ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 40 [100%]

ชื่อตอน : Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 40 [100%]

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 57.5k

ความคิดเห็น : 232

ปรับปรุงล่าสุด : 24 ม.ค. 2564 23:36 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 600
× 0
× 0
แชร์ :
Why?...... ภาค 2......ตอนที่ 40 [100%]
แบบอักษร

 

Why? ทำไมต้องร้าย ทำไมต้องรัก ภาค 2 ...ตอนที่ 40 

Author : 여 님 (ยอนิม) 

                        

               

 

 

นันยอมรับว่าวันนี้เขารู้สึกหนักๆหัว และเริ่มครั่นเนื้อครั่นตัว เขาจึงเดินไปสั่งงานลูกน้อง แล้วกลับมาที่บ้านตนเอง  

“ไอ้ตาล” นันส่งเสียงเรียกลูกน้องของตนเอง 

 

“ครับเฮีย” ตาลวิ่งมาจากโรงรถข้างบ้าน 

 

“กูขอน้ำผึ้งผสมมะนาวให้หน่อย เอาขึ้นไปให้บนห้องทีนะ” นันพูดขึ้น ตาลขมวดคิ้วเข้าหากัน 

 

“เฮียเจ็บคอเหรอ” ตาลถามขึ้น  

 

“รู้สึกคันๆคอนิดหน่อย ว่าจะนอนพัก” นันตอบกลับไป ตาลรีบรับคำ แล้วเข้าครัวทันที ส่วนนันก็ขึ้นไปบนห้อง เขาส่งข้อความบอกแม็คไปแล้วว่าขออาบน้ำก่อน แล้วจะโทรหา แม็คก็ตอบรับกลับมา นันอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ตาลก็มาเคาะประตูพอดี  

 

“เฮีย ผมเอายามาเผื่อให้ด้วย” ตาลพูดขึ้น นันพยักหน้ารับ แล้วรับน้ำผึ้งมะนาวจากตาลเข้ามาในห้อง แล้วเขาก็หยิบมือถือขึ้นมาคอลหาแม็ค  

 

(“หน้ามึงดูเหนื่อยๆจังวะ”) แม็คบ่นขึ้นเมื่อเห็นสีหน้าอิดโรยของคนรัก ส่วนหนึ่งนันคิดว่าอาการไข้น่าจะเริ่มออกฤทธิ์  

 

“ก็วันนี้ออกไปนั่นนี่ตลอด” นันตอบกลับ ก่อนจะยกน้ำอุ่นผสมน้ำผึงมะนาวขึ้นมาจิบ 

 

(“กินไร”) แม็คถามต่อ  

 

“น้ำสิ มึงเห็นกูกินไก่ทอดอยู่รึไง” ถึงแม้ว่าจะรู้สึกไม่สบายตัว แต่นันก็ยังหยอกคนรักกลับไป  

 

(“กูรู้ว่ามึงกินน้ำ แต่น้ำอะไร ดูไม่ใช่น้ำเปล่า”) แม็คถามต่อ นันยกแก้วขึ้นมาดู 

 

“น้ำมะนาว กูอยากดีท็อกซ์ร่างกาย” นันตอบด้วยน้ำเสียงปกติ แต่แม็คก็เหมือนจะรู้ทัน 

 

(“นัน มึงจำตอนที่มึงหัวแตกแล้วมึงไม่ยอมบอกกูได้ไหม ที่กูคอลหามึงก็ไม่ยอมให้กูเห็นมึงน่ะ ตอนนั้นท่าทีมึงก็เป็นแบบนี้”) แม็คพูดดักออกมา นันยกยิ้มนิดๆ 

 

“เออ กูเหมือนจะไม่สบาย เลยให้ตาลมันทำน้ำผึ้งมะนาวมาให้น่ะ” นันตอบไปตรงๆ แม็คมองนันด้วยสายตาเป็นห่วง 

 

(“งั้นเดี๋ยวมึงนอนพักเลยนะ ไม่ต้องวางสายได้ไหม เอามือถือตั้งไว้ให้กูเห็นตอนมึงนอนน่ะ”) แม็คพูดขึ้น  

 

“มึงจะนั่งดูกูหลับรึไง” นันถามกลับ แม็คพยักหน้ารับทันที 

“กูไม่ใช่เด็กทารก ที่จะต้องตั้งกล้องคอยดูไม่ต้องห่วงหรอก” นันบอกกลับไปอีก แม็คมองหน้านันนิ่งๆ เป็นการกดดันคนรักไปด้วย นันมองแม็คแล้วหัวเราะเบาๆในลำคอ 

“เออ อยากดูก็ดู เดี๋ยวกินหมดแก้วนี้กูนอนละ” นันพูดออกมา ก่อนที่เขาจะจิบน้ำผึ้งมะนาวจนหมดแก้ว แล้วเตรียมตัวเข้านอน โดยมีแม็คมองผ่านหน้าจอมือถือมาตลอด 

 

(“อย่าเปิดแอร์แรงนักนะมึง ห่มผ้าด้วย”) แม็ครีบพูดขึ้น เมื่อนันเอามือถือไปวางไว้ข้างเตียงเพื่อให้เห็นนันตอนนอนอยู่บนเตียง นันปิดไฟกลางห้อง แล้วเปิดไฟหัวเตียงเอาไว้ ทำให้เห็นนันได้ 

