ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ตัดสัมพันธ์....สานสงคราม (2/2)

ชื่อตอน : ตัดสัมพันธ์....สานสงคราม (2/2)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 61

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 02 ก.พ. 2564 22:28 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตัดสัมพันธ์....สานสงคราม (2/2)
แบบอักษร

(ต่อจากตอนที่แล้ว)

....................................  ......................  .................................

                คีติกากำลังแบกสีหน้าแช่มชื่นออกจากห้องเพื่อไปทำงาน ต้นเหตุแห่งความอิ่มเอมใจที่ยังผลให้ใบหน้าสวยเปื้อนยิ้ม เพราะเมื่อคืนก่อนนอนบุรุษห้องตรงข้ามมาเคาะประตูเพื่อบอกราตรีสวัสดิ์

                ‘ฝันดีนะครับ’ เวทิศโน้มตัวเข้าใกล้จนจมูกเกือบเฉียดแก้มเนียนแต่เพราะเธอผงะหลบทันหรอก เขาจึงพลาดแก้มใสๆ นั้น คีติกาบอกว่าหอมแก้มได้แต่ไยถึงยังบ่ายเบี่ยงไม่เลิก แต่อย่างน้อยเธอก็ยิ้มเขินซึ่งดีกว่าความหวาดหวั่นในแววตาเช่นคืนนั้น

                ‘กู๊ดไนท์ค่ะ’

                ‘กำแพงความกลัวที่น้ำหนาวสร้างขึ้นพี่จะเป็นคนทลายมันเอง แต่จะเป็นไปด้วยความอ่อนโยนไม่เร่งเร้า กระทั่งไม่หลงเหลือความกลัวเหล่านั้นอีกเลย จนในที่สุดฝันร้ายของน้ำหนาวจะกลายเป็นเพียงความทรงจำที่ไม่เจ็บปวดอีกต่อไป’ ฝ่ามือหนาของชายหนุ่มเอื้อมมาสัมผัสแก้มเนียนของหล่อน ไล้นิ้วโป้งอย่างเบามือก่อนผละกลับเข้าห้องตัวเอง

                พอนึกถึงความละมุนที่เกิดขึ้นทีไรก็รู้สึกจั๊กจี้หัวใจทุกครั้ง คีติกากำลังจะเปิดประตูออกจากห้อง แต่ได้ยินเสียงโปรแกรมแชทดังขึ้นเสียก่อน ทว่ามันไม่ได้มาจากกระเป๋าถือของเธอหากแต่เป็นเสียงที่ดังอยู่บนเคาน์เตอร์ในครัว คีติกาส่ายหน้าให้กับความขี้หลงขี้ลืมของตัวเองก่อนเดินกลับไปหยิบสมาร์ตโฟนเครื่องแพง นึกขอบคุณคนที่ส่งข้อความมาได้จังหวะพอดี ไม่งั้นหล่อนคงหัวเสียที่ต้องวกกลับมาเอาโทรศัพท์

                “ไหนดูสิใครส่งอะไรมา ยายจูนเองเหรอ” คีติกาปรับความเข้าใจกับจิรัศยาได้แล้วโดยมีจิรภัทรเป็นกาวประสาน อันที่จริงหล่อนไม่ได้โกรธอะไรนักหนาหรอกเพียงแค่น้อยใจที่เพื่อนคิดเช่นนั้น

                คีติกาเปิดดูข้อความที่เพื่อนสาวส่งมา พลันอารมณ์สุขใจและรอยยิ้มสดใสเมื่อครู่ก็หายไปเกือบสิ้น

                ‘ย่องเงียบขึ้นคอนโดฯ ดาราสาว ก. ควงหนุ่มไฮโซกล้ามแน่นอักษรย่อ ม. ขึ้นห้อง งานนี้จะมีลุ้นได้เลื่อนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟนไหมนะ’   

                “ถ้าภาพจะชัดขนาดนี้ไม่ต้องใช้อักษรย่อก็ได้มั้ง” มือบางกำรอบโทรศัพท์แน่น สายตาหล่อนแข็งกร้าวพร้อมเอาเรื่อง เว็บไซต์ข่าวบันเทิงที่จิรัศยาส่งมาลงเรื่องซุบซิบของเกวลีกับมหากุล พร้อมแนบภาพใบหน้าคมชัดโดยไม่ต้องเดาให้เหนื่อยสมองว่าพาดหัวนั้นหมายถึงใคร เนื้อข่าวระบุว่าเกิดขึ้นเมื่อคืน นั่นคือตอนที่เขาเพิ่งกลับมาแล้วแวะบอกฝันดีเธอหรือเปล่า

