facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 95 ฉันสอนเธอได้นะ / บทที่ 96 เธอคิดถึงฉันไหม?

ชื่อตอน : บทที่ 95 ฉันสอนเธอได้นะ / บทที่ 96 เธอคิดถึงฉันไหม?

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 7

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 16:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 95 ฉันสอนเธอได้นะ / บทที่ 96 เธอคิดถึงฉันไหม?
แบบอักษร

บทที่ 95 ฉันสอนเธอได้นะ 

จนกระทั่งซือเซี่ยเดินกลับไปถึงที่นั่ง บรรดาหญิงสาวก็ยังกระซิบกระซาบอยู่ ใบหน้าจ้าวซิงโจวพลันเคร่งขรึมเอ่ยว่า “พอได้แล้วๆ ทุกคนเงียบหน่อย ทำไมตอนที่เห็นฉัน ไม่เห็นพวกเธอจะตื่นเต้นแบบนี่เลย?”  

“อาจารย์ อาจารย์ไม่หล่อสักหน่อย” มีนักเรียนหญิงคนหนึ่งสวนกลับทันที 

“นักเรียนคนนี้ เมื่อครู่เธอพูดว่าอะไรนะ? ขอให้เธอพูดดังๆ อีกครั้งอย่างกล้าหาญสิ!” น้ำเสียงของจ้าวซิงโจวมีลักษณะข่มขู่อย่างเห็นได้ชัด 

“อาจารย์หล่อที่สุด!” หญิงสาวตกใจจนต้องรีบตะโกนเสียงดัง 

“ดีมาก! ทำโจทย์ต่อเถอะ!” 

 

หลังจากวุ่นวายอยู่พักหนึ่ง ทุกคนกลับไปเริ่มก้มหัวทำโจทย์ต่อ แต่เห็นได้ชัดว่าบรรดาหญิงสาวที่ถูกความลุ่มหลงครอบงำไม่มีสมาธิจดจ่ออยู่กับการเรียนอีกต่อไปแล้ว 

หลังจากที่ซือเซี่ยนั่งลง กวาดสายตามองโจทย์ในแบบฝึกหัดตั้งแต่ต้นจนจบรอบหนึ่งก็ไม่สนใจอีก นอนฟุบลงไปตรงนั้นเหมือนที่ผ่านๆ มา 

เยี่ยหวันหวั่นที่อยู่ด้านข้างได้แต่มองด้วยความอิจฉา เหตุผลที่หมอนี่ส่งกระดาษเปล่า เป็นเพราะทำได้ทั้งหมดซึ่งต่างจากเธอ 

เทียบกับเธอที่ได้คะแนนเต็มในการสอบครั้งก่อน เพราะโชคดีอ่านเจอข้อสอบเก่าแล้วจำคำตอบที่ถูกต้องได้ คะแนนสอบวิชาคณิตศาสตร์ของซือเซี่ยได้เต็มเสมอ ยกเว้นเหตุผลที่ว่าขาดสอบ 

ในสายตาเธอ คนแบบนี้เป็นคนพิลึกขนานแท้ 

ตระกูลซือไม่มีมนุษย์ปกติธรรมดาสักคนจริงๆ 

ขณะที่เยี่ยหวันหวั่นกำลังทำโจทย์อย่างคับแค้นพลางแอบสาปแช่งอยู่ในใจ จู่ๆ ก็รู้สึกว่าหัวไหล่ของตัวเองหนักอย่างกะทันหัน มีลมหายใจสะอาดสดชื่นลอยมา 

เยี่ยหวันหวั่นตัวแข็งทื่อหันไปมอง จากนั้นพบว่าซือเซี่ยเปลี่ยนท่วงท่าการนอนตั้งแต่เมื่อไรไม่รู้ และไม่ทันระวังบังเอิญซบไหล่ของเธอพอดิบพอดี!!!  

พริบตานั้น เสียงครึกโครมดังขึ้นตามๆ กัน แว่นตาของบรรดาหญิงสาวที่ความสนใจรวมอยู่ที่ซือเซี่ยตกร่วงบนพื้น สายตาของเฉิงเสวี่ยแทบจะฆ่าคนได้แล้ว 

แม่เจ้าโว้ย! คาดไม่ถึงว่าซือเซี่ย...จะซบไหล่เธอ!” 

