facebook-icon Twitter-icon

คุยได้ แสดงความคิดเห็นได้ แต่ไม่บูลลี่ ไม่รุนแรงกันนะคะ (^_^)

ร่มนี้ให้พี่ค่ะ (Color)

ชื่อตอน : ร่มนี้ให้พี่ค่ะ (Color)

คำค้น : Color

หมวดหมู่ : นิยาย เรื่องสั้น

คนเข้าชมทั้งหมด : 24

ความคิดเห็น : 0

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 16:30 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ร่มนี้ให้พี่ค่ะ (Color)
แบบอักษร

ร่มนี้ให้พี่ค่ะ (Color) 

 

“คัด! ดีมากครับทุก ปิดกล้องครับผม!” เสียงผู้กำกับบอกทุกคนให้ทราบ 

“เย่!” เสียงทีมงานทุกคนตะโกนพร้อมกัน 

 

ทุกคนกระโดดโลดเต้น บางคนยิ้มแย้มดีใจ บางคนน้ำตาซึมที่จะไม่ได้เจอกันบ่อยแล้ว บางคนก็นั่งปลอบคนอื่น แต่สำหรับฉัน ยังคงมีเรื่องต้องทำอีกมากมาย แต่ตอนนี้ ขอนั่งกินขนมกับพี่ๆนักแสดงด้วยกันก่อนนะคะ 

“น้ององุ่น วันพรุ่งนี้มีเลี้ยงปิดกอง ธีมดำชมพูนะจ๊ะ” พี่เกรซ นางเอกของเรื่องคุยกับฉัน 

“หูย” ฉันทำหน้าแบบที่หลายคนว่าเป็นหน้างุ้ย “พรุ่งนี้องุ่นมีเดินแบบกับผลไม้ อาจจะไปงานช้าหน่อยนะคะ” 

“รีบเลี้ยงกันไปไหน? ว่าแต่น้ององุ่น วันนี้ผลไม้มาด้วยมั้ย?” พี่เกรท พระเอกของเรื่องถามฉัน 

“ผลไม้ป่วยค่ะ พี่คำไทยพาไปคลินิกสัตว์เลี้ยงอยู่ค่ะ” ฉันตอบพี่เกรท 

“แต่ผมเตรียมสูทสีชมพูเรียบร้อยแล้วนะคร๊าบ” พี่เก็ท หรือเก็ทเตอร์ นักร้องวงปุริม นักแสดงที่เล่นคู่ฉันยิ้มแป้นบอกทุกคน 

“ย่ะ พ่อคนเตรียมพร้อมทุกสถานการณ์” พี่เกรซแซวพี่เก็ท 

“ว่าแต่ ทำไมบรรยากาศมันเงียบๆ” พี่เกรทมองไปรอบๆ “ทุกคนหายไปไหนกันหมด” 

 

พวกเรานั่งงงกันสักพักก็มีเสียงคนร้องเพลงพร้อมกับเค้ก 4 ก้อน 

“Happy birthday to you. Happy birthday to you.” เสียงทีมงานทุกคนร้องเพลง 

“Happy birthday to หญิงเกรซ ชายเกรท ไอ้เก็ท และน้ององุ่น.” พี่ผู้กำกับพูด 

“Happy birthday to you.” เสียงทีมงานทุกคนร้องเพลง 

“แบ่งชั้นวรรณะสุดๆ” พี่เก็ทบ่นแต่ยังยิ้มร่าหลังได้เป่าเทียน 

“อะแฮ่ม!” พี่ตากล้องกระแอมขึ้น “ในฐานะที่น้องนักแสดงนำเกิดเดือนเดียวกัน อยากจะพูดอะไรกับพี่ๆทีมงานและแฟนคลับ คนดูทุกคนไหมครับ” 

