สามกันยา

ขอบคุณที่รักกัน ❤

ชื่อตอน : ตอนที่ 25

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย อีโรติก

คนเข้าชมทั้งหมด : 10.5k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 17 ธ.ค. 2559 14:17 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 300
× 0
× 0
แชร์ :
ตอนที่ 25
แบบอักษร

   

 

     ร่างเปลือยเปล่ายืนอยู่ใต้ฝักบัว ปล่อยให้สายน้ำไหลผ่านกายแกร่ง ในหัวคิดวนเวียนเกี่ยวกับคนที่หายตัวไป

     หลังกลับจากเรือนเล็กในวันนั้น เขาเริ่มหารายละเอียดการไปดอยของมัจฉา โดยเริ่มจากมะปราง อินทรีติดสินบนเด็กสาวเป็นตั๋วหนังกับบัตรสมาชิกร้านไอศกรีมสุดโปรดของเธอ ได้ความว่าหนุ่มแว่นที่เทียวมาหามัจฉานั้น เป็นเพื่อนที่ทำงานร้านสะดวกซื้อหน้าปากซอยด้วยกัน

     เขาจึงไปดักรอพบเด็กหนุ่มที่ว่านั้นหน้าร้านสะดวกซื้อ รอจนถึงเวลาเลิกงานถึงมีโอกาสได้คุย ก๊อตเล่าว่าเขาเป็นคนแนะนำการไปดอยให้มัจฉา เพราะไม่อยากให้เธอจมอยู่กับความเหงา คิดว่าหากเธอได้ไปเห็นสิ่งใหม่ ๆ เธอจะรู้สึกดีขึ้น ก๊อตเองก็เคยเสียแม่ไป เขาเข้าใจความรู้สึกของเธอดี

     เเต่เมื่อติดต่อไปทางสมาคมว่ามัจฉาไปขึ้นรถหรือยัง กลับได้คำตอบว่าหญิงสาวไม่ได้มาที่สมาคมเลย ก๊อตร้อนใจประกอบกับเขาไม่สามารถติดต่อหญิงสาวได้ โทรหากี่ครั้งก็มีเพียงสัญญาณตอบรับอัตโนมัติ จึงได้ไปถามหามัจฉาที่บ้าน แต่พบหน้ามะปรางทีไร ก็ถูกไล่เสมอ   

     ก่อนจากก๊อตยังตำหนิให้ได้เจ็บใจด้วยว่า 'คุณเป็นพี่ประสาอะไร ถึงปล่อยให้พี่มัดนั่งหลับอยู่คนเดียวบนศาลาพักศพ' นึกถึงคำพูดนี้ทีไร เขารู้สึกโมโหตัวเองทุกครั้ง วันนั้นที่พบพิมพ์ขวัญ เขาลืมมัจฉาไปเสียสนิท ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเธอกลับมาที่บ้านตอนไหน แถมยังทำตัวใจร้ายกับเธอในคืนนั้นอีก 

     ชายหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำ ร่างกายเหนื่อยล้าเต็มที ทั้งงานที่บริษัท ทั้งต้องมาตามหาคนที่หายตัวไปอีก ร่างใหญ่ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ตอนนี้เขามาพักที่คอนโดฯ ส่วนตัวที่ซื้อไว้ จะกลับบ้านก็ต่อเมื่อถึงกำหนดนัดตรวจครรภ์ของพิมพ์ขวัญ

     ชายหนุ่มหลับไปชั่วครู่ สมองก็สั่งการให้ตื่นขึ้นอีกครั้ง เมื่อคิดถึงคำพูดของพิมพ์ขวัญที่บอกว่า มัจฉาจะไปอยู่ที่บ้านไร่ทางภาคเหนือ 

     อาชาไม่เห็นเล่าให้ฟังเลยว่ามีบ้านอยู่ที่ภาคเหนือ ชายหนุ่มค้นเอกสารต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับทรัพย์สินของอาชามาดู โชคดีที่ยังเก็บไว้ หลังจากที่ใช้ตอนตามหาพิมพ์ขวัญ

     พลิกกระดาษทุกแผ่น ยังไม่เห็นว่าจะมีเอกสารใดที่เกี่ยวกับการครอบครองที่ดินทางภาคเหนือเลย คนเจ้าอารมณ์เริ่มหงุดหงิด ตัดสินใจโทรไปถามพิมพ์ขวัญเลยดีไหม ? ถ้าแบบนั้น ต้องถูกสงสัยแน่ ว่าเหตุใดเขาจึงอยากรู้เรื่องเกี่ยวกับมัจฉา เเล้วจะเอายังไง จะห่วงภาพพจน์ตัวเอง หรือห่วงคนที่หายไป ...?