                “เฮงซวย!” คีติกาสบถสาบานแล้วเดินปึงปังออกไปจากห้อง ทว่าไม่ได้ตรงไปทำงานทันที เธอแวะเคาะห้องมหากุล แต่จนแล้วจนรอด จนผู้พักอาศัยแถวนั้นพากันชะโงกหน้าออกมามอง เงาของชายหนุ่มที่เธออยากเจอก็ไม่โผล่ออกมาให้เห็น คีติกาจึงยอมล่าถอยและคิดจะโทร.เฉ่งแทน แต่สติสตังฝ่ายดีรีบฉุดไว้ก่อนที่เธอจะทำอะไรงี่เง่า เหตุผลส่วนหนึ่งที่ทำให้ความสัมพันธ์ของมหากุลและคีติการ้าวฉานเมื่อตอนอยู่ที่ประเทศอังกฤษก็เป็นเพราะอารมณ์ร้าย และความงี่เง่าเอาแต่ใจของเธอนี่แหละ ดังนั้นดีไซน์เนอร์สาวจึงปิดเปลือกตาและผ่อนลมหายใจเข้าออกช้าๆ เพื่อกดอารมณ์พลางนับหนึ่งถึงสิบอยู่ในใจ

....................................  ......................  .................................

 

                ภายในห้องนั่งเล่นแบบโปร่งโล่ง กั้นผนังรอบด้านด้วยกระจกใส ด้านบนหลังคาเปิดรับแสงสว่างด้วยระบบม่านอัตโนมัติทำให้มองเห็นวิวกว้างไกลทั้งจากบนท้องฟ้าลามไล่ไปถึงสวนสวยที่รายล้อมด้วยแมกไม้ภายในอาณาบริเวณคฤหาสน์พิพัศเกียรติ ทว่าความสวยงามของธรรมชาติที่แผ่อิทธิพลเข้ามาในห้องนั่งเล่นแห่งนี้หาได้ช่วยลดทอนบรรยากาศมาคุให้ดีขึ้นไม่ ทันทีที่นางภีมพิมลทราบข่าวคาวๆ ที่ลูกชายตัวดีไปก่อไว้ หล่อนก็จัดการสั่งสอนกึ่งต่อว่าเสียยกใหญ่ เวทิศในร่างมหากุลได้แต่ทำสีหน้าปั้นยากและเบี่ยงกายหลบฝ่ามือมารดาที่คอยฟาดใส่เขา

                “เราทำแบบนี้ได้ไงตากุล ไม่ไว้หน้าแม่ ไม่ไว้หน้าหนูหนึ่งบ้างเลย”

                “แล้วมันผิดยังไงล่ะครับในเมื่อไม่มีอะไรเกิดขึ้นสักหน่อย” เทพหนุ่มยังคงเถียงด้วยความไม่รู้ แม้พฤติกรรมของมนุษย์ตลอดจนการดำรงชีวิตของเผ่าพันธุ์นี้แทรกซึมในความเข้าใจของเขาบ้างแล้ว แต่ยังมีรายละเอียดยิบย่อยอีกร้อยพันเรื่องราวที่ไม่อาจประมวลผลได้หมดในระยะเวลาสั้นๆ

                “ควงกันขึ้นคอนโดฯ หน้าตาแช่มชื่นแบบนั้นมันไม่เสียหายได้ยังไง ถึงแม้ว่าจริงๆ แล้วจะไม่มีอะไรเกินเลยมากกว่าพูดคุยกัน แต่คนอื่นๆ เขาเชื่อไม่ลงหรอกนะ ถึงจะปฏิเสธยังไงก็ฟังไม่ขึ้น”

                “ทำไมมนุษย์ต้องคอยเอาชีวิตไปผูกไว้กับลมปากคนอื่นด้วย”

                “ยังจะเถียงข้างๆ คูๆ อีกเหรอ” ฝ่ามือเหี่ยวย่นฟาดใส่แขนเวทิศอีกสองครั้งจนชายหนุ่มเบ้หน้าและก้าวถอยหลังไปอีกก้าว

