ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

ชื่อตอน : บทที่ 23

คำค้น : #ซ่อนลิขิตรัก#สิงหา#นายสิงห์#มนตรา#ใบข้าว

หมวดหมู่ : นิยาย รัก,โรแมนติค

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.6k

ความคิดเห็น : 3

ปรับปรุงล่าสุด : 16 ม.ค. 2564 12:58 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 23
แบบอักษร

 

 

ซ่อนลิขิตรัก บทที่ 23 

 

 

 

 

 

" ขออนุญาตครับ คุณภู -- ซาปาขอพบครับ " หนึ่งในลูกน้องของภูผาเดินเข้ามาบอกหลังจากที่เขาวางสายของใบข้าวไปแล้ว ภูผาพยักหน้า 

ซาปาชายวัยกลางคนท่าทางเจ้าเล่ห์จากหมู่บ้านกะเหรี่ยงติดชายแดนยิ้มยิงฟันเหลือง พลางยกมือไหว้ท่วมหัวให้ภูผาทันทีที่เจอหน้า 

" มีอะไร วันก่อนก็พึ่งเจอกันไปเองไม่ใช่หรือไง -- หรือจะมาแก้ตัวเรื่องงานที่ให้ทำล้มเหลวไม่เป็นท่า " ภูผาถามน้ำเสียงเรื่อยๆ แต่แววตากลับไม่สบอารมณ์ หลังสั่งให้ซาปาไปป่วนไร่เรืองกิจเกษมแต่สิ่งที่ได้กลับคือความล้มเหลวเพราะซาปาดันส่งเด็กใหม่ไปทำงานนี้จนถูกจับได้ 

" โถ่ นาย ผมขอโทษที่ทำพลาดใครจะไปคิดว่าไอ้กิ่วไอ้ม้งมันจะโง่เซ่อซ่าจนถูกไอ้สิงหาจับได้ -- แต่โชคดีหน่อยที่สองคนนั้นมันไม่ซัดทอดถึงเรา " ซาปาว่า 

" ซาปาเอ๋ย ซาปา แกเกือบจะทำผิดซ้ำซากอยู่แล้วนะ ถ้าไม่จับพ่อแม่มันไว้ป่านนี้มันก็คงจะคายออกมาหมดแล้วนั่นแหละ " ภูผาแค่นเสียงใส่ซาปาที่ยิ้มเจื่อนลงอย่างรู้สึกผิด " เอาเถอะ เรื่องงานป่วนไร่ไอ้สิงหาคงต้องพักไว้ก่อนเพราะช่วงนี้มันให้คนงานลาดตระเวนถี่ขึ้น  " 

" ครับนาย " 

" เรื่องสินค้าล่ะไปถึงไหน จัดส่งได้ตามออเดอร์ใช่มั้ย " ภูผาถาม 

" ทุกอย่างเรียบร้อยสินค้าส่งได้ตามออเดอร์ครับนาย แต่ว่ามีออเดอร์บางรายการที่ลูกค้าขอเฉพาะเจาะจงมาแต่ในสต็อกเราไม่มีครับ " 

ภูผายกคิ้วสูงเป็นเชิง " อะไร " 

" เนื้อสดครับ ลูกค้าอยากได้ใหม่ๆ เอาแบบว่านอนสอนง่ายจะได้คุมได้ " ซาปาว่า ภูผาพยักหน้าสีหน้าครุ่นคิด 

" ที่มีอยู่ก็โดนแกะกล่องหมดแล้วซะด้วย " 

" ผมมีอยู่คนนึงที่คิดว่าน่าจะใช้งานได้ แต่ต้องขอความเห็นจากนายก่อนว่านายจะอนุญาตมั้ย เพราะไม่อยากซ้ำรอยกับคนก่อนหน้านี้ครับ "  

ภูผาครางกรอดในคอ " เป็นผู้หญิงของมันอีกเหรอ "  

