ลิตเติ้ลมักเกิ้ล / ตรงนู้นก็ไล่มาเล่นตรงนี้
facebook-icon Twitter-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.10 [ผมรักคุณ] THE END PART

ชื่อตอน : Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.10 [ผมรักคุณ] THE END PART

คำค้น : แวมไพร์ , ไวท์กัปตัน , ปุณณ์โน่ , เงินออกัส , midnight society , midnight , society , vampire , lovesick , ผีดิบ

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 2.1k

ความคิดเห็น : 12

ปรับปรุงล่าสุด : 07 พ.ค. 2559 15:15 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก EP.10 [ผมรักคุณ] THE END PART
แบบอักษร

 

Midnight Society สวัสดีคุณแวมไพร์ที่รัก

 

PARTแรก กัส+เงิน / ตอนที่ 10 [ผมรักคุณ]

 

 

...........................................................

 

เครื่องบินพาณิชย์ลงจอดที่สนามบินบูคาเรตส์ สนามบินที่ใกล้ที่สุดในการเดินทางกลับปราสาทอลาสเตอร์ น้ำเงินต้องขึ้นแท็กซี่และต่อรถไฟฟ้ามาอีกทาง ถึงจะเจอลุงอาเธอร์มารอรับเขาอยู่ ครั้งนี้สัตวแพทย์ตื่นเต้นกว่าครั้งแรกในการมาเยือนที่นี่ เพราะเขารู้แล้วว่าเป้าหมายในการมาครั้งนี้คืออะไร

ของฝากมากมายจากเมืองไทยอัดแน่นอยู่เต็มกระเป๋า นั่นไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขาตื่นเต้น แต่ความตื่นเต้นมาจากการที่จะได้พบหน้าออกัสเตียน อลาสเตอร์ ในอีกสามชั่วโมงข้างหน้าต่างหาก

สายตาของน้ำเงินไม่ได้มองเห็นบรรยากาศข้างทางเลย ตรงกันข้าม เขากลับมองเห็นแต่ภาพของปราสาทหลังใหญ่ที่ตั้งอยู่ห่างไกลจากผู้คน ม้ายูนิคอร์น และชายร่างสูงนัยน์ตาสีอัลมอนด์คนนั้น

นั่นคือภาพที่อยู่ในใจเขาตลอดระยะเวลา ๑ สัปดาห์ในการเดินทางกลับไปพักผ่อนที่เมืองไทย

.

ไม่นานนัก ตึกสูงเด่นก็ตั้งอยู่ไกลจากสายตาลิบๆ น้ำเงินใจเต้นแรงยิ่งกว่าครั้งไหนๆ เพราะนี่คือครั้งแรกที่ผู้ชายแมนๆ อย่างเขา กำลังจะเดินไปบอกว่า “ผมไม่ได้คิดกับคุณแค่เจ้านาย” กับผู้ชายอีกคนที่หล่อและรวยมาก มิหนำซ้ำ ยังไม่ใช่คนธรรมดา แต่เป็นถึงแวมไพร์หนุ่มทรงเสน่ห์ แถมมีพี่ชายดุยิ่งหว่า หม... เอ่อ ยิ่งกว่าเสือซะอีก

กระเป๋าถูกโยนทิ้งให้พ้นมือทันทีที่ถึงรั้วปราสาท เขาวิ่งเร็วที่สุดเพื่อเข้าไปข้างในและเดินหาเจ้าของปราสาทจนเหนื่อยหอบ ถึงแม้เวลานี้จะเป็นเวลา 23.00 น. แล้ว น้ำเงินก็รู้ว่านี่คือเวลาที่ไม่ต้องเกรงใจ จะวิ่งหรือตีลังกาทั่วบ้านก็เอาเถอะถ้าทำได้ คนที่นี่เขาไม่ถือ

“คุณออกัสล่ะครับ” เสียงเข้มถามป้าแม่บ้าน

เธอพยักหน้าขึ้นไปบนชั้นสาม น้ำเงินมองตามเพดานขึ้นไป และรู้ดีว่าตัวเองมีสิทธิ์แค่นั่งรออยู่ตรงนี้จนกว่าออกัสจะลงมาเอง ถ้าหากว่าจะไม่มีเสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาจากทางด้านบนเสียก่อน

.

