ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 41 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 41 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 64.6k

ความคิดเห็น : 206

ปรับปรุงล่าสุด : 07 ก.พ. 2564 01:51 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,400
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 41 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 41 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                        

               

 

  

  

           “เป็นอะไรรึเปล่าแม็ค” เสียงของเทเรซ่า พนักงานเสริฟในร้านอาหารเดียวกับที่แม็คทำงานพิเศษอยู่ถามขึ้น  

 

“เปล่านี่ ทำไมเหรอ” แม็คถามกลับไป 

 

“ก็ฉันเห็นนายไม่ค่อยมีสมาธิเท่าไรเลย เมื่อกี้ก็จดเมนูลูกค้าผิดใช่ไหม” เทเรซ่าถามออกมา ทำให้แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ 

 

“อืม มีเรื่องกวนใจนิดหน่อยน่ะ แต่ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรหรอก” แม็คตอบกลับไป พร้อมรอยยิ้มอ่อนๆ แต่เทเรซ่าก็มองอย่างเป็นห่วงอยู่ดี  

 

“แน่ใจนะ ไปนั่งพักสักหน่อยไหม เดี๋ยวบอกผู้จัดการให้” เทเรซ่าบอกออกมาอีก แม็คลังเลเล็กน้อย สุดท้ายก็พยักหน้ารับ แล้วแม็คก็เดินไปหลังร้าน เพื่อไปพักในห้องพนักงาน แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาดู นันไม่ได้โทรมาหาเขาอีกตั้งแต่ช่วงเที่ยงๆ ซึ่งตอนนี้ที่ไทยก็น่าจะสักประมาณ 8 โมงเช้า แม็คยอมรับว่าเขาน้อยใจคนรัก แต่ก็ไม่ถึงกับโกรธมากแต่อย่างไร แม็คเองก็ตั้งใจว่า ช่วงเย็นถ้านันโทรมา เขาก็จะรับสาย แต่นันก็ไม่ได้โทรมาอีก  

 

“ยังไม่ตื่นหรือว่าเพิ่งนอนวะ” แม็คพึมพำออกมา แต่เขาก็ไม่คิดจะโทรไปหาคนรักแต่อย่างไร แม็คนั่งพักอยู่ไม่นานก็เดินไปล้างหน้าแล้วกลับไปทำงานต่อ

..

..

 

“เฮียจะแวะหาอะไรกินก่อนไหม” ตาลถามขึ้น เมื่อมารับนันกลับบ้านในช่วง 9 โมงเช้า เนื่องจากเมื่อคืน นันนอนเฝ้าคีทอยู่ที่โรงพยาบาล เพราะหลังจากที่วางสายของคีท เขารีบพาลูกน้องไปรับคีท ที่ถูกยิงแล้วหลบหนีไปอยู่ใต้สะพานพร้อมกับบอดี้การ์ดอีก 2 คน ซึ่งได้รับบาดเจ็บเช่นเดียวกัน นันรีบพาเพื่อนรักส่งโรงพยาบาลในทันที โชคดีที่กระสุนไม่ถูกจุดสำคัญ แล้วตอนนี้คีทก็นอนพักอยู่ในห้องพักฟื้นของทางโรงพยาบาล เพราะคนของคีทมาดูแลแล้ว

 

 “กลับบ้านเลย กูไม่ไหวละ” นันพูดขึ้น เพราะเขาง่วงนอนและยังเพลียกับอาการป่วยของตัวเองอยู่ เขาอยู่จัดการเรื่องโรงพยาบาล และอยู่เฝ้าเพื่อนแทบไม่ได้นอน เมื่อเช้าตอนที่คีทฟื้นขึ้นมา เขาก็คุยกับเพื่อนถึงเรื่องที่เกิดขึ้น แล้วรู้ว่าคีทถูกศัตรูของคนรักตามทำร้าย แต่นันคิดว่าเดี๋ยวคนรักของคีทก็คงจัดการเรื่องนี้เอง

ตาลขับรถพานันตรงกลับมาที่บ้าน นันอยากโทรหาแม็ค แต่ร่างกายของเขาไม่ไหว เขาเลยขึ้นไปบนห้องแล้วล้มตัวลงนอนทันที โดยที่มือถือของเขาแบตหมดด้วยเหมือนกัน

นันนอนหลับไปนานตื่นมาอีกทีก็ร่วมบ่ายโมงแล้ว เขารู้สึกดีขึ้นกว่าเมื่อวานหน่อย ก็ลุกไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า นันหยิบมือถือมาดูเห็นว่าแบตหมดเขาก็รีบชาร์ตอย่างรวดเร็ว ตอนแรกนันตั้งใจจะโทรหาแม็ค แต่เห็นว่าเวลานี้แม็คน่าจะเข้านอนแล้ว เขาเลยไม่โทรไปกวน นันรู้สึกหงุดหงิดเพราะเขายังไม่ได้ปรับความเข้าใจกับแม็ค เขาไม่รู้ว่าป่านนี้คนรักของเขาจะคิดมากไปถึงไหนแล้ว