" ไม่ครับ คราวนี้เป็นคนงานเล็กๆในไร่มัน ถ้าหายตัวไปก็คงไม่มีใครสนใจ เด็กคนนี้รับรองใหม่สด ขนาดว่าหลานผมไอ้ยี่เป็งยังไม่มีโอกาสได้ลอง ลูกค้าเราต้องชอบแน่ครับนาย " ซาปายิ้มเหี้ยม 

" ถ้าแกมั่นใจว่าจะไม่พลาดเหมือนครั้งที่แล้ว ก็จัดการได้เลยแต่ถ้าพลาดก็อย่าให้สาวมาถึงตัวฉันได้ล่ะ  " ภูผาทิ้งท้ายไว้แค่นั้นก่อนจะลุกออกจากเก้าอี้แล้วเดินออกจากห้องทำงานของตัวเองไป 

 

 

 

***** 

 

      

" อะไรนะครับ ขอนอนค้างข้างนอกสองคืน " สิงหาโวยวายหลังไม่เห็นใบข้าวมาตั้งแต่เช้าและมารู้จากบุหลันว่าใบข้าวโทรศัพท์มาขออนุญาตนอนข้างนอกสองคืนแบบกระทันหันเพราะเพื่อนของเธอมาเชียงใหม่ 

" แล้วคุณน้ากับพ่อก็ปล่อยให้ใบข้าวไปเหรอครับ " สิงหาถามสีหน้าขุ่นมัว 

บุหลันมองหน้ากับตุลาก่อนที่ทั้งสองจะพยักหน้ารับ " ก็พ่อเห็นหนูใบข้าวพักนี้ดูไม่ร่าเริง สีหน้ากลัดกลุ้ม จะให้พ่อทนใจร้ายได้ไงกัน " 

" แต่ก็น่าจะบอกผมก่อน " 

" บอกคุณสิงห์แล้วคุณสิงห์จะให้เธอไปเหรอคะ " บุหลันถาม สิงหาอึกอัก  

" โถ่ คุณน้าครับ -- ผมกับใบข้าวเราแต่งงานเป็นสามีภรรยากัน แล้วนี่ภรรยาผมไปไหนทำไมเธอไม่บอกผมครับ " 

" คุณสิงห์เป็นสามียังไม่รู้แล้วน้ากับคุณพ่อจะรู้ได้ยังไงกัน " บุหลันถามเย้าแหย่มองดูคนร้อนใจ  

" กลัวเมียไม่กลับงั้นสิ " ตุลาถามบ้าง 

สิงหายกมือขึ้นเสยผมตัวเอง " ผมจะไปหาเมียผมได้ที่ไหนครับ " 

" โทรหาแล้วหรือยังคะ " 

" ไม่รับครับ " ที่สุดสิงหาก็หย่อนตัวนั่งลงที่โซฟาอย่างแรงงานการที่ทำค้างไว้ก็หมดอารมณ์จะทำ คิ้วเข้มขมวดกันยุ่งในอกมันร้อนรุ่มจวนเจียนจะแตกระเบิดออกมา เรื่องมะลิก็แย่พออยู่แล้วใบข้าวดันออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขาแถมยังจะนอนค้างอยู่ข้างนอกอีกตั้งสองคืน 

สิงหาพยายามโทรหาใบข้าวอยู่หลายครั้งแต่เจ้าตัวไม่ยอมรับสายเขาสักสาย เธอคงโกรธเค้าเรื่องเขากับมะลิถึงได้ทำแบบนี้และถ้าเธอไม่กลับมาอย่างที่ตุลาว่าเขาจะทำยังไง สิงหาขยี้ผมตัวเองแรงๆอย่างหงุดหงิด 

