ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 33

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.7k

ความคิดเห็น : 10

ปรับปรุงล่าสุด : 29 ม.ค. 2564 09:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 33
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 33 

 

 

 

 

" ขอโทษคุณวิทย์ด้วยนะคะ ที่ต้องมารบกวนแบบนี้ " ใบข้าวเอ่ยขอโทษวิทย์พลางทำสีหน้ารู้สึกผิดหลังขอร้องวิทย์ว่าเธอเองก็อยากช่วยเขาตรวจนับปุ๋ยรอบใหม่ที่มาส่ง วิทย์ส่ายหน้า 

" ไม่เป็นไรเลยครับ ใบข้าว " วิทย์พูด " ดีซะอีกครับที่ใบข้าวมาช่วย "  

ใบข้าวพยักหน้ารับยิ้มๆพลางมองคนงานช่วยกันเอากระสอบปุ๋ยลงจากรถ " วันนี้ก็ยังสามร้อยยี่สิบสองถุงเหมือนเดิมใช่มั้ยคะ "  

" ใช่ครับ "  

" ทำไมเราถึงไม่สั่งปุ๋ยพวกนี้เพิ่มคะ คุณวิทย์ เห็นพี่สิงห์บอกว่าเป็นเพราะปุ๋ยพวกนี้ต้องใส่ตามสูตร " ใบข้าวเดินเช็คกระสอบปุ๋ยไปด้วยคุยกับวิทย์ไปด้วย " ปุ๋ยพวกนี้เองก็ผสมตามสูตรเหมือนกับสองเจ้าก่อนหน้านี้ที่เอามาส่ง สองเจ้านั้นยังมีการสั่งเพิ่มบ้างลดบ้างตามแต่ละเดือน แค่ทำไมเจ้านี้ถึงสั่งแค่เท่านี้ " ใบข้าวถาม 

" เราทำสัญญาซื้อขายกันเท่านี้เหรอคะ นี่ข้าวดูย้อนรายการๆสั่งซื้อก็พึ่งเห็นว่าเราทำการซื้อขายกับโรงงานปุ๋ยนี่เมื่อหกเดือนที่แล้ว ท่าทางจะปุ๋ยเค้าคงจะเป็นของหายากนะคะ ถึงสั่งได้แค่เท่านี้ "  

" สงสัยว่าจะเป็นอย่างนั้นครับ " วิทย์ว่ามองใบข้าวที่กำลังเอาแต่จ้องกระสอบปุ๋ยด้วยสายตาสงสัย  

" ข้าวขอดูปุ๋ยข้างในหน่อยได้มั้ยคะ คุณวิทย์ " ใบข้าวส่งสายตาถาม วิทย์พยักหน้า 

" เปิดดูได้เลยครับ ต้าวเปิดกระสอบให้ใบข้าวดูข้างในหน่อย " 

ต้าวเดินเข้ามาใช้มีดตัดเขือกที่ปากกระสอบออกก่อนเปิดปากถุงให้ใบข้าวเข้าไปดู เธอใช้มือตักปุ๋ยอินทรีย์ในถุงขึ้นมาท่าทางเหมือนพยายามจะหาอะไรจากในนั้น 

" ใบข้าวหาอะไรอยู่เหรอครับ " วิทย์ถามสีหน้าฉงน ใบข้าวส่ายหน้าพลางดึงมือออกจากกระสอบปัดเศษปุ๋ยออกจากมือตัวเอง เธอมองไปที่กระสอบนับร้อยถุงตรงหน้า 

" ไม่ได้กำลังคิดจะให้เปิดปากทุกกระสอบหรอกใช่มั้ยครับ ใบข้าว " วิทย์ถามยิ้มๆ ใบข้าวแค่ยิ้มมุมปาก 

" ไม่เป็นไรค่ะ -- ว่าแต่ทำไมเวลาเบิกปุ๋ยเอาออกมาใช้ต้องเบิกทุกวันพุธคะ อีกอย่างปุ๋ยจากโรงงงานนี้เองเวลาใช้จริงก็แค่สามร้อยถุงแต่อีกยี่สิบสองถุงไม่เคยถูกเบิกมาใช้แต่กลับไม่เจอยี่สิบสองถุงนั่นเลย -- คุณวิทย์เคยสังเกตบ้างมั้ยคะ " ใบข้าวถาม 

" ผมไม่คิดว่าจะเป็นแบบนั้นนะครับ ใบข้าว อาจจะมีการลงบันทึกการเบิกปุ๋ยผิดไปก็ได้ "  

