email-icon facebook-icon

ขอบคุณสำหรับแรงสนับสนุนนะ : )

Episode 14 ลับ ๆ ล่อ ๆ

ชื่อตอน : Episode 14 ลับ ๆ ล่อ ๆ

คำค้น : เซฟแมงป่อง ตบหลุมรัก My heart November นิยายวาย ตบจูบ ฟิวกูดรักมหาลัย

หมวดหมู่ : นิยาย y

คนเข้าชมทั้งหมด : 6.3k

ความคิดเห็น : 9

ปรับปรุงล่าสุด : 15 ม.ค. 2564 13:29 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 500
× 0
× 0
แชร์ :
Episode 14 ลับ ๆ ล่อ ๆ
แบบอักษร

Episode 14 

ลับ ๆ ล่อ ๆ  

[Playsave]  

 

 

ในที่สุดเทศกาลสอบไฟนอลก็มาถึงแบบไม่ทันตั้งตัว ช่วงนี้เรื่องความรักในชีวิตของผมมันเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้นอย่างคาดไม่ถึง สวนทางกับไอ้หินที่เรียกได้ว่าเข้าสู่ช่วงบัดซบที่สุดของชีวิตมันเพราะดันไปท้าทายอำนาจมืดอย่างไอ้พี่พายุ เห็นแล้วก็สงสารมาสอบทีตาบวมเป็นผีขนุนเลยพอสอบเสร็จมันก็หายหัวไปเฝ้าไปรอพี่พายุที่คณะบ้าง หน้าห้องพักบ้างแต่ก็ยังไม่เจอตัว 

 

จะเจอได้ไงในเมื่อไอ้พี่พายุมันตั้งใจจะหลบหน้าขนาดนั้น แถมยังดึงพวกผมและเพื่อนพี่มันทุกคนเข้ามาร่วมขบวนการสั่งสอนในครั้งนี้ด้วย 

 

“นี่มึงยังไม่เลยเศร้าอีกเหรอวะหิน?” เสียงของคะน้าดังขึ้นจนทุกคนบนโต๊ะถึงกับเงยหน้ามองไปยังเป้าหมาย 

 

“เศร้าอะไรวะ? ไม่มี้...คนอย่างกูเนี่ยไม่เคยง้อใครอยู่แล้ว ต่อให้พี่มันกลับมาคุกเข่าอ้อนวอนกูตอนนี้กูก็ไม่กลับไปแล้ว ไม่ได้คิดถึงไม่ได้แคร์อย่ามาวอแวได้ปะ” ตอแหลเก่ง! เนียนเก่ง! เขาถามมึงไม่กี่ประโยคเล่นตอบซะยืดยาวทำไม 

 

“อะเหรอ? คิดงั้นได้ก็ดี...ทีแรกว่าจะบอกมึงสักหน่อยว่ากูเจอพี่พายุแหละ” ข้าวจี่มันหยิบขนมขึ้นมาเคี้ยวแล้วเสมองไปทางอื่น 

 

“ทะ...ที่ไหน?” 

 

“ถามทำไม? มึงไม่คิดจะกลับไปแล้วนี่หิน” นางมารอ้วนผอมคู่นี้มันยังปั่นประสาทไอ้หินอย่างไม่ลดละ 

 

“กะ...กูก็แค่ถามไปงั้นแหละ” หินมันตอบเสียงสั่นแล้วหยิบขวดน้ำขึ้นมาเตรียมกระดกลงคอ 

 

“มึงตัดใจได้ก็ดีแล้ว กูเห็นพี่พายุควงสาวนิเทศศาสตร์กำลังกินข้าวอยู่ที่โรงอาหารกลาง” สร้างความร้าวฉานคืองานของพวกมึงเหรอครับ? 

 

โพละ! 

 

ไอ้หินมันถึงขั้นบีบขวดน้ำพลาสติกในมือซะแหลกเละคามือ จนเนื้อตัวเปียกชุ่มไปทั้งหน้าทั้งเสื้อทำท่าจะร้องไห้ออกมาอีกรอบ 

 

“เฮ้ย! ใจเย็นมึงพวกมันสองคนก็แค่หยอกเล่นเท่านั้นแหละ” ได้แต่ส่งสายตาดุไปที่นังคนชั่วทั้งสองตัวแล้วหยิบกระดาษขึ้นมาซับหน้าไอ้หินแบบเร็วรี่ “ไหนมึงบอกว่าเชื่อใจพี่พายุมันไงเข้มแข็งหน่อยสิวะ ช่วงนี้พี่มันเองก็ต้องสอบหนักเหมือนกันไม่มีเวลาไปแอ๊วสาวที่ไหนหรอกเชื่อกูสิ” 

 

“หิน...ขอโทษนะ กูกับข้าวจี่เห็นมึงดูเครียด ๆ เลยแกล้งหยอกเล่นเฉย ๆ อาทิตย์หน้าก็จะสอบเสร็จแล้วถึงตอนนั้นค่อยไปหาพี่พายุอีกทีละกัน” คะน้ามันลูบไปที่หลังของไอ้หินไปมาจนผมได้แต่ถอนหายใจแล้วหันมองไปทางอื่น สายตาเจ้ากรรมมันก็เสือกดี้ดี ดันเห็นไอ้พี่พายุมันยืนแอบมองอยู่ด้านหลังตันไม้ใหญ่จนแทบจะสิงเป็นเนื้อเดียวกัน 

 

พอสายตาพี่มันสบกันกับผมเท่านั้นแหละรีบยกมือขึ้นมาจุ๊ปากให้ผมเงียบเอาไว้ในทันที เหอะคนแบบนี้ก็มีด้วยเหรอวะ แกล้งเองตามเฝ้าเองนักเลงพอ เท่าที่รู้เรื่องทั้งหมดทั้งมวลมันก็คงมาจากเรื่องที่พี่มันทั้งหึงทั้งห่วงล่ะมั้ง เป็นผมก็คงหึงเหมือนกันคนที่เข้ามาแวะเวียนขายขนมจีบไอ้หินแต่ละคนเรียกว่าธรรมดาที่ไหนตัวท็อป ๆ ของคณะทั้งนั้นแล้วยังเรื่องงานที่ร้านนวดของมันอีก ลองแมงป่องไปทำงานพิเศษแบบนั้นสิต้องมีตายกันไปข้างหนึ่งแน่ยังไงก็ไม่ยอมเด็ดขาด 

 

“กูว่ามึงเลิกไปทำงานพิเศษที่ร้านนวดนั่นเถอะวะ เพราะเรื่องนี้ไม่ใช่หรือไงไอ้พี่พายุถึงได้โกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนั้น” คิดเหมือนกูเป๊ะข้าวจี่! 

