สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 33

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.2k

ความคิดเห็น : 13

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:35 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 33
แบบอักษร

 

 

     คงจะจริงอยากที่ใครพูดไว้ว่าเวลาแห่งความสุขมักจะผ่านไปเร็วเสมอ จากที่เคยมีเวลาให้กัน ได้พบหน้าทุกเช้าเย็น กลับแปรเปลี่ยนเป็นความเหงาที่คอยอยู่ข้างกาย

     [ วันนี้พี่กลับดึกนะ ไม่ต้องรอกินข้าวล่ะ] เสียงจากปล่อยสายบอกคำนี้เป็นครั้งที่สี่ในรอบสัปดาห์
     "ค่ะ อย่ามัวทำงานจนลืมกินข้าวนะคะ มัดเป็นห่วง" มัจฉามองกับข้าวที่วางอยู่บนโต๊ะ รู้สึกเหงาขึ้นมาจับใจ แต่เธอก็เข้าใจดีว่าอินทรีเป็นคนจริงจังกับงานมากแค่ไหน ถ้าทุกอย่างไม่เรียบร้อย เขาก็ไม่ยอมวางมือ
     [ครับผม งั้นเท่านี้นะ มัด คิดถึงนะ]
     "มัดก็คิดถึงค่ะ" หญิงสาวยิ้มน้อย ๆ ราวกับว่าคนปลายสายเห็นรอยยิ้มของเธอ

     จากที่อินทรีเคยกลับมากินข้าวด้วยกัน ทุกวันนี้มัจฉาต้องนั่่งกินข้าวเพียงคนเดียว แรก ๆ ก็ยังทนไหว แต่ยิ่งนานวัน เธอยิ่งรู้สึกอ่อนแอ คิดถึงเขาเหลือเกิน

     ชายหนุ่มกลับบ้านดึกและตื่นไปทำงานแต่เช้าตรู่ บอกเหตุผลว่าช่วงนี้เกิดเรื่องยุ่ง ๆ ที่บริษัท

     มัจฉาปรับเวลาตื่นให้เร็วขึ้น เพื่อช่วยดูแลความเรียบร้อย และที่สำคัญคือเพื่อให้ได้พบหน้า ได้พูดได้จากกันบ้าง

     แม้ยามว่างจากงาน อินทรีก็ต้องให้เวลากับการดูแลพิมพ์ขวัญ พาไปพบแพทย์ตามนัดด้วยตัวเอง กลับไปค้างที่บ้านในบางโอกาส ซึ่งมัจฉาเองก็เข้าใจ เธอนั้นไม่ได้มีสิทธิอะไรที่จะหวงตัวเขาไว้คนเดียว แค่เขาสนใจเธอบ้างก็ดีมากมายแล้ว

    แต่การต่อสู้กับความเหงาและความคิดถึงมันก็หนักหนาสำหรับเธอเหลือเกิน

    มัจฉาพยายามหาอะไรทำไม่อยากอยู่ว่าง ๆ จนคิดฟุ้งซ่าน ยังดีที่มีบ้านอุ่นรักเป็นเพื่อนคลายเหงา ...ที่เคยมาด้วยกัน ก็ต้องมาคนเดียว

      

     วันนี้ก็เป็นอีกวัน อินทรีบอกก่อนออกจากห้องว่าเขาคงไม่ได้ไปงานวันเกิดของมดกับเม่นที่บ้านอุ่นรัก เพราะมีประชุมช่วงเย็น ฝากมัจฉาบอกสองหนุ่มว่าเขาจะส่งของขวัญให้ทีหลัง

     มัจฉายิ้มรับ แม้จะเหงาแต่ก็ไม่อยากให้เขาเป็นกังวลกับอารมณ์ไร้สาระของเธอ 'บางทีเราอาจจะว่างเกินไป' เธอนึกปลอบใจตัวเอง

 

