email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Episode 16 นางเอกแสนดีมีแค่ในนิยาย

ชื่อตอน : Episode 16 นางเอกแสนดีมีแค่ในนิยาย

คำค้น : เซฟแมงป่อง ตบหลุมรัก My heart November นิยายวาย ตบจูบ ฟิวกูดรักมหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 89.1k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 25 ม.ค. 2564 22:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 16 นางเอกแสนดีมีแค่ในนิยาย
แบบอักษร

Episode 16  

นางเอกแสนดีมีแค่ในนิยาย 

[Playsave]  

 

 

~~หากชีวิตคือทางที่เลือกเดิน หากต้องพบปัญหาที่ยิ่งใหญ่

เหนื่อยและท้อกับการต้องก้าวไป จงจำไว้มีใครที่คอยอยู่

สุดปลายทางความฝันอันแสนไกล เธอใช่ไหมคือหัวใจที่เฝ้ารอ~~

 

เสียงจากเครื่องเล่นภายในรถดังไปพร้อมกับเสียงฮัมเพลงแผ่วเบาจากปากแมงป่อง เส้นทางจากอุตรดิตถ์กลับมาที่ระยองใช้ระยะทางกว่า 700 กิโลเมตร ปิดเทอมรอบนี้ถือว่าเป็นครั้งที่ดีที่สุดตลอดหลายปีที่ผ่านมา การได้มีเพื่อนที่รักแล้วเข้าใจตัวตนที่แท้จริงของผม ได้รุ่นพี่ที่โคตรเพอร์เฟกต์ถึงแม้ว่าจะขี้เสือกไปหน่อยก็เถอะและสุดท้ายได้แมงป่องกลับคืนมาแม้ว่าตอนนี้เราทั้งคู่จะยังทั้งอึนทั้งซึนเป็นพวกปากไม่ตรงกับใจก็เหอะ

 

“หิวรึเปล่าเซฟ…จะแวะหาอะไรกินหน่อยไหม?”

 

“ตอนนี้อยู่ถึงที่ไหนแล้วแมงป่อง” เงยหน้าขึ้นจากมือถือตัวเองภาพถ่ายมากมายจากทุกคนถูกส่งเข้ามารวมอยู่ในไลน์กรุปเฉพาะกิจสำหรับทริปนี้โดยเฉพาะ

 

“กำลังจะเข้าอ่างทองแล้วล่ะ ตกลงอยากจะหาอะไรกินกันก่อนไหม?” พวกเราออกเดินทางจากบ้านหินกันมาตั้งแต่เก้าโมงเช้า จะว่าไปตอนนี้ก็บ่ายโมงกว่าแล้วด้วยเพิ่งจะเดินทางกันมาได้ครึ่งทางเอง

 

“แล้วแต่แมงป่องเลยแต่ช่วยแวะปั๊มน้ำมันข้างหน้าให้หน่อยละกัน”

 

“อืม” รอยยิ้มของเขาปรากฏบนใบหน้าเหมือนเหมือนเคยอย่างกับพักหลังแมงป่องจะพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้ผมรู้สึกดีขึ้นแต่นั่นกลับยิ่งทำให้รู้สึกกังวลใจมากยิ่งไปกว่าเดิมเสียอีก เหมือนเขากำลังมีเรื่องบางอย่างที่ยังไม่ยอมเล่าให้ผมฟัง

 

...เดาว่าเรื่องที่แมงป่องกลัวน่าจะเป็นสิ่งที่ทำให้ผมต้องเสียใจ

 

...เมื่อไหร่จะเลิกแบกรับทุกอย่างเอาไว้เพียงลำพังก็ไม่รู้...

 

รถห้าประตูขับเข้ามาจอดเติมน้ำมันจากนั้นก็ขยับมาที่หน้าห้องน้ำโดยที่ไม่ต้องบอกด้วยซ้ำ จะว่าไปเราทั้งคู่เหมือนรับรู้ความต้องการของอีกคนโดยไม่ต้องสื่อสารกันเลย ไม่ต้องพูดอะไรออกมาก็เข้าใจถึงความต้องการของอีกฝ่าย

 

มันคงเป็นการใส่ใจใครสักคนจนสังเกตเห็นตัวตนที่แท้จริงสินะ

 

เราทั้งคู่เดินเข้ามาทำธุระในห้องน้ำพร้อมกัน ส่วนหนึ่งยังเป็นเพราะผมกลัวว่าจะเกิดเรื่องเหมือนคืนวันนั้นอีกถ้าจะให้พูดกันตามตรงตอนนี้ผมคงกลายเป็นคนที่ทั้งขี้หึงและห่วงเมียไปแล้วมั้ง แต่ถ้าลองพูดคำว่าเมียออกมาสิมีหวังโดนเตะก้านคอแหงแซะ

 

“เอากาแฟอะไรไหม? เดี๋ยวขับต่อเองแมงป่องพักบ้างก็ได้” เชื่อเถอะคนอย่างแมงป่องต้องบอกว่าไม่เป็นไรขับเองไหวแน่

 

“อืมหาอะไรดื่มเย็นกับกินอะไรเล่นระหว่างทางหน่อยก็ดีเหมือนกัน งั้นต่อจากนี้ฝากขับกลับให้ทีนะ” อ้าว! มาแปลกแหวกแนวแฮะ! ยิ่งสายตาที่เหมือนกับกำลังอ้อนเนี่ย...

