ทาสแมวดำ

ขอบคุณที่ติดตามและสนับสนุนน้าา~ รัก reader ทุกคนเลยย

ระวังครั้งที่ 32

ชื่อตอน : ระวังครั้งที่ 32

คำค้น : นิยาย y , yaoi , Boy's love , เจxฉ่อย , นิยายกวนตีน , นิยายตลก , นิยายคอมเมดี้

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 11

ปรับปรุงล่าสุด : 06 พ.ค. 2559 00:02 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ระวังครั้งที่ 32
แบบอักษร

 

ระวังครั้งที่ 32

 

ผมลืมตาขึ้นพบว่าตัวเองอยู่ในห้องเล็กๆสีขาวสะอาดตา กลิ่นยาที่อบอวลอยู่ทั่วพื้นที่ ที่นี่คือที่โรงพยาบาล ใช่! ผมกับไอ้เจเกิดอุบัติเหตุ!

            “ฉ่อย! ตื่นแล้วหรอ เป็นไงบ้างลูกเจ็บตรงไหนปวดตรงไหนไหม!”

แม่กุ้งลุกขึ้นมาถามผมด้วยสีหน้าตกใจ กับพ่อที่ยืนอยู่ข้างๆด้วยสีหน้าซีดเผือก

            “ผมไม่เป็นอะไรมากหรอกครับ... ไอ้เจ! เจเป็นไงบ้างครับแม่!”

พอผมถามถึงไอ้เจ แม่กุ้งก็ปล่อยโฮออกมาทันที

            “อยู่ห้องฉุกเฉิน ขาหัก หมอบอกไม่น่าจะเป็นอะไรมากแต่ต้องขอดูอาการให้แน่ใจก่อน”

พ่อผมตอบแทนแม่กุ้ง

            “ผมขอโทษที่ดูแลมันไม่ได้ ฮึก”

น้ำตาค่อยๆไหลอาบแก้มของผม ขอให้อย่าเป็นอะไรมากเลยถ้ามึงเป็นอะไรไปกูคงแบกรับความรู้สึกทั้งหมดไม่ไหวหรอก

            “ไม่ใช่ความผิดแกหรอก ถึงเราไม่ประมาทแต่คนอื่นประมาทมันก็เกิดอยู่ดี”

พ่อพูดพลางตบบ่าผมเบาๆ

            “ผมขอไปเยี่ยมมันได้ไหม”

            “แล้วแกไม่เจ็บตรงไหนหรอ”

ผมส่ายหน้าไปมาแล้วลงจากเตียง หยิบเสาน้ำเกลือแล้วมุ่งไปยังห้องฉุกเฉิน แน่นอนว่าองครักษ์พิทักษ์ประตูยังไม่ยอมให้เข้าไป ได้แต่ยืนภาวนาให้มันปลอดภัยออกมาอย่างปกติที่สุด ในเมื่อเรื่องของกูกับมึงยังไปไม่ถึงไหนกูไม่อนุญาตให้ตายหรือเป็นอะไรไปทั้งสิ้น!

            “พ่อ ถ้ายังไงให้มันมานอนห้องเดียวกับผมก็ได้นะ”

