email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ความทรงจำหายไป 60%

ชื่อตอน : ความทรงจำหายไป 60%

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 14.3k

ความคิดเห็น : 45

ปรับปรุงล่าสุด : 04 ก.พ. 2564 18:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ความทรงจำหายไป 60%
แบบอักษร

ผมหุนหันเดินออกจากบ้านหลังจากตั้งสติได้ แต่ถึงอย่างนั้นในหัวผมก็ขาวโพลนไปหมด นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมยัยนั่นถึงไม่มีความทรงจำวัยเด็กของเราเลยล่ะ 

ถ้าจะความจำเสื่อมแล้วทำไมถึงจำเรื่องของไอ้หมาป่านั่นได้ 

“ออสติน! เดี๋ยวสิ เรายังคุยกันไม่จบเลยนะ” ไอหมอกวิ่งตามมาดึงแขนผมเอาไว้ ผมกำหมัดแน่น พยายามระงับอารมณ์ตัวเองไม่ให้อาละวาด นึกแล้วก็อยากจะหัวเราะเยาะตัวเอง 

ที่ผ่านมา ผมทำอะไรอยู่ 

“เธอรักฉันมั้ย?” ผมถามเสียงเบาหวิวแต่ยังยืนหันหลังให้ยัยนั่น ผมไม่กล้าพอที่จะมองหน้ายัยนั่นจริงๆ 

“รัก” คำตอบของไอหมอกเหมือนปลุกบางอย่างในตัวของผมขึ้นมา ม่านตาขยายออกจากกันเล็กน้อยก่อนจะหรี่ลงแล้วกรามทั้งสองข้างก็บดเข้าหากัน 

“ถ้าอย่างนั้นเธอจำได้ไหมว่าเคยสัญญาว่าจะแต่งงานกับใคร?” 

“กับเรสไง ตอนเด็กๆ หมอนั่นบอกว่าถ้าตัวเองได้ตราเท่ๆ ของเจ้าหน้าที่เหมือนพ่อ หมอนั่นจะกลับมาขอฉันแต่งงาน แต่มันก็แค่เรื่องล้อเล่น พวกเรายังเด็ก จะไปเข้าใจอะไร ออสติน นายหันมามองฉันหน่อยสิ” แขนเสื้อผมถูกดึงจากด้านหลัง ผมกัดกระพุ้งแก้มตัวเองจนรับรู้ได้ถึงรสชาติของเลือด 

“เธอจำได้แต่หมอนั่นเหรอ?” ผมหันกลับไปมองยัยนั่นด้วยแววตาน้อยใจ ทีไอ้หมาป่านั่นทำไมยัยนี่จำได้ล่ะ แล้วทำไมจำผมไม่ได้! 

เจอกันครั้งแรกสมัยมัธยมบ้าบออะไรกัน! ผมกับยัยนี่รู้จักกันตั้งแต่เด็กแล้ว ผมนั่งเป็นเพื่อนยัยนี่รอพ่อกลับบ้านที่โรงพยาบาลทุกวัน คุยกันเรื่องพ่อทุกวัน แต่ยัยนี่กลับจำอะไรไม่ได้เลย 

“ฉันเคยบอกนายไปแล้วนี่ว่าฉันไม่เคยมีเพื่อน เด็กๆ รุ่นราวคราวเดียวกันไม่กล้ามาเป็นเพื่อนกับฉันเพราะพ่อแม่พวกนั้นรังเกียจตาของฉัน มีแค่เรสคนเดียวที่เป็นเพื่อนฉัน หมอนั่นเคยอยู่เมืองไทยตอนเด็ก หมอนั่นมาที่นี่ทุกวัน” 

“แล้วฉันล่ะ? ฉันไม่เคยเป็นเพื่อนเธอเลยเหรอ?” ผมถามเสียงเบาหวิว ลำคอแห้งผากไปหมด 

มันเกิดอะไรขึ้นกับไอหมอกกันแน่ 

“ฉันจำไม่ได้ว่าเคยรู้จักนายตอนเด็ก ฉันจำไม่ได้ว่าเราเคยเจอกันที่โรงพยาบาล ตอนเด็กฉันเคยไปรอพ่อที่โรงพยาบาลด้วยเหรอ?” คำถามของยัยนั่นทำให้ผมฉุกคิด ยัยนี่จำไม่ได้ด้วยว่าเคยไปรอพ่อที่โรงพยาบาล 

ช่วงเวลานั้น ยัยนี่อาจจะยังเด็กอยู่มาก แต่ก็ไม่ถึงกับจะจำความอะไรไม่ได้ เราสองคนคุยกันเรื่องหมอ เรื่องพยาบาลได้ด้วยซ้ำ ถึงจะไร้เดียงสากันอยู่ แต่ไม่มีทางที่ไอหมอกจะยังจำความไม่ได้ 

“เธอเคยประสบอุบัติเหตุหรือเปล่า?” ผมกลั้นใจถาม กวาดสายตามองหน้ายัยนั่นอย่างสำรวจ  

ไม่สิ! ยัยนี่ไม่เคยประสบอุบัติเหตุอะไรเลยเพราะผมไม่เคยอยู่ห่างจากยัยนี่เลย ทั้งชีวิตของผม ผู้หญิงที่ผมใกล้ชิดทุกจะช่วงเวลา นอกจากแม่กับอายแล้ว ก็มีแค่ไอหมอกคนเดียวเท่านั้น 

“นายพูดเรื่องอะไร ฉันไม่เคยกระทบกระเทือนอะไรนะ ทำไมนายถึง…” ไอหมอกเริ่มมองผมด้วยสายตาหวาดกลัว ผมเม้มปากเป็นเส้นตรงแล้วสูดลมหายใจเข้าปอดลึก ๆ ก้มหน้ามองพื้นอยู่อึดใจก่อนจะพ่นลมออกจากปากแรงๆ  

“ฉันขอไปเดินเล่นหน่อย เธอกลับไปกินข้าวกับทุกคนเถอะ” ผมบอกกับยัยนั่นแล้วหมุนตัวจะเดินออกไปแต่หางตาก็เหลือบไปเห็นร่างสูงของพี่หมอต้นข้าวยืนกอดอกพิงประตูมองมาที่ผมกับไอหมอกด้วยแววตาบางอย่าง 

ผมตัดสินใจก้าวเดินต่อ ยอมรับตรงๆ ว่าตอนนี้สมองผมมันชาไปหมด นึกเสียดายที่ก่อนหน้านี้ผมไม่เคยถามยัยนั่นถึงเรื่องวัยเด็กของพวกเราเลย ถ้าไม่อย่างนั้นผมคงรู้ไปนานแล้วว่าไอหมอกจำมันไม่ได้ 

ไม่น่าปล่อยเวลามานานถึงขนาดนี้เลย 

“เอามาอีกลูก” 

ขณะที่ผมกำลังเดินผ่านสระน้ำหูก็ได้ยินเสียงเข้มๆ ที่จำได้ว่าเป็นเสียงของไอ้หมาป่า ผมชะงักเท้าแล้วย่นคิ้วเข้าหากัน ยืนครุ่นคิดอยู่อึดใจก็ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางเดินเข้าไปหาต้นเสียง 

“นายกินไปสามลูกแล้วนะ ชอบไข่เค็มขนาดนั้นเชียวเหรอ?” 