" ใจเย็นเถอะ สิงห์ เดี๋ยวหนูใบข้าวเค้าก็กลับมา " ตุลาว่า 

" เค้าจะกลับมาใช่มั้ยครับ พ่อ " สิงหาถามอย่างจนปัญญา 

" แล้วถ้าไม่กลับ สิงห์จะตามกลับมามั้ย " ตุลาถามน้ำเสียงขรึมก่อนจะลุกขึ้นยืน " คุณบุมาเถอะ เราไปทานขนมที่สวนกันดีกว่า  " บุหลันพยักหน้าก่อนจะหันไปหาสิงหาแล้วตบที่เข่าของเบาๆเป็นเชิงปลอบ 

" น้าเชื่อนะคะว่าหนูใบข้าวไม่ใช่คนหนีปัญหาแต่ก็คงไม่ใช่คนที่จะอดทนรอให้ปัญหามันจบเอง คุณสิงห์เองก็รู้ใช่มั้ยคะ "  

บุหลันทิ้งท้ายไว้แค่นั้นแล้วลุกตามตุลาเดินไปที่ห้องรับแขกอีกห้องปล่อยให้สิงหาอยู่กับความกลัดกลุ้มของตัวเอง จากนั้นเขาก็พยายามกดโทรหาใบข้าวอีกหลายครั้ง  

ขณะที่คนปลายทางพยายามจะไม่สนใจมือถือที่ส่งเสียงครืดคราดตลอดเวลาที่เธอกำลังเดินซื้อของอยู่กับคุณหญิงณัชชาแม่ของเธอเองกับภูผา ลักษณาธิการ สีหน้าของเธอไม่สบอารมณ์หลังการสนทนาครั้งนั้นกับภูผาที่ไม่ยอมบอกว่าแม่ของเธอก็มาเชียงใหม่ด้วย แทนที่เธอจะแค่มากินข้าวกับภูผาให้มันสิ้นเรื่องสิ้นราวจบไปแค่นั้นเขาจะได้ไม่ต้องมาตามตื้อเธออีก แต่กลายเป็นว่าตอนนี้เธอต้องมาติดแหง็กอยู่กับทั้งแม่ตัวเองแล้วก็ภูผา ทำให้เธอต้องโทรไปบอกคุณน้าบุหลันว่าเธอจะค้างข้างนอกสองคืนแล้วถึงจะกลับเพราะแม่ของเธอจะอยู่เชียงใหม่สองสามวัน 

ตอนนี้ใบข้าวกำลังเข้าขั้นหวาดวิตกเรื่องความลับของตัวเองกับไร่เรืองกิจเกษมเธอกลัวว่าคุณหญิงณัชชากับภูผาจะจับพิรุธเธอได้หลังโกหกไปว่าเธอไปทำงานการตลาดให้กับเพื่อนที่กำลังทำธุรกิจส่งออกผ้าพื้นเมืองอยู่ และไอ้สายเรียกเข้าที่ดังอยู่เกือบทุกนาทีก็กำลังจะทำให้แผนเธอแตก  

" ข้าว! ทำไมลูกไม่รับสายซักที แม่ว่ามันน่ารำคาญมากเลยนะ ถึงจะปิดเสียงแต่มันก็ดังครืดคราดอยู่ในกระเป๋าลูกนะ " คุณหญิงณัชชาหันมาเอ็ดใส่ลูกสาว  

" เดี๋ยวเหนื่อยเค้าก็หยุดไปเองค่ะ พวกประกัน พวกบัตรเครดิตก็แบบนี้ " ใบข้าวว่ายิ้มๆ 

" เอามือถือมานี่ แม่จะบอกพวกเขาเองว่าบ้านเราทำประกันวงเงินกี่สิบล้านไม่รู้ตั้งกี่ฉบับ แถมบัตรเครดิตวงเงินไม่จำกัดมีไม่รู้ตั้งกี่ธนาคาร พวกเขาจะได้เลิกกวนใจลูกสักที "  

" ไม่เป็นไรค่ะ คุณแม่ เดี๋ยวข้าวปิดเครื่องเลยดีกว่าค่ะ " ใบข้าวหยิบมือถือออกมาแล้วปิดเครื่องทันทีก่อนที่คุณหญิงณัชชาจะเอามือถือเธอไป 