“เยี่ยหวันหวั่นยัยคนชั้นต่ำ!” 

“ใครก็ไม่ต้องห้ามฉัน ฉันจะไปตัดกรงเล็บของยัยตัวประหลาดนั่นซะ!” 

... 

เยี่ยหวันหวั่นเห็นสายตาที่แทบฆ่าคนได้ของผู้หญิงทั้งห้อง รีบวางแผนย้ายพ่อเจ้าชายนิทราบนไหล่ออกไปอย่างระมัดระวัง 

ให้ตายสิ! ปีศาจคร่าชีวิตชัดๆ!  

เกี่ยวอะไรกับเธอด้วย เธอก็เป็นเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายเหมือนกันนะ 

แต่หากเธอพูดแบบนี้ออกไป อาจจะถูกซ้อมจนตายได้ ดังนั้นจึงทำได้เพียงเก็บไว้ในใจเท่านั้น 

ยังดีที่ ซบลงมาถึงครึ่งทาง ซือเซี่ยก็ตื่นขึ้นมาด้วยตัวเองแล้ว 

ใบหน้าของดวงตาง่วงงุนมึนเบลอนั้น...ผิดกติกาเกินไปแล้ว!  

คิดว่าเธอมองใบหน้านั้นของซือเยี่ยหานมานานหลายปี หลงคิดว่าตัวเองมีภูมิคุ้มกันของสวยๆ งามๆ แล้ว ยังเผลอตกตะลึง 

หากพูดถึงบรรยากาศ ซือเซี่ยไม่อาจเทียบซือเยี่ยหานได้จริงๆ แต่รูปแบบของคนทั้งสองต่างกันโดยสิ้นเชิง 

ซือเยี่ยหานเป็นคนอันตรายลึกลับ เป็นองค์ราชาที่เย่อหยิ่งเย็นชา แต่ซือเซี่ยในเวลานี้ก็เป็นองค์ชายที่สามารถทำให้หญิงสาวกว่าหมื่นกว่าพันคนหลงใหลไปตามๆ กัน 

หลังจากที่ซือเซี่ยตื่นขึ้นมา บิดเอียงศีรษะอย่างเกียจคร้าน สายตาตกอยู่บนกระดาษคำตอบของเยี่ยหวันหวั่น ข้อนี้...”  

เยี่ยหวันหวั่นหันมองไปอย่างตื่นตกใจ “อะไร?”  

“ข้อนี้ผิดแล้ว ข้อนี้ด้วย ข้อนี้ก็ไม่ถูก...” 

เห็นซือเซี่ยชี้โจทย์คำถามจำนวนนับไม่ถ้วนออกมาอย่างต่อเนื่อง เยี่ยหวันหวั่นขมวดคิ้วหัวใจเต้นแรง สูดหายใจเข้าลึกครั้งหนึ่ง “นายบอกมาว่ามีข้อไหนถูกบ้างเถอะ!”  

นิ้วมือเรียวยาวเนียนขาวของซือเซี่ยชี้ลงบนโจทย์สองข้อ “มีข้อปรนัยถูกสองข้อ 

“สองข้อนี้...ฉันมั่วเอาน่ะ!” 

เยี่ยหวันหวั่นเจ็บปวดใจจนอยากจะเอาหัวเขกโต๊ะ 

เธอยังหลงคิดว่าวิชาคณิตศาสตร์ของเธอไม่ได้ย่ำแย่ถึงขนาดนี้!  

ฉันสอนเธอได้นะ” ซือเซี่ยเอ่ยยิ้มๆ 

.................................... 

 

บทที่ 96 เธอคิดถึงฉันไหม?  

เมื่อได้ยินคำนี้ เยี่ยหวันหวั่นก็ถึงบางอ้อ ในที่สุดก็พบแล้วว่าวันนี้ซือเซี่ยเหมือนจะมีตรงไหนแปลกไป ปกติเขาจะนอนฟุบลงไปกับโต๊ะ วันๆ ไม่เคยคิดจะมองเธอสักนิด 

แต่ว่าวันนี้กลับมาพูดคุยกับเธอมากมายขนาดนี้ แล้วยังจะสอนคณิตศาสตร์เธออีก? 

