facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ซูหว่านเข้าไปเป็นตัวละคร ‘แฟนเก่า’ ในโลกต่างมิติเพื่อวางแผนทำลายพวกตัวละครเอกที่ไม่ได้เรื่อง ไม่มีหรอกคำพูดที่ว่า “พระเอกกับนางเอกจะใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขตลอดไป” จะมีก็แต่ ‘แฟนเก่า’ ที่ยังไม่จัดการขั้นเด็ดขาดเท่านั้นแหละ!

ตอนที่ 4 ตัวแทนคนรัก (4)

ชื่อตอน : ตอนที่ 4 ตัวแทนคนรัก (4)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 757

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2564 15:11 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 4 ตัวแทนคนรัก (4)
แบบอักษร

 

งานเลี้ยงของตระกูลเซียวจัดอยู่ริมสระแห่งหนึ่งในคฤหาสน์ เวลาเริ่มงานคือหนึ่งทุ่ม เมื่อเปลี่ยนเป็นชุดพิธีการสีขาวบริสุทธิ์แล้ว ซูหว่านก็ไปยังบ้านตระกูลเซียวโดยมีเสิ่นเหว่ยเคียงข้างแต่เนิ่นๆ 

ในเวลานี้แขกเหรื่อยังมากันไม่มาก เพราะว่าช่วงกลางวันฝนตกทั้งวัน ขณะนี้อากาศด้านนอกจึงชุ่มชื้น ในอากาศยังเจือด้วยกลิ่นอายของใบหญ้าหลังฝน 

ทันทีซูหว่านและเสิ่นเหว่ยที่เดินผ่านประตูไปก็ดึงดูดสายตาผู้คนจำนวนไม่น้อย ประธานซูที่เพิ่งมาใหม่ของ EVFA เขตหัวเซี่ย ทุกคนล้วนแต่มีความใคร่รู้อยู่บ้าง โดยเฉพาะการแต่งกายของเธอในคืนนี้ ทำให้ลูกชายจากครอบครัวมั่งคั่งจำนวนไม่น้อยต่างพากันตาลุกวาว  

คืนนี้ซูหว่านแต่งตัวเรียบง่าย ชุดพิธีการสีขาวทั้งตัวไม่มีจุดด่างพร้อยแม้เพียงจุดเดียว แต่ว่าใบหน้าอ่อนเยาว์ที่ดูเป็นธรรมชาติ ขับให้เด่นด้วยเครื่องสำอางค์บางๆ กลับดูสะอาดใสน่าดึงดูดเป็นพิเศษ 

ท่ามกลางฝูงชนผู้มั่งมี มีเพียงผู้เดียวที่ดูงามสง่าผุดผ่อง 

ซูหว่านรู้ดีว่าวันนี้เซียวจิ่งมั่วต้องจัดเตรียมชุดให้ลั่วชูชูออกมาในแบบสวยงามบริสุทธิ์ดั่งดอกบัวพ้นผิวน้ำแน่นอน 

แต่ขอโทษนะ...เธอคนนี้ พอดีชอบแต่งตัวชนกับคนอื่นด้วยสิ... 

เห็นสายตาของผู้อื่นที่มองตัวเองด้วยความชื่นชมและริษยา เสิ่นเหว่ยในฐานะผู้ชายก็รู้สึกยินดีระคนขมขื่น 

คู่ออกงานข้างกายช่างดึงดูดสายตาเหลือเกิน เขารู้สึกว่าความภาคภูมิใจแบบหลอกๆ นี้ทำให้เขาอิ่มเอมถึงที่สุด 

เฮ้อ 

เสิ่นเหว่ยยังคงใจลอยอยู่ แต่ซูหว่านก็ได้พาเขามายังเบื้อหน้าผู้คนทั้งหลายแล้ว... 

“ท่านประธานหวัง!” 

“ท่านประธานหลิว!” 