     เมื่อรู้คำตอบของคำถามเเล้ว ชายหนุ่มจึงต่อสายไปยังเลขหมายของพิมพ์ขวัญทันที ...

 

     หลายวันผ่านพ้นไป ในห้องที่ใช้คุมขังหญิงโชคร้าย มัจฉากับสาลี่ยังคงปลอดภัยดี พวกเธอพยายามทำตัวให้ไม่เป็นจุดสนใจ ไม่ก้มหน้ามากเกินไป ไม่ร้องไห้โวยวาย ไม่สบตาของที่เข้ามาคัดตัว แต่ขณะนี้หญิงสาวในห้องเหลือน้อยเต็มที ไม่ว่าจะพยายามอย่างไรก็ไม่เป็นผล 

     คนคัดตัวสั่งให้ผู้ติดตามมาดึงตัวสาลี่ไป มัจฉาพยายามเหนี่ยวแขนเธอไว้เเน่น ไม่อยากให้น้องสาวคนใหม่นี้ถูกส่งไปขาย

     "พี่มัดช่วยสาลี่ด้วย ฮือ ปล่อยนะ ปล่อย" สาวเหนือพยายามดิ้นรนขัดขืน เธอยังมีความหวังว่าจะได้ออกไปจากนรกขุมนี้ 

     "ปล่อยตัวเธอเถอะ เธอมีประจำเดือนอยู่นะ" มัจฉากล่าวขึ้น เผลอสบตากับคนคัดตัวเข้าไปจัง ๆ หญิงสาวรีบหลบตาทันที แต่ดูเหมือนจนสายเกินไป

     "งั้นเอาอีนี่ไปแทนก็แล้วกัน" กลายเป็นมัจฉาที่ถูกเลือกแทน 

     สาลี่มองตามตาละห้อย มัจฉาเดินไปรวมกับคนอื่น ๆ ที่ถูกคัดไป หญิงสาวหันมายิ้มให้สาลี่เป็นนัยว่าจะทำตามแผนที่เคยตกลงกันไว้ให้สำเร็จ

 

     หญิงสาวที่ถูกคัดออกจากห้องไปขึ้นรถที่เตรียมไว้ พาตัวไปอาบน้ำขัดตัวจนเป็นที่พอใจเเล้วจึงพาไปลองชุด มัจฉาดูยังไงก็ดูไม่ออกว่าเป็นชุดที่คนสามารถสวมใส่ได้ มันวาบหวิว ชิ้นเล็กชิ้นน้อยเสียจนเหมือนเศษผ้ามากกว่า

     แต่ก็เลี่ยงไม่ได้พวกเธอถูกบังคับโดยชายฉกรรจ์ร่างกายใหญ่โต มันขู่ว่าหากไม่ยอมทำตามแต่โดยดี จะต้องเจอดี มัจฉาไม่สงสัยสักนิดเพราะเธอเคยเห็นมาเเล้ว หญิงสาวคนหนึ่งพยายามจะขอความช่วยเหลือจากแขกให้เขาพาเธอหนี แต่ถูกจับได้เพราะแขกคนนั้นนำเรื่องไปบอกผู้คุมสถานบริการ เธอถูกรุมทำร้ายจากชายที่กำลังหื่นกระหายนับสิบคน แล้วจึงส่งกลับเข้ามาที่ห้องรวม มัจฉาได้เรียนรู้ว่าควรทำตัวอย่างไรจึงจะรอด 

     แต่เมื่อนึกถึงคืนนี้ ที่เธอได้ออกมา เธอมีโอกาสกว่าตอนอยู่ในห้องนั้น เธอมีสัญญากับสาลี่ว่าจะตามคนมาช่วยให้ได้ เธอจะโชคร้ายอย่างที่เคยเป็นหรือฟ้าจะส่งคนใจดีมาช่วยเธอ 'ต้องเสี่ยงดวงกันเเล้วล่ะ' เธอให้กำลังใจตัวเอง

 