 

“มือถือกูจะระเบิดไหม นี่กูต่อสายชาร์จไว้ด้วยเนี่ย” นันพูดออกมาอย่างขำๆ ถ้าเป็นปกติ แม็คคงให้ถอดก่อนแล้ว แต่ตอนนี้แม็คกลัวว่าถ้าแบตมือถือนันหมดแล้วเขาจะไม่เห็นนันตอนนอน ใครจะว่าเขาเว่อร์ แม็คก็ยอมรับ การที่อยู่ไกลคนรักแบบนี้ เวลามีอะไรน่าห่วงก็อดที่จะอยากเห็นอีกฝ่ายตลอดเวลาไม่ได้ 

 

(“ไม่หรอกน่า นอนไปเหอะ”) แม็คตอบกลับ นันจึงขึ้นเตียงแล้วห่มผ้า แล้วไม่ได้ชวนแม็คคุยอีก แม็คเองก็ไม่ซักถามอะไร ได้แต่นั่งมองนันผ่านหน้าจอมือถืออยู่อย่างนั้น จนนันหลับไปในเวลาไม่นาน 

.. 

.. 

“ทำอะไรของมึงวะแม็ค” โอมถามขึ้น เมื่อเห็นแม็คยืนทำบางอย่างอยู่ในครัว แม็ครีบหันมาเอานิ้วชี้จ่อที่ปากตัวเอง เป็นสัญญานให้โอมเบาเสียงหน่อย โอมเลิกคิ้วอย่างงงๆ 

 

//กูอุ่นอาหารอยู่// แม็คตอบกลับ เสียงเบาลง 

 

//อุ่นอาหารแล้วทำไมต้องทำเสียงเบาๆด้วยวะ// โอมถามด้วยความไม่เข้าใจ แม็คพยักหน้าไปทางมือถือที่ตนเองตั้งไว้อยู่ใกล้ๆ  

 

//นันมันหลับอยู่ มันไม่ค่อยสบายน่ะ// แม็คตอบกลับ โอมมองอย่างอึ้งๆ  

 

//มึงเลยให้มันตั้งกล้องไว้เพื่อที่มึงจะได้ดูมันได้เนี่ยนะ// โอมถามต่อ พร้อมกับก้มหน้าไปดูมือถือของแม็ค 

 

//อืม ปกติมันป่วยที่ไหนล่ะ มึงก็รู้ กูก็เลยห่วง เมื่อกี้มันก็เหมือนหายใจไม่ค่อยสะดวก กูไม่กล้าเรียกมัน ถ้าไอ้ไวอยู่ก็จะให้มันเข้าไปดูไอ้นันในห้องแล้วล่ะ// แม็คบ่นออกมาเสียงเครียด  

 

//หึหึ นันมันถึกจะตาย ไม่เป็นอะไรหรอก// โอมพูดเพื่อให้เพื่อนสบายใจ  

 

//อืม นี่กูก็รอดูมันเรื่อยๆ ดีนะที่วันนี้ไม่ได้ไปไหน// แม็คพูดขึ้น พอดีกับอาหารที่อุ่นไว้เสร็จพอดี เขาก็เอาออกมาแล้วไปนั่งกินที่โต๊ะ พร้อมกับเอามือถือไปวางด้วย โอมมองแล้วยิ้มขำเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะแอบเอามือถือมาถ่ายรูปเพื่อนตัวเองที่นั่งทานอาหารไปด้วย มองมือถือไปด้วย  

 

(“แค่กๆ”) เสียงไอของนันดังขึ้น ทำให้แม็คชะงักทันที พร้อมกับจ้องไปที่คนรักผ่านหน้าจอมือถือ นันพลิกตัวตะแคงมาทางกล้องพอดี เลยทำให้แม็คเห็นสีหน้าของคนรัก ที่คิ้วทั้งสองข้างขมวดเข้าหากัน 

 

//มันต้องไม่สบายตัวแน่ๆเลยว่ะ แบบนี้ต้องเช็ดตัว// แม็คบ่นขึ้น 

 

//แล้วใครจะไปเช็ดให้มัน มึงจะกระโดดข้ามมือถือไปหามันเหรอวะ// โอมถามขึ้น แม็คหน้าหม่นลงเล็กน้อย 

 

//เวลาอยู่ไกลกัน มันจะรู้สึกแย่เมื่อเห็นคนที่เรารักไม่สบายแล้วเราไม่มีโอกาสได้ดูแลอยู่ใกล้ๆ กูไม่ได้หมายความแค่ไอ้นันคนเดียวนะ พ่อกูก็เหมือนกัน บางครั้งกูรู้นะว่าเค้าไม่สบาย แต่เค้าไม่บอกกู เพราะไม่อยากให้กูเป็นห่วง// แม็คพึมพำออกมา ซึ่งโอมก็เข้าใจเพื่อนดี  

 

//มึงลองเรียกให้มันลุกมากินยาสักรอบไหมล่ะ มันนอนมากี่ชั่วโมงแล้ว// โอมถามขึ้น 

 

