facebook-icon Instagram-icon Line-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

52.หึงเพราะหวง ห่วงเพราะรัก

ชื่อตอน : 52.หึงเพราะหวง ห่วงเพราะรัก

คำค้น : ตำรวจพลร่ม, ตำรวจ, อรินทราช, ตชด., ค่ายนเรศวร, นเรศวร 261, หน่วยรบพิเศษ, แพทย์ตำรวจ, ทหารพราน, ทหาร, ชายแดนภาคใต้

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 38.3k

ความคิดเห็น : 286

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 10:20 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 1,600
× 0
× 0
แชร์ :
52.หึงเพราะหวง ห่วงเพราะรัก
แบบอักษร

(ครึ่งแรก) 

52.หึงเพราะหวง ห่วงเพราะรัก 

  

               ที่สนามโดดร่มตุงคะเตชะนอกจากจะมีบรรดาครูฝึกมารอคอยกำกับการเจ้าหน้าที่ที่กระโดดร่มลงมาแล้วก็ยังมีตำรวจคนอื่นๆ ของทางค่ายมาดูการกระโดดร่มในครั้งนี้ด้วยเพราะนี่เป็นการกระโดดร่มของครูฝึกและเจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษ ซึ่งแน่นอนว่าฝีมือการบังคับร่มของแต่ละคนนั้นมีแต่ขั้นสูงทั้งนั้นโดยเฉพาะ...คนที่เป็นเสมือนกับตำนานของค่ายอย่างผู้กองพนาที่มีเจ้าหน้าที่จากหน่วยนเรศวร 261 ซึ่งเป็นอดีตลูกน้องของเขารอมารับกันอย่างพร้อมหน้า การกลับมาที่ค่ายของผู้กองพนาเรียกความสนใจไปได้มากจึงทำให้มีเจ้าหน้าที่มาร่วมให้กำลังใจในการกระโดดร่มครั้งนี้มากกว่าครั้งอื่นๆ 

               “มาค่ะ ไนเปอร์ช่วย” แก้วเจ้าจอมรีบเข้าไปช่วยเขาเก็บร่มเมื่อลงมาถึงพื้นอย่างสวยงามแล้ว บนท้องฟ้าตอนนี้ก็มีเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ กำลังบังคับร่มลงมาอยู่ 

"หน้าที่ของเราเริ่มต้นบนเวหา สุดทางของเราคือถิ่นทุรกันดาร ณ ที่นั้นยังมีพี่น้องชาวไทยอีกมากที่ยังรอรับความช่วยเหลือจากเรา" 

               “ท่องได้ด้วยหรอ” ผู้กองพนาที่กำลังเก็บร่มอยู่หันมาถามแก้วเจ้าจอมเมื่อเธอพูดคำปลุกใจของตำรวจพลร่มในสมัยที่ยังทำสงครามและใช้เป็นพันธกิจของตำรวจพลร่มในปัจจุบันขณะที่เธอมองดูการกระโดดร่มของคนอื่นๆ ที่กำลังทยอยลงมา 

               “ถึงไนเปอร์จะไม่ได้เป็นตำรวจพลร่ม แต่ไนเปอร์ก็เป็นตำรวจตระเวนชายแดนเหมือนกันนะคะแล้วคำปลุกใจนี่ก็มีติดเอาไว้ที่อาคารอำนวยการของฐานเราด้วยไนเปอร์เห็นบ่อยๆ ก็ต้องท่องได้สิ”  

               “นั่นสินะ” ผู้กองพนายิ้มตอบเธอแล้วจัดการเก็บร่มเองก่อนจะแบกร่มเอาไว้บนไหล่ข้างหนึ่งแล้วยื่นอีกมือมาหาแก้วเจ้าจอม 

               “มากับพี่ เดี๋ยวเอาร่มไปเก็บแล้วพี่จะพาไปรู้จักกับเพื่อนๆ” ผู้กองพนาพยักหน้าไปทางจุดที่เจ้าหน้าที่หน่วยนเรศวร 261 ยืนรวมกลุ่มกันอยู่แก้วเจ้าจอมจึงรีบส่งมือให้เขา 

               “จะเปิดตัวเมียหรอคะ” 

               “รึไม่อยากเปิดตัว” 

               “ไปเปิดตัวแค่กับเพื่อนพี่พนามันน้อยไปค่ะ นู่นเลย” แก้วเจ้าจอมชี้ไปยังจุดที่มีเจ้าหน้าที่อยู่กันเยอะมากที่สุดตรงขอบสนามโดดร่ม “ไปประกาศให้คนอื่นๆ ในค่ายรู้ด้วย หลายๆ คนยิ่งดี ถ้าจะให้ดียิ่งขึ้นก็ต้องประกาศใส่ไมค์จะได้รู้กันถ้วนหน้า 

               “โอ้โห ไม่ค่อยเลยนะ” เขาว่า ก่อนจะจูงมือของเธอไปรายงานตัวกับครูฝึกหลังจากกระโดดร่มเสร็จ ซึ่งพอมาถึงผู้กองพนาก็ยืนตัวตรง วันทยหัตถ์ให้กับครูฝึกพร้อมกับรายงานตัวเสียงดังฟังชัด ซึ่งตอนที่เขารายงานตัวนั้นได้มีเจ้าหน้าที่หลายๆ คนหันมามองด้วยความสนใจ ดีใจที่ได้เห็นเขากลับมาที่ค่ายอีกครั้ง หลายคนรู้ว่าด้วยความเป็นคนดีมีฝีมือของเขาจึงมีคนคอยอิจฉาอยู่ตลอด หากผู้กองพนาสามารถหลุดพ้นจากอำนาจความอิจฉานี้ไปได้คงไม่มีใครคอยขัดขวางเรื่องการเลื่อนยศของเขาอีกแล้ว 

               และนอกจากทุกคนจะให้ความสนใจผู้กองพนาแล้ว อีกคนที่ทุกคนสนใจก็คือแก้วเจ้าจอม ด้วยสงสัยกันว่าเธอเป็นใคร ทำไมถึงได้กระโดดร่มลงมาพร้อมเขาแล้วทำไมผู้กองพนาต้องเดินจูงมือมาอย่างสนิทสนมด้วย ตัวเล็กๆ ขาวสวยจนแทบจะละสายตาจากเธอไม่ได้แบบนี้ เธอเป็นใครกันนะ  

               “ดิฉัน ร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม สุวรรณเวช แพทย์ประจำฐานปฏิบัติการตำรวจพลร่ม กองร้อยเฉพาะกิจรบพิเศษ อำเภอบันนังสตา จังหวัดยะลาค่ะ!” แก้วเจ้าจอมยืนตัวตรงแล้วยกมือขึ้นวันทยหัตถ์อย่างสง่างามแล้วรายงานตัวต่อจากผู้กองพนา หลายๆ คนที่ได้ยินเธอรายงานตัวแล้วก็แทบไม่อยากจะเชื่อว่าเธอจะเป็นตำรวจเหมือนกัน ตัวเล็กๆ ผิวขาวผ่อง หน้าตาคุณหนูๆ แล้วก็ดูเด็กขนาดนี้เหมือนกับเด็กสาวมัธยมปลายหรือเด็กมหาวิทยาลัยปีแรกๆ เสียมากกว่า เป็นตำรวจไม่พอยังเป็นหมอด้วยอีก แล้วนามสกุลของเธอก็...ลูกหลานคนใหญ่คนโตเสียด้วย ผู้หลักผู้ใหญ่บางคนที่มาดูการกระโดดร่มครั้งนี้ด้วยหันมามองแก้วเจ้าจอมทันทีเมื่อได้ยินเธอรายงานตัว ไม่คิดว่าลูกสาวของรองแม่ทัพภาคที่ 4 จะมาอยู่ที่นี่ 

               แก้วเจ้าจอมเองก็ชินแล้วเมื่อถูกจ้องมองแบบนี้หลังจากที่มีคนรู้ว่าเธอเป็นลูกหลานของใครจึงไม่ได้เขินมาก เมื่อรายงานตัวกับครูฝึกเสร็จแล้วเธอกับผู้กองพนาก็รอให้ทุกๆ คนที่กระโดดร่มลงมาด้วยกันลงถึงพื้นจนหมดเพื่อถ่ายภาพร่วมกันเป็นที่ระลึกก่อนจะพากันเอาร่มไปเก็บ 

               “เป็นยังไงบ้างเพื่อน ไม่เจอกันนานเลยนะ” ในระหว่างที่แก้วเจ้าจอมกำลังเดินตามผู้กองพนาเพื่อเอาร่มไปเก็บให้เรียบร้อยนั้น จู่ๆ ก็ได้มีนายตำรวจคนหนึ่งเดินเข้ามาทัก เขาสวมเครื่องแบบตำรวจพลร่มเหมือนผู้กองพนา ที่อกเสื้อติดเครื่องหมายอรินทราช 26 หรือนเรศวร 261 ติดปีกพลร่มชั้น 1 ปีกเครื่องหมายรีคอนของนาวิกโยธิน แล้วก็เครื่องหมายแม่นปืนชั้นสูงทั้งปืนพกสั้นและปืนเล็กยาว แก้วเจ้าจอมแอบยิ้มที่มุมปากเมื่อเห็นความสามารถทางการยิงปืนของเขาและอดขิงในใจไม่ได้ว่าของเขาน่ะแค่แม่นปืนชั้นสูง แต่ของเธอกับผู้กองพนาเป็นชั้นเชี่ยวชาญ อย่างน้อยเธอก็ยิงปืนดีกว่านายตำรวจคนนี้แหละ ที่ปกเสื้อติดยศพันตำรวจตรีด้วย ต้องเรียกสารวัตรสิเนี่ย 

               “ก็สบายดี ไม่เจ็บไม่ป่วยอะไร” ผู้กองพนาตอบหน้านิ่งๆ จนแก้วเจ้าจอมสงสัย อีกฝ่ายทักทายเขาแล้วก็เรียกเขาว่าเพื่อนแล้วทำไมเขาถึงทำหน้าอย่างกับอีกฝ่ายเคยแย่งเมียงั้นแหละ ดูจากหน้าตาท่าทางก็น่าจะอายุพอๆ กันอยู่ 

               “อะไรกัน ไม่เจอกันตั้งเกือบสองปีทำเป็นเย็นชาไปได้” พอนายตำรวจตำแหน่งสารวัตรว่าขึ้นอีกผู้กองพนาก็ยิ่งทำเป็นไม่สนใจก่อนจะหันมาจูงมือแก้วเจ้าจอมเพื่อพาเธอเดินหนี แต่อีกฝ่ายก็ยังไม่ยอมลดละรีบตามมาดักหน้าเอาไว้แล้วคราวนี้เขาก็หันมามองแก้วเจ้าจอมอย่างสนใจด้วย ก่อนหน้านี้ตอนเธอรายงานตัวนอกจากเขาจะรู้ว่าเป็นตำรวจเป็นหมอแล้ว นามสกุลของเธอยังไม่ธรรมดาอีกเสียด้วย สุวรรณเวช...นามสุกลดังโดยเฉพาะในสี่เหล่าทัพนี้ไม่มีใครไม่รู้จักด้วยเป็นตระกูลที่มีอำนาจมาก ทั้งท่านนายพลปภพแล้วก็รองกรันณ์ สองพ่อลูกคู่นี้มันไม่ธรรมดา เส้นสายมีอยู่ทั่วประเทศแล้วก็หูตาเป็นสับปะรด มีสายอยู่มากมายทำให้ไม่มีข่าวไหนจะพลาดหูคนบ้านนี้ไปได้ แล้วด้วยที่ตระกูลนี้มีอำนาจและเส้นสายเยอะหากใครได้ไปเป็นพวกด้วยก็จะได้รับการสนับสนุนจากคนตระกูลนี้จนอาจเป็นหนทางสู่ความก้าวหน้าได้ น่าเสียดายที่คนตระกูลนี้เป็นทหารกันหมดเขาก็เลยหาทางตีสนิทด้วยยาก ท่านนายพลปภพนั้นยากที่จะมีคนเข้าถึงตัวท่านได้ หลานชายฝาแฝดที่เป็นทหารพรานกับทหารเรือก็หยิ่งแสนหยิ่ง หน้าตาก็เหมือนกันจนเขาแยกไม่ออกว่าใครเป็นใคร รู้แค่ว่าไอ้แฝดพี่ไม่ค่อยพูดไม่ค่อยจาตีสนิทด้วยยากส่วนแฝดน้องถึงจะเป็นคนเข้ากับใครๆ ง่ายแต่ถ้าไม่ใช่พวกหรือไม่ใช่คนรู้จักมันก็จะไม่สนใจเลย เขาเคยมีโอกาสได้เจอกับรองกรันณ์อยู่ พยายามตีสนิทกับท่านแต่ท่านก็ไม่เคยสนใจเขา แม้แต่หางตาท่านก็ยังไม่มองทำเหมือนเขาเป็นคนไร้ค่าคนหนึ่ง แต่วันนี้เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าจะได้เจอกับลูกสาวของท่าน ทายาทคนเล็กของสุวรรณเวช หลานสาวเพียงคนเดียวที่ใช้นามสกุลสุวรรณเวชและเป็นหลานรักของท่านนายพลปภพ เธอช่างสวยอะไรแบบนี้ สวยอย่างกับนางฟ้านางสวรรค์ ผู้หญิงร้อยพันที่เขาเคยเจอมายังไม่มีใครสวยเท่านี้มาก่อน เธอสวยแล้วกลิ่นตัวก็หอมมากด้วย ในเมื่อเธอเป็นหลานรักของท่านนายพลปภพแล้วถ้าเธอมีคนรักเป็นคนในเครื่องแบบครอบครัวของเธอก็จะต้องสนับสนุนคนรักของเธอด้วยอย่างแน่นอน 

