เช้าแบบนี้มันเหนื่อยชะมัด ดูดิท้องร้องเลยเนี่ยว่าแล้วก็เดินลงจากบ้านมาหาของเหลือบนโต๊ะกินดีกว่า เสียงทีวีจอแบนขนาดห้าสิบห้านิ้วดังลั่นเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าพี่สาวที่มีอายุรุ่นราวคราวแม่ของใครหลายคนกำลังประทับร่างอยู่บริเวณนั้น 

 

...พี่บี สาวแก่ขึ้นคานอายุปีนี้ปาไปสามสิบกว่ากำลังนั่งแดกโจ๊กสายตาทอดมองไปยังทีวีเบื้องหน้านี่ถือเป็นกิจวัตรที่ผมเองจะต้องได้เห็นทุกเช้าจนชินตาไปแล้ว พี่บีแก่กว่าผมมากถึงสิบสามปีเป็นคนสติไม่ค่อยเต็มเต็งสักเท่าไหร่ด้วยดูได้จากการแต่งตัวที่เหมือนคนเตรียมจะไปเต้นคาบาร์เร่โชว์ 

 

“เจ้ยังอยู่อีกเหรอ? วันนี้ไม่ออกไปหลอกเงินชาวบ้านรึไง” 

 

สายตาอีเจ้มันจ้องเขม็งมาที่ผมเลยครับ “นั่นปากพูดหรือตูดขมิบฮะไอ้เอ...เจ้เนี่ยพี่มึงนะโว้ยเดี๋ยวแม่ปั๊ดเหนี่ยวเลย” ยักไหล่ไปทีหนึ่งยังไงอีเจ้มันก็ไม่กล้าตีผมหรอก ขืนทำสิเจอสกิลตอแหลขั้นเทพไปฟ้องพ่อแน่ 

 

“พักนี้หายหัวตลอดเลยนะเอ บ้านช่องก็ไม่ค่อยยอมกลับข้างนอกมีอะไรดีนักหนาฮะ” 

 

“อ้าว! คนมีสังคมมันก็ต้องไปอยู่กับเพื่อนกับแฟนมั้งดิ ใครเขาจะเหมือนเจ้วะขนาดจะกินข้าวกลางวันยังต้องเก็บของกลับมากินที่บ้านเลยลูกค้าไม่บ่นแย่เหรอ?” หยิบปาท่องโก๋ขึ้นมาเคี้ยว “นี่เจ้กะจะแต่งงานกับคานบ้านรึไง?” 

 

โครม! อีเจ้มันถีบเก้าที่อยู่ข้างตัวผมเลย 

 

“ฉันเลือกลูกค้าย่ะ คนที่มีบุญเท่านั้นถึงจะได้มีโอกาสได้ดูดวงกับแม่หมอบีเว้ย แล้วอีกอย่างที่ฉันยังไม่มีแฟนเพราะดวงฉันมันไม่มีจะดีกว่า” 

 

“อ้อ ดวงกินผัวสินะ...ผมเข้าใจเจ้นะ” กะพริบตาแล้วเบะปากให้ทีหนึ่งความสุขอย่างหนึ่งของผมคือการได้แกล้งอีเจ้มันนี่แหละ 

 

จะว่าไปอาชีพหมอดูคงอยู่ในสายเลือดของตระกูลผมล่ะมั้งย้อนไปตั้งแต่รุ่นเทียด (พ่อหรือแม่ของทวด) แกเองก็เป็นโหราจารย์ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญวิชาโหราศาสตร์ ทำให้ทุกคนในบ้านถูกสืบทอดวิชามาแบบรุ่นต่อรุ่น แต่ก็น่าจะมาหมดที่ยุคผมนี่แหละเพราะอีพี่บีมันไร้ผัว ส่วนผมก็ดันไปมีผัวซะเองถ้าพ่อแม่รู้มีหวังกรี๊ดสลบ 

 

...ไม่สิ! ไม่แน่พวกท่านอาจจะรู้อยู่แล้วว่าเนื้อคู่ผมน่าจะไม่ใช่ผู้หญิง 

 

“นี่ไอ้เอ...” 

 

“หืม?” หันไปมองหน้าพี่สาวที่ยังจ้องมองมาไม่กะพริบตา 

 

“ดวงแกช่วงนี้ระวังคนมีสีเอาไว้หน่อยก็ดีนะ แล้วเรื่องของคนอื่นก็ไม่ต้องเข้าไปแส่ให้มากเกินไปยุ่งกับดวงคนอื่นมันมีราคาที่ต้องจ่ายมหาศาลเข้าใจรึเปล่า เจ้เตรียมของใส่บาตรเอาไว้ให้แกแล้วหน้าบ้านยังไงวันนี้ก็รีบออกไปเถอะพระท่านจะมาแล้ว” ถึงเจ้แกจะพูดนั่นพูดนี่แต่ก็ห่วงผมอยู่ดีถึงขั้นเตรียมของให้ใส่บาตรทุกวันแบบนี้จะไม่ให้รักได้ไงวะ 

 

เอาเถอะอย่างหนึ่งที่เจ้แกไม่รู้เกี่ยวกับผมคือ เรื่องของราคาที่ต้องจ่ายนี่แหละเวลาผมดูดวงวางแผนให้ใครน่ะไม่เคยทำให้ฟรีหรอก บอกเลยว่าต้องมีข้อแลกเปลี่ยนเสมอแม้แต่ไอ้พายุที่ใครต่อใครกลัว ยังต้องเซ็นสัญญากับอสูรให้ช่วยเรื่องน้องหินเลย ไม่งั้นชาตินี้มันก็ไม่ได้กินน้องมันหรอก 

 

“อืม รู้แล้วน่าเจ้ผมไม่ไปยุ่งเรื่องคอขาดบาดตายของใครหรอกน่า อย่างดีก็แค่ช่วยเรื่องความรักเผื่อผลบุญที่ผมทำมันจะส่งให้เจ้ได้มีผัวกับคนอื่นเขาสักทีไง” 

 

เฟี้ยว! พวกกุญแจแม่งลอยเฉียดปลายจมูกในทันใด 

 

…คนไร้อารยธรรม! 