" อืม ก็คงจะอย่างนั้นค่ะ " ใบข้าวคลี่ยิ้มบางๆพลางมองวิทย์ " ข้าวนับแล้วนะคะ ของที่สั่งได้ครบตามจำนวนเดิมสามร้อยยี่สิบสองถุง " 

" ดีครับ " วิทย์รับคำ 

" งั้นเดี๋ยวข้าวไปทำงานของตัวเองต่อแล้วกันนะคะ " ใบข้าวบอกก่อนจะเดินกลับไปที่แปลงเมล่อนเพื่อจดบันทึกเหมือนที่ทำทุกวัน คอนนั้นเองที่มือถือในกระเป๋ากางเกงหลังเธอกำลังสั่น ใบข้าวหยิบออกมาเห็นชื่อที่อยู่บนหน้าจอก็ยิ้มกว้าง 

" ฮัลโหล ทัพไท -- ไม่ได้คุยกันตั้งนานเลย " ใบข้าวร้องอย่างดีใจ 

" ใช่ ฉันนึกว่าแกโดนนายสิงห์จอมโหดฆ่าหมกไร่ไปแล้วซะอีก " ทัพไทแหวใส่มาตามสาย " แต่ฟังจากเสียงแล้วดูท่าคงจะสบายดีใช่มั้ย " 

" อืม ก็ดีนะ ไม่คิดเหมือนกันว่าอยู่ได้นานขนาดนี้ "  

" นี่เกิดติดใจวิถีชีวิตชาวไร่แล้วงั้นสิ " ทัพไทเอ่ยปากแซวเพื่อนหญิงของตัวเองเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่สมัยเรียนมัธยมเขาเลยรู้จักนิสัยของใบข้าวดี " หรือที่จริงติดอย่างอื่น "  

" ตาบ้า อย่ามาพูดมั่วๆนะ ทัพไท -- ไม่ได้ติดอะไรสักหน่อย "  

" ข้าวแกโกหกไม่เก่งนะ " ทัพไทว่า " เอาเถอะ ถ้ายังไม่อยากเล่าตอนนี้เอาไว้แกพร้อมค่อยเล่าก็ได้ แค่ได้ยินเสียงแกดูมีความสุขฉันก็สบายใจ " 

" อือ ขอบใจ -- นายล่ะโอเคมั้ย ชินกับเมฆาล่ะเป็นยังไงกันบ้าง " 

" พวกฉันสามคนโอเคตั้งแต่แม่แกไปเชียงใหม่กับไอ้ภูผานั่นแหละ " ทัพไทพูด " แล้วนี่แกได้เจอแม่แกบ้างแล้วหรือยัง " 

" เจอแล้ว เพราะผู้ชายคนนั้นนั่นแหละ " ใบข้าวเล่าเหตุการณ์ที่บังเอิญไปเจอกับภูผาที่ห้างนั่นให้ทัพไทฟัง เล่าว่าพอครั้งนั้นก็ทำให้เธอไม่แน่ใจว่าภูผารู้หรือยังว่าเธอมาอยู่ที่ไร่เรืองกิจเกษม เพราะแบบนั้นวันที่ภูผาขอนัดกินข้าวกับเธอๆถึงยอมตกลงไปเจอเพราะอย่างน้อยก็เผื่อไม่ให้ภูผาสงสัยไปมากกว่านี้ แต่กลายเป็นว่าภูผาหลอกให้เธอออกมาเพื่อเจอกับคุณหญิงณัชชาด้วย 

" แม่แกนี่มีความพยายามมากเลยนะที่จะจับแกแต่งงานกับนายภูผานั่นให้ได้ " ทัพไทว่าหลังจากใบข้าวเล่าให้ฟังด้วยว่าคุณหญิงณัชชาพยายามแค่ไหนที่จะยัดเหยียดเธอให้กับภูผา " นี่แทบจะจับแกใส่พานส่งให้เลยนะนั่น "  

" ฉันไม่รู้จะบอกแม่ว่ายังไงแล้วว่าภูผาไม่ใช่คนดีแต่พูดยังไงก็ไม่ยอมเชื่อ แล้วนี่น่ะยังไปเชื่อคำไอ้บ้านั่นเข้าบ่อนอีก เตือนเท่าไหร่ก็ไม่ฟัง " ใบข้าวถอนหายใจออกมา 

" เข้าบ่อน!? "  

" ใช่น่ะสิ "  