 

“กะอีแค่ทำงานพี่มันจะอะไรนักหนากับกูวะ ไม่ใช่ไปนั่งเป็นเด็กไซด์ไลน์สักหน่อย!” ฮ่วย!! 

 

บางทีความรั้นของไอ้หินก็ต้องทำให้พวกเราทั้งหมดถึงกับกลอกตามองบน 

 

“เลือกเอาเองละกันว่าอันไหนสำคัญกว่าระหว่างงานพิเศษที่ไม่ได้จำเป็นต้องทำเลยกับพี่พายุเทพบุตรในฝันของคนทั้งมหา’ลัย” คะน้ามันเบะปากอย่างเอือมระอา “แล้วก็รีบ ๆ คิดให้มันไว ๆ หน่อยนะมึงเกิดพี่มันหายไปเลยมึงจะหนาว” 

 

“ทุกวันนี้มันก็นอนหนาวอยู่คนเดียวแล้วเปล่าวะคะน้า” 

 

“...” หินมันกะพริบตามองมาที่พวกเราสามคนแบบสำนึกผิด “ถ้ากูเลิกทำงานพี่มันจะกลับมาจริงเหรอ?” 

 

“เออ!” เรียกว่าตอบออกมาพร้อมกันเลยก็ว่าได้ อย่างน้อยตอนนี้ก็พอกระตุ้นให้มันได้คิดละ ถ้าจะว่าไปภารกิจที่ไอ้พี่พายุมันขอพวกผมให้ช่วยพูดก็ถือว่าสำเร็จไปอีกขั้น 

 

“นี่พรุ่งนี้ลองไปย้ายที่อ่านหนังสือสอบกันเปล่าถือว่าเปลี่ยนบรรยากาศด้วย อุดอู้อยู่แต่ในมหา’ลัยกับห้องสมุดน่าเบื่อตายชัก” 

 

“แล้วมึงไม่ต้องไปช่วยแม่ที่ร้านรึไงคะอีอ้วน” 

 

“กูไม่ได้อ้วน! กูแค่เจ้าเนื้อกรุบกริบกำลังอร่อยลิ้นค่ะอีเปรต!” เออ จะว่าไปสองสาวนี่มันก็ช่างเข้ากันได้ดีเหมือนโลงผุกับผีเน่า “เวลาสอบแม่กูไม่ให้ไปที่ร้านหรอก สงสัยประทับใจในผลการเรียนของลูกสาวที่ผ่านมาเลยให้กูไปอ่านหนังสือแทน” 

 

“เฮ้ย จริงดินี่มึงเรียงเก่งขนาดนั้นเลยเหรอวะ” ทำไมถึงดูไม่ออกนั่งเรียนกับข้าวจี่มาจนเกือบจบเทอม มันแทบไม่เคยตั้งใจเรียนเลยเห็นวัน ๆ เอาแต่นั่งวาดภาพนิยายวายผู้ชายเยกันตลอด 

 

อีฮอบบิทมันลุกขึ้นยืนเท้าสะเอวเชิดหน้าทำมุมกระทบแสงสายตามองหาแม่ซื้อแล้วเอ่ยขึ้นอย่างภาคภูมิใจ “กูเกือบตกทุกปีต่างหาก!” อีเวร! 

 

“กูยังไงก็ได้ ว่าแต่มึงจะไปไหนล่ะข้าวจี่คิดเอาไวรึยังวะ” 

 

“ยังไม่รู้เลยอะ กูแค่อยากพาไอ้หินมันไปเที่ยวบ้าง” 

 

ป๊าบ! คะน้ามันล้วงหยิบคูปองบางอย่างขึ้นมาวางบนโต๊ะ 

 

“งั้นเอาเป็นไปเที่ยวสวนน้ำทะเลกรุงธนกันดีไหม? มึงยังไม่เคยไปเลยนี่หินงั้นก็ไปสนุกสุดเหวี่ยงกันเถอะนะ” หูยยยย! แสดงเนียนเกิ๊น เรื่องของเรื่องคือพวกเราทั้งหมดถูกไหว้วานจากไอ้พี่พายุให้ช่วยพาไอ้หินไปเที่ยวต่างหาก พี่มันคงเห็นไอ้หินกินไม่ได้นอนไม่หลับเลยหาทางออกให้มันสบายใจขึ้น แถมพี่มันก็แอบเอาตั๋วมาให้แล้วด้วยน่าจะเหมามาทั้งเล่มเลยอะ 

 

“กูชวนไอ้เพลงไปด้วยได้ปะ” 

 

“ก็ไอ้เพลงแหละที่ให้พวกกูมาชวนมึง เห็นว่ารุ่นพี่ที่คณะมันเอามาให้ตั้งเยอะแล้วอีกอย่างช่วงนี้มึงเองไม่ใช่เหรอ? ที่หลบหน้าไอ้เพลงเพราะไม่อยากให้มันรู้เรื่องที่มึงสองคนทะเลาะกัน” 

 