.

#เสียงจากน้ำเงิน

“ขึ้นมาสิ ฉันอยู่ห้องพี่ไวท์” เสียงของออกัสเรียกผม ผมรีบวิ่งฝ่าด่านยามร่างยักษ์ 2 คนพุ่งพรวดขึ้นมาถึงชั้น 3 ภายในเวลาไม่กี่นาที สุดท้ายก็รู้ว่าไม่น่าทำแบบนั้นเลย ถ้าต้องมายืนหอบแฮ่กเป็นหมาแบบตอนนี้ล่ะก็

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

ผมเคาะประตูก่อนขออนุญาตเข้าห้อง “เข้าไปเลยนะครับ”

“อืม”

ผมแทบไม่รอฟังเสียงตอบด้วยซ้ำ สองท้าวพาตัวเองก้าวเข้ามานั่งข้างในห้องกว้าง ไอหมอกเย็นๆ ยังคงลอยต่ำเลียดพื้น โลงทรงหกเหลี่ยมสีทองยังตั้งเด่นอยู่กลางห้อง และร่างสูงของออกัส นั่งอยู่ข้างๆ กัน ในมือถือกรอบรูปพี่ชายที่ถ่ายคู่กับเขาสมัยเรียนมัธยมไว้ด้วย

ผมค่อยๆ ก้าวเข้าไปใกล้ๆ และนั่งลงข้างๆ อย่างช้าๆ

“คิดอะไรอยู่เหรอครับ”

ออกัสนิ่ง มีเพียงสายตาที่ยากจะเดาความคิดจ้องมองไปที่รูปภาพของพี่ชายเขาเท่านั้น

ผมไม่ได้พูดอะไร นอกจากนั่งข้างๆ เขาเงียบๆ

“นาย”

“ครับ”

“เมืองไทยเป็นยังไงบ้าง” เขาถามผมขึ้นก่อน

.

“ดีครับ แต่ช่วงนี้ฤดูร้อน อากาศร้อนกว่าที่นี่สองสามเท่าเห็นจะได้”

“เหรอ”

“ครับ”

ออกัสคงจะถามผมไปอย่างนั้น เขาดูไม่ค่อยสนใจในคำตอบของผมเท่าไหร่เพราะว่าจิตใจคงอยู่กับการนั่งเหม่อมองรูปพี่ชายมากกว่า

“คุณมีเรื่องไม่สบายใจเหรอครับ”

“เปล่าหรอก”

“.....”

“ฉันแค่นึกถึงตอนที่พี่ชายฉันเขาจะตื่นขึ้นมาน่ะ”

“ครับ?”

“นายคิดว่า พี่ชายฉันเขาจะคิดยังไง”

“คิดเรื่องอะไร” ผมถาอย่างไม่เข้าใจ

.

มิสเตอร์อลาสเตอร์ถอนหายใจเบาๆ แล้วหันหน้ามามองหน้าผมด้วยแววตาสับสน “ก็เรื่องของเรา...เรื่องความรู้สึก...ของนาย กับฉัน”

ผมเอง ก็มองตอบกลับไปอย่างไม่หลบสายตา นี่เป็นครั้งแรกที่ผมเห็นออกัสผู้เย่อหยิ่ง มีความอ่อนแอให้ผู้อื่นเห็น น้อยนักที่จะเห็นเขาเป็นแบบนี้

“ผมก็ไม่รู้”

“.....”

“แต่ผมคิดว่า จริงๆ พี่คุณคงไม่ใจร้าย เพราะเรื่องความรัก...”

“ก็เพราะว่ามันเป็นเรื่องความรักนี่แหละ ฉันถึงได้กลัว” ออกัสพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า

.