“ครับผม ผมอยากจะพูดในวันปิดกล้อง แต่ไหนๆก็มีเค้กให้พวกผมแล้ว ผมก็ขอขอบคุณทีมงานทุกคน นักแสดงทุกคน แฟนคลับ และคนที่คอยติดตามละครเรื่องนี้ทุกคนนะครับ ไม่มีพวกคุณคงไม่มีพวกผมในวันนี้ ขอบคุณทุกคน ขอบคุณทุกความพยายามนะครับ” พี่เกรทพูดดีมาก สมกับเป็นคุณชายของวงการ 

“เกรทพูดดีขนาดนี้ เกรซจะเอาอะไรมาสู้คะเนี่ย” พี่เกรซหัวเราะเล็กน้อย “เกรซรู้ว่าทีมงาน นักแสดงทุกคน ต้องทุ่มแรงกายแรงใจอย่างมาก เพื่อให้ละครเรื่องนี้สมบูรณ์แบบที่สุด และไม่ทำให้แฟนนิยายผิดหวัง มีหลายคนที่ต้องเหนื่อย ท้อ และต้องฝึกฝนอะไรตั้งมากมาย ทุกคนทำเต็มที่ ทำดีที่สุดแล้ว เกรซภูมิใจมากค่ะ” 

“กล้องไหนครับ ฮ่าๆๆ” พี่เก็ททำท่าหันมองหลายกล้อง “ผมขอขอบคุณผู้ใหญ่ทุกท่านที่ให้ผมมารับบทนี้ ขอบคุณพี่ชายที่แสนดีอย่างพี่เกรท ขอบคุณพี่สาวที่คอยรับมุกอย่างพี่เกรซ ขอบคุณองุ่นที่รับส่งบทกันเป็นอย่างดี ขอบคุณพี่ๆทีมงานที่ตั้งใจและอดทนกับผม ขอบคุณพี่ๆนักแสดงที่ช่วยผมในหลายเรื่อง รวมถึงแฟนเพลงที่ให้กำลังใจผมด้วยนะครับ” 

“สำหรับองุ่น การเล่นบทนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เพราะต้องเล่นทั้งร้ายและดี แต่ทุกคนก็ช่วยผลักดันจนองุ่นทำมันได้ ตลอดหนึ่งปีที่ผ่านมา มันทำให้องุ่นได้พัฒนาตัวเองและโตขึ้นมาก ขอบคุณพี่เกรทสำหรับคำปรึกษาหลายเรื่อง ขอบคุณพี่เกรซสำหรับความใส่ใจที่มีให้องุ่น ขอบคุณพี่เก็ทที่คอยเล่นมุกไม่ให้องุ่นเครียด ขอบคุณพี่ๆแฟนคลับ พี่ๆนักแสดงและพี่ๆทีมงาน ที่แบ่งขนมให้องุ่นด้วยนะคะ” 

- 

- 

- 

สิ้นเดือนนี้ฉันก็จะอายุ 20 ปี มีความลับที่พี่ๆทีมงานและนักแสดงคนอื่นๆไม่รู้ คือ ฉันเป็นกลุ่มสี ฉันเห็นเพียงสีขาวดำตั้งแต่อายุ 15 ปี ฉันเป็นนางแบบให้แบรนด์เสื้อผ้าของครอบครัวตั้งแต่เด็ก แต่พอฉันรู้ว่าต้องหา Soul mate ให้เจอก่อนอายุ 20 ปี ฉันจึงแคสเข้ามาเป็นนักแสดง และใช่ ฉันยังไม่เจอ Soul mate ของฉันเลย ในวันเกิดครบรอบ 20 ปี ฉันจะตาบอด และจะมองเห็นอีกครั้งตอนอายุ 36 ปี นั่นทำให้ฉันต้องออกจากวงการให้เร็วที่สุด 

- 

- 

- 

“คุณหมอเบเร่ต์ว่างแล้วนะคะ เชิญหมายเลย 35 ได้เลยค่ะ” เจ้าหน้าที่เดินมาบอกใส่ไมค์ 

 

ฉันเดินเข้าไปที่ห้องหมอทันที ในระหว่างฉีดยากระตุ้นการเห็นสี ฉันเลยคิดปรึกษาหมอค่ะ 

“พี่เบเร่ต์คะ” เพราะหมอเบเร่ต์ไม่ต้องการให้คนเรียกตัวเองว่าหมอ ฉันเลยเรียกแบบนี้  

“คะ?” 