               “เฮ้ย! มองอะไรนักหนาวะ” เมื่อเห็นอีกฝ่ายเอาแต่มองแก้วเจ้าจอม ผู้กองพนาก็ดึงเธอมาหลบอยู่ด้านหลังของเขาทันที สายตาที่มองสารวัตรหนุ่มดูดุดันจนน่ากลัวไม่ต่างอะไรกับตอนที่เขาฆ่าสารวัตรคมกฤชเลย 

               “เมื่อกี้นี้ตอนรายงานตัว คุณหมอแก้วเจ้าจอมอยู่ที่ฐานของแกหรอ” 

               “แล้วยังไง” สถานการณ์ดูจะตึงเครียดมากขึ้น ยิ่งสารวัตรนายนี้เอาแต่มองมาทางแก้วเจ้าจอมผู้กองพนาก็ยิ่งอารมณ์ไม่ดีและหงุดหงิดเข้าไปใหญ่ หรือว่าสองคนนี้จะไม่กินเส้นกันนะ แก้วเจ้าจอมคิดแล้วมองมาทางนายตำรวจตำแหน่งสารวัตรคนนี้อีกครั้ง พันตำรวจตรีรัชพล ไชยกาล...ติดเครื่องหมายนเรศวร 261 ด้วยหรือว่าเขาจะเคยเป็นเพื่อนร่วมงานของสามีเธอ 

               “ก็ไม่ยังไง ฉันก็แค่อยากทำความรู้จักกับคุณหมอคนสวยหน่อยก็เท่านั้น” ว่าแล้วสารวัตรรัชพลก็เดินเข้ามาหาแก้วเจ้าจอมที่ยังยืนอยู่ด้านหลังของผู้กองพนา “สวัสดีครับคุณหมอ ผมพันตำรวจตรีรัชพล สารวัตรกองกำกับการ 3 กองบังคับการสนับสนุนทางอากาศ” 

               “อย่ามายุ่งกับเมียกู!” พอสารวัตรรัชพลจะยื่นมือมาขอจับทักทายกับแก้วเจ้าจอม ผู้กองพนาก็ผลักเขาหนีในทันที แม้จะเป็นการผลักที่ไม่แรงมากตามความรู้สึกของแก้วเจ้าจอมแต่สารวัตรรัชพลก็กระเด็นไปไกลโขอยู่ ก็ผู้กองพนาแรงพญาช้างสารแบบนี้ใครล่ะจะไม่ปลิว แก้วเจ้าจอมได้แต่คิดแต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าสองคนนี้เคยมีเรื่องอะไรกัน 

               “...เมียงั้นหรอ” สารวัตรรัชพลมองมาที่แก้วเจ้าจอมอีกครั้งอย่างไม่อยากจะเชื่อ นี่เธอกับผู้กองพนา... คราวนี้สารวัตรรัชพลหันกลับมาทางผู้กองพนาอีกครั้งด้วยความริษยา ตอนที่ผู้กองพนาขอย้ายลงยะลาไปเขาเลี้ยงฉลองอยู่ตั้งนานเพราะถ้าผู้กองพนายังอยู่ที่นี่ต่อเขาก็ไม่มีทางได้เกิดและเขาก็ภาวนาทุกวันให้ผู้กองพนาตายอยู่ที่ยะลานั่นแหละแต่มันก็ยังไม่ตายสักที แล้วนี่ยังจะได้เป็นเขยของสุวรรณเวชอีก ฝีมือมันดีกว่าเขา ผลงานก็เด่นกว่าแล้วถ้าคนที่บ้านสุวรรณเวชให้ท้ายมันโดยการนำผลงานของมันที่เคยถูกปักตกไปกลับขึ้นมาเสนอผู้ใหญ่อีกครั้งรัศมีของมันไม่ยิ่งกลบเขาให้จมดินเลยหรอ 

               “ไปเถอะไนเปอร์” ผู้กองพนาหันมาจูงมือแก้วเจ้าจอมให้ไปกับเขาอีกเพราะไม่อยากพูดคุยกับคนตรงหน้า สารวัตรรัชพลจึงได้แต่มองตาม ทำไมผู้กองพนามันถึงได้อะไรดีๆ ไปทุกอย่าง ไหนจะเขยสุวรรณเวช ไหนจะได้เมียสวยเป็นนางฟ้านางสวรรค์ทั้งๆ ที่มันก็เป็นกำพร้าไม่มีพ่อแม่คอยผลักดัน ถ้าไม่มีผู้กองพันยศครูฝึกของมันคอยให้ท้ายก็ไม่มีใครเห็นหัวมันหรอก 

               “ไม่คิดว่านักรบกล้า อดีตหัวหน้าหน่วยนเรศวร 261 จะตกอับถึงขนาดนี้” สารวัตรรัชพลพูดขึ้น ผู้กองพนาที่กำลังจะเอาร่มไปเก็บกับแก้วเจ้าจอมจึงชะงักอยู่กับที่ จนเมื่อสารวัตรรัชพลเดินตามหลังเขามาแล้วพูดต่อ 

               “หลอกจับลูกสาวบ้านสุวรรณเวชเพื่ออาศัยบารมีสุวรรณเวชคุ้มกะลาหัวหรอผู้กอง ไหนว่าประจบคนไม่เป็น อ๋อ ประจบไม่เป็นแต่เกาะผู้หญิงเป็นใช่มั้ย...” 

               ผลัวะ!!! 

               ผู้กองพนาหันกลับมาแล้วหวดหมัดหนักๆ ซัดเข้าใส่หน้าสารวัตรรัชพลในทันที และหมัดนี้ของเขาก็แรงมากจนสารวัตรถึงกับร่วงลงไปกับพื้น จมูกหักเลือดไหลออกมาทางแต่ผู้กองพนาก็ไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้เมื่อเขายกเท้ากระทืบเหยียบลงไปที่กลางอกของสารวัตรรัชพลอีกอย่างจัง แก้วเจ้าจอมได้แต่อึ้งอยู่กับที่เพราะอาการเกรี้ยวกราดของสามีแบบนี้ไม่ได้มีให้เห็นบ่อยๆ ด้านมืดที่เขาเก็บซ่อนไว้สินะ แล้วบริเวณนี้ก็ดันไม่มีคนซะด้วยสิ 

               “อะไรที่มึงเคยทำ มึงก็อย่าคิดว่าคนอื่นเขาจะทำเหมือนมึง กูไม่ใช่มึงนะที่จะได้ไปเลียแข้งเลียขาใครเพื่อยศตำแหน่งแล้วถ้ากูคิดจะเอายศตำแหน่งจริงๆ...” ผู้กองพนากดเท้าลงไปให้หนักขึ้นแล้วเค้นเสียงลอดไรฟันออกมา “มึงไม่มีทางได้ขึ้นมาเป็นสารวัตรแบบนี้หรอก ระหว่างผลงานของมึงกับกูมึงคิดว่าใครเหมาะสมกว่ากัน แล้วทีหลังถ้ามึงจะว่าจะดูถูกอะไรก็ให้มาว่าที่กูคนเดียว อย่ามาเสือกลามปามเมียของกูแล้วก็ครอบครัวของเขา จำเอาใส่หัวเอาไว้!!!” 

               “ผู้กองอย่า!!!” พอผู้กองพนาจะยกเท้าขึ้นกระทืบสารวัตรรัชพล ผู้กองพันยศที่กระโดดร่มลงมาเป็นคนสุดท้ายก็รีบวิ่งเข้ามาห้ามแล้วดึงตัวผู้กองพนาออก ถึงอย่างไรตอนนี้สารวัตรรัชพลก็มียศตำแหน่งที่สูงกว่าเขา ถ้าสารวัตรรัชพลคิดจะเอาเรื่องขึ้นมามันคงไม่ใช่เรื่องที่ดีแน่ 

               “อย่า! เชื่อครู มันไม่คุ้มกันหรอก” ผู้กองพันยศพยักหน้าเรียกแก้วเจ้าจอมให้มาช่วยจับผู้กองพนาเอาไว้ก่อนที่เขาจะเข้าไปช่วยประคองสารวัตรรัชพลขึ้นมา ซึ่งอีกฝ่ายก็ดูจะยังโกรธแค้นผู้กองพนาไม่เลิกจึงได้ผลักผู้กองพันยศออกไปจนเขาซวนเซเพราะอายุมากแล้วจึงต้านแรงของคนหนุ่มไม่ได้ 

               “เป็นครูประสาอะไรทำไมถึงไม่รู้จักสั่งสอนมัน ทำไมถึงปล่อยให้มันมาเสียมารยาทกับคนที่ยศใหญ่กว่า...” 

               ผลัวะ!!! 

               สารวัตรรัชพลหน้าคว่ำลงไปกับพื้นอีกทันทีเมื่อผู้กองพนายกเท้าขึ้นถีบไปที่หน้าอย่างจังก่อนจะตามเข้าไปกระชากคอเสื้อของเขาขึ้นมา เพียงแค่ใช้มือข้างเดียวกระชากสารวัตรรัชพลก็ปลิวติดมือของเขามาแล้ว 

               “กูลืมบอกมึงอีกอย่าง” ผู้กองพนาว่า “นอกจากเมียแล้ว แม้แต่ครูของกูมึงก็ห้ามมาลามปาม! ยศมึงใหญ่กว่าแล้วยังไง มึงคิดว่ามึงจะเอายศตำแหน่งของมึงมากดหัวใครก็ได้อย่างนั้นหรอ ไอ้เวรเอ้ย! ทำไมมึงเนรคุณคนแบบนี้วะ ถ้าไม่มีครูคอยอบรมคอยสอนชาตินี้มึงจะกระโดดร่มเป็นมั้ย สมัยที่เรียนกระโดดร่มใหม่ๆ มึงมันก็ขี้ขลาดทำอะไรก็ไม่เป็นเหมือนคนอื่นจนครูต้องคอยประกบมึงตลอดเพราะห่วงกลัวว่ามึงจะตกลงมาตาย! พอได้เลื่อนยศเข้าหน่อยแล้วทำกร่างแม้แต่ครูของตัวเองก็ไม่เห็นหัวหรอวะ!!!” 