                “อย่าคิดมากสิคะคุณแม่ กุลมันโตแล้วนะ โตจนจะแก่แล้วด้วย” มหาธนเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นพร้อมแก้วชาสีหม่นที่กำลังยกขึ้นจิบ “และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีข่าวกับเกวลีซะหน่อย”

                “แม่รู้ แต่ที่แม่โกรธเพราะครั้งนี้มันดูเสียหายกว่าครั้งก่อนๆ ไง” ตลอดเวลาที่ผ่านมามหากุลมีข่าวกับเกวลีเพียงแค่ภาพไปทานข้าวหรือรับส่งกันที่กองถ่ายเท่านั้น ไม่เคยถึงขั้นมีภาพควงขึ้นห้องเช่นครั้งนี้ เพราะมหากุลและเกวลีต่างระมัดระวังแยกกันกลับคอนโดฯ คนละช่วงเวลาจึงไม่มีใครจับพิรุธได้

                “แต่อย่างน้อยเกวลีก็ดีกว่าน้ำหนาวนะคะหากจะแต่งเข้าบ้านพิพัศเกียรติ” มหาธนทำเป็นกระซิบกับมารดา แต่เวทิศก็ได้ยินชัดถ้อยชัดคำจึงตวัดตาดุใส่พี่ชายของมหากุล

                “จะเป็นใครไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากหนูน้ำหนึ่ง” ภีมพิมลลั่นวาจาเสียงหนักแน่น หล่อนยืนยันความประสงค์ในเรื่องนี้มาช้านานและไม่อาจทำใจเปลี่ยนแปลงได้ อคติที่มีต่อคีติกาก็เริ่มพอกสูงขึ้นทุกวัน ยิ่งหลังๆ ความเคารพยำเกรงเด็กคนนั้นยิ่งมอบให้หล่อนน้อยลงทุกที แล้วแบบนี้จะให้ภีมพิมลเปิดใจรับยังไงไหว

                มหาธนยิ้มแหยให้มารดาก่อนเดินไปนั่งที่โซฟาสไตล์วินเทจพร้อมกดรีโมทเปิดทีวีหวังให้มารดาหยุดพล่ามน้องชายเรื่องเกวลีเสียที เพราะเขาเองก็ได้ยินภีมพิมลบ่นประเด็นนี้มาเกือบค่อนชั่วโมงแล้ว ทว่าช่องแรกที่ภาพจากจอยักษ์ฉายดันเป็นข่าวของเกวลีในวงสัมภาษณ์ของนักข่าว มีพาดหัวเล็กๆ ตรงแถบด้านล่างอันบ่งบอกว่ากำลังพูดถึงเรื่องมหากุล มหาธนจึงรีบฉวยรีโมทที่เพิ่งวางลงเพื่อเปลี่ยนช่องแต่ไม่ทันเสียงกร้าวของมารดา

                “เร่งเสียงให้ดังกว่านี้สิตาธีร์”

                นักข่าว: สรุปว่าข่าวที่ควงกันขึ้นคอนโดฯ เป็นเรื่องจริงไหมคะ

                เกวลี: ก็แหม ภาพชัดซะขนาดนั้น พี่นักข่าวที่เอารูปไปลงก็ไม่คิดเบลอให้สักหน่อยเลยนะคะ ฮ่าๆ...ก็ชัดเจนขนาดนี้เกลคงปฏิเสธไม่ได้แล้วล่ะค่ะ

                นักข่าว: ตกลงความสัมพันธ์กับคุณมหากุลเป็นยังไงกันแน่คะ ตอนนี้ได้ข่าวว่าคุณกุลโสดแล้วด้วย

                เกวลี: ก็กำลังดูๆ กันอยู่ค่ะ คือกุลเขาไม่อยากให้เปิดเผยเท่าไหร่ อยากให้ค่อยเป็นค่อยไปมากกว่า แต่ดันมีภาพหลุดไม่น่ารักออกมาเสียก่อน กุลก็เลยอนุญาตให้เกลออกมาพูดได้น่ะค่ะ

                “ผมไม่ได้พูดอะไรแบบนั้นเลยนะ!” เวทิศร้องปฏิเสธทันควันที่ได้ยินดาราสาวอ้างเช่นนั้น เกวลีแสบสันจริงๆ นี่สินะการแก้แค้นของหล่อน ถือว่าเดินเกมไวใช้ได้