 

Tru..Tru…Tru

เสียงมือถือของนันดังขึ้น ทำให้เขารีบหยิบมาดูอีกครั้ง แล้วเป็นโอมที่โทรเข้ามา ทำให้นันรีบรับสายทันที

“ว่าไงวะ” นันพูดสายกับโอม

 

(“เพิ่งตื่นเหรอวะ”) โอมถามกลับ

 

“อืม ตื่นเมื่อสักพัก แล้วนี่มึงยังไม่นอนอีกเหรอวะ โทรมามีอะไรรึเปล่า” นันถามกลับไปทันที

 

(“ไม่มีอะไร แค่โทรมาบอกว่าเมียมึงน่ะ เมาอย่างหมา กูพาเข้าไปนอนในห้องเมื่อสักพักใหญ่ๆนี่”) โอมพูดขึ้น ทำให้นันนิ่งไปทันที

 

“มันไปเมาที่ไหน กับใคร” นันถามกลับ เพราะถ้าอยู่กับโอม โอมคงไม่ปล่อยให้แม็คเมาหนักแน่ๆ

 

(“มันไปกินกับพนักงานในร้านที่มันทำงานนั่นแหละ ทางนั้นเค้าโทรมาหากูให้กูไปรับมันกลับ”) โอมบอกให้นันรับรู้

(“กูโทรหามึง แต่โทรไม่ติด นี่เลยลองโทรอีกรอบ”) โอมพูดออกมาอีก นันถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

“แบตมือถือกูหมด เพิ่งชาร์ตเหมือนกัน” นันตอบกลับไป

 

(“มันแม่งบ่นถึงแต่มึง มึงรู้ตัวไหมเนี่ย ว่าเมียมึงน้อยใจอยู่น่ะ”) โอมถามกลับไป จริงๆเขาก็ไม่อยากยุ่งเรื่องส่วนตัวของเพื่อน แต่เมื่อนันวานให้เขาช่วยดูแลแม็ค เขาก็เลยต้องบอกเรื่องนี้ด้วย

 

“รู้ ก็กูโทรไป มันไม่รับสายกูนี่” นันตอบกลับด้วยน้ำเสียงติดขุ่นๆนิดๆ เพราะหงุดหงิดคนรักเหมือนกันที่ไม่ยอมรับสายเขา

 

“มันบอกกูว่าตั้งใจจะรับหลังเลิกเรียน แต่มึงก็ไม่โทรหามันอีกเลย มันก็เลยคิดมากไปเมากับพี่ที่ทำงานมันไง” โอมบอกออกมาอีก นันถอนหายใจออกมาหนักๆ เมื่อได้ยิน

 

(“กูไม่มีเวลาโทร พอดีไอ้คีทมันมีปัญหา”) นันตอบกลับ ก่อนจะเล่าให้โอมฟัง ว่าเกิดอะไรขึ้นกับคีท ทำให้โอมตกใจไม่น้อย

(“แล้วมึงจะทำยังไงกับเมียมึงต่อ”) โอมถามกลับ เผื่อว่านันจะมีอะไรให้เขาช่วย

 

“ฝากมึงดูมันที ถ้ามันตื่นแล้วมึงทักมาบอกกู เดี๋ยวกูโทรหามันเอง” นันตอบกลับไป ทำให้โอมสงสัยขึ้นมา

 

(“แล้วทำไมไม่ให้กูบอกมันเลย ว่าให้โทรหามึง ให้ทักบอกมึงทำไมวะ”) โอมถามกลับ

 

“ถ้ากูโทรไป จะได้ดูเหมือนกูตามง้อมันไง ไม่งั้นเดี๋ยวมันก็น้อยใจกูไม่หายอีก” นันพูดในสิ่งที่คิด ก่อนจะได้ยินเสียงหัวเราะจากลำคอของโอมกลับมา

 

(“หึหึ มึงนี่เอาจริงๆก็กลัวเมียไม่รักเหมือนกันนี่หว่า”) โอมแกล้งแซวออกมา

 

“แล้วใงล่ะ ไม่กลัวคนๆนั้นเค้าไม่รักบ้างรึไง” นันได้ทีแซวกลับไปบ้าง

 

(“ของกูน่ะ ยังไม่ได้คบกันด้วยซ้ำ เอาไว้กูได้คบกับมันเมื่อไร ค่อยมาถามกูอีกที”) โอมตอบกลับมา นันก็หัวเราะออกมาบ้าง ก่อนจะฝากฝังแม็คอีกครั้ง แล้ววางสาย เพราะจะให้โอมได้พักผ่อน

 

“กลับมาเมื่อไร กูจะตีให้ก้นลายเลยมึง” นันบ่นออกมาเมื่อนึกถึงคำพูดของโอมที่บอกว่าแม็คเมามาก ซึ่งนันก็รู้ดีว่าคนรักของเขาไปดื่มจนเมาเพราะอะไร นันลุกเดินออกจากห้องนอน แล้วลงไปกินข้าว กินยา แล้วทำงานในส่วนของตัวเองต่อ ก่อนจะไปเยี่ยมคีทที่โรงพยาบาลอีกรอบ เยี่ยมเพื่อนได้ไม่นานก็กลับมาบ้าน วันนี้นันตั้งใจจะไม่ไปสนามแข่ง เขาจะพักอีกสักวัน ให้ร่างกายแข็งแรงเต็มร้อยกว่านี้ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะอยากเอาใจแม็คด้วย

2 ทุ่ม

นันนอนเล่นดูทีวีอยู่บนเตียงก็เห็นโอมส่งข้อความมาบอกว่าแม็คตื่นแล้ว

..

