สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 26

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.8k

ความคิดเห็น : 6

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:18 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 26
แบบอักษร

 

 

     มัจฉายืนนิ่งบนเวที หญิงสาวไม่ได้วาดลวดลายสุดสยิวอย่างที่ผู้จัดคิวบอก พิธีกรชายท่าทางตุ้งติ้งเห็นดังนั้นจึงรีบเข้ามาประกบ แก้ไขสถานการณ์ให้ทันที 

     "สาวน้อยมือใหม่ของเราคงจะยังอายน่ะฮ้า ขอเสียงประมือให้เธอกันหน่อยน๊าาา เอ้าา ปรบมือกันเร้ววววว" พิธีกรพยายามพูดเพื่อหาจุดขายให้มัจฉา เธอเองก็ไม่รู้จะทำอย่างไร ได้แต่ยืนนิ่ง ในใจนึกกลัว หากไม่มีคนประมูลเธอไปหรือประมูลได้ต่ำ เธอก็จะถูกตีตราว่าเป็นสินค้าไร้ประสิทธิภาพ จะต้องถูกส่งไปเป็นเครื่องบำบัดความใคร่ให้พวกลูกน้องหื่นกระกายนั่นเช่นกัน

     "เห้ย ไอ้ซี น้องคนนั้นเป็นไงบ้างวะ สูงยาวขาวเนียนตามสเปคแกเลยไม่ใช่เหรอ" จิรัสย์ที่เป็นคนชวนชายหนุ่มมาเที่ยว พยายามจะหาน้อง ๆ ให้เพื่อน นี่ก็คนที่ห้าเเล้วนะ ไอ้เพื่อนตัวดียังไม่มีท่าทีว่าจะสนใจ 

     "ก็บอกว่าไม่เอา กูออกมาดูนั่นดูนี่เฉย ๆ " อินทรีที่กำลังเมามายเริ่มหงุดหงิดจะยัดเยียดทำไมนักหนาวะ

     "เห้ยจิ ถ้าไอ้ซีไม่เอา กูจะเอาเอง น้องเบอร์ห้าน่ารักจุงเบย" เพื่อนในวงเอ่ยขอ 

     "ไม่ให้เว้ย" จิรัสย์หันไปขึ้นเสียงกับเพื่อน "ไอ้ซี ยังไงมึงก็ต้องเอาคนนี้ กูขี้เกียจเลือกแล้ว เหนื่อยจะตามใจ" จิรัสย์รู้ดีว่าถ้าจะรอให้อินทรีสนใจเอง ต่อให้เกณฑ์มาอีกร้อยคนก็ไม่เลือกแน่ ๆ ดังนั้นเขาจะใช้มาตรการบังคับ ด้วยรู้สเปคสาวของเพื่อนจึงคิดว่าน้องเบอร์ห้านี่โดนใจแน่นอน

 

     คนที่ยืนอยู่บนเวทีมีท่าทีว่าจะร้องไห้ หากไม่มีใครประมูลเธอไป แผนที่คิดไว้จะล่มทันที เพราะเธอจะต้องถูกเก็บเข้าโกดังในบันดล หมดโอกาสที่จะหาทางหนีได้

     "เอ้าาาาา มีใครสนใจน้องเบอร์ห้าไหมฮะ ถ้าไม่มีจะนับเเล้วน๊าาา หนึ่งงงงงง มีไหมมมมมม น่ารักน๊าาาาาา สองงงง เดี๋ยวเสียดายน๊าาาา " เสียงพิธีกรที่จีบปากจีบคอพูด ทำเอาใจสาวหล่นวูบ เธอจะถูกเก็บเข้าโกดังเเล้วหรือนี่ "สะ..." ยังไม่ทันได้นับสาม

     "ห้าหมื่น" เสียงหนึ่งดังมา ราวกับเสียงสวรรค์ มัจฉารู้สึกดีใจอย่างมาก ถึงจะเป็นการซื้อตัวไปบำบัดความใคร่ แต่ก็ยังดีที่พอจะมีโอกาสได้หนี

     "ว้าววววววว ผู้โชคดีของเรามาเเล้ววววว มีใครให้มากกว่าห้าหมื่นไหมฮ๊าาาา " เสียงระริกระรี้ของพิธีกรช้ายดังขึ้นอีก 