               “พนาอย่า!!!” ผู้กองพันยศรีบเข้ามาแยกคนทั้งคู่ออกจากกันอีกครั้ง ถ้าไม่แยกสารวัตรรัชพลได้ถูกผู้กองพนาจับหักแขนหักขาจนแหลกคามือแน่ๆ “ครูบอกแล้วไงว่ามันไม่คุ้ม ไปได้แล้วไปอย่ามีเรื่องกัน ไนเปอร์พาผู้กองไปได้แล้ว” เขาหันมาสั่งหลานสาวที่ตอนนี้ดูเธอจะรู้สึกสะใจอยู่ไม่น้อยที่เห็นสารวัตรรัชพลถูกอัดจนน่วม ถ้าสารวัตรรัชพลหันมาโจมตีเธออีกคนเธอได้กระทืบเขาด้วยแน่ๆ เรื่องมันคงไปกันใหญ่เพราะแก้วเจ้าจอมก็ใช่ว่าจะยอมให้ใครง่ายๆ เขายังไม่อยากให้ผัวเมียคู่นี้ร่วมมือกันฆ่าใคร 

               “แหม กำลังมันเลย” แก้วเจ้าจอมว่าขึ้นอย่างเสียดายแต่ก็ทำตามที่ผู้กองพันยศบอกโดยการพาผู้กองพนาออกไปจากตรงนี้ จากตอนแรกที่เธอไม่เข้าใจว่าผู้กองพนากับสารวัตรรัชพลเคยมีเรื่องอะไรกันมาก่อนแต่เท่าที่ดูๆ เมื่อกี้นี้เธอก็รู้สึกว่าที่สารวัตรรัชพลโดนไปก็สมควรแล้ว ถ้าเขามาหาเรื่องเธอเธอก็ไม่ยอมเหมือนกัน ที่เมื่อกี้นี้เธอยืนเฉยๆ ก็เพราะอยากรับบทเมียผู้อ่อนแอให้ผัวปกป้องเท่านั้นแหละ 

  

 

 

               “เขาเป็นเพื่อนเรียนร่วมรุ่นกับพี่พนาหรอคะ” หลังจากเอาร่มไปเก็บแล้วผู้กองพนาก็เล่าเรื่องสารวัตรรัชพลให้เธอฟัง เหมือนจะเป็นเพื่อนชังมากกว่าเป็นเพื่อนรัก แข่งกันเรียนแล้วยังมาแข่งกันทำงานอีก ถึงแม้ว่าสารวัตรรัชพลจะเป็นคนมีฝีมือแต่เขาก็มักจะแข่งขันกับผู้กองพนาอยู่เสมอด้วยไม่เชื่อว่าเด็กกำพร้าอย่างผู้กองพนาจะสามารถมีอะไรๆ เหนือตนซึ่งเป็นลูกชายของนักการเมืองท้องถิ่นที่ทรงอิทธิพลได้ แต่ไม่ว่าจะแข่งอย่างไรก็มักจะแพ้ผู้กองพนาเสมอ อาศัยว่าพ่อเป็นเพื่อนสนิทกับผู้กำกับกองกำกับการ 3 และคบลูกสาวของท่านอยู่ท่านก็เลยสนับสนุน ซึ่งตอนนั้นเป็นตอนที่ผู้กองพนาขอย้ายลงยะลาพอดีก็เลยเหมือนกับเป็นการเปิดทางให้สารวัตรรัชพลเข้ามาแทนที่เขา รวมถึงซื้อใจเหล่าลูกน้องของผู้กองพนาไปทุกคน แต่ถึงทุกคนจะยอมรับสารวัตรรัชพลในเรื่องของฝีมือแต่หากจะบอกว่าหัวหน้าทีมที่ดีที่สุดของพวกเขาคือใครทุกคนก็คงตอบได้คำเดียวว่าคือผู้กองพนา ผู้หมวดเผ่าเทพกับผู้หมวดศิวะนั้นไม่ยอมรับเรื่องที่สารวัตรรัชพลจะขึ้นมาเป็นเจ้านายคนใหม่เพราะตำแหน่งนี้มันควรจะเป็นของผู้กองพนา ทั้งสองคนก็เลยออกจากหน่วยนเรศวร 261 เพื่อย้ายลงใต้ไปกับผู้กองพนาด้วย 

               “แข่งกันทำงานมันก็ดีอยู่หรอกนะคะเพราะคนที่ได้ประโยชน์ก็คือประชาชน แต่ก็ไม่น่ามาทะเลาะชิงดีชิงเด่นกันแบบนี้ คิดว่าไนเปอร์จะไม่รู้ทันหรอว่าเขาอยากรู้จักกับไนเปอร์เพราะอะไร ถึงไนเปอร์จะสวยแต่ก็ไม่ได้โง่นะ” 

               “ฮะ!” ผู้กองพนารีบหันควับมามองคนสวยที่เดินอยู่ข้างๆ เขา หลงตัวเองเหมือนไอ้แฝดนรกเลยเว้ย สมแล้วที่เกิดมาเป็นพี่น้องกัน 

               “คิดจะตีสนิทกับไนเปอร์เพื่อผลประโยชน์ของตัวเองล่ะสิ ถึงที่บ้านของไนเปอร์จะมีอำนาจ มีเส้นใหญ่ยังไงแต่ก็ไม่เคยคิดที่จะสนับสนุนใครในเรื่องผิดๆ แบบนี้ ให้ช่วยย้ายที่ทำงาน ช่วยหาข้อมูล ช่วยคุ้มครองอะไรแบบนั้นน่ะพอได้ แต่จะให้ใช้เส้นไปโยกย้ายหรือปรับตำแหน่งของใครอันนี้ไม่ทำเด็ดขาด ถ้าความสามารถหรือผลงานไม่สมกับตำแหน่งมีแต่จะเขี่ยออกแทนการดันขึ้นไป ไม่งั้นป่านนี้ก็คงดันพี่แฝดเป็น ผบ.ทบ. กับ ผบ.ทร. กันแล้วล่ะ นี่พี่ซีลยังต้องนอนอยู่ในฐานกลางป่าอยู่เลยส่วนพี่เรนเจอร์ก็นอนกอดแมวอยู่กลางทะเลแล้วก็ทำตัวแรดไปวันๆ ถ้าคุณพ่อหรือพ่อภูรู้ว่าเขาคิดจะมาตีสนิทกับไนเปอร์เพื่อผลประโยชน์แบบนี้นะ โดนหักคอทิ้งแน่ๆ” 

               “พี่รู้ว่าที่บ้านของไนเปอร์ไม่มีทางเข้าข้างใครผิดๆ หรือทำอะไรที่มันผิดต่อคนอื่นหรอก เพราะงั้นพี่ถึงไม่พอใจไงที่มันมาลามปามไนเปอร์กับคนที่บ้านแบบนี้” 

               “แล้วจะไม่เป็นอะไรหรอคะ เขายศสูงกว่าพี่พนามากนะ” 

               “มันไม่กล้าไปฟ้องใครหรอก มันอายแน่ถ้ามีคนรู้ว่ามันถูกพี่กระทืบ” 

               “สมน้ำหน้า” แก้วเจ้าจอมว่าก่อนจะเดินเข้ามากอดผู้กองพนา สองแขนกอดรอบเอวของเขาอย่างมีความสุข ดีใจที่สุดที่ตอนนี้เขากลับมาพูดกับเธอเหมือนเดิมแล้ว ใบหน้าแสนหวานซุกซบไปตามเนื้อตัวของสามีแล้วทำจมูกฟุดฟิดๆ อย่างน่ารัก 

               “ทำอะไร” 

               “พี่พนาตัวหอม” ว่าแล้วก็สูดกลิ่นของเขาใหม่อย่างชื่นอกชื่นใจ “ห้อมหอม หอมจน...น่ากิน” พอเธอว่าผู้กองพนาก็ใช้ฝ่ามือดันหน้าของเธอออกจากตัวทันทีเพราะตอนนี้ไม่ได้อยู่กันสองคนแล้วแต่ที่สนามโดดร่มก็ยังมีคนอื่นๆ อยู่ด้วย 

               “ยัยเด็กหื่น เลิกทำจมูกฟุดฟิดๆ ได้แล้ว” 

               “ทำไมล่ะคะ”  

               “มันเหมือนหมา” 

               “พี่พนา!!!” 

               “ฮ่าๆๆๆ” ผู้กองพนาหัวเราะร่วนเมื่อเธอทุบอกเขาเข้าให้เพราะถูกแกล้ง เขาก็เลยแกล้งต่อโดยการเอามือยันหน้าผากของเธอเอาไว้สุดปลายแขนทำให้แก้วเจ้าจอมได้แต่พยายามยื่นมือยื่นเท้าจะมาตีเขาอีกแต่ก็ตีไม่ถึง ตอนนี้เขาไม่เห็นเงาของสารวัตรรัชพลแล้วคาดว่าผู้กองพันยศคงพาไปทำแผล หึ! คนเนรคุณครูบาอาจารย์แบบนี้มันไม่เจริญหรอก 

               “แหมๆๆ ที่เขาลือกันว่าผู้กองกลับมาคราวนี้ก็พาเมียเด็กกลับมาด้วยท่าทางจะจริงนะครับ” เจ้าหน้าที่ในชุดเครื่องแบบตำรวจพลร่มสวมหมวกเบเร่ต์สีดำกลุ่มใหญ่เดินเข้ามาทักผู้กองพนาอย่างสนิทสนม ขณะที่เขากำลังแกล้งแก้วเจ้าจอมเล่นอยู่จนคนทั้งคู่ชะงัก  

               “โห คราวนี้มาหลายคนเลยค่ะ” แก้วเจ้าจอมรีบกระซิบบอกสามีเมื่อเข้าใจว่าเจ้าหน้าที่เหล่านี้จะมาหาเรื่องเขาอีก แต่เธอก็คิดผิดเมื่อผู้กองพนายิ้มออกมาด้วยความดีใจก่อนจะเดินเข้าไปหาและกอดกันกับเจ้าหน้าที่เหล่านั้นอย่างแนบแน่นและสนิทสนม ดูท่าเหมือนว่าจะคิดถึงกันมากเสียเต็มประดา ทุกๆ คนต่างก็เข้ามารุมล้อมกอดเขา แก้วเจ้าจอมสังเกตเห็นว่าที่อกเสื้อข้างขวาเหนือป้ายชื่อของพวกเขาติดปีกเครื่องหมายนเรศวร 261 ด้วย เพื่อนๆ ของเขางั้นหรอ 

               “สวัสดีครับผู้กอง!!!” พอกอดกันแล้วทุกคนก็ถอยออกมายืนตรงพร้อมกับยกมือขึ้นวันทยหัตถ์ทำความเคารพผู้กองพนาอย่างพร้อมเพรียงกัน ท่าทางต่างจากสารวัตรรัชพลลิบลับ 

               “เฮ้ย! ไม่ต้องทำความเคารพอะไรกันแล้ว” ผู้กองพนาที่วันทยหัตถ์ตอบทุกคนบอกอย่างเป็นกันเองด้วยรอยยิ้ม “ผมไม่ใช่เจ้านาย ไม่ใช่หัวหน้าทีมของทุกคนแล้วนะ” 

               “ทำไมจะไม่ใช่ล่ะครับ” เจ้าหน้าที่นายหนึ่งพูดขึ้น “ไม่ว่าผู้กองจะไปประจำการอยู่ที่ไหน ถ้าผู้กองกลับมาที่นี่เมื่อไหร่ผู้กองก็จะยังเป็นหัวหน้าทีมของพวกเราเสมอนะครับ ผู้กองจะเป็นหัวหน้าทีมที่พวกเราเคารพรักเสมอ” พอเจ้าหน้าที่นายนี้ว่าแล้วทุกๆ คนก็พากันร้องรับว่าเป็นเช่นนั้นจริงๆ แก้วเจ้าจอมยิ้มให้สามีด้วยความภูมิใจ ตอนอยู่ที่ยะลาเขาก็เป็นที่รักของลูกน้องทุกคน เป็นที่รักของเพื่อนๆ เจ้าหน้าที่หน่วยอื่นและเป็นที่รักของชาวบ้าน แม้แต่ที่นี่ก็ด้วย ถึงจะมีคนคอยอิจฉาและขัดขวางกีดกันความสามารถของเขาแต่เขาก็ยังมีครูฝึกที่ดีที่คอยให้กำลังใจและ...มีเพื่อนร่วมงานที่ดีแบบนี้ 