..

แม็คตื่นขึ้นมาในตอนเช้า ด้วยอาการแฮงค์ เขาปวดหัวมาก จนไม่อยากจะลุกขึ้นจากเตียง แล้วรู้สึกเจ็บคอเหมือนจะเป็นไข้ด้วย

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูห้องนอนของแม็คดังขึ้น ก่อนที่โอมจะส่งเสียงเรียก และเปิดเข้ามา เพราะเมื่อคืนโอมไม่ได้ล็อคห้องให้เพื่อนเผื่อว่าเพื่อนลุกมาอาเจียนกลางดึก เขาจะได้มาดูให้ได้  โอมเดินมาหยุดอยู่ข้างเตียงของแม็คแล้วเท้าเอวมองเพื่อนตัวเอง

 

“ไงมึง แฮงค์ล่ะสิ” โอมทักขึ้น แม็คพยักหน้ารับช้า พร้อมกับขมวดคิ้วเข้าหากันเนื่องจากปวดหัว

 

“กูกลับบ้านมายังไงวะ” แม็คถามกลับ

 

“เทเรซ่าโทรมาหากู บอกให้กูไปรับมึง กูก็เลยไป ห่า เลิกงานแทนที่จะกลับบ้าน เสือกไปเมาซะงั้น” โอมบ่นออกมาแทนนันเลยก็ว่าได้

 

“พวกนั้น ชวนไปดื่มนิดหน่อย” แม็คหมายถึงพนักงานในร้าน

 

“ไม่หน่อยแล้วมั้ง มึงน่ะ กูลากกลับมานอนในห้อง มึงยังไม่รู้ตัวเลย” โอมว่าออกมาอีก

 

“อืม โทษทีว่ะ” แม็คตอบเสียงแผ่ว เขาหยิบมือถือมาดูก็เห็นว่าใกล้จะ 8 โมงเช้าแล้ว และไม่มีเบอร์ของนันโทรเข้ามาเลยสักสาย ทำให้แม็คหน้าหม่นลงทันที

 

“แล้วนี่ไปเรียนไหวไหมมึง ถ้าไม่ไหวก็นอนพักไป เดี๋ยวกูต้มน้ำขิงมาให้จิบ แล้วจะหาข้าวหายามาให้” โอมพูดขึ้น เพราะดูท่าทีของเพื่อนแล้ว คงไปเรียนไม่ไหวแน่ๆ เพราะตอนนี้แม็คก็ยังไม่ลุกมานั่งคุยดีๆเลย แถมยังขมวดคิ้วตลอดเวลา เพราะปวดหัว มึนหัว แถมเสียงก็เริ่มบ่งบอกว่าอีกฝ่ายกำลังจะไม่สบาย

 

“อืม ขอหยุดวันหนึ่ง” แม็คบอกออกมา ในใจของเขาตอนนี้กำลังคิดอยู่ว่าจะโทรหานันเองดีหรือไม่ แต่ด้วยความน้อยใจและทิฐิในใจ ทำให้แม็คไม่โทรหาคนรัก

 

“งั้นมึงนอนรออยู่นี่แหละ เดี๋ยวกูเอาข้าวเอายามาให้” โอมพูดทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องนอนของแม็คไป แม็คถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางนอนมองเพดานนึกถึงคนรักไปด้วย

Tru…Tru..Tru

เสียงมือถือของแม็คดังขึ้นมา ทำให้แม็คสะดุ้งเฮือก เพราะกำลังคิดถึงคนรักเพลินๆ เขาหยิบมือถือมาดูแล้วหัวใจก็เต้นแรง เพราะเป็นนันที่วิดิโอคอลเข้ามา แต่แม็คไม่อยากให้นันเห็นสภาพของเขาในตอนนี้ ถึงแม้ว่าจะน้อยใจอยู่ก็เถอะแม็คเลือกที่จะกดรับสาย แต่คว่ำจอมือถือเอาไว้กับเตียง เพื่อไม่ให้นันเห็นตนเอง

(“แม็ค”) เสียงทุ้มของนันดังขึ้น ทำให้แม็ครู้สึกเหมือนดวงตามันร้อนผ่าวๆ แต่ไม่ได้มีหยาดน้ำตาแต่อย่างไร

 

“อืม” แม็คตอบรับสั้นๆ

 