" งั้นเรื่องที่ได้ยินมาก็เรื่องจริงลงน่ะสิ " ทัพไทพูด ใบข้าวที่อยู่ปลายสายขมวดคิ้ว 

" เรื่องจริงอะไร ทัพไท "  

" ข้าว " ทัพไทเอ่ย " ที่ฉันโทรหาแกวันนี้เพราะอยากคุยกับแกเรื่องนี้ด้วยนะ -- มีข่าวลือที่แม่ฉันได้ยินมาว่าคุณหญิงณัชชาเอาเครื่องเพชรชุดเก่าออกมาขายหลายชุด เจ้าตัวบอกว่าอยากซื้อแบบใหม่ๆ ชุดเก่าที่มีอยู่มันคร่ำครึ แต่ว่าวงในบอกว่าคุณหญิงณัชชากับคุณหญิงไพลินเข้าออกคลับที่ภูผาเป็นเจ้าของอยู่เป็นว่าเล่น " ทัพไทเล่า " แกพอจะรู้ใช่มั้ยว่าคลับนั่นน่ะเป็นอะไร คนข้างในนั้นก็พูดกันหนาหูว่าคุณหญิงณัชชาเสียพนันตอนนี้ก็เกือบสองร้อยล้านแล้ว "  

" อะไรนะ สองร้อยล้าน! " ใบข้าวร้องใจหล่นวูบไปที่ตาตุ่ม จู่ๆก็เกิดอาการหน้ามืดเธอรีบเอามือยึดเกาะขอบแปลงเมล่อนไว้ " เรื่องจริงเหรอ ทัพไท "  

" ฉันว่าแกน่าจะโทรศัพท์หาพ่อแกหน่อยนะ ข้าว "  

ใบข้าวรับคำทัพไทหลังจากวางสายเธอก็เตรียมกดหาเอนกผู้เป็นพ่อเพื่อถามความจริงเรื่องนี้แต่สายเรียกเข้าที่ดังแทรกเข้ามาก่อนทำให้ใบข้าวกดรับแทบจะทันที 

" คุณแม่! "  

" ตายจริง! รับสายเร็วเชียว ปกติกว่าจะรับสายถึงขนาดต้องสวดมนต์อ้อนวอนกันเลยทีเดียว " คุณหญิงณัชชาค่อนขอดใส่ลูกสาว 

" ข้าวจะไปหาคุณแม่ที่กรุงเทพนะคะ ข้าวมีเรื่องจะคุยกับคุณแม่ค่ะ "  

คุณหญิงณัชชาหัวเราะเสียงใสถูกใจที่ตัวเองไม่ต้องเป็นคนเอ่ยปากพูดเอง " แหม ข้าวนี่อย่างกับอ่านใจแม่ออกอย่างนั้นแหละ แม่เองก็มีเรื่องอยากคุยกับข้าวเหมือนกัน จะมาเมื่อไหร่ล่ะจ๊ะ "  

" พรุ่งนี้! " คิ้วของสิงหาขมวดกัน " ทำไมด่วนขนาดนี้ มีเรื่องอะไรหรือเปล่า ข้าว " เขาถามหลังจากที่ใบข้าวบอกว่าจะกลับกรุงเทพด่วนพลางมองใบข้าวเก็บเสื้อผ้าใส่กระเป๋า 

" แล้วไปกี่วัน " 

" คงสักสองสามวันค่ะ พี่สิงห์ " ใบข้าวตอบสีหน้าไม่สบายใจ " ข้าวมีเรื่องอยากคุยกับคุณแม่ เรื่องนี้สำคัญมาก " ใบข้าวไม่ได้เล่าเรื่องที่คุณหญิงณัชชาเป็นหนี้การพนันหลายล้านให้สิงหาฟัง ลำพังเรื่องที่มีอยู่ตอนนี้ก็ยุ่งเหยิงมากพอที่จะทำให้สิงหาปวดหัวพอแล้ว 

" ข้าวดูเครียดนะ " สิงหาเดินเข้าไปกอดใบข้าวจากด้านหลัง แล้วหอมแก้มเธอ " อยากให้พี่ลงไปเป็นเพื่อนมั้ย " ความอ่อนโยนของสิงหาทำให้ใบข้าวระบายยิ้มออกมาได้ครั้งแรกหลังจากที่รู้เรื่องหนี้พนันร้อยล้านของแม่ตัวเอง เธอทิ้งเสื้อในมือลงแล้วหันไปกอดคอของสิงหาไว้ 