 

…น่ารักวุ้ย!

 

ตอนนี้ยิ่งจับต้นชนปลายไม่ถูกอารมณ์ของแมงป่องเหมือนระลอกคลื่นกำลังซัดเข้าหาฝั่ง แล้วเรื่องที่ยิ่งน่าตกใจจนผมแทบช็อกคืออยู่ ๆ เมียจ๋าก็เดินจับมือผมเข้าร้านสะดวกซื้อเจ้าดังแบบไม่แคร์สายตาคนที่มองมาเลย เขาเลือกเข้าไปเลือกของกินอยู่พักใหญ่โดยที่ยังกุมมือผมเอาไว้ไม่ปล่อย ก่อนที่จะเดินไปที่ตู้แช่แล้วหยิบผ้าเย็นออกมาผืนหนึ่ง

 

“ร้อนล่ะสิเหงื่อออกเต็มตัวเลย” แอร๊ยยย! แปลกเสียยิ่งกว่าแปลก! เมื่อแมงป่องค่อย ๆ ฉีกซองเอาผ้ามาลูบตามแขนและลำคอของผม

 

คลื่นระลอกนี้ทำให้ผมใจบางเสียยิ่งกว่าผ้าผืนนั้นซะอีก

 

“มะ...มีอะไรรึเปล่าเนี่ย?” ได้แต่ขมวดคิ้วถามออกไปตรง ๆ

 

“เปล่า ก็แค่อยากจะทำให้ไม่ได้เหรอ?” เตงทำให้เขาขนาดนี้น้ำตาจะไหล!

 

บอกตรง ๆ ว่าตอนนี้สับสนมึนงงมากไม่รู้ว่าเช้านี้แมงป่องไปกินยาผิดอะไรมาถึงได้เอาอกเอาใจผมอย่างผิดปกติวิสัยจะว่าไปเมื่อคืนเราก็แค่ไปออกเดตชมถนนคนเดินเท่านั้นเอง เพราะแมงป่องไม่อยากมีอะไรกับผมในบ้านคนอื่นมันบอกเหมือนเป็นการไม่ให้เกียรติเจ้าของบ้าน ตอนนั้นผมก็เอออ้อห่อหมกตามแต่พอมาคิด ๆ ดูแล้วฟาดกันยับตั้งแต่ในมหา’ ลัยแล้วเปล่าวะ?

 

คลื่นระลอกที่สองมันตามมาติด ๆ แบบไม่คาดคิด...ในขณะที่เริ่มขับรถออกจากปั๊มมาได้ไม่นานแมงป่องก็เริ่มหยิบไส้กรอกชีสไบท์ขึ้นมากินจนท้องผมก็เริ่มประท้วงตามกลิ่นที่โชยออกมาจากถุง

 

จ๊อก...จ๊อก

 

“อยากกินรึไง?” คนนั่งข้างหันมามองเอ่ยถามออกมาให้ผมได้พยักหน้า แล้วคาบแท่งเนื้อใหญ่ยาวกลิ่นเย้ายวนเอาไว้ที่ปาก “ถ้าหิวก็แย่งมาเอาไปเองสิ” เสียงอู้อี้ที่พูดออกมาทำให้ต้องกะพริบตาถี่ ๆ แล้วขับรถจอดชิดข้างทางอย่างเร็วรี่

 

“อย่ามาท้าผมนะ” ไม่มีเสียงตอบรับใดใด นอกจากการยักคิ้วแล้วเลื่อนหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นให้ใจเต้นจนแทบจะระเบิด ผมเริ่มกัดแล้วค่อย ๆ เคี้ยวลงคอไปทีละนิดจนสุดท้ายปากเราทั้งคู่ก็ชนกันในที่สุด ถึงฟิล์มในรถมันจะมืดจนข้างนอกมองเข้ามาไม่เห็นแต่ไม่อยากจะเชื่อกับสิ่งที่แมงป่องกำลังทำอยู่เลย

 

เราทั้งคู่กำลังดูดปากกันทั้งที่ยังมีไส้กรอกคาอยู่ในนั้นด้วยซ้ำ เขาผละตัวออกจากผมแล้วก้มลงไปหยิบน้ำอัดลมแบบไม่มีน้ำตาลขึ้นมาเปิดใส่หลอดลงไปแล้วยื่นมาให้ผมดื่ม

 

“ตอนนี้ก็กินไส้กรอกรองท้องไปก่อน…ว่าแต่คืนนี้เซฟนอนที่บ้านพี่ได้ไหม?”

 

“มีอะไรเหรอ?”

 

“จะได้กินจานหลักกันไง” แมงป่องเอื้อมตัวเอามือป้องหูผมแล้วกระซิบออกมา

 

!!!

 

ดวงตาเบิกโพลงราวกับมีเสียงจากสวรรค์กำลังสั่นกระดิ่งอะไรบางอย่างอยู่ในหัว คนตรงหน้าเริ่มเอนเบาะลงแล้วปลดกระดุมเสื้อออกจากเหลือแค่เม็ดสุดท้าย ใช้นิ้วตัวเองกรีดไปตามเนื้อตั้งแต่ร่องอกจนถึงลอนท้องสายตาก็มองมาที่ผมตลอด

 

...อึก!