               “ขอบคุณทุกคนมากนะ ผมดีใจมากนะที่ได้เจอทุกคน หมวดเทพกับหมวดศิวะก็ฝากความคิดถึงมาให้ทุกคนเหมือนกัน” ผู้กองพนารู้สึกตื้นตันใจและดีใจที่ลูกน้องยังไม่ลืมเขา ทุกคนคือเจ้าหน้าที่รบพิเศษหน่วยนเรศวร 261 คือคนที่เคยร่วมเป็นร่วมตายกับเขามาแล้วในหลายๆ ภารกิจ แม้จะมีติดต่อกันบ้างทางโซเชียลแต่ก็นานๆ หนและคุยเฉพาะเรื่องงานเท่านั้นเพราะนับตั้งแต่ที่น้องชายของเขาจากไปเขาก็พยายามจะไม่ติดต่อกับใครอีกด้วยตั้งใจว่าจะเอาชีวิตไปทิ้งไว้ที่ยะลา แต่พอเขาได้เจอแก้วเจ้าจอม เธอก็ทำให้โลกทั้งใบของเขาสดใสขึ้นและทำให้เขารู้สึกว่าอยากจะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อเธอ แล้วถ้ามีลูกเขาก็ยิ่งอยากมีชีวิตให้ยืนยาวเพื่อเลี้ยงดูลูกๆ ของเขากับเธอ อยู่ดูความน่ารักของแก้วเจ้าจอมกับลูกไปให้นานแสนนาน 

               “ไนเปอร์” เขาหันมาเรียกเธอเข้าไปหาก่อนจะโอบรอบเอวบางของเธอเอาไว้ ยังไม่ทันที่เขาจะพาเธอไปแนะนำเปิดตัวกับทุกคนเลยแต่ทุกคนก็เป็นฝ่ายเข้ามาหาเขาก่อนแล้ว เหล่าลูกน้องของเขาที่มองตามก็รู้กันอยู่แล้วว่าเธอเป็นใครเพราะตอนที่เธอรายงานตัวพวกเขาก็ฟังอยู่ด้วย ทายาทคนสวยจากบ้านสุวรรณเวช ก็พอรู้กันมาบ้างว่าบ้านนี้มีลูกสาวสวย แต่ตัวจริงเล่นสวยมากขนาดนี้มันเกินจินตนาการเอามากๆ 

               “ทุกคนเป็นลูกน้องเก่าของพี่ เจ้าหน้าที่จากหน่วยนเรศวร 261” พอเขาแนะนำแก้วเจ้าจอมก็ฉีกยิ้มหวานๆ ให้ทุกคนพร้อมกับยกมือขึ้นไหว้เพราะดูจากหน้าตาแล้วคาดว่าน่าจะแก่กว่าเธอทุกคนแน่นอน ถ้าใครดีกับสามีของเธอเธอก็จะดีด้วย แต่ถ้าใครเป็นพวกชอบเบ่งแบบสารวัตรรัชพลเธอก็จะไม่เกรงใจเหมือนกัน 

               “สวัสดีค่ะ ฉันร้อยตำรวจโทหญิงแพทย์หญิงแก้วเจ้าจอม ยินดีที่ได้รู้จักทุกคนนะคะ” 

               “ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกันครับ...นายหญิง” ทุกคนที่รับไหว้เธอพากับตอบกึ่งๆ แซวไปด้วย ยิ่งได้เจอใกล้ๆ ก็ยิ่งสวย ตัวก็หอมจนพวกเขาหลงใหลราวกับต้องมนต์ 

               “นายหญิงอะไรกัน” ผู้กองพนาว่า เริ่มจะหวงๆ แก้วเจ้าจอมแล้วเมื่อเห็นทุกคนเอาแต่มองเธอกันตาพราวจนเขาต้องดึงเอาแก้วเจ้าจอมมาหลบอยู่ด้านหลัง 

               “อ้าว ก็ผู้กองเป็นนายของพวกเรา เมียของผู้กองก็ต้องเป็นนายหญิงสิครับ ฮิ้ววววว” เสียงโห่เสียงแซวดังขึ้นอย่างครึกครื้น แก้วเจ้าจอมเขินจนแก้มแดงเพราะยังไม่ทันได้แนะนำเลยว่าเธอเป็นภรรยาของผู้กองพนาแต่ทุกๆ คนก็รู้กันหมดแล้ว 

 

 

               แก้วเจ้าจอมให้ผู้กองพนาอยู่พูดคุยกับเพื่อนฝูงของเขาอย่างเต็มที่เพราะเขาไม่ได้เจอเพื่อนๆ แล้วก็ลูกน้องคนสนิทมาเกือบสองปีแล้ว ซึ่งระหว่างที่พวกเขาย้ายมานั่งพูดคุยกันอยู่ที่ริมชายหาด แก้วเจ้าจอมก็เดินเล่นไปเรื่อยตามชายหาดที่ทอดยาว ด้วยค่ายนเรศวรนั้นมีพื้นที่อยู่ติดกันกับค่ายพระรามหก ซึ่งเป็นกองกำกับการ 1 กองบังคับการฝึกพิเศษ กองบัญชาการตำรวจตระเวนชายแดน รับหน้าที่แบ่งกำลังส่วนหนึ่งจากค่ายนเรศวรมาทำการฝึกการต่อต้านและปราบปรามการก่อการร้าย แล้วที่ค่ายพระรามหกแห่งนี้ก็ยังเป็นที่ตั้งของพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน อยู่ใกล้ๆ กันกับสนามโดดร่มตุงคะเตชะ แก้วเจ้าจอมจึงได้เดินเล่นริมชายหาดเพลินๆ ระหว่างรอสามี ตอนนี้เป็นเวลาพระอาทิตย์ใกล้จะลับขอบฟ้าแล้ว น้ำทะเลสีฟ้าครามเริ่มเปลี่ยนเป็นสีประกายทองด้วยแสงเรืองรองจากพระอาทิตย์ มันช่างเป็นภาพที่งดงามมาก หาดทรายขาวๆ พระราชนิเวศน์มฤคทายวันสวยๆ ท้องทะเลสีฟ้าครามเปล่งประกายทอง คงจะด้วยทัศนียภาพที่สวยงามแบบนี้สินะผู้กองพนาถึงบอกเธอว่าตอนนี้ที่ค่ายพระรามหกได้เปิดให้ประชาชนเข้ามาท่องเที่ยวเล่นน้ำที่ชายหาดได้ ไหนจะมีแหล่งท่องเที่ยวอื่นติดๆ กันอย่างพระราชนิเวศน์มฤคทายวัน แหล่งเรียนรู้ทางธรรมชาติป่าชายเลน บ้านเจ้ารามราฆพ อุทยานสิ่งแวดล้อมนานาชาติสิรินธรอีก และที่สำคัญตอนนี้ค่ายนเรศวรก็ยังมีกิจกรรมให้นักท่องเที่ยวไปโดดหอสูงของตำรวจพลร่มได้ด้วย เป็นหอเดียวกันกับหอที่เธอกับเขากระโดดเมื่อเช้านี้ แต่ส่วนมากเขาบอกว่าสาวๆ ที่มาค่ายนเรศวรชอบกิจกรรมปั่นจักรยานในค่ายมากกว่าเพราะจะได้แอบมองหนุ่มๆ ตำรวจพลร่มกัน แหม นี่ถ้าหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษทางเรือมีกิจกรรมแบบนี้บ้างผู้กองกวินทร์พี่ชายเธอคงไม่เป็นอันทำการทำงานแน่ๆ เพราะต้องคอยแต่งตัวหล่อมาให้นักท่องเที่ยวสาวๆ กรี๊ด จะว่าไปแล้วก็อดคิดถึงไม่ได้ ป่านนี้ไม่รู้จะเป็นยังไงบ้างช่วงนี้ดูเหมือนภารกิจจะเยอะเหลือเกิน แก้วเจ้าจอมมองเหม่อออกไปในทะเลเมื่อคิดถึงพี่ชาย เพราะจังหวัดเพชรบุรีกับจังหวัดชลบุรีนั้นหากดูในแผนที่จะเห็นได้ว่าอยู่ตรงข้ามกันอย่างพอดิบพอดีโดยมีทะเลอ่าวไทยคั่น ไม่รู้ว่าเย็นนี้เขาจะออกเรือไปทำภารกิจกับลูกน้องที่ไหนรึเปล่า 

               ผู้กองพนาที่นั่งพูดคุยอยู่กับเพื่อนฝูงหันมามองแก้วเจ้าจอมเป็นพักๆ ด้วยความเป็นห่วงและไม่อยากให้เธอคลาดสายตาไปไหนจนถูกเหล่าเพื่อนๆ แซวอยู่หลายรอบ ยิ่งตอนนี้ทุกคนออกเวรกันหมดแล้วและมีกลุ่มรุ่นน้องที่เพิ่งกระโดดร่มด้วยกันเข้ามาสมทบ วงสนทนาตามประสาหนุ่มๆ ก็ยิ่งครึกครื้นขึ้น 

               “ให้คลาดสายตาซักนาทีก็ได้ครับผู้กอง คุณหมอไม่หนีลงทะเลว่ายน้ำไปขึ้นฝั่งที่ชลบุรีหรอก” ลูกน้องคนหนึ่งว่าขึ้นแล้วก็ตามมาด้วยเสียงโห่แซวอีกเช่นเดิม  

               “น่าๆ เข้าใจผู้กองเขาหน่อย เขาได้เมียสวยแล้วยิ่งเป็นเมียเด็กอีกก็ต้องหวงมากเป็นธรรมดา ฮ่าๆๆๆ” 

               เอาเข้าไป ได้ทีนี่แซวเขากันใหญ่เลยนะพวกนี้ ผู้กองพนาอดว่าในใจไม่ได้และได้แต่ยิ้มเขินๆ ออกมา ซึ่งมันเป็นภาพที่ทุกคนแทบจะไม่เคยเห็นมาก่อน พวกเขาไม่เคยเห็นผู้กองพนายิ้มเพราะเขินด้วยเรื่องของผู้หญิงคนไหนมาก่อน ท่าทางคุณหมอคนสวยอย่างแก้วเจ้าจอมจะเป็นคนสำคัญที่พิเศษมากๆ ในหัวใจของผู้กองพนาจริงๆ 

               “เมื่อกี้นี้ตอนที่เรากำลังมาที่นี่เห็นครูพันประคองสารวัตรไปที่ห้องพยาบาลของค่ายด้วย สภาพหน้าตานี่ดูไม่ได้เลย เลือดอาบหน้าขนาดนั้นไม่รู้เผลอไปเหยียบหางใครเข้ารึเปล่า” เจ้าหน้าที่หน่วยรบพิเศษคนที่เพิ่งมาถึงบอกข่าวนี้กับทุกคน ทำให้วงสนทนาที่มีแต่เสียงหัวเราะเงียบไป ส่วนเจ้าของหางที่ถูกสารวัตรรัชพลเหยียบก็ทำเป็นกระดกเบียร์กระป๋องอย่างไม่รู้ไม่ชี้ 

               “เฮ้อ! ใครๆ เขาก็รู้กันทั่วว่าถ้าผู้กองไม่ย้ายลงใต้ซะก่อนตำแหน่งสารวัตรของกองกำกับการ 3 ก็คงไม่พ้นมือผู้กองแน่ๆ สารวัตรเขาเป็นคนเก่งมีฝีมือก็จริงแต่ก็ไม่เอาจริงเหมือนผู้กอง ถนัดทำงานประจบผู้ใหญ่มากกว่าจับปืนสู้ซะอีก” ลูกน้องคนหนึ่งพูดขึ้นด้วยอยากเล่าให้ผู้กองพนาฟังว่าระหว่างที่เขาไม่อยู่ที่นี่เกิดอะไรขึ้นบ้าง 

               “ก็เล่นไปจีบลูกสาวผู้กำกับอย่างเป็นจริงเป็นจังว่าจะได้แต่งกันแน่ๆ ผู้กำกับกับพ่อของสารวัตรก็เพื่อนสนิทกันยังไงเขาก็ต้องดันว่าที่ลูกเขยตัวเองอยู่แล้ว แต่ก็น่าผิดหวัง...พอได้ตำแหน่งไม่นานสารวัตรก็เทลูกสาวผู้กำกับแล้วพยายามไปตีสนิทกับผู้การต่อ เห็นว่าทะเลาะกับผู้กำกับอยู่ตั้งนาน เฮ้อ! ไม่มีศักดิ์ศรีเอาซะเลย เสียเกียรติตำรวจหมด” 

               ผู้กองพนารับฟังสิ่งที่ลูกน้องบอกเงียบๆ ไม่คิดว่าสารวัตรรัชพลจะเป็นไปได้ถึงเพียงนี้จนเขาอดเห็นใจและเป็นห่วงเหล่าอดีตลูกน้องไม่ได้ที่ต้องมีผู้บังคับบัญชาแบบนี้ 