" ไม่เป็นไรค่ะ พี่สิงห์ -- ข้าวไม่เป็นอะไร ไปแป๊บเดียวเดี๋ยวก็กลับนะคะ " ใบข้าวจูบเบาๆที่แก้มของสิงหา " ข้าวจะไปคุยเรื่องถอนหมั้นกับผู้ชายคนนั้นด้วย ข้าวจะบอกว่าข้าวรักคนอื่นแล้วข้าวไม่อยากแต่งงานกับผู้ชายคนนั้น "  

" ถ้างั้นพี่จะไปกับข้าว ไปบอกเรื่องของเราสองคน พี่จะบอกพวกท่านว่าพี่รักและก็จะดูแลลูกสาวคนนี้ของพวกท่านอย่างดีที่สุด " สิงหากดจมูกหอมที่ข้างหัวของใบข้าว 

" พี่สิงห์ เรื่องนี้ให้ข้าวคุยกับคุณพ่อคุณแม่ก่อนได้มั้ยคะ " แววตาอ้อนวอนของใบข้าวทำให้สิงหาจำใจพยักหน้ายอมทำตามคำขอของใบข้าว 

 

 

 

**** 

 

 

" คุณหนู! " ป้าดวงร้องอย่างดีใจทันทีที่เห็นคุณหนูใบข้าวเดินเข้ามาในบ้านหลังจากหายเงียบไปเกือบห้าเดือนป้าดวงแม่บ้านสาวร่างเจ้าเนื้อวิ่งเข้ามากอดคุณหนูสุดที่รักของเธอด้วยความคิดถึง " ป้าดวงคิดถึงคุณหนูจังเลยค่ะ "  

" ข้าวก็คิดถึงป้าดวงเหมือนกันนะคะ " ใบข้าวกอดตอบป้าดวง " ไม่เจอกันนาน ป้าดวงสวยขึ้นนะคะเนี่ย " คำพูดของใบข้าวทำเอาป้าดวงยิ้มแก้มแทบแตก 

" คุณหนูเองก็เหมือนกันนะคะ สวยแล้วก็น่ารักขึ้นมากเลยค่ะ ดูสิคะมีน้ำมีนวลสวยเชียว " ป้าดวงชมเปาะ ใบข้าวยิ้มรับรู้สึกแปลกๆกับการถูกเรียกว่าคุณหนูคงเป็นเพราะว่าที่ไร่เรืองกิจเกษมไม่มีใครเรียกเธอแบบนี้เลย 

" อ้าวๆ มัวแต่ทักทายแม่บ้านอยู่นั่น " คุณหญิงณัชชาว่าพลางเดินกรุยกรายออกมาจากห้องรับแขกพร้อมกับภูผาที่เผยยิ้มทักทายใบข้าว " ใจคอจะไม่มาสวัสดีแม่กับพี่ภูเลยหรือไง "  

" เดินทางเป็นยังไงบ้างครับ น้องข้าว "  

" สวัสดีค่ะ คุณแม่ สวัสดีค่ะ คุณภูผา -- ข้าวเหนื่อยขอตัวขึ้นไปพักหน่อยนะคะ " ใบข้าวไม่สนใจคำถามของภูผาเธอไม่อยากมองหน้าไม่อยากเห็นไม่อยากเข้าใกล้ผู้ชายคนนี้อีกจะเรียกว่าขยะแขยงก็ได้  

" เอ้า! เดี๋ยวสิ ข้าว " คุณหญิงณัชชารีบคว้าแขนของลูกสาวเอาไว้ " พี่ภูเค้ามารอลูกตั้งนานแล้ว ข้าวน่าจะคุยกับพี่เค้าหน่อยนะ " 

" คุณแม่คะ ข้าวกลับมาเหนื่อยๆ ขอข้าวพักก่อนได้มั้ยคะ -- คุณภูผาเค้าไม่ว่าอะไรหรอกค่ะ จริงมั้ยคะ " ใบข้าวหันไปมองภูผาก่อนจะเดินขึ้นชั้นสองไปโดยไม่รออีกฝ่ายตอบ 

" ตายจริง ลูกคนนี้ เสียมารยาทจริงๆ " คุณหญิงณัชชาว่ามองตาขุ่นใส่แผ่นหลังลูกสาว " ขอโทษด้วยนะจ๊ะ ตาภูที่ใบข้าวเสียมารยาทกับเราแบบนี้ " 