 

หลังจากใส่บาตรในช่วงเช้าเสร็จแล้วก็ต้องมานั่งเหงา ๆ เพียงลำพังภายในบ้านอันไร้ผู้คน ไอ้พายุเองมันก็กลับมากรุงเทพได้พักใหญ่แล้วด้วยเห็นคนอื่นเล่าให้ฟังว่ามันกับน้องหินแทบไม่ยอมออกมาจากหอพักกันเลย นี่สินะอารมณ์ของพวกข้าวใหม่ปลามันซัดกันได้ทั้งวันทั้งคืนสงสารน้องหินชะมัดมีหวังหูรูดเสื่อมก่อนถึงวัยชราภาพแน่ 

 

จะโทรหาไอ้พี่ข้าวหมากก็กลัวมันรำคาญแถมเป็นเวลาทำงานอีก ขนาดตอนเลิกงานยังไม่ค่อยได้คุยกันเลยตอนทำงานเนี่ยไม่ต้องพูดถึง นั่งเล่นนอนเล่นมือถือไปสักพักก็นึกถึงเหล่าบรรดาหน้าเพื่อนผู้ประเสริฐทั้งหลาย 

 

Double A 

สวัสดียามเช้าเพื่อน ๆ ที่เคารพรักทุกคน 

 

เคน คนหล่อพ่อรวย 

...กูกลัว 

 

Uji scirnce 

ไอ้เอมาแนวนี้ทีไรความฉิบหายกำลังจะมาเยือน พวกมึงเตรียมตัวตั้งรับกันให้ดีเถอะ 

 

Payu Wayu 

ยังไม่ทันเจ็ดโมงเช้าซาตานมันก็ออกทำงานแล้วรึ? 

 

Double A 

ว้ายตายแล้ว! อย่าพูดอย่างนั้นสิลูกหนี้พายุ...มึงยังมีสัญญาที่ยังไม่ได้จ่ายนะจ๊ะ 

 

Payu Wayu 

กูเกลียดมึง! 

 

Double A 

[สติกเกอร์ผายมือ] 

เชิญเถอะจ้ะ...ว่าแต่วันนี้พวกมึงไปไหนกันรึเปล่าวะ กูเหงาโคตร ๆ วันคริสต์มาสแบบนี้แม่งไม่มีอะไรทำเลยวันนี้นัดเจอกันหน่อยไหม? 

 

Uji scirnce 

โชคดีจังที่กูกลับไทยวันมะรืนเลยไม่ต้องพลอยซวยไปกับพวกมึงด้วย 

 

The Scorpion King 

ไม่ได้สิคืนนี้กูนัดพวกไอ้พลังเอาไว้แล้ว ก็เห็นมึงบอกว่าจะเลี้ยงฉลองปีใหม่ไม่ใช่รึไงเอาไว้เจอกันวันสิ้นปีเลยนะ 

 

Double A 

[สติกเกอร์ร้องไห้] 

 

Uji scirnce 

เอาน่าไอ้เอมึงก็ออกไปเที่ยวกับพี่ข้าวหมากสิ วันสำคัญแบบนี้ก็ต้องออกไปกับแฟนเปล่าวะ 

 

Double A 

ไปทำงานโวยไปทำงาน! ไม่งั้นกูจะมานั่งเหงาแบบนี้เหรอวะคิดสิคิด 

 

เคน คนหล่อพ่อรวย 

เหงามากก็ออกมาเจอกูที่คอนโดหน้ามหา’ ลัยวันนี้กูก็อยู่คนเดียวเหมือนกัน รีบออกมาเลยนะเดี๋ยวกูพามึงไปรีวิวร้านอร่อยเปิดใหม่ แล้วมึงล่ะแมงป่องจะมากับพวกกูไหม? ปกติมึงต้องมาถ่ายรูปร้านเปิดใหม่ไปลงเพจมหา’ ลัยไม่ใช่เหรอ 

 

The Scorpion King 

ขอโทษทีนะกูไปไม่ได้ว่ะ มีเรื่องบางอย่างที่กูตั้งใจจะไปเคลียร์ให้จบ 

 

Payu Wayu 

เออ งั้นแยกย้ายกันแค่นี่แหละกูเองก็ต้องออกไปทำธุระเหมือนกัน...เออยูจิก่อนกลับกูฝากซื้อขนมมาให้หน่อยนะเดี๋ยวกูโอนเงินไปให้ 

 

Double A 

กูอิจฉาคงหลงเมีย น้องหินนี่มันโชคดีจริง ๆ 

 

ในเมื่อเคนมันเปิดทางสว่างให้ผมติดตามไปด้วย ข้าน้อยก็ขอรับน้ำใจของเพื่อนคนนี้แบบไม่เกี่ยงงอน ทะยานตัววิ่งขึ้นห้องคว้าผ้าเช็ดตัวอาบน้ำแปรงฟันอย่างเร็วรี่ก่อนที่มันจะเปลี่ยนใจไปซะก่อน วันแบบนี้มันต้องแต่งตัวให้เข้ากับสถานการณ์ กางเกงสแลคขาทรงเดฟสีแดงสด เสื้อเชิ้ตขาวตัวใหญ่ยักษ์ 

 

ถึงผมเองจะไม่ได้ดูหล่อโดดเด่นสะดุดตาเหมือนเพื่อนคนอื่นในกลุ่มแต่ก็มั่นใจว่าไม่ขี้เหร่ ส่วนสูงก็ใกล้เคียงพวกมันที่สำคัญเสน่ห์ของคนมันอยู่ที่รอยยิ้มและที่ดึงดูดที่สุดในตัวก็คือลักยิ้มนี่แหละ 

 

รีบนั่งแท็กซี่มาลงหน้าคอนโดไอ้เคนเห็นมันชะเง้อคอมองหาผมก็รู้ได้ในทันทีว่ามันเริ่มหงุดหงิดแล้ว เช้าขนาดนี้จะรีบไปไหนนักหนาก็ไม่รู้ 

 

“เฮ้ย! ขอโทษทีนะรอนานรึเปล่า” 

 

“เออ ออกมารอมึงได้สักสิบนาทีแล้วเนี่ยช้าฉิบหายคนยิ่งรีบ ๆ อยู่” 

 

“รีบอะไรของมึงนัดใครเอาไว้รึไงวะ?” 