               ตื๊ดดด ตื๊ดดด 

               เสียงโทรศัพท์ที่ดังขึ้นทำให้วงสนทนาเงียบไปอีกรอบก่อนที่ผู้กองพนาจะดึงโทรศัพท์ยี่ห้อผลไม้รุ่นดังออกมา ที่ตัวโทรศัพท์เป็นสีขาวใส่เคสใสประดับด้วยกากเพชรรูปดาว มีตุ๊กตากระต่ายเรซิ่นตัวเล็กๆ ห้อยติดกับเคสด้วย 

               “โทรศัพท์ของเมีย” เขารีบบอกเมื่อเห็นว่าทุกสายตาของลูกน้องกำลังจ้องโทรศัพท์ในมือของเขาอยู่ คงอยากจะล้อเลียนที่เคสโทรศัพท์มันมุ้งมิ้งกันล่ะสิ 

               “โห หวงเมียมากจนถึงขั้นยึดโทรศัพท์เมียเลยหรอครับ” 

               “เปล่า” ผู้กองพนาตอบพลางมองชื่อของคนที่โทรมาตรงหน้าจอ เหตุที่เขาต้องยึดโทรศัพท์เธอก็เพราะตอนขึ้นเครื่องบินจะกระโดดร่มเธอเอาโทรศัพท์ไปด้วยแล้วก็พยายามจะโทรหาพ่อกับแม่ เขาไม่อยากให้เธอเสียสมาธิก็เลยริบโทรศัพท์ของเธอชั่วคราวแล้วก็เลยลืมคืนให้ “เดี๋ยวผมมานะ” พอเขาจะลุกออกจากวงสนทนาเพื่อเอาโทรศัพท์ไปให้แก้วเจ้าจอม แก้วเจ้าจอมที่ได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองรีบวิ่งเข้ามาหาเขาก่อน  

               “ใครโทรมาคะ”  

               “ทหารเรือ” 

               หืม...แก้วเจ้าจอมดูชื่อของคนที่โทรมาในทันทีแล้วก็ต้องขมวดคิ้วใส่ เจ้าหมอนี่มันโทรมาทำไมกัน ตอนนี้กำลังออกเรือไปเรียนภาคปฏิบัติอยู่กลางทะเลไม่ใช่หรอ หรือว่าจะฝึกเสร็จแล้ว...หรือว่า... แก้วเจ้าจอมรับโทรศัพท์มาจากผู้กองพนาก่อนจะรับสายด้วยความสงสัยและใจไม่ดีเพราะคนที่โทรมาก็คงจะ... 

               (“ยัยโหด!!! ยัยปิศาจ! ยัยผู้หญิงใจร้าย! ยัยซาตานส่งมาเกิด ทำไมถึงได้ทำกับลูกพี่ของผมแบบนี้ กล้าดียังไงถึงบุกแฟลตของหน่วยซีลแล้วมาทำให้หน้าหล่อๆ ของลูกพี่ผมมีรอยช้ำ กลับมาเคลียร์กันเดี๋ยวนี้!!!!”) แก้วเจ้าจอมโยนโทรศัพท์ทิ้งทันทีจนผู้กองพนาต้องรีบรับเอาไว้ให้เมื่อปลายสายดูท่าจะเกรี้ยวกราดมาก แล้วเสียงของปลายสายก็แผดออกมาลั่นจนทุกคนได้ยินกันหมด ชื่อที่หน้าจอโทรศัพท์ขึ้นว่า ไอ้น่าวิกปากเปราะ ผู้กองพนาจำได้ว่าไอ้หนูที่กำลังเกรี้ยวกราดอยู่ตอนนี้คือ นคินทร์ น้องชายของผู้หมวดศิขริน ตอนนี้กำลังเรียนอยู่โรงเรียนนายเรือ แก้วเจ้าจอมบอกว่าเจ้านี่เป็นคนที่เมาเรือเก่งมากแต่ก็อยากเป็นทหารเรือตามไอดอลของตัวเองอย่างผู้กองกวินทร์ เป็นคนที่รักผู้กองกวินทร์มากและไม่ชอบให้ใครมารังแกพี่ชายคนนี้ แก้วเจ้าจอมคงจะไปรังแกพี่ชายสุดที่รักของนคินทร์เข้าล่ะสิท่าน้องชายของเขาถึงโทรมาด่าแบบนี้ 

(“รู้มั้ยว่าใบหน้าหล่อๆ ของลูกพี่ผมมีค่ามากแค่ไหน แฟนพี่น่ะยังหล่อไม่ได้ครึ่งของลูกพี่ผมเลย กลับมาขอโทษพี่เรนเจอร์เดี๋ยวนี้ไม่งั้น...ไม่งั้น...”)  

               “ไม่งั้นอะไร” ผู้กองพนายกโทรศัพท์ขึ้นพูดแทนเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมกำลังแยกเขี้ยวแยกคางใส่นคินทร์ที่อยู่ปลายสาย ถ้านคินทร์อยู่ตรงหน้าเธอตอนนี้เขาคงถูกแก้วเจ้าจอมจับหักคอไปแล้ว 

               (“ไม่งั้นผมจะฟ้อง...อ้าวเฮ้ย! นั่นใครน่ะ ยัยปิศาจโหดไปไหน”) 

               “นี่พี่เอง ผู้กองพนา” 

               (“อ๋อ ไอ้ลูกเขยขี้เหร่หน้าโง่ที่อารันพูดถึงน่ะหรอ”) 

               พรวด!!! ลูกน้องของเขาที่ยกเบียร์กระป๋องขึ้นดื่มกันอยู่ถึงกับสำลักก่อนจะพากันกลั้นขำแทบตายกับฉายาที่พ่อตาเขาตั้งให้ลูกเขย ส่วนผู้กองพนาก็กำลังแยกเขี้ยวแยกคางใส่นคินทร์ด้วยอีกคน ไอ้นาวิก ไอ้เด็กเวร! มิน่าล่ะแก้วเจ้าจอมถึงได้บันทึกชื่อมันว่า ไอ้นาวิกปากเปราะ คำพูดและนิสัยนี่ไม่ได้พ่อกับพี่ชายมาซะเลย พ่อกับพี่ชายก็ออกจะสุภาพเป็นผู้ใหญ่ นี่ไอ้พี่น้องสองบ้านนี้เกิดสลับคู่กับรึเปล่าเนี่ย ผู้กองกรินทร์กับผู้หมวดศิขรินนั้นสนิทกันมาก ทั้งคู่ดูเป็นคนนิ่งๆ สุภาพแล้วก็เป็นผู้ใหญ่ในขณะที่ผู้กองกวินทร์กับไอ้เด็กปากเปราะนี่กลับมีนิสัยเข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย 

               “เดี๋ยวไนเปอร์จัดการเองค่ะ” แก้วเจ้าจอมเอาโทรศัพท์คืนมาจากผู้กองพนาก่อนจะรีบเดินออกไปเพื่อรับสายน้องชายที่กำลังเป็นเดือดเป็นร้อนแทนผู้กองกวินทร์ที่ถูกเธอเล่นงานไปวันก่อน 

               “ท่าทางพ่อตาของผู้กองจะรักลูกเขยมากเลยนะครับ มีตั้งฉายาให้กันด้วย ฮ่าๆๆๆ” ทุกคนพากันแซวผู้กองพนาหนักกว่าเดิม สงสัยนักว่าทำไมผู้กองพนาถึงไปสนิทกับคนบ้านสุวรรณเวชได้ โดยเฉพาะไปทำยังไงรองแม่ทัพภาคที่ 4 ยอมรับให้เป็นลูกเขยทั้งๆ ที่เขาลือกันไปทั่วว่าท่านหวงลูกสาวมาก 

               แก้วเจ้าจอมรีบเดินห่างออกมาเพื่อจะเฉ่งน้องชายปากเปราะให้เต็มที่เพราะยังไม่อยากกลายร่างเป็นมารร้ายต่อหน้าเพื่อนๆ ของสามี ดูท่าตอนนี้นคินทร์จะฝึกภาคปฏิบัติทางทะเลเสร็จแล้วผู้กองกวินทร์ก็เลยไปรับเพื่อจะพาไปส่งบ้าน คงใส่ไฟเธอให้น้องชายสุดที่รักฟังเต็มที่ล่ะสิท่า มันน่านัก! 

               “พี่เรนเจอร์เป่าหูอะไรอีก” 

               (“ไม่ได้เป่าหูนะเว้ย!!!”) เสียงผู้กองกวินทร์ดังลอดเข้ามา อ้าว! นี่วันนี้เขาไม่ได้ออกไปทำภารกิจเหมือนเมื่อวานหรอ อย่าบอกนะว่า... 

               “เมื่อวานพี่เรนเจอร์ไปทำภารกิจแล้วเดี้ยงกลับมาใช่มั้ย” พอเธอถาม นคินทร์ก็เปลี่ยนจากการโทรธรรมดามาเป็นวีดิโอคอล แก้วเจ้าจอมจึงได้เห็นพี่ชายนั่งเอกขเนกเกาคางให้น้องเพลงพิณอยู่บนโซฟาในห้องพักของเขา สภาพเหมือนไปฟัดกับหมามาแต่ก็ดูไม่ได้หนักอะไร 

               (“เดี้ยงอะไร คนอย่างลูกพี่ผมไม่มีทางพลาดหรอก ทั้งหมดนี่เป็นฝีมือของพี่ใช่มั้ยพี่เรนเจอร์บอกผมหมดแล้ว คอยดูเถอะผมจะฟ้องคุณอาแก้ม ไม่สิ! ผมจะฟ้องคุณปู่กับคุณย่า!!!”) 

               หนอย...แบบนี้ก็ได้หรอ ไปทำภารกิจแล้วเดี้ยงกลับมาแต่กลัวเสียหน้ากับสาวกของตัวเองก็เลยปั้นเรื่องโกหกนคินทร์ว่าที่ตัวเองเจ็บมาแบบนี้น่ะเป็นเพราะฝีมือเธอ 

               “เชิญขี่ม้าสามศอกไปฟ้องเลย” เธอว่ากลับแล้วหันมาทางพี่ชายอีกคน ท่าทางก็ไม่ได้เป็นอะไรมากแต่ก็สำออยเรียกร้องความสนใจอยู่นั่นแหละ “พี่โอเคใช่มั้ย ภารกิจเรียบร้อยรึเปล่า” 

               (“มือระดับนี้มีหรอจะพลาด”) เรื่องภารกิจน่ะไม่พลาดหรอก เขาก็แค่...ผู้กองกวินทร์แตะมาที่สร้อยบนคอตัวเองอีกครั้ง สร้อยที่มีจี้เป็นหินสีดำนิลรูปทรงแปลกๆ ที่แต่ละวันไม่รู้ว่ามันเปลี่ยนรูปร่างเองได้ยังไง เพราะสร้อยเส้นนี้เมื่อคืนเขาถึงรอดชีวิตจากการถูกยิง พอเห็นว่ากระสุนมันไม่เข้าเนื้อกายของเขาคนร้ายเมื่อคืนก็เลยรุมยำเขาแทน แต่กว่าจะเก็บพวกมันได้หมดเขาก็เลยได้แผลนิดๆ หน่อยๆ มาด้วย 

               (“อย่ามาดูถูกลูกพี่ผมนะไม่มีอะไรที่พี่เรนเจอร์ทำไม่สำเร็จหรอก พี่ไนเปอร์เถอะทำอะไรเอาไว้ก็มารับผิดชอบเลย กลับมาดูแลพี่เรนเจอร์เดี๋ยวนี้”) 

               “ไม่กลับ” แก้วเจ้าจอมตอบขึ้นทันควัน นคินทร์กับผู้กองกวินทร์ก็เลยพากันทำหน้าดุใส่เธอ “ถ้าจะโทรมาป่วนพี่จะปิดเครื่องนะนาวิกวันนี้ไม่อยากทะเลาะกับใครแล้วพี่เหนื่อย รู้มั้ยว่าวันนี้พี่ทำอะไรมาบ้าง พี่เพิ่งกระโดดร่มมา” พอได้ยินแบบนี้ ทั้งสองหนุ่มพี่น้องก็รีบเพ่งมองมาที่จอโทรศัพท์ในทันทีโดยที่แก้วเจ้าจอมก็แพนกล้องให้ดูด้วยว่าตอนนี้เธออยู่ที่ไหน 