" ไม่เป็นไรเลยครับ คุณแม่ -- น้องคงเหนื่อยจริงๆ เอาไว้พรุ่งนี้ผมค่อยมาคุยกับน้องก็ได้ครับ " ภูผาพูดยิ้มๆ " บางทีถ้าเธอได้คุยกับผมแล้ว น้องอาจจะใจดีกับผมขึ้นบ้างก็ได้ครับ " ภูผามองไปที่ชั้นสองของบ้านหลังใหญ่ตระกูลพันทิพาเจ้าของห้างสรรพสินค้าดัง " ส่วนเรื่องที่ผมคุยกับคุณแม่ รบกวนคุณแม่พิจารณาด้วยนะครับ "  

" แน่นอนจ้ะ ตาภู แล้วก็เรื่องของยัยข้าวไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวแม่ช่วยกล่อมให้ "  

" ขอบคุณครับ คุณแม่ " ภูผายิ้มรับก่อนจะขอตัวออกจากบ้านพันทิพาไป คุณหญิงณัชชายืนยิ้มส่งจนรถเก๋งคันหรูของภูผาลับตา คุณหญิงถึงเดินขึ้นบันไดตามลูกสาวไป  

" คุณแม่ไม่ได้เคาะประตูนะคะ " ใบข้าวพูดน้ำเสียงแห้งแล้งใส่มารดาตัวเอง คุณหญิงณัชชาถลึงตาใส่ 

" อย่ามาทำเป็นมีมารยาทกับแม่หน่อยเลย ยัยข้าว เมื่อกี้เรายังเสียมารยาทกับพี่ภูเลยนะ ใบข้าว " คุณหญิงณัชชาว่าพลางพยักเพยิดไล่ป้าดวงออกไป  

" ข้าวไม่ได้ขอให้เขามานิคะ ถ้าคุณแม่ไม่อยากเสียมารยาทคุณแม่ก็คุยกับเขาเองสิคะ "  

" ใบข้าว! " คุณหญิงณัชชาเสียงสูงใส่ " นี่ลูกกล้าพูดแบบนี้ได้ไงกัน " ใบข้าวมองสีหน้าโกรธกริ้วของคนเป็นแม่ก็รู้สึกผิด เธอยกมือไหว้  

" ข้าวขอโทษค่ะ คุณแม่ "  

คุณหญิงณัชชาปัดคำขอโทษลูกสาวทิ้งไป " ช่างเถอะ ข้าวกลับมาก็ดีล่ะ แม่มีเรื่องจะพูดกับลูก เรื่องของลูกกับตาภูแม่คิดว่าจะให้ลูกกับตาภูหมั้นแล้วก็จัดงานแต่งเลย ทางฝั่งนั้นเค้าพร้อมจะมาสู่ขอลูกนะ ใบข้าว "  

" อะไรนะคะ!? " ใบข้าวร้อง " สู่ขอ!? "  

" ใช่ สู่ขอ!? " คุณหญิงณัชชาพยักหน้าและพูดต่อไม่สนใจสีหน้าตะลึงงันของลูกสาว " และแม่ก็เห็นด้วยว่ามันถึงเวลาแล้วที่ลูกจะต้องแต่งงานสักที ข้าวจะได้เลิกเป็นเด็กเล่นซ่อนแอบซักที และครั้งนี้แม่ก็จะไม่ยอมตามใจลูกอีกแล้ว "  

" ไม่ได้นะคะ คุณแม่ " ใบข้าวปฏิเสธเสียงเกือบดัง เธอส่ายหน้า " ข้าวจะไม่หมั้น และก็ไม่แต่งกับผู้ชายคนนั้นเด็ดขาด! "  

" ทำไมจะไม่หมั้น ไม่แต่งในเมื่อแม่ตั้งใจให้ลูกหมั้นหมายและก็แต่งงานกับผู้ชายดีๆแบบตาภู " คุณหญิงณัชชาขึ้นเสียง 

" ข้าวต้องบอกคุณแม่กี่ครั้งคะว่าผู้ชายอย่างคุณภูผาอะไรนั่นเค้าไม่ได้ดีอย่างที่เค้าแสดงให้คุณแม่เห็น -- ผู้ชายคนนั้นเค้าทำธุรกิจผิดกฎหมาย ทั้งค้ายา ค้าของเถื่อน ค้าผู้หญิง ผู้ชายแบบนี้น่ะเหรอคะที่คุณแม่จะให้ข้าวแต่งงานใช้ชีวิตอยู่กับเค้าน่ะ -- คุณแม่เองก็เหมือนกันเรื่องที่เข้าบ่อนของผู้ชายคนนั้นจนเสียเงินเป็นร้อยล้าน คุณแม่ยังจะเชื่อใจเขาอีกเหรอคะ " ใบข้าวจ้องตาขุ่นใส่คนเป็นแม่ 