แค่ก ไม่ต้องหรอก ฉันไม่อยากตายไร้แผ่นดินกลบหน้าหรอกนะ! จะว่าไป...วันนี้นายไปไหนมา? ทำไมเพิ่งจะมาเอาคาบสุดท้าย? สาวๆ ทั้งโรงเรียนคิดถึงนายจะแย่อยู่แล้ว!” 

ประเด็นสำคัญคือคนเหล่านั้นโยนความรับผิดชอบที่ซือเซี่ยไม่มาโรงเรียนไว้ที่เธอทั้งหมด! 

เยี่ยหวันหวั่นพูดไปพลางวิเคราะห์ไปพลาง ถ้าหากซือเซี่ยไม่มาโรงเรียนเพราะตัวเองจริงๆ ละก็ ถ้าอย่างนั้นเธอก็จะบอกอาจารย์ให้เปลี่ยนที่นั่งซะ เรื่องการแสดงเธอปฏิเสธไม่ได้ แต่เรื่องเปลี่ยนที่นั่ง น่าจะลองพูดดูได้ 

“อย่างนั้นเหรอ?” ซือเซี่ยเอ่ยขึ้นเบาๆ  

ใช่น่ะสิ” เยี่ยหวันหวั่นพยักหน้า แล้วถือโอกาสถามต่อไปว่า “ที่วันนี้นายไม่มา เป็นเพราะว่า...” 

จากนั้น คำถามของเยี่ยหวันหวั่นไม่ทันจะได้พูดจนจบประโยค ก็ได้ยินซือเซี่ยพูดขัดขึ้นมากะทันหัน ถามว่า “แล้วเธอล่ะ?” 

“ห๊ะ? ฉันทำไม?” เยี่ยหวันหวั่นไม่ทันเข้าใจความหมายของซือเซี่ย 

ซือเซี่ยมองเธออย่างลึกซึ้ง “เธอคิดถึงฉันไหม?” 

เยี่ยหวันหวั่นตะลึงจนตัวแข็งทื่อราวกับหุ่นไก่ “...” 

โอ้โห!!! 

ตานี่มาไม้ไหนกันเนี่ย!  

ขนของเยี่ยหวันหวั่นลุกซู่ ผงะถอยหลังเล็กน้อย ใบหน้าเต็มไปด้วยความตกใจและหวาดกลัว นาย...นายไม่ได้ไม่สบายใช่ไหม?” 

“เอาล่ะ ทุกคนหยุดทำได้แล้ว! อาจารย์จะเริ่มสอนวิธีแก้โจทย์แล้ว ระหว่างการทำโจทย์มีข้อไหนที่พวกเธอไม่เข้าใจบ้าง เวลาที่อธิบาย ทุกคนจงตั้งใจฟังให้ดีนะ!” 

คำพูดของจ้าวซิงโจวที่อยู่บนแท่นบรรยายได้ขัดบรรยากาศแปลกประหลาดในเวลานี้ 

เยี่ยหวันหวั่นกุมหน้าอก ใบหน้าเต็มไปด้วยความสงสัยแปลกใจ เธอตกใจแทบแย่! 

ไอ้หมอนี่คงจะหยอกเธอเล่นไปอย่างนั้นเองใช่ไหม?  

กว่าจะอดทนจนผ่านมาถึงเวลาเลิกเรียนได้ไม่ง่ายเลย สายตาของผู้หญิงเหล่านั้นที่จ้องเธออยู่จวนเจียนจะกินคนได้อยู่แล้ว 

แม้จะไม่ได้ยินว่าเยี่ยหวันหวั่นกับซือเซี่ยคุยอะไรกันระหว่างคาบเรียน แต่วันนี้ซือเซี่ยไม่เพียงบังเอิญซบเธอ ทั้งยังพูดคุยกับเธออย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ไม่ว่าจะข้อไหนก็เพียงพอที่จะทำให้คนอื่นอยากจะจับเธอกลิ้งบนเตียงตะปูแล้วใส่ชะลอมหมูถ่วงน้ำแล้ว 