“นิวยอร์กไม่มีไข่เค็ม” 

“นายต้องจ่ายเงินค่าไข่ด้วยนะ” 

ผมเดินตรงไปหาร่างสูงที่นั่งหันหลังให้อยู่ ผู้หญิงคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมาเห็นผม กำลังจะอ้าปากพูดแต่ก็ช้ากว่ามือผมที่ตรงเข้าไปกระชากคอเสื้อไอ้หมาป่าขึ้น 

“แกทำอะไรกับไอหมอก!” 

“พูดเรื่องอะไร?” ไอ้หมาป่าจ้องมองผมด้วยแววตางุนงงมากกว่าหวาดกลัวหรือตกใจ 

“แกเอาอะไรให้ไอหมอกกินทำให้ยัยนั่นจำฉันไม่ได้ใช่มั้ย?!” ผมตะคอกใส่หน้าหมอนั่น ถึงมันจะไร้เหตุผลแต่ตอนนี้สติผมมันไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว 

ผมผิดหวังสุดๆ ผิดหวังจนรู้สึกไร้เรี่ยวแรง 

“เฮ้ย! จะโมโหก็ให้มันมีขอบเขตหน่อย” แววตาของไอ้หมาป่าเปลี่ยนไป กลายเป็นเย็นชาและน่ากลัว น้ำเสียงที่มักจะเจ้าเล่ห์ ยั่วโมโหเปลี่ยนเป็นดุดันและเอาจริง 

“อย่าทะเลาะกันเลยนะ มีเรื่องอะไรกันเหรอ?” ผู้หญิงคนนั้นเดินเข้ามาห้าม มือเล็ก ๆ พยายามดึงมือผมออกจากคอเสื้อไอ้หมาป่า ขณะที่ผมกับไอ้หมาป่าจ้องตากันอย่างไม่มีใครยอมใคร 

“เอามือแกออกไปจากคอเสื้อของฉันซะ!” หมอนั่นกระซิบลอดไรฟัน ผมหรี่ตาลงแล้วเผลอชะงักไป ไม่ใช่ว่ากลัวหรอกเพียงแต่เห็นรังสีบางอย่างพุ่งออกมาจากดวงตาหมอนั่นอย่างบอกไม่ถูก 

สมกับเป็นเจ้าหน้าที่ ตอนโกรธน่าหวาดหวั่นขนาดนี้เชียวเหรอ 

“เอ่อ! ที่ไร่ห้ามมีเรื่องกันเองนะ ถ้าปู่แก๊ปรู้ ปู่ต้อง…..” ผู้หญิงคนนั้นยังพยายามดึงผมออกห่าง สติของผมเริ่มกลับจึงผ่อนแรงที่มือลง จากนั้นก็ถูกมือหนาของไอ้หมาป่าสะบัดจนหลุด 

“หมาบ้ากัดมาหรือไง?” ไอ้หมาป่าตวัดสายตามองผมตาขวาง 

“ทำไมไอหมอกถึงจำได้แต่เรื่องของแก!” ผมกระซิบลอดไรฟัน 

“เรื่องของฉัน? เรื่องอะไร?” 

“เรื่องที่สัญญาว่าจะแต่งงานกัน ทำไมยัยนั่นถึงจำได้” ผมกระวนกระวายจนอึดอัดไปหมด ผมต้องรู้คำตอบนั่นให้ได้ 

ไอ้หมาป่าเอียงคอมองผมอึดใจ ก่อนจะเดินไปนั่งที่เดิมแล้วยกขาไขว่ห้าง พาดข้อศอกกับโต๊ะหินอ่อนด้านหลัง สายตาจ้องมองผมตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า จากนั้นก็พูดช้าๆ ชัด ๆ ทีละคำ 

“แกกำลังพูดเรื่องอะไร?” 

ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปาก ตั้งสติให้ตัวเอง ตอนแรกก็คิดว่าตั้งสติได้แล้วแต่พอมาเห็นไอ้หมาป่าแล้วรู้ว่ามีแค่มันที่ไอหมอกจำได้ สติผมก็ขาดผึงไปเลย ไอ้หมอนี่มันสำคัญกับไอหมอกมากกว่าผมใช่มั้ย 

“แกรู้จักกับไอหมอกมาตั้งแต่เมื่อไหร่?” 

“ตั้งแต่เด็ก สี่ห้าขวบล่ะมั้ง” 

“แล้วเรื่องที่แกสัญญากับยัยนั่นว่าจะกลับมาแต่งงานด้วย ตอนนั้นอายุเท่าไหร่?” 

“หือ? แกสนใจเรื่องนั้นไปทำไม?” คิ้วเข้มย่นเข้าหากัน หรี่ตามองผมอย่างสงสัย 

ผมเม้มปากเป็นเส้นตรง ช่างมันก่อนเถอะ อย่างน้อยขอผมคิดทบทวนอะไรสักหน่อยก่อน บางทีไอหมอกอาจจะลืมไปเองก็ได้ 

ยัยนั่นก็แค่ลืมเรื่องของผม 

“เกิดอะไรขึ้นกับไอหมอก?” คำถามต่อมาปลุกสติผมกลับมา ผมเหลือบตามองไอ้หมาป่าอึดใจแล้วตอบสั้นๆ ก่อนจะหมุนตัวเดินหนี 

“ยัยนั่นจำฉันไม่ได้” 

“ใครก็ได้ แปลภาษามนุษย์ให้ฉันเข้าใจหน่อย” เสียงบ่นงึมงำดังตามหลังมา แต่ผมไม่สนหรอก ตอนนี้ผมสนแค่ว่าทำไมผมไม่สำคัญเท่ากับไอ้หมาป่านั่นนะ 

ถึงตอนนี้ไอหมอกจะบอกว่ารักผม มันก็อดน้อยใจไม่ได้อยู่ดี มันเหมือนความพยายามของผมไร้ความหมายไปเลย 

ผมพยายามเรียนหมอมาอย่างหนักเพียงเพราะสัญญาในวัยเด็ก 

“เฮ้อ!” ผมถอนหายใจออกมาอย่างนึกสมเพชตัวเอง ทำไมผมถึงเอาคำสัญญาของเด็กไร้เดียงสาแบบนั้นมาเป็นจริงเป็นจังไปได้นะ 

“โง่จริงๆ”  

ผมมายืนสงบจิตสงบใจอยู่ในคอกม้า ยืนลูบคลำม้าตัวหนึ่งเงียบๆ ตอนนี้ยังไม่อยากกลับไปหาไอหมอก กลัวจะทำใจมองหน้ายัยนั่นไม่ได้ ผมผิดเองที่คาดหวังเรื่องสัญญาในวัยเด็กจนเหมือนคนบ้าแบบนี้ 