 

ให้ตายเหอะตอนนี้มันบังคับเสียงกลืนน้ำลายลงคอไม่ได้เลย เซ็กซี่จนไม่อยากเชื่อว่าคนตรงหน้าจะคือแมงป่องจริง ๆ บทจะยั่วก็ยั่วได้ขนาดนี้เลยเหรอวะ สลัดความคิดสับสนในหัวออกไปก่อนตอนนี้สิ่งที่ควรทำคือ...

 

เลีย! โว้ยยยยยย!!!

 

คอยดูนะพ่อจะเลียให้ล้มเลย!

 

ความหน้ามืดขั้นสุดถึงกับทำให้รีบปลดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างเร็วรี่ เอื้อมตัวลงลิ้นไปที่เนื้อขาวท่ามกลางเสียงซี้ดที่ดังออกมาจนแทบจะเสร็จตามอยู่แล้ว ฉกปลายลิ้นไปที่ยอดอกขบดูดจนแมงป่องถึงกับแอ่นตัวรับขย้ำฝ่ามือกดหัวผมเอาไว้แน่น

 

เฮือก!

 

มือแมงป่องตะปบลูบมาที่กางเกงผมที่กำลังเริ่มดันขยายตัวคับกางเกงยีนส์ฟิตเปรี๊ยะ ถูนิ้วไปมาอยู่พักหนึ่งก็เริ่มสอดนิ้วลงมาสัมผัสกับแท่งเนื้ออันทรงพลัง คราวนี้ผมถึงกับผละหน้าออกหันซ้ายมองขวาออกไปนอกรถเลย

 

กูทนไม่ไหวแล้วโว้ย! สายตามองหาม่านรูดที่ไหนก็ได้แต่เหมือนฟ้าไม่เป็นใจเท่าไหร่สองข้างทางมันมีแต่ป่าหญ้ารกสูงเต็มไปหมด

 

แมงป่องแค่ยิ้ม ๆ ในขณะที่นิ้วยังเขี่ยน้องชายผมไม่เลิก “ตกลงจะไปนอนบ้านพี่รึเปล่า?”

 

“ไป!”

 

“ต่อให้ป๋ากับม้าอยู่บ้านอะนะ” เขาหลิ่วตาผมอีกครั้ง

 

“อือ...เดี๋ยวให้ปู่ไปขอแมงป่องเหมือนที่พี่พายุมันขอไอ้หินทำเมียเลย”

 

“ฮ่า ฮ่า ฮ่า เอาแบบนั้นเลยรึ” แมงป่องดึงนิ้วออกจากกางเกงพาดมือไปก่ายหน้าผากตัวเองเหมือนคนที่กำลังสับสนอะไรบางอย่าง ถึงจะหัวเราะออกมาแต่มันแฝงไว้ด้วยอารมณ์ไม่มั่นใจอยู่ในน้ำเสียงนั้น

 

“...”

 

“รีบกลับบ้านกันเถอะนะเซฟ”

 

“ครับ...” ผมเริ่มออกเดินรถอีกครั้งในขณะที่อีกมือยังกุมมือของแมงป่องเอาไว้แน่น ทั้งที่ระยะทางจากอ่างทองไปถึงบ้านเพมันก็แค่อีกครึ่งทางเท่านั้นแต่ผมกลับรู้สึกว่ามันช่างไกลแสนไกลจังเลย

 

แมงป่องนอนหลับอย่างเงียบเชียบมาตลอดทางกว่าจะมาถึงหน้าบ้านเขาก็ปาไปเกือบหกโมงเย็นเข้าไปแล้ว ผมโน้มตัวเข้าหาคนที่กำลังนอนหลับสนิทอยู่ข้างกายเขาคงกำลังคิดมากเรื่องอะไรสักอย่างจนนอนไม่หลับมาหลายคืนแล้วแน่เลย เอื้อมนิ้วไปลูบข้างแก้มเจ้าชายนิทราแบบเบามือที่สุดเท่าที่จะทำได้แต่แมงป่องก็ยังไม่รู้สึกตัวสักทีจนต้อง...

 

จุ๊บ!

 

จุมพิตตีตรารักมันซะเลยอยากไม่ตื่นดีนัก ในขณะที่เริ่มสอดลิ้นเข้าไปคนที่หลับสนิทก็ดูเหมือนจะรู้ตัวเริ่มตอบโต้ด้วยการส่งลิ้นตอบกลับมาในปากผม

 

“ก๊อก...ก๊อก!”

 

เป็นผมเองที่สะดุ้งจนผละตัวออกหันไปมองกระจกด้านนอกในทันที ภาพของชายหญิงคู่หนึ่งกำลังแนบหน้ามากับกระจก เพียงแค่แมงป่องมันเห็นเท่านั้นแหละรีบกระเด้งตัวลุกจากเบาะรถขึ้นมานั่งหลังตรง นิ้วมือพัลวันติดกระดุมเสื้ออย่างรวดเร็ว

 

“ป๋าม้า!” เสียงตะโกนร้องแทบจะทำให้ผมสิ้นสติลงตรงนี้

 

รับรู้ได้ถึงความฉิบหายที่กำลังเดินคืบคลานเข้ามา...

