สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 34

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.3k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 34
แบบอักษร

 

 

     หน้าจอโทรศัพท์แจ้งเตือนว่ามีสายเข้าเป็นครั้งที่สิบสามของเช้านี้ แต่ผู้เป็นเจ้าของเครื่องยังไม่รู้สึกตัว มัจฉามีอาการป่วยหลังจากที่เปียกฝนเมื่อวาน แม้ว่าแม่ครูจะนำผ้ามาให้เช็ดตัวทันทีที่กลับถึงบ้านอุ่นรัก แต่ด้วยร่างกายที่ค่อนข้างอ่อนแออีกทั้งกำลังใจที่อ่อนแรง ทำให้เธอป่วยจนได้ ...

     ทางด้านคนที่โทรจิกนั้น ยิ่งร้อนรนใจเมื่อปลายสายไม่มีการตอบรับ อินทรีรู้สึกเป็นห่วงคนที่ต้องอยู่ห้องคนเดียวขึ้นมาจับใจ เมื่อวานนี้เธอโทรมา ทั้งที่ร้อยวันพันปีเธอไม่เคยโทรหาเขาก่อนเลยสักครั้ง แต่เขาก็เลือกตัดสายไปเพราะหญิงตรงหน้ามีเรื่องทุกข์ใจมาระบายให้ฟัง ตั้งใจว่าจะโทรกลับทีหลัง แต่สุดท้ายก็ลืม 'เธอจะเป็นไงบ้างนะ' 

   อยากจะไปหาที่ห้องตอนนี้ ไปดูให้เห็นกับตาว่าเธอสบายดี แต่ด้วยงานที่แสนจะวุ่นวายอันเนื่องมาจากคู่แข่งตัวฉกาจที่เข้ามาก่อกวนภายในองค์กร ทำให้เขาต้องดูแลงานให้ใกล้ชิดมากกว่าเดิม

    เมื่อนึกถึงเจ้าคู่แข่งคนนี้เเล้ว ชายหนุ่มนึกฉุนขึ้นมาทันที มันแย่งพนักงานที่เขาคัดมาเองกับมือไปจนเกือบหมดบริษัท ทั้งที่เขานั้นก็เป็นผู้บริหารที่ดีมาโดยตลอด สวัสดิการที่มีให้ก็ไม่น้อยหน้าบริษัทไหน

     แต่เมื่อ 'บารมี' เข้ามาเท่านั้นล่ะ ทุกคนพร้อมใจกันลาออกไปอยู่กับมันจนเขาแทบแย่

     ภาพหนุ่มลูกครึ่งผมยาว เคราดกครึ้ม ลอยเข้ามาในความคิด อินทรีรีบสะบัดศีรษะไล่ภาพนั้นออกไปทันที

     ...เขาเกลียดมัน !!!

 

     ชายหนุ่มตัดสินใจโทรหาลูกน้องคนสนิท ให้เข้าไปที่คอนโดฯ ของเขา ดูให้ทีว่าคนที่อาศัยอยู่ที่นั่นเป็นอย่างไร แล้วฝากบอกให้รับโทรศัพท์ด้วย 

 

     เสียงเคาะประตูดังไม่หยุดทำให้มัจฉาทนต่อไปไม่ไหว คนป่วยลุกจากเตียง เดินอย่างงัวเงียไปที่ประตู แต่กว่าจะเดินถึงก็ต้องหยุดเพื่อกุมขมับเป็นระยะ ปวดหัวเหลือเกิน

     ส่องที่ช่องประตู พบว่าคนที่มาหาคือกาย ลูกน้องของอินทรีซึ่งเธอก็รู้จักดี มัจฉาเปิดประตูเเล้วเชื้อเชิญให้เขาเข้ามาในห้อง

     "คุณอินทรีให้ผมมาดูว่าคุณเป็นยังไงบ้าง" กายเล่าให้ฟังขณะนั่งลงที่โซฟา เขาประหลาดใจไม่น้อยเมื่อรู้ว่าคนที่เจ้านายให้มาดูคือมัจฉา เข้าใจว่าเธอไปอยู่ภาคเหนืออย่างที่คุณสมรเเจ้งทุกคนเสียอีก

     "มัดสบายดีค่ะ คุณกาย แค่ตื่นสายนิดหน่อย แล้วเมื่อคืนก็ปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ ขอโทษนะคะที่ทำให้เดือดร้อน" คนป่วยกล่าวอย่างเกรงใจ พยายามฝืนตัวเองไม่ให้เขาเห็นอาการ แต่เหมือนจะไม่ได้ผล

     "ผมว่าคุณดูเหมือนจะไม่สบายเลยนะ ให้ผมพาไปหาหมอไหมครับ" ชายหนุ่มกล่าวอย่างห่วงใย เธอดูซูบลงกว่าตอนที่เขาได้พบเธอครั้งล่าสุดมาก

