facebook-icon Twitter-icon Instagram-icon

ชาติก่อนเธอทำทุกทางเพื่อหนีจากเขา แต่ชาตินี้เธอจะยึดตำแหน่งคนข้างกายเขาไว้ให้มั่น ถ้าคิดว่าจะให้ใครมาแย่งไปเหมือนเมื่อก่อนได้ละก็ ระวังให้ดี... เพราะตอนนี้เธอสวยและฉลาดขึ้นเยอะด้วย!

บทที่ 93 ร่วมลงชื่อคัดค้าน / บทที่ 94 เปิดผนึก

ชื่อตอน : บทที่ 93 ร่วมลงชื่อคัดค้าน / บทที่ 94 เปิดผนึก

คำค้น :

หมวดหมู่ : นิยาย จีน

คนเข้าชมทั้งหมด : 5.8k

ความคิดเห็น : 4

ปรับปรุงล่าสุด : 18 ม.ค. 2564 15:59 น.

ยอดสนับสนุนตอน
× 0
× 0
× 0
แชร์ :
บทที่ 93 ร่วมลงชื่อคัดค้าน / บทที่ 94 เปิดผนึก
แบบอักษร

บทที่ 93 ร่วมลงชื่อคัดค้าน 

เช้าวันรุ่งขึ้น 

เยี่ยหวั่นหวันมาที่ห้องเรียนตามปกติ 

ถึงแม้จะเป็นวันที่สามแล้ว แต่เรื่องของเธอและหลิงตงยังเป็นที่สนใจอยู่มาก ตอนที่หลิงตงยังไม่มาทุกคนต่างก็ซุบซิบนินทากัน วิจารณ์กันว่าเดี๋ยวหลิงตงมาจะทำเรื่องอะไรน่าตกใจอีก 

จนตอนที่ใกล้เวลาเข้าเรียน หลิงตงถึงค่อยเดินมาอย่างเอ้อระเหย 

ชายหนุ่มขอบตาดำคล้ำทั้งสองข้าง สีหน้าดูแล้วอ่อนแรงมาก ท่าทางเหมือนไร้จิตวิญญาณ ตอนที่เข้ามาในห้องเกือบจะชนกับขอบประตู 

ภายใต้แววตาที่อยากรู้อยากเห็นของทุกคน หลิงตงเดินผ่านประตูเข้ามา ตอนที่เดินผ่านเยี่ยหวั่นหวัน ฝีเท้าเขาหยุดลง เหมือนกับอยากจะพูดอะไร แต่ไม่รู้ว่าอยู่ๆ คิดอะไรได้ เขาขจัดความคิดที่อยากจะพูดไป ก้มหน้าเดินอย่างเร่งรีบไป เหมือนว่าข้างหลังมีอะไรตามมาอยู่ 

เห็นท่าทางหลิงตงที่หลบหนีแบบนี้แล้ว เยี่ยหวั่นหวันถอนหายใจยาวออกมา 

ดอกท้อดอกนี้โดนเด็ดไม่เหลือซากกว่าที่เธอคิดไว้เสียอีก 

แต่ก็ไม่แปลกใจ แม้แต่เคียวของเทพเจ้าแห่งความตายเธอยังเซ่นไหว้ได้ อย่าว่าแต่แค่ตัดกิ่งดอกไม้เล็กๆ หลุมบรรพบุรุษยัดขุดออกมาให้ได้เลย! 

แล้วการแสดงออกนี้ของหลิงตง ในสายตาของคนอื่นนั้นกลับตาลปัตรจากความคาดหมายเลย 

“เอ๋ ทำไมวันนี้หลิงตงไม่เอาอกเอาใจยัยอัปลักษณ์นั่น?” 

“ฮ่าๆๆๆ ฉันว่ายัยอัปลักษณ์นั่นโดนทิ้งแล้วล่ะสิ! นี่เร็วมากเลย! เพิ่งสามวันเอง!” 