“กูเปล่าทะเลาะกับพี่พายุมันสักหน่อย!” หินมันถลึงตาจ้องมองมาที่ผม 

 

“เออ ไม่ทะเลาะก็ไม่ทะเลาะงั้นเจอกันพรุ่งนี้เช้าตอนสิบโมงที่หน้ามอโอเคนะ” คะน้ากับข้าวจี่มันพากันรวบของบนโต๊ะแล้วหันมาโบกมือลาพวกผมสองคน 

 

“งั้นกูกลับหอก่อนนะเซฟ...จะรีบกลับไปทำความสะอาดห้องด้วย” แหม! จะไปตามเฝ้าไอ้พี่พายุมันก็บอกมาเหอะปากแข็งฉิบหาย 

 

“อืม กลับไปนอนพักบ้างนะมึงขืนพี่พายุมันมาเห็นมึงสภาพนี้มีหวังอกแตกตายกันพอดี” ไอ้หินมันก็ได้แต่พยักหน้าเศร้า ๆ แล้วลอยจากไปไม่ต่างกับวิญญาณ 

 

หันซ้ายมองขวา พอไม่มีใครเหลือก็ถือว่าเป็นโอกาสดีที่จะได้โทรหาแมงป่องสักทีคิดถึงจะแย่อยู่แล้วถ้าไม่ถูกห้ามเรื่องที่จะเปิดตัวเป็นแฟนเอาไว้ก่อนล่ะก็ รับรองป่านนี้ป่าวประกาศไปทั้งมหา’ลัยให้มันรู้ซะบ้างว่าของใครเป็นของใคร 

 

Rrrrrr... 

 

[ฮัลโหล...สอบเสร็จแล้วเหรอเซฟ?] 

 

สูดลมหายใจเข้าลึก ๆ นับหนึ่งถึงสามตีเสียงเข้มเข้าไว้ 

 

“คร๊าบบบบ! ...คิดถึงเตงจังเลยวันนี้เค้าจะได้เจอที่รักไหมอ่า” เข้มพอรึเปล่าวะ! 

 

[…] อ้าว! อึ้งเลยเหรอ? 

 

[ขอโทษทีนะวันนี้พี่มีสอบตอนเย็น ช่วงค่ำก็ต้องแวะไปอ่านหนังสือสอบต่อเพราะพรุ่งนี้พี่ติดธุระน่ะ ยังไงวันนี้เซฟอ่านหนังสือคนเดียวไปก่อนละกันแล้วหลังสอบค่อยว่ากันอีกที] 

 

“เป๊าะ! ...” 

 

“โกรธเหรอ? เดาะลิ้นทำไม? ไหนว่าจะเชื่อฟังที่พี่พูดไงเซฟเป็นเด็กดีอย่าดื้ออย่าซนล่ะแล้วเดี๋ยวพี่จะมีรางวัลให้...ตู๊ดดดดดด” 

 

“ดะ...เดี๋ยว!” 

 

Oh Noooooooo! จะเอาวันนี้...จะเอาวันนี้โว้ยยยยย! 

 

สุดท้ายเดือนมหา’ลัยผู้แสนอาภัพอย่างผมก็ได้แต่เดินคอตกกลับหอต๊อกต๋อยไปเพียงลำพังอย่างไร้เรี่ยวแรง 

 

...เช้าวันเสาร์ 

 

ผม ไอ้หิน ข้าวจี่ และคะน้านั่งแท็กซี่มารอพวกไอ้เพลงกับเพื่อนในภาคของมันกันที่หน้าสวนน้ำ พูดก็พูดเหอะขนาดเป็นสัปดาห์ของการสอบมันก็ต้องหาเวลาปลดปล่อยกันบ้างแหละ อีกอย่างก็ไม่ได้สอบกันทุกวันสักหน่อย 

 

“เฮ้ย! รอนานกันรึเปล่า” เพลงมันวิ่งลงมาจากรถแล้วตรงเข้ามาทักพวกผมสี่คนในทันที 

 

“มากับใครวะเพลง?” 

 

“พวกไอ้เพชร ก้อย วิว ออดี้ กราฟิกแล้วก็พุฒไงพวกมึงก็เคยเจอตั้งหลายครั้งแล้วนี่” จะว่าไปแก๊งนี้มันก็ไม่ธรรมดาเลยโดยเฉพาะเด็กที่ชื่อพุฒถึงจะตัวเท่า ๆ ไอ้หินแต่หน้าตามันหล่อทีเดียวถ้าสูงสักหน่อยคงได้เป็นเดือนคณะไปแล้ว ที่สำคัญมันยังเป็นน้องชายพี่พรายแฟนไอ้เพลงด้วย เห็นร่ำลือกันว่าพี่น้องคู่นี้ทำคะแนนได้สูงสุดของคณะอีกต่างหาก 

 

“ว่าแต่พวกมึงสองคนเป็นอะไรกันวะ มาสนุกทั้งทีช่วยทำหน้าให้สดชื่นกันหน่อยเถอะ” แหม ๆ ใครเขาจะหน้าระรื่นแบบมึงครับเพลง! ใช่สิดอกรักมึงมันเบ่งบานเต็มที่แล้วนี่ 

 

รออยู่พักใหญ่เพื่อนไอ้เพลงก็จอดรถแล้วเดินเข้ามารวมกลุ่ม “คะน้าวันนี้ก็น่ารักเหมือนเดิมเลยนะ” กราฟิกมันบิดตัวเขินอายให้กับเพื่อนสาวตัวแสบที่วันนี้มาในมาดปดิวรัดานางเอกแสนใสซื่อ แล้วไอ้อาการเขินอายเอานิ้วไปเกี่ยวผมทัดหูเนี่ยบอกเลยว่ารับไม่ได้! 