 

เคนมันส่ายหัวแล้วบ่นออกมา “เปล่าหรอกกูแค่หงุดหงิดนิดหน่อย...เลยพาลมึงไปด้วยช่างเถอะรีบไปดีกว่าเดี๋ยวสายแล้วคนเยอะยิ่งวันนี้ด้วย...” สายตาเศร้า ๆ แบบนี้ผมดูออก เคนมันคงเหงาเหมือนกันที่ไม่มีน้องดินอยู่ในวันสำคัญแบบนี้ จะว่าไปก็ไม่ต่างอะไรกับผมเลยนี่หว่า ระหว่างเดินมาที่รถของไอ้เคนที่จอดเอาไว้ใต้คอนโดผมก็ถามมันขึ้นมาอีกครั้ง 

 

“ทำไมมึงไม่โทรชวนน้องดินขึ้นมาเที่ยวล่ะ?” 

 

ไอ้ยักษ์มันกะพริบตามองมาเหมือนคนหมดอาลัยตายอยาก “กู...ไม่ได้ขอเบอร์ติดต่อดินเอาไว้เลยแล้วน้องเขาก็ไม่เคยให้เบอร์กูด้วย” 

 

ฟังแล้วก็เศร้าใจยิ่งดวงมันคู่นี้ที่เคยดูให้ไม่ต่างอะไรกับเส้นขนาน ถึงจะเดินไปพร้อมกันมองเห็นกันแต่ก็ไม่สามารถเอื้อมมือถึงกันได้ 

 

...ทำได้เพียงอยู่เคียงข้าง แต่ไม่มีวันได้บรรจบ... 

 

“เคน...มึงแน่ใจรึเปล่าเรื่องระหว่างมึงกับน้องดิน” 

 

เพื่อนสนิทที่กำลังเปิดประตูรถถึงกับชะงักไปชั่วขณะหนึ่งแต่แล้วมันก็เงยหน้าขึ้นมายิ้ม “นั่นสินะ...กูไม่รู้หรอกนะเอว่าพระเจ้าจะออกแบบชีวิตพวกเราให้ออกมาแบบไหน ต่อให้ต้องอยู่คนละฟากฝั่งของทางช้างเผือก ต่อให้ได้เจอกันแค่ปีละครั้งเหมือนนิทานนางฟ้าจือหนวี่ กูจะใช้สองมือของกูนี่แหละค่อย ๆ ก่อสะพานหินไปทีละก้อนจนกว่าจะไปถึงคนที่กูรัก” 

 

“อืม ลิขิตจากฟ้าเป็นเพียงแค่อุปสรรคแต่ความพยายามของมึงต่างหากที่สำคัญ กูขอให้วันหนึ่งมึงได้เจอสิ่งที่ตามหานะถึงแม้ว่าระหว่างทางมันจะเจ็บปวดแต่ถ้าเป็นมึงจะต้องทำได้แน่” 

 

“หึ วันนี้มาแปลกเชียวเอาเถอะคำอวยพรของมึงกูถือว่าเป็นของขวัญวันคริสต์มาสละกัน” 

 

...มองโลกในแง่ดีนี่คงเป็นเสน่ห์อย่างหนึ่งของไอ้เคนล่ะมั้ง 

 

เคนมันพาผมออกมาห่างจากแค่คอนโดมันนิดหน่อย เป็นร้านกาแฟอาหารเช้าออแกนิค ประดับประดาร้านด้วยแมกไม้นานาพันธุ์ได้อย่างสวยงามลงตัว เราสองคนเดินออกมาภายในสวนของร้านที่ยังไม่ค่อยมีผู้คนจับจองมากนัก มองหาโต๊ะที่ร่มรื่นที่สุดแต่สายตาของผมมันตันไปจ๊ะเอ๋กับใครคนหนึ่งที่แสนจะคุ้นหน้าคุ้นตา 

 

ไอ้เซฟมันกำลังนั่งเท้าคางในมือก็กำถ้วยกาแฟร้อนเอาไว้แน่นสายตาทออดเหม่อลอยมองไปทางพุ่มดอกไม้ใหญ่ ขนาดพวกเราสองคนเดินเข้าไปจนถึงข้างตัวแล้วมันยังไม่รู้สึกตัวเลยสักนิด 

 

“กูว่าอาการมันหนักแล้วล่ะ” เคนพึมพำหันมากระซิบบอกผม 

 

“นั่นสินี่ขนาดกูเองก็สอนวิธีมัดใจให้ไอ้แมงป่องไปหมดแล้ว สงสัยมันทำไม่สำเร็จแน่เลย” 

 

“แมงป่องมันเป็นคนซื่อจะตายปากก็หนักอย่างกับอะไรดี ที่สำคัญมันขี้สงสารเกินไปด้วยมันคงไม่กล้าทำแบบที่พายุทำกับน้องหินหรอก” เคนมันได้แต่ส่ายหน้าออกมา 

 

เรื่องระหว่างไอ้เซฟกับแมงป่องเอาจริงพวกผมน่ะรู้กันหมดแหละครับเพียงแต่พวกเราไม่มีใครพูดออกมามากกว่า แมงป่องมันเป็นคนจริงจังและชอบเก็บความรู้สึกเอาไว้ตามลำพังทำให้คนอื่นไม่ค่อยกล้าแซวออกมาตรง ๆ ยกเว้นผมที่พอจะรู้ว่าตรงไหนควรพูดตรงไหนควรหยุด 

 

“เอ้ย! เซฟ...” 