     "เจ็ดหมื่น" เมื่อมีคนเริ่มก็ย่อมมีคนตาม ในคราแรกที่เห็นหญิงสาวท่าทางจืด ๆ ถึงจะเค้าหน้าสวย แต่ไม่มีใครกล้าประมูลเลยสักคนด้วยกลัวว่าจะไม่คุ้มเงิน แต่พอจิรัสย์เริ่มต้นด้วยราคาห้าหมื่นซึ่งถือว่ามากสำหรับการเริ่มต้นเท่านั้นล่ะ เสียงคนอื่น ๆ ก็เฮโลกันเกทับแบบไม่ยั้ง 

     จิรัสย์หัวเสียเป็นอย่างมาก เมื่อตอนนี้ราคาทะลุสองแสนไปแล้ว 'ไอ้พวกบ้า ถ้าเขาไม่เริ่มก็ไม่สู้กันหนอ' ชายหนุ่มไม่ยอมลดละ ต้องน้องเบอร์ห้าเท่านั้นจะเอามาใส่พานถวายเพื่อนให้จงได้

     "หนึ่งล้านบาท" ชายหนุ่มกลั้นใจตะโกนออกไป ทุกคนในสถานนี้ต่างอึ้งไปทันที นี่เป็นราคาที่เขาคิดว่าไม่มีใครกล้าสู้อย่างเเน่นอน ร่างสันทัดนิ่งฟังผล เป็นไงก็เป็นกันวะ หันไปชี้หน้าอินทรีที่กำลังอึ้งอยู่ เป็นเชิงบังคับว่า 'มึงต้องเอา'

     ชายหนุ่มเพียงแต่ยังไหล่ คล้ายจะตอบว่า 'เอางั้นก็ได้'

 

     มัจฉาลงจากเวทีมาพบกับผู้ที่ประมูลเธอไป เธอคิดภาพไว้ว่าคงเป็นเสี่ยพุงพลุ้ย หัวเถิกไปครึ่งศีรษะ ดูท่าทางหื่นกาม แต่เธอคิดผิด ชายหนุ่มที่มารับเธอไปที่โต๊ะยังดูอ่อนกว่าที่เธอคาดไว้ รูปร่างสันทัด ท่าทางเป็นสุภาพบุรุษ เขาถอดเสื้อคลุมออกมาคลุมไหล่ให้เธอที่อยู่ในชุดวาบหวิว เเนะนำตัวเเล้วนำเธอไปที่โต๊ะเล่าให้ฟังว่าเขาไม่ใช่คนที่จะใช้เวลากับเธอในคืนนี้ เพียงแต่ประมูลให้เพื่อน 

     "เพื่อนผมมันอาภัพน่ะครับ เมียไม่ยอมให้นอนด้วย" เขาอดจิกกัดเพื่อนไม่ได้ ตั้งใจพูดเสียงดังให้อินทรีได้ยิน "ยังไงก็ฝากดูแลมันด้วย"

     คนที่ถูกนินทาอมยิ้มน้อย ๆ รินเหล้าลงแก้วเเล้วยกดื่ม ไม่หันมามองหญิงสาวด้วยซ้ำไป 

     "มีเมียแล้ว ยังมาเที่ยวผู้หญิงอีกเหรอคะ แย่จัง" เสียงหวานเอ่ยขึ้น เธอไม่ชอบคนประเภทนี้เอาซะเลย อยากจะเห็นหน้านักว่าหน้าตาเป็นอย่างไร

     "เอ่อออ มันก็มีบ้างแหละคร้าบบบบบ คนสวย มานั่งตักพี่ก่อนมา ม่ามะ" เพื่อนร่วมโต๊ะคนอื่นที่มึนเมาเริ่มคุกคามเธอ 

     อินทรีที่ได้ฟังคำตำหนิจากสาวบริการรู้สึกสนใจเธอขึ้นมาเสียแล้ว 'ปากดีนะ เดี๋ยวจะสั่งสอนซะให้เข็ด' เขาเงยหน้าจากแก้วเหล้าไปมองคนปากเก่ง แล้วต้องตกใจเมื่อพบว่าเธอคนนี้...