               (“อย่ามาโม้ ตัวเองกระโดดร่มแบบกระตุกเองเป็นที่ไหนกัน”) 

               “ไม่ได้กระโดดเอง” แก้วเจ้าจอมว่ายิ้มๆ อย่างมีความสุขเมื่อนึกถึงตอนที่กระโดดร่มลงมากับสามี “ไนเปอร์กระโดดแบบ Tandem กับพี่พนา...สนุกมากเลย” ดูสีหน้าก็รู้ว่าสนุกและมีความสุขมากแค่ไหน หน้าตาเธอดูสดใสขึ้นมากกว่าเมื่อหลายวันก่อนตอนที่เอาแต่คอยดูแลอริน เขาว่ากันว่าผู้หญิงเวลาที่มีความรักจะดูสวยที่สุด แก้วเจ้าจอมเองก็เช่นกัน 

               (“แหวะอยากจะอ้วก”) ทั้งผู้กองกวินทร์และนคินทร์ทำท่าโก่งคออ้วกพร้อมกันก่อนที่เสียงโทรศัพท์ของผู้กองกวินทร์จะดังขึ้น 

               (“นาวิก รีคอนโทรตามแล้ว ดึงรีคอนเข้ามาคุยกับคนแถวนี้หน่อยพี่จะให้รีคอนมาช่วยอ้วกเพราะเหม็นความรักแถวๆ เพชรบุรี”) พอผู้กองกวินทร์บอก นาวิกก็จัดการดึงผู้หมวดศิขรินเข้ามาร่วมกลุ่มสนทนาในวีดิโอคอลด้วย ตอนนี้เหมือนเขาจะไม่ได้อยู่ที่บ้านเลย ผู้หมวดศิขรินกำลังอยู่ที่โรงพยาบาล... 

               (“นาวิก ฝึกเสร็จแล้วไม่รู้จักกลับบ้านกลับช่องนะ ไปกวนแต่พี่เรนเจอร์อยู่นั่นแหละ”) ผู้หมวดศิขรินดุน้องชาย นคินทร์ก็เลยรีบกระโดดไปหลบอยู่ข้างหลังผู้กองกวินทร์ราวกับกลัวว่าพี่ชายจะยื่นมือมาตี 

               (“หมอนี่ใครน่ะพี่เรนเจอร์ ผมไม่รู้จัก”) 

               (“พี่ชายมึงไง”) ไม่ตอบเปล่าแต่ผู้กองกวินทร์ยังตบผลัวะ! เข้าให้ที่หัวเกรียนๆ ของนคินทร์ซ้ำ แก้วเจ้าจอมกับผู้หมวดศิขรินก็เลยหัวเราะออกมาอย่างสะใจที่เจ้าตัวแสบถูกตี แต่หัวเราะได้ไม่นานแก้วเจ้าจอมก็ต้องหุบยิ้มลงเมื่อพอดูดีๆ แล้วผู้หมวดศิขรินไม่เพียงแต่อยู่ที่โรงพยาบาล แต่เขายังอยู่ที่ห้องพักของอรินด้วย 

               (“พี่รีคอนอยู่กับพี่อรินรึเปล่า ตอนนี้อาการเป็นยังไงบ้างผมล่ะเป็นห้วงเป็นห่วงอยากจะไปเยี่ยมจะแย่แล้ว”) 

               (“ถ้าอยากเยี่ยมก็กลับมากรุงเทพฯ ได้แล้ว ไปทำแมวอะไรอยู่ที่นั่น ถ้าพี่ไม่บังเอิญเห็นเพื่อนแกอยู่ที่กรุงเทพฯ จะรู้มั้ยฮะว่าวันนี้ที่โรงเรียนปล่อยให้กลับบ้าน”) 

               (“โอย บ่นเก่งจริงวุ่ย ไว้ผมกลับกรุงเทพฯ แล้วพี่ค่อยบ่นต่อละกัน ไหน ขอพูดกับพี่อรินหน่อยซิ”) จากนั้นผู้หมวดศิขรินก็ส่งโทรศัพท์ของเขาให้กับอรินที่ยังคงนอนอยู่บนเตียงอย่างลืมไปว่าแก้วเจ้าจอมก็อยู่ในสายด้วย พออรินรับโทรศัพท์มาแล้วเห็นแก้วเจ้าจอมเขาก็ชะงักไปครู่ใหญ่เพราะไม่คิดว่าจะเจอเธอ ตั้งแต่วันที่เขาบอกว่าจะตัดใจจากเธอเขาก็ตั้งใจทำเช่นนั้นจริงๆ โดยมีทุกๆ คนคอยอยู่ให้กำลังใจเป็นอย่างดีโดยเฉพาะแม่ของเขาที่ไม่เคยอยู่ห่างจากเขาเลย เขาจึงได้รู้ว่าผู้หญิงเพียงคนเดียวที่รักเขามากที่สุด รักมากกว่าใครๆ ก็คือแม่ จากภาพที่เห็นแก้วเจ้าจอมสวมชุดวอร์มของตำรวจพลร่ม เขาพอรู้ๆ มาว่าตอนนี้เธอกลับไปหาคนรักของเธอแล้วและฉากด้านหลังของเธอก็เหมือนจะเป็นค่ายนเรศวร เขาเคยมาเรียนกระโดดร่มที่นี่ เขารู้ดีว่าทะเลที่ชะอำสวยมากแค่ไหน ตอนนี้เธอก็คงจะมีความสุขอยู่กับคนรักของเธอที่ค่ายนเรศวรแห่งนี้ 

               (“อ้าวพี่อริน ผมถามทำไมไม่ตอบ ไหนบอกว่าปลอดภัยดีแล้วไงนี่หูหนวกด้วยหรอ”) แล้วผู้กองกวินทร์ก็ตบหัวน้องชายไปอีกทีเมื่อนคินทร์ไม่รู้จักสังเกตอะไรเลย ตอนนี้สีหน้าของแก้วเจ้าจอมกับอรินดูดีเสียที่ไหน อีกคนก็รู้สึกผิด อีกคนก็อกหักใจพัง ทั้งสองคนยังไม่ควรมาเจอกันตอนนี้ 

               (“รีคอนไม่ต้องห่วงนาวิกนะ เดี๋ยวพรุ่งนี้เช้าพี่จะลากเจ้าเด็กนี่ไปส่งที่กรุงเทพฯ เอง พี่จะไปหาข้าวเย็นกินก่อนต้องวางสายแล้ว”) 

               (“อ้าวได้ไงพี่เรนเจอร์ ผมยังไม่ได้คุยกับพี่อรินเลยนะ”) 

               (“พรุ่งนี้ค่อยคุย เดี๋ยวพรุ่งนี้จะพาไปเยี่ยมอรินที่โรงพยาบาล”) ผู้กองกวินทร์แย่งโทรศัพท์จากนคินทร์มาแล้วกดออกจากกลุ่มสนทนาไปจึงทำให้ตอนนี้มีเพียงแค่แก้วเจ้าจอมกับอรินเท่านั้นที่อยู่ในกลุ่ม แก้วเจ้าจอมไม่รู้ว่าจะทำหน้ายังไงก็เลยทำได้เพียงแค่ยิ้ม 

               “...อริน...เป็นยังไงบ้าง อาการดีขึ้นมั้ย” 

               (“ผมไม่เป็นไร”) อรินตอบเสียงแผ่วๆ แล้วก็มองมาทางผู้หมวดศิขรินเพื่อจะคืนโทรศัพท์ให้เขา ซึ่งขณะนั้นก็เป็นจังหวะเดียวกันกับที่ผู้กองพนาเดินกลับมาหาแก้วเจ้าจอมเพื่อจะชวนเธอไปกินมื้อเย็นด้วย เพราะเพื่อนๆ กับลูกน้องของเขาอยากฉลองการได้มาเจอกันอีกครั้งและฉลองที่การกระโดดร่มทบทวนครั้งนี้ผ่านไปด้วยดี ตอนแรกเขาก็คิดว่าที่เธอคุยสายโทรศัพท์นานๆ คงเพราะมีเรื่องเถียง มีเรื่องทะเลาะกันกับพี่ๆ น้องๆ ตามประสาเลยไม่ได้คิดอะไร แต่ใครจะไปรู้ว่าพอเขาเดินมาใกล้ๆ แล้วจะเห็นเธอกำลังวีดิโอคอลอยู่กับอริน 

               “ถ้ากลับจากเพชรบุรีแล้วพี่จะไปเยี่ยมอรินนะ” แก้วเจ้าจอมยังไม่รู้ตัวว่าผู้กองพนายืนอยู่ข้างหลัง พอเธอหันกลับมาก็ตกใจ ใจหายหล่มลงไปอยู่ที่ตาตุ่มเมื่อเห็นเขายืนทำหน้านิ่งใส่ ส่วนอรินที่อยู่ปลายสายก็ไม่ทันได้ฟังว่าเธอพูดอะไร เพราะเขาอยากตัดใจและไม่อยากเจอเธอด้วยกลัวว่าจะเผลอสร้างปัญหาขึ้นมาอีกเขาจึงกดวางสายไปก่อนจะคืนโทรศัพท์ให้กับผู้หมวดศิขริน ตอนนี้แก้วเจ้าจอมก็เลยได้แต่ยืนทำหน้าเหวอๆ อยู่ตรงหน้าผู้กองพนา ดูจากสีหน้าของเขาแล้วเธอก็รู้ว่าเขากำลังรู้สึกไม่พอใจ เรื่องทุกอย่างมันกำลังจะไปด้วยดี เธอกำลังมีความสุขที่ง้อเขาได้แต่เธอก็ทำมันพัง 

               “จำทางกลับบ้านได้มั้ย” อยู่ๆ ผู้กองพนาก็ถามเธอขึ้นพร้อมกับยื่นกุญแจรถของเขาให้ “ถ้าจำไม่ได้ก็เปิด GPS ในรถนำทางนะ พี่บันทึกเส้นทางกลับบ้านเอาไว้อยู่แล้ว ไนเปอร์ไปเก็บเสื้อผ้าแล้วก็รีบกลับกรุงเทพฯ เถอะไม่ต้องอยู่รอพี่” 

               “พี่พนา...” นี่เขาหมายถึงอะไรกัน 

               “พอถึงกรุงเทพฯ แล้วก็จอดรถทิ้งไว้ที่โรงพยาบาลที่อรินอยู่นั่นแหละ เดี๋ยวพี่ให้คนรู้จักไปรับคืนเอง” เขายัดกุญแจรถของเขาใส่มือเธอแก้วเจ้าจอมจึงส่ายหน้าตอบแล้วรีบดึงมือของเขาเอาไว้ 

               “ฟังไนเปอร์ก่อนนะคะ” ผู้กองพนาถอนหายใจยาวออกมา เขายังไม่อยากหึงจนคลั่งต่อหน้าลูกน้องแล้วก็เพื่อนฝูง ตอนนี้ทุกคนกำลังรอเขาเพื่อจะไปกินดื่มที่ร้านเจ้าประจำกันอยู่ 

               “พี่ไม่อยากฟังอะไรอีกแล้ว” เขาหันกลับมามองเธอด้วยความผิดหวัง ที่คุยโทรศัพท์นานๆ เขาก็นึกว่าเธอจะคุยกับนคินทร์ซะอีก แล้วที่เขาเห็นนี่อะไร...ไหนเธอบอกว่ามาง้อเขา เธออยากง้อเขาจริงๆ รึเปล่า เขาเพิ่งจะใจอ่อนให้เธอได้ไม่กี่ชั่วโมงเธอก็มาเหยียบหัวใจของเขาซ้ำอีกแล้ว คิดถึงมันมาก ห่างมันมาได้แค่วันสองวันก็ถึงกับทนไม่ไหวต้องแอบวีดิโอคอลหามันเลยหรอ 

               “ถึงพี่จะรักไนเปอร์มากแค่ไหน...แต่พี่ก็ไม่โอเคกับการแบ่งเมียใช้กับผู้ชายคนอื่น ถ้าหัวใจของไนเปอร์อยู่ที่อรินก็กลับไปซะ อย่ากลับมาหาพี่ อย่ามาทำลายความรู้สึกของพี่อีก” 