“ถ้าถึงวันเกิด แล้วองุ่นยังไม่ Soul องุ่นก็จะตาบอดในวันเกิดเลย ใช่ไหมคะ?” ฉันถามเพื่อความแน่ใจ 

“ใช่ค่ะ จะเริ่มมองไม่เห็นและจะตาบอดในเวลาเกิด” หมอเบเร่ต์หน้าเศร้าลง 

“องุ่นว่าจะออกจากวงการค่ะ” ฉันยิ้ม “ยังไงก็ต้องตาบอดอยู่แล้วนี่คะ” 

“แต่พี่เชื่อว่าองุ่นต้องหา Soul mate เจอได้แน่ๆ พี่เอาใจช่วยนะคะ” 

- 

- 

- 

วันนี้ฉันนัดกินข้าวกับพี่คำไทย ลูกพี่ลูกน้องและผู้จัดการส่วนตัวของฉัน ระหว่างที่นั่งรอในร้าน ฉันเห็นพี่คำไทยกำลังคุยกับผู้ชายคนหนึ่ง และตอนนั้นเอง ฉันก็เห็นสีต่างๆ สีที่ฉันไม่เห็นมาเกือบ 5 ปี แต่น่าเสียดายที่เขาวิ่งออกไปซะก่อน 

“พี่คำไทยคะ พี่ผู้ชายคนนั้นใครคะ?” ฉันถามด้วยความตื่นเต้น ในที่สุดก็เจอ Soul mate สักที 

“พี่ตากล้อง ชื่อขุนอะไรสักอย่างนี่แหละ พี่เรียกแต่พี่ขุน มีอะไรรึเปล่า?” 

“หล่อ ชอบ อยากได้” สามคำ รู้เรื่องนะคะ 

“พักเรื่องผู้ชายไว้ก่อนค่ะลูก ที่นัดพี่มานี่จะคุยเรื่องแถลงข่าวใช่ไหม?” พี่คำไทยเข้าเรื่องทันที 

“ใช่ค่ะ” 

- 

- 

- 

ในวันแถลงข่าว ฉันเห็นพี่ขุนคนนั้นกับหมอเบเร่ต์อยู่ด้วยกัน ฉันไม่แน่ใจว่าเขาสองคนเป็นแฟนกันรึเปล่า แต่ถ้าเป็นแบบนั้น ฉันคงต้องถอย ก็แค่ตาบอด 16 ปี ด้วยฐานะครอบครัวฉันดูแลฉันได้อยู่แล้ว 

 

หลังจากแถลงข่าวเสร็จ ฉันขอให้พี่คำไทยเอาร่มและกระดาษที่เขียนด้วยลายมือฉันว่า ‘ร่มนี้ให้พี่ค่ะ’ ไปให้พี่ขุน หวังว่าพี่เขาจะไม่ตากฝนกลับบ้านนะ 

- 

- 

- 

ถึงแม้ว่าตอนแถลงข่าว ฉันพูดเหตุผลไปหมดแล้ว ยกเว้นเรื่องตาบอดสี แต่พี่ๆและเพื่อนนักแสดงก็ส่งข้อความและโทรถามเหตุผลอีกครั้ง ฉันก็ตอบไปตามที่แถลงว่าต้องกลับมาสานต่อธุรกิจที่บ้าน และเตรียมเป็นเจ๊ดันให้พี่คำไทยเป็นนักร้องในวงของพี่คำฝอยกับพี่คำขาว ฝาแฝดพี่คำไทยด้วยค่ะ สงสารแฟนคลับล่วงหน้าเลยนะคะ คนหน้าเหมือนกัน 3 คน เป็นสมาชิกวงเดียวกัน คงสับสนน่าดู แต่พี่คำฝอยคงปลอมตัวเป็นฝาแฝดตัวเองอย่างสนุกสนานแน่ๆ 