     ชุดที่มัจฉาได้รับมา เป็นชุดกระต่ายสาวสีขาวแสนวาบหวิว ดูยังไงมันก็ชุดชั้นในชัด ๆ เลย หญิงสาวสวมเข้าไปอย่างเสียไม่ได้

     จากนั้นก็มานั่งรอให้ช่างแต่งหน้ามาแต่งตัวและตรวจความเรียบร้อยให้ โดยทุกอย่างอยู่ในสายตาของผู้คุมร่างโต

     มัจฉาหลับตาตลอดเวลาที่เเต่งหน้า ช่างที่เเต่งหน้าให้เธอเป็นกระเทยร่างใหญ่ แต่จิตใจตุ้งติ้ง ชมไม่ขาดปากว่ามัจฉาเค้าหน้าสวย ได้เปรียบในการแต่งหน้า แถมยังรับรองอีกว่าจะต้องมีคนจ่ายราคาอย่างงามเพื่อให้ได้ตัวเธอไปอย่างแน่นอน 

     มัจฉาแทบร้องไห้ เมื่อลืมตามองกระจก ฝีมือการแต่งหน้าที่แสนจัดจ้านของพี่คนนี้ทำเอาเธอจำตัวเองแทบไม่ได้ 'หนามาก' เธอให้คะแนนในใจ 

     เมื่อเตรียมตัวเสร็จ หญิงสาวทุกคนถูกพาตัวไปที่ห้องพัก รอเวลาขึ้นเวทีไปโชว์ตัว 

     สถานที่แห่งนี้อยู่ไม่ห่างจากโกดังมากนัก แต่บรรยากาศช่างต่างกันเหลือหลาย มีอาหารดี ๆ ให้ดื่มกิน มีเครื่องปรับอากาศเย็น ๆ มีคนคอยบริการ มัจฉามองสำรวจไปทั่ว หาทางหนีทีไล่ แต่ก็พบว่าเป็นไปได้ยากยิ่งนัก เพราะมีคนเฝ้าดูพวกเธออยู่ไม่วางตา

 

     เนื่องจากเป็นสถานบริการของคนที่มีฐานะทางสังคมค่อนข้างดี แขกทุกคนจึงต้องสวมหน้ากาก เพื่อมิให้คนมองออกว่าใครเป็นใคร

     ชายหนุ่มที่เดินเข้ามาพร้อมเพื่อนรับหน้ากากไปถือไว้ 'อะไรวะเนี่ย' เขามองหน้ากากรสนิยมต่ำในมืออย่างเซ็ง ๆ ความจริงหน้ากากไม่ได้ดูแย่ขนาดนั้น แต่อินทรีผู้มีความสามารถในการทำลายความมั่นใจของผู้อื่นสามารถกดค่าของมันลงได้

     "ใส่ไปเถอะน่าไอ้ซี แล้วแกจะเข้าใจว่าทำไมถึงต้องใส่" จิรัสย์ เพื่อนสนิทวัยเรียนของชายหนุ่มสะกิดบอก พลางสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าไว้

     "นี่ถ้าไม่ใช่วันเกิดแก ฉันไม่มาหรอกนะเว้ย เสียเวลา" อินทรีเดินตามเพื่อนไปสมทบกับกลุ่มเพื่อนที่มารออยู่ก่อนเเล้ว

     หลังจากเขากลับมาจากภาคเหนือ จิรัสย์ก็โทรมาชวนให้มาร่วมงานวันเกิด โดยนัดกันที่สถานบริการเปิดใหม่แห่งนี้ 

     "อ้าว ไอ้ซีมาด้วยเหรอวะเนี่ย ตั้งแต่มีเมียนี่ หายหน้าหายตาไปเลยนะมึง" เพื่อนคนอื่น ๆ ที่นั่งรอที่โต๊ะเอ่ยทักทายทันทีที่ได้เจอหน้า เป็นไปตามคำทักทายของเพื่อน อินทรีที่เคยประกาศว่าหากเขาได้แต่งงานกับพิมพ์ขวัญ เขาจะเลิกเที่ยวกลางคืนอย่างเด็ดขาดและถึงแม้วิวาห์จะล่ม เขาก็ยังรักษาคำพูดเสมอ