“เฮ้ย...” เสียงทักเบาๆ ดังขึ้นจากด้านหลัง ผมหันกลับไปมองก็เห็นไอ้หมาป่าเดินเข้ามาในคอกม้า 

ผมทำหน้าเซ็งใส่ ไม่อยากจะเห็นหน้าของมันตอนนี้เลย แค่รู้ว่าไอหมอกจำได้แต่เรื่องของหมอนี่มันก็ชวนหงุดหงิดซะจริง 

“ฉันไม่อยากเห็นหน้าแก” 

“คิดว่าฉันอยากเห็นหน้าแกนักเหรอ ผู้หญิงของฉันถูกแกแย่งไปนะ” ไอ้หมาป่าสวนกลับทันควัน ผมหันไปขมวดคิ้วมองอย่างเอาเรื่อง 

“ใครคือผู้หญิงของแก! ไอหมอกเป็นผู้หญิงของฉัน!” ผมกระซิบลอดไรฟัน จ้องหน้าหมอนั่นอย่างเอาเรื่อง 

ไอ้หมาป่ายักไหล่เบาๆ แล้วกระโดดขึ้นไปนั่งบนขอบรั้วไม้ สายตาจ้องมองผมเขม็ง ผมเห็นทีท่าของหมอนั่นก็ถอนหายใจออกมาแล้วหันไปลูบแผงคอม้าต่อ 

“เกิดอะไรขึ้น?” คำถามสั้นๆ ดังมาจากไอ้หมาป่า ผมนิ่งเงียบไปอึดใจ กำลังชั่งใจว่าจะเล่าให้มันฟังดีหรือเปล่า ถ้ามันรู้ว่าไอหมอกจำเรื่องของผมไม่ได้แต่จำเรื่องของมันได้ หมอนี่ต้องหัวเราะเยาะผมแน่ 

“ไอหมอกจำแกไม่ได้ตรงไหน ทุกวันนี้ก็เห็นมีแต่แกที่อยู่ในสายตาของยัยนั่น” 

“ยัยนั่นจำเรื่องวัยเด็กของฉันกับยัยนั่นไม่ได้ จำไม่ได้ว่าเคยสัญญาอะไรกันเอาไว้” ผมตัดสินใจบอกกับมัน ไอ้หมาป่าเงียบไปทันทีจนผมต้องหันกลับไปขมวดคิ้วมอง 

“มันก็ไม่แปลกที่บางครั้งจะจำเรื่องวัยเด็กไม่ได้ไม่ใช่เหรอ เด็กก็คือเด็ก” 

“ถ้าเป็นเรื่องราวมันก็คงไม่แปลก แต่ยัยนั่นจำฉันไม่ได้ จำไม่ได้ว่าเคยมีฉันอยู่บนโลกใบนี้” ผมสวนกลับด้วยความหงุดหงิด มีผมอยู่ฝ่ายเดียวที่จำได้ทุกเรื่องราวเลย 

“ความจำเสื่อมเหรอ?” 

“ไม่รู้ แต่ยัยนั่นไม่เคยประสบอุบัติเหตุอะไร จะความจำเสื่อมได้ยังไง” 

“ไม่เคยประสบอุบัติเหตุเหรอ?” ไอ้หมาป่าพึมพำเสียงแผ่ว ผมมองหน้าหมอนั่นก็เห็นสีหน้าสงสัยบางอย่าง แต่เมื่อมันลากสายตากลับมาสบตาผม มันก็รีบปรับเปลี่ยนสีหน้าและแววตาเป็นเย็นชาเหมือนเดิม 

“ก็ดี ฉันจะได้ทวงไอหมอกคืน” ไอ้หมาป่ายักคิ้วกวนประสาท มุมปากยกยิ้ม ผมเกลียดขี้หน้าไอ้หมอนี่ชะมัด! 

“เรส!” เสียงตะโกนเรียกชื่อมันดังขึ้น ผมกับมันหันกลับไปมองร่างสูงของดินแดน ไอ้หมาป่าโบกมือเป็นสัญญาณ จากนั้นก็กระโดดลงจากรั้วไม้แล้วหันมาชวนผม 

“จะออกไปดื่ม อยากไปด้วยกันไหม?” 

“ฉันไม่อยากดื่มกับพวกที่คิดจะแย่งผู้หญิงของฉัน” ผมสวนกลับไม่ไยดี ไอ้หมาป่าเบะปากกลับมาแล้วพึมพำลอยๆ 

“เฮ้อ! ก็ไหนว่าเป็นสัตว์ร้ายไม่ใช่เหรอ แค่นี้ก็ไม่สู้ซะแล้ว เสียชื่อสัตว์ร้ายชะมัด แบบนี้ก็แย่งไอหมอกสบายๆ” หมอนั่นพูดจบก็เดินล้วงกระเป๋ากางเกงออกจากคอกม้าไป 

ผมกัดฟันมองแผ่นหลังของมันตาขวาง สุดท้ายก็กลั้นใจเดินตามมันไปติดๆ ไปดื่มให้สมองโล่งสักหน่อยก็ดีเหมือนกัน 

 

 

[Part : ไอหมอก] 

“หมอนั่นหายไปไหนเลยเนี่ย!” ฉันนั่งบนอยู่บนเตียงนอน มือก็พยายามโทรไปหาออสติน แต่หมอนั่นไม่รับสายฉันสักสายเดียว ส่งไลน์ไปก็ไม่อ่าน 

ทำไมต้องโกรธกันขนาดนั้นด้วย ก็ฉันจำไม่ได้จริงๆ ว่าเคยรู้จักกับเขาตอนเด็กน่ะ 

ฉันเคยเจอออสตินที่โรงพยาบาลด้วยเหรอ คิดเท่าไหร่ก็คิดไม่ออก ฉันจำได้แต่เรสเท่านั้นที่เป็นเพื่อนเล่นตอนเด็ก 

“ไอหมอก” เสียงเรียกดังขึ้น พี่หมอต้นข้าวเปิดประตูเข้ามาในบ้าน ฉันจึงวางสายแล้วลุกขึ้นเดินไปนั่งบนโซฟาด้านนอก 

“พี่ต้นข้าวเห็นออสตินไหม?” 

“ไม่เห็นนะ ทำไมเหรอ?” 