               “ไนเปอร์ไม่ได้ทำอะไรแบบนั้นนะพี่พนา ก็นาวิกเขา...เขา...พี่พนาฟังไนเปอร์ก่อนนะคะ อย่าเพิ่งใจร้ายไล่ไนเปอร์ไปไหนอีก” 

               “ผมเนี่ยนะใจร้าย” เขาถามเธอกลับด้วยความเจ็บปวดและน้อยใจ สรรพนามที่เรียกขานก็กลับมาห่างเหินอีกครั้ง “ผมคิดว่าบนโลกใบนี้คงไม่มีผัวคนไหนจะใจดีได้เท่ากับผมอีกแล้ว ดูสิ!” เขาแค่นยิ้มให้เธอด้วยความสมเพชตัวเอง “ผมยกเมียของผมให้คนอื่น ให้เมียตัวเองไปดูแลผู้ชายคนอื่นตั้งนานสองนาน พอเมียนอกใจผมก็ยอมให้เขาจากผมไปแต่โดยดี จะมีผัวที่ไหนที่ใจดีได้เท่ากับผมแบบนี้ จะมีผัวคนไหนโง่ให้เมียเอารถตัวเองขับกลับไปหาผู้ชายคนอื่น...มันไม่มีอีกแล้วล่ะ คุณกลับไปซะคุณหมอแก้วเจ้าจอม อย่ามาตีหน้าเศร้าให้ผมสงสารอีก เป็นนางไม้เหมือนเดิมก็ดีอยู่แล้วอย่าอยากเป็นนางวันทองสองผัวสองใจเลย” 

               “พี่พนา...” แก้วเจ้าจอมน้ำตาร่วงด้วยความเสียแล้วยื่นโทรศัพท์ไปให้เขาดู “ไนเปอร์ไม่ได้คุยกับอริน ไนเปอร์คุยกับนาวิก พี่เรนเจอร์แล้วก็รีคอน ถ้าไม่เชื่อพี่พนาโทรกลับไปหานาวิกหรือรีคอนดูก็ได้นะคะ ดูที่กลุ่มสนทนาสิมันมีแค่ไนเปอร์ นาวิกแล้วก็รีคอนเท่านั้น มือที่สั่นเทาของเธอรีบต่อสายกลับไปหานคินทร์เพื่อให้เขาช่วยยืนยันว่าเธอไม่ได้คุยกับอรินจริงๆ แต่ทว่าพอนคินทร์รับสายโทรศัพท์ของเธอ ด้วยความที่ที่ผ่านมานคินทร์ออกฝึกภาคทะเลอยู่บนเรือรบตลอดเลยไม่ค่อยได้ติดต่อกับใครจึงไม่รู้ปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างเธอกับอริน เขาคิดว่าเธอกับอรินยังสนิทกันอยู่เหมือนเดิมจึงพูดแซวตามประสา 

               (“ว่ายังไงยัยโหด จู๋จี๋กับพี่อรินเสร็จแล้วหรอถึงเพิ่งจะโทรกลับมาหาน้อง”) แก้วเจ้าจอมรีบกดตัดสายแทบจะในทันทีเมื่อนคินทร์พูดขึ้นมาแบบนี้ พอเธอเงยหน้าขึ้นมองผู้กองพนาก็เห็นเขาแสยะยิ้มเยาะใส่ 

               “ก็ชัดเจนดีนี่ มีอะไรจะต้องแก้ตัวอีก เอาเป็นว่าถ้าคิดถึงกันมากก็รีบกลับกรุงเทพฯ มันตอนนี้เลยไม่ต้องไปเก็บเสื้อผ้าหรอกเดี๋ยวผมเก็บส่งตามหลังไปให้ก็ได้ รีบๆ กลับไปซะเดี๋ยวจะใจขาดเพราะคิดถึงกันซะก่อน” 

               “ไนเปอร์ไม่กลับ ไนเปอร์ตั้งใจมาหาพี่พนานะคะ ไนเปอร์อยากอยู่ด้วย...เราจะมีลูกด้วยกัน...” 

               “ถ้าอยากมีลูกก็ไปหาพ่อของลูกที่อื่นแต่พ่อของลูกคุณคงไม่ใช่ผม ลูกของผมต้องเกิดกับผู้หญิงที่เขารักผมจริงๆ ไม่ใช่ผู้หญิงที่ติดแค่รสสวาทของผมแล้วอยากได้สเปิร์มของผมไปทำลูกโดยในหัวใจไม่เคยคิดที่จะรักผมจริงๆ ถึงผมจะเป็นคนตัวคนเดียว แต่ผมก็ไม่ได้ไร้ค่าขนาดนั้น เลิกหลอกลวงผมได้แล้วแล้วก็กลับไปในที่ที่คุณควรจะอยู่ อย่ามาที่นี่อีก อย่ามาให้ผมเห็นหน้า คุณยังอยากได้ยินคำๆ นั้นอยู่มั้ย” เขายื่นมือไปเชยคางของเธอขึ้นแล้วก้มลงมาพูดกับเธอเบาๆ 

               “คุณเคยบอกว่าคุณจะไปก็ต่อเมื่อผมหมดรักคุณแล้วใช่มั้ย ได้ งั้นก็ตั้งใจฟังให้ดีๆ” 

               “ไม่นะ...พี่พนา พี่จ๋าอย่าพูด...” 

               “ผมเกลียดคุณ ผมเกลียดผู้หญิงใจร้ายอย่างคุณแล้วผมก็ไม่ได้รักคุณแล้ว ออกไปจากชีวิตของผมซะ อย่ามาให้ผมเห็นหน้าอีก” ว่าจบเขาก็รีบเดินหนีจากเธอไปหาเพื่อนๆ และลูกน้องของเขาที่รออยู่ทันที เพราะเขาไม่ได้พูดกับแก้วเจ้าจอมเสียงดังมากทุกคนก็เลยไม่ได้ยินว่าเขากับเธอพูดอะไรกันผู้กองพนาจึงเพียงบอกว่าแก้วเจ้าจอมมีธุระด่วนต้องกลับกรุงเทพฯ เธอจึงไปกับพวกเขาไม่ได้ 

  

 

 

               แก้วเจ้าจอมยังคงยืนนิ่งอึ้งอยู่กับที่ ได้แต่มองดูเขาเดินจากเธอไปทั้งน้ำตาก่อนจะทรุดล้มลงไปกับพื้น คำว่าเกลียดของเขายังคงชัดเจนอยู่ในหู คำว่าไม่รักแล้วยังคงติดค้างอยู่ในหัวใจ เธอไม่รู้ว่าเขาพูดออกมาจากใจจริงหรือเพียงแค่โกรธ สมองของเธอมันอื้ออึงไปหมดแล้ว เธอคิดอะไรไม่ออกทำอะไรไม่ถูกทั้งนั้น แม้แต่จะกำหนดทิศเหนือใต้ก็ยังทำไม่ได้ ไม่มีแม้แต่แรงจะลุกขึ้น ได้แต่ถามตัวเองซ้ำๆ ว่าเธอทำอะไรผิดไปหรือ เธอนอกใจสามีจริงๆ รึเปล่า เธอไม่ได้รักเขาจริงๆ หรอ 

               “ไนเปอร์! ไนเปอร์เป็นอะไรทำไมถึงยังอยู่ที่นี่” ผู้กองพันยศที่พาสารวัตรรัชพลไปทำแผลและกำลังจะเดินกลับบ้านพักพอดีเห็นเธอเข้าก็เลยรีบเข้ามาหา ก็ไหนก่อนหน้านี้ผู้กองพนาที่กำลังจะออกไปนอกค่ายกับเพื่อนๆ แล้วก็ลูกน้องของเขาบอกเขาว่าเธอกลับกรุงเทพฯ ไปแล้วไง แล้วทำไมถึงมานั่งร้องไห้อยู่ริมทะเลแบบนี้ 

               “ไนเปอร์ได้ยินอามั้ย ไนเปอร์!” ผู้กองพันยศจับไหล่เล็กๆ ของหลานสาวเขย่าไปมาเบาๆ เพื่อให้เธอได้สติ เหมือนเธอจะช็อกกับอะไรสักอย่างที่เขาก็ไม่แน่ใจจนเมื่อเธอค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองเขา 

               “พี่พนา...” เธอพูดกับเขาทั้งน้ำตา “...พี่พนาเกลียดไนเปอร์ พี่พนาบอกเลิกไนเปอร์ ไนเปอร์ทำอะไรผิดหรอคะ...ตอนที่กระโดดร่มลงมาพี่พนายังใจดีกับไนเปอร์อยู่เลย ไนเปอร์รักพี่พนามากขนาดนี้แล้วทำไมเขาถึงเกลียดไนเปอร์คะคุณอา” 

               นี่มันเรื่องอะไรกันล่ะเนี่ย ผู้กองพันยศงงไปหมดแล้ว เขาแค่ไม่อยู่ด้วยไม่เท่าไหร่นี่ทั้งหลานทั้งลูกศิษย์ของเขาเกิดทะเลาะอะไรกันขึ้นมาอีก วันนี้ทั้งวันก็เห็นว่ารักว่าห่วงกันมาก ตอนกระโดดร่มลงมาก็เห็นจู๋จี๋กันกลางอากาศ ทั้งกอดทั้งหอมแก้มเหมือนคู่รักมาฮันนีมูนแล้วทำไมตอนจบถึงเป็นแบบนี้ไปได้ ผู้กองพนาก็เป็นสุภาพบุรุษ เขาไม่มีทางใจร้ายกับแก้วเจ้าจอมไปได้หรอก เขาดูออกว่าผู้กองพนารักเธอมากแค่ไหน นี่คงมีเรื่องเข้าใจผิดกันแน่ๆ  

               “อาว่าใจเย็นๆ ก่อนนะ มานี่มา” ผู้กองพันยศค่อยๆ ประคองเธอขึ้นแล้วพาเธอเดินออกไปจากที่นี่เพราะจุดนี้ค่อนข้างมืดแล้วก็ห่างไกลผู้คน  

               เขาพาเธอมาที่สโมสรเสือดำซึ่งเป็นร้านอาหารเพื่อสวัสดิการตำรวจพลร่ม สโมสรเสือดำตั้งอยู่ริมทะเลภายในค่ายนเรศวร มีโต๊ะให้นั่งทานอาหารบนชายหาด มีวงดนตรีขับกล่อมบรรยากาศดีไม่ต่างจากร้านอาหารตามแหล่งท่องเที่ยวต่างๆ ข้างนอก นอกจากเจ้าหน้าที่ในค่ายแล้วผู้มาใช้บริการหลักๆ ก็คือนักท่องเที่ยวด้วยเพราะที่นี่บรรยากาศดีและอาหารก็ไม่แพงมากไหนจะมีวงดนตรีมาเล่นให้ฟังอีก ผู้กองพันยศไม่กล้าพาแก้วเจ้าจอมไปที่บ้านพักของเขา เพราะถึงเธอจะเป็นหลานแต่ก็ไม่ใช่หลานแท้ๆ เขาเพียงแค่เอ็นดูเธอเป็นลูกหลานเท่านั้น หากพาไปที่บ้านพักด้วยคนอื่นอาจจะมองไม่ดีจึงเลือกพามาที่นี่เพื่อไม่ให้ดูน่าเกลียด 

               “อ้าวครูพัน วันนี้มีสาวที่ไหนมานั่งทานข้าวด้วยคะ” สาวเสิร์ฟที่รู้จักกันเป็นอย่างดีอดเอ่ยทักไม่ได้ ถึงผู้กองพันยศจะมีครอบครัวแล้วแต่ครอบครัวของเขาก็ไม่ได้มาพักอยู่ที่ค่ายด้วย ทุกทีเขาก็จะมากินมื้อเย็นที่นี่คนเดียวหรือไม่ก็มีเพื่อนๆ หรือลูกศิษย์มากินเป็นเพื่อน แต่วันนี้มาแปลกเพราะหญิงสาวที่เขาพามาด้วยนั้นเธอสวยมาก สวยจนลูกค้าโต๊ะอื่นๆ พากันหันมามองเป็นตาเดียวเลย 