//น่าจะเกือบๆ 5 ชั่วโมงแล้วล่ะมั้ง มึงว่าเรียกมันดีไหม ที่นั่นก็น่าจะประมาณ ตี 4 แล้ว// แม็คถามความคิดเห็นเพื่อนตัวเอง 

 

//อืม ลองเรียกมันดู// โอมเห็นด้วย แม็คเลยหยิบมือถือตัวเอง มาใกล้ๆ 

 

“นัน นันตื่นก่อน นัน” แม็คส่งเสียงเรียกนันดังขึ้น ทำให้นันที่หลับอยู่ส่งเสียงอืออาตอบรับจากลำคอ 

“นัน ตื่นกินยาก่อน แล้วค่อยนอนต่อ” แม็คเรียกอีกครั้ง แล้วนันก็ค่อยๆลืมตาตื่นขึ้นมา นันดูงงเล็กน้อย ว่าเสียงมาจากไหน ก่อนจะหันมามองหน้าจอมือถือ  

 

(“แม็ค”) นันเรียกแม็คเสียงแหบ ทำให้แม็คมองอย่างเป็นห่วง 

 

“ลุกไหวไหม ลุกกินยาสักหน่อยสิ แล้วค่อยนอนต่อ” แม็คพูดขึ้น นันพลิกตัวนอนหงายนิ่งๆสักพัก ก่อนจะค่อยๆลุกนั่ง พร้อมกับยกมือมาบีบนวดขมับและท้ายทอย  

 

(“เข้าห้องน้ำแป๊บ”) นันตอบกลับมาสั้นๆ แล้วค่อยๆลงจากเตียง 

 

“ระวัง” แม็ครีบบอกเมื่อเห็นนันเซ นันก็ตอบรับในลำคอ ไม่ได้กวนแม็คกลับแต่อย่างไร ทำให้แม็คยิ่งเป็นห่วงมากกว่าเดิมเสียอีก นันหายไปจากหน้าจอมือถือ เพราะไปเข้าห้องน้ำ สักพักนันก็กลับมานั่งที่เตียง 

“มียาอยู่ในห้องไหม” แม็คถามขึ้น  

 

(“มี ตาลมันเอามาให้ไว้ก่อนแล้ว”) นันตอบกลับเสียงแหบนิดๆ  

 

“ไหวไหมมึง” โอมถามไปบ้าง เขายืนอยู่ด้านหลังของแม็ค นันมองหน้าจอผ่านมาก็พยักหน้ารับ 

 

(“ไหวอยู่”) นันตอบกลับ แล้วหยิบยาที่ตาลติดไว้ให้ มากินแล้วดื่มน้ำตาม 

 

“นัน ตัวมึงร้อนรึเปล่า อยากเช็ดตัวหน่อยไหม” แม็คถามขึ้น  

 

(“ไม่เป็นไร เดี๋ยวนอนพักอีกหน่อย”) นันตอบแล้วหยิบนาฬิกาขึ้นมาดูเวลา  

 

“งั้นมึงนอนเถอะ กูไม่กวนแล้ว” แม็คบอกกลับ 

 

(“แล้วไม่วางเหรอ จะนั่งจ้องกูแบบนี้อะนะ”) นันถามกลับมาเสียงแผ่ว แต่แม็คก็ได้ยินอยู่ดี  

 

“เออ นั่งดูมึงอยู่นี่แหละ มึงนอนไปเหอะ รับรองว่าไม่ทำเสียงดังรบกวน” แม็คบอกออกไป นันพยักหน้ารับ ก่อนจะล้มตัวลงนอนอีกครั้ง แม็คก็นั่งทานอาหารต่อจนหมด นันก็หลับลงไปอีกครั้ง  

.. 

.. 

นันรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาอีกในช่วง 9 โมงเช้า เพราะไม่ค่อยสบายตัว เขารู้สึกเหมือนเหงื่อออกทั้งๆที่เปิดแอร์ นันหันมามองมือถือก็เห็นว่าคนรักของเขาหลับอยู่บนเตียงอยู่อีกซีกโลก โดยวางมือถือไว้ใกล้ๆ นันยิ้มอ่อนๆออกมา เมื่อรับรู้ได้ว่าคนรักห่วงเขาขนาดไหน เขาเข้าใจแม็คดี ว่าทำไมถึงอยากให้คอลตลอดเวลา เพราะถ้าเป็นเขาเองก็คงห่วงคนรักที่ไม่สบายแล้วเราดูแลใกล้ๆไม่ได้เหมือนกัน นันค่อยๆลงจากเตียง เขาอยากอาบน้ำ เลยเข้าไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้า ร่างกายไม่ค่อยมีแรงเท่าไรนัก แต่ก็ไม่ได้หนักมากถึงกับทำอะไรด้วยตัวเองไม่ได้ นันหยิบมือถือแล้วออกจากห้องนอนลงไปที่ชั้นล่างของบ้าน 

“ตื่นแล้วเหรอเฮีย เป็นไงบ้าง ผมเตรียมข้าวต้มไว้ให้แล้ว เฮียกินเลยไหม” ตาลทักขึ้นเมื่อเห็นนัน  

 