“แบบนี้ในที่สุดสมองพี่ตงก็กระจ่างสักที! น่ายินดีจริงๆ!” 

............ 

นอกจากสนใจเรื่องนินทาแล้ว อีกเรื่องที่ทุกคนสนใจก็คือ วันนี้ซือเซี่ยไม่มาเรียน 

ตั้งแต่เช้า ก็มีผู้หญิงจากห้องอื่นมาแอบดูซือเซี่ยต่างผิดหวังกลับไป ผู้หญิงในชั้นเดียวกันแต่ละคนยิ่งเป็นห่วง อดไม่ได้ต่างไปหอพักนักเรียนชายดูว่าซือเซี่ยเป็นอะไรแน่ 

เวลาผ่านไปเร็วมาก พริบตาเดียวก็บ่ายแล้ว ซือเซี่ยยังคงไม่มา 

พวกผู้หญิงยิ่งทียิ่งกังวล ทุกคนต่างมองออกไปนอกหน้าต่างอย่างรอคอย 

“วันนี้จนถึงตอนนี้ทำไมซือเซี่ยยังไม่มาอีก? เกิดเรื่องอะไรหรือเปล่า?” 

“ไม่น่าจะป่วยนะ?” 

เวลานี้ เฉิงเสวี่ยพูดอย่างไม่รีบร้อน “ไม่น่านะ เมื่อคืนตอนฉันเจอซือเซี่ยเขายังสบายดีอยู่เลย!” 

ถึงแม้ทุกคนต่างรู้ว่าท่าทีของซือเซี่ยต่อเฉิงเสวี่ยนั้นเข้ากันไม่ได้ที่สุด แต่พอได้ยินอีกฝ่ายพูดทำนองสองแง่สองง่ามว่าเมื่อคืนได้เจอกับซือเซี่ย ก็ยังแสดงสีหน้าอิจฉาออกมา 

พวกลิ่วล้อของเฉิงเสวี่ยส่งสายตาอาฆาตไปทางเยี่ยหวั่นหวันก่อน จากนั้นพูดเสียงแหลมกับเฉิงเสวี่ย “มาเรียนทุกวัน ข้างๆ มียัยอัปลักษณ์น่ารังเกียจนั่งอยู่ เลิกเรียนยังหนีไม่พ้นโดนบังคับให้จูบหล่อน เป็นพวกเธอ พวกเธอยังอยากมาเรียนอยู่ไหม?” 

คำพูดของหญิงสาวได้รับการพยักหน้าตอบรับจากทุกคน ในพริบตาเยี่ยหวั่นหวันจมลงไปกับสายตาเคียดแค้นของพวกผู้หญิง 

“ไม่ใช่ว่าต่อจากนี้ซือเซี่ยจะไม่มาแล้วนะ! เกินไปแล้ว! หรือว่าไม่สนใจโรงเรียนแล้ว? ปล่อยให้ยัยอัปลักษณ์นั่นทำลายบรรยากาศเสียทั้งห้องเรียน!” 

“การแสดงบทวรรณกรรมที่สำคัญขนาดนั้นจะปล่อยให้เยี่ยหวั่นหวันเล่นตามอำเภอใจได้ยังไง! ถึงตอนนั้นจะมีผู้กำกับชื่อดังมากมายมา ขายหน้าน้อยหน่อยก็แค่พวกเราห้อง F ขายหน้ามากหน่อยก็คือหน้าตาของชิงเหอของพวกเราทั้งหมด!” 

“ไม่อย่างนั้นพวกเราลงชื่อคัดค้านดีกว่า! ฉันไม่เชื่อว่าพวกเราทุกคนร่วมกันคัดค้านแล้วโรงเรียนจะไม่สนใจ!” 

“ใช่แล้ว! คัดค้าน! ทุกคนร่วมมือกันคัดค้าน! เขียนหนังสือคัดค้านตอนนี้เลย แล้วเดี๋ยวทุกคนมาลงชื่อกันทั้งหมด!” 

.......... 