ผู้หญิงทั้งโรงเรียนมีความเข้าใจตรงกันข้อหนึ่งคือ ซือเซี่ยเป็นของพวกเธอทุกคน ใครก็ห้ามแย่งไป ไม่อย่างนั้นจะเป็นศัตรูของผู้หญิงทุกคน 

ดังนั้นต่อให้มีผู้หญิงลอบคิดออกนอกลู่นอกทาง ก็กล้าเพียงสารภาพรักกับซือเซี่ยอย่างลับๆ และไม่กล้าบอกให้ใครรู้โดยเด็ดขาด 

หากถูกรู้เข้า ก็ไม่อาจอยู่ในโรงเรียนได้อีกต่อไป 

แค่นึกก็รู้ได้แล้วว่า เยี่ยหวันหวั่นที่อาจหาญอ่อยซือเซี่ยต่อหน้าประชาชี ได้เรียกคะแนนความเกลียดชังมากี่คนแล้ว 

แน่นอนว่า ความจริงคือเป็นซือเซี่ยที่ไม่ทันระวังไปพิงเธอเข้า และก็เป็นซือเซี่ยที่พูดคุยกับเธอก่อน แต่ไม่มีใครสนใจสิ่งนี้หรอก คนที่ผิดจะต้องเป็นเยี่ยหวันหวั่น! 

เดิมทีเยี่ยหวันหวั่นคิดว่าทนจนถึงเลิกเรียนก็จะผ่านพ้นไปได้แล้ว ใครจะไปรู้ว่าซือเซี่ยที่ไม่มาซ้อมละครติดต่อกันหลายวันแล้ว วันนี้กลับมาถึงสถานที่ฝึกซ้อมตรงเวลา 

เยี่ยหวันหวั่นซ้อมแสดงละครอย่างเหม่อลอย พลางลอบขมวดคิ้วครุ่นคิดถึงลางสังหรณ์ร้ายอย่างประหลาด... 

ซือเซี่ยนั่งอยู่ที่โต๊ะริมหน้าต่าง ถูกผู้หญิงรายล้อมไถ่ถามร้อนหนาวอย่างเป็นห่วงเป็นใย ช่วยออกหน้าแทนผู้อ่อนแอที่ถูกรังแกอยู่ตรงนั้นเหมือนที่ผ่านๆ มา 

“ซือเซี่ย ยัยตัวประหลาดนั่นชักจะเอาใหญ่ขึ้นทุกวัน แม้แต่ตอนเรียนยังกล้าแรดใส่นาย!”  

ซือเซี่ยนายไม่ต้องกังวล พวกเราส่งหนังสือคัดค้าน รวมตัวกันขอให้เปลี่ยนตัวเยี่ยหวันหวั่น อาจารย์เหลียงจะต้องเคารพความเห็นของพวกเราแน่นอน!” 

อันที่จริงวันนี้นายไม่จำเป็นต้องมาก็ได้ พรุ่งนี้อาจารย์เหลียงก็จะให้คำตอบกับพวกเราแล้ว!” 

ใช่แล้วๆ ไม่สู้นายกลับไปพักผ่อนเถอะ เมื่อกี้ในคาบเรียนวิชาคณิตศาสตร์นายคงจะขยะแขยงจนเสียขวัญหมดแล้ว!” 

... 

ขณะที่กำลังพูดคุยกันอยู่นั้น การฝึกซ้อมส่วนของคนอื่นๆ ด้านหน้าได้เสร็จสิ้น จนมาถึงฉากของซือเซี่ยแล้ว 

หัวหน้าห้องเดินมาถึงด้านหน้าของซือเซี่ย เอ่ยถามอ้อมแอ้ม คือว่า...ซือเซี่ย ถึงตานายแล้ว วันนี้นาย...จะซ้อมหรือเปล่า?” 

ภายใต้ความสนใจของทุกคน ซือเซี่ยลุกขึ้นจากเก้าอี้มายืนอย่างช้าๆ สายตามองไปที่บนเวที “แน่นอน” 

ความคิดเห็น