" อย่ามามองแม่แบบนั้นนะ ใบข้าว " คุณหญิงณัชชาแหวใส่ ทำทีเป็นไม่ใส่ใจกับเรื่องที่ลูกสาวพูดออกมา " เข้าบงเข้าบ่อนอะไรกัน เค้าเรียกเข้าคลับย่ะ อีกอย่างเล่นอะไรพวกนี้ยังไงก็ต้องมีได้มีเสียเป็นของธรรมดา ลูกอย่ามาโวยวายหน่อยเลย -- เงินแค่ร้อยสองร้อยล้านไม่ตายหรอก "  

" คุณแม่! " ใบข้าวพูดอะไรไม่ออก " คุณแม่ใช้คำว่าแค่กับเงินร้อยสองร้อยล้านเหรอคะ! ข้าวไม่อยากเชื่อเลย -- คุณแม่ เลิกเล่นเถอะนะคะ ยิ่งเล่นก็ยิ่งเสีย ปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไปเราไม่ต้องขายบ้าน ขายรถ ขายกิจการเราเหรอคะ" ใบข้าวเข้าไปจับมือของคุณหญิงณัชชาเพื่อเตือนสติ 

" เอ๊ะ! ยัยข้าว นี่เป็นอะไรของลูกนักหนา " คุณหญิงณัชชาสะบัดมือลูกสาวออก " เงินนิดๆหน่อยๆไม่ทำให้ตายหรอกนะ และก็เลิกเอาแต่ใจสักที เรื่องแต่งงานกับตาภูแม่ตอบตกลงไปแล้วว่าลูกจะแต่งงานกับเขาให้เร็วที่สุด ฤกษ์ยามอะไรนั่นคงไม่ต้องดูมันหรอกเอาฤกษ์สะดวกนี่แหละ ปลายเดือนนี้เลยเป็นไง " คุณหญิงณัชชายิ้มให้ลูกสาว ใบข้าวมองรอยยิ้มของผู้หญิงตรงหน้าที่เหมือนไม่ใช่มารดาของตัวเองอีกต่อไป 

" ข้าวไม่แต่ง! คุณแม่จะมาบังคับข้าวแบบนี้ไม่ได้! " ใบข้าวร้อง " คุณแม่อยากแต่งก็แต่งไปคนเดียวเถอะค่ะ ข้าวไม่แต่ง! " นัยน์ตาของใบข้าวรื้นน้ำจ้องคุณหญิงณัชชาอย่างไม่เชื่อว่านี่คือแม่ของเธอจริงๆ ทั้งโกรธทั้งเสียใจ 

" ใบข้าว! "  

" คุณแม่ออกจากห้องข้าวได้แล้วค่ะ ข้าวเหนื่อย อยากพัก " ใบข้าวว่า เธอหันหลังให้คนเป็นแม่ คุณหญิงณัชชาเม้มปากจนริมฝีปากเป็นเส้นตรง  

" ยังไงแม่ก็ไม่ให้ลูกขัดคำสั่งหรอกนะ รอพ่อแกกลับมาก่อนเถอะ "  

คุณหญิงณัชชาเดินลงส้นเท้าออกจากห้องนอนของใบข้าวไป ประตูปิดลงเสียงดัง 'ปัง' ไปแล้ว ใบข้าวที่นั่งอยู่ในห้องถึงกับเข่าทรุดทันที เธอนั่งกอดตัวเองแน่นหยดน้ำตาเม็ดโตร่วงเผาะ  

" คุณหนู " ป้าดวงที่ออกไปแล้วกลับเข้ามาในห้องอีกครั้ง เพราะเสียงทะเลาะกันของสองแม่ลูกดังออกมา ทันทีที่เห็นคุณหนูใบข้าวของตัวเองนั่งร้องไห้ก็เข้าไปกอดปลอบ " โถ่ คุณหนูข้าวของป้า "  

" ทำไมเสียงข้าวเป็นแบบนั้น " สิงหาถามมาตามสายหลังได้ฟังเสียงอู้อี้ของใบข้าว " ร้องไห้เหรอ ข้าว " น้ำเสียงร้อนรนของสิงหาทำให้ใบข้าวเกือบจะน้ำตาไหลออกมาอีกหลังจากถูกป้าดวงปลอบจนหยุดไปแล้ว  