ตอนแรกทุกคนยังรู้สึกเป็นห่วงหลิงตง แต่เห็นท่าทางของหลิงตงวันนี้แล้ว เห็นได้ชัดว่าไม่สนใจเยี่ยหวั่นหวันแล้ว ดังนั้นจึงมั่นใจไม่เกรงกลัวอะไร 

คนกลุ่มหนึ่งต่างเริ่มโวยวายขึ้นมาต่อหน้าเยี่ยหวั่นหวัน ไม่นานนักหนังสือคัดค้านก็เขียนเสร็จเรียบร้อย จากนั้นแต่ละคนต่างก็เริ่มเซ็นชื่อ 

................................................................. 

บทที่ 94 เปิดผนึก 

ตอนที่จดหมายคัดค้านมาถึงหลิงตง สีหน้าเขาอึดอัดอยู่พักใหญ่ สุดท้ายก็ไม่สนใจ โยนทิ้งไปข้างๆ อย่างไม่แยแส 

คิดถึงสายตาผู้ชายคนนั้นที่จ้องมองตัวเองเมื่อคืน จนถึงตอนนี้เขายังขนลุกไปทั้งตัว แล้วคิดถึงใบหน้าผู้ชายนั้น กลิ่นอายจากตัว ยิ่งไม่กล้าคิดมีใจอะไรอีกเลย... 

ส่วนตัวเยี่ยหวั่นหวัน เห็นคนพวกนี้ก่อเรื่อง สองตาเป็นประกายแวววาวอย่างตื่นเต้น อดไม่ได้แอบคิดในใจ ดีเลย รีบลงชื่อคัดค้านเร็วๆ เลย ฉันก็ร่วมลงชื่อด้วยได้ไหม? 

แน่นอน คนพวกนั้นกลัวเธอทำลายหลักฐาน ไม่มีทางส่งหนังสือคัดค้านให้เธอ 

จนหนังสือคัดค้านวนครบรอบ ก็เต็มไปด้วยลายเซ็นแน่นหนา พวกลิ่วล้อของเฉิงเสวี่ยเป็นตัวแทน เอาหนังสือคัดค้านไปมอบให้เหลียงลี่ฮวา ตอนที่ผ่านเยี่ยหวั่นหวัน ใบหน้านั้นเต็มไปด้วยความภาคภูมิใจและเย้ยหยัน 

จนมาถึงคาบสุดท้ายตอนบ่ายด้วยความรวดเร็ว 

เดิมทีอารมณ์เยี่ยหวั่นหวันที่ตื่นเต้นอยู่ก็ห่อเหี่ยวลงทันที 

วิชาสุดท้ายเป็นวิชาคณิตศาสตร์ของจ้าวซิงโจว 

อยากโดดเรียนจัง... 

แต่ว่า พอคิดถึงว่าถ้าเธอไม่สามารถสอบเข้ามหาวิทยาลัยชื่อดังได้ ก็ไม่มีหน้าจะกลับบ้าน ทันใดนั้นเลยกัดฟัน เปิดหนังสือเรียน 

ตั้งแต่กลับชาติมาเกิด เธออยากจะกลับไปเจอพ่อแม่อย่างที่สุดอยู่ทุกคืนวัน อยากจะคุกเข่าสำนึกผิดต่อหน้าพวกท่าน แต่เรื่องเลวร้ายพวกนั้นที่เธอทำไม่คู่ควรแก่การให้อภัยของพวกเขา 

เธอไม่มีหน้า แล้วยิ่งไม่ต้องคิดถึงสภาพจนตรอกและน่าสงสารแบบนี้กลับไปเลย เธอต้องเป็นที่ภาคภูมิใจของพวกท่าน ไม่ใช่เป็นภาระและมลทิน 

จ้าวซิงโจวให้ตัวแทนนักเรียนแจกแบบคนสอบคนละชุด คาบเรียนนี้จะให้ทุกคนตั้งคำถามเอง ทำเสร็จแล้วครูจะอธิบายตรงนี้เลย!” 