“อืม” นันตอบกลับ ก่อนจะเดินเข้าไปในครัว เพื่อทานข้าวเช้า  

“มึงเอาน้ำอุ่นผสมแบบเมื่อคืนให้กูด้วยนะ” นันพูดขึ้น จริงๆนันตักทุกอย่างเองได้ แต่วันนี้เขารู้สึกไม่อยากทำอะไรเพราะไม่ค่อยมีแรง ตาลเองก็รู้และรีบทำทุกอย่างให้ ระหว่างที่รอ นันก็นั่งมองคนรักหลับไปด้วยเช่นเดียวกัน ก่อนจะได้ยินเสียงจากทางฝั่งของแม็ค  

 

(//ก๊อกๆๆ//) 

(“ไอ้แม็ค แม็ค”) เสียงเรียกของโอมดังขึ้น ก่อนที่โอมจะเปิดประตูเข้ามา 

(“อ่าว หลับเหรอวะ มึงๆ ตื่นก่อน”) โอมสะกิดแม็ค แล้วมองมาที่หน้าจอ นันก็ยกยิ้มให้ 

(“ดีขึ้นยังวะมึง”) โอมถามขึ้น  

 

“นิดหน่อย” นันตอบตรงๆ ซึ่งเมื่อแม็คได้ยินเสียงนันก็ลืมตาทันที  

 

(“ตื่นแล้วเหรอ”) แม็คถามนันเสียงงัวเงีย พร้อมกับหยิบมือถือขึ้นมาและลุกนั่ง 

 

(“ติดมือถือน่าดูเลยนะมึง”) เสียงของโอมแซวเพื่อนตัวเอง  

 

(“มึงมาปลุกกูทำไม”) แม็คถามเพื่อนอย่างงงๆ  

 

(“พวกแดนนี่มันจะมาดื่มที่นี่ มันเลยให้กูมาเรียกมึง”) โอมตอบกลับ แม็คพยักหน้ารับ  

 

(“เดี๋ยวกูตามลงไป”) แม็คตอบกลับ 

 

(“อืมๆ หายไวๆนะมึง เดี๋ยวไอ้แม็คขาดใจตาย”) โอมพูดกับนันทิ้งท้าย ก่อนจะเดินออกจากห้องของแม็คไป นันหัวเราะในลำคอเบาๆ แม็คก็จ้องหน้านันทันที 

 

(“มึงตื่นนานรึยัง”) แม็คถามพร้อมกับยกมือข้างหนึ่งลูบหน้าตัวเองไล่ความง่วงงุนออกไป 

 

“สักพักใหญ่ๆแล้วล่ะ” นันตอบกลับ ซึ่งพอดีกับที่ตาลยกข้าวต้มกับน้ำอุ่นผสมน้ำผึ้งมะนาวมาให้ 

 

“สวัสดีครับเฮียแม็ค” ตาลทักแม็คทันที เมื่อเห็นว่านันคุยกับแม็คอยู่ 

 

(“อืม ตาล เตรียมยาให้เฮียนันมึงด้วยนะ อ่อ มีพวกแผ่นเจลแปะหน้าผากลดไข้ไหม เอามาให้เฮียมึงด้วย”) แม็ครีบบอกตาลทันทีเมื่อรู้ว่าตาลอยู่ด้วย 

 

“มียานะครับ แต่แผ่นเจลไม่แน่ใจ เดี๋ยวผมให้ไอ้บีไปซื้อที่ร้านขายยาให้” ตาลบอกออกมา 

 

“ไม่ต้องก็ได้ เอาแค่ยาก็พอ” นันพูดเสียงแหบแห้ง 

 

(“มีติดไว้สักหน่อยดีกว่า ตาลมึงให้บีไปซื้อเลย อ่อ ซื้อยามาเพิ่มไปด้วยเลย”) แม็คกำชับตาลอีกครั้ง เพราะเขาเป็นห่วงคนรักไม่น้อย 

 

“ครับๆ” ตาลตอบรับ ก่อนจะแยกออกไปจากห้องครัว ส่วนนันก็นั่งทานข้าวต้มไปด้วยมองแม็คไปด้วย 

 

“ห่วงกูมากขนาดนั้นเชียว” นันแกล้งแซวออกไป  

 

(“ถ้าไม่ให้ห่วงมึง แล้วจะให้กูห่วงใคร”) แม็คก็ตอบกลับทันที ทำให้นันยกยิ้มอย่างพอใจ 

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++ 50% ++++++++++++++++++++++++++++++++ 

 

“มึงไปคุยกับเพื่อนมึงเถอะ เดี๋ยวกูกินข้าวกินยาเสร็จจะไปดูรถที่ประมูลมาได้สักหน่อย” นันบอกออกมาเสียงแผ่ว ทำให้แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

(“ทำงานอีกละ ทำไมไม่พักก่อนวะ”) แม็คบ่นกลับไป

 

“ก็นอนมาทั้งคืนแล้ว กูไม่อยากนอนซมอยู่แต่บนห้องอย่างเดียว ทำนั่นนี่ให้เหงื่อมันออกบ้าง” นันตอบกลับ แม็คมองหน้านันนิ่งๆอย่างขัดใจ นันมองหน้าแม็คแล้วยกยิ้มมุมปาก ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าคนรักเป็นอะไร

