สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 30

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 11.2k

ความคิดเห็น : 5

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:33 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 30
แบบอักษร

  

 

     หลังจากที่มัจฉาจดที่อยู่ของบ้านที่จะพาสาลี่ไปพักชั่วคราวให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจแล้ว หญิงสาวขอตัวจากอินทรีเพื่อพาสาลี่ไปบ้านอุ่นรัก แต่ชายหนุ่มไม่ยอมบอกว่าจะพาทั้งสองไปส่งให้เอง มัจฉาไม่สามารถหาเหตุผลใดมาเเย้งความดื้อรั้นของเขาได้ จึงยอมตามใจชายหนุ่ม

     ระหว่างทาง อินทรีเป็นพลขับ ส่วนมัจฉากับสาลี่นั่งคุยกันกระหนุงกระหนิงอยู่ด้านหลัง มัจฉาแนะนำว่าอินทรีเป็นเพื่อนของพี่ชายของเธอเอง สาลี่ก็แสดงความเคารพอย่างนอบน้อม

     ชายหนุ่มมองผ่านกระจกมองหลังอยู่เป็นระยะ เห็นทุกการกระทำของสาลี่ เอะอะก็กอด เอะอะก็หอม ฝ่ายมัจฉาเองก็ยอมสาลี่เรื่อยไป เขาอดสงสัยไม่ได้ว่าสาลี่คิดอย่างไรกับมัจฉา ยัยนี่เป็นผู้หญิงแบบไหนกันแน่ !
     สาลี่ถามถึงคืนที่มัจฉาถูกคัดตัวออกมาจากห้องโกดัง ว่าเป็นอย่างไร เธออยากนำเรื่องราวนี้ไปเล่าให้น้อง ๆ ที่หมู่บ้านฟังเป็นประสบการณ์

     เมื่อเข้าใจเจตนาดีของสาลี่ มัจฉาเล่าทุกขั้นตอนที่เธอเผชิญมา ทั้งเรื่องการแต่งตัว แต่งหน้า มีคนคอยคุมเชิงอยู่ตลอด รวมถึงเรื่องการประมูล

     อินทรีที่กำลังขับรถก็ฟังอย่างสนใจ แต่เมื่อถามถึงเรื่องราวหลังประมูล มัจฉากลับไม่ยอมตอบ 
     "บอกหน่อยเถอะนะ นะ" สาวน้อยตาใสรบเร้า

     "ไม่มีอะไรน่าสนใจหรอกสาลี่ เปลี่ยนเรื่องคุยเถอะนะ" มัจฉาพยายามเบนประเด็น

     "ไม่เอาอ้ะ พี่มัดบอกเถอะนะ ว่าถูกประมูลไปแล้วเป็นไงต่อ สาลี่อยากกรู้"

     "ใช่ เเล้วยังไงต่อ ฉันก็อยากรู้" คนที่กำลังขับรถพูดขึ้นเช่นกัน ชายหนุ่มอยากจะรู้ว่ามัจฉาจะหาทางออกของปัญหาอย่างไร คนบางคนขอแค่ได้แกล้งก็พอใจเเล้ว

     "นั่นไง พี่ชายคนนี้ก็อยากรู้เหมือนกัน" สาลี่ที่มีแนวร่วมรีบอ้อนต่อทันที มัจฉานึกชังเขา ที่หาเรื่องแกล้งเธอไม่หยุด หญิงสาวสวมบทนางใบ้ ปิดปากเงียบไม่พูดอะไรต่อ

 