" ทำแบบนี้แล้วคนที่เขาอยากโทรหาน้องใบข้าว ไม่ร้อนใจแย่เหรอครับ " ภูผาถาม ใบข้าวมองสายตาของอีกฝ่ายก่อนจะคลี่ยิ้มออกมา 

" ถ้าหมายถึงพี่ภูล่ะก็ พี่ภูก็ไม่ต้องร้อนใจแล้วสิคะในเมื่อวันนี้เราก็อยู่ด้วยกันนี่แล้วไง " เธอพูดเสียงหวานทำเอาอีกฝ่ายยิ้มพอใจ คุณหญิงณัชชาเองก็พอใจที่วันนี้ลูกสาวของเธอว่านอนสอนง่าย 

" มาเถอะ ใบข้าวมาดูชุดสวยๆของลูกที่จะใส่ในคืนนี้กันดีกว่า ตาภูมาช่วยน้องเลือกด้วยนะ ไหนๆก็เป็นดินเนอร์เดตแรกของเราสองคน " คุณหญิงณัชชาจัดแจงพาใบข้าวกับภูผาเดินเข้าไปในร้านเสื้อผ้าแบรนด์หรู ใบข้าวพยายามปั้นหน้ายิ้มให้เป็นปกติที่สุดตอนที่ทั้งแม่ของเธอและภูผาช่วยกันเลือกชุดที่จะใส่ดินเนอร์ที่โรงแรมหรูในเชียงใหม่ให้เธออยู่ 

" แค่กินข้าวทำไมต้องวุ่นวายแต่งตัวด้วยคะ " ใบข้าวถามคนเป็นแม่ระหว่างที่ถูกคนเป็นแม่คะยั้นคะยอให้ใส่ชุดใหม่  

" พูดอะไรออกมาน่ะ ใบข้าว นี่ลูกกำลังจะได้เดตกับผู้ชายคนที่สาวในประเทศนี้อยากเดตด้วยนะ ภูผา ลักษณาธิการ " คนเป็นแม่ว่ายิ้มมองดูลูกสาวในกระจกอย่างภาคภูมิใจ " ลูกของแม่โชคดีแค่ไหนที่พี่ภูเค้าเอ็นดูเรา อีกหน่อยแต่งงานกันไปธุรกิจห้างของเราก็จะได้คนเก่งมีความสามารถอย่างพี่เค้ามาช่วยบริหาร " 

" ฮึ! คนเก่งมีความสามารถเหรอคะ ความสามารถในการบริหารธุรกิจผิดกฎหมายน่ะสิไม่ว่า " ใบข้าวพูด " คุณแม่จะให้ข้าวแต่งงานกับผู้ชายคนที่เค้าลือกันว่าค้ายา ค้าของเถื่อน ค้าผู้หญิงน่ะเหรอคะ " เธอหันไปมองคุณหญิงณัชขาที่หัวเราะขบขันลูกสาวตัวเอง 

" ข่าวลือไร้สาระทั้งนั้น ใบข้าว -- พี่ภูเค้าบอกแม่ว่าเป็นคู่แข่งธุรกิจของเขาที่ใส่ร้ายป้ายสีพี่เค้าน่ะ "  

" คุณแม่เชื่อที่เค้าพูดเหรอคะ " 

" แล้วลูกเชื่อข่าวลือนั่นหรือไง " 

" เชื่อค่ะ เพราะข้าวเห็น -- " ใบข้าวนิ่งไปเธอไม่กล้าพูดต่อ 

" เห็นอะไร!? " คุณหญิงณัชชาถาม " ข้าวเห็นอะไร "  

" ข้าวแค่จะบอกว่าคุณภูผาของแม่อาจไม่ได้ดีอย่างที่คุณแม่คิดก็ได้ค่ะ " 

