email-icon facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 32

คำค้น : เซียน่า , ร้อน , ฤดูร้อน , อิตาลี

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 49

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 26 ม.ค. 2564 01:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 32
แบบอักษร

กว่านครบนเขาจะกลับคืนสู่สภาวะปกติก็ร่วมสองยามครึ่ง โดยตลอดเวลาตั้งแต่วินาทีที่บั้งไฟประกาศผู้ชนะถูกจุดกลางคัมโป ทั่วทั้งเซียน่าก็ถูกแผ่คลุมด้วยบรรยากาศการเฉลิมฉลอง เสียงเพลงเชียร์กึกก้องทุกหย่อมหญ้า อาหารอย่างดีเช่นสเต๊กเนื้อหมูป่าจานแล้วจานเล่าถูกนำขึ้นโต๊ะยาวพร้อมไวน์แดงที่เทเสิร์ฟเป็นถังๆ ไฟพะเนียงช่วงโชติบนประตูเมืองโบราณในเขตคอนตราดาชนะเลิศ เช่นเดียวกับดอกไม้ไฟที่ระดมจุดไม่ยั้งมือจนดูละม้ายศึกสงครามมากกว่าการฉลองชัย 

“วีวา ลา นอสตรา เซียน่า...วีวา ลา นอสตรา เซียน่า...”  

เพลงพื้นบ้านที่กล่าวสรรเสริญเมืองเกิดได้รับการขับขานโดยชาวเซเนเซ่ที่ดื่มกินกันจนเมามาย เสียงพลุไฟก้องฟ้าดังแซมเป็นช่วงๆ สลับกับเสียงชนแก้วและอีกสารพัดสำเนียงของความเฮฮาร่าเริง แต่ดูเหมือนว่าใจสองดวงที่อยู่คนละฟากฝั่งเมืองจะมีความรู้สึกไม่ต่างกันคือเศร้าหมอง ผิดกับคนหมู่มากในเมือง 

ดวงหนึ่งเป็นของเด็กสาวชาวตะวันออกผู้กำลังมองดูดอกไม้ไฟด้วยความเงื่องหงอย พลางส่งกำลังใจทั้งมวลให้กับใจอีกดวงที่ไม่รู้อยู่หนใด 

 

คอร์สเรียนภาษาและวัฒนธรรมอิตาเลียนระดับ B2 ประจำเดือนกรกฎาคมเปิดทำการเรียนการสอนในวันรุ่งขึ้น เป็นอีกวันที่อลิสาต้องทนทุกข์ทรมานกับการเรียนอย่างเหลือจะเอ่ย ใช่แต่การถูกตีตราว่าเป็นเด็กซ้ำชั้นเท่านั้น อาจารย์ใหม่สองคนที่มาสอนชั้นนี้แทนอาจารย์เกตาน่ากับอาจารย์เอนโซ่ ต่างก็มีบุคลิกเคร่งขรึม ทั้งยังจู้จี้จุกจิกเป็นที่สุด หาได้มีมุกตลกแพรวพราวหรืออัธยาศัยที่ดีงาม อันเป็นคุณสมบัติที่ผู้เรียนพึงปรารถนา ดังเช่นอาจารย์คู่เก่าของเธอ  

ประกอบกับความห่วงหาอาทรที่มีต่อมัตเตโอ มันจึงเป็นเรื่องเข้าใจได้ว่า ในทันทีทันใดที่อาจารย์หญิงรุ่นแม่เธอปล่อยเลิกชั้นในคาบเรียนที่สอง สาวไทยก็จ้ำอ้าวไปยังป้ายรถเมล์หน้าสถานีรถไฟ ขึ้นรถเมล์สายที่วิ่งเข้าตัวเมืองเก่า เพื่อไปเมนซ่า ซานตากาธา โดยไม่เสียเวลาร่ำรี้รำไรอย่างที่เคยเป็นมาตลอด 