 

“องุ่น คำไทยบอกพี่ว่าองุ่นอยากได้พี่ขุนๆอะไรนั่นใช่ไหม?” พี่คำฝอยถามฉัน 

“มันแทบเป็นไปไม่ได้เลยนะพี่คำฝอย ไหนจะเรื่องอายุ ฐานะ สังคม แถมองุ่นยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าพี่เขาเป็นแฟนหมอเบเร่ต์รึเปล่า” ฉันได้แต่ถอนหายใจ 

“นี่มันสมัยไหนแล้ว ยังจะสนใจเรื่องพวกนั้นอีก ที่ต้องสนคือเขาเป็นแฟนหมอรึเปล่า” พี่คำฝอยครุ่นคิด “พรุ่งนี้องุ่นไปหาหมอนี่ ก็ถามเลยสิ” 

“แล้วยังไงต่อคะ?” 

“ถ้าโสด องุ่นส่งข้อความมาหาพี่ได้เลย ที่เหลือพี่จัดการเอง งานนี้ยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงแน่นอน ฮ่าๆๆๆๆ” พี่คำฝอยหัวเราะอย่างนางร้าย 

- 

- 

- 

และแล้วก็ถึงวันฉีดยากระตุ้นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ฉันจะตาบอด ฉันไม่รู้ว่าควรถามเรื่องความสัมพันธ์ของหมอเบเร่ต์กับพี่ขุนดีไหม แต่เพื่อไม่ให้ค้างคาใจ สุดท้ายฉันก็รวบรวมความกล้า เอ่ยถามจนได้ 

“พี่เบเร่ต์มีแฟนยังคะ? หรือคุยๆกับใครไหมคะ?” 

“พี่โสดค่ะ ไม่เคยมีแฟน แต่เคยปลื้มรุ่นพี่คนนึงนะ ชื่อขุนเขา ปลื้มแบบเป็นไอดอลเลยล่ะ เนี่ย เพราะพี่ขุนเขาโสด พี่เลยโสดตาม เจอกันตั้งหลายครั้ง ทำไมน้ององุ่นถึงเพิ่งถามล่ะคะ?” ชื่อขุนเขานี่เอง 

“เพิ่งนึกได้ว่ายังไม่ถามค่ะ เอ่อ หลายวันก่อน องุ่นเจอ Soul mate ค่ะ แต่ยังไม่ทันได้ Soul เขาก็ไปก่อน จนสัปดาห์ที่ผ่านมา องุ่นเลยฝากร่มกับข้อความว่า ร่มนี้ให้พี่ค่ะ ให้พี่คำไทยเอาไปให้พี่เขา” 

“หมายถึงร่มลายองุ่นกับกระดาษสีส้มที่น้ององุ่นชอบใช้เหรอคะ? ทำไมไม่ขอ Soul ล่ะคะ? น้ององุ่นจะได้ไม่ต้องตาบอดไง” 

“เพราะองุ่นไม่อยากบังคับเขานี่คะ” ฉันถอนหายใจ “ถึงจะ Soul แล้ว องุ่นก็ยังจะตาบอดสีอยู่ ถ้าจะให้เห็นสีครบก็ต้อง Soul ทุกวัน องุ่นไม่อยากฝืนใจเขาค่ะ” 

- 

- 

- 

ก่อนวันเกิดฉัน 1 วัน พ่อแม่ฉันก็จัดงานวันเกิดล่วงหน้าให้ฉัน ฉันเห็นพี่ขุนเขามากับพี่หมอเบเร่ต์ด้วยค่ะ 

“องุ่นคะ ไปเปิดตัวพร้อมพี่ๆนะ” พี่คำขาวบอกฉัน 

“คนหน้าตาดีเยอะแยะเลยว่ะ” พี่คำฝอยพูดขึ้น 

“จะดีลใครเราไม่ว่า แต่แกอย่าเอาชื่อเราไปอ้าง คนเข้าใจผิดหมดแล้วเนี่ย” พี่คำไทยวีนพี่คำฝอย 

