ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

บทที่ 3 ผู้สมรู้ร่วมคิด (ตอน 1)

ชื่อตอน : บทที่ 3 ผู้สมรู้ร่วมคิด (ตอน 1)

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 29

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 19 ม.ค. 2564 01:31 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 3 ผู้สมรู้ร่วมคิด (ตอน 1)
แบบอักษร

“อะไรนะ พี่ภามจะแต่งงาน!!!!”

“ปลายเบาๆ อย่าเสียงดังสิ” เพชรพราวรีบปิดปากปลายฝนก่อนที่คนในร้านกาแฟจะหันมามองมากกว่านี้ ตั้งแต่เธอวางสายจากพี่ชาย เพื่อนสาวผู้หมายมั่นปั้นมือตำแหน่งว่าที่สะใภ้ของบ้านก็รบเร้ากึ่งข่มขู่เธออย่างกับนักโทษ ทั้งที่เธอเองก็ไม่อยากจะผิดสัญญาแต่มันคันปากยิบๆ

‘เรื่องนี้น้องขอสักเรื่องละกันนะพี่ภาม พ่อกับแม่ก็บอกไม่ได้ อีกอย่างปลายฝนก็ไม่ใช่คนอื่นคนไกลที่ไหน’ หญิงสาวได้แต่ขอโทษอยู่ในใจ

“พี่ภามใจร้าย ทำแบบนี้กับน้องปลายคนสวยได้ยังไง แล้วความรักของเราล่ะ พี่ภามจะทิ้งน้องไปแต่งงานกับใครก็ไม่รู้ ปลายไม่ยอม” สาวร่างอวบโอดครวญและกะพริบตาถี่ๆ เพื่อบีบน้ำตาให้สมจริง

“ปลาย อะไรของแกเนี่ย เบาหน่อยๆ อายเขา” ปลายฝนไม่พูดอะไร หากแต่ใช้มือทั้งสองปิดหน้าและส่งเสียงร้องไห้ประดุจจะขาดใจ

“ปลาย แกเป็นอะไร” เพชรพราวเขย่าไหล่ปลายฝน เธอสัมผัสได้ถึงความสั่นไหวจากไหล่หนา

‘ปลายฝนร้องไห้จริงๆ เหรอเนี่ย หรือเพื่อนของเธอชอบพี่ภามจริงๆ มันจะเป็นไปได้ยังไง วันๆ ก็เห็นหมกมุ่นอยู่กับนิยายไม่ก็ซีรีส์ …หรือว่า…’

“ยัยปลาย นี่คิดพล็อตนิยายอีกแล้วใช่มั้ย” คนรู้ทันจ้องตาเพื่อนสาวที่กำลังเงยหน้าเผยหน้าเหยเกเพราะกลั้นขำ

“แกนี่ร้ายจริงๆ แกล้งกันแบบนี้อีกแล้ว”

“ใครบอกว่าฉันแกล้ง ฉันเสียใจจริงๆ ย่ะ ผู้ชายในสต็อกของฉันเป็นอันต้องหายไปอีกคนแล้ว ว้า … เศร้าจัง” อดีตว่าที่สะใภ้บ้านวงศ์วาณิชย์แกล้งทำหน้าล้อเลียนเพื่อนสาวที่กำลังหน้าหงิกอย่างกับคนท้องผูก

ปลายฝนไม่สงสัยเลยว่าทำไมพาขวัญถึงได้เป็นคนพิเศษของภาม เธอเคยเจอว่าที่เจ้าสาวตอนที่ออกภาคสนามวิชาภาษาถิ่นเหนือ พาขวัญช่วยประสานงานให้ได้สัมภาษณ์ชาวบ้านชุมชนดั้งเดิมของเชียงใหม่ชนิดที่ว่าเจาะลึกทุกประเด็นจนรายงานเรื่องนั้นได้คะแนนดีเยี่ยม และเธอก็ขอสารภาพตามตรงเลยว่า พาขวัญนี่แหละคือแรงบันดาลใจของนิยายเรื่อง ม่อนรัก นิยายเรื่องแรกที่ได้ตีพิมพ์กับสำนักพิมพ์ชื่อดัง

“ฉันละเชื่อแกเลย เล่นสมจริงจนทีแรกฉันก็คิดว่าหรือแกจะชอบพี่ภามจริงๆ”

“แกยังไม่ชินอีกเหรอ ฉันก็เล่นแบบนี้อยู่บ่อยๆ แต่ฉันสงสัยว่าทำไมพี่ภามต้องให้แกปิดบังคุณลุงกับคุณป้าด้วยล่ะ”

“ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน สงสัยกลัวแม่โทรไปบอกป้าวิล่ะมั้ง” เพชรพราวคาดการณ์

“พี่ภามบอกแผนรึยัง ให้ฉันช่วยอะไรมั้ย คิดธีม หาเพลง หาชุดหรืออะไรดี ตื่นเต้นจัง”

“ตอนนี้ฉันยังไม่รู้รายละเอียดอะไรสักอย่าง พี่ภามรีบวางสายไปก่อน ดีนะที่ได้เล่าแกไม่งั้นฉันจะต้องอกแตกตายแน่ๆ”

“ว้าย! ลืมเรื่องสำคัญไปได้ ยัยพราว เมื่อคืนแกเห็นข่าว ‘พี่คิม’ ของพวกเรามั้ย เขากำลังจะแต่งงาน กับยัยชะนีที่ไหนก็ไม่รู้ โฮ” ปลายฝนเปลี่ยนเรื่องอย่างรวดเร็ว เมื่อนึกถึงทวิตเตอร์ร้อนเมื่อคืน เธอเขย่ามือเพชรพราวอย่างบ้าคลั่ง