กับวิชาเลขแล้วเยี่ยหวั่นหวันไม่มีความรู้อะไรเลย แค่เห็นตัวเลขหนังศีรษะก็ชาแล้ว อยากจะหลบหนี ตอนนี้มาบังคับให้ตัวเองทวนคำถาม อยู่ๆ ในห้องก็มีเสียงตกใจดังขึ้นมา.... 

“อา— ซือเซี่ย!” 

“ซือเซี่ยมาแล้ว!” 

“โอ้! พระเจ้า! ทำไมวันนี้ฉันถึงรู้สึกว่าซือเซี่ย....ซือเซี่ย...” 

“หล่อระเบิดไปเลย!” 

...... 

“ขอโทษด้วยครับอาจารย์ ผมมาสาย” หน้าประตูมีเสียงชายหนุ่มดังเป็นกังวานขึ้นมา 

เยี่ยหวั่นหวันโดนเสียงดังรบกวน เธอเลยเงยหน้าขึ้นมองไปทางประตู 

วินาทีต่อมา ทันใดนั้นเยี่ยหวั่นหวันก็รู้สึกอึ้งไป 

เธอมองด้วยความอึ้ง 

มิน่าผู้หญิงพวกนี้อยู่ๆ ถึงได้ตื่นเต้นขึ้นมาแบบนี้ 

ผู้ชายตรงหน้าคนนี้... 

เห็นได้ชัดว่าแต่งตัวไม่ต่างจากเวลาปกติเท่าไร แต่เธอกลับรู้สึกว่าวันนี้เขามีตรงไหนที่ไม่เหมือนเดิม? 

เวลาปกติซือเซี่ยหล่อมากอยู่แล้ว แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตของความเป็นคน แต่วันนี้ เหมือนเปลือกนอกบนตัวเขาที่ขมุกขมัวและอำพรางตัวอยู่ๆ ก็หายไป เหมือนเปิดผนึก ระดับความน่าดึงดูดทั้งตัวเขานั้นระเบิดขึ้นมาทันที ท่าทางการเคลื่อนไหวหรือแม้แต่แววตาการมองก็เพียงพอที่จะทำให้คนคลั่งไคล้ได้ 

จ้าวซิงโจวยิ้มหึหึอย่างไม่สนใจสักนิด “ไม่เป็นไร ไม่เป็นไร นักเรียนซือเซี่ย เข้ามาสิ เธอไม่อยู่ทุกวิชา มีเพียงวิชาของครูที่มาทัน ครูปลื้มใจมาก!” 

เยี่ยหวั่นหวันได้ยินก็ยักมุมปากขึ้นข้างหนึ่ง คำพูดนี้มีตรงไหนที่แปลกไปนะ? 

เป็นครูแต่พูดคำพูดพวกนี้ไม่มีปัญหาหรือ? 

และไม่กลัวโดนครูวิชาอื่นทำโทษ? 

ขณะที่กำลังประชดอยู่ในใจ จ้าวซิงโจวก็จงใจมองมาทางเธอ “นักเรียนคนไหน ถ้ามีความชอบวิชาเลขเหมือนนักเรียนซือเซี่ยสักหนึ่งส่วน ถึงจะให้ครูขายไตก็จะช่วยสนับสนุนด้วยแบบทดสอบร้อยชุดเป็นโบนัส!” 

เยี่ยหวั่นหวัน “...” 

ไม่จำเป็นจริงๆ ค่ะครู ขอบคุณ.... 

หลังทักทายจ้าวซิงโจวเสร็จแล้ว ซือเซี่ยก็เดินมาข้างหน้าเธอ 

หลังเดินเข้ามาใกล้ ความรู้สึกบีบบังคับก็รุนแรงมากขึ้นมาในทันใด เยี่ยหวั่นหวันถูกใบหน้านั้นส่ายหน้าใส่ เธอรีบลุกขึ้น ให้เขาเข้าไปนั่ง 

ความคิดเห็น