     เมื่อมาถึงชุมชนแออัดซึ่งเป็นที่ตั้งของบ้านอุ่นรัก มัจฉาบอกอินทรีให้จอดรถของเขาไว้ที่ลานชุมชนแล้วเดินตามเธอกับสาลี่มา
     ชายหนุ่มมองเด็กมอมแมมที่เล่นกันอยู่ข้างทาง อดเห็นใจในความอัตคัดของเด็กน้อยไม่ได้ ถึงจะเคยมีชีวิตที่ลำบากในช่วงเยาว์วัยก็จริง แต่เขาก็ไม่เคยลำบากขนาดนี้ แม่ยังพอหาเสื้อผ้าดี ๆ ให้สวมใส่ได้ ยังมีของเล่นเจ๋ง ๆ ให้เสมอ
     เมื่อเดินลึกเข้ามาถึงบ้านอุ่นรัก มัจฉาร้องเรียกคนในบ้านอยู่ครู่หนึ่ง พี่คูนก็เดินมาเปิดประตูบ้านให้ เมื่อเห็นว่าเป็นมัจฉา ชายหนุ่มดีใจเป็นอย่างมาก รีบพาเข้าบ้านไปหาแม่ครูซึ่งกล่อมน้องโชคดีอยู่
     "
น้องมัด เป็นยังไงบ้าง พวกเราเป็นห่วงมากเลยนะ ระดมคนตามหาทุกวัน แต่ก็ไม่เจอเลย" พี่คูนสำรวจตามเนื้อตัวของหญิงสาว กลัวว่าเธอจะตกระกำลำบาก หรือบาดเจ็บตรงไหน

     "มัดปลอดภัยดีค่ะ และมีคนจะเเนะนำให้รู้จักด้วย นี่สาลี่ค่ะ เราถูกขังอยู่ด้วยกัน" สาลี่ยกมือไหว้แม่ครูและพี่คูนตามที่มัจฉาเเนะนำ ความสดใสของสาลี่ทำให้ทั้งคนสองเอ็นดูเธอได้ในเวลาไม่นาน เมื่อมัจฉาบอกว่าจะขอให้สาลี่พักด้วยคน รอตำรวจเรียกตัวไปสอบปากคำเสร็จถึงจะกลับบ้าน แม่ครูและพี่คูนตอบตกลงทันที

     ด้านอินทรีที่เดินสำรวจอยู่นอกบ้าน ได้พบกับพี่เปิ้ลที่กำลังรดน้ำต้นไม้ ไม่ห่างกันมีเเม่เฒ่าตาบอดนั่งเคี้ยวหมากอยู่ ชายหนุ่มยิ้มทักแก้เขิน เมื่อพี่เปิ้ลมองเขาอย่างสงสัย โดยปกติไม่ค่อยมีคนแต่งตัวดี ๆ เดินเข้ามาในชุมชนหรอก 

     "มีอะไรรึเปล่าคุณ หลงทางเหรอ" หญิงสาวร้านอาหารถามขึ้นอย่างเอื้อเฟื้อ

     "เปล่า มาทำธุระน่ะ" ชายหนุ่มตอบพลางเดินเข้าไปใกล้แม่เฒ่า ทำมือชี้ที่ตาตัวเองถามเป็นเชิงว่า 'ท่านตาบอดหรือ' พี่เปิ้ลพยักหน้า อินทรีรู้สึกเห็นใจทั้งคู่จับใจ ถามไถ่พูดคุยกันไปมา ได้ความว่าหญิงสาวทำงานกลางคืน เพื่อที่จะได้มีเวลายามกลางวันดูแลแม่เฒ่า เมื่อถามถึงวุฒิการศึกษาหญิงสาวนั้นเรียนจบระดับปริญญาตรี สาขาวิชาที่ตรงตามความต้องการชองชายหนุ่ม ...

     "เธอสนใจมาทำงานกับฉันไหม มาเป็นเลขาฯ ให้ฉัน" อินทรีเอ่ยชวน

     เมื่อก่อน อาชาเป็นคนรับหน้าที่เลขาฯ พอเกิดเรื่องลักพาตัวเจ้าสาววันนั้น งานเขาก็เข้าขั้นยุ่งยาก ไม่ว่าจะรับสมัครมากี่คนก็ไม่ได้ดั่งใจชายหนุ่มสักที เมื่อได้มาเจอเปิ้ลพิเคราะห์ดูจากท่าทางของหญิงสาวขณะที่คุยกัน เขามองว่าเธอเป็นคนจริงจัง มุ่งมั่น พูดจาฉะฉาน  ตรงตามคุณลักษณะที่เขาต้องการทุกอย่าง

     เปิ้ลอ้ำอึ้งอยู่นาน เมื่อเห็นดังนั้น อินทรีจึงให้เวลาตัดสินใจ เขียนหมายเลขโทรศัพท์มอบให้ไว้ 'ถ้าตัดสินใจได้ก็โทรมา' พูดจบก็เดินจากไป