 

เด็กมันสะดุ้งตกใจกับเสียงเรียกของเคนแล้วเงยหน้ามองมาที่ผมกับเคนจากนั้นก็ชำเลืองตามองไปรอบ ๆ เหมือนกำลังกลัวว่าจะเจอใคร 

 

“แมงป่องมันไม่ได้มาด้วยมึงสบายใจได้” ผมบอกน้องมันไป เสียงถอนลมหายใจเซฟดังขึ้นจนเราสองคนต้องดึงเก้าอี้มานั่งมองหน้ามัน 

 

“ทำไมมึงมานั่งอยู่ที่นี่คนเดียวล่ะวันนี้ไม่ไปหาแมงป่องรึไง?” เคนมันก็ดีแฮะ มีลูบหัวให้กำลังใจเด็กมันด้วยปกติไอ้เด็กนี่มันเสือยิ้มยากจะตายแต่พอโดนลูบหัวมันก็ตาแดงทำท่าจะร้องไห้ออกมา เฮ้อสุดท้ายไอ้คนหน้าตายตรงหน้ามันก็แค่เด็กคนหนึ่งเท่านั้นเอง 

 

เซฟส่ายหัวเป็นเชิงตอบคำถามเคน 

 

“มึงกำลังหลบหน้าแมงป่องอยู่ใช่ไหม? ถึงได้ออกมานั่งแถวนี้คนเดียว” 

 

คราวนี้มันก็เอาแต่พยักหน้ายอมรับพอเห็นแบบนี้ยิ่งรู้เลยว่ามันเด็กน้อยแค่ไหน “พี่เคนผมคงไม่กล้าไปเจอหน้าแมงป่องแล้วล่ะ” โอ๊ยยยย...นี่พวกมึงสองคนเป็นอะไรกันจะมาวิ่งหนีกันรอบเขาแบบหนังอินเดียไม่ได้...เรื่องนี้เอจะไม่ยอมเด็ดขาด 

 

โป๊ก! 

 

หมั่นไส้ขอเขกกบาลแม่งทีหนึ่งก่อนแล้วกัน 

 

“ไอ้เซฟมึงอย่าคิดเองเออเอง คนอย่างแมงป่องนะถึงมันจะปากหนักแต่ไม่ใช่คนซับซ้อน ถ้ามันบอกว่ารักมึงนั่นก็หมายความตามที่มันพูดและที่มันทำเพื่อมึงมาทั้งหมดเนี่ยไม่ใช่เพราะรักรึไง” 

 

“ห่ะ!” ทั้งผมทั้งไอ้เซฟถึงกับร้องออกมาพร้อมกันหันไปมองหน้าเคนที่อยู่ ๆ ก็พูดออกมา 

 

“แมงป่องมันเล่าให้พี่ฟังหมดแล้วว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างเซฟกับมัน เมื่อวานมันกลับมาถึงกรุงเทพก็ไล่ตามหาเซฟทั่วไปหมด ไปดักรอที่หอมึงก็ไม่เจอ...รู้รึเปล่าว่าที่กำลังทำอยู่น่ะทำให้มันเสียใจมากแค่ไหน” 

 

พีคในพีค! ก็รู้อะนะว่าแมงป่อง เคน และก็ไอ้พลังมันสนิทกันเพราะชอบออกไปถ่ายรูปด้วยกันบ่อย ๆ แต่แหมถึงขั้นปิดเงียบเล่าให้เคนมันฟังคนเดียวได้ไงวะ 

 

“แต่ผม...” เซฟมันเอาแต่ก้มหน้าไม่ยอมพูดออกมาสักทีจนผมเองก็หงุดหงิดจะแย่ 

 

“แต่อะไร? ที่แมงป่องมันเที่ยวตามหามึงขนาดนี้แปลว่ามันกำลังให้โอกาสมึงอยู่นะเซฟ กูถามจริงเถอะมึงจะทำลายโอกาสที่มันให้ด้วยมือตัวเองรึไง” เป็นผมเองที่ระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างหัวเสีย 

 

“ใจเย็นไอ้เอ” เคนมันจับแขนผมเอาไว้แล้วหันไปพูดกับเด็กโง่ตรงหน้าต่อ “พี่เข้าใจเรื่องระหว่างเซฟกับแมงป่องนะ มึงจะโกรธตัวเองที่เคยทำร้ายแมงป่องมันก็ไม่ใช่เรื่องผิดแต่เซฟเคยคิดจะถามแมงป่องรึเปล่าว่ามันต้องการอะไร จะหนีหน้าไปแบบนี้ทั้งชีวิตเลยรึไง สิ่งที่เซฟกำลังทำมันคือการตอกย้ำว่าที่แมงป่องทำมาทุกอย่างมันช่างสูญเปล่า” 

 

“นี่คือคำตอบที่เซฟกำลังมองหาเหรอ...สำหรับพี่นี่แหละคือการทำร้ายที่เจ็บปวดที่สุด” 

 

“...” แค่เคนมันพูดออกมาก็ถึงกับส่งผลให้เดตแอร์กันยกโต๊ะ มันไม่ใช่การต่อว่าน้องเลยแม้แต่น้อย ทุกอย่างที่มันพูดมีเหตุผลจนผมเองก็ต้องทึ่งและชื่นชมในเวลาเดียวกัน 

 

นั่งมองไอ้เซฟขยำมือไปที่ผมบนหัวแล้วก็ได้แต่ปลง 

 

“ผมควรจะทำยังไงดีพี่...ผมไม่กล้าแม้แต่จะขอโทษแมงป่องด้วยซ้ำ” 

 

นี่สิคือเวลาที่กูรอคอย! ในที่สุดไอ้เด็กซื่อบื้อมันก็หันมาขอความช่วยเหลือจากซาตานอย่างกูสักที งานนี้จะเรียกร้องอะไรดีน้า หึ หึ หึ 

 

“อย่างแมงป่องมันไม่ได้อยากได้คำขอโทษจากเซฟสักหน่อย แค่มึงกลับไปเผชิญหน้าแล้วอยู่เคียงข้างในวันที่มันต้องการก็พอ ส่วนถ้าวันไหนทบทวนทุกอย่างดีแล้วและอยากขอโทษมันก็ทำซะเชื่อเถอะว่าแมงป่องมันไม่เคยโกรธมึงเลยสักครั้ง” 