 

ท่านทั้งคู่เดินถอยหลังออกไปสองสามก้าวเหมือนเป็นการบอกให้ผมลงจากรถอย่างไม่มีข้อโต้แย้ง

 

“ลงเร็วเซฟ!” น้ำเสียงแมงป่องตอนนี้ดูช็อกกว่าผมเสียอีก หน้างี้บู้บี้เป็นแมวเปอร์เซียเชียว

 

หลังจากยกมือไหว้พ่อแม่แมงป่องแล้ว ก็ได้แต่ยืนก้มหน้าก้มตากุมกระปุกเกียร์ของตัวเองอยู่ริมทางเท้า แมงป่องเองก็ไม่ได้ช่วยอะไรเลยนอกจากหยิบกระเป๋ามายืนด้านข้างด้วยสภาพเสื้อผ้ายับเยินแถมยังติดกระดุมเสื้อผิดเม็ดไม่ต่างกับคนเพิ่งโดนข่มขืนมาหมาด ๆ

 

ยิ่งสายตาที่จ้องมองมาอย่างเดียวโดยไม่พูดอะไรสักคำยิ่งกดดันจนสมองมันขาวโพลนไปหมด รู้สึกตัวอีกทีก็ดันเอื้อมมือไปจับมือแมงป่องแล้ว

 

“อ้าว! มายื่นทำอะไรกันอยู่หน้าบ้านครับ?” เหมือนเสียงเทวทูตลงมาโปรด พี่มังกรมันเดินจูงมือหลานชายสุดน่ารักมาจากตรงไหนก็ไม่รู้...ทำไมไม่เจอกันพันเดียวมันถึงจ้ำม่ำขึ้นขนาดนี้ได้วะ

 

ไอ้สกอร์พอมันเห็นผมปุ๊บรีบปล่อยมือจากพ่อมันมากอดที่ขาผมปั๊บตามสัญชาตญาณปกติจะต้องมีขนมของเล่นมาฝากมันตลอดแต่รอบนี้คือลืมสนิท คิดอย่างเดียวต้องรีบกลับบ้านมาล่อเมียให้ได้ ตอนที่ไปเดินถนนคนเดินก็ได้ของฝากมาแค่ขนมเทียนเสวย แล้วก็ไม้กวาดตองกง ที่ตอนนี้อยากจะขี่ไม้กวาดหนีให้มันรู้แล้วรู้รอด

 

“ตามม้าเข้ามาในบ้านเดี๋ยวนี้แมงป่อง!” เสียงเฉียบดุดังขึ้นจนแมงป่องพยายามแกะมือผมออกแต่นั่นก็ยิ่งต้องทำให้กำแน่นขึ้นไปอีกขืนปล่อยไปตอนนี้เราทั้งคู่คงไม่ได้เจอกันอีกแน่เลย

 

“เข้าไปในบ้านเถอะ อะไรมันจะเกิดก็ต้องเกิดสุดท้ายยังไงเซฟมันก็ต้องเจอป๋าม้าอยู่ดี” พี่มังกรก้มลงมาอุ้มไอ้ตัวเล็กและหันไปบอกน้องชาย

 

ในเมื่อความแตกมาถึงขนาดนี้แล้วก็ต้องเผชิญหน้าเท่านั้น

 

“ไม่เป็นไรนะผมจะอยู่ข้างพี่เอง” หันไปมองหน้าคนรักแล้วก็อดสงสารไม่ได้ ทำท่าอย่างกับจะร้องไห้อยู่แล้ว

 

“เซฟสัญญาว่าจะอยู่ข้างพี่ได้ไหม?” อ้อนขนาดนี้ไม่สัญญาได้ไงอะ

 

“อืม” พยักหน้ารับปากแล้วพากันก้าวเดินเปิดประตูกระจกเข้าไปในบ้าน

 

กริ้ง...กริ้ง เสียงกระดิ่งลมดังขึ้น

 

Happy birthday!

 

พลุกระดาษถูกดึงสนั่นหวั่นไหวเศษกระดาษหลากสีปลิวว่อนไปทั่วทั้งแต่เป็นผมเองที่กลับยืนตัวแข็งสับสนกับภาพตรงหน้า คุณพ่อเดินถือเค้กก้อนโตปักเทียนตัวเลย 21 มาถือไว้ตรงหน้าแมงป่องด้วยรอยยิ้มร้าย

 

“เอ้า...อธิษฐานแล้วเป่าเค้กซะสิป๋ากับม้าอุตส่าห์เข้าครัวทำให้ตั้งแต่เช้าที่แมงป่องบอกว่าจะกลับมาบ้านแล้ว”

 

“ไม่ต้องโอเวอร์ขนาดนี้ก็ได้มั้งครับป๋าม้า” แมงป่องก้มลงไปเป่าแล้วเงยหน้ามายักคิ้วให้

 

“ไม่ได้ ๆ ก็แมงป่องบอกม้าเองไม่ใช่เหรอว่าจะพาแฟนมาค้างที่บ้านแล้วอีกอย่าง ม้าก็อยากฉลองวันเกิดย้อนหลังให้ลูกชายของม้าด้วย”

 

“ห่ะ!” เป็นผมเองที่ต้องรีบหันไปขอคำตอบ

 

“จะมัวยืนงงทำไมเซฟเข้ามานั่งนี่ก่อนป๋าม้าพี่มีเรื่องอยากจะคุยกับเราเยอะเลย ถ้าไม่ทำแบบนี้เราก็คงไม่ยอมมาเจอหน้าป๋าม้าพี่สักที”

 

จะโกรธก็โกรธไม่ลงว่ากันตามตรงผมก็ผิดเองที่เอาแต่หลบหน้าตลอดมาบ้านแมงป่องแต่ละทีต้องทำตัวเป็นนินจาย่องเข้าบ้านเขาตอนพ่อแม่ไม่อยู่