ทว่าที่นั่นกลับไร้เงาคนที่เธอตามหา 

“วันนี้ไม่มา” คือคำตอบของพนักงานหญิงที่ให้บริการตักสลัด “เมื่อวานเขาลงแข่งปาลิโอ จวนจะชนะอยู่แล้วนะ แต่ไอ้คู่แข่งมันก็น่าโมโหนัก เบียดเขาจนม้าของเขาล้ม ตัวเขาตกจากหลังม้า ป่านนี้จะเป็นไงก็ไม่รู้ อูย หวาดเสียว”  

อลิสาพลอยทำหน้าซึมตามคำรำพันของนาง เมื่อภาพในสนามเมื่อเย็นวานกระจ่างแจ้งในห้วงสัญญา  

“เขายังไม่มาทำงานใช่มั้ยคะ” เด็กสาวถามอย่างเหนื่อยหน่ายในความเป็นคนช่างเจรจาของอีกฝ่าย ตอนนี้เธอต้องการแค่คำตอบกระชับได้ใจความ 

“ยังจ้ะ” ผู้สูงวัยพูดน้ำไหลไฟดับ “ไม่ได้ติดต่อกับฉันเลย แต่น่าจะได้โทรไปลางานกับหัวหน้าแล้ว ฉันว่าหัวหน้าก็น่าจะยอมให้ลานะ ถ้าเขาได้ดูปาลิโอเมื่อวาน เขาก็คงจะเห็นแหละว่าสภาพแบบนั้นยังไงก็มาทำงานไม่ไหวแน่”  

“กรัซซีเย...” อลิสากล่าวพร้อมกับเสียมารยาทหันหลังกลับ โดยไม่ฟังคำทักท้วงของฝ่ายนั้นที่ตะโกนถามตามหลังมา 

“เฮ้ เดี๋ยวก่อน สาวน้อย เธอรู้จักกับมัตเตโอได้อย่างไรน่ะ”  

 

แดดยามบ่ายแก่สาดส่องหลังคากระเบื้องของโรงม้านอกตัวเมืองวิบวับ จับเส้นผมขาวสะอาดตาของอดีตฟานตีโน่และอาจารย์มหาวิทยาลัยผู้ผันตัวมาเป็นเจ้าของคอกม้าแข่ง ที่กำลังจุดบุหรี่ไฟฟ้าสูบดับความเคร่งเครียด 

เอนโซ่ขยี้ตาแรงๆ ราวกับตั้งใจจะลบภาพที่เห็นกับตาตัวเองในสนามและวิดีโอการถ่ายทอดสดของสถานีโทรทัศน์ช่องรัฐบาลที่ตนกลับมาดูซ้ำเป็นสิบรอบ ด้วยหวังจะช่วยทวงความยุติธรรมคืนแก่ลูกหม้อของตนซึ่งพ่ายแพ้ต่อกลโกงของคู่ต่อสู้ แต่การณ์กลับไม่เอื้อ เมื่อจังหวะการปะทะดังกล่าวดูเบาบางเกินจะประณามว่าเป็นความจงใจทำร้ายคู่แข่ง คงเป็นอุบายอันแยบคายที่ซิโมเน่ได้รับปลูกฝังจากจอร์โจ แต่ที่ร้ายยิ่งไปกว่านั้นคือเขาได้ยินแว่วๆ ว่าคณะผู้จัดปาลิโอครั้งนี้หลายคนมีผลประโยชน์ร่วมกับจอร์โจ ฉะนั้นการคัดค้านผลการแข่งขันจึงมีแต่เสียกับเสีย ไม่คุ้มค่ากับการเอาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ในเมื่อเขายังต้องโลดแล่นอยู่ในวงการนี้ไปอีกนาน 

“โปรเฟสซอเร” คำขานเสียงผู้หญิงดึงสติเขากลับมายังปัจจุบันขณะ อาจารย์สูงอายุอดแปลกใจไม่ได้ที่เห็นนิสิตที่เรียกตนเดินทางมาถึงนี่ 

“อาลิซ่า” เอนโซ่ทักกลับ “เชา”  

“เชา” เธอกล่าวขณะสองตาชะเง้อชะแง้แลหาคนอื่น 

“เปิดเรียนวันแรกเป็นไงบ้าง เรียนสนุกไหม”  