 

สัด! ไอ้เคน! มึงนี่คิดจะขัดขวางการเซ็นสัญญาอสูรของกูไปถึงไหนวะ ไม่ได้การขืนปล่อยให้ไอ้เคนพูดต่อมีหวังเซฟมันต้องหูตาสว่างขึ้นมาแน่ ดังนั้นต้องรีบปิดบัญชีก่อนแต่พอจะอ้าปากพูดไอ้เคนมันก็รีบเอามือมาปิดปากผมในทันทีจากนั้นมันก็หยิบมือถือขึ้นมากดโทรออกและเปิดเสียงให้ได้ยินแบบทั่วถึงท่ามกลางดวงตาเบิกโพลงของผมกับเซฟ 

 

You were the shadow to my light (เธอเป็นดังเงาในแสงของฉัน) 

Did you feel us? (เธอยังรู้สึกถึงเราอยู่ไหม) 

Another star, you fade away (เธอเปรียบเหมือนดาวอีกดวงที่จางหายไป) 

Afraid our aim is out of sight (กลัวเหลือเกินว่าเส้นชัยจะไกลเกินเอื้อม) 

Wanna see us, alive (อยากเห็นเรายังอยู่ด้วยกัน) 

 

โฮล่กกกก...เสียงเพลงรอสายโคตรบีบหัวใจอะ 

 

[ฮัลโหลเคนเหรอ? มีอะไรรึเปล่าโทรมาแต่เช้าเลย] 

 

“ตอนนี้มึงอยู่ไหน? ว่างคุยกันสักแป๊บไหมแมงป่อง” 

 

[กูอยู่ที่ห้องน้องหินน่ะ เมื่อเช้าเพลงมันโทรมาหากูบอกว่าไอ้เซฟมันแอบมาหลบนอนอยู่ที่ห้องมันสองวันแล้ว ถามอะไรก็ไม่ยอมบอกแล้วยังหายหัวไปตั้งแต่เช้ามืดโทรหาก็ไม่ติด ทั้งหินทั้งเพลงมันก็เลยโทรมาถาม...] 

 

“กูมีของขวัญวันคริสต์มาสจะให้มึงว่ะแมงป่องมึงช่วยมารับของขวัญชิ้นนี้จากกูหน่อยได้ไหม?” เคนมันยิ้มออกมาบนใบหน้าแล้วรีบคว้าแขนดึงไอ้เซฟเอาไว้เพราะเด็กมันทำท่าจะลุกหนีอยู่รอมร่อ 

 

[ต้องวันนี้เลยเหรอ? พอดีน้อง ๆ มันจะออกไปตามเซฟกับกูแล้วจะแวะไปซื้อของขวัญกันที่ห้างหลังมอด้วยกัน] 

 

“ของที่มึงกำลังตามหาอยู่ตรงนี้แล้วแมงป่อง ตอนนี้กูอยู่ร้าน Adel Coffee Park เลยคอนโดกูมานิดหน่อยเดี๋ยวกูส่งแผนที่ให้นะ” 

 

[นี่มึง! ...กูเข้าใจแล้วรั้งมันเอาไว้ก่อนอย่าให้มันหนีไปไหนนะกูจะรีบไป] 

 

แมงป่องมันถึงกับวางสายในทันทีที่พูดจบ 

 

“เซฟพี่กำลังให้ของขวัญที่มีค่าที่สุดกับมึงคราวนี้ต้องรักษาเอาไว้ให้ดีอย่าได้ทำหายหลุดมือไปอีกนะ” พ่อคนแสนดี! ช่างเถอะมาถึงขนาดนี้ผมก็คงไม่ต้องทำอะไรอีกแล้วในเมื่อไอ้เคนมันจัดการทุกอย่างได้แบบยอดเยี่ยมหมดจดเรียกว่าไม่เปิดโอกาสให้กูได้ต่อรองกับน้องมันเลยดีกว่า 

 

...แค้นนัก! 

 

รอไม่ถึงยี่สิบนาทีเหล่าบรรดาคนคุ้นหน้าก็ต่างพากันกรูเข้ามาที่โต๊ะ น้องหินมันเดินหน้ามุ้ยนำมาเป็นคนแรกเพียงมันเจอหน้าไอ้เซฟก็ถึงกับโวยวายออกมาเสียงดัง 

 

“ไอ้บ้าเซฟ...มึงแม่ง!” 

 

หินมันถลึงตามองเพื่อนด้วยสายตาที่ทั้งห่วงทั้งโกรธในเวลาเดียวกัน แต่คนที่เดินตามเข้ามาทีหลังนี่สิกลับมีแต่รอยยิ้มโล่งใจที่เห็นเซฟ...รอยยิ้มที่เดาออกได้เลยว่าเพียงแค่มันเห็นหน้าก็อภัยให้ได้ทุกอย่าง 

 

“นั่งกันก่อนสิอยากกินอะไรก็สั่งเลยเดี๋ยวมื้อนี้กูเลี้ยงพวกมึงเอง ถือว่ากูให้ของขวัญพวกมึงเลยละกัน” 

 

“หูยยยย พี่เอหล้อหล่อ” แหมพอล่อด้วยเรื่องของกินทีไร เอาหัวถูกแขนกูซะเงาวับเชียวมิน่าไอ้พายุถึงได้ติดใจนักหนาน้องมันน่ารักแบบนี้นี่เอง 

 

น้องหินมันเดินไปนั่งกับไอ้เคน ส่วนเพลงกับพรายตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงหวานจนใครก็ต้องอิจฉา ในขณะที่แมงป่องเองก็ไม่พูดอะไรสักคำแต่ไปนั่งข้างไอ้เซฟเฉยเลย 

 

“เออ พี่เอพอเห็นหน้าพี่แล้วกูนึกขึ้นมาได้ ข้าวจี่มันไลน์มาบอกว่าวันนี้ตอนบ่ายให้พี่ไปหาที่บ้านมันนะ ทีแรกกูว่าจะบอกพี่พายุให้โทรหาพี่แต่ไม่รู้ไอ้พี่พายุมันออกไปไหนตั้งแต่เช้า” 

 

“พี่อะนะ” ถึงกับชี้นิ้วมาที่ตัวเอง 

 

“อืม เห็นว่าพี่ข้าวหมากจะพาพี่เอกับข้าวจี่ไปดูไฟคริสต์มาสน่ะ” พาแฟนไปเที่ยวแบบไหนกันวะถึงพ่วงน้องสาวไปด้วยเนี่ย! 