" ไม่ได้ร้องค่ะ พี่สิงห์ -- ข้าวแค่คัดจมูกนิดหน่อย สงสัยจะเป็นภูมิแพ้กรุงเทพ " ใบข้าวหัวเราะออกมาเบาๆกลบเกลื่อนน้ำตาตัวเองที่กำลังไหลออกมา ใบข้าวรีบยกหลังมือเช็ดน้ำตาออก " เย็นแล้วพี่สิงห์ทานข้าวหรือยังคะ แล้วคุณพ่อกับคุณน้าล่ะคะ ทานกันแล้วหรือยัง "  

" ทานแล้วครับ คุณพ่อกับคุณน้าก็ทานแล้วเหมือนกัน -- ข้าวล่ะ "  

" ยังค่ะ พี่สิงห์ แต่อีกเดี๋ยวก็จะลงไปทานแล้วค่ะ "  

" พี่คิดถึงข้าวจังครับ " สิงหาพูด 

" ข้าวก็คิดถึงพี่สิงห์นะคะ " ใบข้าวกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ ส่งเสียงสะอื้นออกมาเบาๆ จนสิงหาเอ่ยปากแซว 

" อะไรกันถึงกับร้องไห้เพราะคิดถึงพี่เลยเหรอครับ ข้าว "  

" พี่สิงห์! "  

" ไม่ได้เห็นหน้าแต่ได้มาเห็นหน้าบ้านก็ยังดีเนอะ ข้าวว่างั้นมั้ย "  

" คะ -- " ใบข้าวนิ่งไป คิ้วของเธอขมวดกับคำพูดของสิงหา " เมื่อกี้ -- " ใบข้าวเดินไปที่หน้าต่างห้องของตัวเองทันที เธอดึงม่านเปิดออก 

" บ้านใหญ่สมเป็นเจ้าของธุรกิจห้างสรรพสินค้าเลยนะเนี่ย " สิงหาพูดผ่านมือถือพลางโบกมือให้ใบข้าวที่มองออกมาจากหน้าต่างชั้นบน 

" พี่สิงห์! " ใบข้าวร้องอย่างดีใจก่อนจะรีบออกจากห้องลงมาหาสิงหาที่หน้าประตูบ้านทันที " พี่สิงห์! " เธอโผเข้ากอดเขาแน่น สิงหาตอบกลับอ้อมกอดของใบข้าวด้วยอ้อมกอดที่อ่อนโยน 

" พี่สิงห์มาที่นี่ได้ยังไงคะ " ใบข้าวคลายกอดจากสิงหาแล้วรีบดึงมือของเขามาแอบอยู่ตรงรั้วพุ่มไม้หน้าบ้าน สิงหามองใบหน้าเปื้อนน้ำตาก่อนจะค่อยๆเช็ดไล้ออกให้เธอ 

" พี่ทนให้เมียพี่อยู่ห่างตัวนานไม่ได้น่ะซิเลยต้องมาหา " สิงหาว่า " บ้านใหญ่กว่าไร่เรืองกิจเกษมทั้งไร่เลยนะเนี่ย" สิงหาแกล้งผิวปากหวือจนถูกใบข้าวตีเบาๆที่หน้าอก 

" ยังจะมาพูดเล่นอีก " ใบข้าวมองค้อนใส่ ก่อนจะหันกลับไปมองบ้านหลังใหญ่โตที่บ่งบอกสถานภาพทางการเงินได้เป็นอย่างดีแต่ทว่าข้างในบ้านหลังใหญ่นั้นสถานภาพความสุขกลับหาไม่ได้เลย " ก็แค่บ้านหลังใหญ่เท่านั้นเองค่ะไม่เหมือนบ้านที่ไร่เรืองกิจเกษมเลยสักนิด " ใบข้าวพูดพยายามสะกดน้ำตาตัวเองไว้ 

" มีอะไรอยากเล่าให้พี่ฟังมั้ย " สิงหาถามมองตาใบข้าวที่กำลังสั่นระริก เธอเม้มปากแน่นในตอนนั้นคืดว่าจะเล่าทุกอย่างให้พี่สิงห์ของเธอฟัง เสียงแตรรถดังสั้นๆสองครั้งเรียกให้ทั้งสองหันกลับไปมองรถยนต์คันหรู 