“หมอนั่นหายไปไหนเลยก็ไม่รู้ ดึกขนาดนี้แล้วยังไม่กลับมาอีก หนูมารอเขาตั้งนานแล้วนะ” ฉันบ่นหน้ามุ่ย หรือจะกลับไปโรงพยาบาลไปแล้ว แต่ก็น่าจะบอกกันสักหน่อยสิ 

“เราจำออสตินไม่ได้จริงๆ เหรอ?” พี่ต้นข้าวทรุดนั่งลงบนโซฟาแล้วเลิกคิ้วถาม ฉันหันไปมองพี่ชายตาปริบๆ 

“ถ้าหมายถึงตอนเด็ก จำไม่ได้” 

“แล้วจำได้ไหมว่าเคยไปนั่งรอพ่อที่โรงพยาบาล?” พี่ต้นข้าวมองฉันเขม็ง สีหน้าและแววตาไม่ต่างจากคุณหมอกำลังซักประวัติคนไข้เลย 

ฉันเริ่มรู้สึกว่ามันยังไงๆ แล้วนะ 

“ไม่ได้ หนูเคยไปรอพ่อที่โรงพยาบาลตอนเด็กด้วยเหรอ?” ฉันจ้องหน้าพี่ต้นข้าวเขม็งกลับไป ออสตินก็พูดแบบนี้เหมือนกัน แต่ทำไมความทรงจำเรื่องนั้นถึงไม่มีอยู่เลย 

“แล้วจำอะไรได้บ้าง ตอนที่ยังเด็กน่ะ” พี่ต้นข้าวทำหน้าจริงจัง ถามมาด้วยน้ำเสียงร้อนรน ฉันกลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ มันเกิดอะไรขึ้นกับฉันมาก่อนหรือเปล่า 

“จำได้แต่ว่าหนูอยู่ที่ไร่ ไม่เคยไปไหนเลย ไม่สิ! จำไม่ได้ว่าเคยไปไหนมาบ้างหรือเปล่า” ฉันส่ายหน้าเบาๆ ขมวดคิ้วเป็นปม จากนั้นก็ถามพี่ต้นข้าวต่อ 

“มันเกิดอะไรขึ้นกับหนูหรือเปล่า หรือว่าหนูกับออสตินเคยเจอกันตอนเด็กๆ มาก่อน” จบคำถามของฉัน พี่ต้นข้าวก็เงียบไป สีหน้าถอดสีอย่างที่ไม่เคยเห็น จากนั้นร่างสูงก็ลุกขึ้นยืน 

“ไปกับพี่หน่อย” 

ฉันลุกขึ้นเดินตามพี่ต้นข้าวออกจากบ้านแล้วไปที่บ้านของพี่ต้นข้าว เขาไปหยิบกล่องไม้ในตู้ออกมา ค้นหาอะไรกุกกักจากนั้นก็ยื่นรูปถ่ายเก่าๆ ใบหนึ่งมาให้ 

มันคือรูปเด็กๆ ที่เหมือนจะมีงานเลี้ยงอะไรสักอย่าง แต่มันเก่ามากแล้ว 

“นี่รูปหนูกับพี่ต้นข้าว นี่ก็พี่เมลล์กับมาร์ชใช่มั้ย?” ฉันเพ่งมองดูรูปเด็กๆ ที่มีใบหน้าคุ้นตา 

พี่เมลล์เริ่มจะเป็นหนุ่มแล้ว ส่วนพี่ต้นข้าวก็ไล่เลี่ยกัน ฉันกับมาร์ชยังเด็กอยู่ แล้วอีกสองคนนั่นมัน…. 

หน้าตาเหมือนกันแบบนั้น ส่วนสูงเท่ากันแบบนั้น สีหน้าที่หยิ่งยโสแบบนั้น 

“ออสตินกับพี่ชายของหมอนั่นเหรอ?” ฉันตาโต อ้าปากค้าง รีบเงยหน้าถามพี่ต้นข้าวทันที 

ทั้งสองคนอยู่ในรูปถ่ายนั่นด้วย แต่ทำไมฉันถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ 

“ที่โรงพยาบาลจัดงานวันเด็กให้กับผู้ป่วยเด็กในโรงพยาบาล พวกหมอๆ ก็พาลูกๆ ไปด้วย หมอมิกซ์พาพี่เมลล์กับมาร์ชไป พ่อพาพี่กับเราไป และหมออาร์มก็พาลูกชายฝาแฝดทั้งสองคนของเขาไป จำได้ไหม?” ประโยคหลังพี่หมอต้นข้าวมองเค้นเสียงถาม มองลึกเข้ามาในดวงตาของฉัน 

“มันเกิดอะไรขึ้นกับหนูเหรอ?” ฉันถือรูปมือไม้สั่น ทำไมฉันถึงจำไม่ได้ เกิดอะไรขึ้นกับหัวสมองของฉันในช่วงวัยเด็ก 

“เรื่องจริงเหรอเนี่ย?” พี่ต้นข้าวมองฉันอึ้งๆ แล้วพึมพำออกมาราวกับกำลังช็อกอยู่ 

ใช่! เราสองคนกำลังช็อก แต่คงไม่เท่ากับออสตินหรอก 

หมอนั่นถึงโกรธแบบนั้นและถามถึงเรื่องสัญญาวัยเด็ก ฉันเคยสัญญาอะไรเอาไว้กับเขาหรือเปล่า 

ความทรงจำช่วงนั้นของฉัน มันหายไปไหน? 

 

[Part : ออสติน] 

“หมอเมืองไทยนี่ดื่มเก่งใช้ได้เลย” เสียงทักของไอ้หมาป่าดังแทรกเสียงจอแจในร้านเหล้าขึ้นมา ผมจึงถอนสายตาจากแก้วเหล้าไปมองหน้าหมอนั่น 

“แปลกตรงไหน” ผมตอบกลับเสียงเนือย ตอนนี้ไม่มีอารมณ์มากเล่นเกมกวนประสาทกับไอ้หมอนี่หรอก 

ในหัวของผมตอนนี้มันมีแต่เรื่องของไอหมอก สับสนไปหมด แยกอะไรไม่ออกเลยตอนนี้ ผมอยากรู้ว่ามันเกิดอะไรขึ้นกับไอหมอก 

จากที่ร่ำเรียนหมอมา ผมไม่เคยเจอเคสที่อยู่ๆ ความทรงจำช่วงหนึ่งของคนมันจะหายไปได้หรอกนะ 

“ยังคิดเรื่องไอหมอกอยู่เหรอ?” ไอ้หมาป่าเลิกคิ้วถาม ผมลากสายตาไปมองมันชั่วครู่ก่อนจะยกแก้วเหล้าในมือเทลงคอ 

“ไอหมอกเป็นอะไรเหรอ?” ดินแดนถามขึ้นบ้าง หมอนั่นทำหน้าสงสัย ไอ้หมาป่าจึงเริ่มเล่า 

“หมอนี่บอกว่าไอหมอกจำช่วงวัยเด็กระหว่างตัวเองกับไอหมอกไม่ได้” 

“ไม่เห็นแปลก ตอนเด็กๆ ความจำก็เลือนรางกันเป็นปกติ” 

“มันแปลกตรงที่มีแค่หมอนี่ทำไอหมอกจำไม่ได้” ไอ้หมาป่าพูดจบก็หัวเราะชอบใจ ผมยังคงนั่งเทเหล้าลงคอแก้วแล้วแก้วเล่า 

นั่นแหละประเด็นสำคัญ 

“สมัยเด็กๆ ไอหมอกเคยล้มหัวฟาดพื้นหรือเปล่า” ผมหันไปถามดินแดน ก็ไม่ได้อยากได้รับคำตอบจริงจังหรอก หมอนี่ก็ยังเด็กอาจจะจำไม่ได้เหมือนกันแต่ดินแดนก็ส่ายหน้ากลับมา 