“เออน่ะ เดี๋ยวกูเอาชื่อคำขาวไปอ้างก็ได้” พี่คำฝอยบอกพี่คำไทยแล้ววิ่งหนีไปทันที 

“ไอ้ ไอ้ฝอยขัดหม้อ! ไอ้คนนิสัยไม่ดี! โธ่เอ้ย!” นี่คือคำด่าที่แทบจะแรงที่สุดที่พี่คำขาวพูดออกมาค่ะ 

 

เมื่อถึงตอนเปิดตัว ฉันพูดขอบคุณทุกคนในงาน แล้วกลับไปเข้าห้องน้ำ 

“นี่ๆ องุ่น” พี่คำไทยรั้งฉันไว้ “จำบทละครตอนแคสเป็นน้องพระเอกเรื่อง รักนี้หัวใจไม่บอด ได้ปะ?” 

“จำได้ค่ะ มีอะไรเหรอพี่?” จำได้ว่าฉันติดเดินแบบเลยไม่ได้เล่นบทนั้น 

“แสดงเลยค่ะลูก งัดวิชา งัดมารยาออกมาให้เต็มที่” พี่คำไทยพูดแล้วเดินจากไป 

 

บทนั้น ตัวละครเป็นกลุ่มสีที่กำลังจะตาบอด แล้วดันไปชอบพระรองซึ่งเป็น Soul mate ของเธอ แต่พระรองชอบนางเอก พระเอกเลยกันนางเอกเพื่อให้น้องได้ใกล้ชิดกับพระรอง และเรื่องจะเฉลยว่าทั้งสองเป็น Soul mate กันเอง 

 

“น้องครับ” มีคนเข้ามาจับมือฉัน 

“คะ?” สีสันสดใสปะทะดวงตาของฉัน คนที่จับมือฉันคือพี่ขุนเขานี่เอง ฉันรอดจากการตาบอดแล้วค่ะ 

“เท่านี้ น้องก็ไม่ต้องตาบอดแล้วนะ” พี่ขุนเขาพูดเหมือนในบทนั่นเลย ฉันต้องทำตามที่พี่คำไทยบอกสินะ 

“ใช่ค่ะ ไม่ต้องตาบอดแล้ว” ฉันทำเสียงสั่นเครือเล็กน้อย “พอใจพี่แล้วสินะคะ” 

“น้องครับ คือ” ตามบทเลยละกันค่ะ 

“พี่คะ พี่ทำแบบนี้ มันทำให้หนูทรมานกว่าการตาบอดซะอีก ยิ่งหนูเห็นสีจากการ Soul มันยิ่งทำให้หนูอยากเห็นสีมากขึ้นอีก ถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็ต้อง Soul ทุกวัน ทั้งๆที่พี่ไม่ได้รักหนู และพี่ก็มีแฟนแล้วด้วย” แย่ล่ะ ตามบทเกิน 

“มีแฟน?” ฉันรีบหลับตาแล้วปล่อยน้ำตาให้ไหล ก็ในบทพระรองขอนางเอกเป็นแฟนแล้วนี่นา “พี่ไม่มีแฟนนะ” 

“สักวันพี่ก็ต้องมีค่ะ” แถแล้วต่อบทเลยละกัน “หนูชอบพี่ค่ะ ชอบตั้งแต่หนูรู้ว่าพี่เป็น Soul mate แล้ว และถ้าเรายัง Soul กันทุกวัน หนูต้องรักพี่แน่ๆ แล้วหนูต้องเจ็บมากแน่ๆ” 

“ลืมตาครับ” ฉันค่อยๆลืมตา ค่อยปรับสายตาที่เห็นแสง “งั้นเรามาศึกษากันไหม? พี่ไม่รู้ว่าจะเป็นแฟนน้องได้รึเปล่า แต่ตอนนี้ พี่ขอทำหน้าที่ Soul mate ให้ดีที่สุดก่อนนะ” 