“หนักอยู่ค่ะ คิดถึงโปรเฟสซอเรมากๆ” อลิสาแข็งใจยิ้ม 

“ธรรมดา ครูทั้งสองคนที่มาสอนเดือนนี้น่ะ ดุกว่าฉันเป็นสิบเท่าเห็นจะได้” ผู้สูงวัยปั้นหน้ายิ้มตาม แต่เด็กสาวคงไม่เห็นยิ้มนั้น เพราะทั้งตัวและหัวใจรังแต่จะมองหาคนคนหนึ่งซึ่งการหายหน้าของเขานำเธอมาที่นี่ 

“มาหามัตเตโอหรือ” อาจารย์ผมสีขาวถามทั้งที่รู้คำตอบดี 

“ซิ” คราวนี้อลิสาถึงได้สบตาตอบ “ไม่ทราบเขาอยู่ที่นี่มั้ยคะ”  

ใบหน้าขรึมจัดส่ายเชื่องช้า  

“ถ้าอย่างนั้นเขาอยู่ที่ไหนคะ ยังอยู่ในเซียน่าหรือเปล่า” เธอถามราวกับค้นทั่วเมืองแล้วก็ยังไม่พบวี่แววของคนที่ตนตามหา 

“ตัวเขายังอยู่” เอนโซ่บอกเป็นนัยๆ “แต่ใจเขาไม่อยู่ที่นี่แล้ว”  

“โปรเฟสซอเรหมายความว่าไงนะคะ” อลิสางงกับสำนวนนั้น 

“เขาได้รับบาดเจ็บ ตอนนี้คงกำลังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล”  

“ตายจริง แล้วเขาเจ็บมากไหมคะ” เด็กสาวหน้าถอดสี 

“หมอดูอาการเรียบร้อยแล้ว เคราะห์ดีที่ลงถูกท่า ร่างกายเลยไม่ได้รับอันตรายมากมาย พักรักษาตัวไม่ถึงสัปดาห์คงหายเป็นปกติ”  

“ได้ยินอย่างนี้ก็ค่อยยังชั่วหน่อย โชคดีจังเลยนะคะ” จิตใจคนฟังฉ่ำชื่นขึ้นทันตา แต่ปฏิกิริยาของคนเล่าทำเธอกังวลต่อไปไม่ตก 

“ครั้งนี้เจ็บกายน่ะเรื่องเล็ก เพราะที่จริงเขาก็พลัดตกม้าออกบ่อยเวลาฝึกอยู่ที่นี่กับฉัน” รองศาสตราจารย์เอนโซ่ กัปเปลลี บอกด้วยท่าทางที่ชอกช้ำ “แต่เจ็บใจสิเรื่องใหญ่ ดูจากน้ำเสียงแววตาที่คุยกับฉันเมื่อเช้านี้แล้ว ฉันยังไม่เห็นวี่แววว่าเขาจะกลับมาสู่เส้นทางความฝันเดิมของตัวเองได้อย่างไรเลย”  

 

เปลือกตาของคนเจ็บที่นอนรักษาตัวตามลำพังในโรงพยาบาลแห่งหนึ่งเปิดขึ้นด้วยความเจ็บปวด ใช่เพราะแผลแตกและแผลฟกช้ำที่มีร่องรอยการเยียวยาทั่วเรือนกาย แต่เป็นเพราะอาการเจ็บทางใจซึ่งโหมกระหน่ำเข้ามาในรูปของข่าวสารและคำเล่าลือต่างๆ นานา มากเกินปริมาณที่เขาจะรับไหวในหนึ่งวัน 