" เด็กโง่! ไม่มีผู้ชายคนไหนในโลกจะดีและก็เหมาะสมกับลูกเท่ากับคุณภูผาอีกแล้ว " ใบข้าวกรอกตาบนเริ่มเหนื่อยกับการพูดให้คุณหญิงณัชชาฟังแล้วว่าภูผาไม่ได้ดีอย่างที่อีกฝ่ายคิด " ไหนดูสิว่าสวยหรือยัง " คุณหญิงณัชชาเชยคางลูกสาวขึ้นมาสำรวจใบหน้าที่บรรจงแต่งพองามก่อนจะดึงใบข้าวให้ลุกขึ้นยืนเพื่อสำรวจชุดที่ใส่ " แหม ลูกแม่นี่สวยน่ารักจริงๆ เอ๊ะ! -- "  คุณหญิงณัชชาร้อง ใบข้าวไม่ใส่ใจพลางคิดถึงต้นเมล่อน แปลงสตรอว์เบอร์รี อาหารเย็นที่บ้านเรืองกิจเกษม เย็นนี้คุณน้าจะทำอะไรนะ แล้วก็ -- คนที่กำลังทำให้หัวใจเธอเต้นแรงเวลาคิดถึง ป่านนี้คงโกรธเธอเป็นฟืนเป็นไฟอยู่แน่ๆ  

" ใบข้าว! " คุณหญิงณัชชาเขย่าแขนเรียก เธอหันกลับมาเห็นสีหน้าขุ่นมัวของคนเป็นแม่  

" อะไรเหรอคะ " 

" นี่อะไร ใบข้าว! " คุณหญิงณัชชาชูมือของใบข้าวขึ้นมา " แหวนที่นิ้วคืออะไร ใบข้าว!! " คนเป็นแม่จ้องลูกสาวเขม็ง ใบข้าวอึกอักรีบชักมือกลับ 

" ไม่มีอะไรค่ะ " 

" จะไม่มีอะไรได้ไงกัน ใบข้าว " คุณหญิงณัชชาดึงมือใบข้าวกลับมา คนเป็นลูกรีบเอามืออีกข้างปิดแหวนที่นิ้วนางข้างซ้ายตัวเอง ทำแบบนี้คนเป็นแม่ยิ่งสงสัย " บอกแม่มา แหวนใคร ใบข้าว " 

" แหวนข้าวเองค่ะ " ใบข้าวตอบ เธอมองหน้าแม่ตัวเองดูก็รู้อีกฝ่ายไม่ยอมเชื่อ " ข้าวซื้อมาตอนออกไปพบลูกค้าเห็นว่าน่ารักดีเลยซื้อมาใส่ไว้ " โกหกคำโตเลยนะ ใบข้าว ขอโทษคุณแม่อัปสรด้วยนะคะ ใบข้าวร้องอยู่ในใจ 

" แหวนอะไรกันทำไมต้องใส่นิ้วนี้ด้วย และดูสิเพชรขี้เหร่เชียว " คุณหญิงณัชชาทำหน้ารังเกียจแบบที่ใบข้าวจินตนาการไว้ เธอดึงมือกลับมา 

" ข้าวไม่ได้มองที่เพชรนิคะ ข้าวมองที่คุณค่าทางจิตใจ " เธอพูดพลางหยิบกระเป๋าใบเล็กขึ้นมา " คุณแม่รอข้าวหน่อยแล้วกันนะคะ แค่กินข้าวคงไม่นานเดี๋ยวข้าวกลับมาอยู่เป็นเพื่อนค่ะ " ใบข้าวเปลี่ยนเรื่อง คุณหญิงณัชชายิ้มเล็กยิ้มน้อย 