“เดี๋ยวกูตรวจดูรถแป๊บเดียว พอสั่งงานเสร็จจะขึ้นไปนอน พอใจยัง” นันต่อรองออกมา

 

(“งั้นพอจะขึ้นไปนอน โทรมาหากูด้วย”) แม็คกำชับเอาไว้ ส่วนหนึ่งจะได้รู้ว่าคนรักจะไปพักจริงหรือไม่

 

“อืม” นันตอบรับ

 

(“งั้นมึงกินข้าวไปเถอะ กูลงไปหาพวกนั้นก่อน อย่าลืมกินยาด้วยล่ะ”) แม็คกำชับอีกครั้ง ก่อนที่จะวางสายไป ส่วนนันก็นั่งกินข้าวต้ม และกินยาที่ตาลเตรียมมาให้

 

“เฮีย ไม่ขึ้นไปนอนเหรอ” ตาลถามขึ้น เมื่อเห็นนันเดินออกมาที่อู่รถ

 

“ดูรถแป๊บ” นันตอบกลับ ก่อนจะเดินมาดูรถที่เขาประมูลมาได้ เพื่อนำมาขายที่เต็นท์รถ นันใช้เวลาตรวจรถ และสั่งเรื่องงานกับลูกน้องอยู่ร่วม 2 ชั่วโมง จนเขาลืมไปว่าจะต้องพักผ่อน ระหว่างนั้นเขาก็มีไอบ้าง และรู้สึกไม่ค่อยสบายตัว แต่เขาก็ฝืนตัวเองเอาไว้ก่อน

 

Tru…Tru…Tru

เสียงคอลมือถือของนันดังขึ้น ทำให้นันชะงักไปนิด เขาหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นแม็คที่วิดิโอคอลเข้ามาหา นันดูเวลาแล้ว ก็พอคาดการณ์ได้ว่า ทางแม็คน่าจะดึกมากแล้ว เขาจึงกดรับสายทันที

(“อะไร ยังไม่ขึ้นห้องนอนพักอีก”) เสียงบ่นของแม็คดังขึ้นมาทันที ซึ่งทำให้ลูกน้องของนันที่อยู่แถวนั้นได้ยินชัดเจน

 

“สั่งงานอยู่” นันตอบกลับ แม็คขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

(“อะไร สั่งไม่เสร็จอีกเหรอ มึงต้องนอนพักนะ”) แม็คบ่นออกมาอีก นันได้ยินเสียงหัวเราะคิกคักจากลูกน้องของตนเอง

 

“นี่มึงดุกูต่อหน้าลูกน้องกูเลยนะ” นันแกล้งแพลนกล้องไปที่ลูกน้องของเขา แม็คชะงักไปนิด เพราะนึกว่านันอยู่คนเดียว

 

(“เออ ก็มึงไม่ยอมนอนพักนี่”) แม็คโวยกลับอย่างไม่สนใจ

 

“ฮิ้ววว เฮียนันโดนเฮียแม็คดุ สงสัยจะเข้าชมรมกลัวเมียแล้วมั้ง” เสียงลูกน้องของนันแซวขึ้นมา นันยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ไม่ได้มีท่าทีไม่พอใจแต่อย่างไร

 

“ดุทางมือถือมันจะไปน่ากลัวอะไร มาดุต่อหน้าสิ” นันพูดขึ้นมา

 

(“ถ้าไปได้กูไปแล้ว คงไม่มานั่งบ่นมึงอยู่ทางนี้หรอก”) แม็คโวยออกมาเสียงขุ่น นันพอจะเดาได้ว่าคนรักเริ่มหงุดหงิด เขาเลยหันไปสั่งให้ลูกน้องทำงานให้เสร็จ แล้วเขาก็เดินเข้าไปในบ้าน

 

“ทำหน้าเป็นหมาโดนยาเบื่อไปได้” นันพูดขึ้น ก่อนจะขึ้นไปบนห้องนอน

 

(“เบื่อมึงนั่นแหละ”) แม็คย้อนกลับไปด้วยน้ำเสียงขุ่นๆ นันหรี่ตาลงเล็กน้อย

 

“ให้พูดใหม่ แน่ใจนะว่าเบื่อกู แค่ก แค่ก” นันแกล้งเน้นคำว่าเบื่อ ก่อนจะไอออกมา ยิ่งทำให้แม็คหน้าบึ้งหนักกว่าเดิมเสียอีก

 

(“บอกแล้วไงว่าให้นอนพัก ยังจะหาเรื่องทำงานอีก ถึงใครจะบอกว่ามึงถึก แต่มึงก็ควรดูแลตัวเองบ้าง ใช่ว่าจะแข็งแรงไปตลอดเสียเมื่อไร”) แม็คบ่นออกมาอีก

 

“กูรู้หรอกน่า ว่ากูไหวแค่ไหน” นันบ่นกลับไปบ้าง เพราะเขาคิดว่าตัวเขาเองพอจะรู้ลิมิตร่างกายตัวเอง

 

(“มึงมั่นใจในตัวเองมากไปมั้ย”) แม็คว่ากลับไป

 