                “เงียบไปเลยนะ แล้วนี่จะเอายังไง” ภีมพิมลยังคงตีหน้ายักษ์ใส่ลูกชายคนรองไม่เลิก เวทิศได้แต่เกาท้ายทอยถอนหายใจกลัดกลุ้ม เขาทำท่าไม่อยากรับรู้อะไรแล้วจึงหมุนตัวเพื่อออกไปจากห้องนั่งเล่น แต่แขกอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาราวกับร่ายมนตร์ตรึงสายตาและฝีเท้าของชายหนุ่มให้ชะงักอยู่กับที่

                “สวัสดีค่ะพี่กุล” คติยาประนมมือไหว้พร้อมรอยยิ้มครึ่งปาก “เปิดตัวคบกับพี่เกลแล้วเหรอคะ แล้วน้องสาวหนึ่งล่ะพี่จะทำยังไง พี่กุลคิดดีแล้วเหรอคะที่เล่นกับน้ำหนาวแบบนี้”

                เขาไม่ได้เล่น ไม่อยากเล่นเลยด้วยซ้ำ ประโยคคำถามของคติยาคล้ายคำเตือนเชิงข่มขู่เสียมากกว่า “เกวลีคิดเองเออเองทั้งนั้น พี่ไม่รู้อะไรด้วยเลย”

                “งั้นพี่กุลก็เตรียมตัวรับพายุที่ชื่อว่าน้ำหนาวให้ดีก็แล้วกันค่ะ” รอยยิ้มของหล่อนดูเหมือนให้กำลังใจด้วยความหวังดีแต่ทำไมเวทิศกลับรู้สึกว่าคล้ายโดนสมน้ำหน้าอยู่ในที คติยาเดินเข้าไปทักทายภีมพิมลและมหาธนพร้อมตระกร้าของฝากที่หล่อนหิ้วมาจากบ้าน

                “จะไปไหนตากุล แม่ยังคุยไม่จบเลยนะ” ภีมพิมลร้องเรียกเมื่อเห็นลูกชายตัวดีกำลังจะเดินหนีอีกครา

                “จบเหอะขอร้อง” หูเขาชาไปหมดแล้วเนี่ย สิ่งมีชีวิตที่เรียกว่ามารดาเป็นแบบนี้เหมือนกันหมดไหมนะ ทำไมต้องหวงห่วงจนเกินเรื่องด้วย เพราะมีแม่ดุและเจ้ากี้เจ้าการเช่นนี้สินะมหากุลถึงยอมทำทุกๆ อย่างตามใจภีมพิมล แม้กระทั่งการหมั้นหมายกับผู้หญิงที่ (ตอนนั้น) ไม่ได้รัก ทั้งที่รู้ดีว่าอาจเป็นชนวนให้สองพี่น้องแตกแยก ไม่ได้หรอก เวทิศต้องละลายนิสัยของภีมพิมลเสียบ้าง ที่ผ่านมาหล่อนได้ดั่งใจกับลูกชายมาทุกๆ เรื่องแล้ว ถึงเวลาที่ต้องถูกปฏิวัติเสียใหม่

                “เรานี่ใช้ไม่ได้เลยนะ ฟื้นขึ้นมาเป็นคนละคนยังพอทน แต่มีเรื่องคาวๆ กับผู้หญิงแบบนี้แม่รับไม่ได้” ภีมพิมลที่เพิ่งทรุดนั่งพักหายใจเพียงชั่วครู่ลุกขึ้นมาต่อว่าอีกหน “ไม่รู้ล่ะนะ ลูกสะใภ้แม่จะเป็นใครไม่ได้ทั้งนั้นนอกจากน้ำหนึ่งคนเดียว”

                ร่างสูงหันกลับมาใช้สายตาคมดุในแบบที่ไม่ใช่ลูกมองแม่ เขาจ้องภีมพิมลหลายวินาทีก่อนเอ่ยออกไป “ถึงเป็นแม่ผู้ให้กำเนิดแต่ก็ไม่ได้หมายความว่ามีสิทธิ์ในชีวิตลูกอย่างเต็มที่ แม่ก็ส่วนแม่ ลูกก็ส่วนลูก”

                “ตากุล” ผู้เป็นมารดาถึงกับเอามือทาบอก ความรู้สึกเย็นวาบถูกสาดกระแทกไปถึงขั้วหัวใจ ทั้งสายตาและคำพูดช่างเสียดแทงความรู้สึกนางยิ่งนัก มหาธนเองก็ตกตะลึงไม่ต่างกันเขาเข้ามาโอบไหล่มารดาที่กำลังยืนโอนเอนและตั้งท่าจะต่อว่าน้องชาย แต่คติยาไม่อยากให้สายสัมพันธ์ในครอบครัวร้าวฉานเธอจึงอาสาเป็นกาวประสาน