 

“ขอบคุณนะกราฟ คะน้าเองก็ไม่เคยออกไปเที่ยวไหนเลย วันนี้กราฟต้องดูแลเราดี ๆ นะ” ทำไมต้องบีบเสียงสอง? มึงจะแบ๊วไปไหน? 

 

“แหวะ! ข้างนอกดูเป็นพจมานแต่ซาตานคือตัวตนที่แท้จริงนะเธอ” ข้าวจี่มันเบะปากบ่นออกมาอีกคน 

 

“เข้าไปกันเลยไหม? กูอยากนอนแช่ร่างในน้ำจนกว่าจะเปื่อยตาย” น้ำเสียงยานคางหมดอาลัยตายอยากในชีวิตดังแผ่วให้ได้ยินบางเบาราวกับกระซิบออกมาจากโลกวิญญาณกับสภาพเดินลอยเหมือนอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนักจนพวกข้าวจี่กับคะน้าต้องวิ่งตามไปประกบเหลือแต่ไอ้เพลงที่ขมวดคิ้วจ้องมายังผมเพื่อขอคำตอบ 

 

“อาการหนักขนาดนี้เลยเหรอวะ?” 

 

“อืม กูว่าไอ้พี่พายุก็แกล้งมันหนักไปหน่อยจริงแหละ” 

 

“แล้วตกลงมันเรื่องอะไรวะเซฟ กูถามไอ้หินก็ไม่ยอมบอกเมื่อคืนมันก็เอาแต่นอนคลุมโปงสะอึกสะอื้น” 

 

“ก็อาทิตย์ที่แล้วมีเด็กเป็นฝรั่งชื่อดาวินเรียนอยู่คณะจิตวิทยามาจีบไอ้หินตรงหน้าห้องสอบ พอไอ้พี่พายุมันมาเห็นเท่านั้นแหละมึงองค์ประทับร่างเลย สั่งให้เพื่อนมึงไปลาออกจากร้านนวดพอไอ้หินไม่ยอมพี่มันก็เลยงอนหายหัวไปเลยว่ะ” 

 

“งั้นที่พี่มันให้บัตรสวนน้ำพวกกูมาก็หมายความว่า...” 

 

“เออ พี่รหัสมึงนะถึงจะทำตัวปากแข็งไม่ยอมมาเจอไอ้หินแต่ก็แอบมาเฝ้าทุกวัน ขนาดเมื่อวานกูยังเห็นมาผลุบ ๆ โผล่ ๆ แอบมองตลอด” 

 

“หึ ไอ้พี่พายุมันก็ปากแข็งเหลือเกินแทนที่จะเล่าให้กูฟังสักคำก็ไม่มี ทีคนอื่นนะบอกหมดเปลือก” 

 

“ก็เพราะมึงสนิทกับไอ้หินไงเพลง พี่มันถึงไม่ยอมบอกแล้วมึงเองก็ดูเป็นคนโกหกไม่เนียนด้วยขนาดกูยังดูรู้เลยวะ มีเหรอไอ้หินมันจะดูมึงไม่ออก...คิดสิคิด” 

 

“ช่วยไม่ได้กูมันผู้ชายแสนดี” เพลงมันยักไหล่ “ว่าแต่มึงกับพี่แมงป่องเถอะไปถึงไหนแล้ววะ พักหลังกูเห็นมึงเดินตามพี่มันต้อย ๆ ตั้งแต่หน้ามอยันท้ายมอสรุปคือมึงปล้ำพี่แมงป่องไปแล้วใช่ไหม? ไม่งั้นหน้ามึงไม่มีทางยิ้มได้ขนาดนี้หรอก” 

 

“กูกับแมงป่องคบกันแล้วแต่พี่มันไม่ยอมให้กูบอกใครไง” สุดท้ายผมก็ตอบไปแค่นั้นแล้วรีบเดินหนี ตามพวกไอ้หินไปอีกคน 

 

ช่วงก่อนเข้าหน้าหนาวแบบนี้สวนน้ำคนเลยน้อยกว่าที่คิดเยอะน่าจะเพราะหมดช่วงไฮซีซั่นไปแล้ว ตอนนี้แต่ละคนก็ต่างเปลี่ยนเป็นชุดว่ายน้ำกันหมดส่วนพวกสาว ๆ มันขี้อายก็เอาเสื้อยืดมาสวมทับเอาไว้อีกที ในขณะที่ออดี้มันถึงกับวิ่งพล่านสอดส่องมองหาเด็กหนุ่ม ๆ มุมนู่นทีมุมนี้ทีไม่ได้อยู่ติดที่เลย 

 

โซนที่พวกเรามานั่งกันก็อยู่ด้านหน้าสไลด์เดอร์สีรุ้งความสูงน่าจะไม่ต่ำกว่าตึกห้าชั้นล่ะมั้ง ปรายตามองหนุ่มสาวหลายคู่นั่งถลาลงมาก็แอบอดขำไม่ได้ 

 

“พวกมึงไม่ไปเล่นน้ำกันเหรอ?” หินมันมองแบบตาลุกวาว คงอยากจะไปเล่นเต็มแก่แล้วล่ะ 

 

“ไม่อะพวกกูต้องอ่านสรุปบทนี้กันให้จบก่อน มึงขึ้นไปเล่นกับพวกคะน้าก่อนเลยหินและช่วยเอาไอ้กราฟไปด้วยดูท่าทางมันจะไม่มีอารมณ์อ่านหนังสือต่อแล้ว” ไอ้หินมันพยักหน้ายึกยักแล้ววิ่งลากคะน้ากับกราฟออกไปในทันที “มึงไปกับพวกมันเหรอข้าวจี่” 

 

“พอดีไม่ใช่ทางของเราว่ะเพลง นู่นต่างหากถึงจะเหมาะกับคนสวย ๆ แบบเรา” ข้าวจี่มันชี้ไปที่เป็ดยางขนาดใหญ่อีกสระหนึ่ง 

 