“พอ เลิกบ่น กูไม่ตายง่ายๆหรอกน่า เห็นกูป่วยหน่อยมึงก็พูดมากเลยนะ” นันเผลอพูดเสียงดุออกมา ส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาเริ่มปวดหัว ทำให้แม็คนิ่งไปนิด เขามองคนรักผ่านหน้าจอมือถืออย่างตัดพ้อ

 

(“อืม กูไม่บ่นก็ได้ มึงพักไปเหอะ แค่นี้แหละ กูจะนอนแล้ว”) แม็คพูดแค่นั้น ก่อนจะตัดสายไป ทำให้นันขมวดคิ้วเข้าหากันทันที

 

“อะไรของมันวะ” นันบ่นออกมา ก่อนจะกดโทรหาแม็คอีกครั้ง แต่แม็คก็ไม่ยอมรับสาย นันถอนหายใจออกมาเบาๆ และไม่โทรต่อ เพราะกะจะให้แม็คนอนพักผ่อน เนื่องจากทางฝั่งของแม็คดึกมากแล้ว นันจึงขึ้นไปนอนพักบนเตียงบ้าง

 

++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

 

 

แม็คตื่นขึ้นมาในตอนเช้า เขาก็อาบน้ำเตรียมตัวไปเรียนพร้อมกับโอม แม็คเดินลงมาที่ห้องครัวด้วยสีหน้าไม่ค่อยโอเคนัก ทำให้โอมแปลกใจ

“เป็นอะไรวะ ไม่สบายรึไง” โอมถามขึ้น พร้อมกับรินกาแฟใส่แก้วมาวางให้เพื่อนตัวเองด้วย

 

“เปล่า” แม็คตอบกลับสั้นๆ พร้อมกับถอนหายใจเบาๆ โอมเตรียมอาหารเช้ามาวางไว้ให้ พร้อมกับมองเพื่อนตัวเองที่นั่งจิบกาแฟเงียบๆ

 

“แล้วไอ้นันเป็นไงบ้างวะ มันเริ่มดีขึ้นบ้างยัง” โอมถามต่อ ทำให้แม็คหน้าตึงไปเล็กน้อย

 

“ไม่รู้มัน” แม็คตอบด้วยน้ำเสียงไม่สบอารมณ์นัก ทำให้โอมพอจะเดาอะไรบางอย่างได้

 

“ทะเลาะกันเหรอวะ” โอมถามต่อ

 

“ไม่เชิงหรอก ก็แค่มันไม่พอใจที่กูไปบ่นไปห่วงมันมากเกินไป กูก็เลยว่าจะไม่ยุ่งไม่ถามอะไรแล้ว” แม็คพูดด้วยน้ำเสียงน้อยใจ

 

“มันก็คงดูแลตัวเองได้ ไม่อยากให้มึงเป็นห่วงล่ะมั้ง” โอมช่วยพูดแทนให้

 

“ก็นี่ไง กูก็เลยไม่เป็นห่วงแล้ว” แม็คบอกออกมาอีก แต่โอมรู้ดีว่าลึกๆแล้วแม็คก็ห่วงนันอยู่ดี

 

Tru…Tru…Tru

เสียงมือถือของแม็คดังขึ้น ซึ่งเมื่อหยิบมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์จากอีกซีกโลก แม็คปล่อยไว้แบบนั้นไม่กดรับสาย โอมชะโงกมองก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของนัน

“ไม่รับสายมันล่ะ” โอมถามต่อ

 

“ไม่อยากคุยตอนนี้” แม็คบอกออกมาสั้นๆ โอมก็ไม่เซ้าซี้อะไร พอมือถือของแม็คเงียบไป มือถือของโอมก็ดังขึ้นมาบ้าง

 

“กูกะแล้วว่ามันต้องโทรมาหากู” โอมพูดพร้อมกับชูมือถือตัวเองให้แม็คดู

 

“ถ้ามันถามถึงกู บอกว่ากูออกไปเรียนก่อนมึงแล้วนะ” แม็คพูดบอกเพื่อนเอาไว้ก่อน โอมถอนหายใจออกมาเบาๆ แล้วกดรับสาย

 

“เออ ว่าไง....อ่อ มันออกไปมหาลัยก่อนกูแล้วน่ะ...น่าจะรีบไปช่วยงานอาจารย์มั้ง...อืม..ได้ เดี๋ยวบอกมันให้...เคๆ” โอมพูดสายกับนันเสร็จ ก็วางไป แม็คมองหน้าโอม เพราะอยากรู้ว่านันพูดอะไรบ้าง

“มันบอกว่าถ้าเจอมึง ให้บอกมึงโทรกลับหามันด้วย” โอมบอกออกมา แม็คพยักหน้ารับ แต่ก็ไม่พูดอะไร โอมก็นั่งทานอาหารเช้าไปพร้อมๆกับแม็ค ก่อนจะออกไปเรียนด้วยกัน

..

..