     ช่วงกลางวัน หญิงสาวนั่งถักตุ๊กตาเพื่อทำเป็นพวงกุญแจให้แม่ครูนำไปขาย นี่เป็นสิ่งเดียวที่เธอพอจะทำได้ หลังจากถูกห้ามไม่ให้ออกไปหางานทำที่ไหน อินทรีให้เหตุผลว่าอาชากำชับไว้อย่างนี้ ถ้าจะไปบ้านอุ่นรักคนเดียว ก็ต้องบอกให้พี่คูนมารับ ห้ามเดินทางคนเดียวเด็ดขาด

     แม้จะไม่เข้าใจว่าเหตุใดจึงต้องเข้มงวดถึงเพียงนี้ แต่มัจฉาก็ปฏิบัติตามแต่โดยดี

     มือเรียวเก็บตุ๊กตาที่ทำเสร็จเข้าถุง เตรียมขนไปให้แม่ครูตอนเย็นวันนี้ ที่เธอต้องไปร่วมงานวันเกิดของสองแฝดซึ่งกลายเป็นเพื่อนซี้กับอินทรีไปเรียบร้อยเเล้ว ...  'ถ้าเขาไปด้วยก็คงดี' เธออดคิดถึงเขาไม่ได้เลยจริง ๆ

     เมื่อพี่คูนมารอที่ด้านล่างของคอนโดฯ มัจฉารีบลงไปพบทันที หอบถุงพะรุงพะรังขึ้นซ้อนจักรยานยนต์ออกไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีรถยนต์คันหนึ่งขับตามไปห่าง ๆ

 

    ที่บ้านอุ่นรัก ทุกคนวางแผนจะเซอร์ไพรส์หนุ่มน้อยทั้งสอง โดยเมี่ยงเป็นคนหลอกให้มดกับเม่นออกไปเล่นที่สนามเด็กเล่น ส่วนมัจฉากับพี่คูนจะออกไปซื้อเค้กช็อกโกแลตของโปรดของทั้งคู่มาเซอร์ไพรส์

    แต่ดูเหมือนฟ้าจะเล่นตลก เมื่อพี่เปิ้ลที่เพิ่งเลิกงานกลับมาถึงบ้าน มัจฉาไม่เข้าใจว่าการประชุมนั้น ไม่ต้องใช้เลขานุการหรือไร? เธอเก็บความสงสัยไว้ในใจ อยากถามพี่้เปิ้ลว่าอินทรีเลิกงานหรือยัง เขาจะตามมาร่วมงานเลี้ยงที่บ้านอุ่นรักไหม แอบคิดเข้าข้างตัวเองว่าเขาคงจะมีแผนเซอร์ไพรส์มดกับเม่นเช่นกัน

    การไปซื้อเค้กผิดแผนเล็กน้อย เมื่อพี่คูนต้องอยู่ซ่อมหลอดไฟที่ดับไปแบบไม่มีปี่มีขลุ่ย มัจฉาต้องไปซื้อเค้กกับพี่เปิ้ลแทน

    ที่ห้างสรรพสินค้าชื่อดัง สองสาวมาเลือกเค้กในร้านหรู นาน ๆ ทีจะมีโอกาสได้ลิ้มรสของแพง แม่ครูกำชับว่าอย่าซื้อก้อนใหญ่นัก ประเดี๋ยวจะไม่มีใครอยากกินขนมไทยของแม่ครู

    ขณะที่พี่เปิ้ลแจ้งเรื่องการตกแต่งหน้าเค้กกับพนักงาน มัจฉาขอออกไปซื้อไก่ทอดที่เด็ก ๆ ชอบกิน ซึ่งร้านก็อยู่ห่างไปไม่ไกลกันนัก

    ตอนเดินกลับมาที่ร้านเค้ก สายตาเจ้ากรรมช่างดลใจให้เธอมองเห็นชายหญิงคู่หนึ่งนั่งกินไอศกรีมอยู่ที่ร้านฝั่งตรงข้ามของตัวห้าง แม้จะไกล แต่เธอจำชุดของชายคนนั้นได้ดี ก็เธอเป็นคนรีดเสื้อตัวนั้นเองกับมือ !!!