มัตเตโอไม่รู้ว่าตนควรจะเศร้าใจกับข่าวใดก่อนดี ระหว่างข่าวลือที่ได้ยินจากนางพยาบาลซึ่งสุมหัวซุบซิบกันหน้าห้องของเขาว่า ม้าแข่งตัวเก่งที่เป็นพาหนะของเขาได้รับบาดเจ็บหนักจนทีมสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านม้าไม่มีทางเลือกอื่น นอกเสียจากทำการุณยฆาตเพื่อมิให้มันต้องทรมานกับอาการบาดเจ็บนั้นสืบไป กับอีกข่าวหนึ่งซึ่งเขาได้ยินโดยตรง จากสายโทรศัพท์ของคณะกรรมการบริหารคอนตราดาป่าคนหนึ่งที่ทำเป็นโทรมาถามไถ่เรื่องสภาพร่างกายของเขา ก่อนลงท้ายด้วยการทวงคำสัญญาที่ให้ไว้ว่าจะไม่กลับไปเหยียบคอนตราดาของพวกเขาอีก หากไม่สามารถช่วงชิงธงผ้าไหมในการแข่งขันเมื่อเย็นวานมาเป็นของคอนตราดาป่าได้ 

ฟานตีโน่ผู้พ่ายแพ้อดที่จะโทษตัวเองไม่ได้ เมื่อคิดถึงภาพเหตุการณ์ในช่วงโค้งสุดท้าย ถ้าเพียงแต่เขาระมัดระวังตัวให้ดีกว่านี้ สัตว์โลกที่น่าสงสารตัวหนึ่งก็คงไม่ต้องจบชีวิตตนเองลงอย่างน่าอนาถเยี่ยงนี้ ส่วนตัวเขาเล่าก็คงได้รับความนับหน้าถือตาจากกลุ่มคนที่เคยสบประมาทเขาเอาไว้ ไม่ใช่กลายเป็นไอ้เดี้ยงให้ใครๆ ตามสมน้ำหน้า ซ้ำเติมความล้มเหลวครั้งนี้ให้ใจร้าวรานยิ่งไปกว่าเดิม 

เวลานี้เขายังเหลืออะไรอยู่บ้าง มัตเตโอทบทวนตัวเอง...ด้วยศักดิ์ศรีของลูกผู้ชาย เขาไม่อาจกลับไปเหยียบถิ่นกำเนิดของวงศ์ตระกูลได้อีกแล้ว และดีไม่ดีเขาอาจจะต้องรอไปถึงกรกฎาคมหน้าเป็นอย่างช้ากว่าจะได้ลงแข่งปาลิโออีกหน เมื่อในเวลานี้เขายังไม่หายดี แค่จะเดินเหินให้เป็นปกติยังยากเย็น จะนับประสาอะไรกับการแข่งขันวิบากอย่างการขี่ม้าหลังเปล่ารอบจัตุรัส 

“หรือบางทีเราจะไม่เหมาะกับปาลิโอ” ชายผู้ถูกฝันร้ายในชีวิตจริงตามหลอกหลอนคงถามตนเองเช่นนี้เรื่อยไป “เพราะความดื้อดึงของเราทำให้ใครต่อใครต้องเดือดร้อน ม้าแข่งตัวหนึ่งต้องสละชีวิตตัวเอง ถ้าเราเลิกล้มความฝันบ้าบอนั่น หันมาใช้ชีวิตอย่างปุถุชนคนทั่วไป หลายๆ คนก็จะไม่ต้องพบพานปัญหา ส่วนตัวเราเองก็อาจจะมีชีวิตที่พรั่งพร้อมสมบูรณ์กว่านี้ก็ได้”  

ร่างที่พรุนด้วยแผลปุปะจาก ‘อุบัติเหตุ’ เมื่อวาน สั่นสะท้านตามแรงสะอื้น ขณะที่น้ำตาเหือดแห้งจากเบ้าตาที่ช้ำแดงไปนานแล้ว 

“ลากันที ปาลิโอ” มัตเตโอบ่นกับตัวเอง “เราจะจดจำเมื่อวานไปตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ แค่ได้ลงสนามเพียงหนึ่งครั้งก็นับว่าเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดแล้ว สำหรับชีวิตลูกที่พ่อไม่เคยเหลียวแลอย่างตัวเรา”  

 

เจ้าของวิลล่าหรูกวดเท้ากลับไปกลับมาหลายหนเหมือนจะเรียกร้องความสนใจ ก่อนจะโพล่งถามออกมาด้วยความเหลืออด เมื่อสาวตาผิวเหลืองชั้นเดียวที่นั่งไขว่ห้างอยู่บนเก้าอี้นวมเอาแต่ชายตาดูเขาอย่างถมึงทึง 