               “หลานสาวน่ะครับ วันนี้มากระโดดร่มที่นี่ก็เลยพามากินข้าวฉลองหน่อย” 

               “ได้ข่าวว่าผู้กองพนากลับมาที่ค่ายไม่ใช่หรอคะ ทำไมไม่พามาด้วยล่ะคะครู เมื่อก่อนผู้กองก็มาทานข้าวที่นี่กับครูบ่อยๆ แหม ไม่ได้เจอผู้กองตั้งนานคิดถึงจังเลยนะคะ จะยังหล่อเหมือนเดิมมั้ยน้า” 

               “เออ...” ผู้กองพันยศไม่รู้จะตอบยังไงเมื่อเห็นแก้วเจ้าจอมหันมามองสาวเสิร์ฟอย่างเอาเรื่อง ก่อนที่เขาจะเอามือป้องปากแล้วกระซิบเตือน 

               “พูดระวังๆ หน่อย นี่น่ะเมียผู้กองพนา” 

               “อุ้ย! งั้นหนูขอตัวก่อนนะคะครู” พอเห็นสายตาเอาเรื่องของแก้วเจ้าจอม สาวเสิร์ฟรายนั้นก็รีบขอตัวจากไป นั่นแหละแก้วเจ้าจอมถึงได้กลับมานั่งซึมตามเดิม 

               “กุญแจรถของเขาอยู่กับไนเปอร์ใช่มั้ย สงสัยเขาน่าจะค้างกับเพื่อนที่นี่ กินข้าวกินปลาก่อนไว้ผู้กองกลับมาที่ค่ายค่อยคุยกัน เดี๋ยวอาจะช่วยคุยให้อีกแรงยังไงผู้กองพนาก็ไม่กล้าหือกับอาหรอก” เขาล่ะอยากจะรู้นักว่าทะเลาะกันเรื่องอะไรทำไมถึงดูรุนแรงจนถึงขั้นบอกเลิกกันแบบนี้ 

               “ทะเลาะกันเรื่องอะไรล่ะ” 

               “...ก็...อรินค่ะ” 

               “อริน...อ๋อ เจ้าหมอรูปหล่อหน้าตี๋นั่นน่ะหรอ” เขาเห็นอรินตามติดเธออยู่บ่อยๆ แล้วอรินก็เคยมาเรียนกระโดดร่มกับเขาด้วย แต่เพราะอรินเคยเรียนหลักสูตรเสือคาบดาบหรือเรนเจอร์ซึ่งเป็นหลักสูตรหน่วยรบพิเศษของกองทัพบกมาด้วย เขาก็เลยสามารถกระโดดร่มแบบกระตุกเองเป็น ซึ่งเป็นธรรมดาที่คนที่เรียนหลักสูตรหน่วยรบพิเศษต้องเป็นพลร่มอยู่แล้ว แม้อรินจะเป็นเพียงพลร่มชั้น 2 ก็นับว่าเก่งมากแล้ว 

               ระหว่างที่แก้วเจ้าจอมเล่าปัญหาทุกอย่างที่เกิดขึ้นให้ผู้กองพันยศฟังเขาก็นั่งกินข้าวไปด้วย ซึ่งแก้วเจ้าจอมไม่เข้าใจว่าเขายังจะกินลงอีกหรอทั้งๆ ที่เธอนั่งน้ำตาคลออยู่แบบนี้ 

               “เออ สมน้ำหน้า” ผู้กองพันยศว่าขึ้นเมื่อเธอเล่าเรื่องทุกอย่างให้ฟังหมดแล้ว 

               “คุณอาสมน้ำหน้าใครคะ” 

               “สมน้ำหน้าเราไง มีอย่างที่ไหนทิ้งผัวไปดูแลผู้ชายคนอื่น ในฐานะที่อาก็มีเมียเหมือนกัน ถ้าเป็นอาอาคงไม่ใจกว้างแบบผู้กองพนาหรอก เขาจะโกรธไนเปอร์ก็สมควรแล้ว ถึงเขาจะเป็นคนบอกให้ไนเปอร์ไปดูแลอรินแต่ไนเปอร์ก็ต้องคิดสิว่าที่เขาบอกน่ะเขาเต็มใจจริงๆ รึเปล่าหรือเขาแค่เกรงใจผู้ใหญ่ หรือเขาแค่รักไนเปอร์มากจนไม่อยากขัดใจ คนเรามันไม่ได้มีใครใจกว้างได้ขนาดนั้นหรอกนะ ถึงว่าสิพี่กรันณ์ดูท่าจะเอ็นดูลูกเขยมาก ก็แสนดีขนาดนี้พ่อตาที่ไหนจะเกลียดลง” 

               “ไนเปอร์ทราบค่ะว่าไนเปอร์ผิด ไนเปอร์ถึงมาง้อพี่พนาที่นี่ไง” 

               “ยกแรกไนเปอร์ผิดจริง แต่ยกเมื่อกี้นี้มันเป็นเรื่องเข้าใจผิด ตอนยกแรกไนเปอร์ก็ทำผู้กองพนาเจ็บจนแผลเหวอะแล้ว แผลใจของเขายังไม่ทันหายดี พอมีอะไรมาสะกิดนิดๆ หน่อยๆ มันก็เจ็บขึ้นมาอีก อาว่าเรื่องนี้คงต้องคุยกันให้ดีๆ นี่กี่โมงกี่ยามแล้วนะ อ้อ! สองทุ่มแล้วหรอเนี่ย” ผู้กองพันยศยกนาฬิกาข้อมือขึ้นดูเมื่อกินข้าวอิ่มแล้วในขณะที่แก้วเจ้าจอมกลับไม่ยอมแตะอะไรเลยแม้แต่น้ำหยดเดียว แต่เธอก็ยังสงสัยไม่หายว่าผู้กองพันยศกินข้าวลงได้ยังไงมีเธอนั่งน้ำตาซึมอยู่ฝั่งตรงข้ามแบบนี้ ยังเป็นคนกินเก่งเหมือนเดิมสินะ เมื่อตอนกลางวันเขาก็กินผลไม้ที่ผู้กองพนาเอามาฝากไปตั้งเยอะ 

               แก้วเจ้าจอมหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเปิดดูเมื่อเห็นว่ามีข้อความแจ้งเตือนอะไรสักอย่าง มันเป็นการแจ้งเตือนทางเฟซบุ๊กเมื่อผู้หมวดศิขรินส่งโพสต์จากเฟซบุ๊กของผู้กองพนามาให้เธอดู ซึ่งโพสต์ที่ว่าเป็นภาพที่เพิ่งโพสต์ไปเมื่อห้านาทีที่แล้ว มันเป็นภาพในร้านอาหารแห่งหนึ่ง...ไม่สินี่มันร้านเหล้าต่างหาก ที่โต๊ะของผู้กองพนากับเพื่อนฝูงของเขาดูครึกครื้นกันมาก ทุกคนกินดื่มกันอย่างสนุกสนานแต่...นอกจากพวกเขาก็ยังมีสาวๆ สวยๆ คอยนั่งประกบทั้งป้อนกับแกล้ม ทั้งชงเหล้าให้ ทุกๆ คนมีสาวสวยนั่งข้างๆ แม้แต่ผู้กองพนาก็ยังมีภาพตอนที่เขารับแก้วเหล้าจากสาวสวยนางหนึ่งไป 

               เมียมีเมียพี่ต้องมา ถ้าเมียไม่มาก็เพราะว่าเมียไม่มี 

               แคปชั่นบ้าอะไรกัน! ถึงต้นโพสต์จะไม่ใช่ผู้กองพนา แต่เป็นโพสต์ที่เพื่อนของเขาแท็กมาอีกทีเขาก็ไม่คิดบ้างหรอว่าถ้าเธอมาเห็นเธอจะรู้สึกยังไง บอกเลิกเธอ บอกว่าเกลียดเธอแล้วก็ไปนั่งดื่มเหล้ากับผู้หญิงคนอื่น ไปติดนิสัยพี่ชายเธอมาแล้วรึยังไงกัน แก้วเจ้าจอมทำท่าจะปาโทรศัพท์ในมือทิ้ง แต่แล้วมือของเธอก็เผลอเลื่อนหน้าจอไปเจอโพสต์ของผู้กองกรินทร์เข้า ซึ่งเป็นภาพของเขาขณะนอนหนุนตักคุณพ่ออยู่บนโซฟา มันเป็นภาพถ่ายตอนเผลอ คาดว่าแม่แก้มน่าจะเป็นคนถ่ายเอาไว้ ถึงใครๆ จะบอกว่าคุณพ่อของเธอดุมาก แต่เวลาที่อยู่กับลูกๆ คุณพ่อของเธอจะอ่อนโยนที่สุด อ่อนโยนจนพี่แฝดโตขนาดนี้แล้วก็ยังชอบนอนหนุนตักของคุณพ่ออยู่ พอได้มองหน้าของผู้เป็นพ่อแล้วแก้วเจ้าจอมก็นึกถึงคำสอนหนึ่งขึ้นมาไม่ได้ คำสอนตอนที่พ่อสอนเธอกับพี่ๆ ในการเอาชนะคนที่แกร่งกว่า... แก้วเจ้าจอมรีบปาดน้ำตาออกทันทีแล้วตั้งสติใหม่อีกครั้ง ถ้าเธอเอาแต่ร้องไห้เธอก็จะอ่อนแอแล้วก็จะแพ้ แต่ถ้าเธอสู้ไม่ใช่แค่เธอจะรอดแต่เธอจะต้องเป็นผู้ชนะ ถ้าเธอเป็นนางไม้น้อยแล้วถูกรังแก งั้นนางไม้ก็จะกลายร่างเป็นปิศาจให้ดู นางไม้อาศัยอยู่ในป่าก็จริง แต่ป่าก็ควรจะรู้ว่านางไม้ต่างหากที่เป็นผู้พิทักษ์รักษาป่าเอาไว้ 

               “คุณอารู้จักร้านนี้มั้ยคะ” เธอยื่นโทรศัพท์ให้ผู้กองพันยศดูเมื่อมีแผนการบางอย่างในใจ ซึ่งพอเขาเห็นโพสต์ที่เพื่อนของผู้กองพนาแท็กมาตอนอยู่ในร้านเหล้าผู้กองพันยศก็อดเหงื่อซึมแทนผู้กองพนาไม่ได้ เพิ่งทะเลาะกับเมียไปหยกๆ แล้วยังจะไปกินเหล้ามีสาวนั่งประกบแบบนี้ผู้กองพนาอยากตายมากรึไง เมียยิ่งไม่เหมือนชาวบ้านชาวช่องเขาอยู่ 

               “สัญญากับอาก่อนได้มั้ยว่าถ้าไปแล้วจะไม่อาละวาด ไนเปอร์จะต้องใจเย็นๆ” 

               “ตอนนี้ไนเปอร์ใจเย็นเหมือนน้ำต้มไก่เลยค่ะ” 

               “เวร!” ทำไมคนหนุ่มคนสาวสมัยนี้มันน่ากลัวนักวะ คนแก่อย่างเขาไม่เข้าใจเลย 

  

 

******************************************************** 

ยังไม่จบนะคะ อันนี้เป็นครึ่งแรกของตอนค่ะ เนื่องจากเนื้อหายาวลงทีเดียวหมดไม่ได้ไรท์เลยหั่นแบ่งทำเป็น 2 ตอน แล้วครึ่งหลังจะรีบตามมานะคะ (วันนี้นี่แหละ ขอรีไรท์ครึ่งหลังก่อนนะคะ ครึ่งหลังเนื้อหายาวกว่าครึ่งแรก) 

**************************** 

ไนเปอร์พร้อมบุกแล้ว พี่พนาล่ะพร้อมยัง คนอะไรปากร้าย (เหมือนพ่อตา) จริงๆ 

ตอนหน้า ชื่อพวงชมพู มีที่มายังไง เดี๋ยวรู้กันค่ะ 

************************** 

ปล. หมดโควิดแล้วไปเที่ยวค่ายนเรศวรที่ชะอำได้นะคะ ไปกระโดดหอที่ไนเปอร์กับพี่พนากระโดดได้ค่ะ 

สโมสรเสือดำบรรยากาศดีมากกกกกกกกกกกก มีบ้านพักรับรองในค่ายด้วย (โฆษณาให้ฟรี) 

ความคิดเห็น