(“ทำไมมันมืด กูไม่เห็นหน้ามึง”) นันถามขึ้นมา

 

“....” แม็คนิ่งเงียบ ก่อนจะได้ยินเสียงนันถอนหายใจออกมาเบาๆ

 

(“แม็ค คุยกับกูดีๆ กูรู้นะว่ามึงเอามือถือคว่ำหน้าลงน่ะ”) นันบอกออกมาอีกครั้ง

 

“คุยแบบนี้ก็ได้” แม็คตอบกลับ

 

(“เสียงเป็นอะไร ไม่สบายงั้นเหรอ”) นันถามขึ้นทันที เมื่อรับรู้ได้ว่าน้ำเสียงคนรักเปลี่ยนไป

 

“เปล่า..แค่..” แม็คไม่รู้จะตอบอะไร ใจหนึ่งก็น้อยใจนัน ส่วนอีกใจก็ดันกลัวนันรู้เรื่องตัวเองไปเมา

 

(“แค่แฮงค์ จนไม่สบายใช่ไหม”) นันถามกลับด้วยน้ำเสียงปกติ ไม่ได้ดุแต่อย่างไร ทำให้แม็คชะงักไปนิด

 

“เปล่า ไม่ได้เมา” แม็คตอบกลับ

 

(“ทำไมต้องไปเมาอยู่ข้างนอกคนเดียวด้วยวะ ไม่รู้รึไงว่ากูเป็นห่วง”) นันบอกออกมาเสียงจริงจัง

 

“คนเดียวที่ไหน พี่ๆที่ร้านก็อยู่กันเยอะแยะ” แม็คเถียงกลับไปไม่ดังมากนัก เพราะเจ็บคอ

 

(“ยอมรับแล้วสิว่าไปเมามาจริงๆ”) นันพูดพร้อมกับหัวเราะเบาๆ ทำให้แม็ครู้ตัวว่าตนเองหลุดโป๊ะไปแล้ว โดยหารู้ไม่ว่านันรู้จากโอมตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว แม็คนิ่งเงียบไม่ได้พูดอะไรออกไปอีก

(“แม็ค กูขอโทษ”) แล้วนันก็พูดออกมาด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่ม ทำให้แม็คที่ได้ยินหัวใจเต้นระรัว

 

“เรื่อง?” แม็คถามกลับไปสั้นๆ

 

(“ที่กูเสียงดังใส่มึง กูไม่ได้ตั้งใจจะว่า กูแค่ไม่อยากให้มึงเป็นห่วงมากไป”) นันพูดออกมาอีก ถึงเขาจะชอบกวนคนรัก ชอบหาเรื่องแกล้งคนรักยังไง แต่ถ้าเขาผิด เขาก็จะขอโทษ เพราะไม่อยากให้เรื่องระหว่างเขากับแม็คมันแย่ลง

 

“งั้นถ้ากูบอกว่ามึงไม่ต้องมาเป็นห่วงกู ถ้ากูจะไปเมาที่ไหน หรือว่ากูไม่สบายบ้างล่ะ” แม็คถามกลับไปบ้าง นันนิ่งไปนิด เพราะเขามาคิดย้อนเหมือนที่คีทพูดเตือนเหมือนกัน

 

(“อืม กูลืมคิดย้อนกลับไปน่ะ ขอโทษจริงๆ”) นันบอกออกมาอีก ทำให้แม็คที่นอนฟังอยู่ใจอ่อนยวบกับน้ำเสียงของคนรัก แล้วก็เม้มปากนิดๆด้วยความรู้สึกสั่นไหวในอก

(“แม็ค”) นันเรียกแม็คอีกครั้งเมื่อเห็นว่าแม็คเงียบไป แม็คหยิบมือถือขึ้นมา แล้วมองหน้านันผ่านหน้าจอมือถือตนเอง นันเองก็ได้เห็นหน้าของแม็คเต็มตาอีกครั้ง

 

“กูไม่ได้อยากจะทะเลาะกับมึงเลยนะ ยิ่งอยู่ไกลกันแบบนี้กูยิ่งไม่อยากทะเลาะ” แม็คพูดเสียงติดสั่นเล็กน้อย

 

(“ทะเลาะได้ แต่เราก็ต้องเคลียกันให้เร็วที่สุด กูพยายามโทรหามึง แต่มึงไม่ยอมรับสาย”) นันพูดขึ้นมา

 

“ขอโทษ” แม็คพูดขอโทษกลับไปบ้าง ทำให้นันยกยิ้มออกมาอย่างพอใจ

 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% +++++++++++++++++++++++++++++++++

 

(“แล้ววันนี้ไปเรียนไหวไหมวะ”) นันถามออกมาต่อ แม็คส่ายหน้าไปมา

 

“บอกไอ้โอมแล้วว่าขอหยุดวันหนึ่ง” แม็คตอบกลับ นันมองหน้าแม็คผ่านจอมือถือด้วยสายตาดุๆ