ซูหว่านส่งยิ้มอันเย้าย้วน เอ่ยคำทักทายพอเป็นมารยาทที่ไร้ซึ่งความจริงใจอันสุดแสนจะคุ้นเคยแก่เหล่าแขกเหรื่อเหล่านั้นในห้องโถงงานเลี้ยง เมื่อเห็นสาวสวยเอ่ยทักทาย ย่อมไม่มีใครปฏิเสธ ดังนั้นเพียงชั่วขณะเดียว ซูหว่านก็หลอมหลวมเป็นหนึ่งกับผู้คนทั้งหลาย 

เวลาผ่านไปทุกนาที แขกเหรื่อในห้องโถงก็มากขึ้นเรื่อยๆ ตอนนี้ใกล้ได้เวลาเริ่มงานแล้ว ทันใดนั้นก็มีเสียงดังเอะอะแว่วมาจากประตูคฤหาสน์ เสิ่นเหว่ยที่อยู่ข้างซูหว่านรู้สึกสนใจจึงหันชะเง้อมองไปยังปากทางทันที และแล้วก็เห็นคู่หนุ่มสาวถูกรายล้อมด้วยเหล่าแขกเหรื่อราวกับดาวล้อมเดือนอยู่ ณ ที่นั่น 

เสิ่นเหว่ยผู้ชอบส่องสาวสวยมาแต่ไหนแต่ไร แต่คราวนี้ครั้งแรกเมื่อได้เห็นร่างอันสูงเพรียวนั้น รูปร่างของผู้ชายอันสมบูรณ์แบบที่ขับดุนด้วยชุดสูทสั่งตัดพิเศษในราคาสูงลิบลิ่ว ขาเหยียดตรงเรียวยาวคู่นั้น เอวที่สวยไร้ที่ติและแผงอกที่แผ่กว้าง ทำให้เสิ่นเหว่ยผู้ไม่ต้องรอให้ถึงวัยกลางคนก็มาชิงอ้วนลงพุงเสียก่อนถึงกลับอิจฉาจนแทบดิ้นพล่านเลยทีเดียว 

แน่นอน นี่ยังไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ผู้คนต้องตะลึง สิ่งที่ทำให้เสิ่นเหว่ยทึ่งเสียยิ่งกว่าคือ ชายหนุ่มหุ่นดีไร้ที่ติผู้นั้นยังมีใบหน้าหล่อเหลาเสียยิ่งกว่าดารา ไม่ใช่หล่อแบบอ่อนเยาว์สดใส และไม่ใช่หล่อแบบคมขำสันทัดจริงจัง  

ใบหน้าอันคมเข้มเด่นชัดนั้น ดูงดงามสูงส่งสมบูรณ์แบบ 

ได้ยินแขกเหรื่อที่รายรอบถกถึงชื่อของคนผู้นั้น เสิ่นเหว่ยก็นึกออก นั่นก็คือคุณชายฟังที่เล่าลือกันนั่นเอง 

โถ่เอ้ย! ทำไมเขาไม่รู้สึกมาก่อนเลยว่าคุณชายฟังจะดูดีมีเสน่ห์ถึงขนาดนี้นะ! 

“นั่นคือฟังจื่อมู่นี่นา คุณชายใหญ่แห่งบ้านตระกูลฟัง” 

เสิ่นเหว่ยกลัวอย่างยิ่งว่าซูหว่านจะไม่รู้จักคุณชายผู้นี้ เขาจึงอดไม่ได้ที่จะกระซิบข้างหูซูหว่านเบาๆ 

ทว่าเพียงแค่เข้าใกล้เพียงชั่วขณะเดียว เสิ่นเหว่ยก็รับรู้ได้ถึงสายตาอันเยือกเย็นคู่หนึ่งที่จดจ้องมายังโดยทันที 

ความรู้สึกเหมือนอสรพิษจดจ้องนั้น แม้จะเพียงชั่วประเดี๋ยว แต่กลับทำให้เขาเสียวสันหลังเหงื่อชุ่มไปทั้งแผ่นหลัง 

ใครกันน่ะ ถึงได้มีสายตาน่ากลัวถึงขนาดนี้ 

หากสายตาสามารถสังหารคนได้ เสิ่นเหว่ยไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวเขาในวินาทีที่เพิ่งผ่านมานั้น คงร่างกายแหลกเหลวเป็นจุณไปแล้วแน่ 

เสิ่นเหว่ยเหลียวซ้ายแลขวาใบหน้าซีดเผือด แต่ความรู้สึกในเสี้ยววินาทีเมื่อครู่นี้เหมือนกับว่าเขารู้สึกไปเอง ไม่เหลือร่องรอยใดๆ ให้ตามหา 

ที่จริงแล้วตั้งแต่ซูรุ่ยเดินเข้ามาซูหว่านก็เห็นเขาแล้ว ตอนกลางวันได้แต่มองแบบผ่านๆ เพียงปราดหนึ่ง ตอนนี้เธอถึงได้ประเมินซูรุ่ยอย่างจริงจัง  