“ไม่นะ ยัยนั่นไม่ใช่เด็กซุกซนเหมือนใบบัว เรื่องตกต้นไม้หัวแตกไม่เคยได้แอ้มไอหมอกหรอก” คำพูดของดินแดนนั้นน่าเชื่อถือ ผมรู้จักไอหมอกมาก็เห็นด้วยกับดินแดน 

ยัยนั่นไม่เคยบาดเจ็บหรือประสบอุบัติเหตุ 

“หือ?” ไอ้หมาป่าลากเสียงยานคาง ผมกับดินแดนหันไปมองหมอนั่น สีหน้าของหมอนั่นเหมือนตอนที่นั่งอยู่บนรั้วไม้ในคอกม้าอีกแล้ว 

มีบางอย่างที่ผิดปกติ เหมือนหมอนี่ไม่แน่ใจอะไรสักอย่างเกี่ยวกับไอหมอก 

“แกรู้อะไรเกี่ยวกับไอหมอก?” ผมหรี่ตาถาม แต่มันก็ปรับสีหน้าและแววตากลับมาเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น 

“ไม่รู้สิ เอาไว้คิดออกแล้วจะบอก” 

“ออสติน!” เสียงร้องเรียกชื่อผมดังขึ้น ทำให้ผมต้องเลิกสนใจไอ้หมาป่าแล้วหันไปมองด้านหลัง 

ไอหมอกยืนหอบอยู่ที่ประตูร้าน ยัยนั่นมาถึงที่นี่ได้ยังไง? 

“โอ้! ตามมาถึงนี่เลย ยัยนั่นห่างแกไม่ได้จริงๆ” ไอ้หมาป่ายิ้มมุมปากพลางเหล่มองผมด้วยสายตาหมั่นไส้ 

ผมถอนสายตาจากไอหมอกมายกแก้วเหล้าเทลงคออย่างไม่ใส่ใจจนกระทั่งยัยนั่นเดินมาถึงโต๊ะแล้วจับแขนผมที่กำลังยกแก้วเหล้าจ่อปากเอาไว้ 

“เรามีเรื่องต้องคุยกันนะออสติน” 

“ปล่อยมือ” ผมพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบแต่ไอหมอกยังคงยืนนิ่ง จ้องหน้าผมไม่วางตา 

ที่จริงผมไม่ได้โกรธยัยนี่หรอกนะ ผมแค่ต้องการเวลาเท่านั้น ต้องการคิดทบทวนเท่านั้นและตอนนี้ผมยังไม่อยากจะคุยอะไรกับยัยนี่ด้วย 

ผมพ่นลมออกจากปากแล้ววางแก้วเหล้าลง เงยหน้ามองยัยนั่น สีหน้าและแววตาของไอหมอกมันดูตื่นตระหนกพิกล แต่ผมไม่สนใจหรอก มันยังจะมีเรื่องอะไรน่าตื่นตระหนกมากกว่าเรื่องของผมอีกล่ะ 

“ฉันอยากอยู่คนเดียว” ผมดึงแขนออกจากมือยัยนั่นแล้วลุกขึ้นยืน ล้วงหยิบเงินในกระเป๋ากางเกงค่าเหล้าวางลงบนโต๊ะก่อนจะเดินออกมาเงียบๆ 

“ออสติน” 

 

ผมไม่ได้สนใจเสียงเรียกยังคงเดินดุ่มๆ ออกจากร้านเหล้า ผมขอเวลาให้ตัวเองหน่อยเถอะ ที่ผ่านมาผมให้เวลากับไอหมอกมาเยอะแล้ว 

มันเยอะมากจริงๆ จนผมรู้สึกเสียดายเวลาที่ผ่านมาอย่างบอกไม่ถูก 

ผมเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถแล้วพ่นลมออกจากปากจนแก้มป่อง กำพวงมาลัยรถแน่น นั่งสงบสติอารมณ์อยู่ในรถอึดใจ หางตาเหลือบไปเห็นไอหมอกเดินออกมาจากในร้าน ผมจึงรีบสตาร์ทเครื่องยนต์แล้วขับออกจากร้านเหล้าทันที 

ผมขับรถไปเรื่อยๆ ไม่ได้กลับไปที่ไร่ ขับมานานจนมาหยุดที่ลานจอดรถของโรงพยาบาลพ่อโดยไม่รู้ตัว ผมกลอกตาไปมาอยู่อึดใจแล้วตัดสินใจเปิดประตูลงจากรถ เดินเข้าไปในโรงพยาบาล ขึ้นไปหาพ่อที่ห้องพักแพทย์ 

“สวัสดีค่ะหมอออสติน” นางพยาบาลเดินสวนมาเห็นผมเดินออกจากลิฟต์ก็ทักทายแล้วมีสีหน้าช็อกไปเล็กน้อย อาจจะเป็นเพราะวันนี้สภาพผมไม่เหมือนหมอออสตินที่เคยมาที่นี่ล่ะมั้ง 

“พ่ออยู่ในห้องผ่าตัดหรือเปล่า?” 

“ไม่ค่ะ วันนี้ไม่มีเคสผ่าค่ะ” นางพยาบาลส่ายหน้าด้วยรอยยิ้ม สีหน้าแดงเล็กน้อย ผมพยักหน้าเบาๆ แล้วเดินไปที่ห้องพักของพ่อ 

เปิดประตูเข้าไปในห้องโดยที่ไม่ได้เคาะ พ่อนั่งทำงานอยู่ก็เงยหน้าขึ้นมองคิ้วย่นแต่เมื่อเห็นหน้าผมคิ้วก็คลายออก 

“มาทำอะไรตอนนี้?” พ่อยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเวลาพลางทำหน้าแปลกใจ ผมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ตรงหน้าโต๊ะทำงานพ่อ จากนั้นพ่อก็เบ้ปากแล้วยกนิ้วอุดจมูกตัวเอง 

“นี่แกไปดื่มที่ไหนมา?” พ่อถามเสียงขุ่น สีหน้าไม่พอใจเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้ด่าไปมากกว่านี้ 

พ่อผมเป็นหมอที่ไม่ได้เนี๊ยบเหมือนหมอมิกซ์ ค่อนข้างเกเรด้วยซ้ำ ซึ่งผมก็รับมรดกตกทอดในเรื่องนั้นมาเต็มๆ 

“ผมมีเรื่องอยากถามหน่อย” ผมแหงนหน้าขึ้นมองหลอดไฟกลางห้อง ปากก็พูดไปด้วย 

“อะไร?” 

“มันมีเคสไหนบ้างที่ผู้ป่วยความทรงจำหายไป” 

“ก็หัวกระทบกระเทือน หรือช็อกจากเรื่องสะเทือนใจ อัลไซเมอร์ ถามไปทำไม คนไข้แกความจำเสื่อมหรือไง” 

“ไม่ใช่คนไข้แต่เป็นเมียผมเอง” ผมก้มหน้าลง จ้องหน้าพ่อเขม็ง ม่านตาพ่อขยายออกจากกันแทบจะทันที 

“ว่าไงนะ?” 