“เป็นห่าอะไรวะ” นันบ่นเล็กน้อย หลังจากวางสายจากโอมไปประมาณชั่วโมงหนึ่ง เขาก็โทรหาแม็คอีกรอบ แต่แม็คก็ไม่รับสาย เขากะเวลาคิดว่าโอมน่าจะถึงมหาวิทยาลัยแล้ว และน่าจะเจอกับแม็คแล้วด้วย แต่แม็คก็ไม่โทรกลับ ตอนนี้นันมาอยู่ที่สำนักงานในสนามแข่งรถ เพราะเมื่อช่วงบ่ายเขาขึ้นไปนอนพักอีกรอบ และตื่นมาตอน 6 โมงเย็น เขารู้สึกว่าดีขึ้นกว่าเดิม ก็เลยออกมาที่สนามแข่ง

ก๊อกๆ

เสียงเคาะประตูสำนักงานดังขึ้น ก่อนที่คีทจะเปิดประตูเข้ามา คีทเลิกคิ้วนิดๆ เมื่อเห็นสีหน้าเพื่อนตัวเองที่ดูเหมือนหงุดหงิด

 

“ไงมึง เห็นไอ้ตาลบอกว่าไม่สบาย หายดีแล้วเหรอวะ” คีททักขึ้น

 

“ดีขึ้นแล้ว” นันตอบกลับ พร้อมกับโยนมือถือไว้บนโต๊ะทำงานพร้อมกับพิงพนักเก้าอี้อย่างเซ็งๆ

 

“เป็นไร” คีทถามต่อก่อนจะเดินมานั่งที่เก้าอี้หน้าโต๊ะทำงานของนัน

 

“แม็คมันไม่ยอมรับสายกู ไม่ยอมโทรกลับ” นันบอกให้เพื่อนรู้

 

“มีปัญหาอะไรรึเปล่าวะ หรือว่าทะเลาะกัน” คีทถามกลับไปอีก

 

“ไม่แน่ใจ แต่ที่คุยกันล่าสุด เหมือนมันเคืองที่กูว่ามัน” นันพูดไปตามที่คิด

 

“มึงไปว่าอะไรมันล่ะ” คีทถามออกมาอีก นันหรี่ตามองเพื่อนเล็กน้อย

 

“ชอบเสือกเหมือนกันนะมึงน่ะ” นันแกล้งว่าเพื่อนยิ้มๆ

 

“ก็เหมือนมึงนั่นแหละ” คีทตอบกลับ นันหัวเราะในลำคอเบาๆ ก่อนจะเล่าเรื่องทุกอย่างให้คีทฟัง รวมถึงว่าเขาพูดอะไรไปบ้าง

 

“กูแค่ไม่อยากให้มันเป็นห่วง มันไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยแค่กูไม่สบาย” นันพูดขึ้นหลังจากเล่าทุกอย่างแล้ว

 

“แล้วถ้าเกิดแม็คไม่สบาย แต่บอกมึงว่าไหว แล้วไปเรียน มึงจะว่ายังไง” คีทถามกลับ นั่นทำให้นันนิ่งไปนิด เพราะเขาเองก็ไม่ทันได้คิดย้อนความรู้สึกของคนรักเหมือนกัน

“คนอยู่ไกลกัน มีอะไรนิดหน่อย มันก็กลายเป็นเรื่องละเอียดอ่อนไปหมด มึงรู้ตัวมึงดีว่าไม่สบายนิดหน่อย แต่คนไกลเค้าไม่รู้ด้วย เค้าไม่ได้อยู่ดูแล ไม่ได้อยู่สังเกตอาการว่ามึงเป็นยังไงบ้างแล้ว มันก็ไม่ผิดที่เค้าจะกังวลหรือเป็นห่วงหรอก” คีทอธิบายออกมาตามที่เขาคิด

“ไม่ดีเหรอวะ ที่เมียเป็นห่วงขนาดนี้น่ะ หรืออยากให้เค้าไม่สนใจ ไม่ใส่ใจล่ะ” คีทถามกลับไป นันมองหน้าเพื่อนนิ่งๆ

 

“เอาประสบการณ์ตัวเองมาสอนเหรอวะ มึงเองก็อยู่ไกลเค้าเหมือนกันนี่” นันแซวเพื่อนกลับไปบ้าง

 

“พูดเรื่องมึงอยู่ อย่าเพิ่งวกมาเรื่องกู” คีทว่ากลับไปอย่างขำๆ แล้วนันก็ถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่

 

“งั้นแปลว่าตอนนี้มันโกรธกู ถึงไม่ยอมรับสายสินะ” นันพึมพำกับตัวเอง

 

“หึหึ ลำบากหน่อยนะมึง จะง้อเมียน่ะ ไม่ใช่กรุงเทพฯ เชียงใหม่ด้วย ที่จะนั่งเครื่องแค่ชั่วโมงเดียวก็ถึงแล้วน่ะ” คีทแกล้งทับถมเพื่อนตัวเองอย่างขำๆ

 

“เออ เดี๋ยวกุหาทางคุยกับมันเอง ว่าแต่มึงมานี่มีอะไรวะ หรือมาหาเหล้าแดก” นันถามกลับ

 

“มาหาเหล้าแดกนี่แหละ นี่กว่ากูจะขอออกมาข้างนอกได้บ้าง ก็วุ่นฉิบหาย” คีทบ่นออกมาเล็กน้อย

 