“ค่ะ องุ่นจะลองดู” สำเร็จเฉยเลย 

 

ฉันพาพี่ขุนเขาไปแนะนำให้พ่อแม่รู้จักในฐานะ Soul mate พวกท่านดีใจมากที่ฉันไม่ต้องตาบอด 

 

ผ่านวันเกิดฉันไป ชีวิตฉันก็กลับมาเป็นปกติ ยกเว้นว่าไม่ได้แสดงละครแล้ว วันไหนที่พี่ขุนเขาว่าง พี่ขุนเขาจะมาหาฉัน มาพูดคุยและจับมือ ถ้าฉันกับพี่ขุนเขาออกไปไหนด้วยกัน พี่ขุนเขาก็ต้องจับมือฉันตลอด ถือเป็นการเริ่มความสัมพันธ์ที่ดีมาก และคงพัฒนาต่อไปได้ไม่ยาก นี่เป็นของขวัญวันเกิดครบ 20 ปี ที่ดีมากๆเลยค่ะ 

 

/////////////////////////// 

 

 

 

Special Scene : เปิดตัว 3 คำ 

 

หลังแถลงข่าว (คำฝอย) 

“เฮ้! มึง เอ้ย! คำไทยมาทำอะไรที่นี่? งานแถลงอยู่อีกชั้นนะคะ” ฉันพยายามพูดสุภาพกว่าปกติ 

“องุ่นฝากร่มกับกระดาษนี่ให้พี่ขุน ที่เป็นตากล้องทำงานชั้นนี้ แล้วคำฝอยมาทำอะไรล่ะ?” ยัยคำไทยถามกลับ 

“ดิฉันคือคำขาว ผู้จัดการวงบุปผาค่ะ มาติดต่อทีมงานเรื่องถ่าย MV เพิ่มเติม” ใช่ค่ะ ฉันปลอมตัวเป็นคำขาวอยู่ 

“แป๊บนะ” ข้อความเข้ามือถือคำไทย “เอาไงดี เราต้องรีบไปกันนักข่าวให้องุ่น” 

“ส่งมานี่เลยค่ะ เดี๋ยวคำฝอย เอ้ย! คำขาวจัดการให้” ฉันยิ้มให้คำไทย พี่ขุนงั้นเหรอ มีเรื่องน่าสนุกอีกแล้วสิ 

 

หลังองุ่นไปฉีดยากระตุ้นครั้งสุดท้าย (คำขาว) 

“เฮ้ยๆ องุ่นบอกว่าหมอกับพี่ขุนอะไรนั่นโสดว่ะ” คำฝอยพูดด้วยความตื่นเต้น 

“พี่เขาชื่อขุนเขาค่ะ” ฉันเคยคุยกับพี่เขาเรื่อง MV ของวงอยู่บ้าง เลยจำชื่อได้ 

“แล้วพวกเราจะทำไงต่อดี?” คำไทยครุ่นคิด 

“คำไทย” คำฝอยนึกอะไรออก “ยืมมือถือหน่อยสิ มือถือส่งซ่อมง่ะ” 

“อย่างคำฝอยนี่นะส่งมือถือไปซ่อม” ปกติคำฝอยซื้อใหม่ตลอด ไม่เคยซ่อมนะ 

“อย่าขัดภารกิจยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงสิวะ” คำฝอยกระซิบกับฉัน สุดท้ายคำไทยก็ยอมให้คำฝอยเอามือถือไป 

 

คืนก่อนงานวันเกิดองุ่น (คำไทย) 

“อะ มือถือมึง” คำฝอยคืนมือถือให้เราก่อนจะฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี 

“แกเอาไปทำอะไรบ้างเนี่ย?” เราตรวจดูข้อความก็ไม่มีอะไรผิดปกติ ยกเว้น “วันพรุ่งนี้มีงานวันเกิดองุ่น คำไทยอยากขอเชิญคุณหมอเบเร่ต์ไปงานด้วยค่ะ มีผู้ติดตามได้ 1 คน นะคะ ไอ้ฝอย! แกเอา Contact หมอมาได้ไง?” 