แว๊กกกกก! เสียงร้องดังสนั่นเมื่อสามตัวนั้นมันสไลด์ตัวลงมาจนน้ำแตกกระจาย ไอ้หินมันวิ่งกลับมาเนื้อตัวเปียกโชกเป็นลูกหมา เห็นมันจะอารมณ์ดีขึ้นมาหน่อยหนึ่งผมก็สบายใจขึ้น 

 

“เอ๊ะ!” เพลงมันหรี่ตามองไปยังชั้นบนสุดของสไลด์เดอร์สีรุ้ง “นั่นมัน...” พวกผมถึงกับหันไปมองตามในทันที 

 

“เหี้ยยยย!” ชายวัย 50 กว่า ๆ ที่มาพร้อมพุงกะทิน้อย ๆ กับชุดว่ายน้ำสุดเซ็กซี่แบบบอดี้สูทขาสั้นสีแดงสดยืนเท้าสะเอวกระตุกยิ้มหวานมองมาทางพวกเราที่กำลังตาค้างกันหมด ด้วยท่วงท่าระดับนักโอลิมปิกทีมชาติ พร้อมกับทิ้งตัวลงนอนไหลมาตามความสูงก่อนจะจบลงด้วยการนอนแน่นิ่งหน้าคว่ำน้ำในสระอยู่หลายวินาที 

 

“แพนเค้กกกก! /อาจารย์ยยยยย!” พวกเราต่างพากันวิ่งไปที่สระเบื้องหน้าแต่อยู่ ๆ แกก็ลุกขึ้นยืนสะบัดผมไปมาแบบสโลโมชั่น 

 

...เห็นแล้วเซ็กซ์เสื่อมในทันที 

 

หินมันรีบกระโดดลงน้ำไปช่วยพยุงแพนเค้กในอย่างเร็วรี่ “แพนเค้ก เอ๊ย...อาจารย์มาได้ยังไงครับ” นอกจากจะถูกหินมันตั้งฉายาว่าแพนเค้กแล้วชายคนนี้ยังเป็นอาจารย์สอนศิลปะพวกผมอีกที่สำคัญคือแกเป็นอธิการบดีเจ้าของมหา’ลัยที่ผมเรียนอยู่นี่แหละ 

 

“แหม พ่อก็อยากออกมาเที่ยวกับพวกลูก ๆ บ้างอะ” อ้ออีกอย่างที่ผมลืมบอกแกชอบใช้คำเรียกตัวเองว่าพ่อแล้วเรียกนักศึกษาทุกคนว่าลูกหมด ท่านเดินมองมาที่โต๊ะริมสระว่ายน้ำที่กองเต็มไปด้วยหนังสือเรียนและชีทหนา “มาพักผ่อนกันทั้งทียังเอาหนังสือเรียนมาอ่านด้วยขยันกันดีจริง อย่างนี้พ่อต้องให้รางวัลซะหน่อยแล้ว” 

 

“รางวัล?” ทั้งกลุ่มเด็กคณะศิลปกรรมอย่างผมและก็คณะวิศวะของไอ้เพลงถึงกับหันมามองหน้ากันเลิ่กลั่ก 

 

“ใช่! ถ้าพวกเธอสามารถเอาชนะคนของพ่อได้คืนนี้พ่อจะพาไปเลี้ยงบุฟเฟ่อาหารญี่ปุ่นพรีเมี่ยมแบบไม่อั้นเลยเอาเปล่า” 

 

“หูยยย” ไอ้หินมันถึงกับแนบฝ่ามือไปที่แก้มทั้งสองข้าง “แล้วคนของอาจารย์เป็นใครอะครับ เอาของกินมาล่อแบบนี้ผมก็ต้องสู้ตายแล้วอะ” 

 

“ทะดามมมม...” แพนเค้กผายมือไปทางสไลด์เดอร์ หนุ่มหล่อที่แสนคุ้นหน้าทั้งเจ็ดออกมายืนเรียงก่อนที่จะไหลมาตามทางลาดยาวหลากสี 

 

ตู๊ม! น้ำในสระกระจายสาดกระเด็นจนมาถึงปลายตีน 

 

โอ้โห เกลียดอินเนอร์ตอนพวกมันลุกขึ้นยืนมาโพสต์ท่ามาก พวกแม่งคิดว่าตัวเองเป็น GOT7 รึไงวะ! 

 

“พี่ยูจิ พี่บุ๋น พี่พราย พี่แมงป่อง พี่เคน พี่ป้อง พี่พลัง!” หินมันร้องออกมาเสียงหลงออกมาอีกครั้ง แล้วอะไรคือการกระโดดตบมือดีอกดีใจขนาดนั้น อยู่ ๆ มันก็หยุดชะงักหันซ้ายแลขวาไปรอบ ๆ “ทำไมไม่เห็นไอ้พี่พายุอะ พี่มันไปไหน? พี่มันไม่ได้มาด้วยเหรอ?” 

 

“พายุมันกลับไปทำธุระที่บ้านแม่น่ะ เห็นว่าคุณหญิงยายไม่ค่อยสบาย” สตรอว์เบอร์รีคำโตเกินไปแล้วไอ้พี่ยูจิ 

 

พี่พรายมันเอื้อมมือมาลูบหัวไอ้หิน “ไม่ต้องกังวลนะหิน ช่วงนี้ตั้งใจอ่านหนังสือสอบก่อนเดี๋ยวหลังสอบเสร็จพายุมันก็กลับมาหาเราเองแหละ...เชื่อพี่สิ” 

 

“อะ...แหม งั้นก็ไปเตรียมตัวกันให้พร้อมอีกเดี๋ยวสิบนาทีเราจะมาเจอกันที่สระนู่น” แพนเค้กชี้ไปทางสระขนาดกลางไม่ไกลจากโต๊ะที่เรานั่งมากนัก 

 

ในจังหวะที่ทุกคนกำลังตื่นเต้นกันอย่างคาดไม่ถึงแมงป่องกลับเดินไปยังทางห้องน้ำแทนและนั่นคือโอกาสจะได้ตะครุบเหยื่ออันแสนโอชะ ไม่รู้หรอกนะว่าจงใจรึเปล่าเหล่มองคนอื่นรอบตัวแล้วทำทีเป็นเดินผิวปากไปที่ซุ้มขายไส้กรอกก่อนที่จะแวบอ้อมหลังพุ่งตรงไปยังเป้าหมายอย่างไวว่องไล่สำรวจประตูห้องน้ำทุกห้องที่จะเปิดอยู่จนภึงด้านในสุด 

 

ควับ! 