     "ไม่เป็นไรค่ะ มัด หวะ ไหว..." คนดื้อรั้นที่พยายามฝืน ทรงตัวไม่ไหวอีกต่อไป แก้วน้ำที่รินมาให้แขกหล่นลงพื้น มือเล็กคว้าหาที่จับก่อนที่จะล้มลงไป ยังดีที่กายไวกว่า เข้ามารับตัวเธอไว้ทัน

     "ตัวร้อนขนาดนี้ ไปหาหมอเถอะครับ" รอยยิ้มเชิงบังคับตามสไตล์ของเขา ทำให้มัจฉาไม่กล้าปฏิเสธ

 

     ระหว่างที่หญิงสาวเข้าพบแพทย์ กายถือโอกาสโทรรายงานผู้เป็นเจ้านาย น้ำเสียงร้อนรนของคนปลายสายทำให้เขาพอจะเข้าใจเรื่องราวของทั้งคู่

     การตรวจร่างกายคนป่วยกินเวลานานเกินกว่าที่คาดไว้ ในที่สุดมัจฉาก็เสร็จธุระ หญิงสาวยิ้มระรื่นออกมาราวกับไม่เคยป่วยมาก่อน 'ยาอะไรจะวิเศษขนาดนั้น' กายแอบคิดในใจ เเต่ก็ไม่ได้เซ้าซี้ เห็นเธอดีขึ้นเขาก็สบายใจ

     จากนั้นก็ขับรถกลับไปส่งเธอที่คอนโดฯ แล้วโทรแจ้งรายละเอียดต่ออินทรี

     ผลการตรวจที่คุณหมอบอกเปรียบเหมือนยาวิเศษที่ทำให้มัจฉาหายป่วย เธอเป็นไข้หวัดเพราะตากฝนและ...กำลังจะเป็นอย่างอื่นด้วย

     ข่าวที่เพิ่งทราบนี้ทำให้ความโกรธเคืองที่มีต่ออินทรีพลันหายไป เฝ้าครุ่นคิดว่าจะบอกเขาอย่างไรดี

     แต่ไม่ทันจะได้คิดอะไรต่อ คนที่กำลังถูกคิดถึงก็โทรเข้ามา ... เมื่อหญิงสาวกดรับสายคำถามมากมายจากคนใจร้อนก็ลอยเข้าหู มัจฉามัวแต่งุนงงกับคำถามเหล่านั้น จนไม่รู้ตัวว่าใครบางคนแอบเปิดประตูห้องเข้ามา

     น้ำเสียงที่คุ้นเคยไม่ได้ออกมาจากโทรศัพท์ที่ถือแนบหู หากแต่คนพูดนั้นยืนอยู่ข้างหลังของเธอแล้ว แขนแกร่งโอบกอดเธอจากด้านหลังอย่างรักใคร่

     "คุณอินทรี! กลับมาตั้งแต่เมื่อไหร่คะ ไม่ต้องทำงานรึไง?" 

     "กายบอกว่ามัดป่วย พี่ก็เลยรีบมาหา" ใบหน้าหล่อโน้มมาหอมแก้มนุ่ม

     "พอดีเมื่อวานนี้เปียกฝนน่ะค่ะ ฝนตกตอนไปซื้อเค้ก" 

     "ตอนที่โทรมาน่ะเหรอ" ชายหนุ่มคลายอ้อมกอด จับไหล่เล็กให้หันหน้ามาหา อยากเห็นหน้าให้ชื่นใจสักที

     "ค่ะ" เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ เธอก็อดน้อยใจขึ้นมาไม่ได้

     "ขอโทษนะ ถ้าตอนนั้นพี่รับสาย มัดก็คงไม่ต้องเปียกฝนใช่ไหม?" คนเข้าใจผิดถามซื่อ ๆ สีหน้าสำนึกผิดปรากฏชัดเจน

     "ไม่เป็นไรหรอกค่ะ ก็ตอนนั้นคุณติดประชุมนี่ ใช่ไหมคะ?" มัจฉายิ้มน้อย ๆ อยากรู้นักว่าเขาจะตอบยังไง

     "แล้วนี่ หมอให้ยาอะไรมาบ้างล่ะ กินยารึยัง?" คนผิดคำพูดเปลี่ยนเรื่องทันที ทำเอาคนที่รอฟังคำตอบใจเต้นเเรง

     ...เขาปิดบังเธอ !!! 