ผมไม่เข้าใจว่าเขากำลังหมายถึงอะไร พี่ชายเขาผ่านพบกับอะไรมา ผมรู้แค่ว่ารักก็คือรัก เหมือนที่กัปตันเคยพูดไว้ไง

“กลัวทำไมเหรอ”

“ก็...”

“คุณรู้มั้ย ว่าผมต้องใช้ความกล้าแค่ไหน ที่จะบอกพ่อแม่ว่าผมรู้สึกยังไงกับคุณ”

“.....”

“คุณรู้มั้ยว่าผมต้องใช้ความกล้าแค่ไหนที่จะสารภาพเรื่องนี้กับเฟียร์”

“.....”

“แล้วคุณรู้มั้ยว่าผมต้องใช้ความกล้าแค่ไหน ถึงจะกล้ามานั่งบอกว่ารักคุณต่อหน้าโลงศพของพี่ชายคุณตรงนี้”

.

ริมฝีปากบางสวยประทับจูบผมลงมาอย่างเร่าร้อน มือของเขาที่จับหัวไหล่ผมรั้งเข้าไปหาเย็นเฉียบเหมือนน้ำแข็ง ผมหลับตาแน่นรับสัมผัสหวามหวิวแล่นปราดไปทั่วร่างกาย รสจูบที่เต็มไปด้วยแรงปรารถนาและความรู้สึกอื่นๆ ปะปนกัน ผมจับแขนเขาไว้เพื่อทรงตัวไม่ให้ล้ม จนกว่าออกัสจะจูบผมอย่างพอใจ

.

เสียงลมหายใจของเรารินรดกันเบาๆ

“นายรู้ใช่มั้ยว่าฉันเป็นผู้ชาย”

.

ผมพยักหน้า

.

“แล้วนายก็เป็นผู้ชาย”

ผมพยักหน้าอีกครั้ง

“เราสองคนต่างกันมาก ฉันเป็นแวมไพร์ ส่วนนายเป็นมนุษย์”

“ครับ”

“แล้วนายก็ยังยืนยันว่ารักฉัน ... อย่างนั้นเหรอ?”

“ถ้าผมไม่รักคุณ ผมจะไม่กลับมาที่นี่”

“.....” ออกัสมองจ้องลึกเข้ามาในแววตาของผม มือเย็นของเขาสั่นเล็กน้อย แต่ยังประคองไหล่ผมเอาไว้

“ฉันไม่ชอบคนกลับคำพูดนะ”

“นั่นไม่ใช่ผม”

“ฉันไม่อยู่ข้างล่าง”

.

หืม??

.

“อะไรนะครับ”

“ฟังนะน้ำเงิน” เขายืดตัวขึ้น และจับแขนผมให้หันหน้ามาคุยกันอย่างจริงจัง

“ถ้าเราจะคบกันจริงๆ นายจะรู้ได้ยังไงว่าในอนาคตนายจะไม่เบื่อฉัน หรือฉันจะไม่เบื่อนาย นายจะรู้ได้ยังไงว่านี่คือความรักจริงๆ ยังมีอะไรหลายอย่างเกี่ยวกับครอบครัวเราที่นายยังไม่รู้ แล้วนายจะรู้ได้ยังไงว่าเราจะเข้ากันได้”

“ผมไม่รู้หรอก” ผมตอบ

จริงๆ คำถามที่ออกัสถามมา ก็เป็นสิ่งที่ผมเองก็คิดอยู่ ผมมองไม่เห็นทางข้างหน้าเลย ไม่มีอะไรที่เรียกว่าอนาคตเลย ผมไม่รู้ว่าการคบกับแวมไพร์จะทำให้ชีวิตของผมเปลี่ยนไปในทิศทางไหน ผมจะกัดคอผม? ผมจะกลายเป็นแวมไพร์? หรือผมจะต้องเป็นคนเลี้ยงม้ายูนิคอร์นไปตลอดชีวิต?