“เมียผมจำผมไม่ได้!” ผมเน้นย้ำชัดๆ เคสที่พ่อพูดมานั้นไม่ได้เข้าข่ายเลย ไอหมอกไม่เคยกระทบกระเทือน ผมไม่รู้จะหาคำตอบยังไงแล้ว 

“เมียแก? แกมีเมียเหรอ ก็ไหนว่าไปไล่ตามจีบลูกสาวหมอเมฆอยู่ไง” 

“ก็ลูกสาวหมอเมฆนั่นแหละ ยัยนั่นจำเรื่องของผมในสมัยเด็กไม่ได้เลย จำไม่ได้ว่าเคยเจอผมมาก่อน” ผมทำหน้าจริงจัง จากนั้นพ่อก็เงียบไป กวาดสายตามองผมทั่วทั้งหน้า 

“นี่แกจับลูกสาวศัลยแพทย์ยมทูตคนนั้นทำเมียไปแล้วเหรอ?” 

“ประเด็นสำคัญของผมตอนนี้ก็คือยัยนั่นจำผมไม่ได้ พ่อตื่นตูมให้มันถูกเรื่องหน่อยสิ” ผมมองค้อนพ่อตาขวาง ลูกกำลังเครียดเพราะเมียจำตัวเองไม่ได้อยู่แท้ๆ 

อันที่จริงมันก็ไม่ใช่เรื่องน่าเครียดอะไรเพราะยังไงตอนนี้ยัยนั่นก็เป็นของผมอยู่แล้ว แต่มันก็อดน้อยเนื้อต่ำใจไม่ได้อยู่ดี 

ผมน้อยใจจริงๆ นะ 

“ลองว่าอาการมาสิ” พ่อเริ่มปรับอารมณ์เข้าโหมดคุณหมอเต็มตัว 

ถ้าเรื่องนี้ปรึกษาพ่อไม่ได้ ผมก็จนปัญญาแล้วจริงๆ พ่อเป็นศัลยแพทย์สมอง ซึ่งรักษาเรื่องความจำเสื่อมโดยตรงด้วย พ่อนี่แหละคือตัวช่วยชั้นดีของผม 

ผมจะกลับไปหาไอหมอกโดยที่ได้คำตอบเรื่องนี้กลับไปด้วย มันผิดปกติมากๆ ที่อยู่ๆ ยัยนั่นจะจำอะไรไม่ได้เลยสักเสี้ยวเดียวแบบนั้น 

ผมเล่าเรื่องของไอหมอกให้พ่อฟังจนจบ พ่อนั่งเงียบไปพักใหญ่ ขนาดศัลยแพทย์ใหญ่ยังเงียบเลย ยัยนั่นไม่ปกติแล้ว 

“ความทรงจำของคน ปกติแล้วมันจะหายไปบางส่วนหรือหายไปทั้งหมดก็ได้ แต่จากที่ฟังดูเหมือนว่าไอหมอกจะสูญเสียความทรงจำบางส่วนไป เป็นการสูญเสียความทรงจำแบบย้อนหลัง เคสแบบนี้หายากนะ” พ่อหันไปหยิบหนังสือเรื่องการสูญเสียความทรงจำมาวางตรงหน้าผม 

“ทางที่ดีพาไอหมอกมาตรวจดีกว่า” 

“ยัยนั่นไม่รู้ตัวเลยเหรอว่าตัวเองสูญเสียความทรงจำมานานขนาดนี้” ผมพึมพำ หยิบหนังสือมาเปิดอ่าน มันก็มีอยู่หรอกนะเคสที่สูญเสียความทรงจำเพราะได้รับการกระทบกระเทือนทางร่างกายหรือจิตใจ 

แต่ไอหมอกไม่เคยได้รับการกระทบกระเทือนทางร่างกายเลย 

หรือยัยนั่นจะเคยได้รับการกระทบกระเทือนางจิตใจโดยที่ผมไม่รู้ 

“แล้วหมอเมฆเขาไม่รู้เหรอว่าลูกสาวสูญเสียความทรงจำ” 

“คิดว่าไม่รู้ พี่หมอต้นข้าวก็น่าจะไม่รู้ ดูจากสีหน้าทุกคนตอนที่ไอหมอกถามผมว่าเราเคยรู้จักกันเหรอ ทุกคนอึ้งไปกันหมด” 

“ก็น่าแปลก แต่ก็นะ ความทรงจำที่หายไปมันช่วงวัยเด็ก ปกติเด็กอายุเท่านั้นบางคนที่ปกติดีก็จำไม่ได้เหมือนกัน” 

“แต่ยัยนั่นจำเรื่องของไอ้หมาป่านั่นได้ แล้วทำไมลืมเรื่องของผมคนเดียว มันน่าเจ็บใจตรงที่มีแค่ผมคนเดียวที่ยัยนั่นจำไม่ได้” ผมพูดจบก็กัดปากตัวเอง 

สมมุตนะว่าถ้าหากยัยนั่นไม่ย้ายมาเรียนมัธยมในตัวเมืองแล้วมาอยู่โรงเรียนเดียวกับผม นั่นก็เท่ากับว่ายัยนั่นจะลืมผมไปทั้งชีวิต 

“พ่อรู้ไหมว่ายัยนั่นบอกให้ผมเป็นหมอทำคลอดเพราะจะแต่งงานกับผม” ผมบอกกับพ่อขณะที่พ่อกำลังยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม 

“พรืด! แค่กๆ” พ่อสำลักน้ำหน้าดำหน้าแดง รีบหยิบเอกสารบนโต๊ะทำงานหนีน้ำแทบไม่ทัน 

“นี่แกเป็นหมอเพราะลูกสาวหมอเมฆเหรอเนี่ย?” หลังจากหายจากอาการสำลัก พ่อก็มองผมด้วยสายตาเหมือนไม่ใช่ลูกตัวเอง 

“ยัยนั่นบอกว่าเป็นศัลยแพทย์เหมือนพวกพ่อๆ แล้วงานยุ่ง ไม่มีเวลา ไม่ชอบ แต่หมอทำคลอด นานๆ จะมีผู้หญิงท้องสักที หึ! แต่นั่นมันความคิดเด็กๆ ล่ะ หมออะไรก็งานยุ่งเหมือนๆ กันทั้งนั้นแหละ” 

“นี่เอาจริงเหรอเนี่ย?” พ่อมองหน้าผมด้วยสายตาแปลกๆ อีกครั้ง ผมลากสายตาไปสบตาพ่อแล้วตอบเสียงเนือย 

“อือ ถึงได้มาเป็นหมออย่างทุกวันนี้ไง ที่จริงผมไม่รู้ว่าตัวเองอยากเป็นอะไรหรอก แต่เพราะไอหมอกทำให้ผมตั้งใจเรียนให้จบหมอ แต่ดูเหมือนว่าที่ผ่านมายัยนั่นไม่รับรู้เลย ผมคิดมาตลอดว่ายัยนั่นเฝ้ามองผมและเป็นกำลังใจให้ผมอยู่ห่างๆ แต่เปล่าเลย ยัยนั่นจำผมไม่ได้ด้วยซ้ำ”  

พ่อนั่งมองหน้าผมนิ่ง ผ่านไปพักใหญ่ก็ยังไม่ยอมพูดอะไร เหมือนนั่งฟังให้ผมระบายออกมาจนหมด 

“แล้วยังไง เขาจำแกไม่ได้ก็จะหยุดรักเขาอย่างนั้นเหรอ?” ในที่สุดพ่อก็เปิดปากถาม คำถามของพ่อทำให้ผมต้องลากสายตาไปมองพ่อแล้วนิ่งเงียบไป 

จะหยุดรักเหรอ? 

“ผมไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าผมรักไอหมอก” ผมแสยะยิ้ม ความสัมพันธ์ระหว่างผมกับยัยนั่นมันซับซ้อนและแน่นแฟ้นเกินกว่าจะเรียกว่าหลงรักแล้วล่ะมั้ง มันเกินคำว่ารักไปแล้วจริงๆ 

“แกบอกว่าไอ้หมาป่านี่เป็นใครนะ?” อยู่ๆ พ่อก็ถามถึงไอ้หมาป่าเหมือนเริ่มระแคะระคายอะไร สีหน้าจริงจังของพ่อทำให้ผมเริ่มสนใจ พ่อคงไม่ได้รู้จักไอ้หมาป่านี่หรอกมั้ง 

แต่ว่าพ่อน่าจะรู้จักพ่อของมัน เหมือนว่าออกัสมันจะบอกผมมาแบบนั้น 

“ลูกชายของเจ้าหน้าที่ซีไอเอในอเมริกา ออกัสบอกว่าพ่อหมอนั่นเคยช่วยคดีของอาอุ้ม” 

“พ่อหมอนั่นชื่อริกเกอร์เหรอ?” 

“ไม่รู้สิ ผมจำไม่ได้” ผมยักไหล่ เรื่องจดจำชื่อคนต้องยกให้ออกัส ส่วนผมแค่จำชื่อคนไข้ในแต่ละวันได้ก็บุญท่วมหัวผมแล้ว 

“พวกซีไอเอพวกนี้มีลูกเล่นแพรวพราว เมื่อก่อนอาจจะทำอะไรกับไอหมอกจนความทรงจำหายไปหรือเปล่า ยิ่งพ่อตาหมอเมฆเกี่ยวพันกับพวกค้ายาด้วย นั่นไม่ใช่พวกค้ายากระจอกๆ ของบ้านเรานะ นั่นระดับชาติเลยนะ” 

“พ่อกำลังจะบอกอะไร?” ผมย่นคิ้วเข้าหากัน 

“สมัยที่แกยังไม่เกิด มีคนเจ็บถูกส่งตัวเข้ามารักษาสองราย เหตุยิงปะทะกัน หนึ่งในนั้นเสียชีวิต ส่วนอีกคนบาดเจ็บสาหัส เคสนี้หมอมิกซ์เป็นเจ้าของไข้ ผลเลือดของคนเจ็บมันแปลกมาก มีสารต้านบางอย่างผสมอยู่ในเลือดของเขา เป็นสารที่ไม่เคยมีแพทย์คนไหนเคยเห็นมาก่อน แม้กระทั่งระดับตัวท็อปอย่างหมอมิกซ์ พวกเรารู้ทีหลังว่าคนพวกนั้นไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไปแต่เป็นเจ้าหน้าที่ลับ เกี่ยวข้องกับยาเสพติด ดูเหมือนว่าจะเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับสายงานของริกเกอร์ด้วย จากที่พ่อเคยได้ยินมาปู่ของไอ้หมาป่าของแกเป็นคนจับตาของไอหมอก แล้วสารที่พบในเลือดของเขานั้นก็เป็นยาชนิดพิเศษที่พวกเขาคิดค้นมันขึ้นมาเอง คนพวกนี้น่ากลัวนะ” 

“พ่อกำลังจะบอกผมว่าบางทีเจ้าหน้าที่พวกนี้ทำบางอย่างกับไอหมอกตอนเด็กเหรอ?” ผมเริ่มสนใจมากขึ้น ผมก็ไม่รู้ว่ารุ่นตา รุ่นพ่อเขาทำอะไรกันมาบ้าง แต่จากคำเตือนของลุงกราฟก่อนหน้านี้มันก็ทำให้ผมรู้ว่าคนรอบตัวของตามัจจุราชไม่ได้ปลอดภัยเลย 

“ไม่รู้สิ แค่ข้อสันนิฐาน หรือไม่ไอหมอกอาจจะล้มหัวกระแทกพื้นเองแล้วจำอะไรไม่ได้เท่านั้น” พ่อยักไหล่ ผมกลอกตาครุ่นคิด ผมจะต้องรู้เรื่องนี้ให้ได้ 

“ผมจะหาคำตอบเอง ผมจะต้องรู้ให้ได้ว่ายัยนั่นถูกใครทำอะไรหรือเปล่า เป็นไปไม่ได้ที่อยู่ๆ ยัยนั่นจะจำผมไม่ได้เลย” 

“อยากรู้อะไรก็ไปถามหมอมิกซ์สิ เขาสนิทสนมกับครอบครัวของพ่อตาหมอเมฆ” พ่อยิ้มเย็นให้ เป็นรอยยิ้มที่เหมือนกำลังส่งลูกชายตัวเองไปลงนรกไม่มีผิด 

แต่คงไม่ทันแล้วล่ะ ลูกชายพ่อไปลงนรกมาแล้ว มีตามัจจุราชยืนรออยู่บนปากหลุม  

 

[Part : หมอเมฆ] 

"มันเกิดอะไรขึ้นกับลูกเหรอหมอ ทำไมไอหมอกจำออสตินไม่ได้ ทั้งๆ ที่ตอนเด็กสองคนนั้นก็เจอกันบ่อย" กอหญ้าทำหน้ากังวล 

ส่วนผมกับต้นข้าวได้แต่นั่งมองหน้ากัน ในฐานะหมอและพ่อกับพี่ชายแล้ว เรื่องนี้ทำให้เราสองคนพ่อลูกช็อกพอๆ กับออสตินนั่นแหละ 

เพราะไม่มีใครเคยรู้มาก่อนเลยว่าความทรงจำของไอหมอกช่วงหนึ่งได้หายไป 

"ความทรงจำช่วงหนึ่งของลูกหายไป" ผมตอบเสียงเสียงแผ่ว ตอนนี้ผมกับต้นข้าวรู้แล้วว่าไอหมอกจำเหตุการณ์ที่ช่วงก่อนเข้าเรียนมัธยมไม่ได้เลย ซึ่งนั่นมันมีเหตุผล 

และผมกับต้นข้าวก็รู้ด้วยว่ามันเพราะอะไร 

"พ่อ! ทำไมหนูถึงจำออสตินไม่ได้ หมอนั่นโกรธหนูใหญ่แล้ว" เสียงโวยวายของไอหมอกดังขึ้น ร่างเล็กวิ่งเข้ามาในบ้านตรงมากอดผมแน่น 

"ใจเย็นๆ" ผมกอดตอบลูกแล้วเงยหน้ามองเรสที่เดินตามเข้ามา ผมหันไปมองกอหญ้าแล้วพยักหน้าบอกให้พาลูกไปนอนก่อน 

"พ่อมีเรื่องจะคุยกับพี่ต้นข้าว" ผมดันไอหมอกออกจากตัว กอหญ้าลุกมาพาตัวลูกเข้าห้องนอนไป  

"มันเกิดอะไรขึ้นกับสมองของยัยนั่น?" ลับหลังไอหมอกแล้วเรสก็ถามขึ้น ร่างสูงทรุดนั่งลงข้างๆ ต้นข้าว 

"ออสตินว่ายังไงบ้าง?" 