“ใช่ๆ เมื่อคืนฉันก็ช็อกมาก พี่คิมใจร้ายกับพวกเรามากเลยนะแก แง” สองสาวเพื่อนรักจับมือปลอบใจกันตามประสาติ่งที่หลงรักพระเอกเกาหลี

สาวโสดอย่างพวกเธอจะมียารักษาความเหงาใดที่จะดีไปกว่าพระเอกเกาหลีในดวงใจล่ะ

 

 

กัปตันประกาศรัดเข็มขัดก่อนที่เครื่องบินจะลดระดับลงสู่ท่าอากาศยานตรังในอีกไม่เกินสิบนาทีข้างหน้า ทิวเขาสูงต่ำลดหลั่นกันนอกหน้าต่าง แม้ไม่สลับซับซ้อนหรือสูงตระหง่านเหมือนภาคเหนือ แต่สีเขียวขจีของต้นไม้ก็บ่งบอกได้ถึงธรรมชาติที่ยังคงอุดมสมบูรณ์

ประตูเครื่องบินถูกเปิดออก ไอร้อนผะผ่าวปะทะใบหน้าของแอร์โฮสเตสสาวสวย พระอาทิตย์ฤดูร้อนยิ้มร่าอ้าแขนต้อนรับนักท่องเที่ยวด้วยอุณหภูมิแตะ 40 องศาตั้งแต่ย่างก้าวแรกที่เดินลงจากเครื่องบิน

“สวัสดีครับ ผมเมธี จาก The Sky Resort & Spa เป็นผู้ดูแลคณะของคุณภามในวันนี้นะครับ” พนักงานหนุ่มหน้าคมตามสไตล์หนุ่มใต้ในชุดยูนิฟอร์มแปลกตาเดินตรงเข้ามาทักทายทันทีที่ทั้งสามเดินมายังประตูทางออก

“ใช่ค่ะ แต่พี่ภามตกเครื่องนะคะ พวกเราน่าจะต้องรออยู่ที่นี่ก่อน”

“คุณภามโทรหาผมแล้วครับ คุณผู้หญิง ไฟล์ทของคุณภามจะมาถึงเป็นเที่ยวบินถัดไป น่าจะประมาณใกล้ๆ เที่ยงครับ ระหว่างรอผมจะพาทุกท่านไปทัวร์รอบเมืองและหาอะไรรับประทานก่อนนะครับ” เมธียิ้มแย้มทั้งที่มีเม็ดเหงื่อผุดออกจากไรผมเป็นระยะๆ เขาจัดการสัมภาระและผายมือเชื้อเชิญแขกวีไอพีทั้งสามไปยังรถตู้ของโรงแรมที่จอดรออยู่ด้านหน้าอาคารผู้โดยสาร

“ตำบลทับเที่ยงหรือตัวเมืองตรังจะมีกลิ่นอายของวัฒนธรรมดั้งเดิมของชาวไทยเชื้อสายจีนนะครับ แต่ในปัจจุบันจะผสมผสานความทันสมัยของคนรุ่นใหม่มากขึ้น เช่น ร้านกาแฟ ร้านอาหารโบราณ ปัจจุบันก็มีการปรับประยุกต์ตามสมัยนิยม อย่างร้านกาแฟที่แวะเมื่อสักครู่ เจ้าของร้านสืบทอดกิจการมาเป็นรุ่นที่ 3 แล้วครับ ขนมจีบ ซาลาเปายังคงเป็นสูตรดั้งเดิม จะมีก็แต่ชา กาแฟที่เพิ่มความทันสมัยโดยใช้เครื่องชงกาแฟแทนถุงชงชาที่เหมือนถุงเท้าน่ะครับ”

ไกด์จำเป็นให้ความรู้แบบอัดแน่นแถมยังพาแวะชิมขนมและกาแฟร้านอร่อยตามรอยเพจดังอีกหลายร้าน ถึงแม้สำเนียงของเขาจะฟังยากด้วยค่อนไปทางสำเนียงท้องถิ่น แต่สีหน้าที่ยิ้มแย้มเป็นกันเอง รวมทั้งความอดทนที่ต้องพูดประโยคเดิมซ้ำๆ หรือตอบคำถามเจ้าหนูจำไมอย่างเพชรพราวได้สร้างความประทับใจให้สมาชิกทัวร์ทั้งสามไม่น้อย

“คุณเมธี ข้างหน้าเรียกว่าอะไรคะ”

“หอนาฬิกาครับ หอนาฬิกาเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดตรังซึ่งเดิมเป็นหอกระจายข่าว มีมาตั้งแต่ก่อนผมเกิดแล้วครับ” หญิงสาวมองหอนาฬิกาที่ตั้งเด่นอยู่กึ่งกลางวงเวียนบนถนนสายหลักประจำจังหวัด รูปทรงที่มีเอกลักษณ์ มีความคลาสสิก ความลงตัวของการจัดวางและที่สำคัญนาฬิกายังสามารถใช้บอกเวลาได้จริง รายล้อมด้วยอาคารบ้านเรือน ร้านรวงต่างๆ ที่ยังคงความสวยงามเป็นมนต์ขลังที่น่าหลงใหล

เสียงโทรศัพท์ของหญิงสาวดังขึ้นขัดจังหวะการฟังบรรยาย

“พราว พี่มาถึงแล้วนะ”

“เดี๋ยวเจอกันที่สนามบินนะ พี่ภาม”

“โอเค แล้วเจอกัน”

‘ได้เวลาเริ่มต้นแผนการลับฉบับพี่น้องตัวแสบแล้วสินะ…’

ความคิดเห็น