.

ไม่มีใครรู้

.

“ผมรู้แค่ว่า ผมรักคุณ” ผมบอกเสียงอ่อยๆ “แล้วคุณก็รักผม? มั้ย?”

“หึ” เขาหัวเราะเบาๆ และปล่อยมือออกจากผมไปกอดอกไว้

“ส่วนเรื่องเข้ากันได้หรือไม่ได้ ก็อาจต้องลองดูสักครั้ง”

“ไอ้บ้านี่” เสียงหัวเราะทุ้มๆ ดังลอดออกมาจากลำคออย่างสดใส ผมโล่งใจไปเปลาะหนึ่งที่อย่างน้อยตอนนี้ออกัสก็ไม่ได้นั่งหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนตอนที่ผมเดินเข้าห้องมาใหม่ๆ เขาดูผ่อนคลายและสบายใจขึ้นมาก มากจนกล้าพูดประโยคต่อไปออกมา

“อย่าลืมล่ะ ฉันไม่อยู่ข้างล่าง”

“นี่คุณ!” ผมฟาดแขนเขาอย่างแรง

ไอ้หมอนั่นไม่ได้ถอนคำพูด เอาแต่หัวเราะลั่น “ก็มันจริงนี่”

“บ้าบอ”

“ฉันน่ะเหรอ ถ้าฉันบ้านายก็คงบ้าไม่น้อยไปกว่ากันเท่าไหร่”

“ไม่มีใครบ้าเท่าคุณ”

“แล้วการที่นายมาบอกรักฉันต่อหน้าพี่ชายนี่ไม่เรียกว่าบ้า?”

“คุณกัส!!!!!” ผมถลึงตาใส่

.

ให้ตายเหอะ น่าเอากระเทียมยัดปากนัก

.

“ฮ่าๆ เอาเถอะ เรายังพอมีเวลาก่อนที่พี่ไวท์จะตื่นขึ้นมาในตอนเที่ยงคืน”

“เที่ยงคืนวันนี้?”

“ใช่”

.

ผมสูดลมหายใจเข้าลึกๆ พอจะตื่นก็ตื่นขึ้นมาไม่ให้ตั้งหลัก แถมตื่นมาจะดีจะร้ายก็ไม่รู้

.

“เอ้อ คุณว่าเราพอมีเวลา?”

“ก็ใช่น่ะสิ” ไอ้แวมไพร์นั่นหันมามองหน้าผมด้วยสายตากรุ้มกริ่ม

แถมยังขยับเข้ามาเบียดใกล้ชิดจนผมอึดอัด “ก็นายอยากรู้ไม่ใช่เหรอ ว่าเราเข้ากันได้รึเปล่า”

“คุณกัส ผมไม่เล่นนะ” ผมถอยหนี

“ถ้าไม่ลองแล้วจะรู้ได้ยังไง”

“ผ ผมง่วงแล้ว”

“เก่งให้เหมือนปากหน่อยซี้ น้ำเงิน...”

“หยุดใช้น้ำเสียงน่าขนลุกแบบนั้นเลยนะ” ผมชี้หน้าเขาต่ำ ๆ แล้วถอยหลังมาจนเกือบติดกำแพง

.

ไอ้บ้านี่ พอทำตาเจ้าชู้แบบนั้นแล้วน่ากลัวมากเลย

ผมสีน้ำตาลเข้มช็อคโก กับดวงตาสีอัลมอนด์ พอมาอยู่บนหน้าของเขา ทำให้ผมละสายตาไม่ได้แม้แต่วินาทีเดียว เคยบอกแล้วว่าผมอิจฉาความหล่อของไอ้บ้านี่ คือคนเรามันไม่จำเป็นต้องหน้าตาดีขนาดนี้ก็ได้นะครับ ผมว่า

“ออกจากห้องกันเถอะ เรารบกวนเวลาพักผ่อนของพี่ไวท์มานานแล้ว”

แล้วเขาก็ลุกขึ้นแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย

.