" ไม่ต้องหรอกจ้ะ อยู่กับพี่ภูไปนานๆเลยนะ เสร็จจากกินข้าวจะไปฟังเพลงต่อกับพี่เค้าก็ได้นะ ใบข้าว " คุณหญิงณัชชาว่าก่อนจะเฉลยให้ลูกสาวฟังว่า " พี่ภูของลูกให้แม่เป็นลูกค้าวีไอพีที่คลับของเขา วงเงินไม่จำกัดแม่จะเล่นให้หนำใจเลยนี่ก็เลยชวนคุณหญิงไพลินมาเล่นด้วยกัน " 

ใบข้าวทำตาโตใส่ " นี่คุณแม่เข้าบ่อนเหรอคะ! ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ทำไมถึงไปเข้าได้ค่ะ "  

" ก็เมื่อไม่นานมานี้ พี่ภูเราชวนแม่เล่นบอกแก้เครียด ตอนแรกก็ว่าจะไม่เล่นแต่ไปๆมาๆสนุกเชียวแถมได้เงินกลับมาอีกต่างหาก " 

ใบข้าวไม่อยากเชื่อหูตัวเองเลย " คุณแม่การพนันมันไม่ดีนะคะ เลิกเล่นเถอะค่ะ ตอนนี้ได้ก็จริงแต่ถ้ามันเสียมันจะเสียเยอะกว่าที่ได้นะคะ " 

" หืม เสียนิดเสียหน่อยไม่เป็นไรหรอก -- อย่ามัวพูดมากอยู่ พี่ภูเค้ารอเราแย่แล้ว " คุณหญิงณัชชาดึงมือลูกสาวออกมาจากห้องพักในโรงแรมเพื่อมาเจอกับภูผาที่ฟร้อนท์ ใบข้าวยิ้มจืดเจื่อนตอนที่เจอกัน 

" คืนนี้น้องข้าวสวยมากเลยนะครับ " ภูผาใช้สายตาโลมเลียใบข้าวอย่างเปิดเผย " หนาวเหรอครับ " เขาเดินเข้าไปโอบใบข้าวที่ลูบขนแขนตัวเองเพราะขนลุกกับสายตาของภูผา ใบข้าวหนีออกมาไม่ทันเลยถูกเขาโอบไว้ 

" ปล่อยเถอะค่ะ ใครมาเห็นจะไม่ดีนะคะ " ใบข้าวว่า 

" เป็นแฟนกันจะโอบ จะกอดไม่มีใครว่าหรอก " คุณหญิงณัชชาว่า " ป้าฝากดูแลน้องด้วยนะจ๊ะ แม่ไปล่ะ "  

" ครับ คุณแม่ " ภูผารับคำแบบนั้นทำเอาคุณหญิงณัชชายิ้มปลื้ม คงมีแต่ใบข้าวเท่านั้นที่เดินออกมาจากโรงแรมพร้อมกับภูผาด้วยสีหน้าบึ้งตึง 

" อ้าว คุณภูผา สวัสดีครับ "  

ทั้งภูผาและใบข้าวหันกลับไปมองต้นเสียง ธีรเมธยืนยิ้มทักทายให้ทั้งคู่  

" สวัสดีครับ คุณธีรเมธ -- บังเอิญจังนะครับ " ภูผายิ้มกลับ 

" อืม นั่นสิครับ บังเอิญจัง พักที่นี่เหรอครับ " ธีรเมธถามสายตามองใบข้าว  

" ไม่ครับ พอดีแฟนผมเค้าพักที่นี่ " ภูผาหันไปยิ้มหวานให้ใบข้าว 

" ไม่ใช่ค่ะ เป็นเพื่อนคุณแม่ต่างหากล่ะคะ " ใบข้าวโพล่งออกไปก่อนจะยิ้มให้ธีรเมธ 

" ผมก็ว่าอยู่ครับ คนสวยๆดูฉลาดอย่างคุณไม่น่าจะเกี่ยวพันกับคนอย่างภูผาได้ " ธีรเมธพูดกับใบข้าวต่อหน้าภูผา " ยินดีที่ได้รู้จักนะครับ คุณ -- "  