 

“ป๋าก็รออยู่ว่าเมื่อไหร่เราจะยอมเข้ามาหา...นี่ป๋าม้าดูน่ากลัวขนาดนั้นเลยรึ?” น้ำเสียงหยอกล้อของคนพ่อไม่ได้ทำให้รู้สึกผ่อนคลายลงกว่าเดิมเลยสักนิด แถมเจอคำถามแบบนี้ยิ่งเครียดเข้าไปใหญ่โชคดีอยู่อย่างเดียวคือไอ้หลานชายตัวกลมที่เริ่มเอานิ้วจิ้มไปบนหน้าเค้กแล้วยกนิ้วขึ้นมาดูดเลยพอทำให้บรรยากาศดูผ่อนคลายลงไปบ้าง

 

“เปล่าครับ...ผมไม่ได้กลัวเรื่องที่คบกับแมงป่องแต่ผมกลัวเรื่องที่ผมเป็นน้องชายแซนต่างหาก” พี่มังกรที่อยู่ด้านหลังบีบมาที่ไหล่ทั้งข้างเพื่อบอกว่าอยากพูดอะไรก็พูดออกมาเลย “ที่ผมไม่กล้ามาให้เห็นหน้าเพราะผมก็พอรู้ว่าแซนทำอะไรเอาไว้กับพวกท่านบ้างแล้วผมยังเห็นแก่ตัวเอาหลานมาทิ้งไว้ให้เลี้ยงอีก”

 

“โห...พูดซะม้ารู้สึกผิดเลย เรื่องแมงป่องกับเซฟน่ะป๋าม้ารู้กันมาหลายเดือนแล้วล่ะ มังกรมันเล่าออกมาให้ฟังตั้งแต่ที่เอาเจ้าสกอร์มาฝากแล้ว ไหนจะปู่ของเซฟอีกที่แอบยื่นมือเข้ามาช่วยบ้านเราไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง แล้วยังเรื่องที่แมงป่องชอบเซฟมาตั้งหลายปีปู่เขาก็เล่าให้ฟังหมดแล้ว”

 

“เรื่องของแซนก็คือเรื่องของแซน เรื่องของเราก็เป็นเรื่องของเรา ป๋าไม่ได้เป็นคนงี่เง่าขนาดแยกแยะไม่เป็นนะ เซฟเองไม่ได้ทำอะไรผิดสักหน่อยจะให้ป๋าพาลโกรธเราเพราะเป็นน้องของแซนได้ยังไงจริงไหม?”

 

คำพูดของพ่อแมงป่องทำให้ผมหายเกร็งเป็นปลิดทิ้ง ทุกอย่างคือความกลัวที่ผมสร้างขึ้นมาเองทั้งนั้น

 

“ว่าแต่จะเอาจะเอายังไงกับเรื่องของลูกชายม้า เซฟพร้อมจะปกป้องลูกของม้ารึเปล่า? หากวันหนึ่งต้องเรื่องระหว่างลูกม้ากับพี่สาวตัวเองเซฟจะทำยังไงที่ม้าถามออกมาตรง ๆ เพราะม้าเองก็ไม่อยากเห็นลูกม้าต้องมานั่งเสียใจอีก”

 

“หม่าม้า!”

 

“อะไรเล่า! ก็มันเรื่องจริงนี่แมงป่อง ครั้งที่แล้วเราก็เอาแต่กินไม่ได้นอนไม่หลับแอบร้องไห้ไม่เว้นแต่ละวันไม่ใช่หรือไง?” ขนาดนั้นเลยเหรอ...แมงป่องเองก็เสียใจกับเรื่องของผมเหรอ?

 

ถึงคำถามจากปากคนแม่แม้จะไม่ได้ตำหนิผมแต่ไม่รู้ทำไมตอนนี้ผมถึงไม่สามารถตอบคำถามนั้นออกมาได้เลย

 

“ม้าผมว่าให้เวลาเซฟมันหน่อยเถอะครับ ยังไงแซนก็เป็นพี่สาวแท้ ๆ อยู่ดีนะ” ตอนนี้อยากจะหันไปขอบคุณพี่มังกรชะมัด

 

“ป๋าว่าถ้าเซฟยังตอบไม่ได้ก็ตัดใจเรื่องแมงป่องเสียตั้งแต่ตรงนี้เลยดีกว่านะมังกร อย่างน้อยน้องเราจะได้ไม่ต้องเสียใจหากจะต้องเผชิญหน้ากับแซนวันมะรืนนี้”

 

“มะ...มะรืนนี้?” เป็นผมเองที่ย้ำถามออกมาแบบไม่รู้ตัว

 

“เอ๊ะ! นี่ยังไม่มีใครบอกเซฟอีกเหรอ?” แมงป่องแค่ส่ายหน้าแล้วมองกลับมาที่ผม “ป๋าว่าปู่เองก็คงจะคุยกับเซฟวันนี้แหละ งั้นป๋าจะบอกให้ฟังเลยละกันนะแซนเขาจ้างทนายเพื่อมาเอาตัวเจ้าสกอร์คืนวันมะรืนนี้จะนัดคุยไกล่เกลี่ยนอกรอบกันก่อน หากตกลงกันไม่ได้ก็ต้องยื่นเรื่องฟ้องร้องให้ศาลพิจารณาตัดสินขั้นเด็ดขาด”

 

ทุกอย่างมันกระจ่างชัดหมดแล้วถึงว่าทำไมพ่อแม่แมงป่องถึงให้ผมเลือกว่าจะยืนอยู่ข้างไหน...ถึงจะรู้ว่าแซนเป็นคนผิดแต่ผมควรจะทิ้งแซนแล้วเข้าข้างแมงป่องเหรอ?