 

มือขาวคว้าแขนของผมกระชากเข้ามาภายในจากนั้นพี่มันก็รีบล็อกประตูลงกลอน รอยยิ้มบนใบหน้าแมงป่องมันฉายชัดจนตอนนี้ผมเองก็แทบจะควบคุมอารมณ์ตัวเองไม่อยู่ แมงป่องหยิบมือถือแล้วพิมพ์ลงไปในนั้นก่อนจะยกมือขึ้นให้ผมอ่าน 

 

[คิดถึงกันรึเปล่า?] 

 

กะพริบตาออดอ้อนแล้วพยักหน้าเร็ว ๆ แต่แมงป่องกลับอมยิ้มออกมานิดหน่อยแล้วพิมพ์ต่อ 

 

[พี่ก็คิดถึงเซฟนะ มีเวลาแต่สิบนาทีจะทำอะไรกันดีล่ะ] 

 

หูยยยยย เหลือเฟือเลยจ้าที่รักสิบนาทีก็เสียวได้นะเตง ยังไม่ทันจะคิดจบริมฝีปากของแมงป่องก็พรมจูบลงมาที่หน้าอกจนถึงขนาดยื่นเกร็งจิกปลายเท้า แฮ่ก...แฮ่ก สวรรค์ที่แท้ทรู ยังไม่จบเท่านั้นอสูรร้ายยังใช้วงแขนโอบกอดมาที่คอแล้วใช้นิ้วมือจับมาที่หัวกดหน้าผมไปที่ปากของเขาด้วยลีลาการขบ ดูด และตอดริมฝีปากทั้งบนและล่างอย่างเร่าร้อนที่สุดเท่าที่เคยเจอมา 

 

...แข็งโป๊กเลยโว้ยยยยย! 

 

ซีดดดด...โอ๊ย ~~~อย่ากำตรงนั้น ถ้ากำตรงนั้นจะเป็นเรื่องใหญ่~~~ 

 

อะไรคือการจิกฟันไปที่ริมฝีปากด้วยสีหน้ายั่วเยขนาดนั้นวะ แล้วยังมือกดขย้ำมาที่ก้นผมอีกใครจะไปคาดคิดว่าแค่เปลี่ยนจากคำว่าน้องมาเป็นแฟนผลตอบแทนมันนะยิ่งใหญ่มหาศาลขนาดนี้ ในขณะที่ผมเตรียมจะรุกคนตรงหน้าบ้างตั้งใจจะเคี้ยวผิวขาว ๆ ให้แหลกละเอียดคาปาก แมงป่องกลับโน้มกระซิบมาที่ข้างหู 

 

“หมดเวลาสิบนาทีแล้วเซฟ ถ้าอยากได้รางวัลก็เอาชนะพี่ให้ได้ก่อนนะ” เขาบีบมาที่ปิกาจูผมแล้วผลักตัวออกจากร่างจากนั้นก็เปิดประตูเดินหายออกไปปล่อยให้ผมก้มลงมองอ้ายขุนศึกของตัวเองที่ยังตั้งผงาดพร้อมออกรบ 

 

ม๊ายยยยยยย! ~~~อย่าจากไปหน่าย โปรดอยู่กับฉาน ชีวิตของฉัน ฝากไว้อยู่ในมือของเธอ~~~ เสียงเพลงของนักร้องคนโปรดดังก้องกระทบก้านสมองในทันใด...มะ เมียจ๋าอย่าทำให้อยากแล้วจากไปสิจ๊ะ ฮือออ! 

 

“หายไปไหนมาตั้งนานวะเซฟ เขาจะเริ่มแข่งกันอยู่แล้ว” บอกไม่ได้ว่ะไอ้หิน! กว่าจะออกมาจากส้วมได้ทั้งทุบทั้งหนีบเอาไว้ตั้งนานกว่าเลือดจะคลายตัว 

 

“ตกลงเกมแรกคืออะไรเหรอ?” 

 

“โปโลน้ำฝั่งละ 5 คนใครปาเข้าประตูได้ก่อนสิบคะแนนเป็นผู้ชนะแถมไม่มีกติกาด้วยนะโว้ยสรุปคือโกงได้ทุกแบบ” เพชรมันหันมาตอบแทน “ฝั่งนั้นเขาเลือกคนลงแข่งได้แล้วเหลือแต่ทางเรานี่แหละ” 

 

ปรายตามองคนที่อยู่ในสระนี่มันไม่ใช่เกมแล้วแบบนี้น่าจะตั้งใจเอามาฆ่าพวกผมมากกว่าเพราะในนั้นมันมี พี่ยูจิ ฉายามนุษย์กล้ามเนื้อประธานชมรมเพาะกาย จำได้ขึ้นใจเลยว่าตอนรับน้องด้วยเกมดอดจ์บอลพวกพี่มันก็เก็บเด็กคณะผมไปหลายศพ พี่บุ๋นฉายาแม็คไกเวอร์ยอดคนสมองเพชรประธานชมรมนักสืบ พี่ป้องฉายานักเตะไร้เงารองประธานชมรมคาราเต้ พี่เคนฉายาเทพบุตรหน้าหยกรองประธานชมรมรักบี้ และสุดท้ายคือแมงป่องฉายาเมียจ๋าหัวหน้าชมรมถ่ายภาพ 

 

แล้วทำไมไอ้พี่พลัง พี่พราย มันถึงต้องตั้งกล้องถ่ายทั้งบนบกและในน้ำขนาดนั้นวะ? 