  

     อินทรีเข้ามาในบ้านหลังเล็ก คนทั้งสี่กำลังร่วมวงกินขนมเปียกปูนที่แม่ครูแบ่งไว้ก่อนจะนำอีกส่วนไปขาย มัจฉาเรียกให้อินทรีมากินด้วยกัน ชายหนุ่มหยิบไปหนึ่งชิ้นเพื่อไม่ให้เป็นการเสียมารยาท แต่เมื่อได้รู้รสของขนม เขาก็ขอเพิ่มอีกชิ้นเเล้วชิ้นเล่า การสนทนาเป็นไปอย่างสนุกสนาน จนกระทั่งอินทรีบอกว่าจะกลับเเล้ว

     มัจฉาเดินออกมาส่งชายหนุ่มที่หน้าบ้าน

     "ขอบคุณที่มาส่งเรานะคะ" หญิงสาวเอ่ยขอบคุณ 

     อินทรีหันขวับมามองหน้าเธอ

     "ขอบคุณอะไร? เราไหน? เธอต้องกลับไปกับฉันต่างหาก" ชายหนุ่มพูดเสียงขุ่น ฝันไปเถอะว่าเขาจะยอมให้เธอมาอยู่อย่างลำบากแบบนี้

     "ห๊ะ คุณหมายความว่ายังไง ฉันก็จะอยู่ที่นี่ไง บ้านของฉัน" หญิงสาวแย้งทันที

     "เธอคิดว่าฉันจะตามเธอมาทำไม มาส่งไว้ที่นี่งั้นเหรอ ตลกเเล้วแม่คุณ เธอต้องไปกับฉัน" 

     "ไม่ มัดจะอยู่ที่นี่ มัดชอบที่นี่" เธอยืนกราน

     "ไป กับ ฉัน" เขาเน้นเสียงชัดเจน ฉุดแขนเธอให้ตามไป หญิงสาวขืนตัวไว้สุดกำลัง

     "ปล่อยยยย ปล่อยมัดนะ ไม่ไปด้วยหรอก" เธอพยายามแกะนิ้วใหญ่ออกจากแขน ยิ่งดื้อเขาก็ยิ่งบีบเเน่น

     "พี่เธอฝากให้ฉันดูแลเธอ ชัดเจนไหม" ชายหนุ่มพูดความจำเป็นออกไปในที่สุด "คิดว่าฉันอยากเอาเธอไปด้วยนักรึไง!!!" 

     มัจฉานิ่งไปกับคำว่า 'พี่' 

     "พี่? พี่ชาน่ะเหรอคะ" ตาใสเบิกกว้าง

     "เออ ผัวเธอนั่นแหละ" ชายหนุ่มอารมณ์เสียกับความรั้นของคนตรงหน้า

     "คุณเจอพี่ชาที่ไหน เจอกันได้ยังไง ก็ในเมื่อวันนั้นเขาถูกตำรวจจับไป อย่ามาโกหกกันหน่อยเลย" มัจฉาจับผิด

     "เจอที่ไหนงั้นเหรอ ตามมาสิ จะพาไปเจอ" ชายหนุ่มพูดหลังจากที่เหลือบมองนาฬิกาข้อมือ

 

     รถหรูเลี้ยวเข้ามาในสถานที่แห่งหนึ่ง ซึ่งมัจฉาไม่เคยเข้ามาเลยสักครั้งในชีวิต ... สถานที่ที่ว่านี้คือ เรือนจำ !