 

“เซฟ...พี่ว่าวันนี้เซฟลองกลับไปนอนคิดทบทวนที่บ้านตัวเองก่อนดีไหม? เดี๋ยวพี่ขับไปส่งเอง”

 

อุ้มมือพี่มังกรคว้าแขนผมให้ลุกขึ้นยืนแล้วเดินตามไปแบบมึนงง หันไปมองแมงป่องที่ตอนนี้กำลังแสดงสีหน้าผิดหวังและเสียใจที่สุดเท่าที่เคยเห็นมา...

 

 

[Part The Scorpion King]  

 

ย้อนกลับไปก่อนที่จะกลับระยองหนึ่งวัน 

 

นั่งมองดูน้องหินกับพายุและก็เพลงกับพรายจู๋จี๋กันแล้วโคตรบั่นทอนจิตใจอะ ยิ่งพวกมันกล้าเปิดเผยตัวเองกับครอบครัวด้วยแล้วยิ่งปวดตับเข้าไปใหญ่ เหล่สายตาไปดูไอ้เซฟที่ยังตีหน้านิ่งไม่พูดไม่จาอยู่กับพวกข้าวจี่ คะน้าก็ยิ่งเครียดผมเข้าใจมันดีนะ มันเองก็คงอยากเปิดตัวกับคนอื่นแต่เป็นผมเองที่ยังปากหนักไม่มั่นใจอะไรสักอย่าง

 

กลัวว่าอนาคตที่กำลังจะมาถึงในไม่ช้าจะต้องทำให้เลิกรากัน

 

กลัวว่าสักวันมันจะเห็นพี่สาวตัวเองดีกว่าผม

 

กลัวว่าป่าป๋าหม่าม้าจะไม่ยอมรับคนที่ผมรัก

 

กลัวไปหมด...สุดท้ายกลัวว่าจะไม่เหลืออะไรเลยแม้แต่ความรู้สึกดี ๆ ของเราสองคน

 

“เฮ้ย มึงมานั่งหงอยอะไรอยู่ตรงนี้คนเดียววะแมงป่อง” เสียงทักจากด้านหลังทำให้ผมต้องหันไปดู

 

“มีอะไรไม่สบายใจมึงเล่าให้กูสองคนฟังก็ได้นะ ทุกคนตรงนี้เป็นเพื่อนและพร้อมจะช่วยมึงเสมอไม่ได้มีแค่ไอ้พลังคนเดียวสักหน่อยที่คอยช่วยมึง” ซาบซึ้งมาครับยูจิแต่ที่พวกมึงพูดมาขนาดนี้ก็เพื่อเสือกเรื่องกูล้วน ๆ เลยสินะ

 

“ช่างกูเถอะน่าว่าแต่ไอ้เคนมันไปไหนแล้วล่ะ”

 

“หึ ไอ้เคนน่ะเหรอนู่น ออกไปเที่ยวน้ำตกแม่พูลกับไอ้น้องดินมันตั้งแต่เช้าตรูแล้ว” เอมันหันไปยักคิ้วให้ยูจิ “กูว่าไอ้เคนเนี่ยมันคงปิ๊งไอ้ดินแล้วล่ะหนีไปเที่ยวกันสองคนอีกต่างหาก” เลิกรับบทนางขยี้สักทีเถอะไอ้เอ!

 

“ว่าแต่มึงเถอะมัวแต่ปากหนักอยู่นั่นแหละหัดทำตัวแบบพวกมันบ้างก็ได้หรือมึงจะต้องรอบำเพ็ญบารมีถึงพันปีแบบนางพญาผมขาววะกว่าจะยอมเปิดตัว ฮึ” ดูท่าอีซ้องปีบวันนี้มันคงกะมาเพื่อเล่นงานผมโดยเฉพาะ

 

“...”

 

หมับ! ฝ่ามือของยูจิกำมาที่ไหล่แล้วบีบมาเพียงเล็กน้อยทิ้งตัวนั่งลงด้านข้าง

 

“ไม่ใช่ว่าพวกกูอยากจะเสือกเรื่องของมึงหรอกนะแมงป่อง พวกกูดูมึงสองคนออกมาตั้งนานแล้ว ไอ้เอน่ะมันเห็นมึงกับไอ้เซฟไปค้างกันที่ห้องพักตึกการโรงแรมในคืนวันประกวดด้วย”

 

“หะ เห็นได้ไงวะ?” ผมขมวดคิ้วถามออกมาในทันที

 

“โห ไม่ใช่มึงคนเดียวที่มีสิทธิ์จองห้องพักเปล่าวะ คืนนั้นที่กูกลับพร้อมพี่ข้าวหมากกูก็แกล้งทำเป็นเมาหลับในรถไปอย่างนั้นแหละ พอส่งข้าวจี่ที่บ้านเสร็จกูก็เริ่มแผนการจับของกลางในทันใดทำทีเป็นเมาลูบไปลูบมาพี่มันขึ้นเว้ยมึง! คราวนี้กูพาพี่มันไปอมของหลวงที่ตึกการโรงแรมเลยกูก็เพิ่งรู้นี่แหละว่าตำรวจเนี่ยเด็ดจริงอะไรจริง” ต้องหน้าด้านขนาดไหนถึงเล่าออกมาเป็นฉาก ๆ ได้ขนาดนี้วะ!