“เอาละแม่คุณ บอกฉันมาได้หรือยังว่าเธอโกรธอะไรฉัน”  

“จะอะไร้” อินซุกทำลอยหน้าลอยตา “ก็ปาลิโอเมื่อวานไง”  

“ฉันเป็นแชมป์” ชายหนุ่มได้ทีคุยจ้อ “ฉันเป็นแชมป์ปาลิโอ ดิ เซียน่า ตั้งแต่ลงแข่งรายการนี้ครั้งแรก ด้วยการปาดหน้า เมาโร บูร์โรนี เจ้าของแชมป์ 5 สมัย ทะลุผ่านเข้าเส้นชัยชนิดเส้นยาแดงผ่าแปด ทั้งหมดนี้คือที่ฉันรู้”  

“แน่ใจเหรอว่ามีแค่นั้นน่ะ” นิสิตชาวเกาหลีใต้ตอกกลับ “ทีเรื่องทรามๆ ที่ทำกับคู่แข่งน่ะ ทำเป็นลืมนะคนเรา”  

“มีเรื่องแบบนั้นในสนามด้วยเหรอ” ซิโมเน่ยกสองมือขึ้นอย่างกวนๆ  

“ไม่ต้องมาทำไขสือ ก็ที่เธอเล่นสกปรกกับมัตเตโอ บังคับม้าเบียดเขาจนเสียหลัก แล้วแซงขึ้นไปบดบี้กับตาลุงคนนั้นที่ร่วมมือกับเธอไง”  

“แหม อินซุก เธอจะมาคาดหวังความขาวสะอาดร้อยเปอร์เซ็นต์จากปาลิโอได้ยังไง กีฬาชนิดนี้มันต้องมีทริกเล็กๆ น้อยๆ เป็นธรรมดา ถึงมัตเตโอจะเป็นเพื่อนรักของฉัน ฉันก็จำเป็นต้องทำแบบนั้น เพราะในสนามเราต่างเป็นคู่แข่งของกันและกัน” อดีตแฟนหนุ่มชักเอาแม่น้ำทั้งห้ามาเกลี้ยกล่อม 

“ทริกเล็กๆ น้อยๆ ของเธอ ถึงขั้นให้เพื่อนต้องถูกหามส่งโรงพยาบาลเชียวหรือ” อินซุกแว้ดกลับตามประสา 

“มันเป็นแค่อุบัติเหตุ ฉันไม่ได้ตั้งใจ...”  

“แต่ที่ฉันเห็นน่ะ เธอจงใจขับม้าเข้าไปชนเขาเห็นๆ จะหลอกใครก็หลอกไป แต่ไม่ต้องมาหลอกฉัน ฉันไม่ใช่เด็กอมมืองั่งๆ ที่อาศัยแค่ป้อล่อป้อลกกับมุกแก้ตัวตื้นๆ แล้วจะคล้อยตามใครง่ายๆ รู้ไว้ซะด้วย”  

คำบริภาษดังกล่าวฟังประหนึ่งน้ำมันสาดใส่เปลวไฟในอกซิโมเน่ ชายหนุ่มเตือนสติตนเองว่ายังต้องพึ่งพายายสาวปากมากคนนี้อีก หาไม่แล้ว เขาคงจะจับเธอโยนออกไปนอกหน้าต่างบ้านไปนานแล้ว 

“ให้ตายสิวะ” ซิโมเน่เม้มปากกลั้นความรู้สึกนั้น “ฉันอยากจะรู้นักว่าไอ้หมอนั่นมันมีดีอะไรนักหนา สาวๆ ถึงได้วิ่งเข้าหามันให้ควั่ก”  

“นั่นมันเรื่องของฉัน ไม่ใช่เรื่องของเธอ”  

อดีตคู่รักซึ่งปัจจุบันหวนกลับมาคบกันใหม่เพื่อผลประโยชน์ส่วนตนทำท่าจะวางมวยกันอีกยก ทว่าไม่ทันที่ระฆังยกแรกจะลั่น ออดพูดที่ติดอยู่กับฝาผนังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงกระโชกโฮกฮากของผู้มาเยือน 