     ทั้งสองเดินเข้าไปในตัวอาคาร อินทรีไปยื่นเรื่องขอเยี่ยมนักโทษชายอาชา ให้มัจฉานั่งรอรวมกับญาติของผู้ต้องขังคนอื่น ๆ 

     หญิงสาวไม่คิดมาก่อน ว่าพี่ชายจะต้องมาอยู่ในที่แบบนี้ นึกเป็นห่วงเขาขึ้นมาจับใจ ไม่นานอินทรีก็เดินมานั่งข้าง ๆ บอกว่ารอคิวอีกครู่หนึ่ง ทั้งคู่ไม่ได้พูดอะไรต่อ จนกระทั่งถึงเวลาเยี่ยม 

    

     ร่างสูงในชุดนักโทษเดินมานั่งที่ฝั่งตรงข้าม ทรงผมแปลกตาไปจากเมื่อก่อน ใบหน้าหล่อดูซูบกว่าที่เคยเห็น มัจฉาแทบจำพี่ชายตัวเองไม่ได้ เธอน้ำตาคลอ อยากเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้านั้นเหลือเกิน แต่ติดที่มีกระจกกั้นไว้

     หญิงสาวนั่งพูดคุยกับพี่ชายทางโทรศัพท์ ถามไถ่ความเป็นอยู่ รวมทั้งถามเรื่องที่เขาฝากให้อินทรีดูแลเธอ อาชาเองก็ไม่รู้เรื่องมาก่อน เเต่เมื่อเห็นอินทรีที่ยืนพิงผนังกั้นขยิบตาให้ เขาจึงลอยตามน้ำ เชื่อว่าเพื่อนคงมีเหตุผลบางอย่าง

     เสียงหวานสะอื้นไห้ เมื่อเขาบอกให้เธอดูแลตัวเองดี ๆ 

     "พี่ชาก็รีบออกมาดูแลมัดสิคะ" เธอกล่าวอย่างอ้อนวอน 

     "...ขอพี่คุยกับอินทรีตามลำพังหน่อยสิ" ชายหนุ่มที่อยู่คนละฝั่งกระจกบอกกับน้องสาว เธอพยักหน้าแล้วยื่นกระบอกโทรศัพท์ให้คนข้างหลัง ก่อนจะเดินออกไปรอที่นอกห้องเยี่ยม

 

     เมื่อเห็นไอ้เพื่อนตัวดีอยู่ในสถานะพี่พร้อมจะฟัง อาชาก็เริ่มโจมตีทันที

     "แกพามัดมาที่นี่ทำไมวะ รู้ไหมว่ามันเสี่ยง" สีหน้าจริงจังของผู้เป็นพี่ชายลอดมาให้ได้ยิน

     "ก็น้องสาวแกไม่ยอมเชื่อฉันน่ะสิ ว่าแกฝากให้ฉันดูแลเธอแทน"

     "คงเพราะน้องสาวฉันฉลาดที่ไม่หลงกลคนเจ้าเล่ห์อย่างแกไง แล้วฉันก็ไม่เคยฝากให้แกดูเเลมัจฉาด้วย "

     "อ้อ แต่แกเคยบอกให้น้องแกไปอยู่บ้านไร่ปลายดอยใช่ไหม รู้รึเปล่าว่ายัยนั่นถูกจับไปเป็นเนื้อสดมาเเล้วรอบหนึ่ง ถ้าฉันไม่ช่วย ป่านนี้แกคงมีน้องเขยเป็นสิบ ๆ คนเเล้วล่ะ"

     "..." อาชานิ่งไป เมื่อคิดตรองดูพบว่าเรื่องที่อินทรีพูดมีความเป็นไปได้ ทิ้งมัจฉาไว้คนเดียวคงไม่ดีแน่ ชายหนุ่มจึงตกลงยอมรับแผนของเพื่อน

     "เอาตามนั้นก็ได้ ฉันฝากแกช่วยดูแลความปลอดภัยให้มัจฉาด้วยก็แล้วกัน" คนไร้อิสรภาพเอ่ย "แต่แกห้ามทำอะไรน้องฉันนะ" ความหมายคือห้ามแกล้งน้องของเขาอย่างที่อินทรีชอบทำ ไม่คาดคิดว่าเมื่อโตขึ้น แผนการณ์แกล้งของอินทรีก็พัฒนาตามวัย
     "แล้วถ้าน้องแกเป็นฝ่าย 'ทำ' ฉันล่ะวะ?" คนยียวนจงใจเน้นเสียงให้เกิดความหมายสองแง่สองง่าม
      ...อาชามองนิ่ง ทำให้อินทรีเลิกเล่น