 

“ส่วนกูเองวันนั้นกูก็นัดกับแฟนที่ตึกนั้นเหมือนกันเลยเห็นมึงตั้งแต่ตอนกลางวันแล้ว” เคนมันพูดแล้วยิ้มออกมา

 

“มึงเองก็มีแฟนแล้วเหรอเคน...ใครวะ?”

 

“เออ รอให้แฟนกูมันกล้าเปิดตัวก่อนละกันแล้วเดี๋ยวพวกมึงก็รู้...เอาจริงพวกมึงก็รู้จักอยู่แล้วนี่หว่า”

 

“หึ อย่างไอ้ป้องชาตินี้มันคงจะเปิดตัวกับมึงหรอกยูจิ”

 

!!! ไอ้เอมันนั่งเท้าคางฉีกยิ้มให้เราทั้งคู่ที่กำลังเบิกตาโพลงนั่งอ้าปากค้างเหมือนคนบ้า

 

“ปะ...ป้องเพื่อนสนิทไอ้พายุอะนะ?”

 

“อืม”

 

“เชี้ยยยย...นี่กูนึกว่ากูเนียนจนใครก็เดาไม่ออกแล้วนะไอ้เอ! มึงยังเสือกตามมารู้เรื่องกูอีกเหรอวะไอ้ฉิบหาย”

 

“แหมมันเป็นความสามารถพิเศษของกูโว้ย แค่วันที่มึงกอดรัดฟัดเหวี่ยงกับไอ้ป้องตอนที่ไปช่วยพรายออกมาจากไอ้คิงกูก็รู้แล้วไหมวะ ทนมือทนตีนไอ้ป้องได้ขนาดนั้นแถมห่วงใยมันเสียยิ่งกว่าไอ้พรายอีก หึ เป็นอย่างที่กูทำนายเอาไว้ไม่เคยผิดดวงพวกมึงน่ะยังไงก็ต้องได้ลงเอยกับผู้ชาย” ถึงจะรู้ว่าพ่อแม่ไอ้เอมันเป็นหมอดูแถวหน้าระดับประเทศก็เหอะ แต่ผมก็เพิ่งรู้เหมือนกันว่ามันแอบทำนายอนาคตพวกเราเอาไว้ด้วย

 

“สำหรับพวกมึงนะไม่ต้องกลัวหรอกถึงจะมีอุปสรรคบ้างนิดหน่อยก็ยังผ่านพ้นไปได้อยู่ดี นู่นไอ้เคนต่างหากที่น่าเป็นห่วงเมื่อคืนก่อนมันก็ขอให้กูช่วยทำนายดวงชะตาให้ ด้านชีวิตและความรักของมันน่ะผกผันที่สุดเท่าที่กูเคยดูให้ใครมาเลยแต่พวกมึงรู้อะไรไหม? ไอ้เคนมันไม่เชื่อเรื่องอนาคตเลยว่ะมันเชื่อว่าทุกอย่างอยู่ที่การกระทำของตัวเอง แล้วมันก็พร้อมที่จะทำให้สำเร็จจากสองมือมันเองโดยไม่ต้องพึ่งดวงด้วย”

 

“...” คำพูดของเอมันทำให้ผมอึ้งแล้วต้องคิดตาม ปกติมันดูเป็นคนที่เหมือนกับไม่ค่อยคิดอะไรตลก เฮฮา โกหกแกล้งคนอื่นไปเรื่อยใช้ชีวิตไปแบบไม่มีเป้าหมายแต่ผมคิดผิดตอนนี้มันดูเป็นผู้ใหญ่กว่าผมเสียอีก

 

“มึงล่ะแมงป่องจะไม่ลองพยายามกับเรื่องไอ้เซฟมันหน่อยรึไงแค่ปกป้องดูแลมันอย่างเดียวไม่พอหรอกนะ มึงต้องแสดงออกให้มันเห็นว่ามึงรักมันด้วย เลิกปากหนักแล้วทำอย่างที่ใจมึงอยากจะทำเถอะหัดดูอย่างพายุหรือไอ้เพลงมันบ้าง” เอมันเริ่มไขว่ห้างเท้าคางกระดิกตีนมองหน้าผมอย่างมีเลศนัย

 

“ไอ้เอนี่มึงอย่าบอกนะว่าวางแผนไว้ให้ไอ้แมงป่องแล้วเหมือนตอนน้องหินน่ะ” ยูจิถามออกมาเสียงสั่น ที่ไอ้พายุมันหนีหน้าน้องหินไปสองสัปดาห์แผนการทั้งหมดทั้งมวลก็มาจากไอ้เอทั้งสิ้นครับ ใครจะไปคาดคิดว่าคนที่ดูธรรมดาที่สุดในกลุ่มแท้จริงแล้วมันนี้แหละคือตัวร้ายที่ซ่อนตัวอยู่เบื้องหลัง

 