ผมหันไปพูดกับพ่อที่ยืนอยู่ใกล้ๆผมไม่ห่าง พ่อผมได้แต่พยักหน้ารับ ส่วนเรื่องอุบัติเหตุพ่อผมก็ไปเจรจามาแล้ว ทางฝ่ายเขาเป็นคนผิดเพราะขับฝ่าไฟแดงก็โดนโทษตามกฎหมายไป และผมก็ต้องกลับไปนอนรอที่ห้องตามเดิม หลังจากนั้นไม่นานมากเท่าไหร่พยาบาลก็ย้ายไอ้เจออกจากห้องฉุกเฉินมาที่ห้องพักผู้ป่วยที่ห้องเดียวกับผม แต่ทว่าไอ้เจก็ยังคงหลับอยู่ยังไม่ตื่น ผมบอกให้พ่อกับแม่กลับไปพักผ่อนที่บ้านเดี๋ยวผมจะเฝ้าไอ้เจเอง เพราะผมก็ไม่เป็นอะไรมากหมอบอกกับผมว่าวันมะรืนสามารถออกจากโรงพยาบาลได้แล้วด้วย วันนี้ผมก็เฝ้ารอให้ไอ้เจตื่นขึ้นมาหาผมอยู่ข้างๆไม่ได้ห่างเลยแต่มันก็ยังคงหลับอยู่อย่างนั้น จนกระทั่งวันรุ่งขึ้นแม่กับพ่อก็มาเยี่ยมเหมือนปกติแต่ไอ้เจก็ยังคงหลับอยู่ ทุกคนได้แต่ภาวนาให้มันตื่นขึ้นมาแล้วปลอดภัย ผมทำได้แค่ภาวนาและรอให้มันฟื้นขึ้นมาแค่นั้นจนกระทั่งผมออกจากโรงพยาบาลมันก็ยังไม่ตื่นลืมตาขึ้นมาคุยกับผมเลยแม้แต่น้อย มีเพียงการกระตุกของร่างกายนิดหน่อย เวลาผมว่างจากเรียนผมก็จะมาเฝ้ามัน ตอนนี้ก็ปาเข้าไป 5 วันแล้วที่มันยังคงหลับใหลอยู่บนเตียงมีทั้งเพื่อนรุ่นน้องรุ่นพี่กระทั่งแฟนเก่าของมันแวะมาเยี่ยมเยียน ขนาดไอ้ยูยังส่งดอกไม้มาเยี่ยมเลยด้วยซ้ำ วันนี้ผมก็มานั่งเฝ้ามันอย่างเช่นเคย

            “ไอ้ยูแก้ข่าวให้กูแล้วนะแถมยังส่งดอกไม้มาเยี่ยมมึงด้วย ตื่นมาคุยกับกูได้แล้วจะขี้เซาไปถึงไหน ตื่นไปโรงเรียนได้แล้ว ไม่เบื่อหรือไงที่ต้องให้กูมานั่งปลุกไปโรงเรียนทุกวันเลย รีบอ่านหนังสือเตรียมสอบเข้ามหาลัยได้แล้ว จะเข้าที่เดียวกับกูไม่ใช่หรอ....”

มีเพียงความเงียบเป็นเพียงเสียงตอบกลับมาให้กับผม ผมกุมมือมันเบาๆภาวนาให้ตื่นขึ้นมาตอบเพียงสั้นๆก็ยังดี

            “ไหนบอกว่ารักกูไง ทำไมปล่อยให้กูอยู่คนเดียวล่ะ อย่าทำเป็นเมินกูสิถ้ามึงไม่ตื่นมาตอบกูกูจะโกรธยันลูกบวชเลยคอยดู”

ทุกอย่างยังคงเงียบสงัดได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของผมและมันเท่านั้น

            “มึงทนเห็นกูร้องไห้ทุกวันได้หรอ กี่วันๆที่กูต้องมานั่งร้องไห้ให้มึงขอให้มึงตื่นมึงชอบหรอ ฮึก มึงเป็นสาย S หรอ แต่กูไม่ใช่ M นะ!”

มันยังคงนอนนิ่งไม่ตอบอะไรผมเช่นเคย

            “มึงเป็นเจ้าชายนิทราหรอ.... ถ้ามึงเป็นเจ้าชายนิทราการที่กูจะปลุกให้ตื่นจากการนิทราได้ต้องมีจุมพิตจากรักแท้ใช่ไหม....”

ผมค่อยๆโน้มหน้าลงประกบริมฝีปากนุ่มมันเบาๆทั้งน้ำตา ยิ่งเห็นหน้ามันใกล้ๆผมก็ยิ่งกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ผมเลือกที่จะหลับตาลงและหวังว่าพอลืมตาขึ้นมาจะได้เห็นมันตื่นซะที ไหล่ของผมสัมผัสได้ถึงฝ่ามือที่คุ้นเคยกำลังโอบกอดผมไว้! ทำให้ผมรีบลืมตาดูทันทีว่าทั้งหมดแค่คิดไปเองหรือเป็นเรื่องจริง!

            “มึงตื่นแล้วหรอ!”