 

“มีใครถนัดกีฬาประเภทบอลบ้างวะ” ตอนนี้ทั้งสิบกว่าชีวิตกำลังสุมหัวปรึกษากันอย่างเร็วรี่ 

 

“กูเคยเล่นตะกร้อมาก่อนงานนี้กูลงเอง” เอาจริงที่ลงเนี่ยแค่อยากเล่นกับเมียต่างหาก 

 

“ฟุตบอลกูเตะทุกเย็นน่าจะพอไหว” เพชร 

 

“เคยเป็นนักกีฬาวอลเลย์บอลตอนมอปลายอะ” หิน 

 

“กูอยู่สมาคมขี่ม้าและโปโลม้ามาตั้งแต่เด็กทักษะทางกีฬาน่าจะพอช่วยพวกมึงได้” เพลง 

 

“กูเองก็เดาะบอลสองลูกของผู้ชายมาทั้งชีวิต...” 

 

“อันนั้นไม่นับโว้ยออดี้มึงช่วยไปนั่งเกาไข่ตัวเองข้างสนามนู่นเลยไป” ยังไม่ทันเริ่มก็เอาท์ไปแล้วหนึ่งราย ออดี้เดินคอตกไปนั่งกอดเข่าอยู่ข้างสระ เพชรมันเลยหันไปถามชายหนึ่งในสองคนสุดท้ายที่เหลืออยู่ในกลุ่ม “มึงล่ะไอ้กราฟถนัดอะไรบ้างเปล่าวะ” 

 

“หึ ๆ ๆ” กราฟมันยกมือขึ้นมาเสยผมที่เปียกชื้น “มึงถามถูกคนแล้วเพชรกูเนี่ยแหละแชมป์สามสมัย” 

 

“เชี้ย! มึงอย่าบอกนะว่าเคยเล่นโปโลน้ำกับเขาด้วย” ก้อยกับวิวร้องถามคนตรงหน้า 

 

“เปล่า! กูเป็นแชมป์ดูหนังมาราธอน...” 

 

“งั้นมึงออกไปนั่งดูข้างสนามกับไอ้ออดี้เลย / กากแท้ / ปัญญาอ่อน / ไร้ค่า” เสียงพูดเพชรดังขึ้นพร้อมกับคำบ่นของบรรดาหญิงสาวในกลุ่ม กราฟเดินคอตกไปนั่งกอดคอกระซิกกับออดี้อีกราย 

 

“เอาไงดีวะพวกมึงเหลือแค่พุฒที่เป็นผู้ชายคนเดียวแล้วด้วย” 

 

“กูมีแผนเอาไว้ในใจแล้ววะหิน งั้นรอบนี้เอาข้าวจี่ลงละกันให้มันอยู่ตำแหน่งผู้รักษาประตูเป็นเพื่อนไอ้เพลง” พุฒเสนอความเห็นออกมาจนข้าวจี่ถึงกับยู่หน้า “กติกาไม่ได้บอกไว้สักหน่อยว่าต้องมีตัวบุกกี่คนงั้นเราก็หาคนตัวใหญ่มาบังประตูไว้สิ ยังไงรอบนี้กูขออยู่ข้างบนเก็บข้อมูลก่อนแล้วค่อยบอกอีกทีว่าจะเอายังไง” 

 

สุดท้ายข้าวจี่มันก็ต้องหนีบห่วงยางเป็ดน้อยติดมาเพราะขามันไม่ถึงพื้นด้วยซ้ำ 

 

“ข้าวจี่สู้ ๆ นะมึง ไม่ต้องห่วงคนข้างหลังเดี๋ยวพวกกูค่อยเก็บศพมึงเอง” เสียงตะโกนจากขอบสระสร้างขวัญและกำลังเป็นอย่างดีเยี่ยมในขณะเดียวกันพุฒมันก็ก้มหน้าลงไปกระซิบอะไรสักอย่างกับเพลง 

 

“เอาล่ะพร้อมกันแล้วใช่ไหม?” 

 

ปี๊ดดดด! เสียงนกหวีดดังขึ้นเป็นสัญญาณเริ่มเกมการแข่งขัน 

 

พวกพี่มันไม่พูดพร่ำทำเพลงตั้งหน้าตั้งตาว่ายมากลางสระกันหมดโดยไม่มีใครเฝ้าประตูเลย โดยเฉพาะไอ้พี่บุ๋นกับพี่ยูจิว่ายเร็วฉิบหายฉลามขาวยังชิดซ้าย เผลอแป็บเดียวพี่ยูจิมันก็คว้าบอลจากกลางสระแล้วปามาแบบสุดแรงเกิด บอลกระทบผิวน้ำเด้งเข้าประตูผ่านหน้าไอ้สองตัวนั่นไปเลย 

 

...นี่มันมืออาชีพกันเกินไปแล้วโว้ยยยย! 