"หมอนั่นเอาแต่น้อยอกน้อยใจหาว่าไอหมอกจำตัวเองไม่ได้คนเดียว" เรสยักไหล่ ผมยิ้มมุมปากนิดๆ ผมเข้าใจความรู้สึกของเจ้านั่นนะ 

ผมเฝ้ามองเจ้านั่นมาตั้งแต่เด็กและรู้ว่าสนิทสนมกับไอหมอกแค่ไหน เริ่มโตเป็นหนุ่มก็เริ่มมองเห็นสายตารักใคร่ที่มองไอหมอก  

แล้วอยู่ๆ ผู้หญิงที่ตัวเองรักกลับลืมตัวเองไปช่วงหนึ่งและกว่าจะมารู้ตัวก็ปาเข้าไปหลายปีดีดักขนาดนี้ 

เป็นใครก็คงช็อก ขนาดผมเป็นพ่อรู้ว่าลูกสาวมีความทรงจำที่หายไปมานานขนาดนี้ ผมยังช็อกเลย 

"ที่จริงไม่ใช่แค่ออสตินหรอกที่ไอหมอกจำไม่ได้ แต่ไอหมอกจำใครไม่ได้เลยต่างหาก" คำตอบของผมทำให้คิ้วเข้มของเรสขมวดเข้าหากัน 

"แต่ยัยนั่นจำผมได้นะ ยังจำสัญญาที่ให้ไว้กับผมได้ว่าจะแต่งงานกับผม" 

"นั่นมันหลังจากที่ไอหมอกลืมช่วงเวลาในวันเด็กไปแล้ว ความทรงจำใหม่ที่ไอหมอกจำได้มันเริ่มตั้งแต่ช่วงก่อนเข้าเรียนมัธยมต้น แต่ก่อนหน้านั้นจำอะไรไม่ได้แล้ว ถึงได้ลืมออสตินในวัยเด็กไปไง" 

"ยัยนั่นกำลังสับสนคิดว่าผมคือคนที่สัญญาว่าจะแต่งงานด้วยในตอนเด็กเหรอ?" 

"อือ แต่ความเป็นจริงคนที่สัญญาตัวจริงคือออสติน ส่วนนายก็มาสัญญากับไอหมอกด้วยเรื่องเดียวกันในช่วงมัธยมต้น เป็นช่วงที่ไอหมอกพึ่งผ่านเรื่องสะทือนใจมาหมาดๆ ทำให้ความทรงจำในหัวบิดเบี้ยวไปหมด" ผมพยักหน้า พูดถึงเรืาองสะเทือนใจม่านตาของเรสก็ขยายออก 

"ผมคิดไว้แล้วว่ามันต้องเป็นเรื่องนั้น" หมอนั่นถอนหายใจออกมา 

เหตุผลที่ไอหมอกมีความทรงจำที่บิดเบี้ยวไปนั่นมันเป็นเพราะเหตุการ์ในวันนั้น 

ตอนไอหมอกอายุสิบสองปี เด็กคนนั้นเคยอยู่ในเหตุการณ์ยิงปะทะกันของตำรวจกับพวกค้ายา ตอนนั้นริกเกอร์พากำลังตำรวจมาล่อซื้อยาในไร่ดิรก โดยมีพ่อตาผมเป็นสายล่อซื้อ 

แต่มันผิดแผน พวกค้ายาไหวตัวทัน เช้าวันรุ่งขึ้นพ่อตาผมขับรถไปส่งไอหมอกที่โรงเรียนแต่กลับถูกซุ่มยิงจากพวกค้ายา 

ไอหมอกที่อยู่ในรถกรีดร้องจนหมดสติไปเพราะความกลัวแต่โชคดีที่ปลอดภัย แต่พ่อตาผมนั้นบาดเจ็บ ริกเกอร์มาช่วยเหลือเอาไว้ได้ทัน หมอนั่นจับตัวบงการซึ่งเป็นอริเก่าของพ่อตาผมกลับไปนิวยอร์กพร้อมตัวเอง รวมถึงครั้งนั้นเจ้าเรสก็กลับไปเรียนต่อที่นิวยอร์กด้วย 

ไอหมอกฟื้นขึ้นมาและปกติทุกอย่างและจำได้ทุกเรื่อง จำได้ว่ารถกระบะของตาถูกยิงจนพรุน ตัวเองนอนร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดตาและเห็นเลือดที่ไหลออกมาจากตัวของตาจนตกใจช็อกหมดสติไป 

โดยที่พวกเราไม่เคยรู้เลยว่าไอหมอกจดจำได้แค่เรื่องวันนั้น ส่วนเรื่องราวก่อนหน้าวันนั้นกลับหายไป  

ผมไม่รู้ว่าลูกนั้นความทรงจำหายไป จึงไม่ได้รักษา ไม่ได้กระตุ้นและไม่ได้เอะใจเลยว่าทำไมลูกไม่ค่อยพูดถึงเรื่องในอดีต 

และหลังจากนั้นไอหมอกก็เข้าเรียนมัธยมต้น แต่ผมก็ไม่รู้ว่าหลังจากไปเจอออสตินที่โรงเรียนแล้ว ลูกจะรู้สึกแปลกใจหรือสงสัยหรือเปล่าว่าเคยรู้จักออสตินมาก่อนหรือเปล่า 

เรื่องความทรงจำหายไปนี้มันไม่ใช่เรื่องแปลก คนที่ผ่านเหตุการณ์สะเทือนใจหรือตกใจจนช็อกมาก่อน ความทรงจำอาจจะหายไปได้ในหลายเคส บางคนหายชั่วคราว บางคนก็หายไปทั้งหมด  

แต่เรื่องอื่นยังคงปกติ ยังจำชื่อตัวเอง จำพ่อแม่ จำชีวิตส่วนตัวของตัวเอง ทำกินวัตรได้เหมือนเดิม สิ่งที่หายไปก็แค่ความทรงจำเท่านั้น 

ซึ่งในเคสของไอหมอกนี้ ลูกความทรงจำหายไปโดยที่ไม่รู้ตัวและครอบครัวก็ไม่รู้ 

มันเป็นเรื่องบังเอิญหรือมันถูกกำหนดให้ชีวิตรักของออสตินกับไอหมอกต้องเป็นแบบนี้ 

ความคิดเห็น