 

     ผ่านไปสองวันแล้ว มัจฉาก็ยังไม่หายป่วย เรียกได้ว่าไม่ดีขึ้นเลยด้วยซ้ำ อินทรีจึงขนงานกลับมาทำที่ห้องเพื่อเฝ้าไข้ ถึงจะวุ่นวายอยู่คนเดียวและทำงานไม่สะดวกเต็มที่เหมือนเดิมแต่ชายหนุ่มก็ไม่ได้ปริปากบ่นแต่อย่างใด

     มัจฉาถือจานผลไม้มาวางให้ที่โต๊ะ เห็นเขายุ่งวุ่นวายเพราะขาดคนช่วย เธอยิ่งรู้สึกผิด อยากช่วยอะไรเขาได้บ้าง หรือไม่ก็รีบหายป่วยเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมาเฝ้า จะได้กลับไปบริษัทที่มีพี่เปิ้ลคอยช่วย

     "ว้าว ๆ องุ่นแดงของโปรดเลย ขอบใจนะ" อินทรีละความสนใจจากเอกสารมาที่หญิงสาว ใบหน้าที่ดูซูบลงจากเดิม เนื่องจากอาการป่วยทำให้เขาไม่สบายใจยิ่งนัก นึกสงสารคนตัวเล็กที่ต้องทรมานกับอาการประหลาดนี้

     "ถ้าชอบก็กินเยอะ ๆ นะคะ" มัจฉาอ้อมไปนวดไหล่ให้เขา อย่างน้อยก็เป็นสิ่งที่เธอพอจะทำให้ได้

     "มัดยังเวียนหัวอยู่ไหม นั่งพักเถอะ" มือหนากุมทับที่ไหล่ หอมเบา ๆ ที่หลังมือเธอ ก่อนจะรั้งร่างเบาให้มานั่งตัก

     "คุณอินทรี ปล่อยมัด เดี๋ยวติดไข้นะ" หญิงสาวพูดเสียงดุ กำปั้นน้อยทุบเข้าที่อกแกร่ง แต่ดูเหมือนจะไม่เป็นผล

     "ไหนดูซิ ยังตัวร้อนอยู่ไหม" ไม่สนใจคำเตือนของคนป่วย อินทรีแนบหน้าผากตัวเองกับหน้าผากของหญิงสาว ลมหายใจร้อน ๆ ของเธอทำให้เขาอดห่วงไม่ได้ "ไปหาหมออีกเถอะ มัด" แววตาแฝงความห่วงใยส่งมาพร้อมคำขอร้อง

     "ไม่เอาอ้ะ มัดไม่อยากถูกฉีดยาอีก" เธอหลบตาตอบเสียงอ้อมแอ้ม อันที่จริงไม่อยากไปหาหมอพร้อมเขามากกว่า กลัวว่าคนขี้สงสัยจะรู้ในสิ่งที่เธอยังไม่พร้อมที่จะบอก

     จะให้พร้อมได้อย่างไร ในเมื่อเขาเองยังทำตัวไม่น่าวางใจอยู่เลย ที่เคยตั้งใจว่าจะบอกในวันนั้นก็ต้องเลื่อนออกไปอย่างไม่มีกำนด

     "หรือจะให้พี่ฉีดให้ พี่ก็ฉีดยาเป็นนะ ลองดูไหม?" คนกะล่อนอยู่นิ่งได้ไม่นานก็เริ่มออกลาย ความกรุ้มกริ่มเข้ามาแทนที่ความห่วงใยเมื่อครู่ โดยไม่รอฟังคำตอบ ปากสวยได้รูปก็ประทับจูบเข้าให้

     มัจฉาถอยตัวหลบทันที กลัวว่าเขาจะติดไข้จากเธอ

     "อย่ารังแกคนป่วยสิคะ" หญิงสาวตำหนิ "ปล่อยตัวมัด มัดจะไปถักตุ๊กตาต่อ"

     "ทำไมไม่นอนพัก เอาแต่ทำงาน มันจะหายสักทีไหมล่ะ?" น้ำเสียงดุกับหน้าตาจริงจังของเขาทำให้เธอหงอได้ไม่ยาก

     "ก็มัดไม่ง่วงนี่นา ทำไมต้องบังคับกันด้วย"

     "พี่ก็แค่เป็นห่วง งั้นมัดก็ไปถักตุ๊กตาเถอะ อย่าถือสาคำพูดของพี่เลย" อินทรีอ่อนเสียงลง ก่อนจะหอมแก้มใสทั้งซ้ายและขวา แล้วปล่อยตัวเธอให้เป็นอิสระ

      มัจฉาเองก็เข้าใจความห่วงใยที่เขามี เธอจึงเลือกที่จะนั่งดูโทรทัศน์เพียงอย่างเดียว ไม่ได้ถักตุ๊กตาแต่อย่างใด ตั้งใจว่าหากง่วงนอนก็จะหลับไปเลย เขาจะได้ไม่ต้องคอยกังวลว่าเธอจะไม่นอน

      หญิงสาวลอบมองคนที่กำลังง่วนกับเอกสารบนโต๊ะ ทบทวนเรื่องราวที่ผ่านมา เขาก็ปฏิบัติกับเธอเหมือนเดิมทุกอย่าง จะมีก็แต่ความรู้สึกของเธอที่เปลี่ยนไป จากที่เคยเชื่อใจ กลับกลายเป็นระแวง

      ความรักที่ตั้งอยู่บนความระแวงนั้น จะมีทางยั่งยืนหรือไม่..เธอเองก็ไม่แน่ใจ

 

 

###

 

ความคิดเห็น