“แล้วไงวะ? แผนกูก็เห็นใช้ได้ผลดีตลอดนี่น่า มึงเองก็เหมือนกันยูจิสักวันมึงก็ต้องกลับมาขอร้องกูให้ช่วยเรื่องไอ้ป้องแน่” เอมันตอบยูจิแล้วจ้องกลับมมาที่ผมอีกครั้ง “ฟังกูนะแมงป่องมึงจะทำชีวิตให้มันซับซ้อน ตั้งเงื่อนไขไปทำไมเยอะแยะวะเมื่อก่อนอาจจะใช้คำว่า ร้อยคำพูดก็ไม่เท่าหนึ่งการกระทำ ได้อยู่ แต่สมัยนี้มันใช้ไม่ได้แล้วนะโว้ย นอกจากจะแสดงให้เห็นมึงต้องหัดพูดกรอกหูมันเอาไว้ให้ชินด้วย”

 

“ละ...แล้วกูต้องทำยังไงวะ?” เพิ่งเข้าใจพายุตอนโดนไอ้เอเล่นของใส่ก็วันนี้แหละครับ ไอ้นี่มันคือจ้าวแห่งการโน้มน้าวที่แท้ทรู ถ้าอนาคตมันขายตรงละก็ยอดต้องถล่มทลายระดับมงกุฎเพชรแน่นอน

 

“ทะ...แดมมมม!” เอมันล้วงหยิบกระดาษในกางเกงส่งมาให้ “กูเขียนเอาไว้เพื่อมึงแล้วเพื่อนรักลองเอาไปทำตามได้เลย”

 

เหี้ยกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว! เอมันรู้ดีว่าสุดท้ายผมจะต้องหลวมตัวทำตามคำแนะนำของมันแน่ถึงได้เตรียมพร้อมมาขนาดนี้ ผมไล่ตาอ่านแบบไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ส่วนใหญ่ที่มันเขียนก็มีแต่เรื่องเปลืองตัวทั้งนั้น ยกเว้นข้อสุดท้ายที่ถึงกับทำให้ผมคิ้วกระตุกเพราะมันไม่เหมือนข้อไหนที่มันเขียนเอาไว้ก่อนหน้า

 

“จะทำก็ได้ไม่ทำก็ได้แล้วแต่มึงเลยแมงป่องแต่มึงดูนั่น” เอมันชี้นิ้วไปที่พายุกับน้องหินกำลังหอมแก้มหอมหน้าผากแบบไม่มีอายฟ้าดิน “แค่สองอาทิตย์กลับได้ผลลัพธ์มหาศาลได้ทั้งตัวได้ทั้งหัวใจคืนนี้มึงก็ลองเอากลับไปคิดดูเอานะ เพราะเดี๋ยววันนี้ตอนเย็นพวกกูคงต้องรีบกลับกรุงเทพก่อนพี่ข้าวหมากมันด่ากูเรื่องพาข้าวจี่ออกมาเป็นอาทิตย์แล้ว แล้วอีกอย่างพรุ่งนี้ยูจิมันต้องบินกลับไปหาพ่อมันที่ญี่ปุ่นด้วย”

 

“พวกมึงจะกลับกันแล้วเหรอ?”

 

“เออ แต่ไอ้พายุ พราย เคน มันไม่ได้กลับไปพร้อมพวกกูหรอกนะพวกมันจะอยู่ต่อกันอีกสักพัก ยังไงมึงสองคนก็จะกลับบ้านกันพรุ่งนี้อยู่แล้วนี่”

 

“แมงป่อง...จากที่กูสังเกตเซฟมาตลอดหลายเดือนมันกับมึงคงมีเรื่องที่ยังค้างคาใจกันอยู่สินะ ไอ้เซฟมันเป็นเด็กปากหนักถึงรู้ก็แกล้งทำเป็นไม่รู้ ส่วนมึงก็เป็นพวกใจดีเกินยอมไปหมดทุ่มเทจนเกินพอดีวิธีเดียวที่จะประสานรอยร้าวของมึงสองคนได้คือการเคลียร์ปัญหาทั้งหมดให้จบแล้วทำตามแผนของไอ้เอซะ”

 

“มึงพูดถูกต้องยูจิ กูถึงได้เกิดมาเป็นศิลาณี (ที่ปรึกษาปัญหาหัวใจ) ของพวกมึงไงจ๊ะ”

 

“แต่ว่า...วิธีของมึงมัน...” ผมไล่อ่านอีกครั้งซ้ำ ๆ

 

“วิธีนี้เหมาะกับไอ้เซฟและมึงที่สุดแล้วแมงป่อง มาวัดดวงกันไปเลยว่าสุดท้ายมันจะยอมเลือกมึงไหม?”

 

“แล้วถ้ามันไม่เลือกกูล่ะ?”

 

“มึงก็แค่เดินออกมาตามทางของมึงแล้วใช้ชีวิตต่อไป...ถ้าผลมันเป็นแบบนั้นก็แปลว่ามึงทั้งคู่ไม่ได้มีวาสนาต่อกันหรือมึงจะทำแบบไอ้เคนก็ได้นะคว้าสิ่งที่ต้องการเอาไว้ด้วยสองมือตัวเอง”

 

“ได้กูจะลองดู! ถึงสุดท้ายมันจะไม่เป็นไปอย่างที่คิด กูก็จะเอาไอ้เซฟกลับมาให้ได้”

 

เพียะ! เอกับยูจิมันหันไปตบมือกันดังลั่น...ว่าแต่สวมบทนางงอน นี่มันเป็นยังไงวะ?

ความคิดเห็น