     "แล้วแก้มเป็นยังไงบ้าง" ว่าที่คุณพ่อเอ่ยถาม เขานั้นอยากเป็นคนดูแลพิมพ์ขวัญด้วยตัวเองเหลือเกิน แต่ติดที่ต้องทำบางอย่างนี่สิ ทำให้ต้องฟังเรื่องของเมียและลูกจากปากของคนอื่น

     "แก้มสบายดี วันนี้ก็เพิ่งพาไปหาหมอ ตรวจครรภ์ตามนัด"
     "ลูกฉันเเข็งแรงดีไหม?" อาชาถามอย่างตื่นเต้น ดีใจที่จะได้ข่าวเจ้าตัวน้อยเพิ่มจากคราวก่อน
     "ก็แข็งแรงดี หมอก็ให้ยาบำรุงมากิน"
     "แล้วแก้มยังแพ้ท้องอยู่รึเปล่า ยังอ้วกบ่อยเหมือนเดิมไหม" คนที่ไม่มีโอกาสได้ทำหน้าที่ถามทุกอย่างที่ใจเรียกร้องมา ไม่สนใจว่าคนที่ต้องเล่าเรื่องหญิงคนรักให้สามีของเธอฟังจะรู้สึกอย่างไร

      ขณะที่สองหนุ่มนั่งคุยกัน มีคนสองคนแอบฟังอยู่ คนหนึ่งอยู่ด้านนอก ส่วนอีกคนนั่งอยู่ช่องถัดจากอาชา ...


     ที่นอกห้อง มัจฉานั่งรออยู่บนเก้าอี้พลาสติกที่เรียงติดกันเป็นแถว แม่ค้าไข่นกกระทารุ่นราวคราวป้าเดินมานั่งข้าง ๆ หญิงสาว นางถอดหมวกออกมาพัดไล่ความร้อนของอากาศ หันมายิ้มให้อย่างเป็นมิตร แววตาซื่อ ๆ ทำให้มัจฉารู้สึกสงสาร ช่วยอุดหนุนไข่นกมาสองถุง
      "มาเยี่ยมผัวรึนางหนู?" หญิงแม่ค้าเอ่ยถามตรงเสียจนมัจฉารู้สึกหน้าชา
      "มาเยี่ยมพี่ชายจ้ะ"
      "อ้อ โทษที ๆ ป้าก็เดาไปเรื่อย" ทั้งคู่คุยกันอยู่นาน เมื่อเห็นว่ามัจฉาคุยถูกคอ ป้าใจดีจึงแถมไข่นกเพิ่มให้อีกหนึ่งถุง

      หญิงสาวหัวเราะกับเรื่องตลกของคุณป้าแม้ค้า จนไม่ทันสังเกตว่ามีใครแอบถ่ายรูปของเธอไว้ด้วยกล้องโทรศัพท์...

   

      ก่อนหมดเวลาเยี่ยม อินทรีใช้ภาษามือที่เคยฝึกเมื่อครั้งยังเด็กบอกข่าวสารสำคัญกับอาชา ชายหนุ่มฝั่งตรงข้ามพยักหน้ารับรู้ และเขามั่นใจว่าการชูนิ้วกลางเป็นท่าสุดท้าย ไม่เกี่ยวกับข่าวที่คุณมังกรฝากมาให้ ...ของฝากส่วนตัวจากอินทรีแท้ ๆ เลย 

     'อย่าพามัดมาที่นี่อีก' คือคำขอร้องจากผู้เป็นพี่ชาย

     อินทรีมองผู้คุมที่ยืนอยู่ข้างประตูก่อนจะเดินออกไป อาชาเองก็มองหน้าคนที่นั่งคุยกับญาติตรงช่องถัดจากเขาไปเช่นกัน

     หญิงสาวนั่งนิ่งตลอดทาง เธอคงต้องอยู่ในความดูแลของอินทรีตามคำสั่งของพี่ชาย จนกว่าอาชาจะพ้นโทษออกมา

     อินทรีแวะไปที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อให้หญิงสาวเลือกซื้ออาหารและของใช้จำเป็น จากนั้นช่วยกันขนขึ้รถกลับคอนโดฯ 

      ...ทุกอย่างดำเนินไปอย่างเงียบเชียบ เขาไม่ถามเธอก็ไม่พูด 

 

 

###

 

ความคิดเห็น