     "แต่งหน้าหนาจัง" คำแรกที่เขาพูดกับเธอทำเอาหยิงสาวเสียความมั่นใจ เธอไม่ได้แต่งเองเสียหน่อย ถ้าจะโทษก็ต้องโทษช่างแต่งหน้าโน่น "แล้วนั่นอะไรอยู่บนหัว" เขาถามต่อ เขาเก่งเรื่องแบบนี้อยู่เเล้วนี่ เรื่องทำให้คนอื่นเสียความมั่นใจเนี่ย

     "ไม่รู้จักหูกระต่ายรึไงคุณ" หญิงสาวแสร้งโมโหกลบเกลื่อน คนบ้าอะไรมองไม่ออกว่ามันเป็นหูกระต่าย มัจฉาอยากจะขว้างที่คาดผมนี่ทิ้งเสียจริง

     "เอ่อ ผมว่าคุยกันเท่านี้ก่อนนะครับ น้อง...เอ่อ น้องเบอร์ห้าจะได้ไปพักผ่อน" จิรัสย์ที่ไม่รู้ชื่อหญิงสาวเอ่ยบอก

     "ชื่อปลาหวานค่ะ" หญิงสาวตอบไป ตามที่ผู้จัดคิวตั้งให้ อันที่จริงเธอหลอกว่าชื่อปลา แต่ผู้จัดคิวบอกว่า ชื่อปลาหวานไพเราะกว่า คนสมัยนี้เขาชอบชื่อสองพยางค์กัน หญิงสาวถึงกับกลอกตา แต่ก็ยอมใช้ชื่อปลาหวานตามใจคนตั้ง

     "ว้าววววว ปลาหวานนนนน พี่อยากชิมปลาหวานซะเเล้วสิ มามะ ขอชิมหน่อย แผล่บ " เพื่อนของจิรัสย์ที่เมาปลิ้นเลียแขนเธอที่ไม่ทันระวังตัว "เค็มจังเลย" เขาบ่นออกมาจากใจจริง อินทรีหัวเราะลั่น สะใจที่คนปากดีถูกแกล้ง

     "ขออนุญาตพาตัวน้องเบอร์ห้าไปพักที่ห้องรับรองก่อนนะคะ" เจ้าหน้าที่ของสถานบริการเดินมาตามตัวเธอไป ก่อนที่เธอจะได้หยิบขวดเหล้าฟาดหัวคนตรงหน้า 'ไอ้บ้าเอ๊ย' เธอถลึงตามองกลุ่มคนเหล่านั้น

 

     มัจฉาถูกนำตัวมาไว้ที่บ้านหลังเล็ก ๆ ซึ่งปลูกเรียงกัน คล้ายบังกะโล บ้านเล็กเหล่านี้อยู่นอกสถานบริการ แต่ก็ยังอยู่ในบริเวณเดียวกันกับโกดัง ที่หน้าบ้านมีคนยืนเฝ้าไว้หลังละหนึ่งคน หญิงสาวนั่งรอลูกค้าที่จะมาหา ยังไม่รู้ว่าเป็นใคร หน้าตาเป็นอย่างไร เพราะทุกคนสวมหน้ากาก อีกทั้งจิรัสย์ไม่ได้เเนะนำเขาคนนั้นให้เธอได้รู้จัก

     เธอคิดถึงแผนการหนี แต่ยังไม่เห็นวี่แวว ชายหน้าดุที่นอกบ้าน ก็ดูไม่เป็นมิตรเอาเสียเลย จะทำอย่างไรดี หญิงสาวเดินวนไปมาในห้อง การขอให้แขกช่วยก็เป็นเรื่องเสี่ยงไม่น้อย หากเขานำเรื่องไปบอกผู้จัดการ เธออาจจะถูกรุมโทรมก็เป็นได้ ไม่ทันที่จะได้คิดอะไรต่อ มัจฉาได้ยินเสียงคนเดินทางที่หน้าบ้าน หญิงสาวรีบนั่งลงที่ปลายเตียง ก้มหน้าก้มตาไม่พูดอะไร 

     ร่างสูงเดินเข้ามาภายใน อยากรู้นักว่าคนแต่งหน้าหนาขนาดนั้น เมื่อล้างเครื่องสำอางออกหมดจะเป็นอย่างไร...

 

 

###

 

ความคิดเห็น