ไอหมอกเย็นๆ ลอยเลียดพื้นปลิวเล็กน้อยตามการเคลื่อนไหวของออกัส เขาพูดอะไรอีกสองสามคำกับพี่ชายแล้วปิดฝาโลงเอาไว้ตามเดิม

ผมมองโลงสีทองนั้นพลางคิดไปในใจว่า หากพี่ไวท์จะฟื้นขึ้นมาในเที่ยงคืนของวันนี้จริงๆ ก็ช่วยเอ็นดูผมด้วยนะครับ

“ออกมาได้แล้ว” เขาพูด และดึงแขนผมออกจากห้องไปก่อนจะปิดประตู

.

พอปิดประตูเสร็จเท่านั้นแหละ “ทีนี้ก็ไม่มีพี่ไวท์ให้เกรงใจแล้ว”

คนร่างสูงเอาแขนสองข้างเท้าผมคร่อมประตูไว้ ก่อนจะโน้มหน้าเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ

“เหลือแค่เรา”

“จ จะบ้าเหรอ!

“ใครบ้า”

“คุณ!

“นี่น้ำเงิน” เขาพูดขณะที่จมูกโด่งนั่นก้มลงมาซุกไซ้อยู่แถวๆ ลำคอ “คิดว่าฉันคบนายเพื่อให้มานั่งสบตากันเล่นเฉยๆ รึไง”

“แต่นี่มันหน้าห้องพี่ชายคุณนะ!” ผมประท้วง

.

แวมไพร์ฝังจมูกลงบนแก้มผมอย่างแรงดังฟอดอย่างขัดใจ

“งั้นมานี่”

แรงดึงแขนผมให้ตามเข้าไปในห้องนอนของเขาที่อยู่ตรงข้ามกันนั้นไม่ใช่น้อยๆ ผมแทบปลิวไปตามแรงดึง แม้จะตัวใหญ่กว่า (มั้ง) แต่ออกัสสูงกว่าและมีแรงมากกว่าผม แถมหล่อกว่าด้วย (อันนี้บอกหลายทีละ)

“ค คุณกัส” คุณคิดว่าผมจะตกใจแค่ไหน ที่เขาผลักผมให้ล้มลงบนเตียงอย่างไม่มีฝนมีฟ้าอะไรทั้งนั้น เขาคลานตามมาคร่อมตัวผมที่ชันเข่าขึ้นมาเพื่อป้องกันตัวเอง (แม้จะรู้ว่ายังไงก็หนีไม่พ้น) แถมยังส่งสายตาแบบนั้นมาหาอีก

“มองตาฉันแล้วไม่รู้เหรอว่าฉันต้องการอะไร”

“ต แต่ว่า เดี๋ยวพี่คุณจะตื่นแล้วนะครับ”

“เหลือเวลาอีกตั้ง 40 นาที 2 ยกยังไหว”

“ต แต่ คุณแรงเยอะ” ผมพูดเสียงอ่อย

“ฉันสัญญาว่าจะไม่ทำให้นายเจ็บ”

“เดี๋ยวคนข้างล่างมาเห็น”

“เขารู้แล้วน่า”

“เอ่อ ม้ายูนิคอร์นล่ะครับ”

“อาเธอร์เป็นคนไปจัดการแทนนาย 1 วัน”

ผมเริ่มไม่รู้จะสรรหาอะไรมาอ้างดี จะแกล้งตายออกัสก็ไม่ใช่หมี จะกระโดดหน้าต่างหนีก็สูง จะเอาผ้าห่มรัดคอก็กลัวหายใจไม่ออก จะเอาแจกันทุบหัวตัวเองก็กลัวเจ็บอีก

“หึหึ อย่าหนีเลยน่าหมีน้อย กล้าสารภาพรักกับฉันแล้วยังจะกลัวอะไรอีก หืม?”