     จนกระทั่งวันนี้ วันที่ผิดหวังจากการเดินทางไปบ้านไร่ของอาชาตามคำบอกเล่าของพิมพ์ขวัญ เขาพบเพียงชายหญิงสูงวัยสองคนที่เฝ้าบ้านให้อาชา เมื่อสอบถามก็ได้รู้ว่าอาชาซื้อบ้านและไร่นี้ในนามของชายหญิงทั้งสองและจ้างให้เฝ้าบ้านต่อ นี่จึงเป็นเหตที่ทำให้เขาตรวจสอบทรัพย์สินของอาชาแล้วไม่พบอสังหาริมทรัพย์รายการนี้

     ทั้งคู่รู้จักมัจฉาเพราะหญิงสาวเคยมาดูบ้านพร้อมกับชายหนุ่มผู้เป็นสามี แต่ยืนยันได้ว่ามัจฉาไม่ได้มาอยู่ที่นี่ มีเพียงอาชาที่พาพิมพ์ขวัญมาพักเมื่อหลายเดือนก่อน

 

     "เออน่าา อย่าไปแซวมัน มันยอมออกมาก็ดีเเล้ว นั่งเพื่อนนั่งเดี๋ยวการประมูลจะเริ่มเเล้ว" เพื่อนร่วมโต๊ะอีกคนเอ่ยขึ้น

     "ประมูลอะไรวะ" อินทรีถามอย่างไม่เข้าใจ 

     "เอ๊า ไอ้นี่ ห่างหายจากวงการไม่เท่าไหร่ ก็ตามโลกไม่ทันซะเเล้ว ก็ประมูลน้อง ๆ หนู ๆ ยังไงล่ะ เดี๋ยวกูจะหาที่เด็ด ๆ ให้มึงเอง" 

     "ไม่เอาอ้ะ คืนนี้ออกมาเที่ยวเฉย ๆ" พูดพลางรินเหล้าลงแก้ว ยกขึ้นดื่มแบบรวดเดียว ตาคมกวาดมองสถานที่อย่างพิจารณา แขกทุกคนต่างสวมหน้ากากปกปิดใบหน้าไว้ แต่บางคนก็ยังสามารถมองออกได้อย่างไม่ยากนัก เริ่มเข้าใจคำพูดของเพื่อน เพราะเมื่อดู ๆ แล้ว มีเเต่คนมีชื่อเสียงเข้ามาใช้บริการ 

     เสียงประกาศบนเวทีดังขึ้นแทนเสียงเพลง ทุกคนหันไปมองตามเสียง การประมูลเริ่มต้นขึ้นเเล้ว ...!

 

     ที่ด้านหลังเวที หญิงสาวสิบคนนั่งฟังขั้นตอนการดำเนินงานจากผู้จัดคิว มัจฉาสงสัยว่าคนเหล่านี้รู้เบื้องหลังที่มาของพวกเธอหรือไม่ แต่หญิงสาวก็เอ่ยปากอะไรออกมาไม่ได้ เพราะคนที่ยืนคุยอยู่ห่าง ๆ คอยจ้องมาเสมอ มันข่มขู่พวกเธอไว้ตั้งเเต่ตอนที่เดินทางมาแล้วว่าห้ามพูดจาหรือขอความช่วยเหลือจากใคร มิเช่นนั้นจะต้องเจอดีเเบบที่เคยเห็น  

     พวกเธอได้แต่พยักหน้าแสดงออกว่าเข้าใจคิวกันเเล้ว และต่อจากนี้ก็ต้องเดินขึ้นเวทีกันทีละคน หากใครถูกประมูลไปก็จะต้องไปคุยกับลูกค้าครู่หนึ่ง แล้วเจ้าหน้าที่จะพาตัวไปพักที่ห้องรับรอง รอเวลาที่ลูกค้าจะไปหา

     มัจฉาได้ลำดับที่ 5 เธอต้องสวมที่คาดผมหูกระต่ายเพื่อความสมจริงตามที่ช่างแต่งหน้าบอก 'สมจริงตรงไหน' เธอนึกแย้ง 

     บนเวที หญิงสาวสามารถมองเห็นได้ทั่วทั้งห้องโถงกว้าง ผู้คนที่มาเที่ยวต่างยิ้มร่า ดูมีความสุข พวกเขาจะรู้หรือไม่ว่าเบื้องหลังความสุขที่เขาใช้เงินซื้อ มันแลกมาด้วยกี่ชีวิต กี่น้ำตาที่ถูกย่ำยี...   

 

 

###

 

ความคิดเห็น