 

ยังไม่ถึงสิบนาทีก็ถูกบุกอย่างต่อเนื่องไปถึงห้าประตู จนพุฒต้องขอเบรกเกมแล้วเรียกพวกเราขึ้นมากระซิบทีละคนยกเว้นข้าวจี่ที่ยังลอยคออยู่ในน้ำอย่างไร้ประโยชน์อันใด 

 

เกมกลับมาเริ่มขึ้นอีกครั้ง พี่เคนคว้าบอลเอาไว้ในมือจากนั้นก็วาดวงแขนปาเข้าประตู แต่ภาพที่เห็นมันช่างโหดร้ายยิ่งนักกับเสียงเพลงที่ดังลั่นไปทั่ว 

 

“โล่มนุษย์ทำงาน!” ข้าวจี่ถูกยกตัวขึ้นรับลูกบอลไปเต็มหน้าจนบอลกระเด้งไปทางไอ้หินที่มาดักรออยู่ด้านหลังจากนั้นมันก็ปาเข้าประตูไปอย่างง่ายได้ 

 

“กูเป็นผู้หญิงนะ...” เหมือนจะได้ยินเสียงประท้วงจากปากข้าวจี่แต่พวกชั่วมันกลับทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นซะงั้น 

 

ความขี้โกงของพวกผมยังคงเส้นคงวาไม่เปลี่ยนแปลงเมื่อไอ้เพลงกับพุฒพยักหน้าให้กัน “Cross Attack” ท่ามวยปล้ำสุดฮิตที่ใช้วงแขนทำลายร่างกายของคู่ต่อสู้ เพียงแต่คนที่ถูกโยนใส่พวกพี่มันคือสาวร่างอวบผู้ทำให้เราเหนือกว่าในเกมนี้ 

 

“นี่พวกมึง...กูเป็นผู้หญิงนะ!” เหมือนจะได้ยินอะไรแว่ว ๆ แต่ช่างเถอะ 

 

ความชุลมุนที่แท้จริงมันเริ่มจากจุดนี้เมื่อฝั่งนั้นเห็นว่าพวกผมโกงสุดตัว พวกพี่มันก็เลิกเล่นตามกติกาหันมากอดรัดฟัดเหวี่ยงกับพวกเราแทน จบเกมพวกเราชนะไปด้วยคะแนน 10 ต่อ 9 เดาว่าพวกพี่มันน่าจะออมมือให้แหละ แถมแมงป่องยังไม่ยอมปาลูกบอลใส่ผมเลยสักครั้ง 

 

ตอนนี้ต่างคนก็ต่างแยกย้ายไปหาที่นั่งพักกันคนละทิศละทาง เพลงมันฉวยโอกาสตอนที่ทุกคนเผลอลากพี่พรายหายไปไหนก็ไม่รู้ ส่วนพี่ยูจิกับพี่ป้องก็ยังพลังเหลือล้นพากันไปแข่งว่ายน้ำกันต่อที่สระใหญ่ ส่วนไอ้หินนี่สิดูมันจะอารมณ์ดีทุกครั้งที่ได้อยู่กับแพนเค้กถึงขั้นไปบีบนวดปรนนิบัติถึงเก้าอี้ 

 

“น้องหินมันน่าจะสบายใจขึ้นนิดหน่อยแล้วมั้งเนอะ” แมงป่องพูดขึ้นแล้วลงมานั่งข้างผมที่ขอบสระ 

 

“นี่แมงป่องก็รู้เรื่องหินมันด้วยเหรอ?” 

 

“รู้สิ...ที่พายุมันหายตัวไปก็เป็นแผนที่พวกพี่วางเอาไว้นั่นแหละ พยายามดูแลมันต่อไปอีกหน่อยนะเซฟจนกว่าจะสอบเสร็จ จริง ๆ พายุมันก็อยากมาเองแต่โดนพวกพี่ห้ามไว้ไง...พายุมันรักไอ้หินมากนะรอคอยมาตั้งหลายปีถึงระหว่างทางจะออกนอกลู่ไปบ้างก็เถอะ” 

 

“อืม เห็นมันเป็นอย่างนี้ผมก็ดีใจว่าแต่พวกแมงป่องไปไงมาไงถึงมากับอาจารย์อนุลักษณ์ได้ล่ะ” 

 

“พวกพี่โดนจับโป๊ะได้น่ะสิ สงสัยคุณลุงคงจับตาดูหินมาตลอดอยู่แล้วมั้งพอเห็นมันไม่ร่าเริงเลยเรียกพวกพี่มาถามเรียงตัวเลย” 

 

“คุณลุง?” 

 

“อ้าวนี่เซฟยังไม่รู้อีกรึไงว่าลุงลักษณ์น่ะคือพ่อแท้ ๆ ของไอ้พายุมัน” นิ้วแมงป่องชี้ไปที่ทั้งคู่ “ดูสิขนาดพวกพี่เป็นคนนอกยังรู้เลยว่าลุงลักษณ์น่ะรักหินขนาดไหน ตั๋วสวนน้ำวันนี้ที่จริงแล้วก็เป็นของคุณลุงซื้อ...พายุนี่โชคดีนะที่มีพ่อเข้าใจและยอมรับในสิ่งที่มันเลือกเองแบบนี้” 

 

“ปู่เองก็รักแมงป่องเหมือนกันนะแต่คนที่โชคดีน่าจะเป็นผมมากกว่า” 

 

“ทำไมรึ?” นิ้วก้อยของเขาเกี่ยวมาที่นิ้วผมโดยใช้ตัวบังเอาไว้ 

 

“เพราะมีแมงป่องอยู่ข้าง ๆ เสมอไง” เราทั้งคู่ก้มลงมองไปที่ผิวน้ำแทนที่จะสบตากัน “ว่าแต่แมงป่องจะเก็บเรื่องของเราไว้อีกนานแค่ไหนอะ” 

 

“อดทนหน่อยนะเซฟหลังทุกอย่างจบลงเซฟค่อยคิดอีกทีก็ได้ว่าจะเอายังไง...ถึงตอนนั้นพี่จะยอมรับทุกการตัดสินใจทุกอย่างของเซฟเอง” 

 

ถึงผมจะมั่นใจในความรู้สึกของตัวเองแต่ทำไมคำพูดของแมงป่องกลับทำให้ต้องกังวลใจอย่างน่าประหลาดราวกับมีเชือกล่องหนกำลังฉุดรั้งเราทั้งคู่ให้ต้องแยกจากกันในไม่ช้า 

ความคิดเห็น