“ฉันเอง จอร์โจ มีเรื่องจะพูดกับนาย”  

อิม อินซุก ถือโอกาสเดินลงส้นขึ้นไปบนชั้นสองเนื่องจากเธอไม่ชอบตาแก่อ้วนผู้มีคุณลักษณะครบสูตรมาเฟียคนนี้มาแต่แรกเจอ ทิ้งซิโมเน่ เบียงโคเนโร ให้ยืนปาดเหงื่อกาฬตามลำพัง เพราะรู้ว่าตนกำลังจะโดนเฉ่งเละ 

“คุณจอร์โจมีเรื่องอะไร ไม่เห็นต้องมาตอนเย็นๆ ค่ำๆ อย่างนี้เลย” ผู้ชนะเลิศปาลิโอมาสดๆ ร้อนๆ เปลี่ยนทีท่าเป็นพินอบพิเทาทันทีที่ขาใหญ่ประจำเมืองใช้ขาที่ข้อเข่าทรุดตามวัยวารเดินซ่องแซ่งเข้ามาในบ้าน 

“ถ้าไม่คุยกันตั้งแต่เย็นๆ ค่ำๆ อย่างนี้ ฉันคงนอนไม่หลับไปอีกคืน หลังจากที่ปล่อยนายลอยนวลมาตั้งแต่เย็นๆ ค่ำๆ เมื่อวานนี้”  

“ตอนนั้นผมไม่เจอคุณเลย” ซิโมเน่จำใจแสดงละครอีกองก์หนึ่ง และอดถามตัวเองว่าเหตุใดเขาจึงต้องคอยเสแสร้งอยู่ไม่ขาด 

“ก็เลยต้องมาให้เจอตัวตอนนี้น่ะสิ ไม่อย่างนั้นนายก็บิดพลิ้วหนีหน้าฉันตามสันดานของนายอีก” เทศมนตรีคอนตราดาเต่าดักทางอย่างรู้ทัน “มันหมายความว่ายังไงที่เมื่อวานนี้ นายแซงหน้าคนของฉันเข้าเส้นชัย ทั้งๆ ที่นายตกลงกับเขาแล้วว่าแกจะหลีกทางให้คอนตราดาเต่าเป็นผู้ชนะครั้งนี้”  

“ผมไม่ได้พูดแบบนั้นซะหน่อย ก่อนจะลงสนาม ผมบอกเขาแค่ว่าผมจะช่วยให้เขาชนะปาลิโอง่ายขึ้น ไม่ได้พูดสักคำว่าจะยกชัยชนะให้กับเขา” ซิโมเน่ฉีกยิ้มกะล่อนจนตาหยี “เถอะน่า คุณจอร์โจ ใครๆ เขาก็รักคอนตราดาตัวเองกันทั้งนั้น ยิ่งเสือดาวของผม คุณก็เห็นว่าพวกเราไม่ได้ชนะปาลิโอมาตั้งหลายปีดีดัก พอเห็นโอกาส ผมก็อยากตอบแทนคุณคอนตราดาที่ให้ผมเกิดและโตมาบ้าง...”  

โดยไม่รอให้อีกฝ่ายสาธยายข้อแก้ตัวจนจบ ฝ่ามืออูมหนาของชายชราร่างอ้วนก็ปราดเข้าไปบีบคอคนตระบัดสัตย์โดยแรง 

“คุณ...จะทำ...อะไร...ของคุณ...” ซิโมเน่แข็งใจพูด 

“ทำแบบที่นายเคยทำกับไอ้หงอกเอนโซ่ไงล่ะ” จอร์โจหัวเราะในคอ “อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะว่าทำไมนายถึงย้ายข้างมาอยู่กับฉัน”  

“แต่ที่นี่...เป็นบ้านผม” คนถูกดันตัวชิดผนังแค่นยิ้ม “มันออกจะ...ตลกไปหน่อยมั้ย...ถ้าคุณฆ่าผม...ในบ้านของผมเลย...”  