ความดุดันที่เคยมีจางลงไป ซูรุ่ยในตอนนี้อยู่ในรูปลักษณ์อันงดงามสมบูรณ์แบบของคุณชายผู้สูงส่ง ความสง่าล้ำค่าบนตัวเขาเกิดจากการสั่งสมมาแรมปี เทียบกับเหล่านักธุรกิจทั้งหลายที่อยู่รายล้อมนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง 

อาจพูดได้ว่า ซูรุ่ยเป็นผู้สร้างตัวตนของฟังจื่อมู่ผู้นี้ ทั้งวิญญาณและนิสัยใจคอเปลี่ยนใหม่โดยสิ้น 

แอบทอดถอนใจอยู่ลึกในใจ เธอจำซูรุ่ยได้ ซูรุ่ยเองก็จำเธอได้เช่นกัน หากเธอเดาไม่ผิด เกรงว่าซูรุ่ยก็คงเป็นผู้รับภารกิจคนหนึ่งเช่นเดียวกับเธอ เพียงแต่ไม่รู้ว่าเขาได้รับภารกิจอะไรในโลกแห่งนี้ 

เมื่อนึกถึงจุดนี้ ซูหว่านก็อดที่จะเหลือบสายตามองไปยังหญิงสาวที่อยู่ข้างซูรุ่ยไม่ได้ นั่นก็คือฟังจื่อเวิ่น  

ในคืนนี้ฟังจื่อเวิ่นสวมชุดราตรีสีม่วงสวยสดโดดเด่นกว่าใครๆ สีม่วงอันหรูหราและเย้ายวน ลึกลับและล้ำค่า ขับให้สีผิวพรรณขาวบริสุทธิ์ดั่งหิมะของเธอโดดเด่น  

ฟังจื่อเวิ่นตัดผมทรงสั้นดูสบาย ใบหน้าตกแต่งด้วยเครื่องสำอางอย่างประณีต เธอในภาพลักษณ์นี้เมื่อเทียบกับคุณหนูฟังที่แต่งหน้าจนเทา ทั้งยังย้อมผมออกมาสารพัดสีผู้นั้นราวกับเป็นคนละคน 

ดังนั้น ทันทีที่เธอเข้ามา ถึงได้ทำให้ฮือฮากันขึ้นมาใหญ่โตเช่นนั้น 

เมื่อถูกมองด้วยสายตาแปลกประหลาดและชื่นชมของผู้คน ฟังจื่อเวิ่นก็เกิดประหม่าขึ้นมาเล็กน้อย... 

ภาพลักษณ์ใหม่ของตนตอนนี้ดูไปคงไม่เลวมั้ง 

ถ้าอย่างนั้น เซียวจิ่งมั่วจะชอบไหมนะ 

เมื่อนึกถึงเซียวจิ่งมั่ว ใจฟังจื่อเวิ่นก็อ่อนปวกเปียก เธอโตขนาดนี้ แต่ยังไม่เคยสัมผัสรสความรักเลย และการปรากฏตัวของเซียวจิ่งมั่วทำให้เธอได้รู้ว่าอะไรคือความรัก ถึงแม้จะเป็นเพียงรักข้างเดียวของเธอ แต่ฟังจื่อเวิ่นก็เชื่อว่าสักวันหนึ่งเซียวจิ่งมั่วจะค้นพบความดีในตัวเธอ และจะชอบเธอ 

ถึงตรงนี้ จิตใจของฟังจื่อเวิ่นก็ฮึกเหิมยิ่งขึ้น แต่ซูรุ่ยที่อยู่ด้านข้างเพียงแค่กล่าวทักทายเป็นมารยาทกับผู้คนที่รายล้อมอย่างเย็นชาห่างเหิน เขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด ความจริงแล้วเขาสนใจก็เพียงความเคลื่อนไหวของซูหว่าน 

รอยยิ้มอันงามสง่า ท่าทีอันสุขุมนุ่มลึกของเธอ ดูเหมือนกำลังสนุกกับงานเลี้ยงแบบนี้ไม่น้อย 

เห็นเธอถูกรายล้อมด้วยเหล่าชายหนุ่ม ท่าทีหัวเราะเบิกบานเหมือนอย่างเมื่อก่อน สีหน้าของซูรุ่ยอดไม่ได้ที่จะบึ้งตึงขึ้นมา  