“ทำไมวะ” นันถามกลับ ก่อนที่คีทจะเล่าถึงปัญหาที่กำลังเจออยู่ให้นันฟัง

“อืม กูก็พอจะเข้าใจเค้านะ มึงก็ระวังตัวเองหน่อยละกัน มีอะไรให้ช่วยก็บอก..ไม่สิ ระดับคนของมึงแล้วเนี่ย กูไม่ต้องช่วยก็ได้นี่หว่า” นันพูดแซวเพื่อนกลับไปบ้าง คีทก็ยกยิ้มนิดๆ

 

“ถ้ามึงจะกินเหล้าเดี๋ยวกูให้ลูกน้องเอาเข้ามาให้ แต่กูของดวันหนึ่ง” นันพูดขึ้น เพราะเขายังมีอาการเจ็บคอ เสียงแหบอยู่บ้าง คีทก็พยักหน้ารับ ก่อนที่นันจะสั่งเครื่องดื่มและอาหารมาให้เพื่อน

..

..

“พวกนายจะมองฉันทำไมนักหนา” แม็คบ่นขึ้น ขณะที่เขามานั่งทานอาหารกลางวันกับเพื่อนๆที่ร้านอาหาร แล้วเพื่อนๆของเขาก็เอาแต่นั่งมองหน้าเขา

 

“ก็นายไม่ยอมรับสายของนันสักทีน่ะสิ” แดนนี่บอกกลับ ทำให้แม็คชะงักไปนิด เนื่องจากตอนนี้เพื่อนๆของเขารู้แล้วว่า แม็คเลี่ยงที่จะรับสายของนัน แม็คหน้างอไปเล็กน้อย

 

“ไม่อยากคุย เดี๋ยวเถียงกันอีก” แม็คตอบกลับ จริงๆแม็คคิดว่าจะรับสายหลังจากกลับบ้าน เพราะต้องการจัดการอารมณ์ของตัวเองก่อน ตอนแรกแม็คคิดไว้ว่าจะไม่รับสายของนันเลย แต่ก็อดที่จะคิดถึงไม่ได้ ถึงแม้ว่าจะเคืองๆนอยด์ๆคนรักก็ตามที

 

“อยู่ไกลกันแบบนี้ อย่าโกรธอย่าทะเลาะกันนักเลย มันจะทำให้เสียสุขภาพจิตเปล่าๆ” โจนาธานพูดขึ้นมาบ้าง

 

“ก็ไม่ได้อยากจะทะเลาะหรอก แต่มันก็น้อยใจบ้างก็เท่านั้น ฉันพูดเพราะความเป็นห่วง แต่มันหาว่าฉันบ่น พูดมาก” แม็คระบายให้เพื่อนฟัง

 

“แค่นี้เอง เคลียกันแป๊บเดียวก็จบแล้ว ปล่อยไว้นานๆไม่ดีหรอกนะ” แดนนี่เตือนอีกครั้ง แม็คถอนหายใจแล้วพยักหน้ารับ

 

“เดี๋ยวค่อยรับสายตอนกลับบ้านละกัน ถ้ามันโทรมาอะนะ” แม็คบอกออกมา เพราะเดี๋ยวเขาก็จะต้องไปเรียนกันต่อแล้ว

..

..

นันกับคีทนั่งคุยกันอยู่สักพักใหญ่ๆ จนถึงเที่ยงคืนก็แยกย้ายกัน เพราะนันจะไปนอนพัก ส่วนคีทก็ต้องกลับ ก่อนที่จะเข้านอน นันโทรหาแม็คอีกรอบ แต่แม็คก็ไม่ยอมรับสาย เขายังไม่โทรหาโอม เพราะไม่อยากรบกวนเพื่อนในตอนนี้ จึงตั้งใจว่าจะโทรหาแม็คอีกทีตอนที่เขาตื่น แต่เขาหลับไปได้ไม่นาน เสียงมือถือของเขาก็ดังขึ้น ทำให้เขาหยิบมือถือมาดูทันที เพราะคิดว่าเป็นแม็ค แต่กลายเป็นเบอร์ของคีท นันขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะรับสาย

“ว่าไง” นันถามกลับไป ลึกๆในใจก็นึกห่วงอย่างบอกไม่ถูก

“อะไรนะ! มึงอยู่ที่ไหนตอนนี้...สัด อดทนไว้ กูจะรีบไป” นันพูดออกมาด้วยความตกใจ แล้วเขาก็รีบคว้าทุกอย่างแล้วออกจากห้องนอนลงไปชั้นล่างทันที

“ไอ้ตาล ไอ้นนท์ ไอ้บี เอารถออก เรียกทุกคนที่ยังอยู่ที่บ้านมารวมตัวกันเดี๋ยวนี้!” นันตะโกนทั้งๆที่คอยังเจ็บ เพื่อไปช่วยเหลือเพื่อนตัวเอง ที่เกิดเรื่องบางอย่างขึ้น

 

 

+++++++++++++++++++++++++++++++++ 100% ++++++++++++++++++++++++++++++++

 

2 Be Con

+++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++++

แทรกเหตุการณ์ของคีทมานิดหนึ่งนะคะ

ใครที่รอคู่ของคีท รออ่านหลังนันแม็คจบจ้า 

ความคิดเห็น