 

“แล้วทำไมไอ้พี่ข้าวหมากมันถึงไม่โทรมาเองวะ” ว่าจะไม่บ่นแล้วเชียวก็อดไม่ได้ทุกที 

 

“พี่ข้าวหมากคงอยากเซอร์ไพรส์มึงมั้งเอ ให้ไปหาที่บ้านแบบนี้ก็แปลว่ามึงคือคนหนึ่งที่สำคัญเหมือนคนในครอบครัวแหละ” เคนมันหน้าเจื่อนลงไปเล็กน้อย “ถ้าแม่กูยอมรับเรื่องแบบพวกมึงได้สักครึ่งหนึ่งก็ดีนะสิ” 

 

ฟังแล้วก็โคตรหดหู่เคนมันดังเป็นลูกของหม่อมสาวิตรีดาราที่มีชื่อเสียงโด่งดังในยุคหนึ่ง ในขณะที่พ่อมันเองก็เป็นคนฮ่องกงเชฟมิชลินสตาร์ พอมาคิดดูดี ๆ เกิดเป็นลูกคนเดียวแบบนี้คงถูกตั้งความหวังจากครอบครัวอยู่ไม่น้อย 

 

“พี่มึงอย่าคิดอย่างนั้นดิ” หินมันเกาะแขนกะพริบตาแป๋วมองหน้าเคน “กูเองก็ต้องเผชิญหน้ากับแม่ไอ้พี่พายุมันเข้าสักวัน กูก็ไม่รู้ว่าจะทำให้คุณแม่ยอมรับตัวกูได้รึเปล่าแต่กูจะลองดูเพราะกูคือก้อนหินที่ทนทานยิ่งกว่าใคร” 

 

“ใช่ ๆ ไอ้หินพูดถูกเคนอย่าลืมนะว่ามึงชื่ออะไร” 

 

“ชื่ออะไรเหรอพี่?” เพลงมันหันมาถามอีกคน 

 

“ชื่อจริงเคนมันคือ ธิติดรณ์...ธิติหมายถึงความมั่นคง, การคงอยู่ ในขณะที่คำว่าดรณ์ มีความหมายว่า การข้ามพ้นทุกข์” แม้แต่ชื่อยังบ่งบอกถึงอนาคตที่มันจะต้องพบเจอ ได้แต่หวังว่ามันจะอดทนจนสามารถก้าวผ่านความทุกข์ไปได้ 

 

“ไม่ต้องห่วงหรอกกูจะคอยอยู่เพื่อปกป้องพี่เคนเองเพราะพี่เคนก็เหมือนคนในครอบครัวกู” หินมันช่างออดอ้อนดีแท้

 

“ขอบใจมาก” เคนมันเอื้อมผมไปลูบหัวน้องหินจนทุกคนก็อดยิ้มตามไม่ได้ “แมงป่องกูฝากพาไอ้เซฟไปเดินห้างกับพวกน้องมันด้วยนะ ยังไงมันก็เป็นรุ่นน้องกูถึงมันจะทำอะไรผิดไปบ้างมึงก็อย่าโกรธมันเลย...มันไม่ได้ตั้งใจหรอก ส่วนมึงเองก็อย่าพึงรีบตัดรอนหนีมันไปไหนซะล่ะให้เวลามันทบทวนหน่อย”

 

“กูเคยโกรธมันลงด้วยเหรอ?” มาแล้วครับสโลแกนสุดฮิตของแมงป่อง “แล้วอีกอย่างที่กูไม่ไปไหนไม่ใช่กูไม่มีตัวเลือกแต่กูเลือกไปแล้วต่างหาก”  

 

“...” 

 

แค่ก...แค่ก 

 

หินมันถึงกับสำลักมิลค์เชค “เพลง! เซฟ! ไปเลือกขนมเค้กเป็นเพื่อนกูหน่อย” พูดจบน้องมันก็ดีดตัวลุกเดินจูงเพื่อนสองคนหายเข้าไปในร้าน 

 

“เดี๋ยวนี้ใจกล้านี่หว่าแมงป่อง” พรายมันเท้าคางถามออกมาก่อนใคร 

 

“อือ กูแค่ไม่อยากเสียมันไปน่ะแต่ก็ไม่รู้ว่ามันจะกลับมาเป็นปกติเมื่อไหร่ เรื่องที่บ้านมันทำร้ายจิตใจเซฟน่าดูแต่กูจะรอละกันรอจนกว่ามันจะหายดี จะอยู่ข้าง ๆ มันจับมือมันในวันที่มันไม่เหลือใคร” 

 

“โธ่...แม่นางเอก แม่เจ้าประคุณรุนช่อง แม่นางงามมิตรภาพ กูต้องมอบมงให้มึงไหมแล้วแผนของกูที่วางเอาไว้ตกลงมึงไม่ทำแล้วใช่เปล่า” 

 

“เออ กูจะใช้วิธีของกูนี่แหละแบบที่เคยทำมาตลอด” สุดท้ายแผนทำให้อยากแล้วจากไปของผมก็ต้องกลายเป็นหม้ายขันหมาก คงไม่มีอะไรทำให้หัวใจของแมงป่องมันหวั่นไหวได้อีกแล้ว 

 

หลังจากแยกย้ายกับทุกคนผมก็ต้องรีบแจ้นมาที่บ้านพี่ข้าวหมากตามที่น้องหินบอก จะว่าไปบ้านพี่มันกับบ้านผมก็ไม่ไกลกันเท่าไหร่ที่จำได้เพราะคืนที่แกล้งเมามาส่งข้าวจี่เนี่ยจำทางเอาไว้หมดแล้ว ไอ้ประเภทมานั่งรอรักหักมุมเป็นหนังภารตะอะไม่ทำหรอก อยากได้ก็ต้องได้ ไม่ได้ด้วยเล่ห์ก็ต้องเอาด้วยกล ไม่ได้ด้วยมนต์ก็เอาด้วยคาถา แล้วถ้าสุดท้ายถ้ายังไม่ได้อีกก็ต้องเอาตัวเข้าแลก จับทุบหัวลากเข้าถ้ำแม่งเลย 

 

ออด...ออด! 