ชายตรงหน้าผมลืมตาขึ้นมาพร้อมกับรอยยิ้มที่แสนอ่อนโยน มันส่ายหน้าไปมาเบาๆ

            “อย่าเพิ่งพูดอะไรมากเลย ขอจูบหน่อยได้หรือเปล่า”

ผมได้แต่พยักหน้าพูดอะไรไม่ออกน้ำตาก็ไหลไม่หยุด มีความสุขจนร้องไห้มันเป็นอย่างนี้นี่เอง ผมค่อยๆโน้มหน้าลงไปประกบปากมันอีกครั้ง มือหนาค่อยๆโอบที่คอผมไว้ จูบอันหอมหวานที่ผมคิดถึง ทุกอย่างมันหวานและดูสวยงามไปหมด ราวกับยืนอยู่ในทุ่งดอกไม้ที่มีแต่สีชมพู

            “นึกว่ามึงจะไม่ยอมตื่นมาคุยกับกูแล้วซะอีก”

ไอ้เจหัวเราะเบาๆโดยไม่ได้ตอบอะไร

            “หัวเราะอะไร กูไม่ตลก”

            “ก็น้ำมูกมึงติดอยู่แก้มกูนิ ว่าแต่กูหลับไปนานขนาดนั้นเลยหรอ”

มันพูดไปยิ้มไป ไม่รู้ว่ามันมีความสุขอะไรนักหนา ทั้งๆที่ผ่านมาผมนั่งร้องไห้อยู่ทุกวัน!

            “เออ หลับไปตั้ง 5 วันกูโคตรเหงาเลย จะเฉาตายอยู่แล้วด้วย!”

ไอ้เจค่อยๆเอาฝ่ามือมาลูบไล้ที่แก้มของผมเบาๆ

            “งั้นกูสัญญาว่าถ้ากูออกจากโรงบาลเมื่อไหร่กูจะทำให้มึงสนุกจนลืมไปเลยว่าความเหงามันเป็นยังไงดีไหม~”

สายตาและร้อยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์นั้นทำให้ผมรู้เลยว่ามันกำลังคิดอะไรอยู่!

            “ปากมึงนี่น่าจะเข้าเฝือกมากกว่าขาอีกนะ สมองด้วยก็ดีแต่ละความคิดแต่ละคำพูดนี่น่านอนโรงบาลอีกสักอาทิตย์สองอาทิตย์!”

            “อย่าโหดกับกูสิ กูเหง๊าเหงาต้องการมึงมากเลย~”

มันพูดด้วยน้ำเสียงออดอ้อนเหมือนเด็กน้อย

            “ที่บอกว่าเหงามึงเหงาตรงส่วนไหนของร่างกายกันแน่!”

            “ทุกส่วนเลย~ มาทำกันเถอะ”

มันพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มเป็นปกติ แต่ผมนี่สิที่ไม่ปกติ หัวใจเต้นรัวไม่เป็นจังหวะรู้สึกทำอะไรไม่ถูกเลยด้วยซ้ำ!

            “นะ นี่มันที่โรงบาลนะ!”

            “แล้วไง?”

            “ไม่ได้!”

            “ทำไมไม่ได้ที่นี่มีเตียง ถ้าไม่ชอบเตียงก็มีโซฟา หรืออยากเปลี่ยนบรรยากาศเป็นที่ระเบียง? ห้องน้ำก็ไม่เลวนะ อยากได้แบบไหนล่ะ?”

มันพูดออกมาหน้าตาเฉยไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรเลย

            “นี่มึงรู้จักคำว่ายางอายไหม ถ้ามีคนมาเห็นจะทำยังไง! พยาบาลเขาก็ต้องเข้ามาตรวจมึงอีก!”

            “ตอนนี้ยังไม่มืดเพราะงั้นยังไม่ได้ งั้นคืนนี้มานอนเฝ้ากูแล้วค่อยล็อคประตูต้องรอให้พยาบาลมาตรวจให้เสร็จก่อน ต้องโทรบอกแม่ว่ากูสบายดีวันนี้ไม่ต้องมาเฝ้า”

มันไม่ได้สนใจกับสิ่งที่ผมพูดเลยแม้แต่น้อย! แล้วมันก็ควานมือไปหยิบมือถือมันที่วางอยู่ลิ้นชักข้างหัวเตียง ขนาดป่วยนี่ยังจะปากดีอีกนะมึง!

ความคิดเห็น