“เออ รู้หรอกว่าทำตัวไม่ดีน่ะ” แม็คพูดขึ้น เพราะรู้ว่าที่คนรักมองเขาแบบดุๆ เพราะว่าแม็คเมาค้างจนทำให้ไปเรียนไม่ไหว

 

(“ถ้าวันนี้ไม่มีอะไรสำคัญก็ไม่เป็นไร นอนพักไป”) นันบอกออกมาอย่างอ่อนใจ แม็คก็พยักหน้ารับ

(“แล้วทีหลังจะไปดื่มที่ไหนกับใคร บอกไอ้โอมไว้ด้วย ถ้าไม่อยากบอกกูอะนะ”) นันพูดออกมาอีก เพราะทุกครั้งเวลาแม็คจะไปดื่มที่ไหนจะส่งข้อความบอกนันตลอด ถึงแม้ว่าจะอยู่ไกลกันก็ตามที

 

“เมื่อวานทำไมมึงไม่โทรมาหากูอีกล่ะ” แม็คถามเมื่อนึกได้ เขาคาใจกับเรื่องนี้ ถึงได้น้อยใจไปดื่มกับพี่ที่ทำงาน

 

(“กูวุ่นเรื่องไอ้คีท”) นันตอบกลับ แล้วก็เล่าให้แม็คฟังว่าเกิดอะไรขึ้น ทำให้แม็คตกใจ แล้วถามไถ่ถึงคีทอยู่สักพัก พอรู้ว่าปลอดภัยแล้วก็สบายใจ

(“ที่ไปดื่มเพราะกูไม่โทรหาด้วยใช่ไหม”) นันถามออกมาอีก แม็คพยักหน้ารับยอมรับตรงๆ

(“มึงนี่น๊า อยู่ใกล้ๆกูจะเตะสักที”) นันแกล้งว่าออกมา เพราะไม่อยากเห็นสีหน้าหงอยๆของคนรักสักเท่าไร

 

“มึงกล้าเหรอ” แม็คถามกลับ นันยกยิ้มมุมปากนิดๆ

 

(“กลับมาสิ แล้วจะทำให้ดูว่ากล้าไหม”) นันตอบกลับ แม็คเบ้ปากใส่อย่างหมั่นไส้ ก่อนที่โอมจะเคาะประตูแล้วเปิดเข้ามา

 

“อ่ะ นี่อาหารเช้าชองมึง กูเตรียมอาหารเช้าไว้ให้ละ กินยาด้วยนะมึง กูไปเรียนก่อน” โอมพูดขึ้น พร้อมกับวางถาดอาหารไว้บนโต๊ะในห้องของแม็ค

 

“ขอบใจมากมึง ขอโทษนะที่ทำให้ลำบากไปด้วย” แม็คพูดด้วยความรู้สึกผิด

 

“ไอ้นัน ถ้าไอ้แม็คมันกลับไทยเมื่อไร จัดการให้กูด้วย” โอมพูดเสียงดังเพื่อให้นันได้ยินด้วย เพราะเขารู้ว่าแม็คคุยกับนันอยู่

 

(“เออ จัดให้แน่นอน”) นันตอบกลับ ทำให้แม็คร้อนหน้าวูบ

 

“ไปเรียนได้แล้ว มึงอะ” แม็คไล่โอมทันที โอมหัวเราะขำเบาๆ ก่อนจะเดินออกจากห้องของแม็คไป

 

(“ไปกินข้าว กินยาแล้วนอนพักซะ”) นันพูดขึ้น ตอนนี้เขาพอจะเข้าใจความรู้สึกแม็คแล้ว ว่าเวลาที่คนรักไม่สบายหรือรู้สึกไม่ดี แล้วเราไม่สามารถอยู่ดูแลใกล้ๆได้ มันรู้สึกยังไง

 

“แล้วมึงเป็นไงบ้างวะ ดีขึ้นบ้างไหม” แม็คถามคนรักกลับไปบ้าง

 

(“ดีขึ้น แต่คืนนี้ก็กะจะนอนพักอีกคืน พรุ่งนี้ก็คงเป็นปกติ”) นันพูดเพื่อเอาใจแม็ค และเขาก็จะทำแบบนั้นจริงๆ

 

“อืม ดีแล้ว” แม็คพูดก่อนจะลุกไปที่โต๊ะ ที่โอมวางอาหารไว้ แม็คเอามือถือตั้งให้เห็นหน้าตนเอง แล้วลงมือทานอาหารเช้าไปเรื่อยๆ โดยมีนันมองผ่านหน้าจอมาตลอด

 

(“กินแค่นั้นเองเหรอวะ กินไปอีกสิ”) นันบ่นขึ้น เมื่อเห็นว่าแม็คกินอาหารไปนิดเดียว

 

“กินไม่ลง” แม็คตอบกลับ เพราะเขายังคงมีอาการเมาค้างอยู่ แต่พอได้จิบน้ำขิงก็พอจะรู้สึกดีได้บ้าง

 