 

ยืนกดกริ่งอยู่พักหนึ่งน้องข้าวจี่เด็กสาวร่างท้วมก็ยิ้มหน้าบานวิ่งออกมาเปิดประตู 

 

“เข้ามานั่งข้างในบ้านก่อนเลยค่ะพี่เอ เดี๋ยวหนูต้องแวะไปช่วยแม่ที่ตลาดน้ำก่อน” 

 

“อ้าว งั้นพี่คอยมาใหม่ช่วงเย็น ๆ ดีไหม ไม่มีใครอยู่บ้านเลยแบบนี้พี่เกรงใจน่ะ” 

 

“ไม่ต้องเลยค่ะพี่จะกลับไปให้เสียเวลาทำไม ขึ้นไปนอนเล่นที่ห้องพี่ข้าวหมากก่อนก็ได้เดี๋ยวหนูพาไปนะ” สุดท้ายเด็กสาวก็ไม่ฟังคำปฏิเสธของผมเลยสักนิดจูงมือเดินเข้าบ้านพาไปนั่งในห้องพี่ชายแล้วน้องมันก็เดินออกจากบ้านไปเลย 

 

ปรายตามองไปรอบ ๆ ห้อง คือห้องพี่ข้าวหมากแม่งโคตรรกอะ ทั้งหนังสือเรียน หนังสือการ์ตูน แผ่นกระดาษเอกสารเนี่ยว่าเกลื่อนเต็มไปหมด แถมข้างฝายังมีพวกใบประกาศจับแปะเอาไว้อีกนึกว่าพวกตำรวจจะเป็นพวกมีระเบียบเรียบร้อยกว่านี้ซะอีก พอมาเห็นแบบนี้พี่ข้าวหมากก็ยังเป็นมนุษย์คนหนึ่ง ไม่ได้สมบูรณ์แบบเพอร์เฟกต์เหมือนพระเอกที่เห็นในละคร 

 

ว่าแล้วก็ช่วยเก็บห้องให้พี่มันหน่อยละกัน เข้าใจแหละว่าชายโสดที่เพิ่งเริ่มทำงานอาจจะไม่ค่อยมีเวลา พวกเอกสารน่าจะเป็นของสำคัญหลักการที่ดีในการเก็บคือต้องแยกประเภทเอาไว้ให้เป็นชุด ๆ เผื่อพี่มันต้องใช้จะได้ไม่ต้องหัวเสียเวลาหาของไม่เจอ คนแบบนี้มักจะวางของเอาไว้ที่ประจำดังนั้นก็ต้องเก็บเอาไว้แถวที่พี่มันกองนั่นแหละ 

 

จะว่าไปมันก็เพลินเหมือนกันแฮะการได้ทำอะไรสักอย่างเพื่อคนที่เราชอบมันก็ไม่เลวซะทีเดียว จัดการปัดกวาดถูพื้นให้พี่มันอีกหน่อยก็ดูสะอาดเอี่ยมแล้วพอทำทุกอย่างเสร็จก็ทุกตัวลงนอนบนเตียงพี่มันเลย ชอบกลิ่นน้ำยาปรับผ้านุ่มที่บ้านนี้ใช้มากอะ ดมทีไรพานจะหลับทุกที 

 

...เปลือกตามันหนักอึ้งจนเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ รู้ตัวอีกที่ภายในห้องก็เย็นเฉียบจากเครื่องปรับอากาศและมือของใครคนหนึ่งที่กำลังนอนกอดผมอยู่ข้าง ๆ 

 

พลิกตัวหันไปมองคือใบหน้าของเจ้าของห้องที่ยังนอนหลับใหลไม่ได้สติ พี่มันคงจะเหนื่อยละมั้งช่วงเทศกาลแบบนี้คงแทบจะไม่ได้หยุดพัก เลยทำให้ผมเองก็รู้สึกว่าพี่มันไม่มีเวลาจนออกห่างไปทุกที 

 

“ขอโทษนะเอ ที่ช่วงนี้พี่งานยุ่งจนแทบไม่ได้เจอกัน” พี่มันพูดขึ้นทั้งที่ยังหลับตาสนิท แล้วดึงตัวผมเข้าไปกอดแน่นขึ้น “ขอบคุณนะที่เก็บห้องให้พี่...แล้วก็ขอบคุณที่ยังไม่ทิ้งพี่หนีไปซะก่อน” 

 

“อืม...พี่ต่างหากที่หนีผมไม่พ้น” 

 

พี่มันเลื่อนปากมาที่ข้างหู “พี่สัญญาว่าจะพยายามทำให้ดีที่สุด" 

 

ขยับหน้าเข้าไปชิดริมฝีปากพร้อมกับบรรจงจูบอย่างแผ่วเบา นิ้วมือก็ช่วยปลดกระดุมเสื้อพี่ข้าวหมากออกทีละเม็ด เรื่องอื่นเอาไว้ค่อยคุยกันทีหลังตอนนี้ผมขอเก็บแต้มจากพี่มันก่อนละกัน 

 

 

 

“Part Playsave”  

 

วันนี้มันเกิดเรื่องหลายอย่างจนแทบตั้งตัวไม่ทัน หลายวันที่ผ่านมาตั้งแต่จบเรื่องของแซนมันทำให้ผมแทบไม่อยากคุยกับใคร ยิ่งพอเห็นเบอร์ที่แมงป่องโทรมาตลอดทั้งวันก็ยิ่งรู้สึกผิดจนไม่กล้าสู้หน้าเขา แถมยังหนีหัวซุกหัวซุนเหมือนหมาจนตรอกมาหลบนอนอยู่ที่หอไอ้หินไอ้เพลงอีก วัน ๆ ก็ไม่ได้คุยกับพวกมันเอาแต่นอนหมกตัวข้ามวันข้ามคืนเหมือนคนบ้า 