สายตาซูรุ่ยร้อนรุ่มเป็นพิเศษ ซูหว่านรู้สึกราวกับมีหนามปักทิ่มอยู่กลางหลังตลอดเวลา แต่เธอก็ยังคงรักษาท่าทีอันงามสง่าของเธอไว้ งานเลี้ยงแบบนี้เธอเข้าร่วมมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้งแล้ว ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์แบบใดเธอก็รับมือได้อย่างง่ายดาย  

พูดคุยกับเหล่าคู่ค้าทางธุรกิจอยู่พักใหญ่ ซูหว่านในที่สุดก็แยกตัวออกจากกลุ่มคน เสิ่นเหว่ยที่ยิ้มจนหน้าแทบเป็นตะคริวข้างๆ นั้นก็อ้างว่าเข้าห้องน้ำอาศัยโอกาสนี้เผ่นแนบ ซูหว่านหาสถานที่ที่ไม่อึกทึกแต่ก็ไม่เงียบเหงาจนเกินไปแล้วนั่งลงตามลำพัง 

ในตอนนี้ เธอมองหาท่ามกลางฝูงชนอีกครั้ง แต่เขากลับหายตัวไปซะแล้ว 

ดูไปแล้ว เขาท่าทางคงไม่อยากจะพบเธอ 

ซูหว่านแกว่งไวน์แดงในแก้วทรงสูงของเธอครู่หนึ่ง ของเหลวสีแดงเลือดหมูส่องประกายระยิบระยับภายใต้โคมไฟแชนเดอเรีย 

ในภารกิจเหล่านั้นที่ผ่านมา ซูหว่านได้เจอผู้คนมากมายหลากหลาย เธอเคยช่วยเหลือพวกเขา เคยทำร้ายพวกเขา และเคยหลอกใช้พวกเขา 

ทุกครั้งที่ก้าวออกจากภารกิจ ซูหว่านล้วนใช้ความเร็วในระดับสูงเพื่อทำให้ตนเองลืมพวกเขาเสีย 

ใจของเธอไม่สามารถเก็บผู้ใดไว้ได้ และไม่ต้องการให้ผู้ใดสัมผัสมัน 

แต่ ซูรุ่ยคือกรณียกเว้น 

สายตาของเขามีอำนาจทะลุทะลวงสูง จนซูหว่านไม่อาจปิดบังเมื่ออยู่ต่อหน้าเขา 

ความรู้สึกที่โดนคนมองจนทะลุแบบนี้ช่างน่าหงุดหงิดเสียจริง 

ซูรุ่ย... 

ลึกไปกลางนัยน์ตาของซูหว่านฉายประกายวาบหนึ่ง... 

ในโลกแห่งนี้ หากนายเป็นศัตรูกับฉัน ฉันคงได้แต่จะจัดการนายเพื่อจะได้สบายใจภายหลัง 

ซูหว่านไม่เคยออมมือให้กับผู้ใด ซูรุ่ยนายเองก็จะไม่ยกเว้นเช่นกัน 

………… 

โคมไฟแชนเดอเลียร์หรูหราบนเพดานทันใดนั้นก็กะพริบดับไปครู่หนึ่ง ไฟสปอร์ตไลต์ที่สว่างจ้าส่องส่ายลงมาจากทั้งสี่ด้านของผนัง และแล้วทั้งหมดก็ส่งรวมกันมายังที่บันไดชั้นสองของคฤหาสน์ เวลาเริ่มงานเลี้ยงมาถึงแล้ว เจ้าภาพงานเลี้ยงในที่สุดก็ปรากฏตัวอย่างเอิกเกริกท่ามกลางการรอคอยของผู้คน 

ซูหว่านมองไปยังบันไดที่ว่างเปล่านั่น ในวินาทีนั้นเอง ดูเหมือนสายตาของผู้คนล้วนแต่จับจ้องไปยังที่เดียวกัน 

ไม่มีใครเห็นซูรุ่ยเดินออกไปยังโถงทางเดินที่เชื่อมกับห้องน้ำอย่างใจเย็น ยิ่งไม่มีใครสนใจ คู่ออกงานของซูหว่านที่กำลังโซซัดโซเซเบียดเสียดเข้าไปกลางฝูงชนอย่างน่าเวทนา... 

ความคิดเห็น