(“งั้นก็ไปนอนพัก เดี๋ยวกูก็จะนอนเหมือนกัน”) นันพูดขึ้น แม็คจึง ลุกเดินไปที่เตียงอีกครั้ง เขาล้มตัวลงนอน แล้ววางมือถือไว้ข้างๆ เพื่อจะได้เห็นหน้านันไปด้วย นันเองก็ล้มตัวลงนอนเช่นเดียวกัน ทั้งสองมองหน้ากันเงียบๆ

(“เอาจริงๆ กูไม่คิดว่าตัวเองจะมีโมเม้นท์เปิดกล้องทิ้งไว้คุยกับใครแบบนี้มาก่อนเลยนะ”) นันพูดอย่างนึกขำ

 

“ไม่อยากคุยกับกูงั้นเหรอ” แม็คถามกลับ

 

(“กูยังไม่ได้พูดสักคำ ว่าไม่อยากคุย หาเรื่องจริง”) นันดุไม่จริงจังนัก แม็คก็ทำปากเบะใส่

(“อยู่ใกล้ๆจะดึงปากให้ขาดเลย”) นันพูดยิ้มๆ แล้วทั้งสองคนก็เงียบไปอีกครั้ง ต่างฝ่ายต่างมองหน้ากันอยู่อย่างนั้น

(“กูร้องเพลงกล่อมเอาไหม”) นันถามขึ้น แม็คส่ายหน้าทันที

 

“ไม่เอา เดี๋ยวกูปวดหัวหนักกว่าเดิม” แม็ครีบค้าน ทำให้นันหัวเราะขำออกมา แล้วก็เงียบกันอีกครั้ง มันเป็นความเงียบที่ไม่ได้ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่อย่างไร แม็คนอนมองนันอยู่สักพักก็ผล็อยหลับไปก่อน นันก็มองคนรักผ่านหน้าจอมือถือ ก่อนจะยกมือมาเอานิ้วลูบไปที่หน้าจอมือถือ ซึ่งตรงกับตำแหน่งแก้มของแม็ค ถ้าผ่านทะลุหน้าจอมือถือมาได้ นันคงทำไปแล้ว

//เฮ้อ ความคิดถึงแม่งน่ากลัวฉิบหาย// นันพูดพึมพำกับตัวเองเบาๆ ก่อนจะหลับตาลงบ้าง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

นันตื่นขึ้นมาในช่วง 6 โมงเช้า เขาก็เห็นว่าแม็คย้ายลงมาที่ห้องรับแขกแล้ว และกำลังนั่งพิมพ์งานในโน๊ตบุคเงียบๆ

“ทำอะไร” นันถามขึ้น ทำให้แม็คหันมามองหน้าจอมือถือทันที

 

(“ทำงานส่งอาจารย์ ที่โน่นหกโมงเช้าใช่ไหม ทำไมตื่นเร็วจัง”) แม็คถามกลับมา แม็คตื่นมาช่วงบ่าย ก็อาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า หอบโน๊ตบุคมานั่งทำงานเงียบๆในห้องรับแขก เวลาจะทำอะไรก็ทำเบาๆ เพราะกลัวว่าจะรบกวนนันตอนนอน เพราะเขาทั้งสองคนยังคงเปิดกล้องทิ้งไว้

 

“ก็นอนเร็ว” นันลุกนั่งพร้อมกับสะบัดคอไปมาไล่ความเมื่อยขบ

“เข้าห้องน้ำแป๊บ” นันพูดก่อนจะลุกเดินไปที่ห้องน้ำ จัดแจงล้างหน้าแปรงฟันเรียบร้อย

“ไม่วางรึไง” นันแกล้งถามขึ้นมา

 

(“มึงจะไปทำอะไรรึเปล่า”) แม็คถามกลับ

 

“ว่าจะไปออกกำลังกายให้เหงื่อมันออกสักหน่อย” นันตอบไปตามที่คิด แม็คก็พยักหน้ารับ เพราะอย่างน้อยนันออกกำลังกายได้ก็แปลว่าดีขึ้นมากแล้ว

“แล้วมึงล่ะ หายปวดหัวรึยัง” นันถามกลับมาบ้าง

 

(“ดีขึ้นแล้วล่ะ”) แม็คตอบกลับมา

 

“แล้ววันนี้ไม่ไปทำงานที่ร้านอาหารรึไง” นันถามต่อเมื่อเห็นว่าได้เวลาที่แม็คต้องไปทำงานพิเศษแล้ว

 

(“วันนี้ร้านปิด เมื่อวานพนักงานเมาค้างทุกคน”) แม็คพูดออกมาอย่างขำๆ เพราะเจ้าของร้านโทรมาหาเขาเมื่อช่วงบ่ายนี้เอง

 

“ดีจริงๆเลยนะ” นันพูดยิ้มๆ

“ตกลงว่าจะไม่วาง” นันถามต่อ

 

(“ขอไปดูมึงออกกำลังกายด้วยสิ”) แม็คพูดพร้อมกับเม้มปากกลั้นยิ้ม

 