ใบข้าวตาโตใส่เธอรีบดึงสิงหาออกจากหน้าบ้าน  " คุณพ่อกลับมาแล้วค่ะ พี่สิงห์ " ใบข้าวออกอาการรีบร้อน " พี่สิงห์กลับไปก่อนนะคะ เดี๋ยวข้าวโทรหาพี่สิงห์อีกทีนะ  -- ไปก่อนนะคะ พี่สิงห์ " ใบข้าวดันหลังสิงหาแต่อีกฝ่ายกลับอิดออดหันไปมองดูรถยนต์ของพ่อตาตัวเองแล้วหันกลับมามองใบข้าวที่พยายามไล่เขากลับ  

" กลับก็ได้ " สิงหาว่า " แต่ขอจูบราตรีสวัสดิ์หน่อยแล้วกัน " สิงหาคว้าแขนใบข้าวดึงเข้ามาจูบ ริมฝีปากประกบกันแนบแน่น " คืนนี้ฝันถึงพี่ด้วยนะ " สิงหาหยอดตาหวานใส่ใบข้าวที่ยิ้มเขิน เธอพยักหน้ารับ 

" นั่นใบข้าวหรือเปล่า " เอนกส่งเสียงถามมา ใบข้าวทำมือไล่สิงหาก่อนจะกึ่งเดินกึ่งวิ่งเข้าไปหาเอนก 

" ข้าวเองค่ะ คุณพ่อ -- สวัสดีค่ะ " ใบข้าวยิ้มกว้างแล้วเกินเข้าไปกอดเอนก  

" กลับมาไม่บอกกันก่อน พ่อจะได้ให้คนไปรับ " เอนกว่ากอดกระชับลูกสาวด้วยความคิดถึงแต่ถึงอย่างนั้นสายตาก็แอบมองรั้วต้นไม้ที่ใบข้าวพึ่งเดินออกมา ผู้ชายคนนั้น --  

" ไม่เป็นไรเลยค่ะ คุณพ่อ ข้าวเองก็อยากเซอร์ไพรส์คุณพ่อเหมือนกัน " ใบข้าวชวนเอนกให้เข้าบ้านเพราะกลัวว่าเอนกอาจจะจับได้ว่าเธออยู่กับสิงหา 

" เมื่อกี้ เพื่อนข้าวเหรอ " เอนกถาม 

" ค่ะ "  

" ทัพไท เมฆา หรือชินล่ะ -- ทำไมไม่ชวนเข้ามาคุยในบ้านเรา " เอนกถามน้ำเสียงเรื่อยๆ ใบข้าวอึกอัก  

" เขาเป็นเพื่อนข้าวที่ทำงานด้วยกันที่เชียงใหม่ค่ะ คุณพ่อ "  

" ใครเหรอ!? " คุณหญิงณัชชาถามแทรก ใบข้าวที่ยังโกรธแม่ตัวเองอยู่เลยไม่ยอมตอบ  

" ไม่มีอะไรหรอก คุณหญิง " เอนกตอบแทน " เราทานข้าวกันเลยมั้ย พ่อหิวแล้วล่ะ "  

" ก็ดีค่ะ  ขืนคุยตอนนี้มีหวังคงได้ทานข้าวกันไม่ลง " คุณหญิงณัชชาว่าส่งสายตามองลูกสาวอย่างไม่สบอารมณ์  

" ถ้าเป็นเรื่องที่คุณแม่จะจับข้าวแต่งงานกับผู้ชายคนนั้นล่ะก็ ข้าวก็ขอยืนยันค่ะว่าข้าวไม่แต่ง! " ใบข้าวจ้องตาเขม็งใส่มารดาตัวเอง ก่อนจะหันมาบอกกับเอนก " ข้าวไม่หิวนะคะ คุณพ่อ ขอตัวไปนอนก่อนค่ะ "  

ใบข้าวเดินขึ้นบันไดไปไม่กี่ก้าวคุณหญิงณัชชาก็แหวใส่เสียงแหลม " ถ้าเธอไม่แต่งงานกับคุณภูผาก็เตรียมย้ายออกจากบ้านหลังนี้ไปได้เลย และก็หาที่ซุกหัวนอนใหม่ด้วยนะยะ  เพราะเรากำลังจะล้มละลาย! "  

 

 

**** 

สวัสดีค่ะ รี้ดที่น่ารักทุกคน 

กราบขออภัยเป็นอย่างสูงที่ไม่สามารถมาตามนัดได้ T^T เพราะติดภารกิจส่วนตัวจริงๆค่ะ 

ไรท์ไปปั่นต่อล่ะเด้อ 

ขอบคุณทุกกำลังใจ ทุกการติดตาม ทุกการรอคอยและทุกข้อความของทุกคนมากนะคะ 

ราตรีสวัสดิ์ค่ะ ^^  

ความคิดเห็น