“แต่มันตลกกว่าที่นายรู้ว่าเซียน่าเป็นเมืองของฉัน แล้วยังกล้าเล่นไม่ซื่อกับฉันอีก” ผู้ทรงอิทธิพลตอกหน้าหงาย “อ้อ แล้วฉันก็สามารถยัดนายเข้าคุกตะรางได้สบายเลยด้วย ถ้าเพียงแต่ฉันแพร่งพรายความลับนายออกไป 

“ความลับอะไร” คนไว้เคราสั้นตามสันกรามถามเลิ่กลั่กในพลันที่ลำคอของตนได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระ 

“นายใช้ยาโด๊ปก่อนลงแข่ง ทั้งในวันจริงและวันซ้อมครั้งสำคัญ” น้ำเสียงของจอร์โจกึ่งเยาะกึ่งขู่ “เมาโรรายงานหมดแล้วว่านายแบ่งยาที่ใช้ให้กับเขา ฉันก็ว่าอยู่ว่าหมอนั่นอายุตั้งสี่สิบกว่าแล้ว แต่ยังกระฉับกระเฉงยังกะหนุ่มๆ”  

“เมาโรเขาบอกคุณหรือ” ซิโมเน่เสียงสั่น 

“บอกกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ” ชายชราหัวเราะครืน “คนทำความสะอาดเจอยาที่นายแบ่งไปในห้องพักของเมาโร ไอ้เมาโรเลยโดนเรียกสอบสวน ตอนนี้เข้าห้องขังไปแล้ว ทีแรกเขาจะซัดทอดมาที่นายด้วย”  

“อย่านะครับ” ชายหนุ่มทรุดลงกอดแข้งขาคู่สนทนาอย่างขอความเห็นใจ “ได้โปรดเถอะคุณจอร์โจ โปรดเห็นแก่ตัวผมและอนาคตของผมที ผมยังหนุ่มยังแน่น ยังมีโอกาสได้ลงแข่งปาลิโออีกนานหลายปี ถ้าผมโดนแบนข้อหาใช้สารกระตุ้นผิดกฎหมาย ผมคงติดคุกหัวโต ไม่ได้ลืมตาอ้าปากอีก”  

“ฉันก็ช่วยนายไปแล้วนี่ไง ไม่ได้สำเหนียกบ้างเหรอที่หมอนั่นติดคุก ทั้งที่มันเป็นฟานตีโน่ให้คอนตราดาของฉัน ส่วนนายที่เป็นตัวต้นเรื่องแท้ๆ กลับอยู่รอดปลอดภัยเสียอย่างนั้น” นัยน์ตาจอร์โจวาววามด้วยประกายความเจ้าเล่ห์ยามเฉลยความจริง “ก็เพราะฉันเห็นว่านายมีฝีมือดี ถ้าชุบเลี้ยงไว้คงทำประโยชน์ให้ฉันได้มหาศาล เลยเลือกจะถีบหัวส่งไอ้แก่นั่นเข้าคุก แลกกับช่วยนายไว้”  

“กรัซซีเย กรัซซีเย มิลเล...” ซิโมเน่พร่ำคำขอบคุณซ้ำๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงเครือลง “จะให้ผมทำอะไรทดแทน ผมยินดีทำให้คุณทั้งหมดเลย”  

“เดือนหน้ามาเป็นฟานตีโน่ให้ฉัน” เทศมนตรีคอนตราดาเต่ายื่นคำขาด “ทำหน้าที่ให้สมความไว้วางใจของฉัน ถ้านายไม่ชนะล่ะก็...”  

น้ำลายอึกใหญ่ไหลผ่านลูกกระเดือกขณะสองตาจ้องดูท่าเชือดคอด้วยความสะพรึงกลัว ความสุขจากชัยชนะเมื่อวานสูญสิ้นไม่เหลือเศษ เมื่อรู้ตัวว่าตนกำลังถูกเอาปูนหมายหัวไว้โดยผู้ยิ่งใหญ่ในเซียน่า 

ความคิดเห็น