“เอาน่า ภารกิจยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูงของกู ต้องสำเร็จแน่นอน มึงก็อย่าลืมยุยงส่งเสริมองุ่นด้วยล่ะ” 

“ขอเวลาคิดก่อนว่าจะให้น้องพูดบทไหนดี” จะใช้บทเรื่องไหนดีนะ ระหว่าง ดวงตาพี่ หรือ รักนี้หัวใจไม่บอด 

“เออๆ เอาที่น้องจำได้ละกัน เดี๋ยวกูไปคุยกับคำขาวก่อน” 

 

งานวันเกิดองุ่น (คำขาว) 

“คำขาว แกคิดยังไงถึงให้วงปุริมมางานนี้ด้วย?” ราตรี นักร้องวงฉันพูดอย่างไม่สบอารมณ์ 

“ใช่” อังกาบและเดหลีพูดพร้อมกัน 

“ก็ไอ้เก็ทแสดงละครร่วมกับน้ององุ่นนี่ครับคุณ วงพวกผมก็ต้องได้รับเชิญอยู่แล้ว” แคนซัส มือกลองวงปุริมพูดขึ้น 

“พี่ๆครับ พวกเราอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุขเถอะคร๊าบ” เก็ทเตอร์ นักร้องวงปุริม ไหว้ขอร้องพวกเรา 

“โอ้ย! พี่ทิวา ราตรี เป็นพี่น้องกัน อย่าทะเลาะกันนานได้ปะ แคนซัส อังกาบ เป็นแฟนกัน อย่าประชดกันนักสิ เดหลี ไปง้อพี่เกวนด้าซะ จะให้เขาง้อฝ่ายเดียวไม่ได้ กัสโต้กับเก็ทเตอร์ลำบากใจนะ” ฉันหันไปเจอคำฝอยที่เดินมาสมทบ “แกก็ด้วยคำฝอย ทำภารกิจอะไรนักหนา มาช้ามาก ฉันพูดไปหมดแล้วเนี่ย” 

“ใจเย็น Sister ภารกิจสำเร็จแล้ว ถึงผลจะไม่ได้ตามคาดทั้งหมด แต่ก็ถือว่ารับได้” คำฝอยยิ้มอย่างอารมณ์ดี “องุ่นกับพี่เขาน่าจะเป็นแฟนกันเร็วๆนี้แหละ” 

“อะไรเนี่ย! ผมอุตส่าห์ตีสนิทองุ่น กะจะดีลให้พี่ทิวาหรือพี่กัสโต้จีบ” เก็ทเตอร์พูด 

“ไม่ได้!” ราตรีและคำฝอยพูดพร้อมกัน แล้วก็เหมือนจะส่งสายตาทะเลาะกันด้วย 

“เอาเถอะ ฉันบอกข่าวทุกคนเลยละกันค่ะ ทางค่ายสั่งให้มีโปรเจคเพลงร่วมกันของวงบุปผากับวงปุริม หลังงานวันนี้ ทุกคนมีคิวว่างกันวันไหนก็บอกด้วยนะคะ แต่ตอนนี้สนใจงานก่อนค่ะ” ฉันพูดสรุป แล้วทุกคนก็แยกย้ายค่ะ 

“ขอบคุณนะคำขาว” คำฝอยกระซิบฉัน “ภารกิจยิงปืนนัดเดียวได้นกทั้งฝูง สำเร็จได้เพราะคำขาวเลยนะ” 

เหมือนฉันกับคำไทยถูกคำฝอยหลอกใช้เลยนะคะ คำฝอยคงวางแผนอื่นนอกจากจับคู่ให้องุ่นกับพี่ขุนเขา แต่ก็เอาเถอะ ทุกอย่างจบลงด้วยดีก็โอเคแล้วค่ะ 

/////////////////////////// 

ความคิดเห็น