“อยากเห็นซิกแพ็คกูก็บอกเถอะ ดูตอนนี้ก็ได้นะมึง” นันพูดก่อนจะหยิบมือถือมาส่องตรงหน้าท้องตนเอง โดยเปิดชายเสื้อยืดขึ้น ทำให้แม็คนั้นเห็นลอนหน้าท้องของคนรักได้ชัดเจน

 

(“โว๊ะ ไม่ได้อยากจะดูสักหน่อย”) แม็คพูดกลบเกลื่อนความเขินตัวเอง เพราะจริงๆแล้วเขาก็อยากเห็นนั่นแหละ นันหรี่ตาลงเล็กน้อย

 

“หรือว่าอยากดูตรงนี้” นันพูดจบ ก็ดึงขอบกางเกงนอนตัวเองขึ้น แล้วหยิบมือถือไปส่องตรงแท่งร้อนของตนเอง

 

(“เชี่ยนัน!! แม่ง”) แม็คโวยวายขึ้นมาทันที ใบหน้าเนียนขึ้นสีแดงก่ำเมื่อเห็นแท่งร้อนของคนรักที่มันนอนสงบนิ่งอยู่ นันหัวเราะขำออกมาทันที เมื่อได้แกล้งคนรักสมใจ

 

“ตอนนี้มันนอนอยู่ว่ะ อยากเห็นตอนตื่นไหม” นันถามออกมาต่อ

 

(“พอเลย แม่ง ดีนะที่กูอยู่คนเดียว”) แม็คโวยออกมาอีก

 

“หึหึ ก็รู้ว่ามึงอยู่คนเดียวนี่ไง ถึงกล้าโชว์ให้ดู” นันตอบกลับไป

 

(“โรคจิต”) แม็คบ่นพึมพำ นันมองคนรักอย่างขำ ถ้าอยู่ใกล้เขาคงจะดึงแม็คมาฟัดแล้ว ใบหน้าที่ขึ้นสีกับท่าทีเลิ่กลั่กนั่นทำให้นันอดที่อยากจะสัมผัสไม่ได้

(“จะไปออกกำลังกายไม่ใช่รึไงล่ะ”) แม็คพูดขึ้น นันก็เลยถือมือถือเดินออกจากห้องนอน เพื่อลงไปที่ห้องออกกำลังกายของตนเองทันที ดีที่เมื่อคืนเขาชาร์ตมือถือเอาไว้แล้ว จึงไม่กลัวว่าแบตจะหมด ห่วงก็แค่มือถือจะระเบิดเมื่อไรเท่านั้นแหละ ก่อนจะเข้าห้องออกกำลังกาย นันเจอกับตาลก็สั่งเรื่องอาหารอยู่พักหนึ่ง แล้วเดินเข้าไปในห้องออกกำลังกาย เขาเลือกที่จะวิ่งลู่วิ่งก่อน จึงวางมือถือไว้ตรงที่วางข้างหน้าจอเครื่องวิ่ง โดยต่อสายลำโพงเข้ามือถือ เพื่อจะได้คุยกับคนรักได้ง่ายๆ แล้วนันก็เริ่มเดินช้าๆ ก่อนจะเพิ่มความเร็วขึ้น โดยมีแม็คนั่งมองและพิมพ์งานในโน้ตบุคไปด้วย

 

“หืม เฮีย แค่ออกกำลังกายก็ต้องให้เฮียแม็คมาเฝ้าด้วยเหรอ” เสียงของตาลที่เดินเอาน้ำมาวางไว้ให้นันแซวขึ้นมา ทำให้แม็คหันมามองหน้าจอมือถือยิ้มๆ

 

“เสือกน่า” นันว่าไม่จริงจังนัก ตาลก็หัวเราะคิกคัก ก่อนจะเดินออกไป ตอนนี้เหงื่อของนันเริ่มออก จนทำให้เสื้อยืดตัวบางที่ใส่นอนชุ่มไปด้วยเหงื่อ จนแนบไปกับหน้าท้องจนเห็นกล้ามเนื้อเป็นลอนจางๆ แม็คเหลือบมองเป็นระยะ แล้วก็อดที่จะกลั้นยิ้มไม่ได้ แม็คยอมรับว่าเขาชอบมองหุ่นของนันมาก ยิ่งนึกถึงตอนที่มีอะไรกัน แล้วทำให้แม็คร้อนหน้าวาบ เพราะนันดูเซ็กซี่มากจริงๆ

“เป็นอะไรหน้าแดง” เสียงของนันดังขึ้น ทำให้แม็คชะงักไปนิด

 

(“เหรอ อากาศร้อนมั้ง”) แม็คพูดกลบเกลื่อนออกมา

 

“หึ ถ้าที่นั่นร้อน ที่นี่ก็นรกละ” นันตอบกลับไป

 

(“มะ..มึง..เสื้อมันเปียกเหงื่อหมดแล้ว ไม่ถอดออกเหรอ”) แม็คพูดขึ้นมา พร้อมกับปรายตามามองนันผ่านหน้าจอมือถือเล็กน้อย

 