   

     อินทรีที่นั่งกินไอศกรีมอยู่กับพิมพ์ขวัญไม่รู้ตัวว่ามีสายตาคู่หนึ่งมองมายังเขา เมื่อเห็นสายเข้าที่บันทึกเป็นชื่อมัจฉาจึงกดตัดสายไป ไม่อยากให้ขัดจังหวะการสนทนา อีกทั้งเขาเองไม่ได้บอกใครที่บ้านว่ามัจฉาอยู่กับเขา ปล่อยให้เข้าใจว่าเธอไปอยู่บ้านไร่ปลายดอยอย่างเดิมก็ดีแล้ว

 

     เมื่อสัญญาณถูกตัดไปต่อหน้าต่อตา น้ำที่คลออยู่ในดวงตาสวยก็พลันไหลหยดลงพื้น เสียงพี่เปิ้ลลอยมา เรียกให้คนที่ยืนมองฝั่งตรงข้ามของห้างกลับบ้านด้วยกัน

     มัจฉาพยายามสะกดกลั้นความรู้สึกสับสนไว้ ไม่อยากร้องไห้ให้พี่เปิ้ลเป็นห่วง 'ไหนบอกว่าติดประชุมไง?' สมองตั้งคำถามเช่นนี้ครั้งแล้วครั้งเล่า

     

     ระหว่างกลับบ้านอุ่นรัก เมฆดำลอยมาตามลม ราวกับรู้ว่าคนที่นั่งซ้อนมอเตอร์ไซค์กำลังเป็นทุกข์ มัจฉาประคองกล่องเค้กไว้อย่างดีที่สุด โดยพี่เปิ้ลเป็นคนขับรถ ไม่นานนักฝนเม็ดใหญ่ก็ตกลงมา คล้ายเป็นตัวแทนน้ำตาของหญิงสาว
    "ฝนตกแล้ว มัด แต่ก็ใกล้ถึงแล้วล่ะ อดทนนิดนึงนะ" พี่เปิ้ลตะโกนแข่งกับลมบอกคนซ้อน
    "โอเคค่ะ พี่เปิ้ล มัดไหว ไปต่อเลยค่ะ" ตะโกนพลางเอาตัวบังถุงเค้กไว้ไม่ให้เปียก

 

    งานเลี้ยงเป็นไปอย่างสนุกสนาน เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ดังระงม แต่ในใจหญิงสาวกลับรุ่มร้อนยิ่งนัก

    ที่ผ่านมานั้น เธอไม่เคยทำตัวงี่เง่าเลย แม้เขาบอกว่าจะไปหาพิมพ์ขวัญ เธอก็เข้าใจ แล้วเหตุใดจึงต้องโกหกกันด้วย ?

 

     พี่คูนมาส่งมัจฉาที่คอนโดฯ แล้วลากลับในทันที หญิงสาวเดินเข้าลิฟต์ด้วยหัวใจที่ร้าวระบม ภาพที่เขาตัดสายฉายซ้ำไปมาในห้วงความคิด เธอไม่เคยโทรหาเขาเลยสักครั้ง ด้วยกลัวว่าจะรบกวนเวลางาน เมื่อโทรครั้งนี้ ทำไมถึงไม่คิดจะรับสายเธอบ้าง ?

    เมื่อประตูห้องปิดลง ร่างบางทรุดนั่งลงทันที ความอัดอั้นที่สะกดไว้นานพลันสิ้นสุด น้ำตาไหลอาบแก้มขาว ...แล้วที่ผ่านมา เขายุ่งกับงานจริง ๆ หรือเป็นคำโกหก?

     โทรศัพท์มือถือส่งเสียงเตือนข้อความเข้า มัจฉากดอ่าน 'วันนี้ไม่กลับนะ งานยังไม่เสร็จเลย หลับฝันดีนะ' ข้อความจากคนที่งานรัดตัวส่งมาให้นั่นเอง

     ...เธอจะหลับลงได้อย่างไรกัน?

 

 

###

 

ความคิดเห็น