                “พี่กุลคะหนึ่งขอคุยด้วยหน่อยสิคะ” เธอไม่รอให้เขาปฏิเสธหรือตอบรับ ร่างบางสาวเท้าไปหาพร้อมดันแขนพาไปยังมุมนั่งเล่นริมสระว่ายน้ำ เวทิศทรุดนั่งพลางผ่อนลมหายใจแห่งความเหนื่อยหนัก

                “ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” ร่างบางเริ่มต้นประโยคด้วยการปลอบประโลม เธอปล่อยให้เขานั่งเงียบๆ โดยไม่ปริปากเอ่ยถามหรือคาดคั้น คติยาคิดว่ามหากุลคงเจอแรงกดดันมหาศาลจากมารดามาตั้งแต่เช้าแล้ว เธอควรทำตัวเป็นสายลมอ่อนๆ เป็นเก้าอี้ให้เขานั่งพัก เหมือนช่วงเวลาที่หมั้นหมายกัน มหากุลเคยออกปากว่าเขาชอบที่คติยาเป็นตัวของตัวเอง ไม่ก้าวก่ายชีวิตส่วนตัวของเขา เธอให้ความสบายใจและเป็นที่ปรึกษาในชีวิตได้ดี

                “ไม่คิดเลยว่าเกวลีจะทำแบบนี้” เวทิศเอ่ยขึ้นหลังจากเงียบไปนาน

                “ทำอะไรเหรอคะ”

                “ก็เรื่องข่าวนั่นไง จริงๆ แล้วแค่ขึ้นไปคุยกันในห้องไม่ได้มีอะไรเกินเลยด้วยซ้ำ” หากว่าเขาไม่เข้มแข็งพอและไม่หวนระลึกคำสั่งห้ามของยมทูต เรื่องเกินเลยก็อาจมีสิทธิ์เกิดขึ้นจริง ก็หล่อนเล่นแก้ผ้ายั่วยวนซะขนาดนั้นผู้ชายอกสามศอกที่ไหนจะทนไหว

                คติยาคลี่ยิ้มเล็กน้อยเมื่อเรื่องราวในสมองกำลังวิ่งประสานรอยต่อและทำให้เธอเดาออกได้ในที่สุด เกวลีทราบว่าเธอกับมหากุลถอนหมั้นกันเรียบร้อยแล้ว คนที่จ้องเสียบตลอดเวลาเช่นนั้นมีหรือจะอยู่เฉยๆ รอให้คีติกาที่เป็นเหมือนอริร้ายได้มหากุลไปครอง พอคิดมาถึงตรงนี้ความสดใสบนใบหน้าสวยหวานกลับถูกแทนที่ด้วยแววตาตื่นเหมือนเพิ่งฉุกคิดอะไรได้

                ‘ในเมื่อพี่ไม่ยอมถอนหมั้น หนาวก็จะทำให้พี่กุลเป็นของหนาวอย่างไม่อาจหลีกเลี่ยงได้’ ดวงตาแข็งกร้าว คำพูดที่กรุ่นด้วยอารมณ์ของคีติกาฉายกลับเข้ามาในหัวคติยาราวกับภาพบนโปรเจ๊กเตอร์ เหตุการณ์ถกเถียงนี้เกิดขึ้นราวหนึ่งสัปดาห์ก่อนงานวันเกิดของจิรัศยา 

                ‘พี่ไม่กล้าถอนหมั้นเพราะคุณป้าพิมลขอร้องไว้’ คติยาอึดอัดใจเหลือเกินกับสถานการณ์ที่บีบทางเลือกเธอให้แคบลงเช่นนี้

                ‘คุณป้าพิมลไม่ใช่แม่ซะหน่อย พี่จะต้องกลัวอะไรขนาดนั้น หนาวรู้ว่าพี่หนึ่งมีใจให้พี่กุล แต่หนาวไม่สนเพราะพี่รับปากแล้วว่าจะไม่รักเขา สัญญาดิบดีว่าจะไม่มีทางให้งานแต่งงานเกิดขึ้น แต่นี่อะไร ดูสิ่งที่มันเกิดขึ้นสิ พี่กำลังขโมยผู้ชายของน้องนะ พี่มันหน้าด้าน!’