“อยากให้กูถอดเสื้อให้ดูก็บอกมาตรงๆเถอะ” นันพูดขึ้นยิ้มๆ ขณะที่เขาก็วิ่งไปด้วย

 

(“แล้วแต่มึงเหอะ”) แม็คแกล้งพูดแบบไม่สนใจ ซึ่งนันก็รู้ดีว่าคนรักกลบเกลื่อนความเขินไปอย่างนั้นเอง นันจึงถอดเสื้อออกจากร่างกายอย่างรวดเร็ว ทำให้แม็คอดที่จะเม้มปากไม่ได้ เพราะกลัวว่าจะหลุดยิ้มออกมา

 

“แม็ค...แม็ค” นันเรียกแม็คที่ตอนนี้จ้องแต่หน้าโน๊คบุค ไม่ได้หันมามองนัน

 

(“อะไร”) แม็คขานรับ แต่ก็ไม่หันมามอง

 

“อุตส่าห์ถอดให้ดู หันมามองกันหน่อย” นันพูดเรียกร้องความสนใจ ทำให้แม็คหันหน้าไปอีกทางแล้วยิ้มขำ

 

(“ขี้โชว์ว่ะ”) แม็คแกล้งว่า แต่ก็ไม่ยอมหันมา ส่วนหนึ่งเพราะแม็คเขินด้วย ที่นันรู้ว่าเขาชอบมองหุ่นของนัน

 

“แม็ค..แฮ่กๆ...แม็ค...อืม..แม็ค” นันที่วิ่งอยู่ก็เรียกแม็คด้วยน้ำเสียงหอบๆกระเส่าๆ ส่วนหนึ่งเพราะเขาวิ่งอยู่ด้วย และก็อยากแกล้งคนรักด้วย ทำให้แม็คใจสั่น ท้องไส้ปั่นป่วนไปหมด

 

(“พอ อยุดทำเสียงแบบนี้ได้แล้ว มึง แม่ง โรคจิตจริงด้วย”) แม็คโวยออกมาด้วยใบหน้าที่ร้อนผ่าว ทั้งๆที่อยู่คนละซีกโลก มองผ่านกันแค่หน้าจอมือถือ แต่นันก็ทำให้แม็คร้อนรุ่มได้ง่ายๆ

 

“หึหึ ก็มึงไม่หันมามองกูนี่” นันตอบกลับ แม็คเลยหันมามองคนรัก เนื่องจากจุดที่นันวางมือถือนั้น จะเห็นครึ่งตัวบนของนันได้ชัดเจน โดยเฉพาะซิกแพ็คและวีเชฟตรงหน้าท้องของนัน เนื่องจากขอบกางเกงมันร่นลงเล็กน้อย

 

(//ดีนะที่มึงออกกำลังกายที่บ้าน//) แม็คพึมพำออกมา แต่นันก็ได้ยินอยู่ดี

 

“ทำไม” นันถามกลับ แม็คเม้มปากนิดๆ ไม่กล้าพูดสิ่งที่คิดออกมา

“ทำไม บอกมาดิ๊ ไม่งั้นกูไปออกกำลังกายที่ฟิสเนตซอย 5 นะ” นันแกล้งพูดถึงฟิสเนตที่อยู่ไม่ไกลจากบ้านของเขาเท่าไรนัก ซึ่งนันกับแม็คเคยขับรถผ่านประจำ

 

(“ออกที่บ้านนี่แหละ เครื่องเล่นก็มีเยอะแยะ จะไปออกที่อื่นทำไม”) แม็คพูดขึ้นมาทันที

 

“งั้นมึงก็บอกมาก่อนสิ ว่าทำไมไม่อยากให้กูไปออกกำลังกายที่อื่น” นันถามออกมาต่อ จริงๆแล้วนันก็พอเดาได้ แต่เขาอยากได้ยินจากปากคนรักมากกว่า แม็คทำปากมุบมิบบ่นนันเบาๆ พอเห็นสายตาของนันที่มองมาเพื่อรอคำตอบ ก็ทำให้แม็คอดไม่ได้

 

(“ก็กูไม่อยากให้ใครมาเห็นหุ่นของมึงนี่ ไม่ต้องไปอวดใคร อวดกูคนเดียวพอ”) แม็คโวยออกมาตรงๆ พร้อมกับใบหน้าที่ร้อนวูบวาบเพราะความเขิน นันหัวเราะในลำคออย่างพอใจ

 

“จริงๆ มึงพูดแค่คำว่า หวง คำเดียว กูก็เข้าใจแล้วนะ” นันแกล้งหยอกกลับ

 

(“เออ หวงเว้ย พอใจยัง”) แม็คโวยออกมาอีกครั้ง เพราะเขาหวงนันจริงๆ ทำให้นันยิ้มกว้างออกมาทันที

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

อย่าให้โกรธกันนานเลยเนอะ พอหอมปากหอมคอพอ

ภาค 1 มันหนักมามากละ ภาคนี้ก็สบายๆไป

ความคิดเห็น