 

แต่พอผ่านมาได้สักพักสมองเริ่มโล่ง ทุกวินาทีที่ผ่านไปมันมีแต่ภาพแมงป่องอยู่เต็มหัวไปหมด อยากจะขอโทษจะจะเจอเขาก็กลัวจนขี้ขึ้นสมอง แต่แล้วก็เหมือนสวรรค์เป็นใจให้มาเจอไอ้พี่เคนพี่เอที่ร้านกาแฟ 

 

ทุกสิ่งที่พี่เคนทำให้ในวันนี้ในใจมันมีแต่คำว่าขอบคุณ ของขวัญที่พี่เขามอบให้มันมีความหมายกับผมอยากมากมายเกินกว่าคำพูดใดจะสามารถเอ่ยออกมาได้และผมขอสัญญาว่าจะดูแลของขวัญชิ้นนี้ ชดเชยในสิ่งที่ทำผิดพลาดลงไป 

 

หลังจากที่พี่เอขอแยกตัวไปบ้านข้าวจี่ คนอื่นก็ลากผมออกมาซื้อของที่ห้างด้วยกัน ยกเว้นพี่เคนคนเดียวที่ยังขอนั่งอ่านหนังสืออยู่ที่ร้านกาแฟเงียบ ๆ เพียงคนเดียว แม้ว่าตอนนี้จะมานั่งอยู่ในรถแมงป่องแล้วแต่ตั้งแต่เจอหน้ากันอีกครั้งในรอบหลายวันผมกับพูดอะไรไม่ออกไม่รู้ว่าควรจะเริ่มที่ตรงไหน 

 

นั่งรถออกมาได้สักพักไอ้หินมันก็ร้องถามเกี่ยวกับรูปภาพปริศนาที่ส่งเข้ามาในมือถือของมัน ภาพของพี่พายุกับหญิงสาวหน้าตาสะสวยรุ่นราวคราวเดียวกันทำให้ แมงป่องกับพี่พรายถึงกับปรอทแตก...ใครกันหนอที่บังอาจมาล้วงคอแม่เบี้ยอย่างไอ้หิน 

 

แต่คนที่ดูอาการหนักสุดคงหนีไม่พ้นเพื่อนสนิทอย่างพี่พรายกับแมงป่องแล้วล่ะ ที่ถึงขนาดสังเกตจากภาพแล้วตามมาถึงสยามพารากอนเพื่อสืบหาความจริง 

 

งานนี้หินมันดูใจเย็นผิดปกติมากไม่มีโวยวายเหมือนกับคาดเดาเหตุการณ์ทั้งหมดเอาไว้แล้วและก็เป็นจริงอย่างที่มันคิดผู้หญิงที่ชื่อแก้วคือคนที่แม่พี่พายุส่งมาเพื่อให้ทั้งคู่ผิดใจกัน 

 

หินมันเชื่อใจพี่พายุอย่างสนิทใจไม่แม้แต่เคลือบแคลงสงสัยด้วยซ้ำ 

 

ผมรู้สึกอิจฉาหัวใจที่แข็งแกร่งไม่หวั่นเกรงต่ออุปสรรคอันใดของหิน กล้าเชิดหน้าเดินจับมือพี่พายุอย่างเปิดเผยโดยไม่แคร์สายตาใคร 

 

พี่พายุพาพวกเราทุกคนมาตอบแทนด้วยการซื้อคอร์สเรียนเวิร์คช็อปทำขนมเค้กวันคริสต์มาสให้ที่เซ็นทรัลเวิลด์โดยแบ่งกันเป็นคู่ และผมเองก็ต้องจับคู่กับแมงป่องดีใจที่เขาอยู่ตรงนี้ดีใจที่เขาไม่ต่อว่าผมแม้แต่คำเดียว 

 

เสียงเอะอะจากสองคู่หน้าทำให้ผมต้องเหล่มองปรายตา ทั้งหินกับพี่พายุ แล้วก็เพลงกับพี่พรายกำลังหอมแก้มกันอย่างน่าอิจฉา จนทำให้ผมต้องแอบชำเลืองมองไปที่คนข้างกายที่กำลังมองไปที่ทั้งคู่แล้วฝืนยิ้มออกมา 

 

...ยิ่งเห็นแบบนี้มันยิ่งเจ็บปวดผมนี่มันเป็นคนไม่เอาไหนซะเลย 

 

“อุ๊บ!” เสียงร้องดังขึ้นจนต้องรีบหันไปดู ที่ปลายนิ้วของเขามันเริ่มมีเลือดซึมออกมาทีละนิด 

 

“มีดบาดเหรอ?” ทั้งที่เห็นอยู่แล้วก็ยังไปถามเขาอีก จากนั้นก็รีบดึงกระดาษทิชชูไปกดเข้าที่ปลายนิ้ว “กดแผลไว้สักพักเดี๋ยวเลือดก็หยุดไหลเอง” 

 

“อืม กูกดแผลเองก็ได้มึงกลับไปทำต่อเถอะ” เขาทำท่าจะเอามือออกแต่เป็นผมเองที่กลับจับปลายนิ้วเอาไว้แน่น มือที่ผมคิดถึง มือที่คอยปกป้องผมมาตลอด เมื่อผมไม่พูดและแมงป่องไม่ถามทุกอย่างก็กลับมาสู่ความเงียบอีกครั้งมีเพียงนิ้วที่ค่อย ๆ แปรเปลี่ยนเป็นสอดประสานกุมกันเอาไว้ 

 

“สุขสันต์วันคริสต์มาสนะแมงป่อง...” 

 

“....สุขสันต์วันคริสต์มาสเซฟ” 

 

เพราะพี่คือของขวัญที่ล้ำค่าที่สุดสำหรับผมแล้ว 

ความคิดเห็น