                คติยาปวดหนึบไปทั้งใจจนน้ำตาไหลออกมาอย่างสุดจะกลั้น ทำไมความรักของเธอถึงได้ผิดที่ผิดทางเช่นนี้ ถูกกล่าวหาว่าขโมยผู้ชายของน้องสาว คำพูดเสียดแทงเช่นนั้นมันเกินจะรับไหวจริงๆ

                ‘ซ้อมร้องไห้ไว้เถอะค่ะ ในเมื่อพี่หนึ่งไม่กล้าหือกับป้าพิมล หนาวก็จะใช้สื่อเป็นเครื่องมือเอง ยอมเสียชื่อเสียงสักหน่อยก็คงไม่เป็นไร เมื่อได้ทุกอย่างตามต้องการแล้วอีกหน่อยคนก็ลืมกันไปเอง’

                คติยาไม่ค่อยเข้าใจนักกับกลวิธีที่น้องสาวบอกว่าจะใช้เพื่อบีบบังคับให้การถอนหมั้นเป็นไปได้ กระทั่งได้เห็นข่าวของเกวลีวันนี้สิ่งที่เคยคาใจทั้งหลายก็ราวกับถูกแหวกให้กระจ่าง

                “น้ำหนึ่ง...” เวทิศโบกมือไหวๆ เฉียดใบหน้างามเมื่อเห็นหญิงสาวเหม่อลอยไม่ตอบสนองต่อบทสนทนาก่อนหน้า “คิดอะไรอยู่ครับ”

                ดวงตาที่กักเก็บความรู้สึกหลากหลายเงยสบร่างสูงนิ่ง คติยารวบรวมความกล้าแล้วกล่าวออกไป “ความทรงจำของพี่กุลช่วยกลับมาทีได้ไหมคะ มีเรื่องที่หนึ่งข้องใจมากอยากถามให้รู้คำตอบเร็วๆ”

                “เรื่องอะไรเหรอครับ” ดวงตาที่เริ่มแดงก่ำของหล่อนชักทำเขาอยากรู้คำตอบมากขึ้น คติยาหลุบตาต่ำนิ่งงันอย่างชั่งใจจนในที่สุดหล่อนก็ยอมเปิดเผยออกมา

                “หนึ่งอยากรู้ว่าคืนเกิดเหตุในงานวันเกิดจูน พี่ตั้งใจตามน้ำหนาวไปที่คอนโดฯ ใช่ไหม ทั้งพี่กุลและน้ำหนาวตั้งใจร่วมมือกันเพื่อสร้างข่าวฉาวหรือเปล่า แต่ดันเกิดเหตุการณ์ร้ายขึ้นก่อน”

                “ข่าวฉาวอะไร ยิ่งพูดยิ่งไม่เข้าใจ”

                “ข่าวของพี่เกลกับพี่กุลที่เกิดขึ้นตอนนี้หนึ่งคิดว่าคือวิธีที่น้ำหนาวจะใช้เพื่อให้เราถอนหมั้นกัน การเป็นข่าวสำหรับคนดังอย่างพี่และน้ำหนาวแล้วมันสามารถสร้างอิทธิพลได้อย่างไม่น่าเชื่อ” คติยาชะงัก ม่านตาเบิกกว้างอย่างตกใจ “หรือจริงๆ แล้วคืนนั้นน้ำหนาวอาจไม่ได้เมาอย่างที่เข้าใจ”

                ไม่มีบทสนทนาต่อจากนั้นเพราะต่างฝ่ายต่างปล่อยความคิดให้ทำงานท่ามกลางเสียงน้ำตกที่สร้างความชุ่มฉ่ำให้แก่บรรยากาศ แต่ไม่อาจชะโลมจิตใจของชายหญิงทั้งคู่ให้หยุดฟุ้งซ่านได้ ข้อมูลใหม่ที่ได้รับจากคติยามีอิทธิพลต่อความคิดของเวทิศไม่น้อย หากคืนนั้นคีติกาไม่ได้เมาจริง นั่นแปลว่าเธอเสแสร้งเพื่อให้มหากุลตามเธอไปที่คอนโดฯ แล้วจัดการสร้างข่าวฉาวอย่างที่เกวลีทำกับเขาตอนนี้น่ะเหรอ?

ความคิดเห็น