“กลัวคุณนั่นแหละ หน้าตาโรคจิตชะมัด”

“โรคจิตที่ไหนจะมาหล่อขนาดนี้”

“พี่คุณหล่อกว่าตั้งเยอะ”

“งั้นก็เป็นโชคดีของฉันสินะ ที่นายมาตอนที่พี่ชายฉันกำลังหลับ ไม่งั้นฉันคงสู้พี่ไวท์ไม่ไหวแน่” เขาตอบเสียงทุ้ม แถมยังคลานเข้ามาใกล้ผมเรื่อยๆ

มือเย็นคว้าหมับเข้าให้ที่หัวไหล่ และไล่มือซ้ายลงมาปลดกระดุมเสื้อเม็ดบนของผมออก

“แต่ ผมยังไม่ไดยินคุณบอกรักผมเลย”

“ฉันกำลังจะทำให้เห็น” เขาปลดกระดุมเสื้อเม็ดที่สอง

“แต่ว่าผม...”

“อย่าทำเป็นเด็กน้อยอ่อนหัดกับเรื่องพวกนี้เลยน่า มันเป็นเรื่องธรรมชาติ นายจะเขินทำไม” ออกัสพูดแล้วกระตุกแขนผมเข้าไปบดจูบลงมาอย่างเร่าร้อน ผมบิดเร่าไปตามสัมผัสที่แวมไพร์มอบให้ เขาร้อนแรงชะมัดเลย ให้ตายสิ ผมจะตายคาจูบของเขาอยู่แล้ว

แรงกดเบาๆ ให้ผมนอนราบไปกับเตียงพร้อมๆ กับกระดุมเม็ดสุดท้ายที่ถูกแกะออกไป ทำให้ผมไม่สามารถเดาอะไรออกว่า 40 นาทีหลังจากนี้ผมจะเจอกับอะไร จะเจ็บปวด หรือสุขสม ขาเตียงจะหักหรือไม่? (ก็ดูในหนังเตียงหักเลยนี่นา) ผมรู้แค่ว่าตอนนี้เป็นความทรงจำที่แปลก ในชีวิตไม่เคยเจอแบบนี้มาก่อน มีแฟนใหม่ แฟนเป็นแวมไพร์ และอื่นๆ อีกบลาๆ ที่ผมจะต้องเรียนรู้ในเวลานับต่อจากนี้ด้วยตนเอง

ตื่นเต้นแฮะ

“อย่าเกร็งที่รัก...” เสียงกระเส่าบอกผมเบาๆ ผมไม่รู้ตัวเลยว่าตัวเองเกร็งตั้งแต่ตอนไหน รู้ตัวอีกทีตัวเองก็นอนล่อนจ้อนอยู่ตรงนี้ซะแล้ว

.

บ้าจริง

.

“เด็กดี”

“อืม...” จูบที่ร้อนแผดเผาราวกับไฟกำลังจะเผาผมให้มอดไหม้ หลังจากนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น มันเป็นอนาคตที่ผมตัดสินใจเลือกเอง และผมจะไม่มีวันเสียใจที่วันนี้เลือกเขา

.

“พร้อมนะ” เขาถามยิ้มๆ ในขณะที่ถอดเสื้อตัวเองออก

“.....” ผมไม่ตอบ เพราะถึงจะตอบว่าไม่พร้อมเขาก็คงไม่ยอมหยุด

.

.

พายุรักของเราเริ่มต้นขึ้นในค่ำคืนที่มีดวงดาวเต็มท้องฟ้า และผมหวังว่ามันจะเป็นแบบนี้ตลอดไป

.....ผมรักคุณ ออกัส

.

.

……………………………………………..

 

----- end part -----

nc อยู่ในเล่มนะคะ
ขออภัยหากทำให้ผู้อ่านไม่พอใจ ที่ไม่ลง NC ตอนนี้ ไม่ใช่อยากกั๊กหรืออะไร แต่ไรท์ยังคิดไม่ออกค่ะ 5555

PART ต่อไป เป็นของไวท์กัปตันแล้วนะ :)

ความคิดเห็น