" มนตราค่ะ จะเรียกว่าใบข้าวก็ได้นะคะ คุณธีรเมธ " ใบข้าวยิ้มหวานให้ธีรเมธยิ้มกลับ  

" เรียกผมธีก็ได้ครับ ว่าแต่คุณใบข้าวพักที่นี่กับคุณแม่เหรอครับ "  

" ใช่ค่ะ เป็นโรงแรมที่น่ารักมากเลยนะคะ ข้าวชอบค่ะ " 

" ดีใจที่ได้ยินคุณใบข้าวพูดแบบนั้นนะครับ " 

" ดีใจเหรอคะ!? " ใบข้าวทวนคำ ยิ่งเห็นรอยยิ้มของธีรเมธก็ยิ่งไม่เข้าใจ 

" โรงแรมนี้เป็นของคุณธีรเมธเค้าน่ะครับ " ภูผาตอบแทนสีหน้าเรียบนิ่งไม่ได้ยิ้มเหมือนตอนแรก " ทำไมเราไม่ขึ้นรถซักทีล่ะครับ น้องใบข้าว เราสายมากแล้วนะ " 

" จะไปทานข้าวกันเหรอครับ ทำไมไม่ทานที่นี่ล่ะครับ ที่ชั้นบนสุดของโรงแรมเราเป็นร้านอาหารแบบโอเพ่นแอร์ที่จะสามารมชมวิวรอบเชียงใหม่ได้ 360 องศา ดนตรีเพราะ อาหารเครื่องดื่มการันตีว่าถูกปากแน่นอน " ธีรเมธพูดขายโรงแรมตัวเองอย่างอารมณ์ดีจนใบข้าวยิ้มตาม 

" น่าสนใจนะคะ ทำไมเราไม่ทานที่นี่กันคะ จะได้ไม่ต้องขับรถไปไกลด้วย " ใบข้าวหันไปถามภูผา 

" ร้านอาหารที่พี่จะพาน้องข้าวไปเป็นร้านอาหารฝรั่งเศสที่หรูที่สุดในเชียงใหม่ บรรยากาศดีใกล้กับแม่น้ำดีกว่าชมวิวบนดาดฟ้าอีกนะครับ " 

" แต่ -- " ใบข้าวจะขัดแต่ถูกภูผาตัดบท 

"  ขอตัวนะครับ คุณธีรเมธ " ภูผาหันไปบอกธีรเมธก่อนจะโอบเอวของใบข้าวพาเธอเดินไปขึ้นรถเก๋งคันหรูที่จอดรออยู่  

ธีรเมธยกคิ้วข้างหนึ่งเป็นเชิงมองรถหรูที่ขับออกไปจากโรงแรมของเขา ไม่คิดเลยว่าภูผาจะมีแฟนสวยขนาดนี้แถมยังดูฉลาดกว่าผู้หญิงที่ภูผาเคยควงมาซะอีก ชื่อก็น่ารักเชียว 'ใบข้าว'  

" ชื่อคุ้นหูจังวะ " ธีรเมธเปรยออกมา " เอ้า เอม งานเสร็จแล้วเหรอคะ " เขาทักภรรยาสาวที่เดินมาทางเขา ชะเอมพยักหน้า  

" เสร็จแล้วค่ะ พี่ธี "  

" งั้นไปกินข้าวกันเลยนะ -- เออนี่ พี่ถามหน่อย เมียไอ้สิงห์ชื่ออะไรนะ เอม " 

" ใบข้าวค่ะ พี่ธี " 

 

 

********* 

สวัสดีค่า รี้ดที่น่ารักทุกคน 

กลับมาแล้วนะคะ หลังหายไปสองวัน เลยชดเชยด้วยการมาแบบสองตอนรวด ^^  

ไม่พูดเยอะล่ะ ให้รี้ดไปสนุกต่อเลยค่า 

  

ความคิดเห็น